คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10...100%


     อัพเดท 8 ต.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 5 Overall : 17,863
168 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 72 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1817 , โพส : 11 , Rating : 100% / 17 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ตอนที่ 10

 

                ราศีเพิ่งกลับมาถึงบ้านกำลังเดินไปชั้นสองของบ้านก็พอดีเห็นรถคันหรูขับเข้ามา โดยมีรสิกานั่งมาด้านหลังคนขับก็นึกแปลกใจแต่ก็ไม่เดินลงไป แต่ไปรอลูกสาวที่ห้องแทน ไม่ถึง 5 นาทีลูกสาวก็เดินมาถึงห้องนอน ผู้เป็นแม่ไม่รอช้ารีบถามเผื่อว่าที่คิดๆ ไว้จะเป็นจริงขึ้นมา

                “รถของโรสหายไปไหน แล้วนั่นรถของใคร” ราศีจำได้ว่าอัศนัยไม่ได้มีรถยี่ห้อนี่ เจ้าของรถน่าจะพิเศษกว่านั้นแน่นอน ไม่อย่างนั้นมีหรือรสิกาจะยอมนั่งมา

                “รถของคุณแพทริคค่ะ” รสิกาตอบเสียงเนือยๆ พลางนั่งลงทำหน้าเซ็งๆ

                ราศีตบมือยิ้มพราวไม่นึกว่าทุกอย่างจะไปได้สวยขนาดนี้

“คุณแพทริคมาส่งลูกหรือโรส แหมแค่วันแรก ลูกของแม่นี่เสน่ห์ไม่เบาจริงๆ”

                “ใครว่าล่ะคะ คนขับน่ะเลขาของเขาต่างหากล่ะคะ บื้อชะมัด” หมอนใกล้มือถูกขว้างออกไปจากคนที่ควรดีใจ รสิกาก็อยากให้เป็นอย่างที่แม่และเธอหวัง แต่นี่อะไร น่าโมโหที่สุดเลย

                ราศีเลยดีใจเก้อ แต่คนอย่างนางถ้าไม่แน่จริงมีหรือจะได้เป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้ เป็นภรรยาของกานต์  กานต์กิจติยาที่ใครต่อใครบอกว่ารักภรรยานักหนา สุดท้ายก็แต่งงานใหม่กับแม่หม้ายลูกติดจนได้

                “อย่าเพิ่งยอมแพ้สิลูก เราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง”

                รสิกาถอนใจแต่ก็เชื่อแม่ วันนี้เป็นแค่วันแรก คนอย่างแพทริคถ้าได้มาง่ายๆ เธอจะเหยียบปุริมานให้จมดินด้วยความสะใจได้ยังไงล่ะ ถ้าเขายากกับเธอมีหรือจะง่ายกับคนอื่น วันต่อๆ ไปเธอจะต้องทำให้เขาหันมาสนใจจนแทบคลั่งเหมือนกับที่เอกภพเคยสลัดปุริมานทิ้งแล้วมาเป็นคนรักของเธอให้ได้

 

ปุริมานกำลังขับรถกลับบ้านในเวลาที่เลยเวลาเลิกงานไปเกือบชั่วโมงพร้อมกับผู้โดยสารที่เธอเหล่มองมาเป็นนานสองนาน ตอนเย็นเธอเดินมาที่รถก็เห็นร่างสูงที่ถอดสูทสีเทาอ่อนออกมาใช้นิ้วเกี่ยวไว้ยืนแกล่วอยู่ที่รถของเธอ ทั้งที่เขาน่าจะกลับไปตั้งนานแล้วหรือไม่ก็ยังต้อนรับลูกค้ากับคุณอัศนัย อีกทั้งคำแรกที่เขาเอ่ยกลับน่าขัน

...ขอกลับด้วยคนนะหนูบัว พี่ไม่มีรถขับ

คนอย่างแพทริค มอสโควิตซ์ เนี่ยนะไม่มีรถขับ แล้วเมื่อเช้ารถตั้ง 2 คันเอาไปไว้ไหนหมด อยากถาม แต่พอปลดล็อคการะเตก็เสนอตัวเองเข้ามานั่งในรถเองเสร็จสรรพ ทั้งที่ยังไม่ได้อนุญาตสักหน่อย

“ไม่ต้องมองมาแบบนั้นก็ได้ แค่ขอกลับบ้านด้วย เบาะก็ว่างอีกตั้งหลายที่ไม่ใช่หรือหนูบัว”

                “บัวยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ”

                การะเตเหล่กลับแบบที่ปุริมานทำไปเมื่อครู่ ถ้าลืมๆ เรื่องที่หญิงสาวทำไว้กับเขา การที่ได้กลับมาพูดคุยต่อปากต่อคำกันเหมือนก่อนก็ทำให้เขาเบิกบานใจไม่น้อย

                “ก็นั่นแหละ แค่มองมาก็เหมือนพูดแล้ว”

                “แล้วรถพี่เตไปไหนล่ะคะ” ขอถามหน่อยเถอะ ถ้าไม่ตอบจะไล่ลง เอ ตัวใหญ่ๆ แบบนี้ถ้าไม่ยอมลงจากรถเองเธอจะไปทำอะไรได้

                “ให้แกริคขับ” ชายหนุ่มตอบสั้น

เรื่องอะไรจะบอกว่าเขาให้แกริคขับรถของเขาไปส่งรสิกาที่บ้าน ส่วนตัวเขาก็นั่งรถแท็กซี่กลับมาบริษัทเพื่ออาศัยรถของหุ้นส่วนกลับบ้านอีกที

                “แล้วนี่จะกลับบ้านเลยไหมคะจะได้ไปหา...แฟน” ปุริมายเอ่ย อดเหล่คนพาแฟนมาฝากไม่ได้ ดูสิ พอเอ่ยถึงแฟนก็ยิ้มได้ขึ้นมาเชียว

หงุดหงิด...ชะมัด

ทำไมพี่เตต้องมีแฟนแล้วด้วยเนี่ย เฮ้อ แล้วเธอจะไปคิดให้ได้อะไรขึ้นมา ทำงานจนหัวแน่นเอี้ยดไปด้วยงานแล้วยังไม่วายหาเรื่องมาใส่หัวอีก

                “แฟน...อืม ใบหน้าคร้ามพยักหงึกๆ ไม่นึกว่าอะไรๆ จะเป็นไปอย่างที่คิด ปุริมานยังเหมือนเดิมในบางเรื่องจริงๆ

กลับบ้านเลยก็ดีเหมือนกัน ป่านนี้ไม่รู้เซียเป็นยังไงบ้าง ยุ่งทั้งวันไม่ได้โทรหาเลย”

                “ถ้าแฟนทิ้งจะสมน้ำหน้าให้” ปุริมานหมั่นเขี้ยวอยากจิกกัด จะทำไมล่ะ คนไม่สนใจแฟน สมควรถูกแฟนทิ้ง

                การะเตยักไหล่พลางส่ายหน้า “แพทริเซียไม่มีวันทิ้งพี่หรอกน่า หนูบัวไม่ต้องห่วง พี่เองก็ไม่มีวันทิ้งแพทริเซียได้เหมือนกัน คนเราถ้าปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่มอบให้กันก็ไม่ควรนึกถึงกันอีก จริงไหมหนูบัว”

                ปุริมานฟังแล้วเหมือนการะเตพูดอะไรขัดแย้งกันเองหรือเปล่า นี่เขาพูดถึงแพทริเซียหรือว่าใครกันแน่ แล้วอยู่ๆ กลับย้อนมาถามเธอ เธอหูเพี้ยนหรือภาษาไทยของการะเตอ่อนแอกันแน่เนี่ย พอเฉยๆ ไม่ตอบก็ถูกจ้อง โอเค ตอบให้ฟังก็ได้

                “ไม่ทราบค่ะเพราะบัวเคยแต่ถูกปฏิเสธ”

                การะเตถอนใจยกมือขึ้นมานั่งกอดอก ไม่นานนักก็หลับตาไม่พูดอะไรกวนปุริมานอีก หญิงสาวมองผู้โดยสารอย่างไม่เข้าใจนัก เมื่อครู่เธอพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ

 

                รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่เนื่องจากไม่ใช่สุดสัปดาห์ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงรถของปุริมานก็แล่นมาถึงบ้านสวน หญิงสาวหักพวงมาลัยเข้าไปจอดหน้าบ้าน พอจะหันไปปลุกคนที่หลับตาเหมือนหลับมาตลอดทางกลับลืมตาขึ้นมาเอง ไร้ความง่วงงุนในดวงตาคู่นั้น

เอ...ไม่ได้หลับหรอกหรือ  

ขอบใจนะ การะเตเอ่ยก่อนจะเปิดประตูเดินลงไปจากรถกำลังจะบ่ายหน้าไปยังทางเชื่อมของสองบ้านก็ชะงักเท้าเสียก่อนเมื่อเห็น แฟนนั่งหน้าแฉล้มอยู่ที่เก้าอี้หวาย โดยมีป้าม่อมกำลังลอกสายบัวอยู่ใกล้ๆ  

                “อ้าว...”

                ปุริมานหัวเราะคิกเมื่อเห็นแพทริเซียในตอนนี้ การะเตก็เหมือนกัน มองแฟนตาค้างเชียว ป้าม่อมยิ้มให้หนุ่มสาวที่เพิ่งกลับมาพลางพยักพเยิดไปยังสาวผมบลอนด์ที่ป่านนี้ยังอยู่ที่นี่

                “ให้กลับไปนอนบ้านโน่นก็ไม่ไปค่ะ บอกว่าอยากอยู่ที่นี่ก็เลยต้องเลยตามเลย”

                “แพทกลับมาแล้วเหรอ” แพทริเซียทักทายเสียงใส ผมหยักศกถูกมักไว้ลวกๆ ต่างจากมาดผู้หญิงสวยเฉี่ยวเมื่อเช้าลิบลับ

ปุริมานอดนึกชมในใจไม่ได้ว่าขนาดไม่แต่งหน้า ทำผมง่ายๆ แพทริเซียก็ยังสวยจับใจ

การะเตไม่อยากเชื่อ ปกติแล้วแพทริเซียน่ะเป็นคนประณีตเรื่องการแต่งตัว ถึงจะไม่ใช้แบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ก็ไม่บ้านๆ ขนาดใส่เสื้อคอกระเช้ากับผ้าถุง

                “นี่มาป่วนอะไรป้าม่อมฮึเซีย แล้วไปเอาเสื้อผ้าใครมาใส่” เขาถามเป็นภาษาอังกฤษเพราะแพทริเซียเข้าใจภาษาไทยแค่บ้างคำ แล้วบางคำที่เข้าใจก็มาจากเขานั่นแหละ

                 “ก็ป้าม่อมไง ใส่สบายดีออก”

                “ขอโทษนะครับป้าม่อมที่แพทริเซียมากวนทั้งวัน”

การะเตยกมือไหว้ป้าม่อมด้วยความเกรงใจ ดูเถอะ เขาก็ดันคิดว่านั่งเครื่องบินมาตั้งหลายชั่วโมง แพทริเซียน่าจะเพลียจนหลับทั้งวัน ที่ไหนได้มากวนคนแก่ทั้งวันสิไม่ว่า

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณเต หนูเซียไม่ได้กวนอะไรป้าเลย แถมยังช่วยเด็ดผักทำกับข้าว ห้ามก็ไม่ฟัง ขยันจริงๆ เลย”

                “ไปเซียกลับบ้าน”

                “ไปอยู่กับแพทแค่สองคนน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก อยู่กับป้าม่อมดีกว่า” ไม่พูดเปล่า แพทริเซียยังยื่นแขนไปกอดเอวคนแก่อีกด้วย

                การะเตพอจะเข้าใจ แพทริเซียอยู่กับพี่เลี้ยงมาตลอดหลังจากแม่จากไปตั้งแต่อายุ 15 ไม่รู้จะอ้อนใครพอเจอป้าม่อมที่น่ารักน่ากอดเข้าก็เลยอยากอยู่ใกล้ๆ

                “ว่าไงหนูบัว?” ชายหนุ่มหันไปถามเจ้าของบ้าน

                “แล้วแต่ป้าม่อมค่ะ”

                “ป้ายังไงก็ได้ค่ะ”

                ง่ายดีจริง ทุกคนไม่เรื่องมากอะไร การะเตชอบนิสัยคนไทยก็ตรงนี้ ใจดี เรียบง่าย

                “ถ้างั้นก็ตามใจ แต่คืนนี้มีห้องให้นอนหรือเปล่า ถามเจ้าของบ้านแล้วหรือยัง”

                “เอ ยังไม่ได้เปิดห้องเข้าไปทำความสะอาดเลยค่ะ” ป้าม่อมชักกังวลแทน

แพทริเซียฟังป้าม่อมไม่ออกเลยมองคนโน้นคนนี้ไป คงต้องรอใครสักคนพูดภาษาอังกฤษให้เข้าใจ แต่ลุ้นหน่อยๆ ที่เธอไม่ทันได้คิดเรื่องที่หลับที่นอน ทำไปทำมาจะกลายเป็นสร้างปัญหาให้คนบ้านนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้

                ปุริมานเห็นว่าตอนนี้ก็เย็นใกล้จะมืดเต็มที ถ้าต้องเปิดห้องมาทำความสะอาดคงยุ่งยากเกินไปจึงเสนอว่า

                “ถ้างั้นก็นอนกับบัวก็ได้ค่ะป้าม่อม ง่ายดี เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน คุณแพทริเซียโอเคไหมคะ” ปุริมานบอกป้าม่อม ก่อนหันไปแปลเป็นภาษาอังกฤษให้แพทริเซียฟัง รายนั้นยิ้มร่าดีดนิ่วเปาะทันที

                “เยี่ยมเลย คืนนี้แพทก็นอนคนเดียวไปนะ”

                “พูดซะ... การะเตอยากยกมะเหงกไปเขกหัวคนพูดไม่คิด พูดอย่างกับเขากับแพทริเซียนอนด้วยกันทุกคืนอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็เปลี่ยนใจไม่แก้คำ  “อย่ากวนเจ้าของบ้านมากนักล่ะ เดี๋ยวโดนไล่กลับไม่รู้ด้วย”

                “รับรอง” แพทริเซียรับปากแข็งขัน “อ้อ นึกได้พอดี เดี๋ยวแพทคุยกับเซียหน่อยสิ แด๊ดของแพทฝากข่าวมาให้เซียมาบอก”

                “ขอตัวสักครู่นะครับทุกคน”

                การะเตเดินนำแพทริเซียไปคุยกันหน้าบ้าน เขารู้น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ ไม่อย่างนั้นเพรสตันคงโทรมาแล้ว หลายครั้งที่ถูกดักฟังทางโทรศัพท์ทำให้การสื่อสารง่ายๆ กลายเป็นยาก การทำธุรกิจต่อให้ซื่อตรงขนาดไหนก็ไม่พ้นถูกลอบกัด ทั้งญาติตัวเองและคู่แข่ง คราวนี้ใครล่ะที่จะก่อเรื่อง

                “อ่ะ มีอะไรว่ามา”

                “แดนเนียลเดินทางมาเมืองไทยพร้อมกับเบลินดา แด๊ดบอกให้แพทระวังตัวห้ามยกเลิกบอดี้การ์ดอีก คราวนี้ซีเรียส” แพทริเซียเสริมตรงซีเรียสให้เพรสตันเผื่อว่าแพทริคจะห่วงตัวเองบ้าง ไม่ใช่ห่วงแต่คนอื่น แต่ทีตัวเองล่ะยังไงก็ได้

                การะเตถอนใจ  แดนเนียลน่ะเขาไม่อยากยุ่ง ถ้าฝ่ายนั้นไม่มายุ่งกับเขาก่อน อย่างไรเสียก็ลูกชายอีกคนของพ่อ แม้จะเป็นลูกบุญธรรมก็ตาม เรื่องราวระหว่างเขากับเจ้านั่นมีมากมายหลายเรื่อง แทบจะฆ่ากันตายก็มี คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ

                “แดนเนียลมันมาทำไม เซียรู้รึเปล่า”

                “ไม่รู้สิ แต่ถ้าให้เดาก็คงมาป่วน แต่ถ้าแย่กว่านั้นหน่อยก็คงมาเช็คบิลแพทละมั้ง สงสัยว่าคงเพิ่งรู้เรื่องที่แด๊ดของแพทโอนหุ้นให้แพททั้งหมดแล้ว รวมๆ กับยัยเบลินดาดันไปประกาศกับนักข่าวว่ายังรักแพทอยู่ แดนเนียลมันคงโมโหทั้งแฟน ทั้งแพทชัวร์”

                การะเตนึกว่าจบเรื่องบ้าๆ นี่ไปแล้วเสียอีก แล้วพ่อของเขาทำไมชอบทำอะไรตอนที่เขาไม่รู้อีกแล้ว บอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าให้ประวิงเวลาเรื่องโอนหุ้นไว้ก่อน เขายังไม่อยากรับมือหลายด้าน แล้วเบลินดาอีกรู้ทั้งรู้ว่าแดนเนียลเวลาหึงแล้วอย่างกับคนบ้าก็ยังไปยั่วให้โกรธอีก

                “ขอบใจที่มาบอก เอาไว้พรุ่งนี้จะสั่งให้บอดี้การ์ดมาทำงานเหมือนเดิม” เขาบอก ไม่เกินคืนนี้เพรสตันคงได้รู้ข่าวจากแพทริเซีย

                “ว่าแต่...” ตัวป่วนหรี่ตามองการะเต

                “มีอะไรอีก?” การะเตถามไม่ชอบสายแบบนี้ของแพทริเซียเลยจริงๆ

                สาวผมบลอนด์ยื่นหน้ามาใกล้ทำเสียงกระซิบกระซาบ “คนนี้ใช่ไหม ป้อปปี้เลิฟของแพท คนที่ทำให้แพทจะเป็นจะตาย”

                การะเตใช้นิ้วจิ้มหน้าผากยัยคนรู้มาก อายุห่างกันไม่กี่ปี แต่ชอบทำตัวเป็นเด็กอยู่เรื่อย

                “ยุ่งน่ากลับบ้านไปได้แล้ว”

                แพทริเซียยิ้มกริ่ม ถึงแพทริคไม่ตอบก็รู้ได้ชัดๆ ว่าใช่ งานนี้เข้าทางล่ะ

                “ไม่บอกก็ไม่เห็นสน คืนนี้จะถามป้อปปี้เลิฟของแพทก็ได้”

                “แพทริเซีย!” การะเตเหลืออดเรียกชื่อตัวป่วนลั่น คนในบ้านมองมาก่อนจะหันกลับไป

                แพทริเซียหัวเราะชอบใจ การะเตส่ายหน้าเพราะคู่หมั้นของแพทริเซียก็เพื่อนเขานั่นแหละ ไม่รู้เจ้าจัสตินคิดยังไงมาหลงรักลูกพี่ลูกน้องอายุไล่เลี่ยกับเขาจนกระทั่งหมั้นหมายใกล้แต่งงาน แต่ว่าที่เจ้าสาวนี่สิเฮี้ยวอย่าบอกใคร จัสตินมันไปทำอะไรเข้าไม่รู้ถึงได้งอนยาวจนบินมาหาเขา แล้วนี่ยังมาป่วนเขาอีก ถ้าไม่เห็นว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเขาอยากจะเตะโด่งแพทริเซียให้กลับไปอยู่กับจัสตินเสียเดี๋ยวนี้เลย

 

การะเตไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ปุริมานกับแพทริเซียเข้ากันได้ดี แถมยังเรียกชื่อเล่นกันดูสบายๆ ไม่เป็นทางการอย่างในตอนแรก ปุริมานก็ถูกใจเพื่อนใหม่ไม่น้อย แพทริเซียเป็นคนคุยง่าย สนุกสนาน เข้ากับทุกคนได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะกับป้าม่อม ขนาดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องนะนี่

                ลุงแสงช่วยย้ายกระเป๋าเดินทางของแพทริเซียมาไว้ที่บ้านอีกหลังให้ การะเตไม่ต้องแนะนำให้รู้จักก็รู้แล้วว่าผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงแพทริเซียรู้จักทุกคนจนครบหมดแล้ว พอเจ้าของบ้านเอ่ยขอตัวขึ้นห้องไปแล้ว เพื่อนบ้านก็เลยขอตัวกลับบ้านบ้างทั้งที่ได้พูดกันไม่เกิน 3 ประโยคด้วยซ้ำ  แต่ไม่วายทิ้งสายตาปรามลูกพี่ลูกน้องที่ทำหน้าเป็นใส่เขาจนน่าเขกหัวสักที

                แพทริเซียอาบน้ำเสร็จแล้วก็เข้ามาในห้องนอนของปุริมาน เรียวปากซีดเพราะไม่ได้ทาลิปติกยิ้มพราวพอมองชุดนอนที่ตัวเองใส่ก็ดูเซ็กซี่นิดๆ ไปเลยเมื่อเทียบกับชุดนอนลายการ์ตูนวอลต์ ดีสนีย์ของเพื่อนใหม่ เท่าที่รู้เธอน่าจะอายุมากกว่าป้อปปี้เลิฟของแพทริคอยู่ 2 ปี แต่ช่างแตกต่างกันอย่างกับห่างกันหลายปี ตอนใส่ชุดทำงานทะมัดทะแมงก็ดูเป็นผู้ใหญ่ดีหรอก ตอนนี้นี่สิอย่างกับเด็ก เอ หรือว่าแพทริคจะเลี้ยงต้อย รายนั้นเพิ่ง 30 รายนี้คงไม่เกิน 24 ละมั้ง

                “เดี๋ยวบัวนอนบนเตียง แล้วเซียนอนที่โซฟาตัวนั้นก็ได้นะ” แพทริเวียเสนออย่างเกรงใจ

                ปุริมานห่อปากยิ้มเกรงใจพอกัน “ไม่เป็นไรค่ะ เซียนอนที่เตียงแล้วบัวไปนอนที่โซฟาดีกว่า”

                อุ้ย! แพทริเซียอุทานในใจ เธอก็ดันลืมไปว่าคนไทยเป็นคนมีน้ำใจแล้วยังขี้เกรงใจอีกต่างหาก แล้วเธอจะยอมให้เจ้าของห้องไปนอนโซฟาได้ยังไง

                “ว้า...งั้นนอนบนเตียงด้วยกันดีกว่า หรือไม่อย่างนั้นเซียกลับไปนอนบ้านโน้นดีไหม บัวจะได้ไม่ลำบาก”

                “ไม่ลำบากหรอกค่ะ นอนด้วยกันก็ดีเหมือนกัน เตียงตั้งกว้าง นอนสองคนได้สบายอยู่แล้วค่ะ แต่เซียสิคะนอนได้จริงๆ นะ” ปุริมานอยากเขกหัวตัวเองเสียจริง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมไม่คิดได้ตั้งแต่แรกก็ไม่รู้

                แพทริเซียพยักหน้าเห็นด้วยทันทีพลางกระโจนขึ้นมานั่งข้างปุริมานก่อนจะเขยิบไปนอนอีกฝั่ง เว้นที่ว่างตรงกลางไว้เผื่อเจ้าของเตียงจะเกรงใจจนไปนอนเสียริมเตียง

                “สบายมาก เซียชอบไปเที่ยวภูเขาต้องนอนในเต็นท์อยู่บ่อยๆ ไม่มีปัญหา หายห่วง”

                ปุริมายยิ้มชอบใจเพราะคำว่า หายห่วงที่เพื่อนใหม่พูดเป็นภาษาไทย ไม่ต้องเดาให้เหนื่อยก็รู้ได้ว่าใครสอน หญิงสาวเห็นแพทริเซียเริ่มหาวก็เลยลุกไปปิดไป สงสัยเพิ่งมีอาการง่วงเพลียกระมัง

                “ป่านนี้แพทคงนั่งทำงานอยู่ละมั้ง บัวว่าไหม” เพื่อนใหม่เอ่ยเสียงยังใสอยู่

                “คงจะเป็นอย่างนั้นมั้งคะ”

ปุริมานก็ไม่รู้เหมือนกัน การะเตไม่เคยเล่ามาในจดหมายเลยว่าเป็นอยู่ยังไง ครอบครัวใหม่ดีกับเขาหรือเปล่า มีแต่เล่าเรื่องที่ได้พบหรือไม่ก็ถามเรื่องราวทางบ้านของเธอ แน่ล่ะ เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าชีวิตเธอรันทดเหมือนอยู่ในพายุใต้ฝุ่นขนาดไหนกับการต้องปรับตัวที่ต้องมีแม่เลี้ยงอย่างคุณราศี ตอนนี้เท่าที่เห็นการะเตดูเป็นคนบ้างานอยู่เหมือนกัน อดไม่ได้ที่จะถามต่อไปอีกนิด

                “ตอนอยู่ที่อเมริกาเขาบ้างานมากไหมคะ”

                “มาก...สุดๆ เลยล่ะ ลุงเพรสตันถึงได้วางใจแพทที่สุด มากกว่าแดนเนียล” แพทริเซียเบ้ปากเมื่อเอ่ยชื่อพี่ชายบุญธรรมของลูกพี่ลูกน้อง

                “ถามได้ไหมคะว่าใครคือแดนเนียล” ปุริมานถามเริ่มอยากรู้ชีวิตอีกโลกหนึ่งของการะเตขึ้นมาแล้วสิ

                “ได้สิ แดนเนียลเป็นพี่ชายบุญธรรมของแพท ลูกชายอีกคนของลุงเพรสตัน สองคนนี้ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ แพทไม่ได้เล่าให้บัวฟังบ้างเลยหรือเนี่ย”

                “เปล่าค่ะ ไม่เคยเล่า”

                แพทริเซียพยักหน้าหงึกๆ ถ้าเธอเป็นแพทริคก็คงไม่เล่าเหมือนกันเพราะแต่ละเรื่องที่แดนเนียลทำล้วนแล้วแต่งามๆ ทั้งนั้น ก่อเรื่องจนเกิดความเสียหายต่อเลเวีย กรุ๊ปอยู่หลายครั้ง อีกทั้งภาพลักษณ์ผู้บริหารจอมหาเรื่อง จนนักข่าวบางคนตั้งฉายาให้ฟรีๆ ว่า แกะดำแห่งเลเวีย สร้างข่าวแต่ละอย่างไม่ได้ส่งเสริมบริษัทของเพรสตันเลย เมื่อเดือนก่อนก็เพิ่งซิ่งรถชนคนจนเกือบตาย แถมเมื่อสัปดาห์ก่อนก็เพิ่งไปก่อเรื่องชักปืนใส่ในผับดัง ถ้าเพรสตันไม่ปิดข่าวให้คงฉาวโฉ่กันหมด

เฮ้อ นึกถึงรายนี้ทีไรปวดหัวทุกที เปลี่ยนเรื่องดีกว่ามั้ง

                “เซียขอทายนะ บัวใช่เจ้าของจดหมายที่ส่งให้แพททุกๆ เดือนหรือเปล่า” นี่แค่ถามให้แน่ใจเพราะจริงๆ น่ะเธอเคยเห็นรูปของปุริมานในห้องนอนของแพทริคด้วยซ้ำ

                ปุริมานเริ่มไม่สบายใจ แพทริเซียถามแบบนี้ก็เพราะเริ่มสงสัยเธอหรือเปล่านะ แต่จะบอกว่าใช่ หรือไม่ใช่ก็ไม่ดีอีก ช่างเถอะ อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด บริสุทธิ์ใจเสียอย่าง คนมีเจ้าของแล้ว เธอไม่มีวันทำเรื่องผิดศีลธรรมเด็ดขาด

                “เซียรู้เรื่องนี้ด้วยหรือคะ”

                เยี่ยม! เธอมาถูกทางแล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วช่วยพี่ร่วมตระกูลหน่อยก็แล้วกัน

                “เซียชอบไปขลุกอยู่ที่บ้านของแพทบ่อยๆ มีวันนึงเห็นแพทนั่งอ่านจดหมายแล้วก็ยิ้มมีความสุข ยากมากเลยนะที่จะเห็นรอยยิ้มของเขา ตอนนี้พอเห็นแพทยิ้มออกมาบ่อยๆ เซียยิ่งมั่นใจว่าเจ้าของจดหมายต้องเป็นบัวแน่ๆ เลย” จริงๆ นะเธอไม่ได้คิดไปเอง เผลอๆ เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ายิ้มง่ายกว่าตอนที่อยู่อเมริกา

                ปุริมานก็เห็นการะเตยิ้มอยู่เหมือนกัน ตอนเย็นที่กินข้าวด้วยกันยังถึงกับหัวเราะ สงสัยเพราะแฟนมาหามากกว่าละมั้ง แต่ก็น่าสงสัยแฮะ ที่ไม่ค่อยยิ้มเพราะการใช้ชีวิตที่โน่นเครียดมากหรือไง

                “ตอนอยู่ที่โน่น เขาไม่มีความสุขหรือคะ”

                “ก็ไม่เชิงหรอก แพทคงเป็นความแตกต่างที่ทำให้ทุกคนในตระกูล มอสโควิตซ์หันมามองอย่างสนใจ จับผิด ถึงขั้นระแวงก็ได้ละมั้ง

                แพทริเซียคิดว่าที่พูดไปนั้นยังไม่ถึงเสี้ยวที่แพทริคได้รับเลยจึงเล่าให้ปุริมานฟังต่อไปว่า

“การมีสายเลือดของคนเอเชียทำให้ญาติหลายๆ คนไม่ชอบใจ หลังจากลุงเพรสตันได้รับมรดกของตระกูลจากการที่เป็นลูกชายคนเดียว บรรดาพี่น้องที่เป็นผู้หญิงก็พากันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องพินัยกรรม ซ้ำยังมีแพทเข้ามาเป็นมอสโควิตซ์อีกคนยิ่งแล้วใหญ่ แดนเนียลเลยไปปลุกระดมญาติๆ มาต่อต้าน คำดูถูก เหยียดหยาม และสายตารังเกียจที่แพทได้รับนั้นถ้าเป็นเซียคงถอดใจยอมแพ้ไปแล้ว

แต่แพทไม่เคยยอมแพ้แต่ใช้สิ่งเหล่านั้นผลักดันให้ก้าวข้ามทุกอุปสรรคจนได้รับความไว้วางใจจากลุงเพรสตันและญาติส่วนใหญ่ แดนเนียลก็เลยยิ่งแค้นใจ รวมถึงตอนนี้ก็คงยิ่งแทบกระอักที่ลุงเพรสตันยกทุกอย่างที่มีให้แพทจนเกือบหมด”

ปุริมานรู้สึกแย่และรังเกียจตัวเองที่ไม่เคยถามเรื่องเหล่านี้จากการะเตเลย นั่นเพราะเธอคิดว่าตัวเองทุกข์เพียงคนเดียวในตอนนั้น แต่ไม่ใช่เลย การะเตก็ทุกข์ด้วยเช่นกัน เขาเลือกที่จะปลอบประโลมให้กำลังใจเธอ แทนที่จะเล่าเรื่องราวเลวร้ายที่เขาได้พบ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงดีสินะ เอาล่ะ เธอจะไม่โกรธแล้วที่เขาไม่ติดต่อกลับมาเลยใน 3 ปีหลัง การที่เขาดูเปลี่ยนไปอาจจะเป็นเพราะสิ่งที่แพทริเซียเล่ามาหรือเปล่านะ

                เขาโชคดีมากนะคะที่มีเซียคอยห่วงใย

                แพทริเซียยิ้มรับ พอแม่จากไปเธอก็ได้แพทริคนี่แหละที่ห่วงใยเอาใจใส่คอยถามสารทุกข์สุกดิบ เธอก็ทำแบบนั้นกลับไปเช่นกัน ในขณะที่พ่อทำแต่งาน พี่เลี้ยงก็เลี้ยงเธอไปตามหน้าที่

น่าจะเกือบ 7 ปีได้แล้วล่ะที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านอะไรๆ มาด้วยกัน อาจจะเพราะเซียกับแพทเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกันละมั้ง

คิดๆ ดูแล้ว มีแพทริเซียอยู่ข้างๆ การะเตก็ดีไม่น้อย เขาจะได้ไม่ผ่านเรื่องแย่ๆ มาเพียงลำพัง เธอควรยินดีกับเขาแล้วล่ะที่ได้พบผู้หญิงที่เข้าใจและอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในเวลานั้น ในขณะที่เธอไม่เคยช่วยอะไรเขาได้เลย

                แล้วบัวล่ะเพื่อนใหม่ที่ไร้แววง่วงพลิกตัวตะแคงหน้ามองผู้หญิงที่ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกไม่นานมอสโควิตซ์คงได้สมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคน

                ปุริมานพลิกตัวตะแคงหน้ามองคนถาม

                ฉันทำไมหรือคะ

                เมื่อไหร่บัวจะรับรักแพทล่ะแพทริเซียถามตรงเป๊ะอย่างที่สมองสั่งเลยล่ะ

                คนถูกถามแทบสะอึกรีบลุกขึ้นนั่ง ไม่นึกว่าจะถูกถามแบบนี้ ทำยังไงดีนะ ถ้าตอบไม่ดี การะเตเข้าใจผิดกับแฟนเธอคงรู้สึกผิดมาก ถ้าไม่รู้เรื่องราวในอเมริกาของเขาเธอคงอยากแกล้ง แต่ตอนนี้ต่อให้มีโอกาสก็ไม่ทำเด็ดขาด

                เซียเข้าใจผิดแล้วค่ะ บัวกับคุณแพทริคไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้น แล้วอีกอย่าง เซียเป็นคนรักของเขาอยู่แล้ว เราสองคนไม่มีวันคิดอะไรเกินเลยต่อกันเด็ดขาดปุริมานอธิบายใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ

                เอ เซียคิดว่าน่าจะมีการเข้าใจผิดกันอยู่นะคะ

คิ้วเรียวขมวดคิ้วมองเพื่อนใหม่แทบจ้อง รู้แล้ว! แพทริเซียยกมือมาตบหน้าผากตัวเองเบาๆ เป็นความผิดของเธอหรือว่าแพทริคกันแน่เนี่ย

                คือ...เซียกับแพทไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่มีวันเป็นด้วย ฟ้าผ่าตายเลย

                อ้าว แล้วทำไม...ปุริมานก็อึ้งเหมือน อยากตีตัวเองเหมือนกันที่แอบดีใจนิดๆ ว่าแต่ทำไมการะเตไม่ปฏิเสธตอนที่เธอเอ่ยถึงแฟนล่ะ จะพูดต่อแต่ก็ไม่ทันถูกแพทริเซียแทรกขึ้นมาเสียก่อนว่า

                เซียกับแพทเป็นลูกพี่ลูกน้องกันค่ะ เซียเป็นลูกของน้องสาวลุงเพรสตัน  ง่ายๆ ก็หลานของพ่อแพท แถมอีกไม่กี่เดือนเซียก็จะแต่งงานกับจัสตินแล้วด้วย ทำไมบัวถึงเข้าใจไปว่าเซียกับแพทเป็นแฟนกันล่ะคะ

                สงสัยบัวจะเข้าใจผิดไปเอง ขอโทษนะคะ

                มันน่าไปจัดการคนก่อเรื่องให้เข้าใจผิดตอนนี้เสียจริง นี่การะเตวางแผนให้เธอเข้าใจผิดตั้งแรกแล้วใช่ไหมถึงได้เซตรูปของแพทริเซียไว้ที่โทรศัพท์ แล้วยังรับสมอ้างว่าเป็นแฟนตามที่เธอเข้าใจอีก ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือโล่งใจมากกว่ากัน เมื่อกี้เพิ่งยกโทษให้เขาที่ทำตัวน่าแปลกๆ  ตอนนี้เธออยากจะโกรธเขาอีกแล้ว

                ไม่เป็นไรค่ะ มีคนเข้าใจผิดแบบนี้อยู่บ่อยๆ ว่าแต่บัวกับแพท...แพทริเซียยิ้มหวานดูมีเลศนัยชอบกล

                ปุริมานหน้าแดงเห่อจนร้อน ถ้าแพทริเซียเป็นลูกพี่ลูกน้องกับการะเต เธอจะบอกว่าคิดยังไงกับการะเตได้ยังไง พี่น้องยังไงก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว หนี...ต้องหนี มือบางรีบดึงผ้าห่มมาห่มถึงหน้าทั้งที่อากาศไม่ได้หนาวเลยสักนิด

                ดึกมากแล้วนะคะ นอนก็ดีกว่าพรุ่งนี้บัวต้องไปทำงานแต่เช้านะ

                พรุ่งนี้ขออยู่บ้านของบัวอีกวันได้ไหมแพทริเซียเปลี่ยนเรื่องอีกรอบ ไม่อยากตอบก็ไม่คาดคั้นหรอก เดี๋ยวแพทริคก็จัดการเองแหละ

                ได้สิคะ แต่ไม่เบื่อหรือคะ ที่นี่อยู่กันเงียบๆ มีแต่คนแก่ๆ คนไม่เคยอยู่ก็อาจจะไม่ชอบเท่าไหร่

                เซียชอบนะ สงบดี ที่ที่เซียกับแพทอยู่ไม่มีอย่างนี้เลย มันวุ่นวาย น่าเบื่อ โลกธุรกิจทำให้น้ำใจหายากกว่าเงิน หายากกว่าเพื่อน ไม่รู้สิ ที่นี่ถึงไม่มีเงินก็อยู่ได้ แต่ที่โน่นอยู่ไม่ได้แน่ๆ เลย

                ปุริมานเลื่อนผ้าห่มลงมองแพทริเซียอย่างเป็นมิตรเท่าที่เพื่อนสักคนจะให้เพื่อนได้

                ถ้างั้นจะอยู่กี่วันก็ได้ค่ะ ฉันเต็มใจ

                ขอบใจนะ  

                สองสาวยิ้มให้กันก่อนที่จะหมดเรื่องคุยและหลับตาลงไปทีละคน แพทริเซียหาวอีกรอบมองเพื่อนใหม่ที่หลับไปแล้วอีก ไม่เข้าใจเลยว่าปุริมานใจดีขนาดนี้ แล้วทำไมแพทริคถึงเคยพูดตอนเมาว่าปุริมานเป็นผู้หญิงที่ใจร้ายที่สุด ไม่น่าเป็นไปได้เลย

 

               

                จบการ up เพียงเท่านี้นะคะ ติดตามอ่านต่อได้ที่ร้านหนังสือทั่วประเทศค่ะ

            อัมราน^^

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1817 , โพส : 11 , Rating : 100% / 17 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 130
ขอบคุณนะค่ะ เดียวจะตามไปอ่านต่อจ้า
Name : ViVi [ IP : 2.51.3.173 ]

วันที่: 10 ตุลาคม 2555 / 16:15
# 10 : ความคิดเห็นที่ 129
ก็คุณเตไม่ถามไปตรงๆๆเลยล่ะเราว่าต้องเป็นฝีมือย่ยแม่เลี้ยงใจร้่ยแน่เลย
Name : saypay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saypay [ IP : 27.55.9.45 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2555 / 13:30
# 9 : ความคิดเห็นที่ 124
อย่าบอกว่าพี่เตมาเห็นตอนนายเอกเอาแหวนมาให้ เลยเข้าใจผิดนะ
Name : fuengphak < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ fuengphak [ IP : 125.27.99.161 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 ตุลาคม 2555 / 23:45
# 8 : ความคิดเห็นที่ 121
ต้องไปซื้อมาสืบให้ได้ว่า2คนนี้เค้าโกดอะไรกัน
Name : มอส [ IP : 27.55.14.46 ]

วันที่: 8 ตุลาคม 2555 / 14:17
# 7 : ความคิดเห็นที่ 119
สั่งซื้้อนิยายไปแล้วนะคะ น่าจะได้มาครอบครองภายในสองสามวันนี้ จะได้รู้สักทีว่าพี่เตโกรธอะไร 55+
PS.  ขอบคุณคนอ่านทุกคน เพราะคุณคือกำลังใจ
Name : น้ำทะเลสีฟ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้ำทะเลสีฟ้า [ IP : 124.122.233.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 ตุลาคม 2555 / 22:55
# 6 : ความคิดเห็นที่ 118
เซียน่ารัก
Name : ม่อนขามป้อม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ม่อนขามป้อม [ IP : 171.99.146.49 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ตุลาคม 2555 / 10:24
# 5 : ความคิดเห็นที่ 117
ต้องเป็นเรื่องไอ่พี่เอกอะไรนั่นแน่ๆ
Name : Mumijung_Kirede < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mumijung_Kirede [ IP : 171.6.212.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ตุลาคม 2555 / 10:11
# 4 : ความคิดเห็นที่ 116
และแล้วเราก็จะไดีรู้เรื่องทั้งหมด555ดีใจ อยากได้หนังสือแล้ว จะอดใจไมรไหวแล้วค่ะ
Name : ถักผมเปีย [ IP : 27.55.5.168 ]

วันที่: 5 ตุลาคม 2555 / 23:25
# 3 : ความคิดเห็นที่ 115
พี่เตเข้าใจทำนะเนี่ย 55+
จะรีบไปหาซื้อหนังสือนะคะ ^^
Name : น้ำทะเลสีฟ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้ำทะเลสีฟ้า [ IP : 125.26.146.88 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2555 / 21:11
# 2 : ความคิดเห็นที่ 114
ยังมึนปมพี่เตอยู่
ถูกใจพี่เตไม่กินหญ้า
Name : ม่อนขามป้อม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ม่อนขามป้อม [ IP : 171.99.146.49 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2555 / 20:19
# 1 : ความคิดเห็นที่ 113
จะไม่พลาดไปสอยมากอดเลยค่ะ ได้หนังสือมาแล้วจะมาโม้แล้วกันสำหรับคนทางนี้ หุหุหุหุ ตอนนี้ มึนกับปมพี่เตไปก่อน แหะๆๆๆ
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.170.40 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2555 / 16:53
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android