คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100%


     อัพเดท 26 เม.ย. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 98% [ 299 mem(s) ]
This month views : 3 Overall : 61,242
458 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 42 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4417 , โพส : 1 , Rating : 95% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


          

ตอนที่ 1 หัวใจที่ขาดหาย 

 

                รถสปอร์ตสีแดงแล่นด้วยความเร็วจนน่ากลัวสำหรับผู้ที่ได้พบเห็น เสียงล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนที่เริ่มเป็นดินลูกรังทำให้รู้ว่าเขาใกล้ถึงที่หมายแล้ว มือเรียวใหญ่กำพวงมาลัยรถยนต์แน่น คิ้วขมวดอย่างเก็บข่มอารมณ์ภายในยิ่งทำให้ใบหน้านั้นน่าเกรงขามและชวนมองในเวลาเดียวกัน แว่นตาสีดำช่วยปิดบังแววตาเจ็บปวดที่เจ้าตัวเก็บซ่อนไว้

                ประตูไม้อันเป็นจุดหมายปลายทางอยู่อีกไม่ไกลแล้วแต่คันเร่งกลับถูกเหยียบลงไปอีก รถแล่นอย่างรวดเร็ว เครื่องยนต์ทำงานได้เงียบตามประสิทธิภาพอันแพงลิบลิ่ว พวงมาลัยถูกจับหมุนและเลี้ยวอย่างกระทันหันจนไม่ทันเห็นใครบางครั้งที่กำลังเดินออกมา ร่างบางที่ชายหนุ่มเห็นจากหางตากระโดดหลบไปได้อย่างหวุดหวิด เบรกถูกเหยียบกระแทกโดยแรง รถหยุดกึกห่างจากต้นบุหงารำไปที่คุณย่าภาวนารักเพียงไม่กี่คืบ ชายหนุ่มเอนตัวไปกับเบาะอย่างตกใจไม่แพ้ร่างบางที่กำลังปัดเสื้อผ้าที่เลอะฝุ่นและดิน และกำลังลุกขึ้นมาหาเขา

                เสียงเคาะกระจกดังขึ้นรัวเร็ว ก่อนที่เจ้าของร่างบางจะวิ่งหายไป ชายหนุ่มเปิดประตูรถออกมาอย่างงงๆ ว่าเด็กสาวที่เขาเห็นเมื่อครู่หายไปไหนแล้ว เสียงหวีดร้องดังแว่วๆ มาจนไอรวินที่กำลังถอดแว่นกันแดดออกต้องหันไปมองที่มาของเสียงนั้น

                ไอรวินก้าวขายาวๆ ไปหาเด็กสาวที่หันหลังและกำลังอุ้มบางอย่างในอ้อมแขน ชายหนุ่มร่างสูง อายุเพิ่ง 23ผมยาวระต้นคอ คิ้วเข้ม ริมฝีปากได้รูป จมูกรับกับใบหน้า ทุกอย่างที่รวมอยู่ในใบหน้านี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหล่อและดูดี แต่คงจะดูดีกว่านี้หากเจ้าตัวจะไม่ทำหน้าถมึงอย่างที่ทำในตอนนี้

                “เป็นอะไรหรือเปล่า” ไอรวินถามร่างบางที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่ เสียงติดกระด้างแต่ก็แฝงด้วยความห่วใยแม้จะน้อยนิดก็ตาม

                ร่างบางหันหน้ากลับมา ดวงตาวาวโรจน์ มีน้ำตาคลออยู่เท่านั้น มือทั้งสองข้างโอบลูกสุนัขที่คอพับอย่างทนุดถนอม ไม่สนใจเสื้อนักเรียนคอซองสีขาวที่เลอะเลือดสีแดงเลยสักนิด ผมที่มัดเปียไว้สองข้างยิ่งทำให้เด็กสาวดูห่างกับไอรวินขึ้นไปอีก เด็กสาวพูดกับไอรวินด้วยความโกรธ

                “นายใจร้าย นายฆ่าเจ้าบิกตาย”

                “นี่หมาของเธอเหรอ”  ไอรวินถามไปอีกอย่าง พยายามไม่มองไปที่สุนัขในอ้อมกอดของเด็กสาวนักเพราะมันจะทำให้เขารู้สึกอ่อนแอลงไปอีก

                “ใช่ นายขับรถชนมันตาย ได้ยินไหม” เด็กสาวตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ และด้วยเสียงนั้นทำให้หญิงชราที่ถูกประคองโดยสมบูรณ์ก็เดินลงบันไดบ้านอันเป็นเรือนไทยทรงสูงมาอย่างเนิบช้า

                “นั่นใครละหือหนูริน ใครมา แล้วนั่นเจ้าบิกเป็นอะไร” ย่าภาวนาถามเสียงอ่อนโยนก่อนที่จะนั่งลงยังเก้าอี้หวายที่สมบูรณ์นำทางมา

                ธารรินเดินมาหาย่าภาวนาซึ่งเป็นหญิงชรา ศีรษะมีผมสีขาวแซมผมสีดำ ใบหน้าดีใจและเมตตา  เด็กสาวไม่เข้าไปใกล้นัก เด็กสาวบอกหญิงชราทั้งสองเสียงอ่อนต่างกับที่ตะโกนลั่นกับไอรวินเมื่อครู่ลิบลับ

                “เจ้าบิกถูกนายคนนี้ชนค่ะคุณย่าภาวนา ป้าสมบูรณ์” แววตายามเจ้าของชื่อหนูรินมองที่เจ้าบิกนั้น ทำให้ไอรวินที่มองอยู่รู้ว่ามันเต็มไปด้วยความเสียใจ ไอรวินรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

                ย่าภาวนาหันมาทางชายหนุ่มที่ถูกพูดถึง ไอรวินยิ้มให้ย่าของเขาอย่างคนที่ต้องการหาที่พักพิงทางใจเหลือเกินในเวลานี้ เขาก้าวเข้าไปหาย่าภาวนาช้าๆ ตามแรงปรารถนาภายในใจของตนเอง

                “เจ้าวินหรือนั่น เป็นยังไงบ้างเล่าหลาน” ย่าภาวนาถามอย่างปราณีและห่วงใย นางรู้ว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งที่ไอรวินรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง เขาจะมาที่นี่

                ไอรวินโผเข้ากอดย่าภาวนาอย่างโหยหาบางอย่าง อาจเป็นความรัก ความเชื่อมั่นที่เขารู้สึกว่ามันหายไปพร้อมกับใครบางคนในชีวิตกระมัง ธารรินมองการกระทำของไอรวินอย่างค่อยๆ เข้าใจทีละนิดว่านายคนนี้เป็นใคร

                “หนูริน นี่ไอรวินหลานชายของย่าเองลูก เจ้าวิน นี่หนูริน ธารรินเป็นหลานของสมบูรณ์ แล้วก็เป็นหลานของย่าด้วย”

                ธารรินยังยืนไม่ขยับเขยื้อน เด็กสาวรู้ว่าตามมารยาทแล้วเธอต้องทำอะไร แต่มันไม่อยากทำนี่นา นายวินนั่นชนเจ้าบิกของเธอตาย ให้ไหว้นายวินนั่นเรื่องอะไรจะยอมกันเล่า

                ป้าสมบูรณ์รู้ว่าธารรินเป็นเด็กมีสัมมาคารวะมาแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่ใช่คนอ่อนแอยอมคน นางจึงต้องบอกเด็กสาวเสียเอง

                “หนูรินไหว้พี่เขาเสียสิลูก”

                ธารรินวางเจ้าบิกลงที่พื้นที่ปูด้วยตัวหนอนก่อนที่จะยอมจำนนเพราะความรักที่เธอมีต่อหญิงชราทั้งสองหรอกนะ เธอถึงได้ยอม

                ไอรวินมองการกระทำของเด็กสาวอย่างขันๆ ตัวเท่านี้ ยังเรียนมัธยมด้วยกระมัง เขารู้ว่าถึงหนูรินของย่าภาจะไหว้เขา แต่แววตานี่ซิ มองเขาอย่างคาดโทษอย่างไรก็ไม่รู้ เหมือนใครบางคนเหลือเกิน

                “หนูรินพาเจ้าบิกไปฝังก่อนนะคะ คุณย่า ป้าสมบูรณ์” ธารรินบอกเสียงเบาก่อนที่จะก้มลงอุ้มเจ้าบิกไว้ในอ้อมแขนและเดินลับหายไปหลังเรือนไม้

                ไอรวินมองการกระทำนั้น ใบหน้ายังเรียบเฉยติดจะบึ้งจนสมบูรณ์ต้องพูดขึ้นว่า

                “อย่าถือหนูรินเลยนะคะคุณวิน แกรักเจ้าบิกมากเท่านั้นเอง” สมบูรณ์รู้ว่าธารรินเกลียดและกลัวความตายอย่างที่ไม่มีใครคาดถึง เด็กสาวจึงต้องสร้างเกราะกำบังความรู้สึกเสียใจด้วยความโกรธ

                “ผมผิดจริงๆ นี่ครับ” ชายหนุ่มตอบ ไม่มีวีแววของความโกรธที่สมบูรณ์กังวลสักนิด

                “แล้ว‘เรื่องนั้น’เรียบร้อยแล้วหรือ พ่อเราว่าไงบ้างละฮึ” ย่าภาวนาถามอย่างรู้ดีว่าที่ไอรวินมาในวันนี้เพราะอะไร ความเศร้า ความเสียใจยังอยู่ในดวงตาที่แม้จะพยายามปกปิดด้วยแววตาแข็งกร้าวอย่างที่เจ้าตัวกำลังทำนั้น หลอกคนแก่อย่างนางไม่ได้ ตั้งแต่เกิดเรื่องจนตอนนี้ ไม่สินะ คงตั้งแต่ไอรวินฟื้นมารู้เรื่องราวต่างๆ มากกว่า หลานชายของนางคงทุกข์ใจมาก เรื่องนี้ไม่เกิดกับตัวไม่มีทางเข้าใจ

                “อิฉันไปเตรียมอาหารเย็นให้คุณกับคุณวินก่อนนะคะ” สมบูรณ์พูดขอตัวเพราะนางรู้ว่าทั้งสองอาจกำลังต้องความเป็นส่วนตัว ภาวนาพยักหน้ารับรู้และขอบใจ

                ไอรวินเสไปมองทางอื่นอย่างครุ่นคิด เขาต้องการมาที่นี่เพราะเรื่องนั้นไม่ใช่หรือไร อย่างไรเสียเขาก็ต้องเผชิญกับความรู้สึกผิดที่เกาะกินหัวใจต่อไป นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวพี่ชายเช่นเขาจะไถ่โทษได้

                “เรื่องนั้นทุกคนกำลังทำใจรวมทั้งผมด้วย พ่อยังไม่พูดกับผมแม้แต่คำเดียวตั้งแต่ผม..ฟื้นขึ้นมา ยังดีที่มีพี่วัชรที่คุณพ่อยังพอพูดด้วยบ้าง” ไอรวินคิดถึงไอรวัชรลูกพี่ลูกน้องที่อายุต่างมากกว่าเขา 3 ปีอย่างขอบคุณ จนบางครั้งเขาคิดว่าถ้าภาค...พ่อของเขามีไอรวัชรเป็นลูกชายก็คงดีเพราะตอนนี้ไอรวัชรแทบจะทำหน้าที่ลูกชายแบบที่ควรจะเป็นได้อย่างไม่บกพร่องแล้ว ดีกว่าลูกชายคนเดียวของตระกูลอัครไพศาลอย่างเขาเสียอีก

                “แล้วตัววินเองล่ะ จะทำยังไงต่อไปล่ะหลาน” หญิงชรารู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวินต้องโทษว่าเป็นความผิดของตนเอง ทั้งๆ ที่วันนั้นถ้าไม่มีวินอยู่ทุกอย่างก็อาจเกิดขึ้นอยู่ดี

                ไอรวินหันมายิ้มอย่างประจบ ที่ไหนก็ไม่เหมือนที่นี่ วันเวลาเหมือนผ่านไปช้าๆ สายลมเย็น สายน้ำไหลเอือย นี่เองที่เรียกว่าหนีร้อนมาพึ่งเย็น

                “ผมขอค้างกับย่าภาสักคืนได้ไหมครับ ผมต้องการเวลาสำหรับคิด”

                หญิงชรายิ้มอย่างใจดีก่อนตอบว่า

                “ได้ซิหลาน ห้องหับมีออกมากมาย จะมานั่งนอนเล่นกี่วันก็ได้แล้วแต่เรานั่นละ แล้วมาที่นี่บอกแม่เราหรือยัง เดี๋ยวจะเป็นห่วง”

                “ขอบคุณนะครับคุณย่า ผมบอกยัยลดาก่อนมาที่นี่แล้วละครับ” ไอรวินหมายถึงรินลดาน้องสาวคู่แฝดของรินฤดี

                “ถ้างั้นพาย่าขึ้นไปบนเรือนทีเถอะ ไปอาบน้ำก่อนแล้วกันนะหลาน มาเหนื่อยๆ ซักพักละกว่าจะตั้งสำรับ หรือถ้าหิวย่าจะให้สมบูรณ์หาอะไรให้รองท้องก่อน”

                “ยังไม่หิวเลยครับย่าภา”

                ชายหนุ่มร่างสูงในชุดกางเกงยีนส์และเสื้อเชิรต์สีดำประคองย่าภาขึ้นบันไดเรือนช้าๆ อย่างระมัดระวังและอ่อนโยน อย่างที่หากใครอีกหลายคนที่รู้จกไอรวินต้องไม่อยากเชื่อว่าเขาจะทำได้ ชายหนุ่มเพลย์บอย เจ้าสำอางในสังคมชั้นสูง เงินและชาติตระกูลอันสูงลิบลิ่วทำให้ ไอรวิน อัครไพศาล เป็นที่จับตามองจากคนในวงสังคมจอมปลอมนั้น แต่สำหรับไอรวินแล้วเขาเพียงต้องการที่ที่มีสายลมและสายน้ำไหลเย็นฉ่ำชื่นหัวใจเท่านั้น

 

                ไอรวินอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เสื้อยังคงเป็นสีดำดังเดิมราวกับไว้ทุกข์  ใช่สิเขากำลังไว้ทุกข์  ชายหนุ่มถอนใจราวกับว่าหากทำแบบนั้นเขาจะรู้สึกผิดน้อยกว่านี้ ร่างสูงเดินออกจากห้องไปยังชานเรือนกว้าง ย่าภานั่งที่กลางเรือนอันมีพื้นชานระเบียงที่มีหลังคา ตั่งโต๊ะตัวเตี้ยวางหมากพลู หมอนอิงใบใหญ่ ย่าภากวักมือเรียกหลานชายเข้าไปหา ชายหนุ่มเดินโหย่งเท้าเบาๆ เพราะพื้นเรือนอันเป็นไม้จะเกิดเสียงหากเดินแรง ก่อนที่วินนั่งลงข้างย่าภา

                ย่าภาพูดเสียงเบาแต่อบอุ่นสำหรับวินอย่างบอกไม่ถูก

                “ไปที่หลังเรือน สงสัยจะในสวนส้มกระมัง ไปตามหนูรินให้ย่าที ป่านนี้ยังไม่ขึ้นเรือนใกล้จะค่ำแล้ว”

                ไอรวินยิ้มให้ย่าภาเพราะกำลังคิดในใจว่าเด็กนั่นจะยอมให้เขาพาขึ้นเรือนรึเปล่าก็ไม่รู้ ลูกตาวับๆ ยามมองเขาอย่างคาดโทษยังติดตาเขาอยู่เลย

                “ได้สิครับย่าภา เด็กนั่นมาจากไหนหรือครับ ผมไม่เคยเห็นมาก่อน” ชายหนุ่มไม่เคยเห็นเด็กหนูรินมาก่อน เขาแน่ใจ แต่เขาก็ไม่ได้มาที่เรือนย่าพาหลายปีเหมือนกันนี่นะ

                “หนูรินเป็นหลานของสมบูรณ์ คนสนิทของย่าเอง เด็กนั่นน่าสงสาร พ่อแม่ตายหมด วินก็อย่างถือน้องเลยนะ”

                ย่าภาวนาจำได้ดีถึงวันนั้นที่สมบูรณ์มาขอพึ่งใบบุญของนาง นางยังจำสายของหญิงธารรินยามมองมาที่นางได้ไม่ลืม แววตาของคนที่ได้รับบาดเจ็บและอ้างว้างอย่างสุดแสน เพียงนางบอกว่าขอกอดหน่อยได้ไหม เด็กหญิงธารรินในตอนนั้นเดินมาหานางพร้อมกับรอดรัดนางอย่างโหยหาอะไรที่เรียกว่าความรักจนนางสะท้อนใจ และมาเข้าใจในภายหลังถึงแววตานั้น เด็กขนาดนั้นรับรู้ความสูญเสียถึง 2 ครั้งในชีวิต แต่ยังผ่านมาได้ก็นับว่าธารรินมีเนื้อใจที่เข้มแข็งพอตัว

                “ครับ หนูรินของย่าภาทำให้ผมคิดถึงรินฤดี” ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงเบา ย่าภาลูบศีรษะของหลานชายอย่างปลอบโยนและพูดว่า

                “อย่าโทษตัวเองอีกเลยวิน น้องไปดีแล้ว ไม่ใช่ความผิดของวิน เข้าใจไหมหลาน”

                ไอรวินพยักหน้าอย่างพยายามบอกตัวเองอย่างที่ย่าภาบอก รินฤดีไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ดีแล้ว

                “ขอบคุณนะครับย่าภา ย่าภาเข้าใจผมเสมอ”

                ย่าภายิ้มก่อนที่จะโบกมือไล่หลานชายไม่จริงจังนัก

                “ไปไป๊ เดี๋ยวจะมืดเสียก่อน ย่าจะให้สมบูรณ์ตั้งสำรับรอ”

                “ครับย่าภา” ชายหนุ่มรับคำก่อนที่จะลุกขึ้นเต็มความสูงและเดินลงจากเรือน โดยมีสายตาของย่าภามองตาม ความองอาจ ผึ่งผาย และความอ่อนโยนที่หลานชายของนางมีทำให้นางภูมิใจในหลานคนนี้ที่สุด มากกว่าไอรวัชรเสียอีก

 

                หลุมกว้างถูกขุดด้วยแรงเท่าที่ธารรินจะสามารถทำได้ ร่างของเจ้าบิกถูกวางลงในหลุมนั้น เด็กสาวมองมันเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความอาลัย ก่อนที่จะตัดใจค่อยๆ โปรยดินกลบฝังเจ้าบิก ผมยาวที่ถูกรวบเป็นเปียทั้งสองข้างมีปอยผมหลุดลุ่ยจากการออกแรงขุดหลุมกว้างเมื่อครู่ หน้าตาเต็มไปด้วยเหงื่อ มอมแม ดินเปื้อนมือเรียวทั้งสองข้าง แต่เจ้าตัวดูจะไม่สนใจเท่าใดนัก

ธารรินนั่งลงที่หลุมซึ่งตอนนี้ถูกกลบด้วยดินจนพูนขึ้นกว่าเดิม ที่บนหลุมนั้นมีดอกส้มที่ร้อยเป็นมงกุฏวางอยู่ราวกับการเอ่ยคำลาโดยไม่ต้องเอ่ยพูดคำใด น้ำตาไม่เคยหยดต้องแก้มธารรินมานานแล้ว นานจนเธอไม่อยากนึก มากที่สุดก็แค่คลอที่ดวงตาเท่านั้น ความสูญเสีย เธอเกลียดคำนี้ที่สุด ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า เด็กสาวคิดว่าเธอควรจะกลับเรือนได้แล้ว ย่าภากับป้าสมบูรณ์อาจจะกำลังเป็นห่วงแล้วกระมัง

เสียงฝีเท้าใครบางคนเดินมาทางนี้เมื่อธารรินผินหน้าไปมอง ร่างสูงของไอรวินห่างเด็กสาวไม่กี่ก้าว แทนคำพูด ดวงตากล่าวโทษของธารรินมองมาที่ร่างสูงอย่างไม่ปิดบังความโกรธ

ไอรวินรู้สึกฉิวกับแววตาแบบนั้น ไม่มีใครมองเขาด้วยแววตาแบบนี้มาก่อน เพิ่งจะมีเด็กหนูรินคนนี้เป็นคนแรก ชายหนุ่มถามร่างบางที่กำมือแน่นเสียงไม่อ่อนไม่แข็งนักว่า

“ไหนล่ะ หลุมฝังศพเจ้าบิกของหนูริน”

ธารรินมองไอรวินอย่างไม่เข้าใจว่าเขาถามถึงเจ้าบิกทำไมกัน เด็กสาวชี้ไปที่หลุมศพที่เธอทำด้วยตนเองแทนคำตอบ

ไอรวินเดินไปยังหลุมศพนั้นทันทีเป็นผลให้ธารรินวิ่งตามก่อนที่จะดักหน้าชายหนุ่มไว้ แกงแขนออกอย่างขัดขวางและพูดว่า

“อย่ามายุ่งกับหลุมศพของเจ้าบิกนะ หนู....เอ้ยฉันยังไม่ได้ยกโทษให้คุณเพราะฉนั้นห้ามเข้าใกล้เจ้าบิกเด็ดขาด”

ไอรวินจะฉุนก็ไม่เชิง จะขำก็ไม่ใช่กับการกระทำนั้น เด็กนั่นคิดว่าเขาใจร้ายขนาดนั้นเชียวหรือ ชายหนุ่มคิดว่าคงต้องเคลียร์กับเด็กหนูรินเสียก่อนกระมัง

“ฉันแค่จะไปขอโทษมันเท่านั้นเอง ได้ไหมหนูริน”

ธารรินรู้สึกไม่ชอบที่คนแปลกหน้ามาเรียกเธอแบบที่ย่าภา ป้าสมบูรณ์เรียก

“ห้ามเรียกว่าหนูริน ฉันไม่อนุญาต”

ไอรวินหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขากำลังขำตัวเอง นี่เขากำลังทะเลาะกับเด็กอยู่หรือเปล่า อายุเขากับเด็กหนูรินต่างกันกี่ปีกันนะ

“แล้วจะให้ฉันเรียกหนูรินว่าอะไรล่ะ”

“ไม่รู้ รู้แต่ไม่ให้เรียก” ธารรินบอกทั้งที่ยังกางแขน ยืนจังก้า

“ก็ได้ แล้วฉันเข้าไปขอโทษเจ้าบิกของเธอได้แล้วหรือยัง” ไอรวินถามยิ้มๆ แทนคำตอบธารรินลดมือลงและหลีกทางให้ชายหนุ่มเดินไปยังหลุมศพของเจ้าบิกได้

ในมือของร่างสูงมีดอกส้มสีขาวที่เขาเพิ่งเก็บเมื่อเห็นว่าเด็กหนูรินกำลังทำอะไรอยู่ มือเรียวใหญ่วางดอกส้มลงที่หลุมนั้นและพูดว่า

“ขอโทษนะเจ้าบิก ฉันไม่ได้ตั้งใจ แล้วฉันจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้นะ”

ธารรินมองการกระทำนั้นอย่างอึ้งๆ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตอนนี้ช่างต่างกับชายหนุ่มเจ้ารถสปอร์ตสีแดงราวกับคนละคน

“ยกโทษให้ฉันได้ไหม” ไอรวินหันมาถามธารรินไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย เด็กสาวคิดครู่หนึ่ง ไหนๆ เขาก็มาขอโทษเธอและเจ้าบิกแล้ว แต่แบบนี้มันก็ง่ายเกินไป ชีวิตที่สูญเสียไปอาจแทนได้ด้วยการขอโทษที่เธอไม่รู้ว่ามันมาจากใจจริงของชายหนุ่มหรือไม่

“ยัง”

ไอรวินยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มนิดๆ ที่คางพร้อมกับคิดว่าเด็กหนอเด็ก อย่างน้อยทะเลาะกับเด็กก็ทำให้เขาโปร่งหัวใจขึ้นมาดีเหมือนกัน

“ยังก็ยัง งั้นกลับกันเถอะ ย่าภาให้ฉันมาตามเธอน่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยชวนทั้งที่เด็กหนูรินยังทำตาขวางใส่เขาอยู่

ธารรินเดินนำไอรวินไปตามทางเดินในสวนส้มอย่างรู้ทางดีแม้ว่าจะโพล้เพล้เต็มที  ทางเดินในสวนส้มไม่รกและเดินสบาย อากาศเย็นๆ ช่วยให้ชายหนุ่มรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้มาก เขาคิดถูกแล้วจริงๆ ที่มาใช้เวลาคิดหลายๆ เรื่องที่บ้านสวนแห่งนี้

 

ดึกแล้ว บรรยากาศยามดึกเงียบสงบ เสียงหริ่งเรไรดังเคล้าไปกับความมืด หน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกเพื่อรับความเย็นของอากาศบ้านสวนกลางธรรมชาติ ไอรวินมองไปยังความมืดภายนอกสุดลูกหูลูกตานั้น ความคิดชายหนุ่มวนเวียน เขากำลังคิดถึงเรื่องนั้นอีกครั้ง

 บ่ายอันสดใส วันสอบวันสุดท้ายของทั้งไอรวิน รินฤดีและรินลดา ฝาแฝดซึ่งเป็นน้องสาวของเขา  ทั้งสามนัดกันไปฉลองสอบเสร็จและฉลองที่เขาจะได้เป็นบัญฑิตใหม่ที่พัทยาเพราะอัครไพศาลมีโรงแรมในเครืออยู่ที่นั่น

คืนนั้นทั้งเขา ฤดีและลดาต่างฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง สระว่ายน้ำของโรงแรมกลายเป็นที่จัดเลี้ยงย่อมๆ ของพวกเขา  เสียงดนตรีที่เร้าใจ อาหารเลิศหรู เครื่องดื่มรสเลิศรวมกันอยู่ที่นั่น ไม่มีใครเลยแม้แต่เขาจะคาดคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะเรียกว่าความคะนองและประมาทคงได้กระมัง ทั้งที่งานเลี้ยงที่เกิดจากความอยากสนุกสุดเหวี่ยงของเขาเลิกราไปตอนใกล้เช้า ยังไม่ได้นอนได้เต็มตากันเลยด้วยซ้ำ

ไอรวินขับรถออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ แน่นอนฤดีและลดามาด้วยกันกับเขา ชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงความรู้สึกในตอนนั้นว่า เขาทำแบบนั้นทำไม แล้วเขาก็ได้คำตอบให้กับตัวเอง เพราะเขาต้องการอิสระ เขารู้สึกคะนองที่เขากำลังได้เป็นนายไอรวิน ลูกชายคนเดียวของนายภาค อัครไพศาลอย่างไรล่ะ รถคนหรูแล่นไปสู่ถนนเข้าสู่เมือง ฤดีที่เพิ่งขับรถได้ไม่นานอยากขับรถขึ้นมาในตอนนั้น

‘พี่วินขอฤดีขับรถได้ไหมคะ ทางโล่งๆ แบบนี้ ฤดีขับได้’

วินในตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเพราะถนนก็โล่งจริงๆ เสียด้วย แล้วอีกอย่างฤดีมีใบขับขี่แล้ว ไม่น่าจะเป็นอะไร ส่วนลดานั้นหลับอยู่ที่เบาะหลังไปนานแล้ว

ถนนสายบางนา-ตราดมีรถแล่นเพียงไม่กี่คันด้วยเพราะยังเป็นเวลาที่เช้าอยู่ รถของเขาแล่นด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยมีรินฤดีเป็นผู้ขับ เขาและน้องสาวยังพูด ยังหัวเราะอย่างมีความสุข โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาจะต้องสูญเสียรินฤดีไปตลอดชีวิต

 รถพ่วงเลี้ยวออกมาจากไหนเขาไม่รู้ ไม่ทันรู้ ไม่ทันไปเสียทุกอย่าง รินฤดีก็เช่นกัน น้องสาวของเขาหักพวกมาลัยหลบรถพ่วงที่แล่นด้วยความเร็วสูง เบรกถูกเหยียบกระแทกเต็มแรงเป็นผลให้รถหมุนคว้างกลางถนน 2 เลนอย่างไร้การควบคุม เสียงหวีดร้องของรินฤดีและรินลดาประสานกันก้องไปในสมองของเขา ชายหนุ่มจำได้ว่าเขายื่นมือไปจับพวงมาลัยเพื่อควบคุมรถ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นมา รถยังคงหมุน รถที่ขับตามมาต่างเบรกและถอยรถไปไกลเพราะไม่แน่ใจว่ารถของเขาจะระเบิดในที่สุดหรือไม่  รถไม่ได้ระเบิดแต่มันหมุนคว้างจนไปกระแทกกับเสาทางด่วนเต็มแรง เสียงโครมดังสนั่นไปทั่วถนนตรงนั้น ชายหนุ่มรู้เพียงว่าภาพที่เขาเห็นเป็นภาพสุดท้ายคือแผ่นปูนของเสาทางด่วนขนาดใหญ่ แล้วสมองเขาก็ดับมืดลง

14 วันในห้องไอซียูที่เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของเขาบ้าง ตอนนั้นเขากระดูกซี่โคงเดาะ ฟกช้ำ ยังดีที่สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือน เขาสลบไปยาวนาน นานมาก จนเมื่อฟื้นขึ้นมาเขาก็พบความจริงที่เจ็บปวดอีกครั้ง รินฤดีได้ตายไปแล้ว ตายไปเพราะเขา....เขาคนเดียว

มือเรียวหนากระแทกลงไปยังขอบหน้าต่างด้วยความเจ็บปวดภายใน หากวันนั้นเขาจะใจแข็งสักนิด หากเขาย้อนเวลากลับไปได้ หากในอีกหลายเรื่องที่เขาย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้ หลังจากนั้นทั้งบ้านตกอยู่ในความเศร้า พ่อยังคงทำงานได้ดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็ไม่พูดอะไรกับใครนัก โดยเฉพาะลูกชายคนเดียวเช่นเขา พี่ไพลินและยัยลดายังพอดูแลแม่พาวินีของเขาให้สดชื่น มีชีวิตขึ้นมาได้ เขาต้องหาวิธีที่จะผ่านเรื่องนี้ไปได้ แต่จะทำเช่นใดยามที่ทุกคนต่างเจ็บปวดเมื่อเห็นเขาหรือรินลดาที่เหมือนรินฤดีไม่ผิดเพี้ยน

“เฮ้อ พี่จะทำยังไงดีนะฤดี”

“ตุ๊บ” เสียงบางอย่างตกที่พื้นที่เรือนนอกห้องของเขา ความคิดของไอรวินหยุดลง ชายหนุ่มเดินไปยังประตูห้องเพราะคิดว่าถึงแม้ที่นี่จะไม่เคยมีโจร แต่ออกไปดูเสียหน่อยคงไม่เสียหายอะไร

 

แสงไฟสีนวลเปิดจากพื้นชานระเบียงที่มีหลังคาซึ่งตอนนี้มีร่างบางนั่งอยู่ ดินสอในมือเรียวกำลังขีดเขียนอะไรบางอย่าง ผมที่เคยมัดเป็นเปียปล่อยลงที่ไหล่บอบบาง ปลายผมยาวถึงกลางหลัง ธารรินเงยหน้าขึ้นเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าแม้จะพยายามเดินอย่างเบาของใครบางคน

“คุณน่ะเอง”

เด็กสาวทักขึ้น ก่อนที่จะก้มลงไปจดจ่อกับบางอย่างในสมุดต่อ ไอรวินยืนที่นอกชานและมองว่าเด็กหนูรินทำอะไรอยู่

“ทำอะไรอยู่หรือ”

ธารรินหันมามองไอรวินนิดหนึ่งก่อนที่ตอบว่า

“ทำการบ้านนค่ะ”

ชายหนุ่มงงเล็กน้อย เด็กสาวที่โกรธขึ้งเขาเมื่อเย็นหายไปแล้ว ตอนนี้ธารรินกำลังคร่ำเคร่งกับบางอย่างในมือ คิ้วขมวดแล้วคลาย ก่อนที่จะขมวดใหม่อีกครั้ง

“ขอนั่งด้วยคนได้ไหม” ไอรวินพูดไปอย่างนั้นเพราะเมื่อพูดจบเขาก็นั่งลงปั๊บที่อีกฝั่ง แผ่นหลังกว้างพิงหมอนอิงและเหยียดขาออกไปอย่างสบาย รู้สึกปลอดโปร่งจนถามเด็กสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามไปว่า

“หายโกรธฉันแล้วหรือ”

“ยังค่ะ”

“อ้าว แล้วทำไมเธอถึงยอมคุยดีๆ กับฉันล่ะ” ชายหนุ่มอยากรู้เหมือนกันว่าเด็กนั่นคิดอะไรอยู่ เขารู้สึกว่าเดาความของธารรินได้ยากหรือพูดง่ายๆ เขาเดาไม่ถูกว่าเด็กสาวกำลังคิดอะไรอยู่

ธารรินเงยหน้าขึ้น กลอกตาไปมาอย่างหาคำพูดตัวเองเพื่อที่จะตอบชายหนุ่มว่า

“ฉันยังไม่หายโกรธคุณ แต่ฉันก็ไม่แค้นคุณ ความรู้สึกมันห้ามไม่ได้ ย่าภาเคยบอกฉันว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าเพราะมันสามารถเยียวยาได้ทุกสิ่ง แม้แต่ความรู้สึกรัก โกรธ เสียใจและเกลียด ฉันก็แค่กำลังใช้เวลาเท่านั้นเองค่ะ”

ไอรวินฟังและคิดตาม จริงของเด็กหนูริน ทำไมเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะ  เด็กนั่นจะรู้ไหมว่าคำตอบของตัวเองจะทำให้เขาเข้าใจบางเรื่องได้ดีขึ้นและเริ่มมีทางออกของตัวเองบ้างแล้ว

                เสียงสมุดหลายเล่มปิดพับและจับรวมเป็นกองก่อนที่หมดจะถูกกอดไว้แนบอกธารริน เด็กสาวลุกขึ้นและบอกไอรวินอย่างมีมารยาทว่า

                “ขอตัวก่อนนะคะ คุณวิน”

                ชายหนุ่มลุกขึ้นบ้างเช่นกัน ด้วยหัวใจที่ปลอดโปร่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องขอบคุณเสียงนั้นแล้วซิที่ทำให้เขาได้ออกมาคุยกับเด็กหนูริน

                “อืม ฉันก็จะไปนอนบ้างแล้วเหมือนกัน ขอบคุณนะ”

                เด็กสาวเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ชายหนุ่มมาขอบคุณเธอเรื่องอะไรกัน แทนคำตอบไอรวินยิ้มให้ธารรินก่อนที่จะพูดว่า

                “ฉันขอบคุณก็แล้วกัน ไปนอนได้แล้ว ฉันไปละ”

                ไอรวินเปิดประตูห้องนอนอันเป็นบานไม้โบราณ ยืนรอนิดหนึ่งให้เด็กสาวเปิดประตูห้องของตนเองและเข้าห้องไปในห้องนั่นละ ชายหนุ่มจึงเข้าห้องของตนเองบ้าง หนทางข้างหน้าเขาจะผ่านมันไปให้ได้ เขาจะต้องเป็นคนใหม่ในแบบของเขาและเขาจะไม่ลืมเด็กหนูรินที่ช่วยเขาโดยไม่รู้ตัวในวันนี้

 

                เช้าตรู่มาเยือนบ้านสวนอีกครั้ง เรือนครัวถูกใช้งานตั้งแต่เช้ามืด ร่างอวบอ้วนของสมบูรณ์กำลังง่วนกับการจัดเตรียมสำรับสำหรับใส่บาตร มีเด็กจันค่อยช่วยอีกแรง วันนี้เป็นวันพระปกติแล้วทั้งคุณภาวนาและหนูรินจะลงมาใส่บาตร

                เสียงฝีเท้าเดินมาทางเรือนครัวก่อนที่ร่างบางจะเคาะประตูของเรือนครัวที่เปิดอยู่เบาๆ และเข้ามาภายใน

                “มีอะไรให้หนูรินช่วยไหมคะป้าสมบูรณ์” เด็กสาวถาม ผมถูกมัดไว้ด้านหลัง ผมยาวจนสมบูรณ์ชอบนักหนา หลายครั้งที่ธารรินจะไปตัดออกแต่ก็ถูกนางห้ามไว้ทุกที

                “หนูรินเองเหรอคะ ป้าใกล้เสร็จแล้วค่ะ นั่งเล่นไปก่อนนะคะ”

                ธารรินทำเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอ ดวงตาสอดส่ายหางานที่เธอรู้ว่ามี

                “ไม่เอาค่ะ มีอะไรยังไม่ได้เตรียมบ้าง เอ...ดอกไม้ยังไม่ได้จัดเข้าช่อเลย หนูรินจัดให้นะคะ หนูรินอยากช่วย”

                สมบูรณ์ยิ้มอย่างอ่อนใจ หลายปีที่อยู่ด้วยกันแม้จะไม่ใช่ป้าของธารรินอย่างที่บอกใครๆ แต่ความผูกพันธ์นั้นเพิ่มขึ้นทุกวันๆ ไม่ใช่สายเลือดแต่รักกันยิ่งกว่าสายเลือด หากไม่นับรวมนางแล้ว ธารรินก็เหมือนเหลือตัวตนเดียวในโลก ญาติพี่น้องต่างหนีหายยามเดือดร้อน

                “ตามใจค่ะหนูริน จันแนะยกแกงหม้อเล็กลงจากเตาแล้วตักใส่ถุงร้อนได้แล้ว จัดซัก 6 ชุดนะวันนี้”

                “ทำไม 6 ชุดล่ะคะ” เด็กสาวถามอย่างสงสัย ปกติที่หน้าเรือนจะมีพระมาบิณฑบาตร 2 รูป หรือว่าวันนี้จะมีพระมาเพิ่มอีกรูปกระมัง

                “คุณวินจะใส่บาตรด้วยค่ะ บอกว่าจะทำบุญให้เจ้าบิกของหนูริน”

                ธารรินถึงกับอึ้งเพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มเจ้าสำอางอย่างไอรวินที่เธอรู้จักกิติศัพท์มานานจะทำตามคำพูดที่พูดไว้เมื่อวานจริงๆ  นับว่าเขาก็พอมีส่วนดีอยู่บ้าง

 

                การใส่บาตรในวันนี้ได้สมาชิกใหม่มาเพิ่มอีกคน ไอรวินในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดสีดำลงมาใส่บาตรตั้งแต่เช้า ย่าภามองหลานชายอย่างสนใจเพราะไอรวินมีท่าทางที่ผ่อนคลายขึ้นมากหลังจากผ่านไป 1 คืน เห็นอย่างนี้นางก็เบาใจขึ้นมาก เมื่อใส่บาตรเสร็จเรียบร้อยทุกคนต่างเดินกลับขึ้นไปบนเรือน โดยมีไอรวินประคองย่าภา ส่วนธารรินลงไปช่วยป้าสมบูรณ์ยกสำรับอาหารเช้าขึ้นมา

                หลังอาหารเช้าผ่านไป สมบูรณ์และธารรินต่างแยกย้ายกันลงจากเรือน เหลือเพียงไอรวินและย่าภาที่ยังคงอยู่บนเรือน เป็นโอกาสให้ไอรวินบอกเรื่องที่เขาตัดสินใจได้ตั้งแต่เมื่อคืนกับย่าภาวนา

                “ย่าภาครับ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไปเรียนต่อที่อเมริกา”

                หญิงชราค่อนข้างโล่งใจแม้ว่าสิ่งที่วินตัดสินใจอาจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่เขาก็ต้องกันตัวเองออกจากทุกคนไป

                “ทำไมถึงตัดสินใจแบบนี้ล่ะวิน ที่ย่าถามเพราะอยากรู้เหตุผลเท่านั้น ไม่มีอะไร”

                ไอรวินพูดไปตามความคิดที่เขาคิดได้หลังจากที่เด็กนั่นพูดกับเขาเมื่อคืน

                “ในเมื่อตอนนี้ทุกคนต่างเจ็บปวด พ่อเห็นหน้าผมก็โกรธซึ่งผมไม่โกรธท่าน ผมคิดว่าผมเข้าใจท่านนะ แม่ก็กำลังทำใจ ทางที่ดีให้เวลาช่วยรักษาความเศร้าของทุกคนคงดีที่สุด รวมทั้งตัวผมเองด้วย”

                ย่าภาลูบหลังลูบไหล่ของหลานชายอย่างอ่อนโยนเพราะถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านไปเป็นเดือนแล้ว ไอรวินก็ยังโทษตัวเองเสมอมา เกลียดใครไม่หนักหนาเท่าเกลียดตัวเอง

                “ถ้าวินคิดว่าตัดสินใจดีแล้ว ย่าก็เห็นด้วย แล้วจะไปเมื่อไหร่ล่ะหลาน”

                “คงต้องเตรียมเอกสาร แต่ไม่กี่วันก็เรียบร้อย ผงคงไปเรียนต่อโทที่โน่น แม่เห็นด้วยกับผมครับ ผมเพิ่งคุยกับท่านเมื่อคืน” ชายหนุ่มบอกอนาคตที่เขาคิดไว้ให้หญิงชราได้รับรู้

                “แล้วรีบกลับมาล่ะวิน ย่าคงคิดถึง”

                “ครับย่าภา” ชายหนุ่มกอดย่าภาอย่างเต็มอ้อมแขน จนหญิงชราหัวใจอย่างปลอดโปร่ง ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องบางอย่างที่จะขอกับไอรวิน เพื่ออะไรหลายๆ อย่าง

                “วิน ย่ามีเรื่องจะขอ ทำเพื่อย่าสักเรื่องได้ไหม” ย่าภาถามสีหน้าค่อนข้างกังวลจนไอรวินนึกสงสัย

                “เรื่องอะไรหรือครับ ผมเต็มใจทำทุกอย่างเพื่อย่าภานะครับ” ไอรวินหมายความตามนั้นจริงๆ

                “เรื่องหนูริน” ย่าภาพูดค้างไว้เท่านั้น

                “ถ้าเรื่องเด็กหนูริน ผมไม่ถือสาอะไรเด็กนั่นหรอกครับ ย่าภาอย่าห่วงเลย” ชายหนุ่มคิดถึงท่าทีที่เด็กนั่นแสดงต่อเขา แปลกไม่น้อยที่เขาไม่นึกโกรธเลยสักครั้ง

                “ดีแล้วละเจ้าวิน แต่ย่าก็ยังมีเรื่องต้องขอ” มืออวบอูมแต่อบอุ่นลูบที่ไหล่ของหลานชายอย่างคุ้นเคย

                “อะไรหรือครับ”

                “เรื่องที่ย่าจะขอก็คือ......”

                ย่าหลานคุยกันอีกพักใหญ่ที่เดียวกว่าจะที่จะแยกย้ายกันอีกคู่ โดยไอรวินประคองย่าภาไปเอนหลังยังห้องนอนซึ่งอยู่อีกด้านตรงข้ามกับห้องนอนของเขา ชายหนุ่มเดินข้ามระเบียงเรือนเพื่อลงไปยังสวนด้านล่างไหนๆ เขาก็จะกลับในบ่ายนี้แล้ว ขอทำตามใจตัวเองหน่อยคงจะดี

 

                เสียงตูมของน้ำหลังจากร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าสำอางกระโดดลงไปทั้งตัว ทำให้ร่างบางของเด็กสาวที่นั่งอ่านหนังสือที่ศาลากลางน้ำต้องหันไปมองที่มาของเสียงนั้น ชายหนุ่มว่ายน้ำโผตัวไปมาอย่างร่าเริงกลางคลองที่น้ำไหลเอื่อยๆ ผ่านสวนด้านหลังไปยังสวนของบ้านถัดไป ไอรวินโบกมือให้ธารรินกับป้าสมบูรณ์ที่นั่งอยู่ด้วยก่อนที่จะว่ายน้ำมาที่ศาลากลางน้ำ

                ไอรวินเหนี่ยวตัวเพื่อดึงร่างตัวเองขึ้นมานั่งบนศาลากลางน้ำ ท่อนบนเปลือยเปล่า อกหนามีมัดกล้ามด้วยเพราะออกกำลังกายเป็นประจำ ธารรินมองชายหนุ่มผ่านๆ ก่อนที่จะก้มลงหยิบมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวานเข้าปากแล้วอ่านหนังสือต่อ สมบูรณ์มองหลานคุณภาอย่าขันๆ ที่เห็นผู้ชายตัวโตๆ เล่นน้ำอย่างกับเด็กๆ

                “ทานมะม่วงน้ำปลาหวานมั้ยคะคุณวิน” พร้อมกับขยับจานไปหาชายหนุ่มอีกนิด

                มือเรียวใหญ่หยิบมะม่วงที่ฝานบางๆ จิ้มลงที่น้ำปลาหวานอีกคนก่อนที่จะเคี้ยวอย่างชอบใจและจิ้มซ้ำอีกครั้งอย่างเอร็ดอร่อย เป็นอีกวันที่เขารู้สึกมีความสุขในการกิน หลังจากที่เขากินเพื่อมีชิวิตมาเป็นเดือน

                “อร่อยจังครับ ป้าสมบูรณ์” คงอร่อยจริงๆ นั่นละเพราะชายหนุ่มยังคงกินไม่หยุด

ธารรินมองไอรวิน อย่างขำๆ ไปอีกคน ผู้ชายคนนี้แปลก บางครั้งวางตัวเองอยู่สูงจากใครๆ บางครั้งก็ติดดินจนใครๆ คาดไม่ถึงอีกเช่นกัน

                “ต้องกินตุนไว้ครับ เดี๋ยวก็จะไม่ได้กินอะไรแบบนี้แล้ว”

                “ทำไมล่ะคะ” สมบูรณ์เป็นคนถามขึ้น

                “ผมจะไปเรียนต่อครับที่ต่างประเทศครับ อีกหลายปีกว่าจะกลับ” ไอรวินหยุดกินเพื่อตอบสมบูรณ์ ธารรินฟังอย่างเงียบๆ

                “โถพ่อคุณ ลำบากแย่ไปอยู่เมืองนอกเมืองนา”

                “นั่นสิครับ ถึงได้ต้องกินตุนเอาไว้ก่อนไง” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ทันได้เห็นจากหางตาว่าเด็กหนูรินแอบขำเขาอีกแล้ว

                “มาค่ะ เดี๋ยวป้าปอกมะม่วงให้อีก อยากทานอะไรอีกคะ ในสวนคุณภามีผลไม้หลายอย่างเดี๋ยวอิชั้นทำให้” สมบูรณ์กุลีกุจอเพราะอยากให้ชายหนุ่มได้กิน

                “เท่านี้ก็พอแล้วครับ เพิ่งกินข้าวไป กินมะม่วงไปเป็นหลายลูกแล้ว เกือบจะอิ่มแล้วครับป้า”

                ไอรวินกินมะม่วงอีกหลายชิ้นถึงได้ร้องว่าอิ่ม แล้วเจ้าตัวก็กระโดดลงคลองแล้วแหวกว่ายในน้ำอีกรอบ ธารรินมองชายหนุ่มเงียบๆ และคิดว่าดวงตาของไอรวินไม่ต่างจากเธอเลย เขาเคยสูยเสียคนที่รักเหมือนกับเธออยู่หรือไร ใกล้เที่ยงเต็มที่ชายหนุ่มเลิกเล่นน้ำและไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ

 

                รถสีแดงที่เปิดประทุนต่างจากตอนมาค่อยๆ แล่นออกจากบ้านสวนอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ ที่เบาะข้างๆ มีผลไม้หลายชนิดที่ป้าสมบูรณ์จัดหามาให้เขา ย่าภาอวยพรให้เขาโชคดีตอนที่เขาเข้าไปลา ส่วนเด็กหนูรินไหว้ลาเขาก่อนที่จะบอกเขาเบาๆ พอได้ยินกันสองคนว่า

                ‘ฉันว่าคุณก็มีข้อดีเหมือนกัน แต่ฉันก็ยังไม่หายโกรธคุณหรอกนะ’

ไอรวินยิ้มให้ธารรินอย่างแปลกใจตัวเองอีกครั้ง ชายหนุ่มขึ้นรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ โบกมือลาย่าภา ป้าสมบูรณ์และหนูรินที่เขาแอบเรียกแบบนี้ในใจอีกครั้งก่อนจากลา

               

                ประตูรั้วอันเป็นเหล็กสูงถูกเปิดออกเพื่อให้รถสปอร์ตสีแดงแล่นเข้าไปยังบ้านอัครไพศาล แม้บ้านออกมายืนรับอย่างรู้หน้าที่ ไอรวินจอดรถที่หน้ามุขแล้วลงมาจากรถ

                “มีผลไม้จากบ้านสวนย่าภา เอาไปจัดการแล้วเอาไปให้คุณแม่ที”

                ชายหนุ่มบอกแล้วก็เดินลับหายเข้าไปในบ้าน สองเท้าก้าวขึ้นบันไดเรื่อยๆ เขารู้ว่าเขาจะพบคุณพาวิณีได้ที่ใด ห้องสมุดของบ้านเป็นห้องที่แม่ของเขาชอบอยู่ที่สุด เมื่อไปถึงที่นั่นเขาก็คาดไม่ผิดจริงๆ แม่ของเขานั่งที่ระเบียงของห้อง ลมพัดเอื่อยๆ ทำให้ห้องนี้เย็นสบาย

                ชายหนุ่มก้มลงไปหอมแก้มมารดาก่อนที่จะกอดไว้ทั้งตัว

                “กลับมาแล้วหรือวิน” พาวิณีลืมตาทันทีเพราะนางไม่ได้หลับเพียงหลับตาเพื่อพักสายตาเท่านั้น

                “ครับ แม่มาห้องนี้นานหรือยังครับ”

                “สักพักแล้วละวิน แม่บอกคุณพ่อแล้วนะลูก เอกสารไม่กี่วันก็เรียบร้อย” พาวิณีไม่เคยมีความลับกับไอรวินเสมอ

                “ขอบคุณนะครับแม่ พ่อคงดีใจที่ผมตัดสินใจแบบนี้” ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม

                “ไม่หรอก พ่อเค้าไม่ได้โกรธวินแล้วหละลูก อย่าห่วงเลย” พาวิณีรู้ว่าคุณภาคและวินมีนิสัยเหมือนกันมาก จนบางครั้งนางยังรู้สึกว่าหากอยากรู้ว่าวินคิดอะไร เพียงคุยกับภาคสามีของนางก็พอแล้ว

                “หรือครับ” ไอรวินพูดได้เพียงเท่านั้น

                “แล้วตอนนี้พ่ออยู่ที่ไหนล่ะครับ วันนี้วันอาทิตย์ไม่ใช่หรือครับ” ไอรวินถามเพราะว่าเขาไม่เห็นรถที่พ่อมักใช้เป็นประจำในโรงรถ

                “ไปออกรอบกับวัชรน่ะลูก”

                “พ่อไปกับพี่วัชรผมก็เบาใจ” ชายหนุ่มคิดว่าเขาติดค้างไอรวัชรมากมาย การที่พ่อจะรักไอรวัชรหรือรับลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้เป็นลูกชายอีกคนไอรวินก็ยินดีเสมอ แต่ภาคยังคงต้องให้ไอรวัชรเป็นเพียงหลานชายคนเดียวของเขาต่อไป

                “เย็นนี้ทานข้าวด้วยกันนะลูก อีกไม่นานลูกก็จะไปอเมริกาแล้ว” พาวิณีบอกลูกชายคนเดียวเสียงอ่อน แววตายังเจือด้วยความเศร้าไม่จางหาย

                “ได้สิครับแม่ ผมจะทานข้าวกับแม่ทุกมื้อจนกว่าจะถึงวันเดินทางดีไหมครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างเอาใจเพราะมั่นใจว่าเขาทำได้อย่างที่พูดจริงๆ

                “ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้แม่คงต้องเข้าครัวเสียที ร้างมานาน”

                “ถ้าอย่างนั้นผมจะเป็นลูกมือปลายแถวให้นะครับ” อะไรที่จะทำให้แม่ยิ้มอีกนิด หัวเราะได้อีกหน่อยเขาพร้อมจะทำเสมอ

                “ได้ซิวิน งั้นไปกันเลย”

                สองแม่ลูกลุกขึ้นและเดินออกจากห้องสมุดเพื่อเดินลงไปยังห้องครัว เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รินฤดีจากไปที่พาวิณียิ้มและหัวเราะได้ครั้ง แม้จะยิ้มไม่เต็มริมฝีปาก หัวเราะยังไม่เต็มเสียง แต่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น รินลดาที่เพิ่งกลับเข้ามายิ้มให้พี่ชายอย่างขอบคุณที่ทำให้แม่ได้ยิ้มและหัวเราะได้อีกครั้ง


                   พระเอก นางเอก ออกมาครบแล้วนะคะ ตอนนี้นางเอกยังใส่คอซองอยู่เลย อยากให้พระเอกนางเอกมีอดีตร่วมกันก่อนที่จะไปสู่อนาคตค่ะ ชอบหรือไม่ชอบยังไง แสดงความคิดเห็นได้นะคะ <<อัมราน>>

                   



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ซ่อนรักในเงาแค้น (หัวใจในสายลม) วางแผงแล้ว สนพ อักษรศาสตร์ ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 4417 , โพส : 1 , Rating : 95% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 1 : ความคิดเห็นที่ 398
เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ
PS.   การแต่งนิยายที่ดีต้องออกมาจากใจ
Name : กระปุกออม < My.iD > [ IP : 125.27.184.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 มกราคม 2552 / 20:49

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android