คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 .... 100%


     อัพเดท 8 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 98% [ 299 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 61,239
458 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 42 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 .... 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3166 , โพส : 1 , Rating : 100% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


4. สายลม....เจ้าแผนการณ์

 

การทำงานของไอรวินเริ่มขึ้นในวันนั้นเอง ชายหนุ่มตรงดิ่งไปยังฝ่ายวางแผนการลงทุน โดยมีแฟ้มเกาะลิมาที่เขาเพิ่งได้อ่านจบอยู่ในมือ ศักดาแปลกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวของเจ้านายหนุ่มลูกชายคุณภาค ไอรวินนั่งที่ชุดรับแขกใกล้โต๊ะทำงานของศักดา กลิ่นกาแฟกรุ่นเบื้องหน้าเขา

“คุณไอรวินมีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้มาหาผมที่นี่” ศักดาถามขึ้นหลังจากเลขาของเขาออกไปแล้ว

“ผมอยากได้ข้อมูลความเป็นไปได้ในการลงทุนที่เกาะลิมา” ไอรวินพูดเข้าเรื่อง แล้วก็เป็นไปดังคาดมีแววตาแปลกใจจากศักดานิดหนึ่งก่อนที่ศักดาจะพูดขึ้นว่า

“โครงการนั้นเป็นโครงการที่คุ้มค่าแก่การลงทุนมากครับ ถ้าสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ได้จริงๆ แต่โครงการนี้ก็ถูกปิดไปแล้วละครับ”

“เรื่องนี้ผมทราบแล้ว คุณภาคต้องการลื้อโครงการนี้ขึ้นมาใหม่ ผมถึงได้มาหาคุณศักดาในวันนี้”

“อ้อ งั้นหรือครับ แต่คุณไอรวินพอทราบมั้ยครับว่าทำไมโครงการนี้ถึงได้ถูกปิดลงทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มสร้างด้วยซ้ำ”

“ผมพอทราบครับ แต่ถ้าคุณศักดาจะให้ข้อมูลอะไรเพิ่ม ผมก็ยินดี” ชายหนุ่มพูดอย่างเป็นมิตร

ศักดารู้สึกพอใจไอรวินขึ้นมาอีกนิดที่ชายหนุ่มไม่ได้มีอีโก้สูงเหมือนใครบางคน

“ปัญหาที่เกิดขึ้นจนโครงการนี้ต้องปิดตัวลงก็อย่างเช่นเรื่องผู้มีอิทธิพลของที่นั่น ความคิดของชาวบ้านที่คิดว่าเรากำลังไปทำลายและไล่เขาออกจากที่ทำมาหากิน และสุดท้ายการตายของวิศวกรที่คุมโครงการนี้ทำให้เกิดความหวาดกลัวจนไม่มีใครกล้าไปบุกเบิกที่นั่นอีก”

ไอรวินฟังและคิดตาม สองเรื่องแรกเขาพอจะรู้จากรายงานแล้ว แต่เรื่องสุดท้ายนี่ซิที่เขาเพิ่งได้ยินว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่เกาะลิมา

“งั้นหรือครับ งานนี้คงหินไม่เบาเลย” ไอรวินพูดยิ้มๆ ราวกับเป็นหนุ่มเจ้ารำราญที่ไม่สนอะไรในชีวิต แม้โลกจะแตกวันนี้ก็ตาม

“ใช่แล้วครับ แต่ผมก็อยากให้คุณไอรวินทำสำเร็จนะ ที่นั่นเป็นเกาะที่สวยมาก” ศักดาพูดอย่างที่เขาคิดจริงๆ แววตาของไอรวินไม่ต่างจากท่านประธานสักนิด

“ผมก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”

“อ้อ รายงานฉบับนั้นรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมให้เลขาหาให้” ศักดาพูดก่อนที่จะขึ้นไปกดเรียกเลขาให้ไปหาสิ่งที่ไอรวินต้องการ

“ตามสบายครับ ผมนั่งรอได้”

เพียงไม่กี่นาทีข้อมูลที่ไอรวินต้องการก็มาอยู่ในมือของชายหนุ่ม  รูปเกาะที่เพิ่งถ่ายไม่นานยืนยันคำพูดของศักดาได้เป็นอย่างดี ตัวเลขประมาณการที่ต้องใช้สำหรับการลงทุน ผลตอบแทนที่จะได้ จุดคุ้มทุน อะไรต่างๆ ในเอกสารฉบับนี้ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าการลงทุนที่เกาะลิมาเป็นสิ่งที่ควรทำ นั่นขึ้นกับว่าโครงการนี้จะทำได้จริงๆ หรือไม่ก็เท่านั้น

 

                ไอรวินเดินลงบันไดไปยังชั้นที่ 14 อันเป็นชั้นที่ตั้งของฝ่ายวางแผนและดำเนินการก่อสร้าง ภายในฝ่ายมีโต๊ะทำงานไม่ถึง 10 ตัว แสดงว่าทั้งฝ่ายคงมีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น ริศาที่กำลังจะออกไปจะออกไปข้างนอกชะงักกึกกับการปรากฏตัวของไอรวิน หญิงสาวปรี่เข้าไปถามอย่างเต็มใจทันที

                “ต้องการอะไหรือคะคุณไอรวิน ริสาช่วยได้นะคะ”

                ไอรวินมองริสาจะยิ้มก็ไม่เชิงจะบึ้งก็ไม่ใช่ แต่ตอบอย่างมีไมตรีว่า

                “ผมมาขอพบคุณพิธาน ไม่ทราบว่าอยู่มั้ยครับ”

                “อ้อ มาพบพี่พี อยู่ค่ะ อยู่ในห้อง มาค่ะริสาพาไป”

                หญิงสาวพาไอรวินไปพบพิธานอย่างเต็มใจ ไอรวินที่เดินตามาห่างๆ ยังอดยิ้มไม่ได้ ประตูถูกเคาะเบาๆ แล้วริสาก็แง้มหน้าเข้าไปบอกเจ้าของห้องว่า

                “พี่พี คุณไอรวินมาขอพบค่ะ” แล้วหญิงสาวก็ผายมือให้ชายหนุ่มเดินเข้าไป ส่วนตัวเธอก็เดินเหม่อไปยังโต๊ะทำงานของตนเอง

                พิธานซึ่งเป็นหนุ่มใหญ่ ท้วมนิดๆ ใส่แว่นสายตา ผิวไม่ขาวนักรีบลุกขึ้นและเข้ามาต้อนรับไอรวินทันที จนชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆ

                “ตามสบายเถอะครับคุณพิธาน ผมมาขอความช่วยเหลือ”

                “เรื่องอะไรหรือครับ” พิธานถามอย่างสงสัย

                “ผมอยากขอยืมคนของคุณพิธานสักคนครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้มีใครกำลังว่างหรืองานไม่ล้นมือบ้างไหมครับ” ชายหนุ่มถามอย่างมีแผนการในใจ

                พิธานทบทวนในสมองว่าลูกน้องในฝ่ายเขามีใครจับงานไหนอยู่บ้าง เมื่อคิดทวนไปทวนมาก็อยากจะทึ้งหัวตัวเองเสียเดี๋ยวนั้น ทำไมทุกคนงานล้นมือกันหมดอย่างนี้นะ เมื่อมองไปยังใบหน้าที่กำลังนิ่งขรึมก็ทำให้เขาเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมา ถ้าบอกว่าไม่มีจะได้ไหมหนอ แต่ ใช่แล้วเขาลืมไปได้ยังไง ยังเหลืออีกคนไงเล่า

                “จริงๆ แล้วก็งานล้นมือกันหมดแหละครับตอนนี้ ที่พอจะปลีกเวลามาได้ก็มีคนเดียวครับ”

                “ใครหรือครับ” ไอรวินถามทั้งที่เขารู้ที่เดียวละว่าใคร

                “ธารริน แกเป็นเด็กใหม่ของที่นี่เพิ่งมาทำงานได้ 2 เดือน แต่ฝีมือใช้ได้ครับ ผลการเรียนก็อีกนิดก็ได้เกียรตินิยม คุณไอรวินคิดเห็นว่ายังไงครับ”

“ก็ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นคุณพิธานช่วยบอกธารรินให้เตรียมตัวเคลียงานให้เสร็จภายในวันนี้หรือโอนให้คนอื่นทำแทนไปก่อน ผมคงขอยืมตัวธารรินสักอาทิตย์นึง ได้ไหมครับ” ไอรวินวางแผนให้พิธานเสร็จสรรพ

ลูกชายท่านประธานถามมาอย่างนี้แล้วจะให้เขาตอบอะไรได้เล่า พิธานคิดในใจก่อนที่จะตอบไปว่า

“ครับ แล้วผมจะบอกธารรินให้ แล้วจะให้ธารรินไปหาคุณไอรวินเมื่อไหร่ล่ะครับ”

“เรื่องนั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง ขอบคุณมาก ผมคงต้องไปแล้ว” ชายหนุ่มตอบเสร็จก็ลุกขึ้นเต็มความสูง พยักหน้าให้พิธานนิดหนึ่งก็ออกจากห้องไป

ไอรวินมองไปที่โต๊ะทำงานที่ตอนนี้ผู้หญิงที่ชื่อริสาไม่อยู่แล้วอย่างโล่งอกไปที ธารรินเพิ่งเดินเข้ามาจึงสวนกับไอรวิน ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงสาวนิดหนึ่ง แล้วก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคำถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่ แต่สงสัยได้ไม่นานพิธานซึ่งเปิดประตูมาพอดีก็เรียกธารรินเข้าไปพบในห้องทันที

 

คีตาภานางแบบชื่อดังของเมืองไทยเดินผ่านไปยังที่ใดก็มีแต่คนเหลียวมองไม่เว้นแม้อต่ที่อัครทาวเวอร์ นางแบบสาวเดินดุจกำลังอยู่บนแคทวอล์คก็ไม่ปาน ด้วยความสูงและรูปร่างที่มาตรฐานและเป็นที่อิจฉาสำหรับผู้หญิงด้วยกัน ในขณะเดียวกันก็เป็นที่หมายปองสำหรับชายหนุ่มจำนวนไม่น้อย

“ไม่ทราบว่าคุณไอรวินอยู่ชั้นที่เท่าไหร่” นางแบบสาวถามประชาสัมพันธ์ไร้หางเสียง แต่ความสวยที่กินขาดของหญิงสาวก็ทำให้สาวประชาสัมพันธ์มองข้ามสิ่งนั้นไป

“คุณไอรวินอยู่ชั้นที่ 16 ค่ะ คุณคีตาภา”

คีตาภายิ้มให้ประชาสัมพันธ์สาวนิดหนึ่งเพื่อเป็นรางวัลที่จำเธอได้ นางแบบสาวเดินไปสู่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปหาไอรวินอย่างมาดมั่น โดยเบื้องหลังมีเสียงซุบซิบจากสาวประชาสัมพันธ์

“สวยเนอะ เนี่ยเหรอที่มีข่าวกับคุณไอรวิน”

“ก็ใช่น่ะซิ แต่ข่าววงในบอกว่ายัยคีตาภาเนี่ยชอบจับแต่พวกไฮโซนะเธอ สงสัยคุณไอรวินจะเป็นเป้าหมายต่อไป”

“แต่เค้าก็สมกันนะเธอ ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย”

เสียงกระแอมกระไอมาจากสุปราณีหัวหน้าประชาสัมพันธ์ทำให้สองสาวหยุดการวิจารณ์เพียงเท่านั้น

 

เสียงเคาะประตูยังไม่ทันที่เจ้าของห้องจะอนุญาตประตูก็เปิดออกอย่างถือวิสาสะ ไอรวินเงยหน้ามองผู้บุกรุกอย่างไม่ชอบใจนัก คีตาภาเดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่กำลังอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงาน นาวแบบสาวนั่งลงและรอให้ชายหนุ่มหันมาสนใจเธอ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“วินคะ กีต้ามาหาทั้งที ไม่สนใจกันหน่อยเลยหรือคะ”

“ผมต้องทำงาน กีต้า” ชายหนุ่มบอกเสียงขรึมทั้งที่ยังไม่วางมือจากเอกสารที่อ่านอยู่

“กีต้าต้องยกเลิกคิวถ่ายแบบวันนี้เพื่อมาหาวินนะคะ” นางแบบสาวเรียกร้องความสนใจจากชายหนุ่ม เสียงแหวนิดๆ

“ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กีต้าตัดสินใจเองด้วยหรือไง” ชายหนุ่มยังคงไม่สนใจคีตาภาดังเดิม

ไอรวินคิดว่าหากทำแบบนี้คีตาภาจะเข้าใจความรู้สึกของเขาเสียทีเพราะเรื่องระหว่างเขาและคีตาภาจบกันไปตั้งแต่ 4 ปีก่อนแล้ว ด้วยเพราะเขาและเธอต่างโดดเดี่ยวในต่างประเทศทำให้เข้าใจกันและกันอย่างง่ายดาย เขาเรียนต่อปริญญาโท ส่วนคีตาภาไปเรียนการออกแบบแต่ก็ไม่จบ จนกระทั่งเขาเรียนจบและเริ่มหางานทำนั่นละ คีตาภาก็เริ่มทำตัวห่างเหินเขามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ร่ำรวยจึงต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง หญิงสาวหันไปคบกับหนุ่มคนใหม่และหายไปจากชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง จนเมื่อเขากลับมาประเทศไทยเนี่ยแหละ คีตาภาก็กลับมาหาเขาอีกครั้งเพราะรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร นามสกุลอะไร เรื่องข่าวเมื่อวันก่อนคงเป็นฝีมือของคีตาภาอย่างไม่ต้องสงสัย

คีตาภาเดินมาหาไอรวินที่โต๊ะทำงาน อ้อมไปยืนด้านหลังของเก้าที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ โชยมาจนชายหนุ่มได้กลิ่น นางแบบสาวกอดคอไอรวินและกระซิบที่ใบหูของชายหนุ่มเบาๆ ว่า

“กีต้ายังรักวินอยู่นะคะ”

“อืม” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ ไม่สื่อความหมายอะไรจนหญิงสาวต้องลากริมฝีปากเข้าไปอีกหน่อย  ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปติกสีชมพูถูกกดลงที่แก้มของไอรวินอย่างแผ่วเบา เร้าอารมณ์

“วินยังรักกีต้าอยู่ใช่ไหมคะ”

ไอรวินกำลังจะตอบแต่ประตูก็เปิดออกโดยที่ไม่ได้เคาะ ธารรินตะลึงไปครู่หนึ่งกับภาพที่เห็น ความโมโหที่จุดระเบิดโดยไอรวินผ่านพิธานทวีคูณขึ้นไปอีก เนี่ยเหรอที่จะไปทำงาน งานที่มีสาวๆ ในฮาเร็มของเขาน่ะซิ

“ขอโทษที่นี่ไม่ใช่โรงแรม”  ธารรินพูดเสียงแข็ง มองหนุ่มสาวที่ใช้ห้องทำงานเป็นสถานที่พลอดรักอย่างไม่ปิดบังความรู้สึกดูถูก คีตาภาคลายวงแขนอย่างโกรธที่มีคนมาขัดจังหวะและมองเธอด้วยแววตาดูถูกแบบนั้น ไอรวินนั่งมองธารรินเฉยๆ  ดวงตาแวววาว ยากแก่การคาดเดาความคิด

“หล่อนเป็นใคร ที่นี่ห้องของไอรวินลูกชายของเจ้าของตึกที่เธอยืนอยู่ไม่รู้หรือไง” นางแบบสาวพูดอย่างรู้สึกว่าตนเองเหนือกว่า

“ฉันทราบดีว่าที่นี่เป็นห้องทำงาน มีแต่คนอื่นนั่นแหละที่ไม่รู้” ธารรินตอบให้คีตาภาโมโหเล่นๆ อีกที

“วิน จัดการแม่นั่นซิคะ” คีตาภาพูดเสียงแหลมปรี๊ด ถ้ากระทืบเท้าได้เจ้าหล่อนคงทำไปแล้วละ ธารรินคิดในใจ

“กีต้า คุณกลับไปก่อน ผมไม่ไปส่งละ” ไอรวินพูดขึ้นหลังจากดูสองสาวมานาน

“วิน” คีตาภาพูดอย่างขัดใจแต่ก็ยอมเดินกลับมาเอากระเป๋าที่ชุดรับแขก สายตามองธารรินอย่างฝากไว้ก่อน สะบัดหน้าพรืดอีกทีแล้วก็ปิดประตูระบายความโมโหไปอีกโครมใหญ่ ทั้งห้องจึงเหลือเพียงธารรินและไอรวินเพียงสองคน

“คุณทำแบบนี้ทำไม” ธารรินถามขึ้นไม่รอให้ชายหนุ่มต้องถามสาเหตุของการมาที่นี่ของเธอ

“ทำอะไร” ชายหนุ่มถามยิ้มๆ ก็เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวหมายถึงเรื่องอะไรจริงๆ นี่นา

“ที่ดึงตัวฉันมาทำงานกับคุณไง คุณแกล้งฉัน” ธารรินกัดฟันตอบ

“อ๋อ ถ้าเรื่องนั้นคุณพิธานเป็นคนเสนอชื่อรินมาเองนะ ผมไม่ได้ไปกะเกณฑ์ว่าต้องเป็นใคร แล้วอีกอย่างมันก็แค่อาทิตน์เดียว มากสุดก็สองอาทิตย์  ไม่เห็นว่าการที่ผมดึงรินมาทำงานด้วยมันจะเป็นการแกล้งรินตรงไหน” เขาไม่ได้โกหกแม้แต่คำเดียวเลยนะ

ธารรินจนด้วยคำพูด ไอรวินพูดถูก เขาไม่ได้กะเกณฑ์ว่าต้องเป็นเธอ แล้วเขาจะมาแกล้งเด็กกะโปโลอย่างเธอทำไมกัน เธอใจร้อนตัดสินเขาไปเองจริงๆ นั่นละ

“เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอตัว” พูดจบธารรินก็หันหลังกลับไปยังประตู ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ไอรวินเรียกหญิงสาวให้หยุด

“เดี๋ยว ธารริน”

“คุณวินมีอะไรคะ” ธารรินหยุดการก้าวเดินหันกลับมาและถามขึ้นพร้อมกับคิดว่าถ้าชายหนุ่มจะต่อว่าที่เธอเสียมารยาท เธอก็จะยอมรับผิดแต่โดยดีเพราะว่าผิดจริงๆ

“เย็นนี้รอกลับบ้านสวนพร้อมกัน ผมมีเรื่องจะคุยกับย่าภา” ไอรวินตอบเสียงวางอำนาจ เป็นการเป็นงาน

หญิงสาวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธก็ออกไปจากห้องเสียแล้ว ปล่อยให้ไอรวินตีความเอาเองอีกครั้งว่าธารรินจะกลับบ้านสวนกับเขาไหม

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น แล้วอินเตอร์คอมในห้องก็ดังขึ้นพร้อมๆ กัน ไอรวินกดรับ รัตนาเลขาหน้าห้องรายงาน แต่ก็ไม่ทันเพราะชายหนุ่มร่างสูงที่รัตนาพูดถึงได้มายืนตรงหน้าไอรวินเรียบร้อยแล้ว

ชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาบ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวเป็นลูกครึ่ง จมูกที่โด่งรับใบหน้า ดวงตาสีฟ้ายิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ ผมหยักโศกยาวระต้นคอ

“เหมือนเดิมเลยนะ นายจะรอให้ชั้นอนุญาตก่อนไม่ได้หรือไง” ไอรวินทักเพื่อนรักอย่างคุ้นเคย

แดนเนียลยิ้มที่ริมฝีปาก นั่งลงที่เก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

“ไอ้วิน แกจะเป็นพ่อแก่ไปถึงไหน อะไรวะเพื่อนอุตส่ามาหา กลับมาก็ไม่บอกข่าว”

แดนเนียลเป็นเพียงไม่กี่คนที่ไอรวินนับเป็นเพื่อน บุคลิกที่เป็นคนเปิดเผย โผงผาง กล้าได้กล้าเสี่ยงมีอยู่ในร่างสูงที่มีสายเลือดอิตาเลี่ยนผสมอยู่ครึ่งหนึ่งคนนี้

“ขนาดไม่บอก แกยังรู้ได้เองเลยนี่” ไอรวินตอบลวนๆ

“ก็แน่ละซิ ข่าวคุณไอรวินออกจะกะฉ่อนเมือง” แดนเนียลก็ยวนกลับไปไม่แพ้กัน ภาษาไทยจัดแจ๋วเพราะเขาพูดภาษาไทยกับแม่เป็นประจำนั่นเอง

“เออ เล่นกันเลยนะไอ้แดน แล้วมานี่มีอะไร” ชายหนุ่มเจ้าของห้องถามเข้าเรื่อง

“ไม่มีไร คนมันว่างก็เลยหาอะไรทำ” แต่อีกชายหนุ่มตอบไปอย่างไม่อนาทรร้อนใจสักนิด

“งานการไม่มีทำหรือไง”

“มี แต่ยังไม่อยากทำ” หรือพูดง่ายๆ ก็คือยังไม่ถึงเวลาทำงานเพราะงานโฆษณาใต้ฟ้าเมืองไทยก็มาจากบริษัทโฆษณาของครอบครัวของชายหนุ่มลูกครึ่งคนนี้ทั้งสิ้น แดนเนียลจึงเป็นคนมีอารมณ์ศิลปิน งานที่เขาคิดจึงไม่จำเป็นต้องนั่งออฟฟิส แค่มีแรงบรรดาลใจเป็นพอ

“คุณอาสบายดีรึเปล่า” ไอรวินถามถึงคุณสาวิตรีแม่ของแดนเนียล

“ดี ดีมากซะด้วย ขนาดจะจับชั้นแต่งงาน คิดแล้วยังเซ็งไม่หาย” แดนเนียลฮึดฮัดขึ้นมาทันที

“ฮึฮึ” ไอรวินหัวเราะในลำคอ แม้เขาจะรู้ดีว่าไอ้เพื่อนของเขาคนนี้จะไม่ใช่คนเจ้าชู้แต่ก็หวงความโสดอย่าบอกใคร

“แกอย่าหัวเราะไปไอ้วิน นี่ขนาดนัดกันเสร็จสรรพ ดีนะที่ไหวตัวทัน ชั้นยังหวงชีวิตโสดอยู่นะว้อย แล้วผู้หญิงที่แม่ชั้นนัดมาก็ไม่มีสมองหรือไง คิดแล้วก็ดีใจที่ไม่ได้เจอกัน สงสัยจะเป็นลูกเพื่อนแม่ชั้นแหงมๆ เบื่อจริงๆ ผู้หญิงแบบนี้” ชายหนุ่มพูดได้คล่องเพราะเหตุการณ์นี้แหละทำให้เขาต้องระเห็ดตัวเองมาหาเพื่อนรักในวันนี้

“นายยังไม่ได้เจอเค้า แล้วรู้ได้ไงว่าเขาไร้สมอง” ไอรวินถามไปเรื่อยๆ เขาพอรู้แล้วละว่าแดนเนียลมาเพราะอะไร

“ก็ขนาดยอมให้คลุมถุงชนคงไม่พ้นคุณหนูที่วันๆ ไม่ทำอะไร นี่มันยุคไหนแล้ว” ชายหนุ่มยุคใหม่ตอบไปซะอย่างนั้น

“ฮึฮึ”

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยไอ้วิน ปะไปกินข้าวแก้โมโหกัน มื้อนี้ชั้นเลี้ยงต้อนรับที่นายกลับมาเอง” แดนเนียลชวนดื้อๆ

“เออ ก็ได้” ไอรวินก็ไม่ขัดข้องอะไร ยังไงก็ต้องพักกลางวันอยู่แล้ว  แดนเนียลเดินนำไปก่อน แต่ก็ไม่วายขยิบตาอย่างโปรยเสน่ให้เลขาหน้าห้องไอรวินอย่างอารมณ์ดี  ไอรวินกระแอมเบาๆ เป็นเชิงเตือนเพราะถึงแดนเนียลมันจะไม่เจ้าชู้แต่ก็วางใจไม่ได้ เห็นอย่างนี้หักอกสาวๆ ทั้งไทยทั้งเทศมานับไม่ถ้วนแล้ว

 

ไอรวินขับรถไปยังบ้านสวนโดยปราศจากธารริน พอเลิกงานเขาก็มารอที่รถแต่รอแล้วรอเล่าหญิงสาวก็ยังไม่มา จึงเป็นคำตอบได้ว่าธารรินปฏิเสธเขานั่นเอง ไอรวินรู้สึกฉุนในอารมณ์เพราะไม่เคยมีใครปฏิเสธเขามาก่อน ธารรินจะขัดใจเขาทุกเรื่องเลยหรือไงกันนะ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ขับรถมายังบ้านสวนอยู่ดีเพราะว่าไหนๆก็จะพาหลานสาวของของย่าภากับป้าสมบูรณ์ไปค้างอ้างแรมตั้งเป็นอาทิตย์ เขาคงต้องขออนุญาตเสียก่อน

รถสีดำคันใหญ่ของไอรวินมาเยือนบ้านสวนอีกครั้ง ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันทีที่หักพวกมาลัยเพื่อพารถไปจอดที่ลานกว้างหน้าเรือน รถคันหรูสีบรอนด์มาจอดก่อนเขาแล้ว นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยพอจะเดาสาเหตุที่ธารรินไม่กลับบ้านสวนพร้อมกับเขาได้แล้ว

เมื่อไอรวินขึ้นไปบนเรือนเสียงหัวเราะของใครบางคนที่ปฏิเสธเขาก็ดังขึ้นมา แต่เสียงหัวเราะนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อเขา ไอรวินชะงักไปนิดหนึ่ง นั่นไงเขาเห็นที่มาของเสียงหัวเราะของธารรินนั่งอยู่อีกฝั่งของชานเรือน ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาไม่เบาเลย ใบหน้าขาวดูเข้ากับแว่นสายตา  ทุกอย่างที่ประกอบกันเป็น ‘ไอ้ตี๋’ ฮึฮึ ไอรวินหัวเราะกับสรรพนามที่เขาเรียกผู้ที่พาธารรินกลับมาบ้านสวนในใจ

ป้าสมบูรณ์เป็นคนที่เห็นการมาถึงของไอรวินเป็นคนแรก นางทักขึ้นอย่างดีใจ

“คุณวินมาค่ะคุณภา ทานอะไรมาหรือยังคะ”

เสียงหัวเราะหลายๆ เสียงหยุดลงอย่างกะทันหัน ภากรมองผู้มาใหม่อย่างประเมินพร้อมกับความทึ่งขึ้นมาอีกนิด ชายหนุ่มหันไปมองธารริน หญิงสาวยังคงช่วยป้าสมบูรณ์อบร่ำด้วยเทียนอบหอมชื่นใจ โดยมีขนมกลีบลำดวนอยู่ในโหลแก้ว โดยไม่สนใจผู้มาใหม่สักนิด นั่นทำให้ภากรหายใจอย่างสบายใจได้

“อ้าว เจ้าวิน มาเงียบๆ ย่ากำลังคิดเชียวว่าเจ้าจะมาไหมวันนี้”

“มาซิครับ วันนี้ยังไงก็ต้องมา” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับส่งสายตาคมกล้าไปยังร่างบางที่ไม่สนใจการมาของเขาสักนิด ให้มันได้อย่างนี้ซิ แต่เมื่อมองดูดีๆ เขาก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย หญิงสาวที่นั่งอบเทียนกับผู้หญิงที่คุมงานก่อสร้างท่ามกลางผู้ชายจะเป็นคนคนเดียวกัน

“วันนี้สมบูรณ์เขาทำขนมกลีบลำดวนแน่ะ แม่พาเขาชอบ ยังคิดอยู่ว่าจะฝากเด็กเอาไปให้ วินมาก็ดีแล้ว ย่าฝากขนมไปให้แม่พาเขาหน่อยนะ”

“ได้ซิครับ แต่ขอแลกกับอาหารเย็นหนึ่งมื้อได้ไหมครับย่าภา”

“ได้สิวิน วันนี้ดีจริง อ้อ ภากร นี่ไอรวินหลานย่าเอง วินเอ้ย นั่นภากรเพื่อนของหนูรินเขานะ วันนี้อุตส่าไปรับหนูริน กินข้าวกับย่าก่อนแล้วค่อยกลับนะ” ย่าภาพูดอย่างอารมณ์ดีที่วันนี้บนเรือนครึกครื้นกว่าทุกวัน

“ครับย่าภา ผมติดใจรสมือป้าสมบูรณ์ จนอยากมากินทุกวันเลยนะครับ” ภากรพูดอย่างเปิดเผยความสนิทสนมอยู่ในที

“แหม คุณกรช่างยอคนแก่” ป้าสมบูรณ์พูดอย่างขันๆ

“จริงๆ นะครับ ใช่ไหมริน” ชายหนุ่มหลิ่วตาอย่างรู้กันสองคน โดยมีไอรวินมองการกระทำนั้นอยู่

“ใช่จ้ะกร” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมานิดหนึ่งและยิ้มให้เพื่อนอย่างเต็มริมฝีปาก ไอรวินรู้สึกขวางหูขวางตาขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับคิดในใจว่าที่กับไอ้ตี๋ละยิ้มซะหน้าบาน ทีกับเขาละก็หน้าตูมยังกับอะไรดี

“งั้นวันนี้ตั้งสำรับไวหน่อยแล้วกัน หนุ่มๆ เขาจะได้ไม่ต้องกลับกันมืดๆ อีก”

ดังนั้นบนเรือนกว้างจึงเล็กไปถนัดตาเมื่อมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ถึงสองคนนั่งขนาบหญิงชราเจ้าของเรือน โดยข้างไอรวินคือป้าสมบูรณ์ และข้างภากรคือธารริน สายตาของภากรมองไอรวินยิ้มๆ เป็นการรู้กันเองถึงความได้เปรียบที่ได้ใกล้ชิดธารริน ไอรวินมองสายตานั้นออก แต่ยังคงกินข้าวทำทีไม่สนใจ ของอย่างนี้มันขึ้นกับเวลา เขารอได้

“ช่วงนี้งานมากหรือริน กรเห็นรินหน้านิ่วคิ้วขมวดตั้งแต่กลับมาด้วยกันแล้วนะ”

ภากรเอ่ยขึ้นระหว่างกินข้าว หญิงสาวที่ถูกพูดถึงเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววเจาเล่ห์ที่เจ้าตัวปิดบังไว้ใต้แพขนตา

 “ไม่หรอกกร วันนี้รินปวดหัวน่ะ พอดีไปเจอกองละครในโรงแรมน่ะ”

ดวงตาไอรวินฉายแววสนุก เขากำลังคิดว่าธารรินจะมาไม้ไหน

“หือ มีคนไปถ่ายละครด้วยเหรอคะ พี่ริน” เด็กจันพูดอย่างตื่นเต้น

“ก็ไม่เชิงกองละครหรอกนะจัน พอดีพี่ผ่านไปเจอเลยเห็นน่ะ สงสัยเค้ายกกองมาผิดน่ะ แต่พี่ดูแล้วนะ พระเอกกับนางเอกของเรื่องเนี่ยสมกันยังกับ....” ธารรินเหลือบตาไปทางไอรวินนิดหนึ่งก่อนที่จะจบประโยคที่พูดค้างไว้ว่า “เสียงจั๊กจั่นกับความมืด”

“ว้าเสียดายจัง แล้วทำไมต้องเสียงจั๊กจั่นกับความมืดด้วยล่ะพี่ริน” เด็กจันถามด้วยความสงสัยซึ่งก็เข้าทางธารรินที่ขุดหลุมรอไว้พอดิบพอดี

“นั่นซิ” ย่าภาก็สงสัยไปด้วยอีกคน

“ก็นางเอกก็ส่งเสียงแหลมปรี๊ดยังกับเสียงจั๊กจั่นน่ะสิคะ ส่วนพระเอกที่เป็นความมืดเพราะในความมืดเรามองไม่เห็นอะไรที่เป็นสาระเลยน่ะสิ”

ไอรวินสะดุ้งในใจ ว่าแล้วไหมล่ะ เห็นเงียบๆ แบบนี้ธารรินก็กัดเจ็บไม่ใช่เล่น หญิงสาวจงใจว่าเขาเป็นคนไม่มีสาระ หาแก่นสารอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มมองหน้าธารรินตรงๆ ซึ่งหญิงสาวก็ไม่สบตาเขาเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้รินคงได้นอนไวเพราะได้ดูละครสมใจแล้ว พรุ่งนี้เราสองคนคงต้องออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า อ้อ ผมยังไม่ได้ขออนุญาตย่าภากับป้าสมบูรณ์เลยครับ พอดีพ่อให้ผมทำงานโครงการหนึ่ง แล้วรินก็ว่างพอดี ผมเลยต้องขอยืมตัวหนูรินของทุกคนไปดูงานโครงการนี้กับผมนะครับ คงใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์” ไอรวินสรุปเองเสร็จสรรพ

ธารรินพูดไม่ออกด้วยโครงการนี้เธอถูกเลือกให้ทำไปแล้ว ภากรมองหน้าเพื่อนสาวที่เขาคิดมากกว่าเพื่อนอย่างขอคำยืนยัน แต่การไม่ปฏิเสธของธารรินก็เป็นคำตอบได้ว่าที่ไอรวินพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง

“อ้อ งั้นรึ ว่าไงสมบูรณ์” ย่าภาหันไปถามสนิท

“อิชั้นก็แล้วแต่หนูรินค่ะ คุณภา”

“ริน กรว่าอย่าไปเลยนะ” ภากรแย้งขึ้นมาอย่างไม่ชอบใจนัก แม้ว่าเขาจะยังให้คำตอบกับตัวเองยามที่ไอรวินใช้สายตามองธารรินไม่ได้นัก แต่มันก็เป็นสัญชาตญาณบางอย่างที่เขารู้สึกว่ากำลังเจอคู่แข่งที่น่ากลัวเพราะดูไม่ออกว่าไอรวินคิดอะไรกับธารริน และหากคิด...คิดแบบที่เขาคิดกับธารรินหรือเปล่า

“ผมกับรินเราตกลงกันแล้ว ที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อมาขออนุญาตให้รินน่ะครับ” ไอรวินพูดยิ้ม ดวงตาฉายแววสมใจไม่ปิดบัง ธารรินได้แต่เคี้ยวข้าวแรงๆ อย่างระบายความโมโหที่เสียเปรียบชายหนุ่ม เขาจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามว่าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับย่าภาและป้าสมบูรณ์แล้วละก็เธอไม่อยากให้ท่านทั้งสองไม่สบายใจ

“งั้นเรอะ งั้นก็ดูแลน้องดีๆ นะวิน”ย่าภาฝากฝังหลานชายอย่างวางใจ

“ครับคุณย่า ป้าสมบูรณ์” ชายหนุ่มรับปากอย่างเต็มใจว่าจะดูแลธารรินให้ดีที่สุดเชียวล่ะ

อาหารมือนั้นก็จบลงด้วยความเอร็ดอร่อยและเจริญอาหารเป็นพิเศษของไอรวิน ภากรนั้นหมดความอร่อยตั้งแต่รู้ว่าหญิงสาวที่ตนเองหลงรักต้องไปกับไอรวินแล้ว เขารู้ว่าสำหรับผู้หญิงแบบธารริน เขาเชื่อหมดหัวใจว่าหากไม่รักจะไม่ยอมให้ ‘ไอ้ไฮโซ’ หน้าหล่อหว่านเสน่แน่ๆ แต่เขาก็ไม่วางใจอยู่ดี ครั้นจะห้ามไม่ให้ธารรินไป เขาก็ไม่กล้าพอ ภากรหัวใจร้อนรุ่มจนไม่อยากแสดงให้ธารรินรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร หลังสำรับถูกเก็บไป ว่าที่หมอหนุ่มก็ขอตัวกลับไปทันที

 

ไอรวินนั่งคุยกับย่าภาอีกสักครู่ก็ขอตัวกลับบ้าง โดยมีธารรินจำใจเดินมาส่งเพราะไม่กล้าขัดใจย่าภา ชายหนุ่มเดินเอื่อยๆ ทอดจังหวะการเดิน ด้วยเพราะเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง ความเงียบจึงปกคลุมสองหนุ่มสาว ขายาวๆ ก้าวไปจนถึงรถ แต่ยังยืนและมองธารรินด้วยสายตาที่หญิงสาวอ่านไม่ออก

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอขึ้นเรือนค่ะ”

“เดี๋ยวก่อน ความมืดมันไร้สาระสำหรับรินจริงๆ เหรอ” ไอรวินถามขึ้นเพราะเขาอยากรู้ว่าธารรินคิดว่าเขาเป็นคนอย่างที่ได้พูดไปจริงๆ หรือไม่

“อืม ค่ะ” ธารรินไม่คาดคิดว่าไอรวินจะถามเธอเรื่องนี้

“ผมจะบอกอะไรรินสักอย่าง ในความมืดก็มีแสงจันทร์ แล้วก็ในความสว่างก็มีจุดมืดของเงา อย่างมองอะไรเพียงด้านเดียว”  ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงเรียบจนธารรินไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธเธอหรือเปล่า แววตาเหมือนตัดพ้อคู่นั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดในใจขึ้นที่ไปว่าไอรวินแบบนั้น แต่เมื่อคิดอีกทีไอรวินก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่หรือ ฉะนั้นสิ่งที่เธอคิดและได้พูดออกไปนั้นก็สมควรแล้ว ดังนั้นธารรินจึงเอ่ยขอตัวกับชายหนุ่มที่กำลังมองเธอจะยิ้มก็ไม่เชิงจะบึ้งก็ไม่ใช่ว่า

“ค่ะ ฉันคงต้องขึ้นเรือนแล้ว”

หญิงสาวปรายตามองที่ชายหนุ่มที่ยืนห่างจากเธอเพียงเอื้อมมือถึง ร่างสูงหนาไม่ได้หันมามองเธอแม้สักนิด ขาเรียวยาวของธารรินก้าวจากไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้นและแทบไม่รู้ว่าไอรวินเคลื่อนกายอย่างว่องไวมายืนขวางเธอภายในพริบตาได้อย่างไร ความรู้สึกร้อนที่มาจากอุ้งมือใหญ่ที่กุมไหล่บางไว้ทั้งสองข้างทำให้ธารรินตกใจไปชั่วขณะ แต่ความตกใจนั้นเทียบไม่ได้กับที่ร่างของเธอถูกร่างสูงใหญ่ดันไปจนชิดกับตัวรถ หลังของหญิงสาวแนบไปกับประตูรถโดยมีชายหนุ่มตามติดเข้ามา ใบหน้าคมกล้าส่งดวงตาเป็นประกายเรืองรองมองมาที่แววตาตื่นตระหนกของธารรินอย่างหยันๆ พร้อมกับพูดว่า

“อ้อ ผมลืมบอกอีกอย่าง ในความมืดนั้นก็มีอันตรายอยู่ด้วย”

แทนคำตอบว่าอันตรายที่ไอรวินพูดถึงคืออะไร ใบหน้าของชายหนุ่มก็ก้มลงจนธารรินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดใบหน้า หญิงสาวรวบรวมความกล้าพูดกับชายหนุ่มกลับไป แต่คงทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีกว่า

“คนบางคนให้เวลาผ่านไปยังไงก็ยังเหมือนเดิม”

ไอรวินยิ้มที่มุมปากอย่างรู้เท่าทันว่าธารรินหมายถึงใคร

“คนบางคนที่ว่าก็คือผมซินะ”

ธารรินไม่ลังเลสักนิดยามตอบชายหนุ่มกลับไป

“ใช่”

จากรอยยิ้มที่เกิดเพียงที่มุมปากก็เผยออกทั้งริมฝีปาก ริมฝีปากยิ้มแต่ดวงตากลับวาวโรจน์อย่างน่ากลัว ธารรินมองไอรวินอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ที่เธอรู้คือมือทั้งสองข้างต่างทุบลงที่อกหนาเพียงคิดว่าหากทำแบบนี้ไอรวินจะปล่อยเธอเท่านั้น

การทำแบบนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มสนองแรงอารมณ์นั้นต่างออกไป ริมฝีปากหนาแนบลงที่ริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วและปิดกั้นเสียงร้องของหญิงสาว ธารรินตกตะลึงกับสัมผัสที่กำลังดำเนินอยู่ ไอรวินจูบเธอ !! จูบแรกของเธอกับชายที่เธอนึกชัง จูบที่ตอนแรกไอรวินเพียงต้องลงโทษธารรินเท่านั้น แต่ความอ่อนนุ่มและหวานล้ำทำให้จากบทลงโทษในตอนแรกกลายเป็นสัมผัสที่เขาจมลึกลงไปเสียเอง มือที่ทุบที่ไหล่และอกกว้างอ่อนกำลังลงตามความรู้สึกหวามไหว เสียงอึกอักในลำคอของธารรินช่วยทำให้ไอรวินรู้สึกตัวว่าเขาได้ทำอะไรลงไป 

ชายหนุ่มละริมฝีปากของเขาจากริมฝีปากบาง แขนทั้งสองข้างของหญิงสาวออกแรงผลักชายหนุ่มเต็มแรง แต่ไอรวินกลับกอดเธอไว้แน่นพร้อมกับพูดว่า

“อย่าเพิ่ง ผมยังไม่พร้อมจะปล่อยรินในตอนนี้” ชายหนุ่มบอกเสียงพร่าเพราะเขาก็แทบไม่อยากเชื่อนักว่าธารรินจะทำให้เขารู้สึกจมลึกเพียงแค่จูบเดียวได้ขนาดนี้

ธารรินไม่ฟังอะไรทั้งนั้น หญิงสาวออกแรงดิ้น แต่นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มยิ่งกอดเธอแน่นเข้าไปอีก เมื่อไร้หนทางแม้จะร้องตะโกนให้คนช่วยเพราะเธอกลัวว่าจะทำให้ย่าภากับป้าสมบูรณ์ตกใจ ฟันขาววาววับจึงกัดลงที่ไหล่กว้างเต็มแรง รสเลือดเค็ม ๆ สัมผัสลิ้นของหญิงสาว ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดทันที ธารรินใช้หลังมือถูที่ริมฝีปากราวกับต้องการลบรอยที่ไอรวินได้ตีตราไว้

“ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้” ธารรินกดฟันพูดอย่างข่มความโกรธ เธอรู้ว่าเธอผิด แต่ไอรวินไม่มีสิทธิ์ลงโทษเธอด้วยวิธีนี้

“ทำไมผมต้องขอโทษในสิ่งที่รินควรจะได้รับด้วย” ชายหนุ่มตอบและไม่รู้สึกผิดสักนิด

“ได้ ขอให้รู้ว่าฉันจะจำเรื่องนี้ไว้เพื่อที่จะระลึกได้ว่า ฉันเกลียดคุณที่สุด” แววตาที่ธารรินมองไอรวินนั้นแทนคำพูดนับพันได้ ความโกรธ ความเกลียดเปิดเผยออกมาอย่างหมดสิ้น

“เป็นเกียรติอย่างที่สุด พรุ่งนี้พบกัน”

จบประโยคนั้นธารรินก็เดินจากไป น้ำตาที่เจียนจะหยดกลับถูกขังที่ดวงตาเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ทิ้งให้ชายหนุ่มมองแผ่นหลังบอบบางที่เดินจากเขาไป พร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นกลางใจของไอรวินว่าทำไมเขาถึงได้ทำแบบนั้นกับธารริน กลางค่ำคืนอันมืดมิดสายลมพัดมาวูบหนึ่งราวกับฝากคำขอโทษนั้นไปให้หญิงสาวที่บอกว่าเกลียดเขาที่สุดถ้าหญิงสาวจะรับรู้ได้เท่านั้น

 

ไอรวินกลับมาถึงบ้านอัครไพศาลก็พอดีที่ภาคินัยอาของเขากำลังจะกลับพอดี อาภาคินัยเป็นอาที่ไอรวินไม่สนิทนัก ผิดกับอาภาคินพ่อของไอรวัชรที่ไอรวินสนิทสนมกว่าพ่อของเขาเสียอีก  อาภาคินัยจับธุรกิจหลายอย่าง แต่ธรกิจเหล่านั้นก็มีอันต้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็วเพราะขาดทุนบ้าง ถูกโกงบ้าง แต่ก็อาของเขายังคงใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุขตลอด 46 ปีที่ผ่านมา

“ไงเจ้าวิน ทำงานทำการกับเขาหรือยัง ได้ข่าวพ่อเราให้โปรเจคใหญ่ไม่ใช่เรอะ” ภาคินัยทักหลานชายคนอย่างอารมณ์ดี แต่ไอรวินกลับทำสีหน้าเรียบเฉยยามตอบ

“ครับ อานัย”

“แล้วจะไปเกาะลิมาเมื่อไหร่ล่ะ” ภาคินัยไม่สนใจท่าทางของหลายชายนักเพราะเขาและไอรวินไม่ใช่อาหลานที่ใกล้ชิดกันสักเท่าใด

“พรุ่งนี้ครับ”

“โชคดี อาไปล่ะ เหนื่อยมาทั้งวัน”

ภาคินัยเดินไปทางอีกด้านของบ้านด้วยเพราะภาคได้สร้างบ้านไว้สำหรับพี่น้องทุกคนให้อยู่ในอาณาเขตของอัครไพศาล ภาคินัยก็มีบ้านอยู่ในนี้เช่นกัน คงไม่แปลกอะไรที่ทุกคนใต้ร่มเงาพ่อของเขาซึ่งเป็นผู้นำให้อัครไพศาลก้าวไปไกลอย่างทุกวันนี้ต่างนับถือและเกรงกลัวคุณภาคเสมอ

เมื่อเดินเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ไอรวินก็ต้องแปลกใจอีกครั้งพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู อีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคือนอยู่แล้ว แต่ไอรวัชรผู้ที่เขารู้ดีว่ามีกฎระเบียบในชีวิตกลับนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวดังการรอคอยเขาอย่างนั้นล่ะ

“อ้าว วินกลับมาแล้วหรือ พี่กำลังรอ” ไอรวัชรลุกขึ้นทันที่เห็นน้องชายต่างสายเลือดเดินเข้ามา

“พี่วัชรมีอะไรหรือเปล่าครับ โทรหาผมก็ได้ จะได้ไม่ต้องรอจนดึก”  ไอรวินถามไอรวัชรอย่างสงสัยและยินดีไม่น้อยที่เจอกัน ด้วยตั้งแต่เขากลับมาก็ไม่ค่อยมีเวลาคุยกับไอรวัชรเท่าใดนัก

“ไม่เป็นไร พี่ก็อยู่แค่นี้เอง พอดีพี่ไปงานเลี้ยงของลูกสาวรัฐมนตรีประชากับคุณอามาด้วย กลับมาดึกเหมือนกัน” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับขยับแว่นสายตานิดหนึ่งเพื่อปรับสายตา

“อย่างนั้นหรือครับ แล้วพี่วินมีอะไรกับผมหรือเปล่า”

“พี่เพิ่ง รู้จากคุณอาว่าวินกำลังทำโครงการเกาะลิมา” ไอรวัชตอบเสียงขรึม ส่วนไอรวินเสไปมองเสื้อสูทของไอรวัชที่วางอย่างเรียบร้อยแทนพลางตอบว่า

“ครับ คุณพ่อเพิ่งบอกผมวันนี้เหมือนกันครับ”

“วินคงไม่รู้ว่าที่นั่นอันตรายมาก ทั้งเสี่ยสมภพกับลูกชาย ทั้งชาวบ้านที่นั่น อันตรายมากๆ พี่ว่าวินอย่าไปที่นั่นเลย” สีหน้าของไอรวัชรดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด  แต่ไอรวินก็ทำให้พี่ชายต่างสายเลือดพอเบาใจได้ว่า

“ผมไม่กลัวหรอกครับพี่วัชร ผมมีวิธีของผม”

“วิธีอะไร” ไอรวัชรถามต่อทันทีด้วยความสงสัย

“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก”

ไอรวัชรถอนหายใจอย่างหนักใจที่ไอรวินยังดูเป็นเด็กไม่รู้จักโตเหมือนเดิม ทุกอย่างดูเป็นเล่นไปหมด

“พี่ว่าอย่าไปที่นั่นเลยนะ”

“ผมเข้าใจว่าพี่วัชรหวังดีกับผมเสมอ แต่มันก็ไม่เสียหายอะไร จริงๆ แล้วคิดว่าผมไปพักผ่อนสิพี่วัชร เดี๋ยวผมก็กลับมาแล้ว” ชายหนุ่มตอบไอรวัชรทีเล่นทีจริง ดูช่างไม่จริงจังอะไรในชีวิต แต่ไอรวัชรก็ไม่รู้จะคัดค้านการตัดสินใจของน้องชายต่างสายเลือดได้อย่างไร จึงต้องเลยตามเลย

“ถ้างั้นก็ระวังตัวด้วยนะ พี่คงขอตัวก่อนล่ะ”

ไอรวินตอบกลับมาว่า

“ผมก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าเสียด้วยสิ”

ไอรวินพูดเสร็จก็รอให้ไอรวัชรกลับไปพักผ่อนที่บ้านของเขา ส่วนชายหนุ่มก็ขึ้นไปพักผ่อนบ้าง อย่างที่บอกพี่ชายต่างสายเลือดไป จุดเริ่มต้นของเขาจะเกิดขึ้นในเช้าของวันพรุ่งนี้กับผู้หญิงที่บอกว่าเกลียดเขาที่สุด

 

สวัสดียามดึกค่ะ...พี่สายลม

 

รินรู้สึกว่าวันนี้คิดถึงพี่สายลมจังค่ะ พี่สายลมจำผู้ชายที่รินเคยเล่าในจดหมายว่าเป็นคน

ทำให้หมาของรินตายได้ไหมคะ รินขอเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเขา ว่าเขาคนนั้นไม่ได้น่าสงสารสัก

นิด  อวดดีและอันตรายอย่างร้ายกาจ พี่สายลมช่วยเป็นพายุไปถล่มเขาให้รินที่ได้ไหมคะ อย่าเพิ่ง

ตกใจ  รินล้อเล่นค่ะ

                รินต้องไปทำงานนอกสถานที่หลายวันนะคะ พี่สายลมเคยไปเกาะลิมาไหมคะ มันเป็น

เกาะทางใต้ ทางฝั่งทะเลอันดามัน รินยังไม่เคยไปที่นั่น แต่เท่าที่ได้เห็นจากรูปทำให้รู้ว่ามันเป็น

เกาะที่สวยมาก แล้วรินจะส่งรูปไปให้ดูนะคะ

                ปล. ขอถามหน่อยได้ไหมคะว่าพี่สายลมกำลังพัดอยู่ที่ไหน

 

                                                                                                                ราตรีสวัสค่ะ

                                                                                                   จาก....สายน้ำ(ที่กำลังเดือด)

       อ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบยังไง ช่วยเม้นให้กำลังใจหน่อยนะคะ ขอบคุณจ้า <<อัมราน>>



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 .... 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3166 , โพส : 1 , Rating : 100% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 212

รออยู่ค่ะมาเร็ว

Name : tea-w < My.iD > [ IP : 58.64.67.90 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 ตุลาคม 2551 / 15:39

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android