คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

พายุทราย กลิ่นอายรัก...วางแผงแล้ว สำนักพิมพ์อักษรศาสตร์

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ...100%


     อัพเดท 1 ก.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 99% [ 1,483 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 114,196
976 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 49 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
พายุทราย กลิ่นอายรัก...วางแผงแล้ว สำนักพิมพ์อักษรศาสตร์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 6744 , โพส : 0 , Rating : 100% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 2 ความจริงกับสิ่งที่เห็น

 

                ฐิตาเดินทางมาถึงตึกสูงตระหง่านสูง 18 ชั้นอันเป็นตึกที่ตั้งของ Bangkok News  ตั้งแต่ยังไม่ 8 โมงเช้าแน่นอนคราวนี้วายุเป็นคนขับรถ ด้วยตั้งแต่ฐากูลวางมือจากวงการสื่อ ท่านก็วางใจให้วายุมีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการผู้จัดการ ส่วนฐิตานั้นเป็นรองประธานกรรมการทำให้ท่านประธานไปไหนรองประธานต้องไปด้วย   วันนี้วายุนั้นมีประชุมผู้จัดการฝ่ายจึงต้องรีบมาอ่านข้อมูลที่เขาสั่งให้เลขาจัดไว้ให้ ฐิตาก็เช่นกัน

                สองพี่น้องที่แม้จะมีเรื่องทะเลาะ คะคานกันบ้าง แต่ทุกคนในตึกนี้รู้ดีว่าทั้งสองเป็นพี่น้องที่รักกันมาก วายุนั้นด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบทำให้ต้องวางให้เหมาะสมเพื่อนำทุกคนใน Bangkok News  เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนฐิตานั้นด้วยความที่เป็นเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอทำให้ทุกคนในตึกต่างรักเธอ  แต่เวลาเอาจริงก็ได้เรื่องใช่น้อย

                เมื่อเข้าไปในตึกทั้งวายุและฐิตาต่างขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 18 อันเป็นชั้นของผู้บริหารระดับเท่านั้น วายุนั้นใส่เพีงเสื้อเชิร์ตสีนำตาลเข้ม สบายๆ เท่านั้นเพราะประเทศไทยเป็นเมืองร้อน เขาคงทนใส่สุททำงานไม่ไหว ส่วนฐิตานั้นแม้จะเป็นสาวหวาน แต่ในเวลาทำงานกลับชอบใส่กางเกงสเลคที่สุด ผมที่เหยียดยาวถึงกลางหลังถูกมัดเปียไว้กลางหลัง

                “ประชุม 9 โมงใช่ไหมพี่วา” ฐิตาถามเพื่อความแน่ใจ เข้าประชุมสายคงไม่ดี

                “อืม ไปอ่านข้อมูลด้วย วันนี้คงยาวกันล่ะ เพลนกันทั้งเดือนเลยนี่นะ” วายุตอบกระปรี้กระเป่าอย่างพร้อมสำหรับงานที่หนักหน่วงในวันนี้

                “นั่นสิพี่วา เอากาแฟไหม เดี๋ยวตาไปชงให้” หญิงสาวเสนออย่างเต็มใจ

                “เอาสิ ขอบใจนะ”

                “ได้เลยพี่วา เดี๋ยวตาเอามาให้นะ”

                ฐิตาผลุบหายเข้าไปในส่วนของห้องครัวเล็กๆ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ การชงกาแฟเป็นสิ่งที่น้องสาวมักจะทำให้พี่ชายยามที่ต้องทำงานด้วยกันเพียง 2 คนเสมอ แม่บ้านมักจะรู้สึกเกรงใจในตอนแรๆ ที่เห็นหญิงสาวลงมือชงกาแฟงเอง แต่เมื่อผ่านไปสักระยะก็กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ทำให้พี่ชายแค่นี้สบายมาก หญิงสาวรู้ว่าภายใต้ใบหน้าขมวดมุ่น ยิ้มยากและขี้บ่นของพี่ชาย โดยเนื้อแท้แล้ววายุเพียงต้องการรักษาทุกอย่างที่พ่อสร้างไว้ให้ดำเนินไปอย่างดีที่สุด

                ฐิตายกกาแฟไปให้พี่ชายยังห้องทำงานใหญ่ที่ผนังเป็นกระจกใส เช่นเดียวกับห้องของเธอซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม วายุกำลังอ่านเอกสารคร่ำเคร่ง หญิงสาววางถ้วยกาแฟ ก่อนที่จะออกไปเงียบๆ และเปิดประตูห้องทำงานของตนเองบ้าง ขายาวภายใต้กางเกงสเลคเดินไปยังโต๊ะทำงานที่มีโน้ตบุค เอกสารและกรอบรูป รูปพ่อ พี่วาที่ถ่ายพร้อมกันในวันรับปริญญาของเธอ รูปเธอกับเมธาวีในชุดครุย เห็นแล้วก็นึกถึงบทสนทนาที่เธอคุยกับเมธาวีเมื่อคืนหญิงสาวนึกในใจยามโทรศัพท์ไปหาเพื่อนรัก

                ‘ว่าไงคะคุณฐิตามารศรี โทรมานี่คิดถึงใช่ไหมล่ะ” เมธาวีทักทายกลับมาเสียงใส แถมต่อชื่อให้เสียด้วยสิ ฐิตาเดาได้เลยว่าคงกำลังยิ้มด้วยกระมัง

                ‘ใช่จ้าเม สบายดีไหม ท้องโตขึ้นหรือยัง” หยิงสาวถามกลับไป เมธาวีกำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะนี่

                ‘อืม เริ่มเห็นท้องชัดแล้วล่ะตา ตอนนี้ดารีมห้ามไม่ให้เมไปทำงานที่สำนักพิมพ์ ห้ามเมขับรถ ห้ามเมวิ่ง แล้วก็ห้ามเมหลายอย่างเลย ตอนนี้เมกำลังเป็นว่างงาน’ เมธาวีบ่นเสียงใสเชียวละ

            ‘ชีคดารีมทำถูกแล้วนี่ ถ้าไม่ห้ามเมก็คงไม่ยอมนั่งเฉยๆ หรอก’

            ‘มันว่างจนไม่รู้จะทำอะไรน่ะสิ’ แต่ว่าที่คุณแม่ยังไม่วายบ่น

            ‘งั้นถ้าเมว่างตาก็อยากให้เมช่วยตอบอะไรหน่อย’ฐิตาตามไม่อ้อมค้อมเพราะเธอกับเพื่อนรักไม่เคยมีความลับต่อกันอยู่แล้ว

            ‘เรื่องอะไรล่ะ คน สัตว์ สิ่งของ’

            ‘เรื่องของ....องครักษ์หน้าดุของท่านชีคน่ะ ตาอยากรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน’ หวังว่าแม่เพื่อนรักจะไม่คิดอะไรมากหรอกนะ ก็เธอไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ นะ

            ‘ตอนนี้ไซฟาลคงอยู่ไม่ห่างจากตานักหรอก’ เมธาวีตอบเพราะรู้ดีเชียวละว่าไซฟาลเดินทางไปเมืองไทยเพราะอะไร  

            ‘หมายความว่ายังไง เขามาเมืองไทยเหรอ’ ฐิตาถามน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างลืมตัว

                เมธาวีหัวเราะชอบใจ สองคนนี้ปากแข็งพอกัน แล้วเมื่อไหร่จะลงเอยกันได้ล่ะนี่

            ‘ทำนองนั้น ใครทำข่าวการเปิดตัวยัดเซ็ม ออยล์ล่ะตา ’

                ‘ตาเอง อย่าบอกนะว่าอีตาไซฟาลคือ CEO ลึกลับคนนั้น’ ฐิตาถามรัวเร็วด้วยเธอก็อยากรู้ว่าที่คิดเอาไว้ ใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า แต่แม่เพื่อนรักกลับเงียบเสียนี่

            ‘          ’

            ‘ทำไมเงียบไปล่ะเม ใช่เขาหรือเปล่า’

            ‘ก็ตาห้ามเมบอก เมก็ไม่บอกไง  ล้อเล่นจ้า คิดว่าใช่นะ เมก็เพิ่งรู้ ดารีมเพิ่งบอกเมเอง’

                ‘ว่าแล้วเชียว ขอบใจนะเม ’ พรุ่งนี้จะได้เจอ CEO ผู้ลึกลับ อยากรู้จริงๆ ว่าไซฟาลจะทำหน้าอย่างไรฐิตาเข่นเขี้ยวในใจ

            ‘ไม่เป็นไรจ้า ดีออกเมจะได้มีอะไรทำ’

            ‘ตาดีใจด้วยนะเม ขอให้ตาหนูหรือยัยหนูก็ไม่รู้ แข็งแรงนะ ’

            ‘ขอบใจจ้า โอ้ย เมต้องไปแล้ว ดารีมกำลังเดินมาหาเมแล้ว วันนี้เขาจ้างครูสอนโยคะมา เมตายแน่ๆ’ว่าที่คุณแม่โอดครวญ แต่ก็หัวเราะอย่างมีความสุข

            ‘จ้า เม’

            ฐิตายิ้มอย่างสุขใจ ชีคดารีมเป็นคนดีมาก เพื่อนของเธอกำลังมีความสุข หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้พนักพิงสูง มือบางหยิบแฟ้มที่อลินเลขาของพี่วายุเตรียมเอาไว้ให้ ดวงตากลมโตเห็นอะไรบางอย่าง สีชมพูจากดอกไม้ที่มีเพียงดอกเดียวบนก้านดอกที่ใหญ่พอสมควร มีหนาบแต่หยาบๆ ไม่คมอะไร และมันเด่นเป็นสง่าที่บนโน้ตบุค เธอหยิบดอกไม่สวยแต่บอบบางนั้นขึ้นมาด้วยความแปลกใจที่ได้พบมันที่นี่

                “สงสัยแม่บ้านเอามาวางไว้ให้ละมั้ง เจอตัวแล้วจะขอบใจแล้วกันนะ” หญิงสาวรำพึงกับตัวเอง

                ฐิตาเทน้ำลงบนแก้วแล้ววางดอกไม้สีสวยลงไป อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นวันที่สดใส การเริ่มต้นวันด้วยกาแฟหอมกรุ่น รสชาติอร่อยเพราะชงเอง ดอกไม้สวยๆ ของใครบางคนที่หญิงสาวคิดว่าคงเป็นแม่บ้านและเอกสารแฟ้มโต

 

                ฮัมซาและอาลัมได้รับคำสั่งจากท่านไซฟาลให้มาที่บ้านหลังใหญ่ย่านชานเมืองอีกครั้ง พวกเขารอดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้านหลังนั้นด้วยกล้องส่องทางไกลมาเกือบครึ่งวัน แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ประตูหนาบานสูงยังคงปิดสนิท ไร้วี่แววไปหมด แต่องครักษ์ทั้งสองต่างมั่นใจว่าวันนี้ต้องมีอะไรที่นี่บ้างหรอก ไม่อย่างนั้นท่านหัวหน้าองครักษ์คงไม่สั่งให้พวกเขามาที่นี่อีก ถ้าไม่ติดว่าต้องอ่านเอกสารมากมายของยัดเซ็ม ออยล์แล้วล่ะก็ ท่านไซฟาลคงมาด้วยตัวเองไปแล้ว

                และแล้วการรอคอยของฮัมซาและอาลัมก็สิ้นสุดลง ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก รถญี่ปุ่นคันเล็กที่ทั้งสององครักษ์จำได้แม่นยำก็ขับออกมา ทั้งสองไม่รอช้าที่จะค่อยๆ เคลื่อนรักออกจากที่ซ่อนซึ่งเป็นตึกร้าง ห่างจากบ้านเป้าหมายพอสมควร รถคนใหม่สีต่างจากเมื่อวานตามรถคันเป้าหมายไปห่างๆ แต่ไม่คลาดสายตา อยากรู้นักว่ามันกำลังจะไปไหน  รถญี่ปุ่นคันเล็กแล่นออกจากนอกเมืองไปเรื่อยๆ ไร้จุดหมาย

                “มันจะไปไหนของมันวะ” ฮัมซาซึ่งขับรถเอ่ย

                “น่าเดี๋ยวก็รู้ อยากรู้แล้วสิว่ามันจะทำหน้ายังที่เจอพวกเราอีก” อาลัมพูดเสียงขรึม

                “เดี๋ยวมันจะได้รู้ว่าผิดแล้วที่คิดมาแหย่เสือ”

                ฮัมซายังตามรถเป้าหมายไม่ห่าง แต่ก็ไม่ทำให้เป้าหมายสงสัยด้วยการขับหลบรถคนอื่นบ้าง แกล้งแซงบ้าง จนเมื่อรถญี่ปุ่นคันเดิมไปถึงทางแยก ฮัมซาก็แกล้งชะลอให้รถช้านิดหนึ่งเพื่อไม่ให้ดูจงใจว่าเลี้ยวตามมากเกินไป รถเป้าหมายเข้าไปในซอยเล็กๆ ที่ไม่เปลี่ยวนัก แต่ถ้าขับเวลากลางคืนก็ไม่แน่ ยิ่งตามยิ่งลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งใกล้ถึงตึกกลางเก่ากลางใหม่นั่นล่ะ รถเป้าหมายก็เลี้ยวฉึบเข้าไป ฮัมซารีบขับรถแอบข้างทางที่มีต้นไม้ใหญ่พอจะพรางสายตา สององครักษ์พยักหน้ากันอย่างเข้าใจ ทั้งสองลงจากรถเงียบๆ ในมือมีปืนจับเอาไว้มั่น เมื่อถึงเวลามัจจุราชสีดำอาจได้ใช้

                ตึกกลางเก่ากลางใหม่ที่ประตูปิดสนิท ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับฮัมซา เขาใช้เส้นลวดที่หาได้แถวนั้นไขลูกบิดอยู่สองสามทีประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย อาลัมส่งนิ้วโป้งให้อย่างชื่นชม แล้วทั้งสองก็เดินไปในบ้าน ความเงียบคือคำตอบว่าในชั้นล่างไม่มีใครอยู่ ฮัมซาชี้นิ้วไปชั้นบนเป็นสัญญาณ ทั้งสองค่อยๆ เดินอย่างเงียบกริบสู่บันไดไปยังชั้นสองของบ้าน พวกเขาได้ยินเสียงบดสีของอะไรบางอย่าง ยิ่งขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ เสียงนั้นยิ่งแจ่มชัดขึ้น และเสียงคนคุยกัน แต่จับความไม่ได้ว่าพวกมันกำลังคุยอะไรกันอยู่ อาลัมชี้ไปที่เป้าหมายที่เขาจะแยกไปอีกทางที่จะสามารถไปยังชั้นลอยของห้องนั้นได้ เพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบหากต้องปะทะกัน ด้วยงานนี้ท่านไซฟาลสั่งจับเป็นเท่านั้น

                ฮัมซาค่อยๆ ลอบมองจากบานประตู ชายหนุ่มเห็นไอ้เจ้าของรถญี่ปุ่นคันนั้นเต็มๆ มันกำลังสั่งอะไรบางอย่างกับผู้ชายวัยกลางคนที่มือกำลังค่อยๆ ประคองถาดที่ใส่ผงสีดำลงไปยังกระบอก PVC อันเล็กด้วยความระมัดระวัง ข้างๆ มีวงจรไฟฟ้า จากการฝึกฝนก่อนได้เป็นองครักษ์ในวันนี้ฮัมซากล้าเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่าพวกมันกำลังทำระเบิดอย่างไม่ต้องสงสัย

                อาลัมปีนขึ้นไปยังชั้นลอยของห้อง  โดยเขาเห็นเพื่อนจากอีกฝั่งได้อย่างชัดเจน ทั้งสองสัญญาเริ่มบุกทันทีเมื่อพร้อม ฮัมซาก้าวออกมายืนจังก้าที่ประตู ชายทั้งสองในห้องรับรู้การปรากฏตัวของชายแปลกหน้า ปืนที่เหน็บไว้ที่เอวถูกดึงออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ความเร็วมันผิดกัน

                “เปรี้ยง เปรี้ยง” เสียงปืน 2 นัดจากอาลัมและฮัมซา ทำให้ชายเจ้าของรถญี่ปุ่นทรุดฮวลลงไปกองกับพื้นด้วยที่โคนขามีกระสุนตุง ไม่ต่างจากที่ข้อมือพร้อมกับร้องด้วยความเจ็บปวด

                “โอ้ยๆๆ”

                ชายที่กำลังเทดินละเบิดสาดผงสีดำมายังฮัมซาเต็มรัก องครักษ์หนุ่มกระโดดหลบได้ทันท่วงที อาลัมกระโดดผลุงเข้ามาในห้อง ปืนเล็งตรงไปยังเป้าหมายที่ตอนนี้ถืออาวุธร้ายแรงในมือ ดวงตาเจ้าของบ้านตื่นเต้นปนหวาดกลัว พร้อมกับตะโกนขุ่นลั่น แต่ทั้งสององครักษ์ก็ฟังไม่ออกอยู่ดี

                “อาลัม  ระเบิด!!” ฮัมซาตะโกนบอกเพื่อน

                “เออรู้แล้ว มันอยากตายด้วยระเบิดของมันเองก็ลองดู” อาลัมโคงศีรษะไปมา ถอนหายใจพรืด

                “นายมีแผนอะไรอยู่” ฮัมซาตะโกนถามอีกครั้ง ท่าทางแบบนั้นของอาลัมทำให้เขารู้ว่าเพื่อนเขากำลังคิด

                “นายเล็งแล้วยิง ชั้นรับ โอเคมั้ย” ว่าแล้วไหมล่ะ ฮัมซาคิดอย่างครึ้มๆ ใจ แต่ชายเจ้าของรถญี่ปุ่นกลับมองเพื่อนดวงตาวาวด้วยกลัวว่าระเบิดจะล่วงลงพื้น ทีนี้ละตายกันหมดล่ะ

                “ได้ หนึ่ง สอง สาม” ฮัมซานับ อาลัมมองพร้อมเตรียมกระโจน ถ้าเขารับพลาดคงตายกันหมดล่ะทีนี้

                “เปรี้ยง” เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมือระเบิดแผดร้องก้องไปทั้งห้องพร้อมกับระเบิดในมือถูกปล่อยลงพื้นห้อง

                “โอ้ยๆๆ”

                เสียงเนื้อกระทบพื้นดักอั๊ก ฮัมซารีบเข้าชาร์ตมือระเบิดพร้อมกับมองเพื่อนอย่างโล่งอก อาลัมพลิกตัวและลุกขึ้นอย่างว่องไว ในมือของเขาคือระเบิดทำลายล้างพระเอกของงานนั่นเอง

                “เกือบไปนะอาลัม ทีนี้เอาไง จะสอบสวนมันยังไงดีล่ะทีนี้ จะคุยกันรู้เรื่องมั้ยล่ะนี่” ฮัมซาพูดพร้อมกับหยิบเชือกในลอนที่มีในห้องมามัดมือระเบิดและหนุ่มเป้าหมาย

                “ไม่มีปัญหา ไอ้นี่พูดไทยได้ ส่วนอีกคนเดี๋ยวก็รู้ นายเห็นแผนที่บนโต๊ะหรือเปล่า” อาลัมพูดหลังจากเดินสำรวจจนทั่วห้องและพบเบาะแสบางอย่างและ ‘ไอ้นี่’ ของอาลัมคือคู่กรณีเมื่อวานนั่ยแหละ

                “อืมเห็น มันมีอะไร” ฮัมซาถามทั้งที่มือยังมัดเชือกไม่เสร็จ

                “นั่นมันแผนที่ไปแรมที่ท่านไซฟาลจะเปิดแถลงข่าว นายคิดว่าไงล่ะฮัมซา” อาลัมตอบมองแผ่นที่อย่างพิจารณาตัวหนังสือที่เขียนกำกับไว้ แต่อ่านไม่ออก

                “นายนี่มันตาไวจริงๆ”

                “ขอบใจที่ชม ตอนนี้เราเอามันไปเก็บที่เกสเฮาส์ก่อนดีกว่า ชาคิลน่าจะช่วยเราได้ นั่นนะพูดได้ตั้งหลายภาษาเว้นภาษาไทย เราคงโชคดีถ้าชาคิลมันพูดจีนได้ นายรายงานท่านไซฟาลด้วย” อาลัมพูดอย่างนึก งานนี้เล่นไม่ยาก

            “ได้ งานนี้พวกมันจะได้เจอของจริงกันล่ะ” ฮัมซาพูดเสียงเหยียดใส่เป้าหมายที่ถูกมัดรวมกันที่มุมห้อง บาดแผลแม้ว่าจะไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็เจ็บปวดไม่น้อย พวกมันต่างตะโกนก้อง น้ำเสียงเกรี้ยวกราดใส่ฮัมซาและอาลัม ดวงตาพวกมันมองมาที่พวกเขาทั้งเคียดแค้นและตื่นกลัว พวกมันคงไม่คาดคิดว่าจะถูกตลบหลังในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้กระมัง แต่นี่มันเพิ่งเริ่มต้น ของจริงกำลังจะตามมา...

 

                ใบหน้าเข้มดุมองร่างของชายสองคนที่ฮัมซามัดไว้ที่เก้าอี้ตัวเดียวของห้องในห้องหนึ่งของเซฟเฮาส์ ซึ่งเซฟเฮาส์นี้ดารีมซื้อไว้ในครั้งก่อนที่มาขอเมธาวีแต่งงาน ตอนนี้ที่นี่ได้ใช้งานอีกครั้ง ความสูงของไซฟาลดั่งข่มผู้ที่มองทุนคนในห้องต่างตื่นตะหนกปนหวาดกลัว โดยเฉพาะชายร่างสูงในชุดเสื้อเชิร์ตแขนยาวกับกางเกงขายาวสำดำนั้น เพียงแค่สบตาก็รู้สึกขนคอลุกชันขึ้นมาเสียอย่างนั้น  ชายชาวอาหรับใส่ศุทสีดำ 3 คนที่รายล้อมเขาต่างรอคำสั่งคนเพียงผู้เดียวที่ยืนอยู่กลางห้อง ลูกน้องขอกวินจำชายผู้นี้ได้ดีเพราะเขาผู้นี้คือเป้าหมายของการลงมือในวันพรุ่งนี้

                ชาคิลไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง องครักษ์หนุ่มพูดและฟังภาษาจีนได้ดีทีเดียว ดังนั้นการสอบสวนในครั้งนี้จึงไม่ยากอีกต่อไป

                “พวกแกชื่ออะไร” ชาคิลถามชายสองคนซึ่งถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเป็นภาษาจีน แต่ความเงียบคือคำตอบ ชายทั้งสองต่างเก็บเสียงเก็บลิ้นของตนเองไว้

                “ถามพวกมันใหม่สิชาคิล ถามว่าวันนี้ยังอยากมีลมหายใจอีกหรือเปล่า” ไซฟาลถามพร้อมกับมองเจ้าของรถญี่ปุ่นที่สะกดรอยตามเขาเมื่อวาน ชาคิลถามตามที่ไซฟาลสั่งทันที หลังคำถามนั้น ดวงตาของเฟยหลงเหลือกลานจนลืมตัวเองยามตอบคำถามที่ชาคิลถามเป็นครั้งแรก

                “อย่ามาหลอกถามเสียให้ยาก ยังไงพวกแกก็ต้องเก็นชั้นอยู่” ฮัมซา อาลัมและชาคิลมองอย่างอยากจะประเคนหมัดให้มันสีกที โทษฐานพูดไทยได้ก็ไม่พูดตั้งแต่แรก แต่ชายอีกคนซึ่งทำหน้าที่ประกอบระเบิดกลับไม่เห็นด้วยกับที่เพื่อนตอบชายหน้าดุไปเมื่อครู่

                “อย่าทำอะไรผมเลย ผมชื่อหยวนเซียว ผมแค่รับจ้างเขาเท่านั้น”  เกรียงตอบเป็นภาษาจีน ชาคิลทำหน้าที่แปลให้ทุกคนฟัง ไซฟาลฟังใบหน้ายังเฉยไม่เปลี่ยน จนหยวนเซียวร้อนๆ หนาวๆ ว่าชายผู่เป็นหัวหน้าของคนในห้องนี้กำลังจะทำยังไงกับเขากันแน่

                “ไอ้หยวนมึงจะโง่ทำไง ยังไงมันก็ไม่ปล่อยเราไปอยู่แล้ว”

                “กูยังไม่อยากตายนะโว้ยได้เฟยหลง” หยวนเซียวเถียงกลับไป

                ชาคิลแปลทุกคำที่หยวนเซียวและเฟยหลงคุยกัน ไซฟาลเดินมาหา ริมฝีปากมีเม้มปิดกลับยิ้ม แต่แววกลับยะเยือกยามสบมอง

                “บอกพวกมันที่ชาคิล พรุ่งนี้มันจะไประเบิดที่โรงแรม...ใช่ไหม”

            ชาคิลถามตามที่ไซฟาลสั่งอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าไอ้เจ้าเฟยหลงมันฟังออกแต่แรกที่ท่านไซฟาลถามแล้วก็ตาม เฟยหลงมองเป้าหมายของเขาไม่วางตา ไร้พิรุธ ริมฝีปากเม้มแน่น แต่สำหรับหยวนเซียวเปียวนั้นดวงตากลับเบิกโพรง ด้วยไม่คาดคิดว่าผู้ที่จับตาเขามารู้ว่าเขากับเพื่อนกำลังจะทำอะไร

                “ค..คุณรู้ได้ยังไง”

                ถึงจะไม่ใช่คำตอบที่ยอมรับ แต่ก็บอกได้ว่าไซฟาลคิดถูก พวกมันคิดจะก่อเหตุระเบิดที่โรงแรมที่เขาใช้เป็นที่แถลงข่าว

                “ชาคิลในแผนที่ที่ฮัมซากับอาลัมพบ มันเขียนอะไรเอาไว้”

                ชาคิลรับแผนที่จากไซฟาลมาอ่าน ใช้เวลาเกาะตัวอักษรไม่นานก็ได้คำตอบในที่สุด เฟยหลงมองชาคิลอย่างไม่สบายใจ ถึงเขาจะรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิด แต่ใครจะสนเล่าในเมื่อกวินให้เงินเขาสำหรับทุกงานที่ทำเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสมอ

                “มันคือชื่อห้องที่เราจองไว้กับโรงแรมครับท่านไซฟาล ห้องการะบุหนิง”

            ไซฟาลยังคงยิ้มทั้งที่ดวงตาไม่ยิ้มสักนิด เฟยหลงก้มหน้าอย่างหมดทาง พวกนั้นรู้หมดแล้ว และเขาก็ไม่มีโอกาสได้เตือนใครเสียด้วย พวกมันจะทำอย่างไรกับเขาต่อไปต่างที่เป็นเรื่องที่เขาต้องคิด

                “หยวนเซียว นายพอจะประกอบระเบิดได้ใช่ไหม”

                “ช..ใช่ครับ” หยวนเซียวตอบเสียงตะกุกตะกัก

                “งั้นช่วยประกอบระเบิดที่ไม่รุนแรง แค่มีเสียงดังให้ที คงไม่มีปัญหาใช่ไหม” ไซฟาลถามเสียงเรียบ

                “แกจะเอาไปทำอะไร” เฟยหลงถามเสียงดัง ยังไงเสียแผนที่พวกเขาวางไว้ก็พังไม่เป็นท่า แล้วนายคนหัวหน้าจะให้ไอ้หยวนเซียวทำระเบิดอีกทำไม ไซฟาลไม่สนใจอาการเหมือนน็อตหลุดของเฟยหลง ชายหนุ่มยังคงสั่งการต่อกับเฟยหลง

                “ส่วนนาย พรุ่งนี้แผนคงไม่เสียเปล่า แผนของนายคงต้องให้นายทำเองเสียแล้วสิ”

                “หมายความว่ายัง” เฟยหลงถามเสียงถ้าดังอีกนิดคงเรียกว่าตะโกน นี่พวกมันกำลังจะเล่นตลกอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ พวกมันยังไม่เก็บเขาตอนนี้แน่

                “เดี๋ยวพรุ่งนี้ นายก็จะได้รู้เอง ไม่ดีใจหรือที่แผนของนายยังเหมือนเดิม แต่เป้าหมาเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง” ไซฟาลเป็นเป็นปริศนา ขึ้นกับว่าใจจะขบคิดได้ออกก่อนกัน

                “ชาคิลหาทุกอย่างที่มันต้องการ ฮัมซากับอาลัมไปติดตามความเคลื่อนไหวของพวกมันเหมือนเดิม”

                “ครับท่านไซฟาล” ทุกคนรับคำสั่งพร้อมเพรียง

                ไซฟาลเดินออกไปจากห้อง บาซิมซึ่งยืนเป็นด่านหน้าที่ประตูเข้าเกสเฮาส์รีบไปเปิดประตูรถทันทีที่เห็นผู้เป็นนาย แต่ไซฟาลกลับโบกมือให้บาซิมหยุดเพราะเขาจะขับรถเอง ไซฟาลเข้าไปนั่งตรงที่นั่งคนขับและขับรถออกไปพร้อมกับแสงสุดท้ายของวัน บาซิมไม่รู้ว่าผู้เป็นนายจะไปไหน แม้จะเป็นห่วงแต่บาซิมรู้ว่าหากรูปการเป็นแบบนี้ ท่านไซฟาลคงต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียวเหมือนเดิมกระมัง

 

                อากาศเย็นๆ ไม่ร้อนอบอ้าวเท่าเวลากลางวันนัก ท่ามกลางหมู่ดาวที่กะพริบวินไหวเพียงไม่กี่ดวงบนท้องฟ้า ภายใต้ความมืดนั้นมีชายร่างสูงนั่งลงมองไปยังบ้านหลังหนึ่งที่เขาขับรถมาโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ใด แต่หัวใจกลับนำทางเขามาถึงที่นี่ได้ ในวันที่หัวใจแห้งผากจากความต่ำช้าของผู้คนที่เขายังไม่เคยแม้พบเจอ แต่คนพวกนั้นกลับคิดร้ายด้วยจิตใจอันสกปรก

                ไซฟาลถอนใจอย่างเบื่อหน่าย ไม่มีใครรู้ว่าชายหนุ่มเกลียดการฆ่า แต่เมื่อไม่ฆ่าก็จะถูกฆ่าเสียเอง ภายใต้ใบหน้าขรึมดุที่ใครๆ ต่างเกรงกลัว จริงๆ แล้วมันคือหน้ากากเท่านั้นเอง มีเพียงไม่กี่คนที่เขาไม่ต้องสวมหน้ากากใบนั้น ดารีมที่เขารักดั่งน้องชายรู้ดีว่าเขาเป็นคนเช่นใด ชีกกาเมธาวีเป็นคนที่น้องชายของเรารักสุดหัวใจ ทำให้เขารักเมธาวีดั่งน้องสาว

                ส่วนเธอคนนั้น แม้จะไม่ได้เชื่อมโยงสายสัมพันธ์ แต่กลับละลายหน้ากากใบนั้นได้อย่างง่ายดาย แม้จะเพียรปฏิเสธกับชารีฟว่าที่เขามาประเทศไทยครั้งก็เพราะเรื่องงาน แต่เขารู้ดีว่าเธอคนนั้นต่างหากที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่   และอยู่ห่างเธอคนนั้นเพียงประตูรั้วกั้นในเวลานี้

                ไซฟาลมองหมายเลขที่แสดงในจอโทรศัพท์ ชายหนุ่มกำลังคิดว่าจะโทรศัพท์ไปหาฐิตาดีไหม แล้วจะบอกหญิงสาวว่าอะไรดี สมองคิดอะไรวุ่นวาย คนที่หัวใจแกร่งดั่งหินผากลับแกว่งไกลเพราะหญิงสาวดวงตากลมโตคนนั้น ชายหนุ่มเปลี่ยนใจในที่สุด นิ้วเรียวใหญ่กดพิมพ์บางอย่างในส่วนของข้อความ แล้วกดส่ง และไม่ลืมสิ่งสำคัญที่เขาเพิ่งซื้อมาทั้งๆ ที่ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าซื้อเพราะอะไร

                ฐิตากดเปิดอ่านข้อความในโทรศัพท์ คิ้วขมวดยุ่งเมื่ออ่านข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นนั้น

                “Good night. Please come down to get something that i want to give to you. 

                “ใครส่งมาก็ไม่รู้ หรือจะส่งผิด ลองลงไปดูดีกว่า”

                ฐิตาตัดสินใจในที่สุด หญิงสาวเดินลงมาจากห้องซึ่งงอยู่ชั้น 2 ลงมาชั้นล่าง เดินไปเรื่อยๆ ผ่านสวนหย่อมเล็กๆ ที่เธอกับวายุช่วยกันจัด ดวงตามองหาเผื่อจะเจอเจ้าของข้อความปริศนา จนมาถึงรั้วอัลลอยล์นั่นละ หญิงสาวจึงเห็นว่ามีอะไรเสียบอยู่ ดอกไม้สีชมพูแบบเดียวกับที่วางในห้องทำงานของเธอไม่มีผิด ตอนนี้ฐิตารู้แล้วว่าแม่บ้านไม่ใช่คนที่เอาดอกไม้ที่เธอไม่รู้จักว่าชื่ออะไรมาให้ แล้วใครกันล่ะ

                หญิงสาวชะเง้อมองไปนอกประตูรั้วเพราะอยากรู้ว่าใครเอาดอกไม้มาให้เธอกันแน่ แต่ก็ไม่พบอะไรเลยนอกจากรถที่จอดนิ่ง ความเงียบไร้ผู้คนสัญจร ทำให้ฐิตาถอนใจพรืด ก่อนที่พูดออกไปเสียงไม่ดังนัก แต่สำหรับคนที่เฝ้ามองฐิตาอยูกลับดังก้องตั้งแต่สมองไปถึงหัวใจ

                “ถ้าไม่ได้ส่งให้สาวผิดบ้านก็ขอบใจนะ”

                แล้วฐิตาก็เดินลับหายเข้าไปในบ้าน ไซฟาลมองฐิตาจากในรถ ยิ้มกับตัวเองอย่างสบายใจ ซึมซับความหวานแปลกที่กำลังไหลไปทั่วหัวใจ  พร้อมกับมองเวลานี่เขามาอยู่ที่นี่เกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว เขาคงต้องกลับเสียที สงสัยพวกองครักษ์ที่ดารีมส่งมาคงนั่งไม่ติดที่แล้วกระมัง

 

                ห้องการระบุหนิงคึกคักขึ้นมาทันตา นักข่าวมากมายหลายสำนักข่าวในสายธุรกิต่างมารวมตัวกันที่นี่ ยังไม่รวมนักธุรกิจมากหน้าหลายตาที่ถูกเชิญมาให้ร่วมงานตามสายธุรกิจ ห้องทั้งห้องจึงดูเหมือนจะแคบไปถนัดตา เวทีอันเป็นพื้นยกสูงขึ้นมาจากพื้นมีพิธีกรของงานกำลังกล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน โดยก่อนการเปิดตัวจะมีการแสดงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อขั้นเวลา

                ฐิตามาถึงงานแถลงข่าวก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ดวงตากลมโตมองหาใครบางคนที่เธอรู้ว่าจะได้พบเขาในอีกไม่นานนี้ ทุกคนในสายข่าวต่างแปลกใจกับการปรากฏตัวของหญิงสาวกันเป็นทิวแถว แต่ก็ทักทายกันฉันท์มิตร ทุกคนต่างรอคอย  CEO ผู้ลึกลับ แต่ไม่เป็นความลับสำหรับฐิตาอีกแล้ว

                อีกมุมหนึ่งของห้อง กวินหรือหลี่เจียงมองอย่างประเมิน ด้วยแผนที่เขาวางไว้ น่าจะทำให้งานพังครืนได้ในพริบตา ทว่าการขาดการติดต่อจากเฟยหลงก็ทำให้ชายหนุ่มกังวลไม่น้อย แต่จากการทำงานด้วยกันมาเป็นเวลานานเขาคิดว่าเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายไหวตัวทัน ทำให้เฟยหลงขาดการติดต่อ แล้วอีกอย่างถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เป้าหมายในวันนี้น่าจะมีการเคลื่อนไหวบ้าง แต่งานในวันนี้กลับไม่การร้องขอการคุ้มกันหรือแนวป้องกันอะไรสักนิด กวินยิ้มอย่างชอบใจเพราะงานนี้ไม่ยากอย่างที่เขาคิดจริงๆ นั่นแหละ

                ที่ห้องควบคุมซึ่งเก็บภาพทุกมุมในห้องการะบุหนิง ไซฟาลซึ่งวันนี้ชายหนุ่มใส่สูทสากลสีดำ กางเกงสำดำเข้าชุด ข้างกายมีบาซิมยืนคุมเชิงไม่ห่าง ส่วนฮัมซาและอาลัมเพิ่งเข้ามาสมทบเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

                “เป้าหมายของเราอยู่นั่นครับ ท่านไซฟาล” ฮัมซาชี้ไปที่จอโทรทัศน์ที่กำลังจับภาพชายชาวจีน ร่างสูง ผมทรงสกินเฮด ผู้ซึ่งกำลังจิบเครื่องดื่มพร้อมกับริมฝีปากยิ้มแย้มทักทายคนอื่น

                หลังจากเมื่อวานที่ฮัมซาและอาลัมไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่บ้านหลังเดิน จวบเย็นจนเช้าอีกวันจึงได้มีความเคลื่อนไหวจากบ้านหลังนั้น และคาดไม่นึกว่าผู้ชายคนนั้นจะเดินทางมาที่งานด้วย

                “ไปสืบประวัติผู้ชายคนนี้ที่สิ ฮัมซา ถ้าเป็นแขกที่ได้รับเชิญคงไม่ยาก”

                “ครับท่านไซฟาล”

                ภาพจากจอโทรทัศน์ซึ่งส่งตรงมาจากกล้องวงจรปิดยังคงฉายภาพผู้คนมากมาย แต่หนึ่งในผู้คนเหล่านั้นทำให้ไซฟาลจ้องแทบตาไม่กะพริบ องครักษ์หนุ่มชี้ไปที่ภาพนั้น

                “ให้กล้องตามที่ตรงนั้นก่อนสิ” ไซฟาลสั่งเสียงเฉียบ ยิ้มที่ริมฝีปากอย่างกับมีเรื่องพึงใจ บาซิมและอาลัมหรี่ตามองอย่างแนบเนียน

                “มีใครน่าสงสัยอีกหรือครับ” อาลัมถามเสียงเป็นการเป็นงาน ซ่อนความสงสัยไว้เต็มที่เชียวละ ใครเค้าลือกันให้แซ็ดว่าท่านไซฟาลกำลังมีความรัก แล้วที่มาเมืองไทยควาวนี้น่ะใครๆ ต่างกันสนใจ

                “เปล่าหรอก เจอคนรู้จักเท่านั้น” ไซฟาลตอบเสียงเรียบคล้ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ตากลับจ้องหญิงสาวในจอภาพไม่วางตา

                “ท่านไซฟาลครับอีก 10 นาทีจะเริ่งการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้วครับ” บาซิมเตือนเมื่อใกล้ถึงเวลา

                “อืม” หัวหน้าองครักษ์ตอบพร้อมกับทิ้งสายตามองภาพนั้นก่อนที่จะเดินไปประจำที่ตำแหน่งเพื่อรอเวลา

               

                ด้านหน้าเวทีการแสดงได้จบลง ไฟในห้องการะบุหนิงโฟกัสมาที่ใจกลางของเวทีเป็นจุดเดียว นักข่าวหลายชีวิตต่างจับกล้องเพื่อจับทุกภาพไม่คลาดแม้แต่ภาพเดียว เพราะทุกคนอยากเสนอข่าวนี้กันทั้งนั้น CEO ผู้ลึกลับคนนี้เป็นใคร และยัดเซ็ม ออยล์จะมีบทบาทอย่างไรต่อราคาน้ำมันที่กำลังพุ่งทะยานอย่างไม่สิ้สุดในตอนนี้ ฐานการผลิตน้ำมันที่ใหญ่ติด1 ใน 3 ของโลก ยัดเซ็ม ออยล์จะกำหนดราคาน้ำมันในตลาดโลกเพื่อมาผงาดเป็นผู้นำในการผลิตน้ำมันแทนประเทศที่มีทรัพยาการซึ่งหายากได้หรือไม่ คำถามสุดท้ายคือทำไมซูไบดาถึงสนใจประเทศไทยเป็นฐานบัชาการการผลิตน้ำมันในภาคพื้นเอเชียแทนที่จะเป็นญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์

                “จากความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศซูไบดาในการผนึกกำลังเพื่อให้เกิดความรุดหน้าในการใช้ทรัพยากรน้ำมันที่มีอยู่ให้สามารถนำออกมาใช้เพื่อเกิดประโยชน์ ณ เวลานี้ได้เวลาอันสมควรแล้วจึงขอเปิดการแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างไทยและยัดเซ็ม ออยล์ ณ บัดนี้ค่ะ ขอเรียนเชิญคุณไพบูลย์ เกียรติขจร และคุณ ไซฟาล อิบรอฮีม อุมัดร์ค่ะ” พิธีกรของงานกล่าวเปิด

                ไซฟาลก้าวออกมาพร้อมกับตัวแทนของประเทศไทย ทั้งสองจับมือกันตามธรรมเนียมสากล ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ที่จัดไว้ก่อนหน้านี้  บนโต๊ะมีเอกสารสัญญาความร่วมมือวางอยู่บนปกหนัง ข้างๆ มีปากกาอย่างดีเสียบไว้อยู่บนที่เสียบเข้าชุด เบื้องหลัง CEO คนล่าสุดมีอาลัมและบาซิมยืนอยู่อย่างระแวดระวัง แสงเฟรชวิบวับจากกล้องหลายสิบตัวกระทบใบหน้าเข้มดุของไซฟาลไม่หยุด ตัวแทนฝ่ายไทยเองก็ได้รับความสนใจไม่น้อย ทั้งสองต่างลงมือเซ็นชื่อในเอกสารตรงหน้าตน ก่อนที่พนักงานสาวที่รออยู่ด้านหลังจะสลับเอกสารนั้นอีกที ทั้งสองตัวแทนต่างเซ็นชื่ออีกครั้ง ก่อนที่จะลุกขึ้นจับมือกันอีกครั้งหนึ่ง

                เมื่อเสร็จพิธีการก็ถึงช่วงของการให้สัมภาษณ์นักข่าว ซึ่งทั้งไซฟาลและตัวแทนฝ่ายไทยก็ตอบคำถามต่างๆ ได้ดี

                “ทางยัดเซ็ม ออยล์จะเริ่มการผลิตน้ำมันได้จริงเมื่อไหร่คะคุณไซฟาล” นักข่าวหนุ่มถาม

                “ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อีกไม่เกิน 1 อาทิตย์ครับ” ไซฟาลซึ่งเป็นตัวแทนยัดเซ็ม ออยล์เป็นผู้ตอบ

                “ไม่ทราบว่าการเข้ามาของ ยัดเซ็ม ออยล์ จะมีผลต่อราคาของน้ำมันในตลาดโลกมั้ยคะ” นักข่าวอีกคนถามต่อ

                “ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุและผลครับ” ตัวแทนฝ่ายไทยเป็นผู้ตอบ

                “ไม่ทราบว่าอะไรเป็นส่วนสำคัญที่ ยัดเซ็ม ออยล์ ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานบัชาการการผลิตน้ำมันในภาคพื้นเอเชียแทนที่จะเป็นญี่ปุ่นหรือสิงคโปร์คะ” นักข่าวอีกคนถามต่อตามที่ลิสคำถามมา

                “ถ้าคุณรู้จักชีคดารีม คุณจะรู้ว่าเพราะอะไร” ไซฟาลตอบ แต่นั่นคนฟังต้องไปตีความอีกหลายตลบเอาเอง สำหรับฐิตานั้นหญิงรู้คำตอบได้ทันทีเชียวละ

                “เพราะชีคดารีมมีภริยาเป็นสาวไทยหรือเปล่าคะ” คำถามนี้มาจากสาวสวยดวงตากลมโตที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเวทีนัก ฐิตาจงใจถามคำถามนี้พร้อมกับยิ้มให้ไซฟาลอย่างทักทาย ไซฟาลกลับยังคงใบหน้าเฉยชา แต่ดวงตาขรึมดุกลับสีดำเป็นประกายหวานล้ำยามตอบ

                “ถ้าคุณรักใคร คุณจะรู้คำตอบครับ” และคำตอบนี้ชายหนุ่มจงใจให้เจ้าของคำถามไปตีความเพียงผู้เดียว

                การซักถามดำเนินไปเพียงไม่นาน พิธีกรของงานก็กล่าวถึงงานที่จะดำเนินต่อไปเป็นเชิงบอกถึงเวลาอันสมควรที่ใช้ซักถาม ทั้งคุณไพบูลย์และไซฟาลต่างแยกย้ายลงจากเวที โดยตัวแทนฝ่ายไทยนั้นอยู่ต่อให้นักข่าวได้ซักถามต่อ

                ตลอดเวลากวินพยายามโทรศัพท์หาเฟยหลง แต่ความว่างเปล่าคือคำตอบ ชายหนุ่มเริ่มมองหาลูกน้อง 2 คนในคราบแขกของงาน ดวงตาขยิบดั่งเป็นสัญญาณ ด้วยคิดว่าแผนระเบิดซึ่งเป็นแผนแรกอาจไม่สำเร็จ แต่เขาก็มีแผนสองสำรองไว้อยู่

 

                ไซฟาลเดินกลับไปด้านหลังพร้อมกับโทรศัพท์หาชาคิลซึ่งแยกกับเพื่อนองครักษ์เพื่อทำภาระกิจที่ควรจะเกิดในวันนี้ ฐิตาเดินมาหาองครักษ์หนุ่มอย่างมาดมั่นเพราะคราวนี้ได้พบกับ ‘อีตาหน้าดุ’ เสียที

                “อัสสะลามุอะลัยกุม คุณ CEO” ฐิตาทักทายเสียงยินดี 

                แม้จะไม่ด้ยินเสียงหงุงหงิงแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเสียงนี้แทรกซึมเข้าไปในความทรงจำของไซฟาลได้อย่างไร ไหล่กว้างของไซฟาลตั้งตรงทันทีพร้อมกับคิดว่า ฐิตาอยู่ตรงนี้แล้ว เพียงแค่เขาหันกลับไป

                “ผมคิดไม่ผิดเลยว่าจะต้องได้พบคุณที่นี่” ชายหนุ่มตอบ ริมฝีปากยิ้มเพียงนิด แต่นั่นก็ถือว่ามากแล้วสำหรับคนที่รู้จักไซฟาลดี

                “ฉันจะถือว่าเป็นคำชมแล้วกัน” หญิงสาวตอบยิ้มๆ เพราะคิดว่าสุดท้ายเธอก็หาเขาเจอก่อน

                “ยินดีที่ได้พบคุณอีกครั้ง ฐิตา” แววตาของชายหนุ่มยิ่งสีดำลึกล้ำไปกว่าเดิมยามสบตา ฐิตาคิดว่าหลายเดือนที่ผ่านมาสงสัยอีกตาหน้าดุคงจะไปกินน้ำผึ้งแทนน้ำมากระมัง เจอกันครั้งนี้ดวงตาถึงส่งแววหวานยังไงชอบกล

                “อืม ในฐานะที่ฉันรู้จักคุณและคุณก็รู้จักฉัน งั้นฉันขอสัมภาษณ์คุณเพื่อลงในหนังสือพิมพ์ของฉันจะได้ไหม” ฐิตาสรุปเองเสร็จสรรพ

                “ผม…”

                ไซฟาลยังไม่ทันได้ตอบคำขอเชิงเผด็จการของฐิตา และยังไม่ทันที่ลูกน้องของกวินจะชักระเบิดควันออกจากกระเป๋าด้านในของเสื้อสูท เสียงระเบิดก็ส่งเสียงกัมปนาทจนทุกในงานต่างหมอบลงอย่างตื่นตะหนก

                “บึ้ม!?!”

                 เสียงหวีดร้องปนตื่นตระหนกระงมไปทั้งห้องการะบุหนิง ฐิตาทรุดลงกับพื้นพรมเพราะตกใจโดยมีอ้อมแขนของไซฟาลที่คว้าร่างบางนั้นเข้ามาซุกแนบอก แม้จะรู้ว่าไม่มีอันตรายเกิดขึ้นในห้องนี้ แต่เข้าก็ยังไม่วางใจอยู่ดี อีกมุมหนึ่งของห้องลูกน้องของกวินทั้ง 2 คน ถูกล็อคตัวทั้งที่มันยังไม่ทันตั้งตัว และถูกพาออกไปจากห้องอย่างเงียบกริบด้วยฝีมือของบาซิสและอาลัม

               

                หลังเสียงระเบิดสงบลง ทุกคนต่างมองหาที่มาของเสียงนั้นเพราะต่างรู้ดีแก่ใจในตอนนี้ว่าเสียงระเบิดนั้นไม่ได้เกิดในห้องนี้ แต่มาจากอีกชั้นต่างหาก นักข่าวที่กลัวตายเมื่อครู่ต่างกรูกันไปยังชั้นถัดไป ไม่กลัวตายเพื่อให้ได้ข่าว ฐิตาผุดลุกจะตามเพื่อน ๆในวงการเดียวกันไป แต่ไซฟาลกลับคว้าเอวเธอไป ไม่พูดไม่จา

                “ปล่อยฉันซะที่สิ ฉันต้องไปทำข่าวนะ” ฐิตาพูดพร้อมกับเกาะมือที่แข็งปานคีมเหล็กซึ่งล็อคแน่นที่เอวของเธอ

                “ฮึ แค่เดินดีๆ ยังทำไม่ได้ อย่าขึ้นไปให้เขาเหยียบเลย” ไซฟาลพูดน้ำเสียงดูถูกอย่างไม่ปิดบัง

                “แหม นายนี่มัน”

                “ผมว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า ข่าวที่คุณอยากได้เดี๋ยวผมจะส่งไปให้เอง” ชายหนุ่มตอบเสียงขรึม ทันได้เห็นหลังไวๆ ขององครักษ์ของเขาเองที่ล็อคตัวผู้เกือบก่อเหตุออกไปจากห้อง

                “ไม่เอา ฉันจะไป ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย” หญิงสาวเริมฟึดฟัด แต่ไซฟาลกลับเห็นดีเห็นงานตามเธอขึ้นมาเนี่ยสิ

                “ก็ได้ ถ้าอยากรู้นัก ผมก็จะพาไปให้เห็นกับตาเอง”

                ไซฟาลเปลี่ยนจากล็อคเอวเป็นจับมือและพาฐิตาไปยังชั้นบนของโรงแรม รอยยิ้มที่มุมเผยออกมาอย่างพอใจ นับว่าชาคิลทำงานได้ไม่เลว ฐิตาทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น

                “ฉันว่ารอยยิ้มแบบนี้ของคุณมันชวนเสียวสันหลังยังไงไม่รู้นะ” ฐิตาคิดมาเป็นคำพูด

                “คุณคิดว่าอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วตอนถามเพราะสงสัยว่าฐิตาดูเขาออกได้ยังไงกัน

                “ก็ใช่น่ะสิ” หญิงสาวตอบงึมงำ แต่ก็ไม่พ้นความสามารถที่ไซฟาลจะได้ยิน

                “ผมจะคิดว่านั่นเป็นคำชมแล้วกัน” ไซฟาลตอบรอยยิ้มนั้นหายไปเสียแล้ว

                เมื่อไปถึงยังชั้นบนอันเป็นจุดที่น่าจะเกิดการระเบิด ตำรวจมากมายต่างอยู่ที่นั่นจนฐิตายังนึกทึ่งว่าตำรวจไทยทำงานไวจริงๆ ใครว่าตำรวจชอบมาตอนจบ เนี่ยมาตั้งแต่ต้นเลยต่างหาก

                “มันช่างกล้านะนี่ เล่นมาระเบิดเอาตอนที่ตำรวจมาประชุมประจำปี สงสัยท่าจะอยากเข้าตารางมาก งานนี้รอดยากว่ะ” นักข่าวซึ่งมาถึงก่อนเปรยขึ้นกับผู้มาใหม่

                “อะไรนะคะ” ฐิตาถามซ้ำเพราะไม่ทันได้ฟัง ด้วยความที่มีคนมากมายในส่วนของทางเดินเพราะตำรวจกำลังทำงาน

                “ผมตอบให้ก็ได้ ชั้นนี้เขาเหมาทั้งชั้นเพราะว่าตำรวจมาประชุมประจำปีไงล่ะ” ไซฟาลเสนอตัวและตอบไป

                “จริงง่ะ” ฐิตาถามตามความเคยชิน แต่ไซฟาลกลับคิดว่าหญิงสาวไม่เชื่อเขาเสียนี่

                “ผมโกหก อย่าเชื่อเลย” แล้วชายหนุ่มก็เดินต่อไปข้างหน้า โดยมีฐิตาเดินตามมาติดๆ

                “คุณจะไปไหนล่ะ ฉันยังไม่ทันได้เห็นมือระเบิดเลย เขาจับได้หรือยัง”

                “ลองดูไปทางโน้นสิที่เขากำลังมุงกันน่ะ ผู้ร้ายคงอยู่ที่นั่น” ชายหนุ่มบอกพร้อมกับชี้ไปยังกลุ่มคนที่มุงกันจนน่าอึดอัด

                ฐิตาเดินดุ่ยๆ ไปตามที่ไซฟาลชี้เอาไว้ทันที ซึ่งในกลางวงล้อมนั้นมีชายชาวจีน ร่างไม่สูงนักถูกจับใส่กุญแจมือ อีกฝั่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจรอยนิ้วมือจากระเบิดที่ยังไม่ทำงานพร้อมกับเทียบลายมือของผู้ต้องหา ฐิตามองไปทั่วบริเวณนั้นอย่างสงสัย ในเมื่อต้องการมาระเบิดทำไมเหลือระเบิดไว้อีกล่ะ ความเสียหายก็ไม่ร้ายแรงเท่าเสียงกัมปนาทที่ได้ยิน ตกลงผู้ต้องหารายนี้จงใจให้ตัวเองถูกจับหรือไงกัน งานนี้ติดคุกกี่ปีก็ไม่รู้

                กวินมองไปที่เฟยหลงซึ่งเสียท่าตกอยู่ในวงล้อมของตำรวจ สลับกับมองไซฟาลซึ่งยืนซ้อนหลังนักข่าวสาวคนหนึ่ง กวินกำลังคิดว่าเขาชักจะเชื่อชายอาหรับเจ้าของเม็ดเงินในการทำงานครั้งนี้เสียแล้วสิว่าเป้าหมายของเขาคนนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

                เฟยหลงมองเป้าหมายที่กลายเป็นผู้ล่าอย่างเคียดแค้น แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ จะบอกว่าไซฟาลเป็นคนวางแผนระเบิดในครั้งนี้ ใครจะเชื่อกันเล่าในเมื่องานแถลงข่าวของเป้าหมายของเขาอยู่ข้างล่าง ใครจะทำร้ายตัวเองขนาดนั้นกัน แต่ผู้ชายดวงตาเข้มดุคนนั้นกล้าทำอย่างที่เขานึกไม่ถึงเลยจริงๆ

               

                กวินรีบเดินกลับมาที่ลานจอดรถโดยที่ลูกน้องอีกคนเดินตามมาอย่างคอยระวังหลัง เมื่อถึงรถคันเดิมที่นั่งมา กลับมีกระดาษแผ่นไม่เล็กนักเขียนคำบางคำ เมื่อเดินไปถึงและอ่านข้อความนั้น กวินก็แทบจะกระอักเลือดให้ได้เสียตอนนั้น มันเล่นเขาแล้ว ข้อความสั้นๆ นั้นเขียนว่า

                ‘เป็นยังไงบ้างเวลาถูกล่า’

                ข้างๆ ข้อความนั้นมีชื่อสถานที่และเวลา และข้อความเขียนไว้เล็กๆ ว่า

                ‘เผื่อว่าอยากได้ตัวลูกน้องคืน’

                กวินขยำกระดาษทั้งหมดและฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ความโกรธจากการที่เฟยหลงทำงานพลาดไม่เท่ากับที่ถูกดักทางได้ในตอนนี้ ได้เลยเขานี่แหละจะขยำมันให้หมือนกับกระดาษพวกนี้ นัดนี้เขาไม่พลาดแน่

             เจอกันซะทีแล้วนะ สำหรับใครที่ลุ้นให้ไซฟาลกับฐิตาเจอกัน(อีกครั้ง) ชอบไม่ชอบบอกกันได้จ้า <<อัมราน>>

     ปล. ยังไม่ได้แก้คำผิด



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
พายุทราย กลิ่นอายรัก...วางแผงแล้ว สำนักพิมพ์อักษรศาสตร์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 6744 , โพส : 0 , Rating : 100% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android