เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,773 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    190

    Overall
    18,773

ตอนที่ 6 : โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

พิมพ์เนื้อหาตรงนี้

มัทนาคุยกับพยาบาลที่เคาน์เตอร์ครู่เดียวก็รีบออกมาโทรศัพท์โดยเลือกจากเบอร์ในโทรศัพท์ของชายชรา เธอเลือกเบอร์ที่ชื่อว่า ลูกสาวรอไม่นานปลายสายก็กดรับ

          “ขอโทษนะคะพอดีว่าคุณปู่เจ้าของโทรศัพท์เบอร์นี้ท่านเป็นลมค่ะ หนูเลยพามาโรงพยาบาล... ตอนนี้หมอกำลังตรวจอาการอยู่นะคะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นลูกสาวของคุณปู่เจ้าของโทรศัพท์เบอร์นี้ใช่ไหมคะ”

          ลลิตาฟังแล้วหัวใจแทบตกไปที่ตาตุ่มแม้มานพจะอยู่ในการดูแลของหมอแล้วก็ตาม โชคดีไม่น้อยที่นางกำลังจะมาหาลูกชายที่โรงแรม

          “ใช่ค่ะ ขอบใจมากนะคะ ท่านแค่เป็นลมหน้ามืดไม่ได้มีอาการอื่นๆ ใช่ไหมคะ”

          “หนูพบท่านเป็นลมค่ะ ไม่ได้ล้มฟาดอะไระนะคะพอดีว่าคว้าตัวคุณปู่ได้ทัน แต่อาการอื่นๆ คงต้องรอคุณหมอมาบอกอีกทีค่ะ” มัทนาปรายตามองห้องฉุกเฉินยังไม่เห็นคุณหมออกมาเลย

          ลลิตาฟังแล้วยิ่งร้อนใจเพราะมานพมีโรคประจำตัวเสียด้วย “ เดี๋ยวฉันจะไปโรงพยาบาลทันทีเลย ถ้าถึงแล้วจะโทรหาอีกทีนะคะ ฝากดูแลคุณพ่อท่านสักครู่ในระหว่างที่ฉันเดินทางด้วยนะคะ”

          “ได้ค่ะ หนูจะดูแลคุณปู่ให้นะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ” มัทนาตอบรอจนอีกฝ่ายกดวางสายก่อนจึงไปนั่งรอคุณหมอที่หน้าห้องฉุกเฉิน แม้ไม่ใช่ญาติแต่ก็เป็นห่วง คิดแล้วยังหวาดเสียวไม่หายหากเธอเข้าไปคว้าตัวไม่ทันป่านนี้ชายชราจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

 

          อาการของชายชราโดยรวมดูเหมือนดีขึ้นแล้ว หลังจากฟื้นสามารถพูดกับหมอได้ตอนนี้จึงเหลือแค่รอผลการตรวจเท่านั้น มัทนาเข้าไปคุยกับชายชราที่ขอบใจเธออยู่หลายคำก่อนจะออกมารอหน้าห้องฉุกเฉิน ลลิตาเห็นผู้หญิงที่โทรนางแล้ว มัทนากดวางสายพร้อมกับยกมือไหว้ผู้มากวัยกว่าถ้าแม่ของเธอยังไม่จากไปคงอายุประมาณนี้เหมือนกัน

          “คุณหมอตรวจคุณปู่เสร็จแล้วนะคะ ตอนนี้กำลังให้คุณปู่นอนพักค่ะ คุณหมอบอกว่าถ้าญาติมาแล้วให้เข้าไปพบค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ” มัทนานำทางลลิตามายังห้องของคุณหมอ

          ลลิตาจับมือมัทนาพลางเอ่ยอย่างซาบซึ้งในความมีน้ำใจ “ขอบใจมากนะจ๊ะหนู...”

          “หนูชื่อมัทนาค่ะ”

          “จ้ะ หนูมัทนา ถ้าไม่รีบไปไหนเดี๋ยวรอฉันก่อน ขอฉันไปคุยกับคุณหมอสักครู่นะ”

          “เอ่อ ค่ะ”

มัทนาละล้าละลังนิดหน่อยเพราะมีนัดต้องกลับไปออฟฟิศสวนไม้เมือง แต่ตอนนี้คงปลีกตัวไปยากเสียแล้ว หญิงสาวถอนใจพอหันมากลับพบกับลาภิณอย่างกับเธอเสกเขามาได้ ไม่ใช่หรอก เขากำลังวิ่งมาหาผู้หญิงที่เป็นลูกสาวของชายชราต่างหาก

          “ตาภิณมาพอดี หมอกำลังรอคุยด้วยรีบไปกันเถอะลูก” ลลิตาบอกลูกชายก่อนหันมาย้ำกับมัทนาอีกรอบว่า “เดี๋ยวฉันกลับมานะหนูมัทนา”

          ลาภิณมองมัทนาเพียงชั่ววินาทีเดียวก็หันไปจับมือแม่ของเขาแล้วพากันเดินเข้าห้องของหมอทันที มัทนามองตามเพิ่งรู้ว่าโลกไม่โหดร้ายเกินไปก็ตอนนี้แหละ ว่าแต่เขามาได้ยังไง ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกสาวของคุณปู่ อีตาลาภิณเป็นลูกชาย ถ้างั้นคุณปู่ของลาภิณที่พ่อเคยพูดถึงก็เป็นคนนี้เองสินะ โลกจะกลมเกินไปแล้วละมั้ง

 

          มัทนาโทรสั่งงานลูกน้องอยู่บริเวณหน้าห้องคุณหมอพลางมองเวลาความจริงแล้วเธอมีงานที่ต้องไปคุยก็ต้องให้มะลิขอเลื่อนไปก่อน เมื่อเปลี่ยนใจคิดว่าเธอจะยอมให้หน้าตัวเองแตกร้าวเพราะขอร้องลาภิณเรื่องงานอีกครั้ง โอกาสที่จะพบลาภิณโดยไม่มีจังหวะนรกมาแทรกอยู่แค่ตอนนี้เอง เพราะฉะนั้นนอกจากรอแม่ของลาภิณตามที่สัญญาไว้แล้ว เธอจะขอคุยกับเขาให้ได้

หลังจากผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ลาภิณออกมาจากห้องหมอและเดินมาหามัทนาทันที แต่สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกว่ามันแปลกๆ จนกระทั่งคำพูดแรกของเขาหลุดออกมา    

          “คุณมาช่วยปู่ของผมไว้มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงหรือเปล่า” ลาภิณถามตรงๆ อย่างที่ทำเป็นปกติ

          มัทนาเม้มปากเริ่มนับเลขในใจไม่งั้นได้จับลาภิณเหวี่ยงลงพื้นแน่ๆ พอกันทีโอกาสที่รอมานาน คนขี้ระแวงมองอะไรเป็นลบสุดโต่งแบบนี้มีหรือที่จะยอมฟังใคร

          “ฉันไม่ใช่คนใจดำไงคะ นี่แหละเหตุผล ขอตัวก่อนนะคะ ฉันมีงานต้องกลับไปจัดการต่อ”

          ลลิตาเดินมาสมทบพอดี มัทนายกมือไหว้พลางยิ้มให้อย่างจริงใจ

“ไปก่อนนะคะคุณป้า”

          “ขอบใจมากนะจ๊ะหนูมัทนา”  ลลิตาคว้ามือมัทนามากุมไว้อย่างขอบคุณจากใจ ถ้าไม่ได้เธอคนนี้ไม่รู้มานพจะเป็นยังไงบ้าง นางไม่คิดว่าอาการของพ่อจะหนักกว่าที่หมอประจำตัวได้ประเมินไว้

          มัทนาได้แต่ยิ้มเพราะมีสายตาของลาภิณจ้องมองอยู่ราวกับเธอจะลักพาตัวแม่ของเขาไปอย่างไรอย่างนั้น ลลิตาหยิบเงินออกมาปึกหนึ่งไม่ได้นับด้วยซ้ำวางบนมือของมัทนาแล้วเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“ถือเป็นน้ำใจ อย่าคิดว่าฉันตีราคาน้ำใจเป็นเงินเลยนะ”

มัทนาหยิบเงินแล้ววางคืนบนมือของลลิตาเพราะไม่จำเป็นเลย  เธอไม่ได้คาดหวังจะได้เงินในเมื่ออยากช่วยเท่านั้นเอง 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เอง หนูขอตัวก่อนนะคะ”

มัทนายกมือไหว้อีกครั้งแล้วค้อมหลังรีบเดินจากมากลัวจะถูกบังคับให้รับเงินทั้งที่ถูกมองว่าทำดีหวังผลจากลาภิณแบบนั้น ลลิตามองมัทนาจนลับสายตาก่อนจะหันมาตีไหล่ลูกชายไม่เบานัก

          “ทำไมไปพูดกับหนูมัทนาแบบนั้นล่ะตาภิณ”

          ลาภิณนึกอยู่แล้วว่าแม่คงได้ยิน “ผมแค่ระวังไว้แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรหรอกครับ เราไปหาคุณปู่กันดีกว่า”

          ลลิตาค้อนใส่ลูกชายแต่ก็เข้าใจเพราะที่ผ่านมามีคนเข้าหาคนในครอบครัวเพื่อหวังผลประโยชน์อยู่หลายครั้ง ทำให้เสียหายทั้งเงินและชื่อเสียงอีกนับไม่ถ้วนลาภิณจึงต้องระวังคนที่เข้ามาใกล้ชิดเสมอ แต่สำหรับหนูมัทนาคนนี้ลลิตาเชื่อด้วยสายตาตัวเองว่าไม่ใช่คนที่ลูกชายต้องมาระวังกระมัง

 

          อาการของมานพดีขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นลมเพราะแดดจัดไม่ใช่อาการกำเริบจากโรคหัวใจที่เป็นและรักษามานาน หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านในเย็นวันนั้น ลัลนารู้สึกผิดยิ่งกว่าใครเพราะเหตุผลที่มานพไปยังสวนของโรงแรมก็เพราะเธอขอร้องให้ไปช่วยพูดกับพี่ชายเรื่องของมัทนา ตอนนี้เธอเลยถูกพี่ชายตำหนิอีกเป็นกระบุงที่เอาเรื่องไร้สาระมาทำให้ปู่เดือดร้อนไปด้วย

          พอคลายกังวลเรื่องพ่อ ตอนนี้ลลิตาเริ่มกังวลเรื่องของลูกชายแทนจึงอดไม่ได้ที่จะปรับทุกข์กับมณฑลเพราะขืนปล่อยให้ลอยชายมีแฟนเป็นดาราหรือไม่ก็นางแบบไปเรื่อยๆ ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลคงไม่เหลือแน่ๆ เพราะบรรดาแฟนคลับของแต่ละคนเป็นนักเลงคีบอร์ดกันทั้งนั้น

          “ไม่เห็นจะยากแค่หาผู้หญิงดีๆ ให้เจ้าภิณสักคน ทำให้มันรักแค่นี้เดี๋ยวก็ไปไหนไม่เป็นเองนั่นแหละ”

มณฑลตอบจากประสบการณ์ของตัวเอง ก่อนมาแต่งงานกับลลิตาเขาเจ้าชู้ไม่น้อย แต่พอใจรู้ว่ารักใครเรื่องเจ้าชู้มันก็หยุดลงตรงผู้หญิงที่มั่นใจว่ารักและเหมาะสมจะให้เป็นแม่ของลูกได้เอง

“ให้ลัลช่วยไหมคะ” ลัลนาผ่านมาได้ยินพ่อกับแม่กับปรึกษาเรื่องของพี่ชายพอดี

“ลัลมีวิธีหรือลูก แม่ไม่เอาแล้วนะประเภทดารา นางแบบหรือไฮโซไฮซ้อ ขอแบบบ้านๆ ธรรมดาดีกว่า” ลลิตาบอกเงื่อนไขไว้ก่อน ประเดี๋ยวลัลนาได้หาพวกที่บ่นๆ มาล่ะได้ทุกข์ใจกันอีก

ลันนายิ้มร่า “ไม่ยากค่ะเดี๋ยวลัลจะไปลองหาข้อมูลจากเพื่อนๆของพี่ภิณว่าเคยปิ๊งสาวตอนเรียนมัธยมหรือมหาลัยบ้างไหม เผื่อจะเข้าตาเราบ้าง อีกไม่กี่วันก็ถึงงานครบรอบแล้ว ลัลจะได้เชิญมาที่งานเสียเลย พี่ภิณจะได้ไม่รู้ว่าเราจงใจจับคู่ให้ไงคะ”

“ดีเหมือนกันนะคะคุณ”

มณฑลส่ายหน้ายิ้มๆ “ทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ แต่คุณควรรู้ว่าลูกชายของเราไม่ใช่คนยอมให้ใครมาจับคู่ให้หรอก”

“คุณน่ะ ไม่รู้ล่ะฉันจะลองวิธีนี้ดู ยัยลัลเป็นธุระให้แม่หน่อยนะ”

“ได้เลยค่ะแม่”

สองแม่ลูกพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ถึงแม้แผนยังไม่ได้เริ่มก็ตาม แค่คิดว่าจะสลัดเจนจิราออกไปจากชีวิตของลาภิณได้ย่อมเป็นข่าวดี หากเมื่อ 5 ปีก่อนลาภิณไม่ถูกหักหลังจากผู้หญิงใจโลเลคนนั้น ป่านนี้เขาคงแต่งงานกับผู้หญิงที่รักจริงไปนานแล้ว ไม่ใช่ใช้ชีวิตไม่รักใครสนุกไปเรื่อยๆ แบบนี้หรอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

0 ความคิดเห็น