คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 8...100%


     อัพเดท 29 ก.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 5 Overall : 17,863
168 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 72 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 10 : ตอนที่ 8...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1335 , โพส : 11 , Rating : 100% / 15 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ตอนที่ 8

 

                เสียงรถเบาๆ กำลังแล่นเข้ามาจอดที่โรงจอดรถ ไม่นานนักรสิกาก็เดินเรื่อยๆ เข้ามาในบ้านในเวลาเกือบตี 2 ของวันใหม่ บ้านเงียบ มีเพียงสาวใช้ที่ถูกสั่งให้มารอเปิดประตูเท่านั้น พอทำหน้าที่เสร็จแล้วก็รีบขอตัวไปนอน ร่างสูงเพรียวเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองของบ้านที่ไฟยังเปิดเอาไว้รอจนถึงห้องนอนของเธอ บานประตูถูกผลักเปิด ห้องมืด แต่เมื่อเปิดสวิตช์ไฟห้องก็สว่าง ใครคนหนึ่งถอนใจเบาๆ เมื่อเจ้าของห้องกลับมาเสียที

                “ทำไมมานั่งมืดๆ ล่ะคะแม่ ไฟก็ไม่เปิด เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” รสิกาถามเสียงง่วงพลางเดินมานอนแผ่บนเตียง กลิ่นเหล้าหึ่ง นำพาความไม่ชอบใจมาสู่ผู้เป็นแม่ แต่ก็ปากหนักเกินกว่าจะดุ

                “แม่มีเรื่องจะพูดด้วยน่ะสิ ถ้ารอเช้าโรสก็ยังไม่ตื่น”

                “มีอะไรล่ะคะ สงสัยจะเรื่องสำคัญ”

                ราศีเดินไปนั่งข้างๆ ลูกสาว แล้วยื่นมือไปดึงให้ลุกขึ้นมานั่งฟังเรื่องที่นางรอจะพูดด้วยดีๆ ไม่ใช่คนหนึ่งนั่งคนหนึ่งนอน ฉวยหลับไปก่อนพอดี

                “แม่อยากให้โรสไปทำงานที่บริษัท”

                “โหย ไม่เอาหรอกค่ะ เรื่องอะไรจะไปเป็นลูกน้องของนังบัว” รสิกาปฏิเสธแบบไม่เสียเวลาคิดด้วยซ้ำ แค่ไม่เห็นปุริมานที่บ้านหลังนี้ก็ดีอยู่แล้ว นี่แม่ของเธอคิดอะไรอยู่ถึงอยากให้เธอไปบริษัทให้มันข่ม

                ราศีมองลูกสาวที่นางรักและห่วงที่สุด ที่รสิกาเสียหลักไปก็เพราะสามีผู้ล่วงลับของนางไม่ยกอะไรให้เลยสักอย่าง ทั้งที่เป็นลูกสาวอีกคนของกานต์เหมือนกัน แม้จะเป็นลูกเลี้ยงก็ตาม แต่นี่อะไร มีอะไรๆ ก็ยกให้ลูกสาวตัวเองไปเสียเกือบทั้งหมด จะไม่ให้น้อยใจได้อย่างไร ช่างเถอะ นางนี่แหละจะหาทางให้ลูกสาวไม่น้อยหน้าปุริมานเอง

                “โรสต้องไปเพราะแม่ต้องการให้โรสไป ไม่ต้องกลัวจะน้อยหน้าใคร ตำแหน่งดีๆ แม่หาไว้ให้แล้ว”

                “ตำแหน่งอะไรล่ะคะ ถ้าดีพอ โรสจะคิดอีกที”

                “ไปเป็นเลขาของอัศนัย”

                รสิกาแอบยู่หน้าไม่อยากทำให้แม่ไม่พอใจ แต่ถ้าตำแหน่งแค่นั้น แม่จะให้เธอไปทำทำไมเพราะดูยังไงก็เทียบกับตำแหน่งของปุริมานไม่ได้เลย ฉวยถูกเยาะเย้ยเอาเปล่าๆ

                “ลุงอัศนัยมีเลขาอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ” รสิกาถามพยายามหาทางเลี่ยงแทนการปฏิเสธออกไปตรงๆ

                “ใช่ แต่โรสจะเป็นเลขาอีกคน คอยออกงานกับรับแขกเท่านั้น ส่วนงานอื่นๆ เลขาของอัศนัยก็ทำไปเหมือนเดิม”

                ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ รสิกาคิด แต่ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ

                “แล้วจะให้โรสไปทำแค่นั้นทำไมล่ะคะ เกรงใจลุงอัศนัยนะคะ”

                ราศีมองลูกสาวที่อ้างโน่นอ้างนี่อย่างรู้ทัน ถ้าเลือกได้นางไม่มีวันบังคับใจลูก แต่ตอนนี้เพื่อตัวของรสิกาเอง นางจำเป็นต้องทำ

                “ฟังแม่ให้ดี ถ้าโรสอยากเหนือกว่านังบัวก็ต้องหาทางสนิทสนมกับคุณแพทริคให้ได้ ผู้ชายคนนั้นมีทุกอย่างที่โรสต้องการ”

                รสิกาแทบสะอึก ไม่อยากเชื่อว่าแม่ลืมเรื่องสำคัญของเธอไปได้ยังไงกัน แน่ล่ะหากเทียบจำนวนเงินในบัญชีเอกภพคงเทียบกับแพทริคไม่ได้ แต่ถ้ากิ๊กกันเล่นๆ เธอไม่คิดอะไรมาก ถ้าขนาดจริงจังมันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ

                “แต่แม่คะ โรสมีพี่เอกแล้ว”

                “เชื่อแม่เถอะ เอกภพไม่มีทางลงเอยกับโรสหรอก” ราศีตอบอย่างมั่นใจ ถ้าเอกภพคิดจะจริงจังกับรสิกา ทำไมจนป่านนี้แล้วยังไม่เคยมาหานางสักครั้งทั้งที่คบกันมา 2 ปีเข้าไปแล้ว

                “แม่รู้ได้ยังไงคะ” รสิกาถาม เสียงเล็กๆ ในสมองถามเธอมานานแล้วว่าเธอกับเอกภพจะลงเอยกันได้หรือเปล่า ในเมื่อเขายังลังเลใจอยู่ตลอดเวลา

                “พรุ่งนี้โรสลองบอกให้เขามาหาแม่ดูสิ ถ้าเขามาแม่จะคิดเรื่องของคุณแพทริคใหม่ แต่ถ้าไม่ โรสก็เลิกเสียเวลาคบผู้ชายที่ช่วยพยุงฐานะของเราไม่ได้และไม่เคยคิดจริงจังกับเรา แล้วไปเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายที่แม่เลือกให้”

                “ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้โรสจะถามพี่เอกดู”

                ราศีดึงรสิกามากอดไว้แน่น แค่ลูกสาวเริ่มลังเลนางก็พอใจแล้ว คนแก่อาบน้ำร้อนมาก่อนถ้าไม่มั่นใจมีหรือจะใช้วิธีนี้ พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันที่รสิกาเสียใจ แต่เพียงไม่กี่วันเท่านั้นสิ่งที่ดีกว่าจะเดินเข้ามาและนางจะช่วยให้ลูกสาวสมหวังได้แต่งงานกับคนที่เหมาะสมที่สุดเอง ส่วนปราณถ้ายังไม่ทำอะไรสักทีนางคงต้องทำอะไรสักอย่างเหมือนกัน

 

                ลุงยศยิ้มทักทายการะเตที่ขับรถเข้ามาเทียบรั้วบ้านอย่างเมื่อวันก่อน แต่จะต่างกันก็ตรงวันนี้สงสัยหนุ่มข้างบ้านจะมารอเก้อเพราะปุริมานขับรถออกไปจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ยัยม่อมยังไม่ทันได้ทำกับข้าวเลยมั้ง พอการะเตลดกระจกลงลุงยศก็รีบตอบไปจะได้ไม่ต้องมารอกันว่า

                “คุณบัวไปทำงานแล้วครับคุณเต”

                การะเตเอ่ยขอบคุณลุงยศไปไม่แปลกใจนักเพราะเขาก็เพิ่งเห็นว่าไม่มีรถของปุริมานที่โรงรถ เรียวปากหนากดยิ้ม ป่านนี้ปุริมานคงพยายามคิดอยู่กระมังว่าจะตอบเขาว่ายังไง แต่ไม่มีทางเสียล่ะที่เขาจะให้เวลาไปมากกว่านี้

                “แกริคบอกเลขาของคุณปุริมานทีว่าผมต้องการพบคุณปุริมานเช้านี้” การะเตสั่งเลขาในทันทีที่มาถึงห้องทำงาน

                ใช้เวลาไม่ถึงนาทีแกริคก็รีบโทรมารายงานหลังจากติดต่อกับอลินแล้ว

                “คุณปุริมานยังไม่เข้ามาครับ คุณอลินแจ้งว่าคุณปุริมานลาวันนี้ทั้งวัน” การะเตวางสายถอนใจเซ็งๆ

                คิ้วหนาขมวดมุ่นแต่ก็ทำงานไปเงียบๆ ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ไม่มีสมาธิอีกต่อไป เขาวางมือจากงานที่ควรจะเสร็จก่อนเที่ยงวันนี้ ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานี้เขาไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่าปุริมานหายไปไหน โทรไปก็ไร้สัญญาณ

                ...ไปไหนนะหนูบัว

 

                รสิกานอนไม่ค่อยหลับเพราะคำพูดของแม่ทำให้เธอยิ่งไม่แน่ใจ ยังไม่ทันเช้าก็รีบอาบน้ำแต่งตัวมาที่บริษัทของเอกภพ  ถึงตอนนี้เขาจะเพิ่งเปิดบริษัทรับออกแบบและสร้างบ้านมาไม่ถึงปี แต่ก็ไปได้สวยในวงการก่อสร้าง แม้จะไม่ชอบนักที่เขาไม่ยอมไปรับช่วงกิจการนำเข้า-ส่งออกที่บ้าน แต่ต่อไปเขาก็ต้องเข้าไปบริหารงานธุรกิจของครอบครัว  ซึ่งก็ดีกว่าการเป็นนักการเมืองที่เธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เธอมั่นใจเมื่อถึงเวลานั้น แม่จะยอมรับเอกภพให้เป็นลูกเขยได้อย่างภาคภูมิใจ

                หญิงสาวเดินผ่านโต๊ะเลขาหน้าห้องของแฟนหนุ่มเข้าไปในห้องทันที ไม่ใช่เรื่องสักนิดที่ต้องติดต่อหาคนรักผ่านเลขา ประตูเปิดออกพร้อมกับเอกภพเงยหน้าขึ้นมาจากโน้ตบุ๊ก แววตาคู่นั้นมีความแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นเธอมาหาขาถึงที่นี่

                “โรสมีอะไรหรือเปล่า ทำไมมาหาพี่ถึงที่ทำงาน”

                รสิกาเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปนั่งบนโต๊ะทำงาน ดวงหน้าไม่จัดจ้านด้วยเครื่องสำอางยื่นเข้าใกล้ใบหน้าของแฟนหนุ่ม บรรจงจูบแก้มเขาก่อนจะเอ่ยตอบคำถามนั้น

                “พี่เอกไปหาคุณแม่กับโรสเย็นนี้นะคะ เราจะได้พูดเรื่องสำคัญของเราให้คุณแม่มั่นใจ”

                เอกภพสูดหายใจไม่นึกว่าเพียงไม่กี่วันคำขอของรสิกาจะทำให้เขาลำบากใจอีกครั้ง

                “เอ่อ พี่...”

                “นะคะ พี่เอกผลัดมาหลายทีแล้วนะคะ วันนี้โรสไม่ยอมแล้วนะ” รสิกากอดอกมองเอกภพตาขุ่น เรียวปากบางเม้มปิดเหมือนเคยยามไม่ได้ดังใจ

                มือหนายื่นมาจับมือบางไว้ ตอนนี้เขายังไม่อยากแต่งงาน ถึงไม่ไปพบคุณราศีวันนี้เขาก็พอเดาได้ว่ามีคำพูดอะไรที่ต้องฟัง และคำถามอะไรที่ต้องตอบ

                “โรส พี่ยังไม่พร้อม พี่อยากทำงานอีกสัก 2 ปี โรสรอพี่ได้หรือเปล่า”

                รสิกาสะบัดมือมองเอกภพด้วยความโกรธ เธอรอเขาไม่ใช่เวลาแค่วันสองวัน ทุกวันนี้แค่พาไปพบพ่อแม่ของเขา เอกภพก็อ้างโน่นอ้างนี่ ผลัดเธออยู่ร่ำไป เหมือนไม่อยากให้เราใกล้ชิดกันไปมากกว่านี้ ทั้งที่สังคมรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน แต่จริงๆ แล้วเราเป็นยิ่งกว่าแฟน

                “แล้วจะให้โรสรอพี่เอกอีก 2 ปี ทั้งที่เราเป็นแฟนกันมา 2 ปีแล้วนะคะ โรสไม่อยากรอแล้ว”

“มีเหตุผลบ้างสิโรส”

เอกภพส่ายหน้าถอนใจ เขาพูดว่ายังไม่พร้อม ไม่ได้หมายความว่าต่อไปเขาจะไม่พร้อมสักหน่อย สักวันเขาก็ต้องแต่งงาน เพียงแค่ตอนนี้เขายังไม่ต้องการแต่งงาน ไม่เข้าใจเลยทำไมรสิกาถึงไม่ให้เวลาเขาบ้าง

                รสิกามองคนรัก เสียใจ น้อยใจ และโกรธระคนกัน คำพูดของแม่ไม่ใช่เพียงปุยนุ่นที่ไร้น้ำหนักอีกต่อไป

                “พี่เอกเคยคิดอยากแต่งงานกับโรสบ้างไหมคะ”

                เอกภพอึ้งเมื่อถูกถามตรงๆ ความเงียบเท่านั้นคือสิ่งที่รสิกาได้รับ เมื่อก่อนเธอไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เธอเริ่มมั่นใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยลืมปุริมาน ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะลดตัวมาเป็นตัวแทนของใคร เธอมีค่ามากกว่านั้น

                “ไม่ต้องพูดแล้วพี่เอก โรสไม่อยากฟัง จะกลับแล้ว ต่อไปโรสจะไม่มาที่นี่อีก” หญิงสาวสะบัดหน้าไม่อยากมองเอกภพ

                “เป็นผู้ใหญ่หน่อยสิโรส พี่ไม่ได้บอกว่าจะไม่มีงานแต่งงานของเรา พี่แค่ต้องการเวลาเท่านั้นเอง”

เอกภพพยายามรั้ง เมื่อเห็นว่ารสิกาไม่ฟัง ร่างสูงเดินแทบวิ่งมาจับมือบางไว้ แต่ก็ถูกสะบัดทิ้ง ดวงตาคู่นั้นวาววามด้วยความโกรธราวกับเธอผู้นี้ไม่ได้เพิ่งมอบจูบให้แก่เขา ประตูถูกดึงเปิดและกระแทกปิดเสียงดัง เอกภพไม่ตามให้เอกเกริก เขามั่นใจ รสิกาแค่โกรธ อีกวันสองคนเราก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

                การะเตขับรถกลับบ้านสวนด้วยความรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป วันนี้ทั้งวันเขาไม่สามารถติดต่อปุริมานได้ เช่นเดียวกับไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน แล้วยิ่งเห็นหน้าบ้านหลังใกล้ๆ กันยังว่างเปล่า ไม่มีรถญี่ปุ่นที่แสนคุ้นตาจอดอยู่อย่างที่คิดว่าเย็นป่านนี้แล้ว ปุริมานคงกลับมาได้เสียที

                ...ไปไหนนะ?

                ชายหนุ่มขับรถเข้าบ้านตัวเอง แต่พอลงจากรถลุงแสงยังไม่ทันได้ทักทาย ร่างสูงก็เดินผ่านทางเชื่อมรั้วบ้านไปยังบ้านเรือนไทยอีกหลัง พอป้าม่อมเห็นก็รีบรินน้ำมาต้อนรับ เขาก็เลยต้องบอกไปว่ามาขอข้าวเย็นทาน ตาก็สอดส่ายหาเจ้าของบ้านที่ยังไร้วี่แววว่าจะกลับมา

                1 ทุ่มแล้ว อาหารเย็นพร้อมแล้ว แต่ไม่มีใครเอ่ยถามถึง ป้าม่อมกับลุงชัยพากันนั่งมองทางรอปุริมานกลับบ้าน ในขณะที่แขกก็พากันกินอะไรไม่ลงไปด้วย มานั่งรอเจ้าของบ้านด้วยกัน ลุงแสงเริ่มเล่นหมากรุกกับลุงชัยฆ่าเวลา ส่วนการะเตนั่งคุยกับป้าม่อม

                “ปกติหนูบัวกลับบ้านช้าแบบนี้หรือเปล่าครับป้าม่อม”

                “ไม่หรอกค่ะ เลิกงานก็กลับบ้านเลย ถ้ากลับช้าก็จะโทรมาบอก แต่ว่าป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับก็ไม่รู้” คนแก่พูดไปก็ถอนใจไป พานต้องเอายาหอมขึ้นมาดม

                นั่งแกล่วชะเง้อมองทางกันไปสักใหญ่ๆ เสียงโทรศัพท์ในบ้านก็ดังขึ้น ป้าม่อมยกมือทาบอกรีบบอกก่อนจะรีบเดินไปรับโทรศัพท์ว่า

                “สงสัยคุณหนูบัวอาจจะโทรมา”

                ไม่กี่อึดใจป้าม่อมก็เดินหน้าซีดเผือดออกมาบอกข่าวกับทุกคน สองผัวเมียลืมไปเลยว่าการะเตมาขอข้าวเย็นทาน แต่กลับมารอฟังข่าวอย่างใจจดใจจ่อแทน

                “แย่แล้วค่ะ ตอนนี้รถของคุณหนูเสียอยู่แถวๆ บางนาตรงแยก... โทรมาบอกว่ากว่าช่างจะซ่อมได้คงอีกซักพัก กลับบ้านดึกแน่ๆ ป้าเป็นห่วงจังเลยค่ะ”

                การะเตลุกขึ้นราวกับที่นั่งติดสปริงอย่างไรอย่างนั้น แถมยังสั่งพ่อบ้านของตัวเองก่อนรีบเดินเร็วๆ กลับบ้านของตัวเองว่า

                “ลุงแสงอยู่ที่นี่คอยส่งข่าวให้ผมตามเบอร์ที่เคยให้ไว้ทีนะครับ ผมจะไปทำธุระนิดหน่อย”

                “ครับ คุณเต” ลุงแสงรีบตะโกนบอกคนเดินลิ่วๆ ที่จะถึงรถอยู่แล้ว ไม่นานนักรถก็ถูกขับออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว

                สองผัวเมียมองหน้ากัน ป้าม่อมยิ่งร้อนใจเพราะดันปากหนักไม่ทันได้บอกให้การะเตไปรับปุริมาน แต่ลุงชัยเห็นเพื่อนยิ้มๆ ก็ชักสงสัยพอเมียสะกิดก็เลยต้องถาม

                “อ้าว แล้วคุณเตไม่ไปดูคุณหนูบัวหน่อยเหรอวะไอ้แสง”

                “ก็ธุระที่ว่านั่นแหละ ไปหาคุณหนูบัว” ลุงแสงบอกยิ้มๆ

                ป้าม่อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อกี้ก็หลงคิดไปว่าการะเตไม่ห่วงปุริมาน คนแก่ 3 คนมองหน้ากันแล้วพากันยิ้ม เมื่อเริ่มรู้ทันคนหนุ่มที่อุตส่าห์มาขอข้าวเย็นถึงที่นี่ก็เพราะมารอข่าวปุริมานนี่เอง

 

                ปุริมานเพิ่งรู้ตัวว่ากลัวมาได้สักพักแล้ว แต่พยายามสั่งให้ตัวเองใจเย็นไว้ แค่รถเสีย เดี๋ยวซ่อมก็วิ่งได้ โชคดีตั้งเท่าไหร่แล้วที่แถวๆ ที่รถเสียมีอู่ซ่อมรถอยู่แล้วก็โชคสองชั้นเมื่ออู่ที่พบเป็นอู่ของพี่เพื่อนจากมหาวิทยาลัยที่จบมาด้วยกัน เลยคุยกันง่ายขึ้น สงสัยคราวนี้เธอคงต้องเชื่อพี่ปราณแล้วว่าควรเปลี่ยนรถได้เสียที ปราณบ่นบ่อยๆ ว่าควรซื้อรถอีกคันเพราะรถที่เธอใช้มาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยนั้นเริ่มเสียต้องซ่อมอยู่หลายครั้ง อีกทั้งเป็นถึงผู้บริหารก็ควรมีรถส่วนตัวที่เพิ่มความน่าเชื่อถือว่านี้ ซึ่งก็จริงอยู่ เพียงแต่เธอเสียดายเงิน สาระสำคัญของรถก็แค่ไว้ใช้ขับ แต่ตอนนี้คงไม่ใช่แค่นั้นแล้ว

                ผ่านไปเกือบ 15 นาที คนร้อนใจก็เดินไปหาช่างซึ่งกำลังตรวจเครื่องยนต์พลางเหลือบมองเวลาเพราะใกล้เวลาปิดอู่เต็มทีจากที่ปุริมานเห็นจากป้ายไฟหน้าอู่ เธอก็อยากกลับบ้านแล้วเหมือนกัน

                “รถเป็นยังไงบ้างคะ” ปุริมานถามอย่างมีความหวังนิดๆ ว่าอีกไม่เกินชั่วโมงรถคงซ่อมเสร็จกลับมาวิ่งได้และพาเธอกลับบ้าน

                แต่อาการของรถคงเสียไม่น้อยอย่างที่หวังแน่ๆ ช่างถึงส่ายหน้าแบบนั้น

                “หม้อน้ำรั่ว แล้วก็ไดสตาร์ตมีปัญหาครับ คงต้องเปลี่ยน”

                “ค่ะ ถ้างั้นก็เปลี่ยนได้เลยค่ะ ใช้เวลานานไหมคะ” ถ้าแค่เปลี่ยนกับอุดรูรั่วคงใช้เวลาไม่นานหรอกมั้ง

                เอ เร็วสุดก็น่าจะพรุ่งนี้ตอนสายๆ นะครับ ที่อู่ไม่มีของต้องรอไปซื้อพรุ่งนี้น่ะครับ ถ้ารถเสร็จแล้ว ผมจะติดต่อไปดีไหมครับ เจ้าของอู่ถาม

                 ก็ได้ค่ะ หรือไม่ก็โทรบอกณัฐไว้ก็ได้ค่ะเจ้าของรถหน้าตามอมแมมตอบก่อนจะเดินออกมาจากอู่ อย่างน้อยก็วางใจได้ล่ะว่ารถไม่หายแน่ๆ เพราะณัฐเป็นเพื่อนของนั่นแหละ แต่พรุ่งนี้จะปลีกตัวมารับรถได้ตอนไหนล่ะนี่

เฮ้อ...

                ปุริมานอยากจะทิ้งตัวนั่งให้สมกับที่หมดแรงแล้วในคืนนี้ แต่ใครจะไปทำอย่างนั้นได้ล่ะ ในเมื่อมันเพิ่งเริ่มราตรีที่คงยาวนานแน่ๆ ถ้าต้องหาทางกลับบ้านเองในเวลาเกือบ 2 ทุ่มกว่าๆ บนถนนสายบางนา กลับแท็กซี่ก็ได้เหมือนกันล่ะน่าหรือถ้าไม่มีจริงๆ ก็รถเมล์ ยกเว้นรถตู้ก็แล้วกัน ถ้าป้าม่อมรู้คงบ่นหูแฉะแน่ๆ เชียว

 

                ปุริมานเดินมาไม่กี่สิบเมตรก็มาถึงป้ายรถเมล์ โดยตลอดทางที่เดินมายังไม่เห็นแท็กซี่สักคันก็ไม่น่าแปลกนักเพราะมันค่อนข้างไกลจากเส้นทางปกติที่รถแท็กซี่วิ่งรับผู้โดยสารอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเหลือทางเดียวคงต้องนั่งรถเมล์ไปก่อน ถ้าเห็นตรงไหนมีแท็กซี่ค่อยว่ากัน

                มือถือที่ไร้ประโยชน์ถูกหยิบขึ้นมา ปุริมานมองอุปกรณ์ที่ดันมาแบตหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ป่านนี้ป้าม่อมนั่งมองทางรอ แถวๆ นี้ก็ไม่มีตู้โทรศัพท์เสียด้วย หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ใจยังสู้อยู่ การเดินทางมาคราวนี้ไม่ได้เสียเที่ยวเลยแม้แต่นิดเดียว อยากเห็นหน้าคนถามหาข้อแลกเปลี่ยนชะมัด ถ้าถามอีกครั้งเธอจะตะโกนใส่เลยว่า...ไม่สนใจแล้ว!              

                “ขึ้นรถสิหนูบัว”

                เฮ้ย...!?!

                ปุริมานสะดุ้งโหยงยกมือทาบอกพลางใช้มือที่ว่างอีกข้างขยี้ตาเผื่อว่าจะตาฝาด หูเพี้ยนเพราะความหิว จู่ๆ การะเตจะมาอยู่แถวๆ นี้แถมยังชวนเธอขึ้นรถได้ยังไง แต่จนแล้วจนรอดพอมองรถคุ้นแสนคุ้นพอๆ กับดวงหน้าที่เอียงมองหญิงสาวก็รู้ว่าทุกอย่างปกติทั้งหมด ยกเว้นการะเตที่มาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงต่างหาก

                “พี่เตมาได้ยังไงคะ อย่าบอกนะคะว่าผ่านมาแถวๆ นี้”

                การะเตหน้าบึ้งใส่เจ้าของคำถาม ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าปุริมานเป็นคนช่างสงสัยตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาจะผ่านมาแถวๆ นี้หรือว่าขับรถวนอยู่หลายรอบเพื่อหาคนก่อเรื่องให้คนหลายคนกังวลใจก็ไม่เห็นต้องตอบสักหน่อย แค่ทำตามที่บอกมันยากมากนักหรือไง

                “ขึ้นรถเร็วๆ เถอะน่าทำไมต้องให้พูดซ้ำอยู่เรื่อย” ชายหนุ่มสั่งเสียงดุ

                ปุริมานย่นจมูกใส่ ไม่เจอหน้า แถมไม่ได้ยินเสียงมาทั้งวันนึกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ที่ไหนได้นอกจากไม่ถามไถ่ว่าทำไมเธอมานั่งรอรถอยู่ตรงนี้ ยังมาทำเสียงดุใส่ เชอะ ถ้าแม่ยังอยู่พี่เตถูกตีก้นลายแน่นอน

                “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรถแท็กซี่หรือไม่ก็รถประจำทางคงมา”

                การะเตไม่คิดจริงๆ ว่าเด็กหญิงปุริมานในวันวานจะกวนโมโหเหลือทน นี่ดีนะที่ดึกแล้ว ถ้าเป็นเวลาปกติเขามาจอดรถคุยกับคนข้างทางแบบนี้คงถูกบีบแตรไล่ ร่างสูงเปิดประตูลงมาจากรถ เดินดุ่มๆ มาหาคนทำหน้าเชิดใส่ แขนยาวยื่นไปให้คนดื้อรั้นเห็นนาฬิกาที่ข้อมือชัดๆ พร้อมกับเอ่ยสำทับ

                “นี่มันเกือบ 4 ทุ่มแล้วนะหนูบัว จะดื้ออะไรก็ให้รู้เวลาบ้าง ป้าม่อม ลุงยศ อ้อ ลุงแสงอีกคนพากันห่วง ชะเง้อหากันจะแย่ ถ้าไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงบรรดาลุงๆ ป้าๆ ด้วย”

                ก็จริง...คราวนี้ปุริมานเถียงไม่ออก แต่ฟังแล้วตงิดๆ การะเตรู้ได้ยังไงว่าป่านนี้บรรดาลุงๆ ป้าๆ คงนั่งรอ แถมยังรู้อีกว่าเธอมาแกล่วอยู่แถวนี้อีก

                “ไหนว่าขับรถผ่านมา” คนรู้ทันหรี่ตามองคนทำหน้าขรึมใส่

                “จะถามให้ได้อะไรขึ้นมา ไปขึ้นรถได้แล้ว” 

                เฮอะ! ทำมาเสียงดุข่ม ทีตัวเองกลับทำตัวมีความลับ ที่ขับรถมาแถวนี้ก็เพราะตั้งใจขับมา ไม่ได้บังเอิญผ่านมาสักหน่อย ปุริมานบ่นพึมในใจพลางเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ อย่างน้อยมากับการะเตก็มั่นใจหายห่วงได้ว่าถึงบ้านแน่นอน แถมเร็วกว่าหารถกลับบ้านเองอีกด้วย

“รัดเข็มขัดด้วย”

ปุริมานมองเข็มขัดนิรภัยอดยิ้มไม่ได้เพราะมัวแต่คิดไปเรื่อยก็เลยลืมจนถูกเตือน การะเตช่างเป็นคนรอบคอบ ใส่ใจคนอื่น แม้ว่าจะมาในรูปแบบที่ไม่ค่อยลื่นหูเท่าไหร่ ถ้าห่วงกันแล้ว ทำไมถึงทำเหมือนโกรธกันมากมาย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

                “กินอะไรหรือยัง”

                “ยังไม่หิวค่ะ” จริงๆ น่ะหิวไส้แทบขาดแล้วต่างหาก

การะเตปรายตามองคนพูดปด เสียงท้องใครร้องเจ้าตัวก็น่าจะได้ยิน มันน่าแกล้งให้หิวจนเป็นลมก่อนถึงบ้านเสียจริง แต่เขาไม่เอาคืนในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก
                “แต่พี่หิว” เขาบอกพลางยื่นบางอย่างให้คนปากแข็ง “นี่โทรศัพท์ โทรไปที่บ้านเสียด้วย ทุกคนจะได้สบายใจไม่ต้องเป็นห่วง”

ปุริมานรับโทรศัพท์มาแบบงงๆ วันนี้การะเตใจดีผิดปกติแฮะ แต่ก็เข้าทางเธอล่ะ หญิงสาวกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ แต่หัวใจที่เพิ่งเบิกบานเมื่อครู่กลับหุบแฟบเมื่อเห็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นภาพพื้นหลังของโทรศัพท์

แฟนของพี่เตหรือเปล่านะ?

หญิงสาวเปลี่ยนใจส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของที่อาจจะมีเจ้าของแล้ว สงสัยที่การะเตหายไปไม่ยอมติดต่อกับเธอก็เพราะมีคนรักแล้วกระมัง แน่ล่ะสิ ใครจะมาทนเด็กน่ารำคาญอย่างเธอได้

การะเตไม่รับโทรศัพท์คืนมา ปุริมานก็เลยถือวิสาสะเอื้อมมือไปหย่อนโทรศัพท์ไว้ที่กระเป๋าเสื้อของเขาแทน ดวงตาขุ่นมองพลางลอบยิ้มอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาในพริบตา

                “ดึกขนาดนี้แล้วคงต้องกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางไปก่อน หนูบัวพอกินได้หรือเปล่า”

                “ได้ค่ะ แต่พี่เตล่ะ กินได้หรือเปล่า” ปุริมานอดห่วง...นิดๆ ไม่ได้

                “แล้วทำไมถึงคิดว่าพี่กินไม่ได้” การะเตไม่อยากรู้อะไร ก็แค่อยากชวนคุย แต่คำตอบนี่สิหันมามองเขาตาขวาง

                “เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่คะ”

                อ้อ ถูกย้อนเข้าให้แล้วไหมล่ะ นอกจากปุริมานจะดื้อ ช่างสงสัย แล้วยังยอกย้อนอีกด้วย แค่ 3 ปีหลังที่ไม่ได้ติดต่อกันเลยผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน

                “มันก็ไม่ทุกเรื่องหรอก รีบๆ ลงมาเถอะ เราจะได้กลับถึงบ้านไม่ดึกไปกว่านี้”

                ปุริมานอยากจะดื้อใส่คนใจร้าย แต่สังขารไม่ให้นั่นแหละ หิวไส้แทบขาด ถ้าแกล้งรากงอกนั่งยาวไม่ยอมลงจากรถ สงสัยจริงๆ ว่าการะเตจะทำยังไง ถ้าไม่ลากให้ลงไปกินด้วยกันก็คงปล่อยให้เธอหิวตายอยู่บนรถชัวร์ แล้วมันเรื่องอะไรเธอจะคิดน้อยแบบนั้นล่ะ

 

                การะเตสั่งด้วยสายตาให้ปุริมานสั่งก๋วยเตี๋ยวให้เขาด้วยหลังจากที่เธอสั่งให้ตัวเองแล้ว คนถูกสั่งแบบไร้คำพูดแอบค้อนใส่ก่อนสั่งเส้นเล็กต้มยำให้เสียเลย ทั้งเปรี้ยว ทั้งเผ็ด โทษฐานทำตัวไม่น่ารักมาหลายวันจนถึงตอนนี้ด้วย คนไม่รู้ชะตากรรมตัวเองแกล้งยิ้ม ปุริมานคงคิดว่าเขาไม่รู้ล่ะสิว่าเธอสั่งอะไรให้ ถึง 10 ปีมานี้เขาจะไม่เคยได้กลับมาเมืองไทยเลย แต่จำได้หรอกว่าก๋วยเตี๋ยวมีแบบไหนบ้าง

                แล้วดูสิดู นั่งด้วยกันสองคน ปุริมานยังมองไปไหนก็ไม่รู้ เขาไม่ใช่คนที่หญิงสาวจะมองข้ามมาแต่ไหนแต่ไร จนถึงตอนนี้ก็เหมือนกัน

                “ไปไหนมาทั้งวัน” การะเตถามจงใจให้ปุริมานหันมา

                “เรื่องข้อตกลง บัวไม่ต้องการแล้วนะคะ” พูดเสียเลย ไหนๆ ก็อยู่กันแค่สองคน เขาคงไม่ใจร้ายปล่อยให้เธอกลับบ้านเองเพราะความอวดดีนี้หรอกมั้ง

                “ไปโรงงานมาล่ะสิท่า” ชายหนุ่มถามรู้ทัน

                ปุริมานยิ้มกริ่มในชัยชนะของตัวเอง ต้องขอบคุณธัญญาที่สั่งให้คนในห้องวิจัยเก็บสารเคมีไว้ส่วนหนึ่งสำหรับการตรวจสอบซ้ำในอนาคตหากใครต้องการการยืนยันร้องขอให้ตรวจสอบซ้ำก็จะไม่ยุ่งยากในการหาตัวอย่าง

                “พรุ่งนี้เช้าสารเคมีจะถูกส่งไปตรวจสอบ พี่เตคงไม่ต้องการแล้วใช่ไหมคะ”

                ธัญญาจะจัดการให้เธอพรุ่งนี้ สารเคมีทุกตัวอย่างพร้อมส่งตรวจสอบซึ่งมันถูกเก็บไว้ที่บ้านของธัญญานั่นเอง ปุริมานคิดว่าควรต้องหาทางให้ธัญญากลับมาทำงานในวินิกานต์อีกครั้งเพื่อให้การทำงานของเธอง่ายกว่านี้ มันต้องมีวิธีสิน่า

                “ใช่ พี่ไม่ต้องการแล้ว หนูบัวก็ไม่ต้องส่งสารเคมีไปตรวจสอบแล้วด้วย”

การะเตยิ้มขันให้จอมวางแผน แต่กลับเสียเวลาเปล่าพลางรับชามก๋วยเตี๋ยวมาจากพ่อค้า มองหน้าตาของก๋วยเตี๋ยวในชามก็รู้แล้วว่าน้ำดื่มแก้วเดียวไม่น่าจะพอ

                “ขอเหตุผลค่ะ”

ปุริมานไม่ไว้ใจเจ้าของรอยยิ้มอย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าเขารู้ทันเธอว่าไปทำอะไรมา มีหรือจะไม่มีแผนอื่นมาต้อนให้เธอจนมุม

                การะเตปรุงก๋วยเตี๋ยวแกล้งไม่สนใจสายตาที่มองมา แถมยังกอดอกรอฟัง ทั้งที่หิวจนพุงแฟบท้องกิ่ว รออยู่เป็นนานสองนานนั่นล่ะปุริมานถึงได้ยินเสียงตอบจากการะเต

                “พี่ให้คนของพี่ส่งสารเคมีไปตรวจสอบให้ตั้งแต่วันก่อนแล้ว ทีนี้กินได้หรือยัง”

                “แล้วทำไม...”

                “ถามมากๆ ไม่หิวแล้วหรือไง” เขาถามพลางเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวให้

                “ตอบมาก่อนสิคะ”

                การะเตหัวเราะเบาๆ อดยิ้มไม่ได้ บางทีปุริมานก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงบางอย่างไปเลย เวลาอยากได้คำตอบเธอเคยทำแบบนี้ กอดอก ใช้สายตาจ้อง ถอนใจแรงๆ ให้ได้ยิน

                “ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำให้ปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขช้าลง ข้อต่อรองก็เป็นอีกหนึ่งความได้เปรียบทางธุรกิจ ถ้าหนูบัวลืมหรือไม่รู้มาก่อน พี่ก็จะย้ำให้ฟังว่าเรากำลังทำธุรกิจ เพราะฉะนั้นข้อต่อรองที่พี่เสนอก็แค่อีกเกมหนึ่งเท่านั้น”

                “เพื่ออะไร?

ปุริมานไม่เข้าใจจริงๆ นะ เธอไม่เคยมีเกมสำหรับใครทั้งนั้น แต่การะเตกลับมีเกมอันยอกย้อนสำหรับทุกคนใช่ไหม

                “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่หนูบัวจะรู้ กินได้แล้ว เราจะได้กลับถึงบ้านก่อนเที่ยงคืน” เขาบอกและส่งสายตามองอย่างให้รู้ว่าจะไม่มีคำถามให้ต้องตอบอีกแล้วในคืนนี้

                ปุริมานสับสนไปหมดแล้ว มีเรื่องอะไรที่เธอไม่ควรรู้ อะไรที่ทำให้การะเตไม่เหมือนการะเตคนเดิม ตอนนี้ผู้ชายตรงหน้าเป็นใครกัน ยิ่งรู้จักกลับยิ่งเหมือนไม่รู้จักเขาเลย

                วิธีแก้ไขความสับสนทั้งหมดปุริมานคิดว่าถ้าสมองไม่เฉื่อยชาและเหนื่อยล้าเพราะความหิว ทุกอย่างที่การะเตทำ เธอคงหาคำตอบจนได้ ฉะนั้นกินเสียให้อิ่ม นอนให้พอ ใช้สมองให้เต็มที่ ถ้าเป็นอย่างที่นภดลเคยบอกไว้ว่าการมาของการะเตอาจจะมาช่วยให้วินิกานต์ผ่านวิกฤติแล้วทุกอย่างจะตกเป็นเลเวียกรุ๊ป เธอขอสัญญากับพ่อในใจตอนนี้เลยว่า เธอไม่มีวันยอมให้สิ่งที่พ่อรักตกเป็นของคนอื่นเด็ดขาด

 

               

                แล้วจะมา up ต่อค่ะ

            อัมราน^^

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 10 : ตอนที่ 8...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1335 , โพส : 11 , Rating : 100% / 15 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 95
รอดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นเอากำลังใจมาฝากจ๊ะไรเตอ์
Name : saypay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saypay [ IP : 27.55.8.112 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 กันยายน 2555 / 01:45
# 10 : ความคิดเห็นที่ 94
อ้อ...อยากกินข้าวพร้อมสาวนี่เอง อิอิ
Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.8.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 กันยายน 2555 / 19:21
# 9 : ความคิดเห็นที่ 93
อะไนน่าาคือ เหตุผลที่จูงใจที่ทำห้พี่เตเปลี่ยน แล้ว คนฉลาดขนาดนี้ จะไม่หาหลักฐานหรือความจริงให้แน่ใจก่อนลงมือแก้แค้นเหรอี่เต  ฉลาด ๆ อย่างนี้ น่าจะ  สือบเรื่องที่ตัวเองเข้าใจผิด ให้แน่ก่อนนะ จะได้ไม่เสียใจทีหลัง เริ่มจะ สงสารหนูบัวแล้วสิ
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 61.90.28.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 กันยายน 2555 / 13:54
# 8 : ความคิดเห็นที่ 92
ปากก็บอกว่าแค้น ไม่รัก
ไหงการกระทำมันตรงกันข้ามจัง
รักเขาละซิ
ปากหนักชะมัด
Name : ม่อนขามป้อม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ม่อนขามป้อม [ IP : 110.171.190.196 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กันยายน 2555 / 09:53
# 7 : ความคิดเห็นที่ 90
ปากหนักเวอร์..รักหนูบัวจะแย่ละพี่เต
Name : รักแท้..อยู่หนใด < My.iD > [ IP : 115.67.68.157 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2555 / 23:44
# 6 : ความคิดเห็นที่ 89
พี่เตเจ้าเล่ห์นะ หนูบัวหนีไม่พ้นแน่ๆ
Name : ปอป้อ [ IP : 1.4.243.76 ]

วันที่: 27 กันยายน 2555 / 23:20
# 5 : ความคิดเห็นที่ 88
ูไม่กินข้าวเย็นก่อนเหรอ ไปอย่างเร็วเชียว ห่วงสาวซะสิท่า
Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.230.148 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2555 / 22:53
# 4 : ความคิดเห็นที่ 87
ห่วงเค้าแต่ต้องเก็บไว้ใช่ไหมคะพี่เต อิอิ
Name : น้ำทะเลสีฟ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้ำทะเลสีฟ้า [ IP : 125.26.168.61 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2555 / 20:37
# 3 : ความคิดเห็นที่ 86
รสิกา จะมาป่วนอะไรหนูบัวอีกหรือเปล่าเนี่ย พี่เตก็อีกคนจะทำรายกันได้ลงคอจริง ๆ เหรอ ใหนว่ารักหนูบัวไงล่ะ ลืมไปแล้วเหรอว่าแต่ก่อนรักมากแค่ไหน
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.165.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2555 / 17:21
# 2 : ความคิดเห็นที่ 85
รออ่านนะคะ
Name : ขอให้สมปรารถนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอให้สมปรารถนา [ IP : 124.121.251.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กันยายน 2555 / 12:54
# 1 : ความคิดเห็นที่ 84
หนูบัวคิดจะหนีพี่เต ใช่รึปล่าว เด๋วเจอกันจะเป็นไงเนี่ย หลบไม่พ้นหรอกหนูบัว

รอต่อคะ
Name : มอส [ IP : 27.55.1.251 ]

วันที่: 27 กันยายน 2555 / 12:47
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android