คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4...100%


     อัพเดท 16 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 96% [ 3 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 23,570
122 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 64 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1011 , โพส : 1 , Rating : 100% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 4  ตัวเลือก

 

                งานในวันนี้แปลกกว่าหลายวันที่ผ่านจนขนิษฐาเหล่มองพี่เลี้ยงไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แถมห้องทำงานห้องนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสำนักงานอีกต่างหาก แต่กลับมีอุปกรณ์สำนักงานครบครัน มันเหมือนห้องพักกึ่งสำนักงานมากกว่า แล้วเมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไปยังเห็นวิวทะเลสวยเชียว

“แน่ใจหรือว่าจะให้ฉันทำงานนี้จริงๆ”

                “ก็ใช่น่ะสิ ทำไมมันหนักไปหรือไง?” นายอิฐบอกพลางยกแฟ้มจากชั้นวางหลายแฟ้มมาวางบนโต๊ะที่หญิงสาวนั่งมองเขาตาแป๋ว

                “เปล่า มันแค่สบายจนไม่น่าเชื่อ”

                คนพามาหัวเราะเบาๆ พลางเลื่อนโน้คบุ๊คมาเปิดไฟล์สำหรับบันทึกข้อมูลซึ่งเชื่อมต่อฮับ (Hub) กับโน้ตบุ๊คอีกเครื่องที่เขาจะใช้

                “ก็ดีแล้วไง รีบคีข้อมูลเลย ผมจะได้รีบตรวจ เยอะขนาดนี้ไม่รู้จะเสร็จกี่โมง”

ทุกทีจะมีคุณจันทนีซึ่งเป็นเลขาของแม่ช่วยทำข้อมูลดิบมาให้ก่อน แต่เธอลาคลอด ทำให้เขาต้องสรุปผลผลประกอบการในไตรมาสที่สองของปีด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มารอสรุปในตอนหลังเหมือนเคย

                “แล้วทำไมนายต้องมาตรวจข้อมูลพวกนี้ด้วยล่ะ”

                ข้อมูลที่เห็นบางส่วนก็เป็นตัวเลขทั้งนั้น แถมอีกหลายแฟ้มยังเป็นโครงสร้างพนักงานรวมทั้งผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

นายอิฐเป็นแค่พนักงานธรรมดาทำไมต้องมาอ่านรายงานพวกนี้ด้วย?

                “คุณอิทธิพลคงอยากทดสอบผมละมั้ง รับรอง ถ้างานเสร็จเรียบร้อยผมจะบอกคุณอิทธพลว่าคุณช่วยผมก็แล้วกัน” นายอิฐพูดอย่างใจป้ำ อยากรู้นั่นแหละว่าหญิงสาวจะว่ายังไง

                อ้อ...ที่แท้อิทธิพลก็ใช้ให้นายอิฐทำ

ขนิษฐาส่ายหน้าลืมตัวเมื่อคิดว่าใช้คนอื่นทำงาน แล้วตัวเองจะไปรู้งานอะไรถึงจะเป็นว่าที่ผู้บริหารคนต่อไปก็คงไม่ช่วยให้รู้อะไรขึ้นมาได้เองหรอก

                “ช่างเขาเถอะ”

                อิทธิพลละสายตาจากเอกสารในมือ มองคนที่อยากให้ ‘อิทธิพล’ สนใจเหย็งๆ ไม่เนียนเลยนี่นา ไม่สนใจเขาตั้งแต่แรกแล้วไปรับคำท้าหนึ่งธิดาทำไม

                “อ้าว ไหนว่าอยากให้ผมเป็นพ่อสื่อ คุณอิทธิพลจะได้เห็นความดีงามในตัวคุณไง”

                เออ...ก็ใช่  ขนิษฐานึกได้ว่าเพิ่งขอให้นายอิฐช่วยเธอเรื่องอิทธิพลไปหยกๆ

                “งั้นแล้วแต่นายก็แล้วกัน” ใครจะสนล่ะ หญิงสาวอยากพูดไปแบบนี้เหมือนกัน แต่น้ำท่วมปากเกินกว่าจะเอ่ย น่ากลุ้มไม่น้อยถ้าพบนายอิทธิพลจริงๆ เธอจะเอาเสน่ห์อะไรไปชนะยัยตองได้

               

                ปริญดาเดินกลับมาจากส่วนบริการด้านอาหารกับพี่เลี้ยงก่อนจะแยกย้ายกันไปหาร้านอาหารทานตามแต่ความชอบ หญิงสาวตั้งใจจะโทรหาขนิษฐา แต่ยังไม่ทันได้โทรก็เจอเหตุเสียก่อน

                “ยัยน้องเอ้ยไปอยู่ซะที่ไหนเนี่ย จะรู้ไหมว่าพวกยัยตองเริ่มทำคะแนนกันแล้ว”

                หนึ่งธิดากำลังหัวเราะด้วยท่าทางน่ารัก ยิ้มแต่พองามเหมือนที่เธอเคยเห็นยามที่แม่คนนี้เล็งเป้าหมายเป็นหนุ่มคนไหน แค่เห็นท่าทางของหนึ่งธิดาที่เหนือชั้นกว่าแม่เพื่อนสาวเปรียบแล้วเหมือนระดับมหาลัยกับอนุบาล แววแพ้ก็ลอยมาแต่ไกลแล้ว

                “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ไม่นึกเลยว่าคุณอิทธิพลสนใจดูแลแม้กระทั่งนักศึกษาฝึกงานอย่างเราสองคน” ตองยิ้มเขินๆ ในขณะที่เอินกำลังยกน้ำปั่นมาเผื่อแขกรายสำคัญ

                “เรียกผมว่าพลก็ได้ครับ” นักรบในมาดของคุณอิทธิพลบอก

                “ค่ะ คุณพล”

                แล้วพอเห็นแวบๆ ว่าใครกำลังมองมาก็ชวนให้ยิ้มกริ่มมากขึ้นไปอีก แต่เรื่องอะไรจะให้สองสาวที่ล้อมหน้าล้อมหลังทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิด ชายหนุ่มรับน้ำที่ไอริณส่งมาก่อนจะพูดต่อไปน้ำเสียงนุ่มแสนสุภาพว่า

“จริงๆ แล้วผมก็สนใจดูแลทุกคนนั่นแหละครับ เดี๋ยวใครมาได้ยินที่คุณตองพูดจะน้อยใจเสียเปล่า” 

ปริญดาหน้าเบ้ขี้เกียจจะฟังต่อ นักรบรู้ทันรีบเรียกไว้

“ใช่ไหมครับคุณปิ่น?”

สองสาวข้างกายคุณอิทธิพลหันมาปริญดาพลางยิ้มเย้ย งานนี้พวกเธอเดินเกมก่อนแล้ว เรื่องแพ้คงเกิดขึ้นได้ยากหน่อยล่ะ

                “มาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือปิ่น แล้วนี่รู้จักกับคุณพลแล้วเหรอ ไม่เห็นบอกกัน” เอินถามแทนเพื่อน

                “ใช่ รู้จัก ฉันไปล่ะ” บอกแล้วก็รีบแจว ไม่อย่างนั้นยัยสองสาวได้มารุมกินโต๊ะเธอแน่ๆ

                ปริญดาเกือบจะชิ่งสำเร็จอยู่แล้วเชียวถ้าคุณอิทธิพลไม่เรียกเธอไว้เสียก่อน แถมยังมานึกเรื่องมือที่เกิดอุบัติเหตุของเธอได้อีก

                “รีบไปไหนล่ะครับ? แล้วมือเป็นยังไงบ้าง?”

                นั่นไง หนึ่งธิดาหันมาร่วมด้วยช่วยกันสนใจมือของเธอที่พันผ้าก๊อตเอาไว้ทันที

                “อ้าวมือของเธอเป็นอะไรหรือ?”

                “ไม่เป็นอะไรมากหรอก” ปริญดาหันไปตอบเพื่อนก่อนจะหันไปมองคนที่เพิ่งก่อเรื่อง  “ส่วนคุณถ้าจะให้ดีลืมๆ ไปเลยนะคะ”

                “ไม่ได้หรอกครับ คุณเจ็บเพราะผมนี่ พบกันก็ดีแล้ว วันนี้ล้างแผลแล้วหรือยัง ยังล่ะสิ ถ้างั้นมากับผม”

                ชายหนุ่มว่าที่ท่านทูตคว้าแขนกลมกลึ่งของคู่กรณีไว้ แม้ปริญดาจะบิดหนีก็อย่าได้คิดว่าจะหลุด หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีจะออกปากโวยวายมากไปก็ไม่ได้ จึงทำได้เพียงถลึงตาใส่เขาเท่านั้น

                “ไม่ต้อง...” แน่ะยังไม่ยอมปล่อย ยัยสองคนก็จ้องตาไม่กะพริบ 

“บอกว่าไม่ต้องไง...คะ”

                “ไม่เป็นไรค่ะคุณพล เดี๋ยวตองกับเอินจะพาปิ่นไปทำห้องพยาบาลเอง” หนึ่งธิดาเสนอตัวประหนึ่งแม่พระมาโปรดปริญดา

ตอนนี้ถ้าให้เลือกระหว่างสองคนนี้กับนายอิทธิพล ปริญดาเลือกที่จะไปกับเพื่อนรักเพื่อนแค้นดีกว่า

                “พวกคุณใจดีมากเลย ฝากด้วยนะครับ” นับรบบอกยิ้มๆ ก่อนจะแยกตัวออกมาเดี๋ยวจะไม่ทันที่นัดไว้กับอิทธิพล

                ปริญดาถอนใจรู้เลยว่าหนึ่งธิดากับไอริณจะซักฟอกเธอเรื่องอะไรบ้าง ไม่น่าซวยด้วยความซุ่มซ่ามเลย ถ้าเมื่อวานไม่เกิดเรื่อง วันนี้เธอคงเข้าไปทำความรู้จักอีตาอิทธิพลได้เนียนๆ เหมาะเจาะงดงาม ไม่ใช่หมั่นไส้อยากประทุษร้ายแบบนี้หรอก

 

                ขนิษฐาเดินตามพี่เลี้ยงมายังบริเวณที่จอดเจ็ตสกีทั้งที่เขาน่าจะพาเธอไปหาอะไรกินแถวๆ แคนทีนหรือไม่ก็ร้านอาหารที่เปิดบริการในรีสอร์ท 

                “เราจะไปไหนกันเหรอนายอิฐ?”

                อิทธิพลจัดการเลื่อนเจ๊ตสกีลงน้ำ แถมกวักมือเรียกขนิษฐาเหมือนเมื่อวานเปี๊ยบ

                “ผมมันประเภทมีติดหนี้บุญคุณต้องรีบทดแทน คุณอยากให้ผมเป็นพ่อสื่อ ผมก็จะรีบอุ้มสมคุณกับเจ้านายผมไง”

                “อะไรนะ!?”

ไม่รู้ตัวเลยว่าถอยหลังไปหนึ่งก้าวใหญ่ๆ หญิงสาวมองพ่อสื่อไม่ค่อยจะไว้ใจ เธอเพิ่งบอกเขาเมื่อเช้า อะไรจะรวดเร็วปานนั้น

อิทธิพลหัวเราะชอบใจพลางสตาร์ทเครื่องยนต์ ผิดด้วยหรือที่เขาทำงานไว

                “ไม่ต้องซึ้งผมขนาดนั้นหรอกน่า ไปลงเรือกัน นี่แถมบรรยากาศให้ด้วยนะเอ้า อย่าบอกนะว่าที่บอกให้ผมช่วยน่ะจริงๆ แล้วพูดเล่น”

                “ฉัน...เอ่อ”

ขนิษฐาอยากจะวิ่งหนีไปจากตรงนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดแค่เรื่องเล่นๆ ของเธอ ทำไมนายอิฐถึงได้จริงจังขนาดนี้เนี่ย

                หญิงสาวเดินเหมือนทรายดูดไปหานายอิฐที่พยักหน้าให้เธอเหนี่ยวตัวขึ้นไปนั่ง โอเค แค่ไปกินข้างคงไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกมั้ง คุณอิทธิพลอะไรนั่นคงไม่ตัดสินผู้หญิงจากการพบกันแค่ครั้งเดียวหรอกน่า

               

                เจ็ตสกีแล่นมาได้ประมาณ 15 นาที อิทธิพลก็ชะลอเครื่องเมื่อใกล้ถึงเรือลำใหญ่ที่จอดลอยนิ่งอยู่ บนเรือมีชายร่างสูงโบกมือให้หย็อยๆ ก่อนจะเดินมารับที่ท้ายเรือ อิทธิพลจอดเจ็ตสกีเทียบกับเรือใหญ่ ในขณะที่ขนิษฐาดึงตัวเองกับราวเรือขึ้นมา โดยไม่ทันเห็นมือของนักรบที่ยื่นมาให้จับ พาลทำให้คนอยากช่วยเกาหัวเกาหลังคอเก้อๆ ไป

“มาถึงได้สักทีนะไอ้อิฐ”

อิทธิพลก้าวตามมา แล้วก็ไม่ลืมโยงตะขอให้เจ็ตสกีเกี่ยวกับเรือไว้

“โธ่ คุณพลก็ ขับเรือนะครับ ไม่ใช่ขับรถจะได้รวดเร็วทันใจ แล้วอีกอย่างผมพาคุณน้องมาด้วยจะให้ขับเรือสวีทสวาสเดี๋ยวผมก็โดนด่าสิ” ไอ้อิฐของคุณพลบ่น ไม่ได้มีความเกรงใจนายสักนิด

ขนิษฐาสังเกตความสนิทสนมระหว่างนายอิฐกับอิทธิพลอยู่เงียบๆ

“สวัสดีครับ เหมือนผมจะจำได้นะว่าพบคุณเมื่อวาน” นักรบเอ่ยทักทาย

“ค่ะ ตอนที่คุณกำลังยื้อยุดมือเพื่อนฉันแล้วก็ลากเพื่อนฉันไปไงคะ”  ขนิษฐาตอบไปตามตรงคล้ายจะเอาเรื่องแทนปริญดา

อิทธิพลก้มหน้ากลั้นหัวเราะ วาจาเยี่ยงนี้จะหว่านเสน่ห์ได้ยังไง เธอตรงไปตรงมาเกินไปจนคล้ายจะไม่มีจริตมารยาเสียด้วยซ้ำ เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้องแพ้ตั้งแต่ในมุ้ง

“อ้อ มันเป็นอุบัติเหตุน่ะครับ ขอโทษจริงๆ”

อุบัติเหตุที่เกิดจากผู้หญิงคนนั้นแต่ดันกลายเป็นความผิดของเขาเสียด้วยสิ

เกิดภาวะเงียบกริบ ต่างคนต่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไร คนหนึ่งมองวิวไปนอกเรือ อีกคนก็เคาะราวเรือเหมือนแก้ว่าง ร้อนให้พี่เลี้ยงต้องออกโรงทำลายความเงียบเสียเอง

“หิวแล้วมีอะไรกินบ้าง” อิทธิพลตัวจริงถาม นักรบทำปากขมับขมุบนั่นล่ะเจ้าคนลืมตัวถึงได้ต่อท้ายประโยคไม่ให้ห้วนจนเกินไป  “...เอ่อครับ”

 

อาหารที่เตรียมไว้ก็เป็นข้าวกับกับข้าวที่มาจากห้องอาหารของรีสอร์ทที่คงเพิ่งทำใหม่ๆ เนื่องจากอาหารยังอุ่นอยู่ อิทธิพลจงใจไปนั่งห่างๆ โดยในมือมีจานข้าวพร้อมกับที่เพิ่งตักแยกวงมา ถ้าเข้าไปร่วมวงมันดูแปลกไม่น้อยที่พนักงานไปกินข้าววงเดียวกับเจ้าขาย

แต่นักศึกษาฝึกงานกินข้าวกับลูกชายเจ้าของรีสอ์ตกลับไม่แปลกแฮะ นักรบขำเพื่อนอยู่ในใจ

“อาหารไม่อร่อยหรือครับคุณน้อง”

นักรบเห็นหญิงสาวเขี่ยข้าวไปมาอยู่นั้นแล้วกว่าจะตักข้าวเข้าปากได้แต่ละคำเหมือนเขาบังคับให้กินยาขมอย่างไรอย่างนั้น

“อร่อยดีค่ะ” ขนิษฐาตอบยิ้มๆ เกิดมาไม่เคยต้องจีบใครมาก่อน แล้วก็ไม่คิดจะมาทำเอาตอนนี้ด้วย

นักรบยิ้มให้หญิงสาวแลเลยไปถึงเพื่อนที่กินข้าวได้อร่อยกว่าใครในที่นั้น

“มาฝึกงานกับนายอิฐเป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็ดีค่ะ” คำตอบยิ่งสั้นลงไปทุกที

อิทธิพลตัวจริงมองอิทธิพลกำมะลอพลางขยิบตาให้พูดต่อไป

“คุณน้องอยากได้อะไรเพิ่มอีกไหมครับ ผมจะได้ให้นายอิฐขับเรือไปเอามาทานกันที่นี่” นักรบยังมีแก่ใจชวนคุยต่อถึงจะเดาได้ว่าคำตอบของหญิงสาวคงสั้นเหมือนเดิมนั่นแหละ

“ไม่ค่ะ จริงๆ ก็อิ่มแล้วด้วย”

ใช้เวลาไม่นานนักอาหารกลางวันที่คนกินแสนจะอึดอัดก็จบลงพร้อมเสียงถอนใจโล่งอกของขนิษฐาที่รีบชิ่งไปรอพี่เลี้ยงที่ท้ายเรือ ไม่อ้อยอิ่งชวนคุยตามวิสัยคนอยากรู้จักมักจี่

“ตอนอยู่กับนายถามคำตอบคำแบบนี้หรือเปล่าวะ” นักรบกระซิบถามเพื่อน มาจีบเขาแท้ๆ และดูสิดูเธอทำ ถ้ามาสร้างศัตรูยังน่าเชื่อเสียกว่า

“ไม่นี่ ใส่ไม่ยั้งตลอด สงสัยจะเขินนายมั้ง” อิทธิพลเดา

“ใช่เร้อ ฉันว่าคุณน้องอะไรนี่ไม่ได้สนใจฉันเลยต่างหาก ฝืนจนเกรงไปหมดแล้วนั่น”

นักรบดูออกว่าขนิษฐาไม่ได้อยากแข่งพิชิตใจคุณอิทธิพลนักหรอก เผลอๆ จะไม่ค่อยชอบด้วยซ้ำ แต่ที่ทำก็คงเพราะยัยเพื่อนจอมซุ่มซ่ามแน่ๆ

อิทธิพลจุ๊ปาก มาดของนักรบนี่ก็น่าชอบจะตาย ถ้าขนิษฐาไม่ชอบนีสิแปลก ทั้งหล่อ เนี้ยบ ไม่ปากสุนัขเท่าเขาด้วย

“ของอย่างนี้ต้องดูนานๆ”

“นายอิฐ” ขนิษฐาตะโกนเรียก

“เรียกแล้ว เห็นไหมเสียงยังกับคุณนายอรดีไม่มีผิด” เขาว่าแต่ก็ตามไปปลดเจ็ตสกีออกตามเสียงเรียกอยู่ดี

นักรบมองตามยิ้มๆ พลางคิดว่าไปๆ มาๆ อิทธิพลจะกลายเป็นพ่อสื่อให้ตัวเองมากกว่าละมั้ง

 

อิทธิพลขับเจ็ตสกีมาได้ค่อนทางก็รู้สึกว่าได้ยินเสีงเร่งเครื่องยนต์ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ชายหนุ่มมองไปยังบริเวณนั้นถึงได้เห็นว่ามีเจ็ตสกีอีกลำเล่นอยู่แถวๆ นี้ แต่เหมือนจะตรงดิ่งมาหาเขาอย่างไรชอบกล

“นี่คุณกอดผมให้แน่นๆ”  เขาสั่งเสียงเข้มไม่ได้ที่เล่นที่จริงอย่างเคย

“ทำไม มีอะไรหรือเปล่า?”

“เจ็ตสกีลำนั้นมันแล่นแปลกๆ ”

ขนิษฐามองตามแล้วก็เห็นว่านายอิฐไม่ได้คิดไปเองเพราะเจ็ตสกีลำนั้นแล่นมาหาพวกเธอโดยที่ไม่เลี้ยวหลบคลื่น ซ้ำยังเร่งเครื่องให้แล่นเร็วกว่าเดิมอีกด้วย

“ระวัง มันจะชนเราแล้ว” อิทธิพลสั่งพร้อมกับเร่งเครื่องเพื่อตีตัวออกห่าง แต่ด้วยกำลังของเครื่องยนต์ที่แรงน้อยกว่าเจ็ตสกีที่แล่นตรงมา การหลบให้พ้นจึงกลายเป็นเรื่องยาก

“นายอิฐ!”

ขนิษฐาเรียกพี่เลี้ยงเสียงหลงเมื่อเจ็ตสกีลำนั้นใกล้เข้ามาๆ และชนเข้ากับเจ็ตสกีที่เธอในนั่งในชั่วเสี้ยววินาทีนั้น

โครม!?!

สองร่างกระเด็นตกจากเจ็ตสกี แขนกลมกลึงที่กอดเอวร่างหนาไว้หลุดออกจากกัน อารามตกใจทำให้ร่างเพรียวตีน้ำสะเปะสะปะจนตัวเองจมลงไปในน้ำ ในขณะที่เจ็ตสกีที่เพิ่งชนได้เร่งเครื่องหายไปจนลับสายตาอย่างรวดเร็ว

“ยัยคุณหนู!”

พี่เลี้ยงตะโกนเรียกเสียงหลงพร้อมกับกระโจนแหวกว่ายไปคว้าร่างที่อ่อนปวกเปียกมาไว้ในวงแขน ก่อนจะพาลอยคอกลับมายังฝั่งด้วยความเบาใจได้ว่าเธอยังหายใจอยู่จากชีพจรที่ต้นคอซึ่งสัมผัสกับแขนของเขา

อิทธิพลอุ้มขนิษฐามานอนบนชายหาดปากก็พูดปลอบว่า

“ไม่ต้องกลัวนะ”

หญิงสาวสำลักไอจนหน้าแดงก่ำ แต่พอตั้งสติได้สิ่งที่แรกที่เธอทำคือถามอิทธิพลว่า

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

ความละอายใจแล่นพล่านไปทั้งสรรพางค์ ถึงจะรู้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากความจงใจของใครบางไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่ใครบางคนเจตนาก็ตาม แต่การที่เธออยู่ใกล้เขานั่นคือการอยู่กับอันตรายนั่นเอง

...เพราะความคิดพิเรนทร์ๆ ของแกคนเดียวเลยไอ้อิฐ

 

อิทธิพลปลุกขนิษฐาที่หลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่ให้บังคับให้กินตามที่หมอสั่งตั้งแต่บ่ายแก่ๆ หลังจากที่เขาเคี่ยวเข็ญพาหญิงสาวไปหาหมอที่คลีนิกใกล้ๆ ยามเห็นร่างเพรียวฟุบหลับอย่างอ่อนเพลีย ร่างสูงใหญ่ก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกภาพของหญิงสาวตอนที่ทะเลาะกับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย เหวี่ยงขนาดกล้าทำร้ายผู้ชายตัวโตๆ

มือหนาจับไหล่บางเขย่าปลุกเบาๆ ขนิษฐาลืมตาตื่นมองไปรอบตัวก่อนจะมาหยุดมองที่นายอิฐ หญิงสาวจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงพอมองเวลาถึงได้รู้ว่าหลับไปนานพอดู แต่นายอิฐไม่ยักว่าอะไรแฮะ

“ไปห้องพักก่อนดีกว่า เดี๋ยวผมไปส่ง” เขาเสนอ สภาพนี้ถ้าไปที่โรงอาหารคงได้ตอบคำถามกันมันละ

ขนิษฐาพยักหน้าเห็นด้วย สองหนุ่มสาวเดินตามกันไปเงียบๆ ด้วยก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร จนกระทั่งมาถึงหอพักที่เงียบเชียบผิดปกติทั้งที่ก็เย็นมากแล้ว

“ทำไมไฟยังปิดอยู่ เพื่อนคุณบอกว่าจะไปไหนหรือเปล่า?” อิทธิพลถามเผื่อขนิษฐาต้องอยู่คนเดียวเขาจะได้อยู่เป็นเพื่อน ถือว่าเป็นการไถ่โทษแบบรู้เองคนเดียว

“เปล่านี่ นายกลับไปเถอะ ฉันอยากพักแล้ว”

“คนอื่นๆ ก็ไม่อยู่นะ  เดี๋ยวผมลองถามพี่เอ๋ยดู” ว่าแล้วเขาก็จัดการไถ่ถามให้เสร็จสรรพ

“คนอื่นๆ ไปงานวัดกันหมด แล้วคุณจะอยู่ยังไงคนเดียว”

คราวนี้เขาชักห่วง ถึงในรีสอร์ทจะปลอดภัย แต่หลังจากคนของสมพงษ์สามารถลอบเข้ามาได้ เขาก็ชักจะไม่ค่อยจะวางใจเท่าไหร่

ขนิษฐามองพี่เลี้ยงขาโหดที่วันนี้กินยาไม่ได้เขย่าขวดหรือไงถึงได้ใจดีจนผิดปกติ แถมไม่พูดจากกวนโมโหอีกด้วย

“ฉันอยู่ได้หรอกน่า นายจะไปเที่ยวงานวัดก็ไปเหอะ”

“ไม่ใช่สักหน่อย เอางี้ ไปกับผมก่อน เดี๋ยวค่ำๆ จะมาส่ง” ร่างสูงกว่าเอ่ยชวนหลังจากคิดหน้าคิดหลังดีแล้ว เอาน่าคุณนายอรดีคงทันความคิดลูกชายหรอก

“ไปไหน?”

“ไปบ้านผม”

แล้วยังไม่ทันที่ขนิษฐาจะปฏิเสธคนแรงเยอะก็จับแขนให้เธอเดินตามมา แถมยังขู่อีกว่าถ้าไม่ไปด้วยกันดีๆ เขาจะอุ้มแทนเดินไปด้วยกัน หญิงสาวอยากจะออกฤทธิ์อยู่เหรอกแต่ก็เพลียจนทำไม่ได้ดังใจ

 

กว่ารถตู้คนใหญ่จะพานักศึกษาเกือบ 10 คนมาถึงงานวันก็ค่ำพอดี พอลงจากรถได้สาวๆ หนุ่มๆ ก็จับกลุ่มกันพากันไปเดินงานตามอัธยาศัย บ้างก็ไปเดินหาซื้อของกิน บ้างก็ไปเล่นเกมที่คงไม่พ้นปาลูกโป่ง บิงโก ในขณะที่หนึ่งธิดากับไอริณเลือกจะติดหนึบกับไกด์กิติมศักดิ์อย่างคุณอิทธิพลแทน

“นี่เค้าเรียกว่าขนมอะไรหรือคะคุณพล อร่อยจัง”

หนึ่งธิดาทำหน้าแปลกใจเมื่อซื้อขนมสีสวยในกล่องโฟมมาลองชิม

“ข้าวเกรียบปากหม้อครับคุณตอง” นักรบตอบพลางยิ้มให้สองสาวที่ตั้งแต่มาถึงงานวัดก็ดูเหมือนจะไม่แยกไปเดินเที่ยวเหมือนนักศึกษาฝึกงานคนอื่นๆ

“แล้วนี่ล่ะคะ” ไอริณถามพลางส่งขนมให้ชายหนุ่มลองชิม

นักรบหัวเราะเซ็งๆ แต่ก็หยิบขนมที่ทำจากแป้งคลุกมะพร้ามใส่ไส้ถั่วบดมาชิมดู

“น่าจะถั่วแปบละมั้งครับ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ”

ใครคนหนึ่งมองมาทางเขายิ้มๆ แล้วพอเขามองไปรอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนทิศทางไปทางอื่น

“ผมขอตัวสักครู่นะครับ” นักรบบอกเสียงสุภาพก่อนจะซอยเท้าออกจากสองสาวที่ติดเขาหนึบหนับยิ่งกว่าตังเม ตาก็มองหาคนที่มองเขายิ้มๆ คล้ายหยันๆ อยู่เมื่อครู่

 

ร่างสูงใหญ่เดินมายืนซ้อนหลังคนที่หัวเราะคิกคัก ในมือมีสายไหมที่ฟูพองเต็มไม้ที่พันสายไหมไว้ เขาเดินตามหญิงสาวที่ยังยิ้มมีความสุขอะไรบางอย่างไปเรื่อยจนกระทั่งสายไหมหมดจนเหลือแต่ไม้

“ยิ้มอะไรหรือคุณ?”

ร่างบางสะดุ้งโหยงไม่คิดว่าคุณอทธิพลผู้มากเสน่ห์จะเตร็ดเตร่มาทางนี้ แล้วพอมองไปทางหนึ่งธิดากับไอริณก็เห็นว่ามองหาว่าที่เจ้าของบุหลันมันตราอยู่ล่ะสิ

“เปล่า แค่ขำสองคนนั้น คุณก็ดีใจหายนะ ตอบไปซะทุกเรื่อง” เธอว่าระคนหมั่นไส้ สงสัยเธอคงยึดพี่ชายเป็นไอดอลมากไปหน่อย รายนั้นถ้าไม่ใช่ไม่มีเสียละที่จะจ๊ะจ๋าด้วย

“ก็ไม่เห็นจะแปลก คนที่ไม่รู้แถมไม่ถามต่างหากที่น่าขำ แล้วคุณล่ะอยากถามอะไรผมหรือเปล่า”

แหม! ใจกว้างเสียด้วย โอเค...จะจัดให้

“ค่ะ”

“ถามมาสิ” เขากดอกมองหน้าตาขึงขัง

“คุณไม่รู้หรือไงว่าสองคนนั้นกำลังจีบคุณอยู่ หรือว่ารู้แต่มีให้เลือกหลายๆ คนก็ดี” ว่าจะไม่พูดแล้วเชียว แต่นายนี่ดูจะไม่ปฏิเสธใครเลยจนเหมือนไม่มีผู้หญิงในฝัน ใครมาคว้าได้ก็คว้า

นักรบหัวเราะเสียงดัง ส่ายหน้ายิ้มๆ จริงๆ แล้วเขาอาจจะเป็นเหยื่อของปริญดาและผู้หญิงสองคนนั้นอยู่ก็ได้เหมือนกันไม่ใช่หรือหากคิดในอีกมุมหนึ่ง

“ผมคิดว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกถ้าไม่เอนเอียงเป็นทอมเป็นดี้ไป เป้าหมายของพวกเธอก็คือการหาสามีดีๆ สักคน เพียงแต่ว่าแต่ละคนจะมีชั้นเชิงที่แตกต่างกัน ในอนาคตคุณเองก็อยู่ในข่ายนั้น หรือจะเถียงว่าไม่ใช่ แล้วก็ไม่แน่ว่าการชวนทะเลาะอาจเป็นชั้นเชิงของคุณก็ได้”

นักรบคิดว่าเขาไม่ได้มองผู้หญิงในแง่ร้ายจนมองว่าพวกเธอจ้องจะตะครุบผู้ชาย หากหญิงสาวจะฟังดีๆ ยุคสมัยนี้ผู้หญิงผู้ชายแทบจะเท่าเทียมกัน คงไม่แปลกอีกนั่นแหละที่ผู้หญิงจะหาคนที่ใช่สำหรับตนเอง

“หลงตัวเองที่สุด!”

ปริญดาเหลือจะทนเลยเดินหนีมาซื้อตั๋วขึ้นชิงช้าสวรรค์จะได้อยู่เงียบๆ คนเดียว แต่คนที่เพิ่งก่อความรำคาญยังตามมารังควาน แถมเข้ามานั่งในกระเช้าตัวเดียวกับเธอได้หน้าตาเฉย

“ตามมาทำไม? ออกไป!”

“ชิงช้าสวรรค์เค้าต้องนั่งสองคน นั่งคนเดียวมันจะไปสมดุลอะไร” นักรบให้เหตุผลพร้อมกับหันไปบอกคนคุมเครื่อง

“ปิดได้เลยครับ”

ประตูเหล็กบานเล็กปิดล็อคอย่างรวดเร็วยังไม่ทันที่ปริญดาจะปฏิเสธด้วยซ้ำกระเช้าก็ลอยสูงขึ้น หมดทางพาตัวเองออกไป

 

ปริญดาใช้ความเงียบเข้าข่ม ตราบใดที่ไม่พูด ไม่ฟัง ไม่สนใจเดี๋ยวเขาก็ล่าถอยไปเอง ไม่รู้ข้อความที่ส่งไปให้ขนิษฐา หลังจากโทรแล้วไม่มีคนรับสาย ป่านนี้เพื่อนสาวจะเปิดอ่านแล้วหรือยัง จริงๆ เธอก็ไม่ได้อยากมา แต่ที่ต้องมาก็เพราะต้องมาดูว่าคู่แข่งก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เธอจะได้วางแผนได้ถูก

“เค้าว่ากันว่าถอนใจ 1 ครั้งจะลดอายุไป 15 นาที” นักรบค่อนว่าเผื่อว่าคนตีหน้าตูมจะหันมาสนใจเขาบ้างไม่ใช่ทำเหมือนอยู่ในนี้คนเดียว

“ช่างฉัน” ปริญดาตอบเสียงสะบัดอยากออกไปจากกระเช้าแล้ว อยู่อย่างนี้ชักเหมือนโดนขัง

“แล้วการมองคนอื่นด้วยหางตา ชาติหน้าจะตาเหล่”

ไม่รู้หรอกว่าชาติหน้าจะเป็นอย่างที่คุณอิทธิพลนี่พูดหรือเปล่า แต่ชาตินี้ถ้าเขามากวนโมโหเธอบ่อยๆ เธอคงได้ตาเหล่เพราะค้อนเขาจนตากลับแหงๆ แล้วดูสิเขายี่หระกับดวงตาพิฆาตของเธอเสียที่ไหนยังพูดต่อให้รำคาญอยู่ได้

“เมื่อกี้ผมพูดถึงเป้าหมายของผู้หญิง คราวนี้ผมจะพูดถึงเป้าหมายของผู้ชายให้ฟังบ้าง”

“ไม่อยากฟัง” เธอปฏิเสธแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด

แต่คนเล่าอยากเล่าเสียอย่างถึงไม่อยากฟังก็จะเล่าอยู่ดีนั่นแหละ

“เถอะน่า อยู่กันแค่สองคน ถึงไม่อยากฟัง เสียงผมก็เข้าไปในหูของคุณอยู่ดี”

ปริญดาเท้าคางหันไปมองทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้ากวนๆ ของผู้ชายตรงหน้าที่นั่งตรงข้าม ห่างกันเพียงเข่าชนเข่าเท่านั้น แต่เสียงของเขาก็เข้ามาสู่ประสาทการรับฟังของเธออยู่ดี

“เป้าหมายของผู้ชายก็คือการสร้างครอบครัว เพียงแต่ผู้ชายมักจะทำตัวเหมือนผู้เลือกสินค้า ผู้ชายอาจจะมีกำลังซื้อที่มาก เลือกสินค้าไว้หลายชิ้น แต่สุดท้ายผู้ชายก็จะเลือกสินค้าเพียงชิ้นเดียวเพื่อเอาไปไว้ที่บ้าน”

แต่ในยุคสมัยนี้ผู้หญิงบางคนอาจจะทำตัวเหมือนผู้เลือกสินค้าก็ได้ แต่ถ้าพูดไปปริญดาคงได้ไล่เขาลงจากชิงช้าสวรรค์แน่นอน

“ผู้ชายเป็นพวกจับปลาหลายมืองั้นสิ” เธอถามน้ำเสียงหยัน

...วันหลังต้องถามพี่ชายดูเสียแล้วว่าคิดแบบนี้หรือเปล่า

“ถ้าปลายอมให้จับ” เขาบอกหน้าตาเฉย แต่รอยยิ้มเหมือนมีรอยขัน

ปริญดาส่ายหน้าเซ็งๆ เธอเพิ่งรู้ว่าผู้ชายคิดอย่างไรต่อผู้หญิงก็วันนี้ อดรู้สึกไม่ได้ว่าคำพูดของเขาเหมือนมือที่มาตบหน้า การท้าทายจนกลายเป็นการแข่งขันเพื่อพิชิตใจเขาคงยิ่งทำให้การ ‘ยอมเอง’ เป็นคำพูดที่ผู้ชายสามารถโยนใส่หน้าของพวกเธอได้

“ยังไงๆ ผู้หญิงก็ผิดวังยังค่ำใช่ไหมล่ะ เป็นนิยามที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยฟังมา”

“แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่าล่ะ  ถ้าผู้หญิงไม่อยากให้ผู้ชายทำแบบที่ผมพูดไปก็ต้องทำตัวไม่ให้ผู้ชายคิดว่าเป็นตัวเลือก แต่เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเลือกเพราะดีที่สุดแล้ว”

สายตาของนักรบไม่ได้มองไปที่ไหนนอกจากใบหน้านวลที่เผือดซีดคล้ายคนใกล้จะเป็นลม

“นายว่าฉันหรือเปล่า?” ปริญดาถามชักไม่แน่ใจเมื่อเห็นดวงตาวับๆ โฉบผ่านหน้าของเธอ

“เปล่าเสียหน่อย” เขาปฏิเสธยิ้มๆ

ผู้หญิงคนนี้แปลก แฟร์ดี เธอว่าคนอื่นได้ ในขณะที่คนอื่นจะว่าเธอบ้างก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่จนต้องมาเถียงกันเอาเป็นเอาตาย

“ก็ฉันเป็นผู้หญิง” เธอแย้ง

ใบหน้าหล่อชวนฝันยื่นเข้ามาใกล้เพียงเพื่อจะตอบหญิงสาวว่า

“แต่คุณไม่ใช่ตัวเลือกเสียหน่อย”

ดวงตาคู่นั้นนิ่งลึกจนปริญดาไม่แน่ใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือว่าเธอไม่มีค่าแม้แต่จะเป็นตัวเลือกกันนะ

 

อิทธิพลพาขนิษฐาเดินลัดเลาะกำแพงด้านหลังรีสอร์ทมาที่บ้านของเขาที่เธอคงเข้าใจว่าเป็นของนักรบ อรดีมานั่งมองวิวไปพลางอ่านหนังสือนิยายของลูกสาวไปพลางจนกระทั่งทรงผมของลูกชายเด่นมาแต่ไกล นางวางหนังสือหันมาสนใจมองมาดว่าที่เจ้าของบุหลับมันตราคนต่อไปแล้วก็ส่ายหัว

“เจ้าอิฐพาลูกสาวใครมาฮึ?”

“ขนิษฐาเป็นนักศึกษามาฝึกงานนะครับคุณนาย” อิทธิพลแนะนำ

อรดีกะพริบตาปริบๆ ไม่ใช่อะไรหรอกชื่อนี้นักรบเพิ่งบอกเมื่อวาน แล้วดูลูกชายขยิบตาให้อีก สงสัยได้ผิดศีลกันละวันนี้

ขนิษฐายกมือไหว้ผู้หญิงที่เธอรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แล้วพอยิ้มเธอยิ่งรู้สึกถูกชะตา ความใจดีที่แฝงมากับรอยยิ้มและดวงตาคู่นั้นทำให้เธอนึกว่าถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่คงจะดี

“ผู้หญิงคนนี้คือเจ้าของบุหลันมันตรา คุณนายอรดี เจ้านายของผมเองครับ”

อ้อ ที่แท้ก็คุณอรดีที่เธอได้ยินชื่อว่าหลายวันนี่เอง ไม่น่าเชื่อว่าดูอ่อนหวาน ใจดีขนาดนี้ทั้งที่บุกบั่นสร้างรีสอร์ทมาด้วยตัวเอง

“คุณอิทธิพลยังไม่กลับมาหรือครับคุณนาย” อิทธพลถามถึงอิทธิพลเสียด้วย

อรดีมองคนทำเนียนรู้สึกหมั่นไส้เต็มทน

“ไม่รู้ ไม่อยากตอบ มากับป้ามา ทานอะไรมาหรือยัง” คำถามนี้อรดีจงใจถามขนิษฐาไม่ใช่ไอ้ลูกชายที่ขยับปากตอบ

“ยังครับ”

“เดี๋ยวเถอะ!”

อิทธิพลหัวเราะชอบใจ คนแก่ค้อนใส่นี่น่ารักจริงๆ เลย



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1011 , โพส : 1 , Rating : 100% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 38
ครอบครัวสุขสัต์จริงๆนายอิฐ
PS.  เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Name : จิรารัตน์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิรารัตน์ [ IP : 125.27.210.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2554 / 16:57

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android