เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,916 Views

  • 84 Comments

  • 121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    18,916

ตอนที่ 7 : โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

มัทนากลับบ้านค่ำกว่าปกติเพราะไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศ จากที่เธอสัญญากับอาธรไว้ว่าจะเข้าครัวทำอาหารเย็นให้ทานก็เลยไม่ได้ลงมือเสียที เธอเข้าบ้านไปอาบน้ำก่อนจะออกไปเดินเล่นหน้าบ้านให้อาหารเจ้าฮิปโป หมาพันธุ์อะไรก็ไม่รู้ที่เก็บมาจากข้างทางเพราะสงสาร จากหมาผอมโซเวลานี้อ้วนฉุน้องๆ ฮิปโปไปเรียบร้อยแล้วคงต้องยกวามดีความชอบให้พ่อที่ทำอาหารอร่อยทั้งคนและหมาเลยเจริญอาหารกันหมด

          มัทนานั่งเล่นกับฮิปโปอยู่พักหนึ่งจึงลุกขึ้นจะเข้าบ้านก็พอดีโทรศัพท์เสียงดังขึ้นมาเสียก่อน เธอคิดว่าคงเป็นพิพัฒที่มักโทรมาหาเวลานี้แต่กลับไม่ใช่กลายเป็นเบอร์แปลกๆ ที่เธอต้องกดรับเพราะอาจเป็นลูกค้าที่ติดต่องานเข้ามา

          “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใครคะ ถ้าจะติดต่อเรื่องจัดสวน...”         

“ดิฉันมาดานะคะเลขาคุณลาภิณค่ะ” มาดาบอกกลับมาน้ำเสียงสุภาพ

มัทนานึกแป๊บเดียวก็จำได้ว่าเคยพบมาดามาแล้วครั้งหนึ่งตอนไปหาลาภิณแล้วถูกเด้งยกเลิกสัญญานั่นล่ะ

“อ้อ ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมาดามีอะไรหรือเปล่าคะ”

“คุณลาภิณให้มาดาโทรมาแจ้งคุณมัทนาว่าสัญญาการจ้างเรื่องจัดสวนให้คงตามที่ตกลงกันไว้ไม่มีการยกเลิกสัญญาค่ะ”

มัทนาลดโทรศัพท์ออกมามองเบอร์อีกครั้งอดถามตัวเองไม่ได้ว่ากำลังละเมออยู่หรือเปล่า อีตาลาภิณเนี่ยนะเปลี่ยนใจไม่ยกเลิกสัญญา  

“ฉันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหมคะ”

“ไม่ผิดหรอกค่ะ ยินดีด้วยนะคะ” มาดาตอบน้ำเสียงเรียบๆ เพราะพอวางสายจากลาภิณที่โทรมาสั่งงาน เธอก็ค้นหาเบอร์ของมัทนาแล้วโทรมาแจ้งทันที

“ขอบคุณค่ะที่โทรมาบอกข่าวดี” มัทนาตอบกลับไปก่อนกดวางสายแล้วกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจพลอยทำให้ฮิปโปกระโดดตามแม้ว่าจะกระโดดไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่

 “ยิ้มอย่างนี้มีข่าวดีล่ะสิท่า” อาธรออกมาตามลูกสาวไปทานข้าวเลยเห็นอาการดีใจของทั้งหมาและคนเข้าพอดี

มัทนาหยุดกระโดดแล้ววิ่งมากอดพ่อแทน “มัทไม่ถูกยกเลิกสัญญาแล้วค่ะพ่อ แต่แปลกทำไมอีตาลาภิณถึงเปลี่ยนใจ พ่อไม่ได้ไปคุยอะไรให้มัทใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่พ่อหรอก บางทีอาจเพราะที่มัทโทรมาบอกว่าไปช่วยคุณมานพไว้ละมั้ง ทางนั้นเลยเปลี่ยนใจ” อาธรเดา

“ไม่ใช่มั้ง ไม่เห็นอีตาลาภิณพูดอะไรเลย แถมมาระแวงมัทอีก” มัทนาส่ายหน้าไม่คิดว่าเป็นเหตุผลนั้น “ไม่คิดแล้วดีกว่า ได้ทำงานต่อก็ดีแล้ว เนอะพ่อเนอะ”

อาธรพยักหน้ามองลูกสาวที่เขาดูแลมาทั้งชีวิตแล้วอดยิ้มไม่ได้ สองพ่อลูกกลับเข้าบ้านแล้วฉลองที่ได้งานกลับมาด้วยการจิบไวน์ที่อาธรสะสมมาตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่กลับไม่ค่อยเอามาดื่มโดยให้เหตุผลว่าเก็บไว้นานๆ มีแต่ราคาจะขึ้น นักสะสมไวน์มาได้ยินคำตอบแบบนี้คงปวดใจยิ่งนัก ส่วนมัทนาได้แต่ดื่มน้ำเปล่าเพราะรู้ดีว่าตัวเองคออ่อนขนาดไหน หากเมาขึ้นมาไม่เคยจำได้สักทีว่าทำอะไรลงไปบ้าง

 

ลาภิณนั่งทำงานเงียบๆ อยู่ในห้องหนังสือหลังจากไปเยี่ยมมานพซึ่งมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลแล้ว ทว่าเวลานี้เขากลับไม่มีสมาธิเมื่อยังจำดวงตาที่มองมาของมัทนาได้ ดวงตาที่โกรธแต่กลับไม่แสดงออกมา ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าเธอรู้อยู่แล้วว่ามานพเป็นปู่ของเขาถึงได้มาช่วยหรือว่าเธอช่วยเพราะเป็นคนมีน้ำใจ การถูกหักหลังและแสร้งทำดีเพื่อหวังผลประโยชน์ทำให้เขาระวังตัวไว้ก่อน

ชายหนุ่มถอนใจเริ่มหงุดหงิดตัวเองที่ควรตั้งใจทำงาน แต่กลับไปคิดเรื่องไร้สาระ พอจะกลับมาทำงานต่อสาวใช้ก็เข้ามาขัดจังวะเพื่อบอกว่าฉัตรเพชรมาหาเสียอีก แล้วยังไม่ทันที่ลาภิณจะเดินถึงศาลาเล็กข้างบ้าน ฉัตรเพชรที่อึดอัดมานานก็บ่นเสียงระงมซึ่งต้นเหตุก็มาจากเจนจิรานั่นเอง

 “เพชรไม่นึกเลยนะว่ายัยตุ๊กตาหน้ารถของภิณจะทำเจ็บแสบขนาดนี้ ยัยนั่นคงรู้ล่ะสิว่าเพชรเป็นคนบอกเรื่องตัวเองไปเที่ยวเกาหลีกับกิ๊กถึงได้มาฟาดงวงฟาดงาพาให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย แฟนคลับของนางเขียนด่าเพชรในไอจีกันใหญ่ บล็อกแล้วยังเอาไปด่าในบอร์ดตามเว็บต่างๆ ขนาดยัยนางเอกไม่ได้เอ่ยชื่อเพชรนะ ทำงานอยู่ FBI กันหรือไงสืบเก่งยิ่งกว่าตำรวจเสียอีก จัดการส่งเรื่องให้ทนายฟ้องดีไหมเนี่ย”

ลาภินปล่อยให้เพื่อนระบายออกมาจนจบถึงได้เอ่ยอย่างใจเย็นว่า

“มันไม่จริง นักข่าวก็ได้แค่เขียน พวกนักเลงคีบอร์ดทำได้แค่มาพ่นคำร้ายๆ อย่าไปสนใจเลย เอาเป็นว่าถ้ามีนักข่าวมาถามฉันเรื่องเพชร ฉันจะบอกว่าต่อให้เราเหลือแค่สองคนบนโลกก็คงเป็นเพื่อนกันจนตายดีไหมล่ะ”

ฉัตรเพชรมองลาภิณแล้วหัวเราะชอบใจ คนอย่างลาภิณน่ะหรือจะยอมให้นักข่าวมาวอแวใส่

“ดี แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เพชรอาจถูกถอนหมั้นก่อนไหมล่ะเนี่ย ภิณก็รู้ว่ามงคลขี้หึงขนาดไหน”

ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ประโยคนี้เอง ลาภิณลืมคิดข้อนี้ไป

“คิดเสียว่าเป็นการทดสอบจิตใจ ถ้ามงคลรักเพชรก็ต้องเชื่อใจ ข่าวแค่นี้ยังหวั่นไหว สวยๆ เก่งๆ แบบเพชรไปหาใหม่ดีกว่า”

ฉัตรเพชรตีไหล่ลาภิณที่ช่างไม่เข้าใจหัวอกของผู้หญิงเสียเลย

“แฟนนะภิณ ไม่ใช่ปลาถูจะได้หาง่ายขนาดนั้น”

ลาภิณเงียบ ฉัตรเพชรเลยพึ่งนึกได้ว่าพูดไม่คิด แต่จะกลับไปขอโทษแล้วกลายเป็นรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตคงไม่ดีอีกเพราะฉะนั้นเปลี่ยนเรื่องน่าจะดีกว่า

“เจนจิราปิ๋วไปแล้ว เแสดงว่าตอนนี้ภิณโสดอยู่ล่ะสิ”

ลาภิณเลิกคิ้วมองเพื่อนรู้ดีว่าฉัตรเพชรคิดอะไรอยู่ถึงได้วกมาเรื่องของเขาแทน

“คงต้องอยู่ว่างๆ แบบนี้สักพัก บอกตรงๆ เบื่อ”

“ถ้างั้นก็ช่วยโสดไปนานๆ เลยนะ วันนี้เพชรกลับก่อนล่ะ คุยกับภิณนานๆ เดี๋ยวเผื่อมีพวกปาปารัสซี่แถวนี้ เพชรจะซวยอีก”

ฉัตรเพชรพูดเหมือนตลกแต่ระวังตัวแจเพราะนักข่าวเคยถ่ายรูปเธอกับลาภิณไปจนกลายเป็นกระเด็นมาแล้ว

ลาภิณไม่เถียงเพราะมันคือเรื่องจริงที่เขาไม่ชอบใจเลย จนคิดว่าชีวิตของเขาควรกลับสู่โหมดสงบสุขโดยไร้นักข่าวเสียที เจนจิรามีข้อดีอยู่หลายอย่าง แต่ข้อเสียยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อคบกัน

การตัดส่วนที่ทำให้ชีวิตเหนื่อยล้าเกินไปออกย่อมดีกว่าเก็บไว้จนกลายเป็นปัญหาส่วนตัวที่ลามถึงเรื่องงาน เขามีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากเกินกว่าจะมาเสียพลังงานจากความรักที่คงไม่พบอีกแล้วในชีวิตนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

0 ความคิดเห็น