คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100%


     อัพเดท 28 เม.ย. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 98% [ 299 mem(s) ]
This month views : 1 Overall : 61,240
458 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 42 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3321 , โพส : 1 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


2. สายลมพัดเอื่อย

               

                วันนี้เป็นวันนัดพบผู้ปกครอง ธารรินและป้าสมบูรณ์เดินทางมายังโรงเรียนมัธยมใกล้บ้านแต่ก็มีชื่อเสียงในจังหวัด ธารรินได้เรียนโดยการได้ทุนจากการเรียนดีเสมอมา เงินที่คุณแมธัสเก็บไว้ให้เริ่มน้อยลงทุกที ธารรินเคยขอไปทำงานพิเศษเพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ทั้งย่าภา ทั้งป้าสมบูรณ์ไม่เคยยอมให้เธอได้ทำเลย ฉนั้นธารรินจึงตั้งใจเรียนและได้ทุนจากการเรียนดีในทุกเทอม 

                ปีนี้ธารรินจะขึ้นชั้นมัธยมปลายแล้ว ความฝันของเธอกำลังจะใกล้เป็นจริงไปทีละนิดๆ ป้าสมบูรณ์เป็นผู้ปกครองของธารรินในทุกปี เมื่อถึงเวลาผู้ปกครองจะต้องเข้าประชุมยังหอประชุมส่วนนักเรียนต้องรออยู่ด้านนอก ธารรินฆ่าเวลาที่ต้องรอด้วยการเดินไปยังสะน้ำกลางโรงเรียนอันเป็นที่ที่เธอชอบที่สุด แต่เดินไปยังไม่ทันถึง วิชชุดาเพื่อนร่วมห้องที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหาพร้อมกับอกว่า

                “ริน ครูอารีกำลังตามหาตัวอยู่แนะ ฉันเลยอาสามาตามให้ รีบไปเร็ว โอยเหนื่อย”

                “เหรอ ยัยดา แล้วครูอารีตอนนี้อยู่ที่ไหนล่ะ” รินถามอย่างอยากรู้

                “อยู่ห้องพักครูน่ะ” วิชชุดาตอบทั้งที่ยังหอบเหนื่อย

                “ขอบใจนะ”

                ธารรินเดินแกมวิ่งไปยังห้องพักครูซึ่งอยู่ที่ชั้นสองของตึก เด็กสาวรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับครูอารี ครูอารีเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ร่างท้วมนิดๆ เป็นครูที่ปรึกษาของเธอมาโดยตลอด ตอนที่เธอกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรที่หาทุนการศึกษา ครูอารีคนนี้แหละที่แนะนำเธอว่าควรทำเช่นใด

                ครูอารีนั่งรอธารรินอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวเดิม ครูยิ้มให้ลูกศิษย์ก่อนที่จะชี้ให้มานั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆ กัน

                “ริน ครูดีใจด้วยกับหนูจริงๆ นะ”

                ธารรินทำหน้างงๆ เพราะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าครูอารีดีใจกับเธอเรื่องอะไร มือเรียวถูกกุมไว้อย่างดีใจจริงๆ เสียด้วย เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ

                “อ้าวนี่ยังไม่มีใครบอกหนูเหรอ ไม่เป็นไรงั้นครูบอกข่าวดีกับหนูเอง” ครูอารีพูดอย่างดีใจและแปลกใจ

                “ข่าวดี อะไรหรือคะ” ธารรินยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่ดี

                “มีทุนที่เขามอบให้โดยระบุเป็นชื่อของธารรินน่ะซิ ทุนการศึกษและค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเรียนที่จะให้หนูจนกว่าหนูจะเรียนมหาวิทยาลัยจนจบเชียวนะ” อารพูดอย่างตื่นเต้น

                “จ..จริงหรือคะครู”  ธารรินถามอย่างไม่อยากเชื่อ มันเป็นความจริง จริงๆ ใช่ไหม

                “จริงสิหนูริน นี่ไงเอกสารที่เขาระบุเป็นชื่อหนู นางสาวธารริน พิเศกธรรม เห็นไหมจ๊ะ” ครูอารีส่งเอกสารนั้นให้ธารรินได้ดู เด็กสาวรับมาดูอย่างไม่อยากเชื่ออยู่ดี

                “แล้วหนูต้องใช้ทุนอย่างไรคะ” เด็กสาวถามขึ้นเพราะต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยกว่าเลยเธอจะเรียนจบ

                “เขาหรือเธอก็ไม่รู้สินะ คือว่าเขาแล้วกันนะส่งตัวแทนมาที่อาจารย์ใหญ่ แล้วเงื่อนไขก็ไม่มีอะไรมาก แค่หนูต้องส่งจดหมายหาเจ้าของทุนนี้ทุกเดือน เดือนละกี่ครั้งก็ได้เป็นเวลา 10 ปี” ครูอารีบอกเงื่อนไขที่เจ้าตัวก็ยังงงๆ เหมือนกันเพราะไม่เคยเจอการใช้ทุนด้วยวิธีนี้มาก่อน

                “มีคนแบบนี้ด้วยหรือคะ” ธารรินถามอย่างสงสัย

                “ครูก็เพิ่งเคยพบเหมือนกัน แต่เขาฝากบอกตัวแทนว่าเขาเคยรู้จักพ่อของหนูนะ” ครูอารีนึกขึ้นมาได้

                “เขาชื่ออะไรหรือคะ เจ้าของทุนคนนี้” ธารรินถามเพราะในเอกสารไม่เห็นบอกเลยว่าเจ้าของทุนคนนี้ชื่ออะไร

                “ครูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาให้ที่อยู่สำหรับติดต่อไว้นะ แต่ครูคิดว่ามันน่าจะเป็นตู้ที่เช่ากับไปรษณีย์น่ะ ไว้ให้หนูส่งจดหมายให้เขากระมัง”

                “ครูคิดว่าหนูควรรับทุนนี้ไว้ไหมคะ” ธารรินถามขึ้น

                “ครูคิดว่าไม่เสียหายอะไร ไม่มีสัญญาผูกมัดหนูเลยนอกจากหนูต้องส่งจดหมายถึงเจ้าของทุนเป็นเวลา 10 ปี หนูลองคิดและเลือกดูนะคะ หนูริน” แล้วครูอารีก็ให้เวลาธารรินเพื่อคิดไตร่ตรองจริงๆ โดยการเดินออกไปจากห้อง ห้องทั้งห้องจึงอยู่ในความเงียบ

                ธารรินนั่งอย่างใช้ความคิดเพื่อไตร่ตรอง หากเธอรับทุนนี้จะลดค่าใช้จ่ายของป้าสมบูรณ์รวมทั้งย่าภาได้อีกมากทีเดียว เธอรู้ว่าย่าภาและป้าสมบูรณ์ต่างเต็มใจให้เธอได้เล่าเรียนสูงๆ และย่าภาก็ร่ำรวย แต่ธารรินไม่ลืมว่าเธอเป็นเพียงเด็กที่เข้ามาพึ่งใบบุญของย่าภาเท่านั้น การรับทุนนี้คงช่วยให้ทุ่นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ย่าภามอบให้เธอได้บ้าง แล้วอีกอย่างเงื่อนไขของทุนนี้ถึงแม้จะแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ผูกมัดเธอไม่ใช่หรือ คงเป็นการดีหากเธอจะรับโอกาสนี้ อีกทั้งเขายังบอกว่ารู้จักพ่อของเธอ เขาอาจจะรู้ก็ได้ว่าพ่อเธอตายเพราะอะไร

                ประตูเปิดเข้ามาอีกครั้ง ครูอารียิ้มให้ธารรินอย่างรอคำตอบ ธารรินลุกขึ้นและบอกครูเสียงมั่นใจในการตัดสินใจของตนเองว่า

                “รินจะรับทุนนี้ค่ะครู”

                “จ้า ครูหวังให้หนูเลือกแบบนี้แหละ เซ็นในเอกสารที่ครูให้ทุกอย่างก็เรียบร้อย”

                หากสายลมแห่งโชคชะตากำลังพัดพาสิ่งดีๆ มาสู่ชีวิตของเธอ เธอก็ขอให้สายลมแห่งโชคชะตานั้นพัดแบบนี้ไปนานๆ จะได้ไหม ธารรินภาวนากับตัวเองในใจ

 

                ธารรินคิดตลอดทางที่เดินทางกลับมายังบ้านสวนว่าจะบอกย่าภากับป้าสมบูรณ์ว่าอย่างไรดี เธอไม่อยากให้ทั้งสองเสียใจ แต่เธอทำไปเพราะรักท่านทั้งสองจริงๆ

                หลังอาหารเย็นที่ตั้งสำรับกันตอนหนึ่มทุ่ม แม้จะเก็บสำรับทำความสะอาดเสร็จนานแล้วธารรินก็ยังไม่ไปไหน ย่าภากำลังนอนให้เด็กจันนวดอยู่ โดยมีป้าสมบูรณ์ฝานกล้วยดิบอยู่ใกล้ๆ เด็กสาวจึงเข้าไปเอาหนังสือมานั่งอ่านไปพลางๆ ระหว่างรอ ตาก็ชำเรืองดูว่าย่าภาจะว่างตอนไหน

                ย่าภามองธารรินในเวลาที่เด็กสาวเผลอ นางรู้ว่าธารรินต้องมีเรื่องต้องการจะพูดกับนางเป็นแน่ วันนี้ย่าภาจึงนวดเสร็จเร็วกว่าปกติ หมอนอิงที่ย่าภาชอบหนุนถูกวางให้ย่าภาพิงก่อนที่เด็ดจันจะลงจากเรือนไป

                “มีอะไรจะบอกย่าหรือเปล่า หนูริน”

                ธารรินปิดหนังสือและคลานเข่ามาหาย่าภาช้าๆ และก้มลงกราบ จนย่าภาและป้าสมบูรณ์ต่างงงว่าธารรินทำแบบนี้ทำไม

                “หนูรินกราบขอโทษที่ตัดสินใจบางอย่างไป แต่ที่หนูรินตัดสินใจแบบนี้เพราะรักย่าภากับป้าสมบูรณ์นะคะ”

                “อะไรกันคะหนูริน ป้างงไปหมดแล้ว” สมบูรณ์พูดขึ้นเบาๆ มือหยุดฝานกล้วยเพื่อที่จะทำกล้วยฉาบไปฉับพลัน

                “หนูรินตัดสินใจรับทุนการศึกษาค่ะ ทุนที่จะให้ไปจนกว่าหนูรินจะเรียนจบมหาวิทยาลัย” ธารรินบอกความจริงไปตรงๆ และรออย่างหายใจไม่ทั่วท้อง

                ความเงียบยังคงคลอบคลุมไปทั้งชานเรือน ธารรินมองย่าภากับป้าสมบูรณ์สลับกันไปมาเพราะไม่มีใครพูดอะไรเลย

                “ย่าภากับป้าสมบูรณ์โกรธหนูรินหรือเปล่าคะ”

                ย่าภามองป้าสมบูรณ์ยิ้มๆ และเป็นป้าสมบูรณ์ที่พูดขึ้นมาก่อนว่า

                “คุณภาพูดเถอะค่ะ อิชั้นเห็นด้วยกับคุณภานั่นแหละค่ะ”

                “หนูรินเอ๋ย ย่ากับป้าของเจ้าน่ะรู้ตั้งหลายวันแล้ว แต่อยากให้เจ้าติดสินใจด้วยตัวเอง เรื่องโกรธน่ะย่ากับป้าของเราไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ พวกเราดีใจเสียอีกที่หนูรินกล้าตัดสินใจ เป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกนิดแล้วนะลูก” ย่าภาพูดเสียงอ่อนโยนสมกับเป็นที่พักพิงของใครอีกหลายๆ คน

                “ใช่แล้วจ้า หนูริน ป้าดีใจกับหนูซิไม่ว่า” ป้าสมบูรณ์เสริม

                “แหม หนูรินกลัวย่าภากับป้าสมบูรณ์โกรธอยู่ตั้งนาน” เด็กสาวพูดอย่างโล่งอก

                “การกล้าตัดสินใจและกล้าเผชิญความจริงเป็นสิ่งที่ย่าอยากให้หนูรินมีไงลูก แล้วเจ้าก็ทำได้อย่างที่พวกเราหวังไว้จริงๆ นั่นแหละ” ย่าภาบอกเหตุที่ปิดบังเรื่องนี้ไว้

                “ค่ะ หนูรินจะจำไว้”

                “อย่าลืมเขียนจดหมายไปหาเจ้าของทุนคนนั้นล่ะ” ย่าภาพูดขึ้นยิ้มๆ

                หลังจากนั้นธารรินก็ลุกขึ้นไปช่วยป้าสมบูรณ์ฝานกล้วยเป็นแว่นบางๆ โดยมีย่าภานอมพิงหมองอิงมองดูอยู่ห่างๆ พร้อมกับคิดว่าคงจะดีหากสายน้ำอย่างธารรินจะมีมือใครสักคนคอยประคับประคองต่อจากนาง

               

                คืนนั้นธารรินหยิบกระดาษเขียนจดหมายที่พื้นเป็นรูปสายน้ำขึ้นมาวางบนโต๊ะที่ติดกับหน้าต่าง กลิ่นดอกไม้โชยมาตามลมช่วยให้เธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เด็กสาวกำลังครุ่นคิดว่าเจ้าของทุนคนนี้จะอายุเท่าไหร่กันนะ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เธอควรจะเขียนอะไรในจดหมายฉบับแรก

                               

                                สวัสดีค่ะ…คุณผู้มีพระคุณ

 

                                หนูชื่อว่าริน ธารริน พิเศกธรรม ที่คุณมอบทุนการศึกษาให้กับหนู หนูซาบซึ้งใน

ความเมตตาของคุณมากค่ะ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หญิงหรือชาย อายุมากกว่าหนู 10 ปี 30 ปี

 50 ปี นั่นไม่ใช่สำคัญกับหนูเลยค่ะ สิ่งที่สำคัญก็คือ คุณทำให้หนูรู้สึกว่าไม่ได้อยู่เพียงคน

 เดียวในโลก หนูยังมีย่าภาวนา มีป้าสมบูรณ์ แล้วก็มีเจ้าบิกหมาที่หนูรัก แต่ว่ามันตายไปแล้ว

แล้วก็มีคุณอีกคน ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ต่อจากนี้ไปหนูจะเขียนจดหมายถึงคุณเสมอค่ะ

ไม่ใช่เพียงเพราะมันเป็นเงื่อนไขของคุณ แต่เพราะว่าคุณทำให้หนูรู้สึกว่ามีใครอีกคนที่เอื้อ

อาทรหนูในโลกใบนี้

                                                                               

                                                                                                                ด้วยความขอบคุณยิ่ง

                                                                                                                                     ธารริน

               

                ธารรินพับจดหมายลงในซองและเขียนที่อยู่ของผู้มีพระคุณที่ครูอารีให้มาและไม่ลืมเขียนชื่อและที่อยู่ของเธอไปด้วย เด็กสาวหวังว่าผู้มีพระคุณของเธอจะตอบจดหมายของเธอบ้าง แต่ก็ไม่ได้คาดหวังมาก เขาหรือเธอคนนั้นอาจจะไม่มีเวลาว่างพอที่จะเขียนจดหมายตอบเธอก็ได้

 

                เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดภาคเรียน ธารรินเริ่มเดินทางไปตามเป้าหมายในชีวิตของเธอ การเดินทางไปเรียนในตอนเช้า กลับมาตอนเย็น ช่วยป้าสมบูรณ์และเด็กจันทำกับข้าว ตั้งสำรับ อ่านหนังสือให้ย่าภาฟัง เป็นกิจวัฒที่เธอทำด้วยความสุข จดหมายที่เธอรอคอยยังไม่มาอย่างที่เธอหวัง เด็กสาวแอบผิดหวังเล็กๆ แต่ก็ยังเขียนจดหมายเป็นฉบับที่สองหาผู้มีพระคุณของเธออยู่ดี

               

                                สวัสดีค่ะ….คุณผู้มีพระคุณ

 

                                ตอนนี้เปิดภาคเรียนมาหลายวันแล้ว ชีวิตเด็กมัธยมปลายช่างต่างจากเด็กมัธยมต้น

จริงๆ ค่ะ หนูขอแทนตัวเองว่ารินนะคะ แต่รินก็ชอบนะคะ มันทำให้รินรู้ว่าตัวเองต้องการ

อะไรในชีวิตมากขึ้นค่ะ หลายคนที่รินรู้จักต่างคร่ำเคร่งกับการเตรียมตัวในอีก 3 ปีข้างหน้า

รวมทั้งรินด้วย รินอยากเป็นแบบพ่อค่ะ คุณรู้จักพ่อของรินนี่คะ คงเดาได้ว่ารินต้องการจะ

เรียนต่อคณะอะไร ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลงอีกนิดแล้วนะคะ ระวังสุขภาพด้วยนะคะ เมื่อคืน

ก่อนรินได้ยินเสียงย่าภาไออยู่เลยค่ะ แต่ตอนนี้หายไอแล้วค่ะ มียาดี ไม่ใช่ยาอะไรหรอกค่ะ

ที่นี่เราใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้านกันค่ะ น้ำขิงอุ่นๆ หลังอาหารและก่อนนอนช่วยได้ค่ะ

ลองไปใช้ดูนะคะ

 

                           ด้วยความขอบคุณยิ่ง

                                                                                                                                     ธารริน

 

เข้าสัปดาห์ที่สองนับจากธารรินส่งจดหมายฉบับแรกไป สิ่งที่เด็กสาวรอคอยก็มาถึง คุณไปรษณีย์มาส่งจดหมายในวันเสาร์ เด็กสาวอยู่บ้านพอดี แรกที่รับจดหมายมาเธอยังแปลกใจว่าเป็นจดหมายจากใคร แถมตราประทับยังแสดงว่ามาจากต่างประเทศอีก เธอไม่มีเพื่อนอยู่ต่างประเทศสักคนนี่นา แล้วใครกันเล่านี่

เมื่อเปิดจดหมายออกเพื่ออ่าน ธารรินถึงได้รู้ว่าจดหมายที่เธอรอได้มาอยู่ในมือของเธอแล้ว

 

                สวัสดีครับ

 

                ขอโทษที่ตอบจดหมายของ...หนูริน ขอเรียกแบบนี้แล้วกันนะ  ถึงไหนแล้วนะ

อ้อ ที่ตอบจดหมายของหนูรินช้า ช่วงนี้ผมยุ่งๆ เลยไม่ได้เข้าไปเปิดกล่องรับจดหมายของ

ตัวเอง กว่าจะมาเปิดกล่องก็ได้จดหมายฉบับที่ 2 ของหนูรินแล้ว ขอบใจที่ให้ผมเป็นอีกคน

ที่หนูรินนึกถึง แล้วหมาตัวนั้นของหนูรินทำไมถึงตายไปเสียล่ะ เสียใจด้วยนะ ตอนนี้ที่นี่

หนาวแล้วเหมือนกัน น้ำขิงอุ่นๆ ที่หนูรินเขียนมา ผมได้ลองใช้แล้วนะ ได้ผลดีเสียด้วย

แล้วเรื่องเรียนหนูรินอยากเรียนวิศกรโยธาจริงๆ หรือว่าเพราะอยากเป็นเหมือนพ่อ

ลองถามตัวเองดีๆ ก่อนนะ

อ้ออีกที เรียกผมว่าพี่สายลมก็ได้นะ มันน่าฟังดีกว่าผู้มีพระคุณเป็นไหนๆ เชียว

ขอบใจที่เขียนจดหมายมาหาผม ผมว่าหนูรินคงสงสัยว่าทำไมผมต้องเสนอเงื่อนไขแบบนั้น

เอาเป็นว่าผมเป็นคนแปลกก็แล้วกันนะ แล้วอีกอย่างมีใครบางคนเคยบอกกับผมว่าจดหมาย

ที่เขียนในกระดาษแบบนี้เก็บได้เป็น 10 ปี จริงไหม วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน

ปล. ผมชอบนะกระดาษลายสายน้ำน่ะ ดูเป็นตัวแทนของหนูรินดี

 

                                                                                                                พี่สายลม

 

ธารรินอ่านจดหมายฉบับนั้นซ้ำไปซ้ำมา เขา...พี่สายลม เจ้าของจดหมายฉบับนี้ เขาเป็นคนยังไงกันนะ ที่แน่ๆ ก็คือ พี่สายลมคนนี้ไม่อยู่ในประเทศไทยในตอนนี้   เขาต้องไม่ใช่คนแก่อย่างที่เธอคิด แล้วเขารู้จักกับพ่อของเธอได้อย่างไรกันนะ

 

เสียงรถแล่นเข้ามาทางบ้านสวน ธารรินวิ่งไปที่ประตูใหญ่ที่เป็นไม้หน้าเรือน รถเบนซ์สีดำเล่นมาจอดที่ประตูและลดกระจกลงมา แง้มหน้าออกมานิดหนึ่ง สายตามองหาบางอย่าง

“เธอ เธอ”

ธารรินหันไมปมองรอบตัว  

“เธอนั่นละ เปิดประตูให้หน่อย”

ธารรินจึงเดินไปเปิดประตูให้ เพราะจำได้รางๆ ว่าคนที่มาหาย่าภาน่าจะเป็นคนในตระกูลอัครไพศาล แต่นึกไม่ออกว่าชื่ออะไรเท่านั้นเอง

รถคันหรูเล่นไปจอดห่างจากหน้าเรือนไปนิด ประตูด้านคนขับเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมาพร้อมกับกระเช้าของอีกเต็มตระกร้า ดวงตาเหลียวหาบางอย่างอีกแล้ว

“เธอ ย่าภาอยู่มั้ย”

ธารรินชักรู้สึกไม่ชอบใจชายหนุ่มร่างสูงที่หน้าตาสะอาด สะอ้าน หล่อเหลาไม่เบาคนนี้เท่าไหร่

“อยู่ค่ะ ฉันชื่อริน”

ชายร่างสูงกะพริบตาปริบๆ ถึงได้เข้าใจว่าเด็กสาวที่เขาเรียกต้องการจะบอกอะไร ชายหนุ่มยิ้มกว้างและขันอยู่ในที สงสัยเขาจะเจอจ้าวถิ่นเข้าแล้วกระมัง

“อ้อ ขอโทษที่นะ พอดีไม่รู้ชื่อเลยเรียกแต่เธอ เธอ ชื่อริน ก็ต้องเรียกริน ใช่ไหม”

ธารรินยิ้มให้ชายหนุ่มร่างสูงที่เธอยังนึกชื่อไม่ออกนิดหนึ่งและตอบคำถามของเขา

“ย่าภาอยู่บนเรือน เชิญค่ะ”

เด็กสาวเดินนำชายหนุ่มร่างสูง ขึ้นไปบนเรือน ที่ระเบียงชานย่าภานั่งอยู่ที่นั่น โดยเด็กจันนวดให้เหมือนเคย เสียงไม้ยามเท้าเหยียบลงทำให้ย่าภาหันมามองว่าใครขึ้นมาบนเรือน

“อ้าวนั่นใคร วัชรใช่ไหมนั่น หนุ่มขึ้นอีกเป็นกองเลยเชียว”

หญิงชราทักไอรวัชรอย่างอารมณ์ดี นานๆ วัชรวัชจะมาที่นี่เสียที ชายหนุ่มค่อยๆ คลานเข้ามาอย่างที่ธารรินทำ ด้วยความเก้งก้าง เลยดูประดักประเดิดยังไงชอบกล

ไอรวัชรวางตะกร้าที่เขาถือมาไว้ข้างตัวแล้วยกมือไหว้อย่างเคารพย่าภาวนา ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างเก้อเพราะเขาก็ไม่ค่อยจะสนิทกับหญิงชรานัก ถ้าเป็นไอรวินก็ว่าไปอย่าง

“กินอะไรมาหรือยังล่ะวัชร นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว” ย่าภาถามขึ้นหลังจากที่ไอรวัชรนั่งเรียบร้อยแล้ว

“เรียบร้อยแล้วละครับ พอดีได้ข่าวว่าย่าภาป่วยแล้วก็ไอเลยเอาของมาเยี่ยมน่ะครับ” ชายหนุ่มส่งตะกร้าที่เขาถือมาให้ย่าภา

ธารรินหันมามองชายหนุ่มที่ชื่อไอรวัชรอย่างพินิจ พร้อมคำถามในใจว่าเขารู้ได้ยังไง เป็นเขาหรือเปล่า ย่าภาถามอย่างที่เด็กสาวกำลังคิดพอดิบพอี

“รู้ได้ยังไงล่ะวัชร ย่าเป็นมาหลายวันแล้วหละ แต่คนแก่ก็แบบนี้”

ธารรินฟังอย่างตั้งใจ ไอรวัชรตอบยิ้มๆ ว่า

“อ๋อ พอดีเด็กที่บ้านอัครไพศาลมาขอแบ่งผลไม้ที่สวนไปเมื่อวันก่อนไปบอกคุณน้าพาวิณีน่ะครับ ผมเลยรับอาสาเอาของเยี่ยมมาให้”

“โรคคนแก่น่ะหลาน ฝากบอกแม่พาด้วยว่าฉันสบายดี ขอบใจสำหรับของเยี่ยมนะ” ย่าพูดพร้อมกับส่งน้ำมะตูมให้ไอรวัชร ชายหนุ่มรับมาจิบอย่างกระหายแล้วจึงพูดต่อ

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอตัวกลับก่อน พอดีมีธุระต่ออีกครับ”

“ตามสบายเถอะ หนูรินแนะ เดินไปส่งพี่เขาทีไป”

 “ค่ะ ย่าภา” ธารรินรับคำและลุกขึ้นตามคำสั่งของย่าภา  โดยมีไอรวัชรเดินตามไปห่างๆ หลังจากลงจากเรือน เด็กสาวก็นึกอยากทดสอบอะไรขึ้นมาบางอย่าง

“ถ้าไอ ต้องกินอะไรถึงจะหายคะ คุณวัชร”

ไอรวัชรหันมามองเด็กสาวก่อนที่จะนึกไปนิดหนึ่งแล้วตอบว่า

“กินยาแก้ไอไงล่ะ ไปละ”

ชายหนุ่มเปิดประตูรถและสตาร์ทเครื่อง ขึ้นไปนั่งในรถ ปิดประตูและเคลื่อนรถออกไป แต่ธารรินยังยืนอยู่ที่เดิม มองจดหมายในมือพลางคิดว่าสงสัยเธอคงจะคิดเพ้อเจ้อเกินไปแล้ว พี่สายลมคนนั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันเล่า

 

จดหมายอีกฉบับถูกส่งให้เจ้าของชื่อสายลมอีกครั้ง มือเรียวหนาเปิดจดหมายเพื่ออ่านเนื้อความข้างใน แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ

 

                สวัสดีค่ะ...พี่สายลม

 

                ผ่านไปอีกเดือนแล้วนะคะ ตอนนี้รินมีคำตอบให้กับตัวเองแล้วละค่ะ รินเลือกที่

จะเรียนเพราะความฝันของรินเอง แต่อาจมีพ่อเป็นแรงบันดาลใจ

จากจดหมายคราวที่แล้วที่พี่สายลมถามรินว่า หมาของรินตายเพราะอะไร

เจ้าบิกถูกรถชนค่ะ แต่รินไม่โกรธผู้ชายคนนั้นแล้วละคะเพราะรินรู้สึกว่าเขากำลังเศร้า

                อีกไม่กี่วันก็จะสอบกลางภาคแล้วค่ะ รู้สึกตื่นเต้นยังไม่รู้ค่ะพี่สายลม พี่สายลมคง

ผ่านอารมณ์ตื่นเต้นแบบนี้มาแล้วคงเข้าใจใช่ไหมคะ เพื่อนในกลุ่มรินนัดติวกันใหญ่เลยค่ะ

เพื่อนๆ ในกลุ่มรินมีไม่กี่คนหรอกค่ะ มีวิชชุดา ภากร แล้วก็ธราธิป รู้จักกันมาตั้งแต่เรียน

ม. ต้นแล้วค่ะ วิชชุดาอยากเป็นสาวบัญชีค่ะ ส่วนภากรกับธราธิปอยากเป็นหมอทั้งคู่

                มีเรื่องอยากปรึกษา แต่ถ้าไม่ว่างไม่ต้องตอบก็ได้นะคะ พี่สายลมเคยรู้สึกเหงาบ้าง

ไหมคะ บางครั้งแม้จะมีใครๆ อยู่กับเรามากมาย แต่ก็เราก็รู้สึกเหงา พี่สายลมเคยเป็นแบบนี้

ไหมคะ แล้วทำยังไงเพื่อจัดการกับความรู้สึกนี้

                ปล. เมื่อวันก่อนฝนตกหนักมาก  ที่ที่พี่สายลมอยู่ฝนตกเหมือนกันไหมคะ

 

                                                                                                                                                                ด้วยความขอบคุณยิ่ง

                                                                                                                          ธารริน

 

เสียงถอนลมหายใจระบายออกจากร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ดาดฟ้าของตึกที่พระอาทิตย์กำลังใกล้ตกเต็มที มือเรียวหนาพับกระดาษจดหมายนั้นเก็บใส่ซอง พลางคิดถึงที่หนูรินถามเขามาในจดหมาย เขาจะตอบอย่างไรดีนะ  ร่างสูงหาที่เหมาะๆ แล้วนั่งเขียนจดหมายตอบทันทีว่า

 

                สวัสดีครับหนูริน

 

                ที่ที่ผมอยู่ฝนยังไม่ตกเลย มีแต่แสงแดดจัดจ้า บางวันผมต้องไปหลบร้อนตามร้าน

กาแฟเลย อยากให้ฝนตกที่นี่เหมือนกัน ช่วงนี้ผมต้องทำรายงานหลายฉบับ ปวดหัวจี๊ดเลยละ

เวลาไปสอบตอน ม. ปลายครั้งแรกตื่นเต้นเหมือนกันครับเพราะมันไม่เหมือนเรียน ม. ต้น

นี่นะ แต่พอครั้งต่อมาก็จะรู้สึกเฉยๆ เองครับ

                เวลาเหงาผมจะหาอะไรที่ตัวเองชอบที่สุด บางทีก็ไปกินไอศครีมเย็นจัดๆ มันทำให้

สมองโล่งดี หรือหาอะไรเผ็ดๆ กินเพราะเราจะคิดถึงความเผ็ดจนลืมความเหงาได้เลยละ แต่ถ้า

เท่านี้ยังไม่ได้ผล ผมก็จะจมกับมันให้สุดๆ ไปเลยเพราะเมื่อเราจมดิ่งถึงที่สุดแล้ว เราจะกลับมา

ได้เองเหมือนลูกบอลที่โดนฝาผนังมันก็จะเด้งกลับมา ลองไปทำดูนะครับ

                ปล. ลองมองรูปนี้ดูนะครับท้องฟ้าผืนเดียวกันแต่เวลาต่างกันก็ให้ความรู้สึกต่างกัน

เหมือนกับความรู้สึกของเรานั่นละที่เปลี่ยนไปตามเวลา พี่ขอให้หนูรินพบแต่ท้องฟ้าอันสดใส

นะครับ

 

                                                                                                                                พี่สายลม

 
                         

มือเรียวสวยจับจดหมายอย่างเบามือราวกับกลัวว่าแรงอีกนิดกระดาษอาจฉีกขาดได้ นับวันเธอยิ่งรู้สึกราวกับว่าจดหมายแทนคำพูดของของผู้เขียน เป็นความรู้สึกที่ดีอีกแบบ การเขียนจดหมายหาคนที่เธอไม่รู้อะไรนอกจากเขาชื่อว่าสายลม เป็นคนที่รู้จักกับพ่อของเธอ แต่เหมือนกับว่าเขาเข้าใจเธอราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน แต่มันจะเป็นได้อย่างไรกันเล่า ในเมื่อพี่สายลมคนนี้อยู่ต่างประเทศ ให้ระยะทางที่ใกล้ที่สุด เขาและเธอยังไม่มีโอกาสแม้จะเดินสวนกันได้ด้วยซ้ำ

 

วันเวลาผ่านไปราวกับที่มีใครเคยบอกไว้ว่าความทุกข์นั้นยาวนาน ความสุขนั้นแสนสั้น วันนี้เป็นวันที่เธอต้องไปสอบแอดมิดชั่นแล้ว พี่สายลมยังคงติดต่อกับเธอเสมอ ย่าภาและป่าสมบูรณ์อวยพรให้เธอสอบได้ตามที่หวังไว้ 

ธารริน วิชชุดา ภากรและธราธิปนัดกันไปที่สนามสอบเพราะต่างได้สนามสอบที่เดียวกัน ธารวินรู้สึกว่าความตั้งใจของกำลังจะใกล้เป็นจริงเต็มที

และแล้ววันที่ทุกคนในเรือนบ้านสวนต่างรอคอยก็มาถึง วันประกาศผล ทั้งวิชชุดา ภากรต่างเดินทางมาที่บ้านสวนของย่าภาเพราะย่าภาให้รางวัลที่ธารรินเรียนจบมัธยมปลายด้วยคะแนนเฉลี่ยที่ขาดอีกนิดเดียวก็เท่าภากรที่ได้ 4.00 แล้ว รางวัลนั้นคือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค หนุ่มสาวต่างตรวจผลด้วยใจที่ลุ้นระทึกโดยมีขนมจากผลไม้ไทยของป้าสมบูรณ์เป็นเสบียง

เสียงเฮแรกมาจากภากรที่ติดแพทย์อย่างที่ตั้งใจไว้ ตามมาด้วยธราธิปที่ติดแพทย์เหมือนแต่คนละมหา วิทยาลัยกับภากร วิชชุดายังไม่กล้าดู ธารรินจึงต้องลุ้นระทึกเป็นคนต่อไป

                ย่าภาและป้าสมบูรณ์ต่างเข้ามาลุ้นด้วย เมื่อผลออกมาเสียงเฮก็ดังสนั่นเรือนอีกครั้ง ธารรินสวมกอดย่าภาและป้าสมบูรณ์อย่างดีใจ เธอได้โอกาสเรียนวิศวกรรมโยธาอย่างพ่อแล้ว และในความดีใจนั้นเธอคิดถึงใครอีกคนที่ฝากคำอวยพรมาทางจดหมายว่า

                ‘ขอให้สมความปรารถนาในทุกสิ่งที่หวังนะครับ’

                “หนูรินทำได้แล้วค่ะย่าภา ป้าสมบูรณ์” ธารรินกอดทั้งย่าและป้าสมบูรณ์แน่น หญิงชราทั้งสองก็ดีใจไม่แพ้กันเลย

                “เก่งมาหลานย่า ดีใจไหมสมบูรณ์หลานเราสองคนเก่งจริงๆ”

                “ดีใจสิคะคุณภา หนูรินเก่งมากนะลูก” ป้าสมบูรณ์ดีใจจนน้ำตาคลอเพราะดีใจแทนเมธัสพ่อของธารริน ถ้าเขายังมีชิวิตอยู่คงดีใจไม่แพ้นางแน่

                เสียงเฮดังมาอีกรอบ วิชชุดาติดคณะบัญชีสมใจ หนุ่มสาวต่างกระโดดกอดคอกันอย่างดีใจ และที่ดีใจไปกว่านั้นคือธารรินสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกับวิชชุดาอีกด้วย

                “งานนี้ต้องฉลองว่ามั้ยพง ยัยริน ยัยดา”ภากรเสนอขึ้นหลังจากดีใจกันจนหนำใจกันแล้ว

                “เอาซิ ที่ไหนดีล่ะกร” ธราธิปเห็นด้วยอีกคน

                “ที่นี่แหละ รินเตรียมเสบียงเอาไว้แล้ว” ธารรินพูดขึ้นดวงตาเป็นประกาย 

                “เอาอย่างนั้นก็ได้” ที่เหลือต่างประสานเสียงตอบ เสียงหัวเราะ เสียงหยอกล้อปกคลุมไปทั้งเรือนที่ตอนนี้วงฉลองได้ลงมาเตรียมของจัดสถานที่ด้านล่าง ย่าภานั่งมองหนุ่มสาวที่เก้าอี้หวายตัวเดิม ป้าสมบูรณ์เป็นแม่ครัวใหญ่ไปอีกคน เด็กจันก็สนุกไปกับเขาด้วย

                เสื่อกกผืนใหญ่ถูกปูลงที่ลานหน้าเรือนไทย วัตถุดิบทุกอย่างพร้อมแล้วเหลือเพียงผู้ลงมือ ภากรคันไม้คันมือขันอาสาเป็นคนแรก

                “ขอผมลองตำส้มตำได้ไหมครับ ป้าสมบูรณ์ ผมอยากลองตำมานานแล้ว”

                “จะกินได้ไหมละนั่น” วิชชุดาล้อขึ้นมาทำให้ขำกันทั้งวงเพราะเป็นที่รู้ว่าขนาดล้างจาน ภากรยังไม่เคยทำเพราะที่บ้านฐานะดีจนไม่ต้องทำอะไรเองนั่นละ

                “อย่าดูถูก แล้วจะร้องขอให้ตำอีกครกนะเพื่อนๆ ป้าสมบูรณ์สอนผมหน่อยนะครับ เอาให้เด็ด แซ๊บ สุดๆ ไปเลยนะครับ”

                ไก่ย่างและยำต่างๆ ค่อยๆ ทยอยออกมาจากเรือนครัว ทุกคนต่างกินไก่ กินยำไปพลางๆ ระหว่างรอส้มตำอันเป็นตำนานของภากรเพราะตำนานมากๆ อย่างที่ธราธิปล้อภากรอยู่ แต่เมื่อได้ชิมสมตำฝีมือของว่าที่นายแพทย์หนุ่มทุกคนต่างลงความเห็นว่าอร่อยใช้ได้ แต่ให้แม่ครัวใหญ่จัดการจะดีกว่าเพราะกว่าจะได้สักครก ไก่หมดไป 2 ไม้แล้วนั่นละ

                เสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งมาที่หน้าบ้านสวน ธารรินอาสาออกไปดูเองว่าใครมา เมื่อเดินไปถึงรั้วไม้ธารรินก็ได้คำตอบว่าไปรษณีย์นั่นเอง ก่องพัสดุใบไม่เล็กนักถูกส่งให้เธอ หญิงสาวเซ็นรับและดูที่ชื่อผู้ส่งที่อยู่กล่อง พี่สายลมส่งของมาให้เธอนั่นเอง

               มือเรียวนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ห่างจากรั้วมานิดเดียว เมื่อเปิดกล่องออกนั้นภายในยังแพ็คกันกระแทกอย่างดี เมื่อเปิดพลาสติกกันกระแทกออกเธอก็เห็นว่ามันเป็นโมเดลสะพานที่สวยมาก ในกล่องมีการ์ดอยู่ใบหนึ่ง มีข้อความที่สายลมเขียนถึงธารรินสั้นๆ ว่า

               

                                ส่งโมเดลสะพานโกลเดน เกท มาให้ครับ สิ่งก่อสร้างยักษ์ใหญ่เหนือคำบรรยาย

ที่แท่งเหล็กยาว 46,000ฟุต วางพาดผ่านซานฟรานกับเขตมารินให้อยู่ติดกัน เรื่องยากๆ

ก็กลายเป็นเรื่องง่ายในทันทีกับ การเดินทางผ่าน ช่องแคบโกลเด้น เกท ด้วยสัญลักษณ์ของ

อเมริกา  ได้รับรูปตอบจบ ม. 6 แล้ว แล้วก็ยินดีด้วยกับนิสิตใหม่วิศวกรรมโยธา นะครับ

                                                                                                                                          พี่สายลม

                ธารรินมองโมเดลสะพานอย่างขอบคุณ สายลมเย็นพัดผ่านราวกับรับฝากคำขอบคุณนั้นไปยังอีกที่....ที่สายลมพัดเอื่อยอยู่ 

 

สิ่งที่ธารรินขอทันทีที่ได้เป็นนิสิตใหม่คือการขอหั่นผมตัวเองให้สั้นลง จริงๆ แล้วนั้นหญิงสาวอยากตัดให้สั้นเลยด้วยซ้ำ แต่ทั้งย่าภาและป้าสมบูร์ต่างคัดค้าน แต่ยอมได้หากตัดลงให้สั้นเพียงยาวเคลียไหล่  หญิงสาวจึงต้องยอมตามนั้น

การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่หนุ่มสาวต่างไฝ่ฝัน ความฝัน เพื่อน การเรียนหลอมหลวมอยู่ที่นั่น รวมทั้งการเดิมตามพ่อเพื่อที่ธารรินจะได้รู้เสียที่ว่าหากเธอไปยืนในจุดที่พ่อเคยยืนมาก่อนนั้นจะต้องเจอกับอะไรบ้าง  แล้วที่นั่นจะตอบคำถามในชีวิตที่เธอมีเพียงลูกกุญแจที่ใส่ติดตาตัวเสมอมาได้หรือไม่

ในคืนนั้นสิ่งที่อยู่ในมือของธารรินคืออะไร เด็กหญิงธารรินในตอนนั้นไม่รับรู้เพราะความเศร้าที่เกาะกินใจ จนผ่านมาหลายวันนั่นล่ะเด็กหญิงในตอนนั้นจึงรู้ว่ามีสร้อยห้อยลูกกุญแจอยู่ที่คอ ป้าสมบูรณ์บอกที่มาของ   สร้อยนั้นได้ว่าก่อนที่พ่อของเธอจะตายได้มอบสร้อยคล้องลูกกุญแจมาให้เธอและเธอกำมันไว้แน่น แม้จะสลบไปแล้วก็ยังไม่ปล่อย ป้าสมบุรณ์จึงแกะมันออกจากมือเธอแล้วคล้องไว้ที่คอของธารรินเพื่อกันหาย

ล่วงเลยมาหลายปีแล้วธารรินก็ยังไม่พบคำตอบที่พ่อให้ลูกกุญแจกับเธอมา มีเพียงสมุดบันทึกของพ่อเล่มเดียวที่บอกเธอได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดก่อนที่จะมาถึงคืนนั้นมาจากอัครไพศาลที่เป็นร่มเงาของเธอทั้งสิ้น แต่เรื่องอะไรกันเล่า เธอคงต้องหาคำตอบให้ได้ในสักวัน

“มาแล้ว มาแล้ว”

เสียงของวิชชุดาเรียกเธออยู่ที่ตึกด้านบนก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งลงมาหาธารรินเพราะทั้งสองกับอีกสองหมอนัดกันไปฉลองสอบเสร็จกัน เธอผ่านปีหนึ่งมาได้และกำลังจะขึ้นปีสองในเทอมหน้าแล้วซินะ

 

                 สวัสดีค่ะพี่สายลม

 

                ตอนนี้รินกำลังจะต้องไปฝึกงานแล้วนะคะ อีกปีเดียวรินก็จะจบแล้วค่ะ แปลกจริงๆ

รินรู้สึกเหมือนเพิ่งเข้าห้องเรียนครั้งแรกไปเมื่อไม่นานี่เอง เผลอแผลบเดียวเองค่ะ พี่สายลมทำ

งานหนักไหมคะ จดหมายฉบับที่แล้วที่บอกรินว่ากำลังศึกษางานอีกอย่างที่ไม่คุ้นเคย ตอนนี้สนุก

กับมันหรือยังคะ

                เมื่อต้นเดือนฝนตกหนักมากค่ะ น้ำในคลองท่วมมาแทบจะถึงบันไดเรือน ยังดีที่ระบาย

น้ำกันได้ทัน ถ้าพี่สายลมมาที่บ้านสวนแล้วจะชอบค่ะ ไม่ได้อวดบ้านสวนของย่าภานะคะ แต่มัน

เป็นอย่างนั้นจริงๆ

 เดือนนี้ย่าภากับป้าสมบูรณ์มีเรื่องให้ดีใจหลายเรื่องเลยค่ะ  จำก๊กเฮงที่รินเคยเล่าไปเมื่อจด

หมายฉบับก่อนๆ ได้ไหมคะ ตั้งแต่มางานวันเกิดย่าภาเมื่อหลายเดือนก่อน แล้วเขาเอาอายุย่าภา

ไปซื้อหวยไงคะ เขาถูกหวยไปหลายแสนเชียวค่ะ

อีกเรื่องก็เจ้าจิ๊ดริ๊ดหมาตัวโปรดที่รินตั้งชื่อมันแก้เคล็ดอันเป็นที่รักของเราทุกคนในบ้าน

มันตกลูกแล้ว ลูกของมันแข็งแรงเป็นตัวผู้ทั้ง 3 ตัวเลยค่ะ ที่นี้พวกเราคือริน ย่าภา ป้าสมบูรณ์ เลย

ได้ตั้งชื่อมันคนละตัว ย่าภาตั้งชื่อมันว่าขนมตาล ป้าสมบูรณ์ก็มาซีรี่ขนมอีกคนว่า เปียกปูน รินก็เลย

ต้องตั้งให้เข้าซีรี่อีกคนว่า เม็ดขนุน น่ากินไหมคะ

ปล. ไม่อยากนับเลย แต่ตอนนี้รินมีจดหมายจากพี่สายลมเกิน 100 ฉบับแล้วนะคะ

                                                                                                                               

ขอบคุณไม่นับครั้ง

ธารริน

 

                มือเรียวใหญ่จับจดหมายนั้นตั้งขึ้นเพื่ออ่านทวนอีกครั้ง ทุกครั้งที่อ่อนแรง เหนื่อยล้า จดหมายจากหนูริน ที่ตอนนี้คงเป็นสาวแล้วกระมัง ทำให้เขามีความสุข ยิ้มและหัวเราะขึ้นมาได้อย่างไม่รู้ตัว เขาจากบ้านมานานกี่ปีแล้วนะ น่าสงสัยว่าสายลมเคยพัดหวนบ้างไหม

 

                    สวัสดีค่ะพี่สายลม

 

                                มีเรื่องไม่อยากจะเชื่อแต่มันเกิดขึ้นแล้ว รินเรียนจบแล้วค่ะ พี่สายลมดีใจกันรินไหมคะ

สุดท้ายรินก็ทำสำเร็จ ย่าภากับป้าสมบูรณ์ดีใจกันใหญ่เลย นี่รินแอบแวบเข้ามาเขียนจดหมาย

อยากให้พี่สายลมได้รู้พร้อมกับทุกคนในชีวิตของริน(แม้จะทางจดหมายก็เถอะ)

มะม่วงกวนได้รับแล้วหรือยัง ไม่น่าจะเสียนะคะเพราะรินควบคุมการผลิตในเรือนครัว

อย่างดี จริงๆ แล้วเป็นคนเอาไปอบเท่านั้นแหละค่ะ แล้วรินจะส่งรูปไปให้ดูนะคะ ต้องไปแล้ว

ประตูกำลังจะถูกถล่ม ก๊วนกลุ่มเดิมมาฉลองกันอีกแล้ว อ้อ ยัยดาเพื่อนรักของรินก็จบเหมือนกัน

วันนี้เลยฉลองทั้งคู่เลย ส่วน 2 หมออีก 2 ปีโน่นเลยค่ะ

ปล. เมื่อไหร่สายลมจะพัดมาที่เมืองไทยบ้างคะ

 

                                                                                                                ขอบคุณเสมอ

ธารริน

 

                หลังงานรับปริญญาไม่นานจดหมายที่ธารรินได้รับเสมอก็มาถึงเธออีกครั้ง มือเรียวเปิดจดหมายอ่านดั่งมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตหญิงสาวไปแล้วก็ว่าได้

 

                                  สวัสดีครับหนูริน(ที่ตอนนี้คงไม่ใช่หนูแล้ว)

 

                                ได้รับรูปแล้วครับ รินเข้ากับชุดคลุยมาก ดีใจด้วยนะครับ วันก่อนว่างๆ เลยรวบ

รวมจดหมายทั้งหมดที่หนูรินส่งมา เกือบ 300 ฉบับเชียวละ หนาปึ๊กเลย พอใส่ไปในกระเป๋า

เดินทางใช้เนื้อที่เกือบครึ่งใบทีเดียว

สงสัยใช่ไหมว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ตอนนี้ผมกำลังแพ็คกระเป๋าเพราะสายลมกำลัง

จะพัดกลับประเทศไทยแล้ว เป็นสายลมพัดเอื่อยๆ ที่เมืองนอกมาหลายปี ต่อไปนี้คงไปพัดเอื่อย

หรือเป็นพายุที่ประเทศไทยแทน

                                ปล. ผมยังรอจดหมายของหนูรินเหมือนเดิมนะ

 

                                                                                                                        พี่สายลม(พัดเอื่อย)

 

                ธารรินกระโดดอย่างดีใจ พี่สายลมกำลังจะกลับมาแล้ว ผู้ที่เป็นอีกคนในชีวิตของเธอกำลังเดินทางมายังประเทศไทยพร้อมกับจุดเริ่มต้นในการหาความจริงของเธอ ซึ่งในขณะเดียวก็เป็นจุดเริ่มต้นของสายลมเช่นกัน

                ข่าวดียังไม่หมดเพียงเท่านั้น บ้านสวนของย่าภาได้ฉลองข่าวดีกันอีกครั้ง เหมือนกับว่าธารรินและวิชชุดามีชีวิตที่เดินบนถนนเส้นเดียวกันเสมอ สองสาวได้ทำงานที่เดียวแต่คนละแผนกในเครืออัครไพศาล

 

                                สวัสดีค่ะพี่สายลม

 

                                พรุ่งนี้รินจะไปทำงานในวันแรกแล้วนะคะ ตื่นเต้นจังค่ะ รินกำลังจะได้ไปยืนใน

ที่ที่พ่อเคยยืนจริงๆ แล้วค่ะ อัครไพศาลคงให้คำตอบหลายๆ อย่างกันรินได้ ยัยดาก็ทำงาน

ที่เดียวกันริน ดีสุดๆ ไปเลยใช่ไหมคะ

                                ตอนนี้พี่สายลมกำลังพัดเอื่อยอยู่ที่ไหน กลับมาถึงประเทศไทยแล้วหรือยังคะ

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ได้ลมสายมาพัดเอื่อยๆ คงจะเย็นไม่น้อยเลยค่ะ

       เมื่อวันก่อนย่าภาหกล้ม ตกใจกันทั้งบ้านสวนเลยค่ะ ยังดีที่เจ้าภากรว่าที่หมอมา

เลยใช้ให้ตรวจเสียเลย แล้วก็โล่งอกไปทีค่ะที่ไม่เป็นอะไรมาก ป้าสมบูรณ์ร้องไห้เพราะ

ห่วงย่าภาใหญ่เลยค่ะ รินก็กลัวนะคะ แต่ต้องแข้มแข็งไว้ อย่างนี้จะเรียกว่ารินเป็นผู้ใหญ่

แล้วได้ไหมคะ

                                ปล. รินจะเขียดจดหมายถึงพี่สายลมเสมอค่ะ ไม่ว่าสายลมนี้จะไปพัดอยู่ที่ใด

 

                                                                                                          รักษาสุขภาพนะคะ

ธารริน

 

             ตอนนี้ post ยากจังค่ะ แบบว่าจัดหน้าไม่ค่อยได้ (แบบว่าโลเทค) ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ  ถ้าย่อหน้าไม่ตรงไปบ้าง   ตอนนี้มีตัวละครเพิ่มมาอีกคน พี่สายลมของหนูรินมาแล้วค่ะ หวังว่าจะชอบนะคะ <<อัมราน>>
          คุณ 
T-Killua ชื่อเพลงหลักที่ช่วยบรรยายความรู้สึก(คิดว่าตรงที่สุดกับเรื่องแล้ว....มั้ง) ของพระเอกในเรื่อง ชื่อเพลง แทนคำนั้น  จ้า



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3321 , โพส : 1 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 399
เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ
PS.   การแต่งนิยายที่ดีต้องออกมาจากใจ
Name : กระปุกออม < My.iD > [ IP : 125.27.184.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2552 / 20:50

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android