คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100%


     อัพเดท 11 ก.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 6 Overall : 17,864
168 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 72 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1233 , โพส : 7 , Rating : 100% / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ตอนที่ 3

 

รสิกาแผดเสียงลั่นเดินกระแทกเท้ามาหา มือเงื้อพร้อมตบคนปากดีในวินาทีเดียวกันนั้นประตูห้องก็เปิดออกโดยไม่ได้เคาะขออนุญาต มือที่เงื้อค้างลดลงแนบตัวทันที

แพทริคเข้ามาก็เห็นผู้หญิงสองคนที่พร้อมจะมีเรื่องก็รีบเอ่ยปาก

                “เอาไว้ผมจะมาใหม่ก็แล้วกัน”

                “เชิญค่ะคุณแพทริค ตอนนี้ฉันไม่มีธุระสำคัญอะไร” ปุริมานยิ้มให้เขาเผื่อว่าอะไรๆ จะดีขึ้น

                รสิการู้ว่าแพทริคเป็นใครทันที ไม่คิดว่าที่เพื่อนในกลุ่มเคยเมาท์ว่าเขาทั้งรวยและหล่อวายร้ายจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวลือ หญิงสาวยื่นมือไปวางบนบ่าของปุริมานอย่างสนิทสนม ทั้งที่ภาพที่แพทริคเห็นคงเข้าใจเป็นอื่นไม่ได้ว่าเธอกำลังจะทำอะไร แต่ใครสน ไหนล่ะหลักฐาน

                “จะไม่แนะนำหุ้นส่วนสำคัญให้ฉันรู้จักหน่อยหรือบัว”

                ปุริมานอดยิ้มไม่ได้ นี่เธอรอดจากการถูกตบเพราะแพทริคใช่ไหม ก็ได้อยากรู้จักก็จะช่วยแนะนำให้ ไหนๆ รสิกาได้ไปเรียนภาษาที่อเมริกาช่วงซัมเมอร์มาตั้งหลายครั้ง โชว์ภาษาเองก็แล้วกัน

                “คุณแพทริคคะนี่รสิกาค่ะ พี่สาวอีกคนของฉัน โรสนี่คุณแพทริคผู้ร่วมทุนของวินิกานต์”

                ร่างสูงพอๆ กับปุริมานรีบย้ายตัวเองไปยืนใกล้ๆ กับร่างสูงกว่าพลางส่งยิ้มหวานหยดให้พร้อมกับยื่นมือไปรับสัมผัส

                “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ได้ยินชื่อเสียงของคุณมานาน ไม่นึกว่าจะทั้งหนุ่มและสมาร์ตขนาดนี้” สายตาของรสิกาไม่ธรรมดาเลย

                “ยินดีที่ได้รู้จักครับ ต่อไปเราคงได้พบกันบ่อยๆ” แพทริคเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟัง

                ปุริมานเผลอทำหน้าบึ้งใส่ เชอะ! ทีกับเธอล่ะพูดเสียงแข็งเป็นไม้กระดาน ถ้าเขาเป็นพี่เตจริงล่ะก็ เธอจะเอาคืน ส่วนยัยโรสสำเนียงก็พอได้อยู่หรอก ถ้าจะไม่กระดกลิ้นเสียเวอร์

                “ถ้าต้องการไกด์นำเที่ยวบอกโรสนะคะ  โรสยินดีค่ะ”

                “ขอบคุณครับ คุณโรสมีน้ำใจจริงๆ”

                สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันหวานชื่นประหนึ่งไม่มีปุริมานนั่งอยู่ในห้องนั้น เรียวปากหนายิ้มเจ้าเล่ห์ยามหันมามองเจ้าห้องเหมือนนึกขึ้นมาได้หรือเพิ่งสังเกตว่ามีเธออยู่ตรงนั้น

                “เชิญไปพบผมที่ห้องด้วยครับคุณปุริมาน” ชายหนุ่มบอกเจ้าของห้องที่เผลอทำหน้างอใส่ ตอนแรกเขาก็ว่าจะมาคุยในห้องนี้ แต่ตอนนี้ไม่น่าจะสะดวกเท่าไหร่เลยเปลี่ยนแผน  “ขอตัวก่อนนะครับคุณโรส”

                รสิกายิ้มหน้าบานยกมือบ้ายบายแพทริครอจนเขาออกไปจากห้องเรียบร้อยแล้วก็หันมายิ้มเย้ยให้ปุริมานที่คงรู้ตัวแล้วล่ะว่าไร้เสน่ห์ขนาดไหน

                “ฉันว่าเค้าสนใจฉัน”

                “แล้วไง?

                “ถ้าไม่อยากกระเด็นจากเก้าอี้ก็ทำงานให้ได้เรื่องน่ะสิยะ คนไม่เอาไหนอย่างเธอไม่รู้คุณลุงกานต์คิดอะไรอยู่ถึงได้เขียนในพินัยกรรมไปแบบนั้น”

                ปุริมานลุกขึ้นยืนจ้องหน้ารสิกาอย่างไม่พอใจสุดๆ ก่อนจะประกาศกร้าว

“อย่ามาดูถูกสิ่งที่พ่อของฉันคิด คนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์ ออกไปจากห้องทำงานของฉันได้แล้ว”

ตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่รสิกาหรอกหรือที่พยายามแข่งกับเธอเพื่อให้พ่อสนใจ พยายามแย่งพ่อของเธอไปด้วยวิธีต่างๆ วันหยุดที่พ่ออยู่บ้าน รสิกาที่ใช้เล่ห์กลสารพัดทำให้พ่อต้องยอมตามใจ พอได้อะไรที่พ่อซื้อให้ก็เอามาอวด แต่พอพ่อซื้อของให้เธอบ้างก็แอบเอาไปทิ้งหรือไม่ก็ทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี พ่อดีกับรสิกาและบอกเธอเสมอว่ารสิกาน่าสงสารเพราะขาดความอบอุ่น อย่างนี้ไม่เรียกว่าขาดความอบอุ่นแล้ว แต่ขี้อิจฉาต่างหากล่ะ

                “เชอะ จะเป็นห้องทำงานของเธอได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว ฉันจะรอดู”

                รสิกาไม่สะดุ้งสะเทือนอยู่แล้ว ในเมื่ออย่างมากที่ปุริมานทำได้ก็แค่เสียงดังใส่ ถ้ามากกว่านั้นรับรองเรื่องถึงแม่แน่นอน ก็เลือกเอาสิว่าจะสะใจประเดี๋ยวประด๋าว แต่ถูกต่อว่าว่าเป็นลูกอกตัญญู ถูกแม่ตบสักฉาดสองฉาดเรื่องธรรมดาจะตายไป

                ปุริมานกำมือแน่น เธอเกลียดครอบครัวของเธอในตอนนี้ที่สุด เธอเคยโกรธพ่อว่าทำไมต้องแต่งงานใหม่ ทำไมต้องมีแม่เลี้ยงให้เธอ แต่มันก็ผ่านไปเพราะเธอคิดมาตลอดว่าคุณราศีคงทำให้พ่อมีความสุข แค่นี้ก็พอ แต่ตอนนี้พ่อจากไปแล้ว ทำไมเธอต้องทนคุณราศีและลูกสาวอีก

ทำไม???

 

                ปุริมานถอนใจฮึดสู้สร้างกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะเคาะห้องทำงานของหุ้นส่วนรายล่าสุด สิ้นเสียงอนุญาตที่ฟังเหมือนเสียงสำรามประตูก็เปิดออก หญิงสาวมองไปที่โต๊ะทำงานแต่กลับพบความว่างเปล่า เช่นเดียวกับชุดรับแขกที่ตอนนี้ดูไม่เข้ากับแพทริคเอาเสียเลย สีฟ้าอ่อนๆ ควรเปลี่ยนเป็นสีดำหรือไม่ก็สีน้ำตาลนั่นแหละถึงจะเหมาะ  

                “เชิญนั่ง”

                ร่างเพรียวสะดุ้งโหยงยกมือทาบอก สงสัยข่าวลื่อว่าเขาเป็นแวมไพร์จะจริง ก็เล่นโผล่มาเงียบๆ ไม่รู้ไปอยู่ตรงไหนมา เรียวคิ้วหนาขมวดมุ่นมองเรียวปากชมพูเรื่อที่จู่ๆ ก็ยิ้มขึ้นมายามมองหน้าเขา

                “ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ” แพทริคบอกพลางนั่งลงที่ชุดรับแขก

                “ค่ะ ฉันก็มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเหมือนกัน” หญิงสาวนั่งลงตาม

                “พรุ่งนี้จะมีงานเปิดตัวสินค้าในเครือเลเวีย กรุ๊ป ถึงจะไม่เกี่ยวกับสินค้าของวินิกานต์นัก แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคุณ”

                ปุริมานพยักหน้ารีบคิดตาม ถึงแพทริคจะจงใจไม่บอกตรงๆ ว่าเธอน่าจะใช้งานนั้นซึ่งต้องมีนักข่าวมาจำนวนไม่น้อยประชาสัมพันธ์เรื่องการร่วมทุนระหว่างวินิกานต์กับเลเวียกรุ๊ป ข้อเสนอของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย

                “ฉันจะส่งทีมประชาสัมพันธ์ไปที่งานดีไหมคะ”

                ลูกครึ่งไทย-อเมริกันส่ายหน้ามองปุริมานจะยิ้มก็ไม่เชิงจะบึ้งก็ไม่ใช่ ยังไงกันล่ะนี่

                “ไม่ ต้องเป็นคุณเท่านั้น ผมต้องการให้คุณเป็นข่าว การร่วมทุนระหว่างเลเวีย กรุ๊ป กับวินิกานต์จะต้องเป็นข่าวดังในชั่วข้ามคืน”

                ปุริมานกะพริบตามองคนวางแผนมาตั้งแต่ต้น แค่เริ่มต้นเธอก็ตามเขาไม่ทันเสียแล้ว ถ้ารู้ว่าอยากเป็นข่าวขนาดนั้นวันทำสัญญาเธอน่าจะสั่งให้ตามนักข่าวมามากกว่านี้ ถ้าจะรอดพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้เธอต้องการคนเก่งที่จะคอยนำทางผ่านอุโมงค์ดำมืดไปพบกับแสงสว่าง แพทริคคือผู้นำทางคนนั้นได้หรือเปล่านะ

                “ค่ะ ฉันตกลง แล้วคุณจะไปงานนี้ด้วยหรือเปล่าคะ”

                “ผมคิดว่าภาพข่าวถ้ามีแต่คุณคนเดียว นักข่าวคงไม่มีเรื่องให้เขียนเท่าไหร่จริงไหม”

                “พรุ่งนี้ฉันอาจจะกลับมาช้าหน่อยนะคะ เราไปพบกันที่งานเลยคงดีกว่า” ปุริมานบอกหน้าตาค่อนข้างเกรงใจ ก็เขาหวังดีแท้ๆ แต่เธอดันกลายมาเป็นภาระเสียนี่

                “พรุ่งนี้คุณจะไปไหน ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ตอบก็ได้” ชายหนุ่มถามใบหน้าเรียบเฉย แค่คิ้วเข้มขมวดนิดหน่อย

                “ฉันจะไปโรงงานค่ะ”

                ปุริมานบอกไปแล้วก็แทบกลั้นลมหายใจทั้งๆ ที่ก็แค่เรื่องที่พอคุยกันได้ พอเห็นว่าแพทริคพยักหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย(อีกแล้ว) เธอก็เริ่มหายใจได้ทั่วท้อง คนปากไวคงไม่เงียบมาได้เป็นนานสองนานหรอก

                “ผมหมดเรื่องที่จะบอกคุณแล้ว ถ้าคุณมีงานก็เชิญครับ”

                “เรื่องเมื่อเช้าฉันขอโทษด้วยนะคะ” ไหนๆ ก็มาแล้ว พูดเสียให้เครียร์ เดี๋ยวก็กลายเป็นเขาเข้าใจว่าเธอบ้าผู้ชายจนเพ้อ เสียความน่าเชื่อถือที่มีอยู่น้อยนิดหมด

                ดวงตาคมสีฟ้าเป็นประกายที่ปุริมานมั่นใจว่าพี่เตก็มีสีของตาแบบนี้เหมือนกันตวัดมองพลางกอดอก

                “คุณไม่ได้คิดว่าผมเป็นใครนะ... อ้อ พี่เตของคุณแล้วหรือ”

                เขาฟังภาษาไทยออก! แต่ทำไมต้องทำเหมือนฟังไม่ออกด้วย ซ้ำยังรู้ว่าเธอคิดว่าเขาเป็นการะเต

                ปุริมานใจหายวูบยามเห็นแพทริคเอ่ยชื่อของพี่เตอย่างไร้ความรู้สึก  เขาไม่ใช่คนที่เธอคิดว่าเป็นจริงๆ น่ะหรือ แต่คนเราจะมีหน้าตา ท่าทาง เหมือนกันได้ขนาดนี้ได้ยังไง 10 ปีที่ไม่ได้พบกัน เขาใช่หรือไม่ใช่พี่เตกันแน่นะ

                “ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว ถ้าคุณมีงานต้องทำต่อก็เชิญนะคะ”

                แพทริคเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและลังเลคู่นั้นของปุริมาน ก่อนที่หญิงสาวจะเป็นฝ่ายละสายตาและลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปอย่างไร้คำตอบ ร่างสูงลุกขึ้นบ้างแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานเพื่อกดโทรศัพท์หาเลขาส่วนตัว

                “แกริคเข้ามาพบผมเดี๋ยวนี้”

                ไม่ถึง 5 วินาที แกริคก็เดินเข้ามาในห้องตามคำสั่งของเจ้านายด้วยใบหน้าเรียบเฉยพอกัน

                “คุณแพทต้องการให้ผมทำอะไรครับ” เลขาหนุ่มหน้าเดียวถาม

                “ผมต้องการรู้ตารางนัดหมายของคุณปุริมานทั้งหมด ผมให้เวลาคุณ 1 ชั่วโมงพอไหมแกริค”

                แกริครับคำสั่งโดยไร้คำถาม สำหรับแพทริคทุกอย่างที่ผู้ชายคนนี้ทำย่อมมีเหตุผลเสมอ

                “พอครับคุณแพท ผมจะรีบดำเนินการทันที”

                “ดีมาก ออกไปได้”

                แกริคออกไปจากห้องทันทีหลังคำสั่ง แพทริคถอนใจเบาๆ ใบหน้าบึ้งตึงละม้ายไม่ชอบใจบางอย่างที่ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี

                 

                หลังเลิกงานซึ่งตลอดทั้งบ่ายปุริมานได้ทำงานเงียบๆ อย่างที่ต้องการเนื่องจากคุณราศีกับลูกสาวกลับไปแล้ว โดยมีปราณคอยกันไม่ให้แม่กับน้องสาวเข้ามาทำให้เจ้าของบริษัทตัวจริงไม่สบายใจอีก แน่นอนว่าเธอไม่เคยพูดออกไปตรงๆ กับปราณว่าไม่ชอบให้แม่ลูกคู่นี้มา แต่ก็จนใจเพราะแม่ลูกคู่นั้น คนหนึ่งเป็นภรรยาใหม่ของพ่อ เป็นแม่เลี้ยงของเธอ ส่วนอีกคนขืนแตะก็คงเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ไม่คุ้มที่จะแลกเลยสักนิด อย่างไรเสียลูกเลี้ยงจะมีค่าอะไรเท่าลูกแท้ๆ ล่ะ

                หญิงสาวขับรถมาที่ร้านอาหารย่านชานเมืองซึ่งไกลจากบ้านสวนพอสมควร วิภาดากับนภดลมาถึงร้านอาหารก่อนหน้าเธอไม่นานนัก อาหารที่สั่งไว้กำลังลำเลียงมาพอดี แต่ยังไม่ทันที่ปุริมานจะได้นั่งด้วยซ้ำ วิภาดาก็ยิงคำถามลืมหิวไปในทันที

                “เล่ามาให้หมดเลยยัยบัว ที่บริษัทสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง”

                “ก็อย่างที่เคยเล่าให้ฟังนั่นแหละยัยดาด้า วินิกานต์ได้ผู้ร่วมทุนจากเลเวีย กรุ๊ป โดยฉันกับตัวแทนจากเลเวียกรุ๊ปจะบริหารงานร่วมกัน”

                นภดลมีพ่อเป็นนักธุรกิจจึงพอรู้จักคนในวงการธุรกิจอยู่บ้าง พอได้ยินชื่อเลเวีย กรุ๊ป เขาก็แปลกใจอยู่เหมือนกันที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเลเวียมาสนใจวินิกานต์  วินิกานต์เป็นบริษัทที่ใหญ่การแทรกเข้ามาบริหารไม่ใช่เรื่องง่าย ซ้ำการเทคโอเวอร์น่าจะคุ้มกว่าการมาบริหารร่วม นับว่าปุริมานโชคดีอยู่ไม่น้อย

แต่หากคิดในแง่ร้ายว่าเลเวีย กรุ๊ป เสนอตัวเข้ามาแก้ปัญหาในตอนนี้เพื่อเทคโอเวอร์วินิกานต์ทีหลังล่ะ อืม มันจะเป็นไปได้หรือเปล่านะ

                “แล้วใครล่ะที่มาจากเลียเวีย กรุ๊ป” นภดลเลียบเคียงถามดู ภาวนาขออย่าให้เป็นลูกชายของบอสพีเป็นพอ ใครๆ ในวงการต่างรู้ดีว่าลูกชายของเพรสตันน่ากลัวขนาดไหน

                “คุณแพทริค”

                “ว่าไงนะ! ทำไมบัวไม่บอกดลก่อนหน้านี้”

                “นี่อย่าเวอร์นักเลยย่ะ ทำไมยัยบัวต้องบอกนายก่อนด้วย” วิภาดาตีแขนนภดลอย่างหมั่นไส้

                “นั่นสิ ทำไมหรือดล” เอ ชักสงสัย ทำไมใครๆ ได้ยินชื่อนี้เป็นต้องทำหน้าปวดหัวกันทุกคนก็ไม่รู้

                “ก็...นายแพทริคน่ะใครๆ ในวงการต่างขนานนามว่าเป็นแวมไพร์กระหายเงินทั้งนั้นน่ะสิ แถมบางข่าวยังบอกว่าเป็นเสือผู้หญิงอีกด้วย บัวต้องระวังตัวให้มากเลยนะ”

                “ดลพูดเหมือนพี่ปราณเลย  แต่เท่าที่บัวได้รู้จักไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลย ออกจะดุ แล้วก็น่ากลัวมากกว่าน่าเข้าใกล้ นึกไม่ออกเลยแฮะว่าเวลาเป็นเสือผู้หญิงท่าทางจะเป็นยังไง ส่วนเรื่องที่เขากระหายเงินก็ดีแล้วไง ถ้าเขาอยากได้เงินมากๆ ก็ต้องช่วยให้บริษัทของบัวกลับมาทำเงินได้ win-win ทั้งคู่”

                มันก็จริงของปุริมาน นภดลเสยกน้ำมาดื่ม มองหน้าเพื่อนทั้งสองคนที่จ้องเอาจ้องเอาก็เลยต้องพูดอะไรเสียหน่อย

                “อย่าประมาท ไม่อย่างนั้นข่าวไม่ออกมาแบบนั้นหรอกใช่ไหมดาด้า”

                “ก็น่าลองนะ ถ้าปราบเสือให้กลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ได้” วิภาดากลับตอบไปอีกเรื่อง

                “ยัยดาด้า!

นภดลถอนใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะห่วงปุริมานเรื่องไหนก่อนดี แต่ที่แน่ๆ เขาอยากบีบคอยัยเพื่อนอีกคนนี่นัก คิดถึงแต่เรื่องหนุ่มๆ สาวๆ อ่านนิยายมากไปหรือไง

                “จะเสียงดังทำไมยะนายดล กินๆ ไปเลยปากจะได้ไม่ว่าง”

                ทอดมันกุ้งชิ้นใหญ่กว่าปากถูกยัดเยียดใส่ปากคนพูดมาก ปุริมานหัวเราะชอบใจ สองคนนี้ไม่เคยพูดกันดีๆ เกิน 5 นาที ไม่จิกกัดกันก็หาอะไรใส่ปาก ไม่รู้เป็นเพื่อนกันมาตั้ง 4 ปีได้ยังไง

                “อย่าทะเลาะกันเลยน่า วันนี้บัวอยู่ได้ไม่ดึกหรอกนะ ต้องขับรถกลับบ้านสวน”

                “ไปค้างที่บ้านสวนเหรอบัว” วิภาดาถามอย่างตื่นเต้น เธอชอบบ้านสวนของเพื่อนมากกว่าบ้านของตัวเองเสียอีก ทั้งร่มรื่น สงบ แล้วก็อากาศบริสุทธิ์กว่าในเมือง

                “เปล่า บัวย้ายไปที่อยู่ที่บ้านสวนเลยต่างหาก”

                วิภาดาลกับนภดลมองหน้ากันก่อนจ้องเพื่อนสาวพลางยกนิ้วโป้งให้ ความที่เป็นเพื่อนกันมานานทำให้รู้นอกรู้ในเรื่องในบ้านของปุริมานไม่น้อย ลุ้นกันแทบตายตอนที่พ่อของปุริมานจากไปอย่างกะทันหันว่าเพื่อนรักจะไม่เหลืออะไรเพราะสมบัติตกเป็นของแม่เลี้ยงไปเสียหมด ที่ไหนได้ คนที่แทบไม่ได้อะไรกลับเป็นทางโน้นไปอย่างไม่น่าเชื่อ

                “ก้าวหน้ามากเพื่อนเรา วันหลังจะไปขอค้างด้วย นอนคุยกันเรื่องผู้หญิงๆ ดีปะ”

                “ได้สิ จะไปเมื่อไหร่ก็โทรมาบอกแล้วกัน”

                “ดลขอไปค้างด้วยได้หรือเปล่า” นภดลยิ้มประจบ

                “ได้ แต่ต้องนอนที่ใต้ถุนเรือนดีไหมบัว”

                “ก็ดีเหมือนกันนะ”

                สองสาวหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นคนยิ้มประจบหน้าคว่ำใส่ แต่ไม่วายบ่นเสียงออดอ้อน ถ้าแฟนคลับของนักร้องดังมาเห็นคนเสียเรตติ้งไปเยอะเชียว เอ หรือว่าเรตติ้งนักร้องขวัญใจแม่ยกทั้งไทยทั้งจีนจะยิ่งกระฉูดก็ไม่รู้

                “โธ่ บัวก็...ทำไมใจร้ายกับดลจัง”

                “ล้อเล่นจ้า ห้องหับเยอะแยะจะมาค้างก็บอกก่อน บัวจะได้ขอให้ป้าม่อมมาอยู่เป็นเพื่อน”

                นภดลยิ้มกว้าง แถมยังเผื่อแผ่ไปให้วิภาดา รายนี้รู้ทั้งรู้ว่าเขาคิดยังไงกับปุริมาน แต่ไม่เคยสนับสนุนนำพาสักที คอยแต่ตีกันท่าอยู่เรื่อย

                ปุริมานคุยกับเพื่อนอีกสักพักก็ขอตัวกลับบ้าน แปลกที่คราวนี้เธอรู้สึกว่าการกลับบ้านสวนไม่ใช่การพกความเศร้ากลับไปเพื่อให้ความทรงจำที่ดีช่วยฟื้นคืนความสุข แต่มันคือการกลับไปเติมเต็มความสุขที่แฝงด้วยการรอคอยที่ในหัวใจในส่วนที่ลึกที่สุดบอกเธอว่าอีกไม่นานการรอคอยจะจบลง

 

                “ทำไมน้องบัวไม่ปรึกษากับพี่ก่อน!

                ปุริมานคิดๆ อยู่เหมือนกันว่าปราณคงไม่พอใจหากรู้ว่าเธอได้ตกลงอะไรกับแพทริคไปแล้ว แต่ไม่คิดเลยจริงๆ นะว่าผู้ชายที่เรียบๆ นิ่งๆ เวลาโกรธจะน่ากลัวขนาดนี้ แล้วดูสิมองเธอเหมือนอยากจับมาฟาดไม้เรียวชะมัดเลย

“รู้ไหมว่าบัวไม่ควรไปไหนกับคุณแพทริคนอกจากเรื่องงานเท่านั้น”

คนถูกดุพยักหน้าหงึกๆ แต่ก็แอบแก้ตัวเสียงอุบอิบ “ก็ที่จะไปก็เป็นงานเหมือนกันนี่คะ” นึกไม่ออกว่าเธอทำผิดตรงไหนก็เพื่อบริษัททั้งนั้นนี่นา

ปราณยังทำหน้าบึ้งใส่ ถอดแว่นมาถือไว้อย่างให้รู้ว่าไม่พอใจมาก เขาไว้ใจและรู้เหตุผลของปุริมาน แต่คนที่ไม่น่าไว้ใจก็ผู้ร่วมทุนคนล่าสุดนั่นล่ะ

                “เถอะนะคะพี่ปราณ ไม่มีอะไรหรอก”

                “ถ้างั้นพี่จะไปรอรับน้องบัวกลับบ้านก็แล้วกัน” ถ้านัดเย็นนี้ของแม่ยกเลิกได้เขาคงทำไปแล้ว  “พูดตรงๆ นะพี่ไม่ไว้ใจคุณแพทริคเลย เวลามองบัวสายตาของเขาดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้”

                เธอควรได้ดีใจหรือเสียวสันหลังวาบดีเนี่ย ปุริมานหัวเราะเมื่อคิดว่าแพทริคจะมองเธออย่างไรไม่สำคัญหรอก ถ้าเขาใช่พี่เตเมื่อไหร่ทุกการกระทำของเขาจะสำคัญสำหรับเธอทันที

                “อย่าคิดมากเลยค่ะ สมภารที่ไหนจะมากินไก่วัด”

                น้องสาวกอดแขนพี่ชายบุญธรรมไว้แล้วลากมือหนามาเขียนอะไรเล่นๆ ที่กลางฝ่ามือ ปราณถอนใจเจอลูกอ้อนแบบนี้ใครจะโกรธลง

                “ไม่ต้องมาพูดเล่น วันนี้จะไปโรงงานก็รีบไปได้แล้ว เป็นผู้บริหารไปช้า...”

                “จะถูกตำหนิมากกว่าพนังงาน 10 เท่า บัวท่องจนขึ้นใจแล้วล่ะพี่ปราณ”

                ปุริมานยิ้มล้อๆ พลางก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของปราณ รับรองงานนี้ไม่มีการไปช้าให้เสียชื่อมาถึงพ่อได้เด็ดขาด พอเงยหน้ามอง พ่อแก่ก็ร่ำๆ อยากร้องไห้ขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ ถ้าพ่อยังมีชีวิตคงพูดเหมือนพี่ปราณ มองเธอแบบนี้ แล้วเชื่อมั่นในตัวเธอทั้งที่ไม่มีอะไรสักอย่างที่เชื่อมั่นได้เลย

 

                ปุริมานลงมาชั้นล่างซึ่งมีรถตู้ของบริษัทจอดรออยู่แล้วตามที่เลขาบอกไว้ มีพนักงานสองสามคนที่จะเดินทางไปที่โรงงานซึ่งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเหมือนกัน หญิงสาวยิ้มให้พนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานอีก 2 คนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถ เธอไม่ได้มาช้าจนใครๆ ต้องรอ แต่คราวหน้าเธอจะมาถึงเป็นคนแรก

                รถเคลื่อนจากออฟฟิศกลางกรุงไปยังถนนสายมอเตอร์เวย์ ในระหว่างนั้นปุริมานไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเสียเปล่า แฟ้มที่หยิบติดมือมาถูกเปิดและเธอก็เริ่มทำงานตั้งแต่นั้น เสียงพนักงานที่คุยกันเริ่มเงียบไป พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าบ้างก็นั่งทำงาน บ้างก็อ่านเอกสาร ไม่มีใครหลับสักคนทั้งที่ก่อนหน้านี้ที่เธอเคยมาฝึกงานและต้องเดินทางไปโรงงานอยู่บ่อยๆ ภาพที่เห็นจนชินตาก็คือพนักงานมักจะฆ่าเวลาในการเดินทางด้วยการหลับหรือไม่ก็หยิบโทรศัพท์มาใช้งาน การเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างนี้เองกระมัง

                ใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมงรถตู้ก็มาถึงโรงงานวินิกานต์ ธำรงซึ่งเป็นผู้จัดการโรงงานมารอรับปุริมานและพาเธอไปยังห้องทำงานทันที หญิงสาวหมายใจไว้ว่าหลังจากคุยกับดำรงเรียบร้อยแล้ว เธอจะไปส่วนของฝ่ายวิจัยและพัฒนาเพื่อตามงานที่ได้สั่งไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน

                ปุริมานถอนใจเซ็งๆ นิดหน่อยที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาทำงานไม่คืบหน้าถึงไหน ธำรงก็ดูอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดอะไรเช่นเดียวกับวิทยาซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่าย เอาล่ะการที่วินิกานต์เสียลูกค้าไปเป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้แล้ว แต่เธอยังต้องการรู้ถึงสาเหตุของปัญหาที่ลูกค้าพบหลังจากใช้สารเคมีจากวินิกานต์ สารเคมีในกลุ่มทินเนอร์ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์มักมีปัญหา Crater1 หรือหลุมสีซึ่งเกิดขึ้นในกระบวนการพ่นสีรถยนต์ ใช้ Anti carter2 ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งก็ไม่ผิดคาดนักเพราะ Anti crater มีหลายชนิด เหมือนใช้ยาไม่ถูกจะหายจากโรคร้ายก็คงยาก แต่สาเหตุของปัญหาเหล่านั้นยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

                เธออยากทำอะไรให้ได้มากกว่านี้ เสียดายที่เรียนมาด้านเคมี แต่ทุกอย่างก็ยากเมื่อมีการเล่นการเมืองกันภายในบริษัท หนึ่งในนั้นก็รวมถึงฝ่ายวิจัยและพัฒนาที่พนักงานเกินครึ่งเป็นคนของคุณอัศนัย ช่างน่าเบื่อมากเมื่อความเป็นไปในทางควรจะดีขึ้นของบริษัทถูกฉุดไว้เพราะคำสั่งของคนบางคน

                เฮ้อ...

ปุริมานเดินกลับมาที่ห้องทำงานตอนเกือบ 3 โมงเย็น อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถตู้ของบริษัทที่นั่งมาก็จะเดินทางกลับออฟฟิศที่กรุงเทพฯ แต่ว่าในทันทีที่เข้าไปในห้องทำงานเธอกลับพบใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะมาที่นี่กำลังเดินสวนออกมาพอดี เลยอดบ่นพึมในใจไม่ได้ว่า...จะมาเหมือนกันทำไมไม่บอก ร่างสูงหยุดครู่หนึ่งมองหน้าคนที่เผลอยิ้ม แต่แล้วก็เดินผ่านไปโดยไร้คำทักทาย หญิงสาวยู่หน้าใส่แผ่นหลังกว้างแล้วรีบไปเก็บของเตรียมตัวกลับบริษัท

ทว่าพอเปิดประตูออกมาคนที่นึกว่ากลับไปแล้วกลับมายืนรออยู่ด้วยใบหน้าไม่ได้ต่างจากเมื่อครู่นัก ปุริมานมองเฉย ไม่พูด ไม่ถาม รอฟังเพียงอย่างเดียว

                “กลับด้วยกันไหมครับคุณปุริมาน” แพทริคถามน้ำเสียงเข้มเกือบจะห้วน

                “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันกลับพร้อมกับรถของบริษัทดีกว่า” เธอบอกพอเห็นหน้าคนมีน้ำใจเลยต้องบอกต่อไปอีกนิดเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจกันว่า  “ฉันเกรงใจน่ะค่ะ”

                “เชิญครับ ถ้าไม่เต็มใจผมคงไม่เอ่ยปาก”

                “ฉันขอยืนยันค่ะ ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะคะ” เธอบอกพลางเดินนำหน้าเขาไป แต่ก็ได้ยินเสียงว่าเขาเดินตามมาจนเข้ามาในลิฟต์ด้วยกัน

                เงียบ...

ปุริมานลอบถอนใจเสียงเบา ถ้าเขาเป็นพี่เตเธอคงไม่อึดอัดอย่างนี้หรือเปล่านะ การะเต รัตนวงศ์ กับ แพทริค มอสโควิตซ์ ถึงจะมีชื่อและนามสกุลไม่ได้มีความคล้ายคลึงกันแม้แต่น้อย แต่รูปลักษณ์ที่เลือนรางแต่ติดตรึงในความทรงจำกลับบอกว่าสองคนนี้ช่างเหมือนกัน แต่กลับต่างกันไปหมดทั้งสภาวะแวดล้อม ฐานะและลักษณะนิสัยเท่าที่เห็น

                แพทริคมองใบหน้าของปุริมานที่จ้องมองเขาโดยผ่านกระจกในลิฟต์ คิ้วเรียวขมวดมุ่นราวกับพบความยุ่งยากบางอย่างที่มาจากใบหน้าของเขา เรียวปากหนากดยิ้มที่มุมปากจงใจให้เธอเห็น หญิงสาวสะดุ้งน้อยๆ พลางเสมองไปทางอื่นซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรในเมื่อลิฟต์ก็ไม่ได้กว้างพอจะซ่อนตัวได้

                “คุณเตรียมตัวพร้อมสำหรับงานคืนนี้แล้วหรือยัง”

                “เอ่อ...”

                ลิฟต์เปิดพอดี ปุริมานดีใจไม่ถึงเสี้ยววินาทีที่ไม่ต้องตอบคำถามนั้น ถ้าตอบว่ายังไม่ได้เตรียมอะไรทั้งนั้นกะว่าเดี๋ยวโทรหาวิภาดาก็คงหมดเรื่องแล้ว มือหนาคว้าข้อมือของเธอไว้พลางเดินนำออกไปจากลิฟต์จะยึดยื้อกระชากแขนก็ไม่สะดวกเพราะมีพนักงานอออยู่หน้าลิฟต์ หญิงสาวจำเป็นต้องเดินตามแรงดึงของร่างสูงไปยังรถที่จอดรออยู่หน้าตึก

                “ขึ้นรถ ผมต้องการผู้บริหารที่ดูน่าเชื่อถือในงานเย็นนี้ ไม่ใช่เด็กสาวๆ สักคน” แพทริคบอกพร้อมกับเปิดประตูรถให้               

“คะ...” เธอแปลคำพูดยาวๆ ของเขาผิดหรือเขาพูดผิด

                “ผมบอกให้ขึ้นรถ ทำไมต้องให้พูดอะไรซ้ำๆ ด้วย”

ปุริมานกะพริบตาปริบๆ เธอคงแปลไม่ผิด หญิงสาวมองคนหน้าเรียบเฉยอย่างไม่เข้าใจนักว่านี่คือสาเหตุของความหงุดหงิดที่แทรกมาในน้ำเสียงของเขาหรือเปล่า เรื่องการแต่งตัวของเธอเนี่ยนะ หญิงสาวมองไปรอบกายก็เห็นพนักงานเริ่มหันมามอง ส่วนหนึ่ง ไม่สิ ส่วนใหญ่คงมองแพทริคที่ดันหล่อลากไส้ แล้วตอนนี้มีเธอเข้ามาเอี่ยว

เฮ้อ...เป็นรอบที่ร้อยของวัน

ร่างเพรียวจำใจเข้าไปนั่งในรถ ในฐานะหุ้นส่วนเราไม่ควรมีเรื่องให้บาดหมางต่อกัน แต่ในฐานะคนที่ อาจจะรู้จักกันมาก่อน ถ้าเขายอมรับ ถ้าทำได้เธออยากจะนั่งกอดอกทำหน้าเชิดใส่เสียให้คนเอาแต่ใจต้องเป็นฝ่ายง้อ ทว่าใครจะกล้าไปอย่างนั้นกัน แล้วที่เร่งยิกๆ เนี่ยทำไมไม่ออกรถเสียที

                “ออกรถสิคะ”

                ถ้าเธอจะเข้าข้างตัวเองว่าเห็นความไม่คาดฝันจากดวงตาสีฟ้าคู่นั้นได้ไหมนะ แพทริคสตาร์ตรถกำลังจะปลดเบรกมือแต่แล้วก็เปลี่ยนใจหันมาบอกคนที่นั่งตัวตรงหน้าเชิด

                “รัดเข็มขัดด้วยครับ”

                ปุริมานแอบยิ้มแกมหัวเราะในลำคอที่แพทริคอุตส่าห์สังเกตในเรื่องที่เธอกลับลืม ว่าแต่การที่เขามาบังคับให้เธอนั่งรถกลับกรุงเทพฯ ด้วยกันจะช่วยให้เธอไปงานคืนนี้ได้สมฐานะผู้บริหารของวินิกานต์ได้ยังไง

 

               

อธิบาย

Crater1 คือ ลักษณะของสีหลังพ่นบนวัสดุเรียบแล้วเกิดความไม่สม่ำเสมอ (Uniform Surface)  เป็นหลุม ซึ่งมีสาเหตุมาจากแรงตึงผิว(Surface Tension) ไม่เท่ากัน

Anti crater2  คือ สารเคมีที่เป็นสารผสมมีคุณสมบัติช่วยให้เกิดการรวมตัวของสารเคมีที่ไม่เข้ากัน ให้เข้ากันได้และละลายกันได้ดีขึ้น

 

แล้วจะมา up ตอนต่อไปค่ะ เรื่องนี้มีศัพท์ทางเคมีพอสมควรนะคะ อาจจะแทรกสาระนิดหน่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ

             อัมราน^^

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1233 , โพส : 7 , Rating : 100% / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 7 : ความคิดเห็นที่ 35
เมื่อความสนุกมาพร้อมกับความน่าสงสัยในความเปลี่ยนแปลงของพ่เต  อยากรู้ .................เพาะอะไร
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.130.12 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2555 / 18:13
# 6 : ความคิดเห็นที่ 31
พี่เตเข้าใจหนูบัวผิดเรื่องอะไรหรือเปล่า
Name : ขอให้สมปรารถนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอให้สมปรารถนา [ IP : 110.169.209.208 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กันยายน 2555 / 10:29
# 5 : ความคิดเห็นที่ 30
มาเอาใจช่วยหนูบัวค่ะ รออ่านต่อนะคะ 
Name : น้ำทะเลสีฟ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้ำทะเลสีฟ้า [ IP : 125.26.140.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กันยายน 2555 / 17:25
# 4 : ความคิดเห็นที่ 29
หาคู่ให้พี่ปราณด้วยนะคะ ชอบพี่ปราณอ่ะ(ผู้ช่วยนางเอกตัวจริง)
Name : tawan [ IP : 223.204.14.10 ]

วันที่: 10 กันยายน 2555 / 13:23
# 3 : ความคิดเห็นที่ 28
ดีค่ะเรื่องนี้สนุกไปอีกแบบนะค่ะทำไมพี่เตเป็นแบบนั้นรอลุ้นนะค่ะ
Name : weelyone < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ weelyone [ IP : 171.4.91.8 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กันยายน 2555 / 17:25
# 2 : ความคิดเห็นที่ 27
พี่เตแค้นหนูบัวเรื่องอะไรละนี้
Name : ถักผมเปีย [ IP : 27.55.13.95 ]

วันที่: 7 กันยายน 2555 / 23:12
# 1 : ความคิดเห็นที่ 26
ส่งใจมาช่วยหนูบัว สู้ สู้ จ้า
Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.225.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กันยายน 2555 / 13:23
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android