คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100%


     อัพเดท 2 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 98% [ 299 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 61,241
458 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 42 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3048 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


3. สายลม.....เจ้าสำราญ

 

                เสียงซุบซิบของคนที่ยืนจอแจกันที่ทางเข้าบริษัททำให้ธารรินที่เพิ่งทำงานในอาณาจักรอัครไพศาลได้ไม่ถึงเดือนมองอย่างสงสัย ผู้บริหารระดับสูงหลายคนยืนรออย่างกระสับกระส่ายดั่งการรอคอยใครสักคน ไม่เว้นแม้แต่ไอรวัชรที่สาวๆ ในอัครไพศาลต่างมองตาปรอย ชายหนุ่มวัย 33 อนาคตไกล หลานท่านประธาน ภาค อัครไพศาล หลายคนยังพูดกันเล่นๆ เลยว่าถ้าลูกชายของคุณภาคยังไม่ใส่ใจกิจการในครอบครัว คุณภาคอาจจะยกทุกอย่างของอัครไพศาลให้ ไอรวัชร อัครไพศาล คนนี้ดูแลต่อไป

                “ยัยริน วันนี้ไปทานข้าวข้างนอกกันนะ” วิชชุดาพูดขึ้นในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินไปยังลิฟท์

                “สงสัยจะไม่ได้ละยัยตา ต้องไปไซด์งานกับพี่ริสาตอน 10 โมง” ธารรินหมายถึงริสาพี่ที่ทำงานในแผลกและเป็นพี่เลี้ยงของเธอด้วย

                “จริงด้วยซิ ดาก็ลืมไป โรงแรมบีเทล ไวน์ใกล้จะเสร็จแล้วใช่ไหม”

                “ใช่จ้า”

ธารรินกำลังคิดว่าอัครไพศาลยิ่งใหญ่ในธุรกิจโรงแรมอย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆ นั่นละ  โรงแรมสร้างกันแทบทุกปีจนมีทีมก่อสร้างเป็นของตนเอง เพื่อสร้างโรงแรมใรเครืออัครไพศาลและรับงานภายนอกจากที่สร้างโรงแรมแล้วด้วย โรงแรมกว่า 20 แห่งในเครืออัครไพศาลยิ่งทำให้เธอเหมือกำลังงมเข็มในมหาสมุทร แล้วเธอจะเริ่มหารอยเท้าพ่อได้ที่ใดกัน

“ยัยริน ยัยริน”

“อะไร ยัยดา เรียกซะเสียงดังเชียว”

“ดาเรียกตั้งนาน ลิฟท์มาแล้ว”

                ประตูลิฟท์เปิดออกธารรินเดินตามวิชชุดาที่ก้าวเข้าไปในลิฟท์ก่อนแล้ว แต่หางตาของหญิงสาวยังทันได้เห็นรถสีดำคันหรูที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจอดที่ด้านหน้าโรงแรม มีเสียงอื้ออึงจากหลายคนที่เฝ้ารอแล้วลิฟท์ก็ปิดลง

 

                ประตูสีดำที่กระจกติดฟิล์มสีดำทึบเปิดออกจากจากผู้จัดการฝ่ายต้อนรับ ไอรวัชรเดินเข้ามารับอย่างยินดี ประตูอีกฝั่งเปิดออกโดยที่ไม่รอให้ใครเปิด ชายหนุ่มร่างสูงลุกออกมาจากรถ เหยียดแข้ง เหยียดขาไม่สนใจใคร ผมสั้นรับกับใบหน้า คิ้วแข้ม จมูกโด่ง ดวงตาคมเป็นประกายแต่ดูดุคล้ายกับคุณภาค ริมฝีปากหนา และคางเป็นรอยบุ๋มนิดๆ เรียกได้ว่าหล่อเหลาและดูมีเสน่ห์เพียงครั้งแรกที่ได้พบ เสื้อสูทสีดำไม่ติดกระดุมและเสื้อคอวีตัวในเผยให้เห็นอกหนา กางเขนสเลคขายาวสีดำเข้าชุด ต่างกับไอรวัชรที่เสื้อผ้า หน้า ผม ดูเรียบร้อยไปทุกกระเบียดนิ้ว

                “ขอบใจทุกคนที่มารอต้อนรับนะ” คุณภาคพูดขึ้น แม้จะล่วงเลยมาถึงอายุ 55 แล้วแต่ภาคยังดูหนุ่มและดูภูมิฐานและดูดีเสมอ ภาคหันไปทางลูกชายคนเดียวพร้อมกับเรียกให้มาหา

 “วิน”

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อนั้นเดินมาหาภาคเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ ไม่กลัวเกรง จนทุกคนในที่นั้นต่างมองสองพ่อลูกอย่างสังเกต ปกติแล้วภาคเป็นคนที่น่าเกรงขามถึงขั้นน่าเกรงกลัว แต่สำหรับสิ่งที่ไอรวินแสดงออกในตอนนี้ไม่มีความเกรงกลัวสักนิด แม้แต่ไอรวัชรก็ใครๆ ต่างคิดว่าเขาจะเป็นผู้บริหารคนต่อไปยังไม่เคยทำแบบนี้

“ครับ พ่อ”

“รู้จักคุณนพดล ผู้จัดการฝ่ายบัญชี คุณศักดา ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการลงทุนเอาไว้ นี่ไอรวิน ลูกชายคนเดียวของผมเอง”

ภาคแนะนำเสียงขรึม ไร้การฝากฝังที่พ่อพึงฝากตัวลูกชาย ไอรวินไหวไหล่อย่างเคยชิน ยกมือไหว้อย่างไม่ถือตัว จนทั้งนพดลและศักดายกมือรับไหว้แทบไม่ทัน

ไอรวัชรหลุบตาลงไปนิดไม่ทันที่ใครจะสังเกต

“เอาละ ขอบใจทุกคน คงเท่านี้ละ แยกย้ายกันไปทำงานตามปกติได้แล้ว ไปวิน วัชร”

ภาคพูดเสียงเรียบก่อนที่จะเดินนำไปโดยมีไอรวินและไอรวัชเดินตามไปยังลิฟท์ผู้บริหาร โดยไม่เห็นว่ามีสายตาหลายคู่มองคนหนุ่มที่ติดตามคุณภาคอย่างวิเคราะห์สถานการ เสียงซุบซิบหลายเสียงเกิดขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย

“ไหนว่าคุณภาคตัดลูกชายตัวเองตั้งแต่ขับรถแล้วทำให้น้องสาวตัวเองตายไงล่ะ”

“ไม่มั้งเธอ ไม่เห็นเหรอ คุณวัชรยังต้องเดินตามคุณวินเลย ขนาดคุณภาคินัยเป็นน้องชายคุณภาคแท้ๆ ยังดูไม่มีหวังเลย”

“แล้วอย่างนี้ใครจะเป็นผู้บริหารอัครไพศาลต่อไปล่ะเธอ ขนาดน้องชายยังหมดสิทธิ์ ลูกชายคนเดียวก็ต้องดีกว่ากว่าหลานคนเดียวไม่ใช่เหรอ”

“นั่นน่ะซิ”

เสียงซุบซิบคงดำเนินต่อไปถ้าศักดาไม่กระแอมกระไอให้ทั้งวงซุบซิบรู้ตัวและหยุดวิพากษ์วิจารณ์ก่อนที่จะเดินไปขึ้นลิฟท์อีกคน นพดลมองลิฟท์ที่คุณภาคเพิ่งเข้าไปเมื่อครู่ แววตายากใครจะคาดเดาได้คิดว่าคิดอะไรอยู่ แล้วเขาก็แยกย้ายไปอีกคน

 

ลิฟท์กำลังจะเลื่อนปิดเต็มทีทำให้ร่างบางที่วิ่งมาด้วยความรีบร้อนต้องตะโกนบอกผู้ที่อยู่ในลิฟท์เสียงก้องไปทั้งทางเดินนั้น ยังดีที่ชั้นนี้ไม่ใช่ส่วนของพื้นที่โรงแรม

“เดี๋ยวค่ะ รอด้วย”

หญิงสาววิ่งอย่างกระหืดกระหอบในวงแขนมีม้วนกระดาษหลายใบอันเป็นแบบโครงสร้างตึกที่เธอนึกขึ้นได้ว่าลืม จึงต้องขึ้นมาที่ชั้น 14 อันเป็นที่ตั้งของฝ่ายวางแผนและดำเนินการก่อสร้างและฝ่ายอื่นๆ อีกรอบ ตึกอัครทาวเวอร์มีทั้งหมด 17 ชั้น ชั้นที่ 15 และ 16 เป็นส่วนของผู้บริหารระดับสูง ส่วนชั้น 17 เป็นห้องชุดของประธานกรรมการซึ่งก็คือคุณภาคนั่นเอง

ลิฟท์ยังเปิดอยู่เมื่อธารรินวิ่งไปถึง หญิงสาวบอกขอบคุณเจ้าของมือเรียวใหญ่ที่กดลิฟท์รอเธอ

ชายหนุ่มร่างสูงจึงมีเวลาสำรวจหญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในลิฟท์ เขาคิดในใจว่าเปลี่ยนไปมากจริงๆ คิ้วเข้ม ดวงตากลมโต จมูกรั้นนิดๆ ริมฝีปากบาง เรียกว่าสวยก็คงไม่ผิดนัก ผมที่ตัดสั้นเหลือเพียงแค่กลางหลังแต่รวบมัดเพื่อให้ดูทะมัดทะแมง เสื้อเชิร์ตแขนยาวกับกางเกงยีนส์สีไม่ซีดเท่าไหร่ ทุกอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะดูเข้ากับธารรินขนาดนี้ ความเงียบปกคลุมลิฟท์ไปชั่วครู่ก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งทำลายความเงียบขึ้นมา

“ไม่ทักกันหน่อยหรือ หนูริน”

ธารรินหันไปยังที่มาของเสียงนั้น ร่างสูงของชายหนุ่มผมสั้นยิ้มให้หญิงสาว เสื้อสูทสีดำถูกนิ้วเกี่ยวพาดไว้ที่บ่ากว้าง เสื้อคอวีเผยให้เห็นอกหนา หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างใช้ความคิดว่ารอยยิ้มมและแววตาแบบนี้เธอเคยเห็นที่ไหนกันนะ

“อะไรกัน แค่ 7 ปี จำกันไม่ได้เสียแล้ว”

ชายหนุ่มถามยิ้มๆ มองธารรินตรงๆ จะว่าจ้องตาธารรินก็คงได้ หญิงสาวตกใจจนก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว จนหลังชนผนังลิฟท์อีกด้านนั่นละ เธอถึงได้รู้ตัว ชายหนุ่มยังคงเดินตามมา ด้วยสัญชาติญาณโดยแท้ หญิงสาวใช้มือทั้งสองข้างผลักอกของไอรวินเต็มแรง ม้วนกระดาษหล่นกระจายเกลื่อน

“อย่าเข้ามานะ ฉันเป็นมวยไทย ไม่ได้ขู่” พร้อมกับตั้งการ์ดให้ดูเสียด้วย

ไอรวินหัวเราะดังไปทั้งลิฟท์ ยกมือขึ้นห้ามทั้งที่ยังขำไม่หาย

“เชื่อแล้วว่าจำไม่ได้จริงๆ ฉัน....ไอรวิน นึกออกแล้วหรือยัง”

ธารรินมองไอรวินเต็มๆ ตาอีกครั้ง แววตาอย่างนี้ รอยยิ้มแบบนี้ ใช่เขาจริงๆ ด้วย แล้วมาทำให้เธอกลัวทำไมกันเล่า

“จำได้แล้วค่ะ” หญิงสาวพูดขึ้น ไอรวินก้มลงเก็บม้วนกระดาษที่ธารรินถือมาแล้วรวบรวมให้ หญิงสาวรับมาแล้วก็ถามขึ้นว่า

“กลับมานานแล้วหรือคะ ย่าภาบ่นถึงคุณเสมอ”

“เพิ่งมาถึงเมื่อวาน บอกย่าภาแล้วกันนะแล้วฉันจะรีบไปเยี่ยม”

ลิฟท์เปิดออกพอดี ไอรวินรอให้ธารรินก้าวออกไปก่อน แล้วเขาจึงเดินตามออกมาเป็นผลให้เกิดความเคลื่อนไหวจากสาวสวยที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วลุกขึ้นทันใด แล้วเดินมาทางที่ธารรินยืนอยู่อย่างมั่นใจ มือเรียวสวยโบกมือทักทายใครอีกคนที่เบื้องหลังของธารริน ซึ่งก็คงไม่ต้องสงสัยแล้วละว่าใคร

หญิงสาวร่างสูง รูปร่างอย่างที่ธราธิปชอบพูดยามวิจารณ์นางแบบทั้งหลาย สวย หมวย เอ็ก นี่แหละรวมกันอยู่ที่ผู้หญิงคนนี้ เสียงทักทายของสองหนุ่มสาวทำให้ธารรินต้องหันไปมอง แล้วก็ไม่พลาดช็อตเด็ด

สาวในคำนิยามของธราธิปเหนี่ยวใบหน้าของไอรวินลงมาหอมแก้มทั้งซ้ายและขวา แถมไอรวินยังทำแบบเดียวกันกลับไปอีก ช่างไม่อายฟ้าอายดินเสียเลย ธารรินส่ายหน้าไปมาก่อนที่จะเดินไปยังรถของริสาที่จอรอที่หน้าโรงแรมอยู่แล้ว

พอธารรินเข้าไปนั่งในรถริสาซึ่งจอดรถรอมาได้สักพักแล้วก็ถามอย่างตื่นเต้นว่า

“ริน รู้จักลูกชายของท่านประธานด้วยเหรอ”

“ใครหรือคะพี่สา” วิศวกรสาวถามอย่างงงๆ ว่าริสาหมายถึงใคร

“อ้าวก็เห็นยืนอยู่ด้วยกันเป็นานสองนานี่นา ตอนนี้สาวๆ เค้ากำลังกรี๊ดกันทั้งตึกไม่รู้หรือไง ลูกชายท่านประธาน คุณไอรวิน อัครไพศาลไงล่ะ”

ธารรินถึงกับอึ้งกิมกี่ เขาน่ะหรือคือลูกชายของท่านประธาน ช่างต่างกันเหลือกัน แล้วจะทำให้เธอมองเขาเปลี่ยนไปหรือเปล่าล่ะ ก็ไม่อยู่ดี แต่ที่ตอบริสาไปก็แค่เพียงว่า

“เหรอคะ รินเจอเขาในลิฟท์เท่านั้นเองค่ะ”

ธารรินไม่บอกว่าเธอรู้จักไอรวินมาก่อนเพราะเท่าที่ได้พบผู้ชายคนนั้นเขาและเธอก็เป็นแค่คนที่รู้จักเท่านั้นจริงๆ  ทางเดินในชีวิตของนายไอรวินกับนางสาวธารรินคงไม่มาบรรจบกันหรอก แล้วอีกอย่างที่ไอรวิน บอกเธอเมื่อครู่ว่าจะรีบไปเยี่ยมย่าภา แล้วนั่นอะไรมาทำงานยังไม่ถึงวันก็นัดสาวมาสวีทกันถึงที่นี่แล้ว อย่างนี้จะให้เข้าใจว่าอย่างไรได้นอกจากไอรวินคือหนุ่มเจ้าสำราญคนเดิมนั่นแหละ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม

 

เสียงอ่านข่าวแจ้วๆ ของวิชชุดาที่นั่งบนชานเรือนโดยข้างๆ มีลูกตาลลอยแก้วถ้วยที่เจ้าตัวเพิ่งกินหมดไปวางอยู่

“หากถามสาวๆ ว่าตอนนี้กำลังคลั่งใคล้หนุ่มหล่อคนไหนมากที่สุด ทุกคนคงตอบว่า ไอรวิน อัครไพศาลแน่ ดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก เข้าตำรา รูปหล่อ พ่อรวย แต่งานนี้สาวๆ ทั้งหลายอาจจะหมดสิทธิ์เพราะคีตาภา นางแบบเบอร์หนึ่งเธอจับจองไอรวินเอาไว้แล้ว”

ธารรินหยุดฟังนิดหนึ่งเพราะเรื่องของเขากำลังเป็นที่เลื่องลือในบริษัทจนเธอไม่ต้องไปหาข่าวอ่านเองเลยด้วยซ้ำ

“โหย ยัยคีตาภานี่จะเขมือบไปซะทุกคนหรือไงนี่ แต่หุ่นคุณเธอก็สบึมขนาดนี้ก็น่าอยู่หรอก” วิชชุดาวิจารณ์ไปตามประสาแถมยื่นรูปนางแบบเบอร์หนึ่งให้เพื่อนสาวดูเสียด้วย

ตอนแรกธารรินก็ว่าจะไม่สนใจ แต่ก็อยากรู้ว่าใช่คนเดียวกับที่เธอเห็นวันนั้นที่หน้าลิฟท์หรือเปล่า คีตาภาเป็นผู้หญิวที่สวยและหุ่นสบึมอย่างวิชชุดาบอกจริงๆ เสียด้วย แต่ไม่ใช่คนที่เธอเห็นนัวเนียกับไอรวินในวันนั้น มีหลายคนจริงๆ นะ นายวินนี่ หญิงสาวคิดในใจ

“ถ้าคุณไอรวินเขายอมให้เขมือบก็เรื่องของเขา”

“แหม ก็มันน่าเสียดาย หนุ่มหล่อๆ ทำไม่ผ่านมาทางนี้บ้างหนอ” วิชชุดาพูดขึ้นมา ทำให้ธราธิปที่นั่งอยู่ไม่ไกลหัวเราะพรืด

ธารรินหัวเราะกับท่าทางของวิชชุดาไปอีกคน เธอรู้ว่าแม่เพื่อนสาวของเธอน่ะมีหนุ่มๆ มาตามจีบตั้งหลายคน

 “ก็เลือกเอาสักคนซิยัยดา” ภากรที่นั่งใกล้ๆ ธารรินอดไม่ได้ที่จะแขวะ

“ไม่ละ ดารอรินก่อน ถ้ารินลงเอยกับใคร ดาก็จะยอมลงเอยด้วย เดี๋ยวรินจะเหงานา” วิชชุดาแซวธารรินยิ้มๆ เพราะเธอรู้ว่าภากรแอบชอบเพื่อนของเธอมานานแล้ว แต่ก็ไม่กล้าบอก แล้วก็นั่นไงภากรมันร้อนขึ้นมาเลย

“แหม ยัยดา รินเค้ากำลังเริ่มต้นทำงานนะ ไม่ได้เริ่มหาแฟน”

ธารรินไม่ได้พูดอะไรด้วยเธอเองก็รู้ว่าภากรคิดอะไรกับเธอ แต่เป็นเพื่อนแบบนี้คงจะดีกว่าเพราะเธอเองก็ไม่เคยคิดกับภากรนอกจากคำว่าเพื่อนตลอดมา

“ไปหาอะไรกินที่เรือนครัวกันดีกว่า จะเที่ยงแล้ว” ธารรินพับเก็บหนังสือที่กำลังอ่านเพื่อหยุดเรื่องที่อาจจะเป็นประเด็นขึ้นมา  ภากร ธราธิปและวิชชุดาลุกพรึบด้วยกำลังหิวอยู่เหมือนกัน ป้าสมบูรณ์มีขนมจีนน้ำยารสเด็ดไว้รอทุกคนพอดี ส่วนย่าภายังเอนหลังในห้องโดยมีเด็กจันคอยดูแล

 

กระดาษสีขาวถูกคลี่ออกอ่านอีกครั้ง แม้จะอ่านไปหลายรอบจนแทบจะจำได้ขึ้นใจแล้วก็ตาม ธารรินมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับมีสายลมโชยอ่อนพัดพากลิ่นหอมของดอกไม้อบอวล พี่สายลมอยู่ไม่ไกลจากเธออีกแล้ว

 

                สวัสดีหนูริน

 

                ลองทายดูไหมว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน สงสัยหนูรินจะทายถูก สายลมพัดถึงประเทศ

ไทยแล้ว ประเทศไทยเปลี่ยนไปมาก ทั้งคน ทั้งตึกราม แต่ก็ดีใจที่ได้กลับมาเสียที

                ดีใจกับความสำเร็จอีกขั้น ไม่แน่ว่าผมกับหนูรินอาจได้เจอกันโดยไม่รู้ตัวแล้วก็ได้นะ

ทำงานเป็นไงบ้างครับ ปรับตัวให้เข้ากับการทำงานได้หรือยัง ผู้ใหญ่คนใหม่ หนูรินเก่งมาก

แล้วก็เข้มแข็งมากครับ ผมดีใจแทนย่าภากับป้าสมบูรณ์ของหนูรินจังครับ ผมก็กำลังเริ่มงาน

ใหม่เหมือนกันละ  ยังตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่าทำยังไงที่จะทำให้ทุกคนยอมรับความสามารถ

ของผมที่มาจากตัวผม ไม่ใช่อย่างอื่น เครียดหรือเปล่าครับ

                ปล. มีรูปที่ผมวาดเอง ผู้หญิงในรูปมีแววตาที่เศร้ามากจนผมอดใจไม่ไหวที่จะวาดภาพเธอไว้

 

                                                                                                                                พี่สายลม

ธารรินมองภาพที่วาดในกระดาษ 100 ปอนด์ ขนาดเท่าภาพถ่าย ดินสอที่เป็นลายเส้นในภาพของผู้หญิงชราคนหนึ่ง แววตาของหญิงชราที่พี่สายลมวาดมาเศร้าจริงๆ เสียด้วย 

 

ขายาวๆ ก้าวลงบันไดที่เป็นบันได้ไม้ขัดมัน แม้จะตัวโตแต่เวลาเดินก็แทบไม่ได้ยินเสียง เสื้อเชิร์ต แขนสั้นกับกางเกงขาสั้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงไม่ออกไหนในเช้าวันนี้ เพียงเดินเข้าไปยังห้องอาหารก็มีเสียงทักทายขึ้นมาทันที

“วันนี้ไม่ออกไปไหนหรือเจ้าวิน” คุณภาคประมุขของบ้านนั่นเอง ไอรวัชรนั่งอยู่ที่นั่งด้ายซ้ายมือ ส่วนพาวิณีและรินลดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ถึงตอนนี้ทั้งรินลดาและไอรวัชก็ยังไม่เข้าใจความสัมพันธ์ของไอรวินกับคุณภาคนัก บางครั้งก็ดูห่างเหิน บางครั้งก็ดูห่วงใยแต่ไม่พูด แต่ก็ไม่เคยทะเลาะกัน ในขณะเดียวกันก็พูดกันน้อยมาก พาวิณีมองการกระทำของสามีและลูกชายคนเดียวเงียบๆ

“ไปครับ” ชายหนุ่มตอบก่อนที่จะนั่งลงที่ข้างๆ ไอรวัชร

“พี่จะไปออกรอบกับคุณอา ไปด้วยกันไหมวิน” หลานชายคนเดียวของคุณภาคถามขึ้น

“ไม่ละ พี่วัชร ผมไม่ค่อยชอบกี่ฬาตีลูกลงรู”

“พูดซะเสียเลยพี่วิน” รินลดาพูดขึ้นอย่างขำๆ

“เออ พี่วินอ่านข่าวหรือยังคะ” น้องเล็กสุดของบ้านถามขึ้นพร้อมกับส่งหนังสือพิมพ์ของวันนี้ให้ไอรวิน

“อ่านดู หูย เพิ่งรู้ว่าพี่วินของลดาเนื้อหอมขนาดนี้”

ไอรวินอ่านตรงคอลัมที่ลดาชี้ให้อ่าน ครู่เดียวก็วางลงอย่างไม่ค่อยสนใจจนน้องสาวต้องถามขึ้นเพราะอยากรู้ว่าที่ข่าวเขียนเป็นความจริงหรือเปล่า

“ยัยคีตาภาเป็นแฟนพี่วินแล้วหรือคะ”

“ข่าวก็คือข่าว หาความจริงไม่ค่อยได้ แล้วพี่ไพลินไปไหน ยังไม่เห็นเลย” ไอรวินหมายถึงไพลิน พี่สาวของเขาที่เป็นดีไซเนอร์ติดอันดับของประเทศไทยก็ว่าได้

“ดีใจ นึกว่าพี่วินเสร็จยัยคีตาภาไปเสียแล้ว เฮ้อ อ้อ พี่ลินออกไปแต่เช้าแล้วค่ะ สงสัยต้องไปเตรียมงาน งานแสดงมีเย็นนี้แล้วด้วย”

“วินจะไปงานของพี่เขาไหมลูก แม่กับลดาก็ว่าจะไปงานนี้” พาวิณีซึ่งนั่งฟังอยู่นานถามขึ้น

“ไว้วันหลังแล้วกันนะครับ ผมอาจกลับมาไม่ทันงานเริ่ม” ไอรวินตอบยิ้มๆ อย่างมีลับลมคมนัย

“จะไปไหนพี่วิน ลดาชักอยากไปด้วยแล้วซิ” ลดาถามแววตาอยากรู้เต็มที่ รินลดาอายุห่างจากไอรวิน 3 ปี แต่เวลาอยู่กับเขาหรือคนอื่นในครอบครัว หญิงสาวมักจะทำตัวเป็นเด็กๆ ทำให้ทุกคนในบ้านมีความสุขได้ไม่ยาก

“เรื่องของผู้ใหญ่” ชายหนุ่มแกล้งน้องสาวทั้งๆ ที่ที่เขาจะไปไม่ได้เป็นความลับอะไรเลย

“จันทร์นี้ไปพบพ่อที่ห้องด้วย เจ้าวิน” คุณภาคพูดขึ้นหลังจากรวบช้อนส้อมอันแสดงว่าอิ่มแล้ว ไอรวัชรก็เช่นกัน

“ครับพ่อ” ไอรวินตอบสั้นๆ แล้วคุณภาคและไอรวัชรก็เดินออกไปจากห้องอาหาร จึงเหลือแค่คุณพาวิณี ไอรวินและรินลดา ทั้งสามจึงคุยกันไปกินข้าวกันไปกว่าจะออกจากห้องอาหารก็เกือบ 9 โมงเลยทีเดียว

 

ไอรวินขับรถไม่เร็วนักเพราะเขายังไม่ค่อยคุ้นกับหนทางที่เปลี่ยนไปนัก แต่ก็พอจำได้รางๆ ละว่าบ้านสวนของย่าภาต้องใช้เส้นทางไหน ถนนที่เคยเป็นลูกรังเปลี่ยนเป็นลาดยางอย่างดี ขับสบายจนสามารถมองสองข้างทางที่เป็นสวนที่ปลูกต้นไม้หลายชนิดร่มรื่น สบายตา จนเมื่อรั้วไม้สีฟ้าคุ้นตาอยู่ไม่ห่าง ชายหนุ่มมองอย่างคิดถึงอะไรหลายๆ อย่าง ที่แปลกก็คือเมื่อเขามาที่นี่ เขารู้สึกเหมือนได้กลับบ้านอย่างแท้จริง

เสียงแตรดังติดกัน 2 ครั้งก็เงียบไป เด็กจันที่กำลังสัปหงกสะดุ้งตื่นแล้วจึงนึกได้ว่ามีคนมา เด็กสาววิ่งไปที่ประตูก็เห็นรถคันใหญ่สีดำจอดอยู่แล้ว ประตูไม้ถูกเปิดออกทันที่เห็นใบหน้าของคนที่เปิดกระจกลงเพื่อยิ้มทักทาย

ย่าภานั่งที่ระเบียงชานเหมือนเดิม ข้างๆ มีร่างบางของธารรินกำลังอ่านหนังสือให้หญิงชราฟัง อีกมุมป้าสมบูรณ์กำลังง่วนในการปั้นแป้งเพื่อทำบัวลอยในเย็นนี้ ไอรวินเดินลงเท้าเบากริบ แต่ก็ยังไม่เบาพอเพราะเสียงแจ้วๆ ที่อ่านหนังสือเงียบลงและหันทางเขา มีแววตาแปลกใจนิดหนึ่งก่อนที่เจ้าตัวจะก้มลงไปบอกย่าภาถึงการมาของเขา

ชายหนุ่มคลานเข่าไปหาเมื่อไปถึงระเบียงชาน เขาไหว้ย่าภาและกอดอย่างคิดถึง หญิงชราลูบศีรษะของเขาอย่างเมตตา

“กลับมานานแล้วหรือยังวิน ย่าคิดถึง”

ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงชราเต็มริมฝีปาก เปิดเผยทั้งดวงตาแล้วตอบว่า

“หลายวันแล้วครับ แล้วก็ยุ่งๆ ถึงได้มาหาย่าภาช้าน่ะครับ”

มีเสียง ฮึ เบาๆ จากร่างบางอันแสดงว่าไม่เชื่อที่เขาพูดว่าเขายุ่งจริงๆ อย่างที่ปากบอกย่าภา หรืออาจจะยุ่งกับการสับหลีกผู้หญิงละซิไม่ว่า ไอรวินมองร่างบางที่ทำเป็นไม่สนใจเขายิ้มๆ ดวงตาแวววาวดั่งมีเรื่องสนุก

“งั้นหรือ แล้วทำงานทำการหรือยังล่ะ”

“พ่อเพิ่งพาไปเปิดตัว เอ ต้องเรียกว่าพาไปแนะนำตัวถึงจะถูกเมื่อสองสามวันก่อน แต่คงจะทำงานจริงๆ ก็วันจันทร์นี้แล้วละครับ เมื่อวันก่อนยังเจอ ‘หนูริน’ของย่าภาเลยนะครับ” ชายหนุ่มจงใจเรียกธารรินว่าหนูรินทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าหญิงสาวไม่อนุญาตให้เขาเรียก  ดูลูกตาวับๆ ที่มองมาทางเขาก็พอรู้

ธารรินเงยหน้าขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วพูดกับย่าภา ขอย้ำว่า ย่าภาคนเดียวดวงตาเป็นประกายว่า

“ที่รินเล่าให้ย่าภาฟังไปเมื่อหลายวันก่อนไงคะ เป็นวันเดียวกับที่รินเจอพวกโรคจิตในลิฟท์ ย่าภายังบอกรินเลยว่าคนแบบนี้น่าสงสาร แม้แต่สมองยังทรยศตัวเอง”

ไอรวินหัวเราะพรืดเพราะคิดตามที่หญิงสาวพูด นี่เขากำลังถูกจิกกัดอยู่ชัดๆ แล้วเขาเป็นพวกสมองทรยศตัวเองไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“น่าสงสารนะครับคนแบบนั้น” ไอรวินพูดเออออไปอย่างไม่ถือโกรธ ธารรินมองอย่างผิดคาด

“แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง ใกล้เที่ยงแล้วนี่ กินกลางวันด้วยกันกับย่านะหลาน”

ป้าสมบูรณ์เดินอุ้ยอ้ายลงบันไดเพื่อไปเตรียมสำรับตอนกลางวัน ธารรินจึงขอตัวไปช่วยป้าสมบูร์อีกคน โดยมีสายตาของชายหนุ่มมองอย่างรู้ทันและเขาเดาได้เลยว่ากลางวันนี้ธารรินต้องไม่ขึ้นมาบนเรือนนี้อย่างแน่นอน

 

ทุกอย่างเป็นอย่างที่ไอรวินเดาไว้ทุกอย่าง  ธารรินฝากเด็กจันมาบอกย่าภาว่าเธอจะกินข้าวในเรือนครัวเป็นเพื่อนป้าสมบูรณ์ ชายหนุ่มยิ้มขันๆ ที่ถึงแม้ว่าผ่านไปกี่ปี ธารรินในตอนนั้นกับตอนนี้ก็ยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขาเหมือนเดิม ครั้งที่แล้วเขารู้ว่าเพราะเขาชนหมาของหญิงสาวตาย แต่ครั้งนี้เขายังนึกไม่ออกว่าหญิงสาวเขม่นเขาเรื่องอะไร

“ไปอยู่เมืองนอกเสียนาน ได้กินน้ำพริกปลาทู ผักต้มแล้วชื่นใจจังครับ” ชายหนุ่มเคี้ยวตุ้ยๆ ทั้งที่น้ำพริกเผ็ดอย่าบอกใคร แต่ก็ยังดีที่มีแกงจืดมาช่วยได้บ้าง

“อร่อยก็กินไปเยอะๆ เลย ของโปรดหนูรินเขาละ” ย่าภาพูด ดวงตากำลังยิ้มแทนริมฝีปาก มองหลานชายคนโปรดที่กำลังกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยอย่างปากว่า

“ไปอยู่เมืองนอกมาตั้งนาน มีแหม่มตามมาให้แม่พาเขาสักคน สองคนหรือเปล่าวิน”

ไอรวินแทบสำลักข้าว น้ำอึกใหญ่ถูกกลืนตามเข้าไป เขามองย่าภายิ้มๆ แล้วถามว่า

“ย่าภาได้ข่าวอะไรมาอีกคนหรือเปล่าครับนี่ ถึงได้ถามแบบนี้” ชายหนุ่มสงสัยว่าข่าวนั้นในหนังสือพิมพ์คงลามมาถึงบ้านสวนเสียแล้วละกระมัง

“ก็เรามีข่าวอะไรให้ย่าได้ข่าวบ้างละ” หญิงชราถามขันๆ กับท่าทางนั้นของไอรวิน

“ใครจะเขียนข่าวให้ใครเป็นยังไง รักใคร เกลียดใครก็ทำได้อยู่แล้วละครับ ผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยครับย่าภา ถ้าผมมีคนรักผมจะพามาให้ย่าภาพิจารณาแน่นอนครับ” ไอรวินพูดยืดยาวแถมตอนท้ายยังประจบเสียอีก

“แล้วย่าจะรอดูหลานสะใภ้แล้วกัน”

“ขอบใจนะวิน” อยู่ๆ ย่าภาก็พูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน ไอรวินเงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างเข้าใจ แล้วก็ตอบจากใจว่า

“ครับ ย่าภา”

สำรับมื้อนั้นข้าวแทบหมดโถที่ป้าสมบูรณ์ตักเผื่อให้อย่างรู้ใจ ย่าภาเข้าห้องไปเอนหลังในตอนบ่าย ไอรวินจึงเดินลงไปที่ท่าน้ำ เสียงกรุ้งกริ้งของโมบายที่มีเสียงยามลมพัด สายน้ำที่ไหลเอื่อย ชายหนุ่มกำลังคิดอะไรไปไกลที่มีเพียงตัวเขาที่ตอบได้ว่าเขากำลังคิดถึงอะไร

 

แม้ว่าเพียรหลบหน้าหลบตาชายหนุ่มเท่าไหร่ แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องพบเจอกันอยู่ดี ทั้งที่ธารรินคิดว่าไอรวินคงกลับในตอนเย็น นี่ก็ล่วงเลยมาถึงอาหารเย็นแล้วก็ยังไม่มีวีแววว่าชายหนุ่มจะเดินทางกลับ ปกติแล้วอาหารเย็นจะตั้งสำรับที่ระเบียงชานและกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน โดยมีย่าภา ป้าสมบูรณ์และธารริน ทำให้หญิงสาวหลบเลี่ยงไอรวินไม่ได้อีก หญิงสาวถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าเธอจะหลบหน้าเขาทำไมกันเล่า ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด

“รินแนะลูก ดูห้องหับให้พี่วินเขาทีนะลูก ดึกดื่นแล้วขับรถกลับตอนนี้ไม่ปลอดภัยเปล่าๆ นะวินนะ ค้างคืนเสียที่นี่แหละ แล้วพรุ่งนี้รินก็ไปทำงานพร้อมพี่เขาเลยนะลูก”

ย่าภาพูดขึ้นหลังจากสำรับเพิ่งถูกยกลงไปที่เรือนครัว ไอรวินยิ้มเจ้าเล่ห์ยามตอบย่าภาไปว่า

“รบกวนย่าภาหรือเปล่าครับ”

ธารรินเสไปมองเด็กจันที่กำลังนวดให้ย่าภาทั้งที่ตั้งใจฟังเต็มที่ว่าย่าภาจะตอบว่าอย่างไร ใจจริงเธออยากแย้งออกไปเหลือเกินว่าจะไปทำงานเอง แต่ก็กลัวย่าภาจะน้อยใจ

“รบกวนอะไร ห้องหับออกมากมาย ไปไป๊ ไปเตรียมเครื่องนอนห้องหับได้แล้ว ย่าจะไปเอนหลังแล้ว”

วิศวกรสาวลุกขึ้นอย่างจำใจ โดยมีชายหนุ่มร่างสูงเดินตามมาใบหน้ายิ้มกริ่มที่สามารถต้อนธารรินให้จนมุมได้  เรือนทั้งเรือนเงียบสนิทเพราะทุกคนต่างเข้าห้องของตนเองกันหมด

ประตูไม้แบบโบราณเปิดตามแรงดึงของธารริน หญิงสาวก้าวเข้าห้องไปโดยที่ห้องยังมืดอยู่ เธอเดินไปยังเสาร์ด้านในสุดเพื่อหาสวิชเปิดไฟ

“โอ๊ะ

มือเรียวสัมผัสตัวอะไรบางอย่าง หญิงสาวชักมือกลับและก้าวขาถอยหลังไปอย่างตกใจ หลังบอบบางจึงแนบอกกว้างอย่างไม่ตั้งใจ มือเรียวหนาจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของร่างบางก่อนที่จะพูดเสียงเบาใกล้หูเหลือเกินว่า

“เดี๋ยวผมไปดูเอง”

เสียงเท้าที่เหยียบพื้นเรือนเบาแสนเบาจนธารรินไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายตัวโตๆ จะเดินได้เบาขนาดนี้ ความมืดปกคลุมไปทั้งห้องเพียงไม่นานไฟก็สว่างพรึบ ชายหนุ่มจับบางอย่างที่ทำให้หญิงสาวตกใจแถมชูให้ดูเสียอีก

“จิ้งจกน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”

หญิงสาวยืนเก้อๆ อยู่กลางห้อง ทั้งที่มีเพื่อนเป็นผู้ชายอย่างภากรกับธราธิปมาหลายปีเธอยังไม่เคยรู้สึกเก้อเขินขนาดนี้มาก่อน

“คุณต้องการอะไรอีกไหมคะ ถ้าไม่มีฉันจะไปละ”

ธารรินพูดขึ้นหลังจากที่ไอรวินยืนมองเธอและไม่ยอมพูดอะไร อย่างนี้ท่าจะไม่ดี รีบแจวจะดีกว่า

“เดี๋ยวสิครับ ผมอยากได้เสื้อผ้าผลัดนอนคืนนี้หน่อยน่ะ พอจะมีบ้างไหม”

หญิงสาวที่กำลังจะก้าวขาข้ามธรณีประตูหยุดชะงัก หันมามองชายหนุ่มอย่างวัดด้วยสายตานิดหนึ่ง หันมาบอกก่อนเดินออกไปว่า

“คิดว่ามีค่ะ ขอเวลาไปหาสักครู่”

แล้วหญิงสาวก็เดินหายไปในห้องฝั่งตรงข้ามกับห้องที่ชายหนุ่มอยู่ เพียงไม่นานก็กลับมาอีกครั้ง เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นถูกส่งให้กับไอรวิน

“ฉันคิดว่าคุณน่าจะใส่ได้นะ นายภากรเคยมาตกน้ำตกท่าที่นี่แล้วก็ลืมเสื้อผ้าเอาไว้ ฉันก็ลืมคืน ใช้ได้ค่ะมันซักแล้ว”

ไอรวินไม่ค่อยเต็มใจรับนัก แต่ก็ไม่อยากให้ธารรินอดหลับอดนอนไปหาเสื้อผ้าให้เขาเปลี่ยน

“ขอบใจนะ ริน ถ้าเรียกแบบนี้คงอนุญาตใช่ไหม”

“ค่ะ ไม่เป็นไร ฉันไปนอนละค่ะ” ธารรินตอบจบก็หันหลังกลับเขาห้องตนเองและปิดประตู

ไอรวินยังยืนมองประตูห้องฝั่งตรงข้ามและทบทวนที่หญิงสาวตอบเมื่อครู่ ‘ไม่เป็นไร’ เรื่องไหน เรื่องเสื้อผ้า เรื่องชื่อ เอาเป็นว่าเขาขอเหมาว่าทั้งสองเรื่องก็แล้วกัน

 

เช้าตรู่ทีเดียวที่ไอรวัชต้องตื่นเพื่อที่จะไปทำงานเพราะระยะทางจากบ้านสวนไปอัครทาวเวอร์นับว่าไกลพอดู แล้วอย่างนี้ธารรินเดินทางไปทำงานยังไงกันนะ ชายหนุ่มเกิดคำถามขึ้นมาหลังจากขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ โดยมีธารรินนั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้าสวยติดจะเฉยทาแป้งฝุ่นเพียงบางเบาเท่านั้น ชายหนุ่มเคลื่อนรถออกจากบ้านสวนโดยมีย่าภาและป้าสมบูรณ์มองไฟท้ายของรถอย่างยิ้มๆ

ในรถเงียบด้วยธารรินก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับไอรวิน ชายหนุ่มจึงเปิดเพลงเพื่อให้บรรยากาศไม่เงียบจน เกินไปนัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบเสียเอง

“รินไปทำงานยังไง สวนย่าภาก็อยู่ออกลึก”

ธารรินตอบทั้งที่ตาทั้งสองข้างยังมองทางอยู่ว่า

“รถสองแถวค่ะ แล้วก็ขึ้นรถเมล์อีกต่อนึง”

“แล้วถ้าวันไหนรถสองแถวเสียจะทำยังไงล่ะ” ชายหนุ่มถามต่อ

“ก็โทรให้ธราธิปหรือไม่ก็ภากรช่วยขับรถมาส่งที่ป้ายรถเมล์ค่ะ”

ไอรวินทำเสียงฮึในลำคอ แต่ก็เบาจนธารรินไม่ได้ยินอยู่ดี ชายหนุ่มกำลังคิดว่าเขาได้ยินชื่อเพื่อนของธารรินที่ชื่อว่าภากร 2 ครั้งแล้ว

“แล้วตอนกลับล่ะ กลับสองแถวเหมือนเดิม แล้วถ้ารถสองแถวไม่มีก็โทรเรียกหนุ่มๆ ออกมารับงั้นซิ” ชายหนุ่มหงุดหงิดจนถามยียวนธารรินขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว

“คงต้องเป็นแบบนั้นแหละค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงแข็ง

ไอรวินรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง นี่เขาจะมาทะเลาะกับธารรินทำไมกัน เขากับหญิงสาวอายุต่างกันตั้งหลายปี น่าจะ 7 ปีได้กระมัง แล้วธารรินจะมีใครมารับมาส่งมันก็เรื่องของหญิงสาว ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสักนิด ชายหนุ่มคิดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

“ผมเห็นเมื่อเช้า ตอนนี้ที่บ้านสวนมีหมาหลายตัวจัง ชื่อะไรกันบ้างล่ะ” คุยเรื่องนี้คงทำให้บรรยากาศดีขึ้นมาอีกหน่อย ชายหนุ่มคิดในใจ

“ตอนนี้มี 4 ตัวค่ะ ตัวแม่ชื่อ จิ๊ดริ๊ด ลูกมันมีสามตัวชื่อ ขนมตาล เปียกปูน แล้วก็เม็ดขนุน” หญิงสาวเล่าอย่างมีความสุข ลืมเรื่องเมื่อครู่ไปเลย

“โห ซีรี่ขนมทั้งนั้นเลย” ชายหนุ่มพูดแซวขึ้น

“ใช่ค่ะ ย่าภาเป็นคนเริ่ม ฉันกับป้าสมบูรณ์เลยว่าไงว่าตามกัน”

“รินมาทำงานที่อัครไพศาลนานแล้วหรือยังครับ” ไอรวินถามขึ้น หลังจากที่เงียบกันไปสักครู่หนึ่ง

“เกือบ 2 เดือนแล้วค่ะ”

“อย่างนี้รินก็เป็นรุ่นพี่ของผมแล้วซินี่” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ มือเคาะเป็นจังหวะเพลงที่กำลังเล่นอยู่

“ไม่หรอกค่ะ คุณเป็นลูกท่านประธานต่างจากฉันเป็นพันเท่า” หญิงสาวพูดเสียงอ่อน ไม่มีความประชดประชัน

“ผมก็เป็นแค่นายไอรวิน” ชายหนุ่มพูดเสียงขรึมเพราะนั่งเป็นสิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจจริงๆ

ธารรินมองไอรวินอย่างค้นหา ในคำพูดของชายหนุมคนนี้  ไอรวินหันมามองหน้าหญิงสาวที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่ มือเสจับที่คางที่เริ่มสากนิดๆ เพราะไม่ได้โกนหนวด

“วันนี้ผมไม่ได้โกนหนวด คงไม่ทำให้หน้าเหมือนโจรหรอกนะ” ชายหนุ่มตอบทั้งที่ไม่ได้หันมามองธารรินสักนิด แต่รู้ว่าหญิงสาวกำลังมองเขาอยู่

“ไม่เหมือน ไม่ใช่หรอกค่ะ” หญิงสาวบอกกับตัวเอง คงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า ไม่มีอะไรหรอก สงสัยเธอจะคิดถึงพี่สายลมมากเกินไปเลยทำให้มองใครก็สงสัยว่าเป็นพี่สายลมไปหมด

รถมาจอดหน้าอัครทาวเวอร์ตอน 7 โมงเช้าพอดิบพอดี ยังดีที่ยังเช้าอยู่ไม่งั้นหัวข้อวงสนทนาวันนี้คงมีชื่อของธารรินเข้าไปเกี่ยวข้องแน่ๆ หญิงสาวลงจากรถของไอรวินยังใส่ชุดเมื่อวานอยู่ ชายหนุ่มบอกหญิงสาวสั้นๆ ก่อนแยกกันว่า

“แล้วเจอกัน ผมไปเปลี่ยนชุดก่อนล่ะ”

ธารรินเดินขึ้นบันไดเพื่อไปทานอะไรเล็กๆ น้อยๆ สำหรับฆ่าเวลา ส่วนไอรวินก็เดินไปขึ้นลิฟท์ของผู้บริหาร เธอเดาว่าคงเป็นที่ชั้น 17 นั่นละ ผู้ชายคนนี้แปลกเหมือนมีสองคนในคนคนเดียวกันหญิงสาวคิดในใจ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่จะเปิดออก โต๊ะทำงานขนาดใหญ่วางอยู่กลางห้อง ที่เบื้องหลังเป็นกระจกใสเผยให้เห็นวิวของกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน คุณภาคยังคงเซ็นเอกสารอยู่ บอกเพียงสั้นๆ กับผู้ที่เข้ามาราวกับตาเห็นว่า

“วินนั่งก่อน ขอเวลาสอง สามนาที” คุณภาคบอกเสียงเข้มจนไอรวินคิดว่าพ่อแบ่งทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ตอนนี้เขาคงเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งของอัครไพศาลไม่ใช่ลูกชายท่านประธาน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาจะพอใจเป็นอย่างมาก

ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธานแล้วมองท่านคร่ำเคร่งกับเอกสารตรงหน้า เพียงไม่นานท่านประธานก็วางปากกา เงยหน้าขึ้น มองลูกชายคนเดียวอย่างมีความหมายก่อนที่จะเอ่ยว่า

“วิน แกพร้อมที่จะเริ่มงานแล้วหรือยัง”

“ครับ พ่อ”

“แกคงรู้ใช่ไหมว่าพื้นฐานที่ไม่ใช่ความรู้ของแกยังน้อยจนพ่อยังให้อะไรแกไม่ได้จนกว่าแกจะได้พิสูจน์ตัวเองเสียก่อน” คุณภาคพูดขึ้นพร้อมกับเอนหลังไปพิงกับเก้าอี้พนักพิงสูง มองลูกชายคนเดียวด้วยดวงตาค้นหา

“ผมพร้อมสำหรับการพิสูจน์” ไอรวินพูดเสียงต่ำ แววตามั่นใจที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อไม่ผิดเพี้ยน

“งั้นก็ดี”

แฟ้ม 1 แฟ้มถูกส่งให้ไอรวิน ชายหนุ่มรับมาเพื่อเปิดดู มีตัวอักษรเขียนสั้นๆ ที่เอกสารแผ่นแรกว่า ‘เกาะลิมา’ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นดวงตามีคำถาม

“แกคงอยากรู้สินะว่าเกาะลิมาเกี่ยวข้องอะไรกับการพิสูจน์แกในครั้งนี้” คุณภาคพูดขึ้นอย่างรู้อยู่แล้วว่าชายหนุ่มซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวต้องถามเขา

“ครับ”

“อัครไพศาลคิดเปิดโรงแรมแห่งใหม่ที่เกาะลิมาอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่เรื่องง่าย อุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้โครงการนี้ถูกระงับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน แกคิดว่าจะสามารถทำให้โครงการนี้เป็นจริงได้ ไหม ไอรวิน”

“ถ้าพ่อพร้อมที่จะมั่นใจในตัวผม เรื่องอื่นให้เป็นธุระที่ผมต้องไปพิสูจน์ตัวเองเท่านั้นก็พอครับ”  ไอรวินสบตากับผู้เป็นพ่อ ไม่มีความเกรงกลัวดั่งที่ใครหลายคนเป็นสักนิด

คุณภาคยิ้มที่มุมปาก ถอนใจที่ไม่ได้มาจากความหนักใจก่อนที่จะพูดว่า

“แววตาของแกมันบอกพ่อว่าแกจะทำให้ได้ แล้วเมื่อถึงวันนั้นแกจะได้รู้ว่าผลตอบแทนของความไว้วางใจจากพ่อมันคุ้มค่าสำหรับแก ไอรวิน”

“ผมจะเริ่มงานนี้ได้เมื่อไหร่ครับ” ชายหนุ่มถามเป็นการเป็นงาน

“เร็วที่สุดที่แกทำได้ ทีมงานในอัครโพศาลที่แกต้องการพ่ออนุญาตให้ใช้ได้เต็มที่”

“ครับพ่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว” ชายหนุ่มลุกขึ้นหลังจากที่คุณภาคพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ยังไม่ทันที่ไอรวินจะเปิดประตู ประตูก็เปิดออกอย่างฉับพลันโดยไม่ได้เคาะเพื่อขออนุญาต ชายร่างสูง ผอม หน้าตาคมคาย แทบจะถอดพิมพ์ใบหน้ามาจากผู้เป็นพี่ของเขา

“อ้าว เจ้าวินกลับมาเมื่อไหร่ อาไม่เห็นรู้เลย” ภาคินัยน้องชายของภาค ซึ่งเป็นอาของไอรวินทักขึ้นอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้อง

“หลายวันแล้วครับ อานัย” ชายหนุ่มตอบเสียงไม่อ่อนไม่แข็งจนเกินไป

“งั้นรึ อย่างนี้คนที่นี่คงร้อนๆ หนาวๆ กันน่าดู” อาหนุ่มพูดยิ้มๆ อย่างมีความนัย

“ผมมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะครับ” ไอรวินเลี่ยงที่จะตอบและพูดขอตัวเพราะเขารู้ว่าอาของเขากำลังจะพูดอะไรต่อไป

“ตามสบาย ไอ้หลานชาย อาก็มีธุระกับพ่อแกอยู่พอดี”

เสียงประตูปิดลงพร้อมกับที่ภาคินัยนั่งลงที่เก้าอี้ที่ไอรวินเพิ่งลุกไปเมื่อครู่

“แกมาหาฉันเรื่องเดิมอีกแล้วละซิ” คุณภาคถามขึ้นเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

“ใช่ครับพี่ เรื่องเดิม พี่จะช่วมผมใช่ไหม”

คุณภาคไม่ตอบ แต่เปิดลิ้นชักหยิบของบางอย่างมาไว้บนโต๊ะ ภาคินัยยิ้มอย่างพอใจที่เขาได้อย่างที่ต้องการอีกครั้ง....เหมือนกับทุกครั้ง

          



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3048 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android