เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,808 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    225

    Overall
    18,808

ตอนที่ 8 : ช่วย...ไม่ช่วย 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 985
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    17 ก.ค. 61

          หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นอย่างรวดเร็วและข่าวของเจนจิราก็เงียบหายไปด้วย แต่ลาภิณมั่นใจว่าอีกไม่นานเธอจะออกข่าวเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเองอีกครั้ง แม้เขาจะตัดขาดจากเธอแล้ว แต่เจนจิรายังคงเพียรส่งข้อความมาหาทุกวัน ลาภิณอ่านแต่ไม่ตอบเพราะคำพูดของเขาคือคำตอบทั้งหมดแล้ว การทำงานต่างหากที่เห็นผลตามแผนและไม่ผิดเพี้ยนจนเกินแก้ไข

          ลาภิณทำงานตามแผนงานที่เขาวางไว้เองต่อไปจนกระทั่งมาถึงวันนี้ที่เขาคิดว่าควรไปตรวจสวนซึ่งจะใช้จัดงานครบรอบเสียที หลังจากให้ลัลนารับชอบมาสักพัก มาดาออกมาจากห้องประชุมพร้อมเจ้านายพร้อมกับเตรียมโทรศัพท์ไว้รอเพราะต้องไปนอกสถานที่ เธอเป็นเลขาให้ลาภิณมา 3 ปีแล้วจึงรู้ว่าต้องทำอะไรเวลาไหน ยกเว้นบางเรื่องที่ไม่แน่ใจเธอจะถามอย่างเช่นครั้งนี้

“ให้มาดาแจ้งคุณมัทนาก่อนไหมคะว่าคุณลาภิณจะเข้าไปตรวจงาน”

“ไม่ต้อง คุณไปทำงานตามที่ผมสั่งเถอะ ผมเดินไม่นานจะกลับไปเซ็นเอกสารก่อนเดินทาง” ลาภิณบอกแล้วก้าวเข้าเลิฟต์ไปทันที เขาอยากไปเงียบๆ ไม่เอิกเกริกเพื่อดูว่างานคืบหน้าไปถึงไหนแล้วและมัทนาจะทำหน้ายังไงหลังจากคอแข็งใส่เขาตอนพบกันที่โรงพยาบาล

ต้นไม้ลงครบแล้วกำลังอยู่ในส่วนของการตัดแต่ง ส่วนสระน้ำที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ระบบเติมอากาศกำลังติดตั้งอีกไม่กี่วันน้ำจะถูกสูบลงมาใส่จนได้ระดับเดิม โดยรวมงานนับว่าก้าวหน้าไปมาก ลาภิณมองเห็นว่ามัทนากำลังสั่งงานคนงานอยู่ไม่ไกลนัก ช่างแปลกตาเมื่อผู้หญิงที่สูงเพียงไหล่ของเขาสามารถทำงานเป็นหัวหน้าผู้ชายตัวโตๆ ได้อย่างทะมัดทะแมง

ลาภิณตรวจงานด้วยสายตาของเขาเสร็จจึงเดินมายังทางเข้าสวนเพื่อเบี่ยงไปยังลิฟต์หลังของโรงแรม ทว่ายังไม่ทันได้ออกจากสวนก็เห็นหญิงวัยกลางคนซึ่งน่าจะเป็นแขกของโรงแรมเดินอยู่คนเดียวในสภาพไม่ปกติดูโงนเงน ชายหนุ่มจึงเดินแกมวิ่งไปหารีบจับแขนของแขกไว้เพื่อพยุงพลางถามไปด้วยว่า

          “คุณ...คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

          หญิงวัยกลางคนหันมากำลังจะตอบแต่ก็ล้มพับไปทันที ลาภิณรีบโทรหาพยาบาลซึ่งจะประจำอยู่ที่โรงแรม

“ช่วยมาที่บริเวณโรงแรมทางปีกด้านขวานะครับ มีแขกคนหนึ่งดูเหมือนหายใจไม่ออก มาด่วนครับ”

มัทนาวิ่งมาทางไหนลาภิณไม่ทันเห็นรู้ตัวอีกทีหญิงสาวก็นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ร่างของแขกที่หายใจเบารวยรินแล้ว เธอจับใบหน้าของแขกลูบพอให้รู้สึกและถามว่า

          “คุณคะได้ยินฉันไหม ถ้าได้ยินให้พยักหน้าหรือบีบมือฉันก็ได้ค่ะ”

          ลาภิณคลำที่ข้อมือของหญิงคนนี้ “ผมหาชีพจรไม่เจอเลย”

          “คุณวางให้เธอนอนลงค่ะ เดี๋ยวนี้เลย เราไม่มีเวลาแล้ว”

          มัทนาถอดถุงมือผ้าออกเพื่อนำมารองหัวให้หญิงคนนี้แล้วเอาหูแนบฟังเสียงหัวใจก็พบว่ามันหยุดเต้นไปแล้ว ลาภิณยอมทำตามพลางมองทางเดินซึ่งพยาบาลยังไม่วิ่งมาถึงเสียที

          “คุณจะทำอะไร พยาบาลกำลังมาแล้วล่ะ”

          “คุณช่วยจับชีพจรทีค่ะ ฉันจะทำ CPR ระหว่างรอ”

          มัทนาดันให้ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนหงายขึ้น แล้วคลำหาส่วนล่างสุดของกระดูกอกที่ต่อกับกระดูกซี่โครงก่อนจะวางมือซ้อนกันเหยียดนิ้วมือตรง จากนั้นเกี่ยวนิ้วมือทั้ง 2  ข้างเข้าด้วยกัน แล้วเหยียดแขนตรงทิ้งน้ำหนักลงบนแขนแล้วเริ่มกดหน้าอกเพื่อปั๊มหัวใจ 15 ครั้งสลับกับการผายปอด 2 ครั้ง การกระทำทุกอย่างผ่านสายตาของลาภิณไปเร็วมาก มัทนาปั๊มหัวใจและผายปอดอยู่หลายครั้งจนกระทั่งพยาบาลมาถึงซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที ระหว่างนั้นลาภิณได้โทรเรียกรถพยาบาลแล้ว

          พยาบาลเห็นว่ามัทนาทำ CPR ถูกต้องจึงเข้าไปจับชีพจรวัดการเต้นของหัวใจทันที ลาภิณเขยิบมาเพื่อให้พยาบาลและมัทนาทำการช่วยเหลือได้สะดวก ผ่านไปอีกนาทีข่าวดีก็มาถึง

          “ชีพจรกลับมาแล้วค่ะ”  พยาบาลหนึ่งในสองคนบอก“เดี๋ยวฉันของดูอาการคนไข้ก่อนนะคะ”

          มัทนาพยักหน้าหยุดมือที่กำลังปั๊มหัวใจให้พยาบาลรับช่วงต่อเพราะเธอกำลังเหนื่อยแล้วเหมือนกัน ลาภิณเข้ามาช่วยจับแขนหญิงสาวรั้งเบาๆ ให้ลุกขึ้นแล้วออกมาจากตรงนั้น

“มานั่งตรงนี้ดีกว่า ให้พยาบาลจัดการต่อสะดวกๆ”

อีกไม่ถึง 10 นาทีต่อมารถพยาบาลก็มาถึง พยาบาลของโรงแรมตามไปดูแลคนไข้ส่วนอีกคนกำลังไปประจำที่ห้องพยาบาลของโรงแรมแล้ว มัทนายังคงนั่งอยู่ที่เดิมเช่นเดียวกับลาภิณ เรียวปากของหญิงสาวยิ้มพลางถอนใจออกมา

          “ยิ้มอะไรหรือคุณ แล้วมือเป็นอะไร”

          มัทนาเผื่อแผ่รอยยิ้มมาให้ลาภิณเมื่อเธอรู้สึกมีความสุข แม้ว่าเมื่อครู่จะกลัวสารพัดว่าหากทำ CPR แล้วผู้หญิงคนนั้นยังไม่หายใจเธอจะทำยังไง เธอจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตไหม

          “ฉันดีใจค่ะที่มือคู่นี้สามารถช่วยชีวิตคนได้ คุณก็เหมือนกันนะคะ ถ้าคุณไม่สังเกตว่าแขกคนนั้นมีอาการแปลกๆ แล้วโทรเรียกพยาบาล เธออาจอาการแย่กว่านี้ก็ได้”

          “มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” ลาภิณไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำเรื่องยิ่งใหญ่อะไร คนที่ช่วยชีวิตแขกคนนั้นไว้เป็นมัทนาต่างหาก

          “ลูกพี่ครับ ไปดูคนงานตรงโน้นที”

          มัทนาหันไปตามเสียงเรียกพลางลุกขึ้นแล้วโบกมือว่ารู้แล้วกำลังจะตามไป 

          “ฉันไปก่อนนะคะ”

          ลาภิณลุกขึ้นบ้างพลางมองไปในสวนที่คนงานกำลังมุงดูอะไรสักอย่าง “ไหนๆ ผมก็อยู่ที่นี่แล้วไปเสียด้วยกันนั่นแหละ”

          มัทนาไม่ขัดข้องอะไรรีบวิ่งไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันคนงาน พอถึงที่มุงกันจึงเห็นยอดกำลังสูดปากร้องโอดโอยเพราะเท้าเต็มไปด้วยเลือดเนื่องจากมีตะปูตัวใหญ่ทิ่มทะลุขึ้นมาน่าหวาดเสียวไม่น้อย

          “ไอ้ยอดมันไปเหยียบตะปูเข้าน่ะลูกพี่ ขนาดใส่รองเท้ายังเอาไม่อยู่เลย ไม่รู้ตะปูมาจากไหนสนิมเขราะมาก แผลไม่เล็กแถมเลือดยังออกเยอะเสียด้วย”

          ลาภิณเบือนหน้าหันไปมองทางอื่น ในขณะที่มัทนาเข้าไปดูบาดแผลและสภาพของตะปูก่อนจะสั่งคนงานเสียงอ่อนลงคล้ายๆ ปลอบใจ

“หาผ้ามาก่อนเดี๋ยวมัทพันผ้าให้แล้วรีบขับรถพาไปล้างแผลที่โรงพยาบาลแล้วกันนะ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวหมอก็ทำแผลเอาตะปูออกให้”

          “ครับ ลูกพี่” ยอดขานรับสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย

          หลังจากพันผ้าเพื่อซับเลือดไม่ให้ไหลคนงานก็ช่วยกันประคองยอดไปที่รถแล้วพาไปส่งโรงพยาบาล มัทนาส่งเงินไปสำรองจ่ายก่อนจะหันมาหาลาภิณเลยเห็นว่าเขาหน้าซีดยืนพิงต้นไม้ดูแปลกๆ อย่างไรพิกล

          “คุณลาภิณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดๆ”

          “ผมไม่เป็นอะไร” ลาภิณโบกมือว่าไม่เป็นไรจริงๆ พลางขยับตัวจะเดินกลับโรงแรมแต่ขาเจ้ากรรมดันไม่มีแรง

          มัทนาเดินเข้ามาใกล้ไม่อยากคิดว่าลาภิณอาจเป็นลมเพราะเขาตัวโตขนาดนี้คงแข็งแรงจะตาย แต่ที่ไหนได้เดินยังไม่ทันครบสองก้าวร่างสูงก็เอนจะล้มจนเธอรีบเข้าไปคว้ากอดไว้จนนั่งพับลงไปด้วยกัน ลาภิณนิ่งเงียบไปเธอก้มหน้าเอาหูแนบอกเขาค่อยเบาใจว่ายังหายใจปกติดี ตอนนี้เขาแค่เป็นลม

คนงานแถวๆ นั้นพากันมาช่วยพัดและเอาผ้าสะอาดชุบน้ำมาให้ มัทนาเช็ดหน้าของลาภิณพลางอังยาดมให้เขาไปด้วย ก่อนจะให้คนงานช่วยกันพาเขาไปยังห้องพยาบาลแทนการนอนดมฝุ่นอยู่ในสวน

 

ลาภิณรู้สึกตัวเบาๆ แต่หายใจสบายใจขึ้นจนสามารถลืมตามองเพดานห้องซึ่งมีแสงไฟได้ เขาขยับนั่งพลางมองไปรอบตัวพร้อมๆ กับความทรงจำก่อนหมดสติไปก็กลับคืนมา คงไม่แปลกหรอกหากว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาในห้องพยาบาล

“ฟื้นแล้วหรือคะคุณลาภิณ มีอาการเวียนหัวบ้างไหมคะ” พยาบาลซึ่งประจำอยู่ในห้องถาม

ลาภิณส่ายหน้า “คุณมัทนาอยู่แถวๆ นี้หรือเปล่า”

“อ๋อ คุณมัทนากลับไปทำงานต่อแล้วค่ะ ฉันเห็นเธอนั่งดูอาการคุณลาภิณอยู่พอเห็นคุณลาภิณจะฟื้นแล้วเธอเลยขอตัวไปน่ะค่ะ”

ลาภิณลงจากเตียงจะกลับไปห้องทำงานก็พอดีมาดาวิ่งกระหืดกระหอบมาถึง เลขาสาวเลยเดินกลับไปพร้อมกับเจ้านายที่ทำหน้านิ่งไม่พูดอะไร เมื่อถึงห้องก็ทำงานราวกับเป็นหุ่นยนต์คนเดิม ทั้งที่เพิ่งฟื้นจากเป็นลม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #18 fsn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 21:24

    ช่วงนี้ดวงได้ทำบุญเยอะนะหนู กุศลส่งจ้า

    #18
    0