เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,916 Views

  • 84 Comments

  • 121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    18,916

ตอนที่ 5 : โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1026
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    15 ก.ค. 61

          ลัลนาเดินแทบเป็นวิ่งหลังจากได้รู้ว่าเรื่องราวได้บานปลายจนกลายเป็นว่าสวนไม้เมืองของมัทนาถูกบอกเลิกสัญญา หลังจากหญิงสาวไปคุยกับพี่ชายอยู่เป็นนานสองนานถึงได้รู้ว่าแม้จะยอมถูกดุ แต่กลับช่วยมัทนาไม่ได้เลยนอกจากเดินหงอยๆ มาหามัทนาที่สวนของโรงแรม คนถูกบอกเลิกสัญญาเสียอีกที่โบกมือทักทายหน้าตาสดใส ลัลนายิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก

          “ขอโทษนะคะคุณมัท เพราะลัลคนเดียวเลย พี่ภิณเลยทำแบบนั้น”

          มัทนายังพอจะยิ้มออกอย่างน้อยเธอยังมีเวลาอีกตั้งสองวัน โลกคงไม่ใจร้ายกับเธอนักหรอกน่า

          “อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ จริงๆ แล้วไม่ใช่เพราะคุณลัลหรอก พอมาคิดๆ ดูมัทก็บกพร่องในการทำงานอย่างที่คุณลาภิณบอกไว้ แต่ไม่เป็นไรมัทคิดว่าจะคุยกับพี่ชายของคุณลัลอีกครั้ง”

          ลัลนาแทบจะเอ่ยออกไปว่าไม่มีใครเปลี่ยนใจลาภิณได้หรอก แต่พอเห็นความตั้งใจของมัทนาเธอเลยคิดว่าบางทีพี่ชายของเธออาจยอมเปลี่ยนใจก็ได้

          “ถ้ายังไงลัลจะคุยกับพี่ภิณให้ทุกวันเลยนะคะเผื่อว่าจะยอมใจอ่อน คุณมัทสู้ๆ นะคะ”

          มัทนาหัวเราะแม้ความหวังดูริบหรี่เพราะจังหวะนรกของเธอเมื่อตอนเช้า

          “ขอบคุณค่ะ มัทไปทำงานต่อก่อนนะคะ”

          ลัลนาค่อยยิ้มออกพลางมองมัทนาอย่างชอบใจเพราะหากเป็นคนอื่นคงโวยวายหรือไม่ก็ต่อว่าเธอกับพี่ชายไปแล้ว แต่มัทนากลับตั้งใจทำงานแม้จะถูกยกเลิกสัญญา เธอตั้งใจแล้วว่าหากพี่ชายยืนกรานคงต้องไปขอให้คุณปู่มานพช่วยแล้วล่ะ ดูสิว่าคนใจแข็งจะยังยืนกรานต่อไปได้อีกไหม

 

          เจนจิราได้เปลี่ยนน้ำตาให้กลายเป็นข่าวซึ่งกำลังเป็นกระแสที่รุนแรงในโซเชียลทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ดาราสาวเป็นคนที่รู้จักเล่นข่าวให้แฟนคลับยังอยู่ข้างตนเอง โดยทำให้ดูเหมือนผู้หญิงน่าสงสารและบอบช้ำเพราะไม่สมหวังในความรักเสียที คราวนี้ลาภิณตกเป็นจำเลยในการเสียน้ำตาของเจนจิราอีกครั้ง เธอได้ความสงสารและเห็นใจจากคนในสังคมทันทีเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น

          ลัลนาเห็นข่าวของเจนจิราที่พาดพิงลาภิณเต็มๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เท้าเหยียบเข้ามาออฟฟิศของเคพี กรุ๊ป สมาธิที่เตรียมมาสำหรับงานกระเจิดกระเจิงจนต้องโทรหาลลิตาให้รู้ข่าวไว้ก่อน วันนี้แม่ของเธอมีงานการกุศลคงถูกถามจากเพื่อนๆ กลุ่มเดียวกันอย่างแน่นอนเชียวล่ะ

          “คุณแม่เห็นข่าวหรือยังคะ ยัยเจนจิราเนี่ยมันนังงูพิษจริงๆ ดูสิ พี่ภิณเลิกเงียบๆ ไม่แฉยังจะมาพ่นพิษใส่อีก พี่เพชรเลยซวยไปด้วย” ลัลนาบ่นยาวเหยียดเพราะโกรธแทนพี่ชาย ป่านนี้ฉัตรเพชรคงหัวเสียไม่น้อยเหมือนกัน

          ลลิตาไม่ได้รู้ข่าวมาก่อนพอฟังลูกสาวก็ชักร้อนใจเป็นห่วงลาภิณ “ไหนส่งลิงค์ข่าวมาสิ แล้วเล่าให้แม่ฟังไปด้วยนะยัยลัล”

          ลัลนาจัดการส่งลิงค์ข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวกับลาภิณไปให้แม่ทางไลน์พลางเล่าเรื่องคร่าวๆ ไปด้วยว่า

          “ยัยเจนจิราให้สัมภาษณ์นักข่าวในงานอีเว้นท์เมื่อคืนน่ะสิคะว่าอยากโฟกัสกับงานอย่างนั้นอย่างนี้ พอนักข่าวถามถึงพี่ภิณ นางก็ทำมาร้องไห้ดราม่าออกสื่อ ปากบอกไม่มีอะไร แต่ดันบอกให้ไปถามเพื่อนสนิทของพี่ภิณที่เป็นไฮโซด้วยกัน แถมยังเมาท์พี่เพชรอีกว่าแฟนกำลังจะขอเลิกเลยมาหาพี่ภิณ อย่างกับนิยายไม่รู้นักข่าวเชื่อลงได้ยังไง”

          “แม่เห็นข่าวล่ะ แล้วพี่ชายเราเห็นข่าวหรือยัง ป่านนี้ในไอจีไม่โดนถล่มเละอย่างคราวก่อนที่แม่เจนจิราให้ข่าวว่างอนๆ กันเหรอ”

          ลลิตาไม่ได้พูดเกินจริงเลย การมีตัวตนในสังคมพร้อมกับโลกโซเชียลกลายเป็นดาบสองคมในยุคที่คนพร้อมเชื่อและแชร์โดยที่ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อนไปเสียแล้ว ลัลนาฟังแล้วก็นึกขึ้นได้ คราวก่อนลาภิณจับได้ว่าเจนจิราแอบคบซ้อนจึงแยกตัวห่างออกมาจนคุณนางเอกไปเปรยๆ กับนักข่าวว่ามีเรื่องทำให้ฝ่ายชายงอน เท่านั้นแหละบรรดาแฟนคลับพากันมาเขียนข้อความให้ลาภิณคืนดีกับเจนจิรากันเป็นพันข้อความ แต่คราวนี้มีแต่คำด่าล้วนๆ

          “ไม่เหลือค่ะแม่ แฟนคลันคุณนางเอกช่างน่ากลัวจริงๆ”

          “ตามเก็บข้อมูลเอาไว้แล้วกัน ถ้าใช้คำแย่ๆ เกินไปก็ฟ้องพวกโซเชียลสักที แต่ถ้าภิณเฉยๆ ก็ปล่อยไป อีกประเดี๋ยวแม่นางเอกคงหาที่เกาะใหม่ได้กระมัง”

          ลัลนาเห็นด้วยกับลลิตาและมั่นใจเชียวล่ะว่าลาภิณไม่เอาเรื่องแบบนี้มาปะปนในชีวิตแน่นอน แต่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลนี่สิงานนี้คุณนางเอกทำลายเสียป่นปี้เลยทีเดียว อีกทั้งฉัตรเพชรยังซวยไปด้วย เธอมั่นใจว่าต่อให้โลกแตกลาภิณกับฉัตรเพชรก็ไม่มีทางมาชอบกันเอง สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปีถ้าจะคบกันคงทำไปนานแล้ว

         

          มัทนาแวะเข้าออฟฟิศสวนไม้เมืองตั้งแต่เช้าเพื่อเคลียร์เอกสาร ยังดีที่มีมะลิซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเป็นเลขาเลยทำงานนอกสถานที่ได้อย่างสบายใจ มะลิสามารถติดต่อและประสานงานได้ ถ้ามีอะไรเกินความรับผิดชอบจึงจะให้เธอตัดสินใจ วันนี้มีเอกสารหลายฉบับที่เธอต้องเซ็นและมีงานติดต่อเข้ามาให้คุยกันในขั้นสุดท้าย มัทนาพิจารณาอยู่สองงานซึ่งสถานที่ไม่ไกลเกินไปและสามารถแบ่งคนงานมาทำได้

          “มีเอกสารนี้อีกแฟ้มก็หมดแล้วค่ะพี่มัท” มะลิมานั่งยิ้มแป้นใกล้ๆ “แหมว่าจะไม่เมาท์ แต่ไหนๆ สวนไม้เมืองก็กำลังทำงานกับคนในข่าว พี่มัทได้ข่าวคุณลาภิณหรือยังคะ”

          “ยัง มีข่าวอะไรหรือมะลิ” มัทนาถามชักตะหงิดๆ อาจเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวาน

          “นี่ไงคะ” มะลิวางโทรศัพท์ที่มีข่าวของลาภิณให้มัทนาดู  “อ่านแล้วได้แต่ส่ายหน้า ทำไมผู้ชายเดี๋ยวนี้เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นนักก็ไม่รู้ แต่ก็นะผู้ชายรวยๆ ไฮโซจะไปจริงใจอะไร คนรวยก็ต้องแต่งงานกับคนรวย ต่อให้สวย ต่อให้ดังขนาดไหนก็แค่ทางผ่านนั่นล่ะ”

          มัทนาเหลือบดูข่าวแล้วอ่านผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไรนัก “บางทีอะไรอาจไม่เป็นอย่างที่เห็นก็ได้นะ”

          มะลิพยักหน้าเพราะดารากับข่าวก็เป็นอย่างนี้ คนเสพข่าวก็เมาท์กันวันต่อวันกันไป

          “นั่นสิคะ คุณเจนจิราเนี่ยก็มีข่าวกับผู้ชายไม่เว้นวันเหมือนกัน เลิกคนนี้แป๊บๆ มีข่าวคบคนใหม่อีกแล้ว นักข่าวก็เขียนข่าวสนุกไป แต่กับคุณลาภิณเนี่ยคบกันเป็นปี สงสัยงานนี้อาจเจอของจริง นอกใจจริงๆ เข้าแล้ว”

          มัทนาเซ็นเอกสารจนครบพอมองเวลาเห็นว่าสายมากแล้วเลยลุกขึ้นพลางบอกมะลิว่า “ถ้ามีอะไรโทรหาพี่ได้เลยนะ พี่ไปคุมงานที่โรงแรมก่อนล่ะ”

          มะลิยกมือมาชูสองนิ้วอย่างน่ารักทั้งที่อายุน้อยกว่ามัทนาแค่ปีเดียว มัทนาหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินเรื่อยๆ ไปยังรถ ในสมองยังคิดไม่ตกว่าจะทำให้ลาภิณเปลี่ยนใจยังไงดี แล้วดันมีข่าวเจนจิราประดังเข้ามาอีกงานนี้พ่อคุณจะอารมณ์ไม่ดีหรือเปล่า แต่ไม่รู้ล่ะวันนี้เธอต้องหาโอกาสพบเขาแล้วพูดกันแบบดีๆ ให้ได้

 

          สวรรค์คงไม่เข้าข้างมัทนาจริงๆ เพราะเลขาของลาภิณบอกว่าวันนี้เขามีประชุมผู้ถือหุ้นครึ่งวัน ตอนบ่ายยังมีนัดแล้วทั้งที่มันเป็นวันเส้นตายของเธอก็ว่าได้ ตอนนี้เธอคงต้องคิดเสียใหม่แล้วว่าควรจากไปอย่างไว้ลายหรือขอร้องเขาอีกครั้งให้หน้าแตกร้าวมากขึ้นไปอีก เมื่อชั่งน้ำหนักในใจมัทนาคิดแล้วว่าถ้าไม่ตายเธอต้องหางานดีๆ แบบนี้ได้ใหม่ เอาเป็นว่าความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เธอจะรอบคอบและไม่ประมาทอย่างที่แล้วมา

          เมื่อคิดได้ดังนั้นการทำงานวันสุดท้ายจึงดำเนินไปได้ด้วยดีเต็มไปด้วยสมาธิและปล่อยวาง แม้จะคิดว่าเป็นขี้แพ้ แต่ชนะแล้วยังไงในเมื่อลาภิณไม่มีทางเปลี่ยนใจอยู่แล้ว หญิงสาวเดินตรวจงานเป็นรอบสุดท้ายในขณะที่คนงานกำลังทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด  

ชายชราอายุน่าจะมากโขกำลังเดินไปยังแปลงดอกบานชื่นที่เริ่มบานบ้างแล้วเพราะตามแผนงานมันจะบานสะพรั่งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า มัทนาเห็นชายชราคนนั้นสนใจดูดอกไม้แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จึงเดินไปหาพลางยิ้มและยกไหว้ก่อนจะเอ่ยทักทายว่า

          “คุณปู่ชอบดอกบานชื่นหรือคะ”

          “ชอบสิ คุณย่าชอบมากเชียวล่ะ” ชายชราหันมาตอบพลางลูบกลีบสีชมพูนวลของดอกบานชื่นอย่างทะนุถนอม

          มัทนานั่งยองๆ มองดอกไม้แล้วคิดขึ้นได้ “ถ้างั้นเดี๋ยวหนูเอาใส่ถุงให้คุณปู่เอาไปฝากคุณย่าที่บ้านนะคะ คุณย่าคงดีใจ”

          ชายชราหันมาหัวเราะชอบใจไม่นึกว่ามัทนาจะใจดีแบบนี้ “ไม่เป็นไรหรอกนะหนู พอดีว่าคุณย่าของปู่ไปขึ้นสวรรค์แล้วล่ะ พอปู่เห็นดอกบานชื่นเลยคิดถึงเท่านั้นเอง”

          มัทนาฟังแล้วซึ้งอยู่ในใจในความโรแมนติกของชายชรา “ถ้างั้นหนูยิ่งต้องให้ดอกไม้คุณปู่เลยค่ะ เอาไปปลูกที่บ้านนะคะ เวลาคิดถึงคุณย่าจะได้ดูดอกบานชื่นแก้คิดถึง รอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูมา”

          ชายชรายกมือจะห้ามก็ไม่ทันแล้วเพราะมัทนาเดินแกมวิ่งไปยังรถกระบะซึ่งจอดห่างออกไปจากแปลงดอกไม้พอสมควร เขาจึงพักนั่งเล่นอยู่ตรงนั้น ป่านนี้คนขับรถคงหาเขาให้ควั่กแล้ว ดีไม่น้อยที่เขาตัดสินใจมาโดยไม่บอกใครไม่งั้นคงวุ่นวายกันเหมือนทุกครั้ง

          มัทนานำกระถางดอกบานชื่นใส่ถุงใบใหญ่แล้วหิ้วมาหาชายชราตรงแปลงดอกไม้ พอเดินไปใกล้เธอชักรู้สึกแปลกๆ เพราะแทนที่ชายชราจะหันมามองกลับก้มหน้าชิดอก เธอรีบวิ่งไปหาแล้วคว้าไหล่ของชายชราไว้ทันไม่งั้นได้ฟุบลงไปนอนกับพื้นแน่ๆ

          “อ้าว! คุณปู่เป็นอะไรไปคะเนี่ย” 

มัทนารีบจับชีพจรพบว่ายังมีอยู่แต่ชายชราหน้าซีดมากพอมองหาเผื่อว่าลูกหลานจะอยู่แถวนี้แต่ก็ไม่เห็นใครจึงตะโกนสั่งงานคนงานของตัวเองแทน

“ใครก็ได้ไปขับรถมา ส่วนนายมาช่วยกับพยุ่งคุณปู่เร็วๆ เข้า เราต้องรีบไปโรงพยาบาล”

คนงานที่กำลังจัดแต่งกิ่งใกล้ๆ รีบเข้ามาช่วยมัทนาพยุ่งชายชราอีกแรง เพียงนาทีเดียวรถกระบะสี่ประตูก็เข้ามาจอดเทียบ มัทนาเข้ามานั่งในรถช่วยประคองชายชราขึ้นมาแล้วกอดไว้หลวมๆ พลางเช็คลมหายใจ คนงานอีกคนรีบบึ่งรถออกไปจากโรงแรมเพื่อมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลซึ่งห่างออกไปเพียงสองกิโลเมตรเท่านั้น ชายชราที่มัทนายังไม่รู้ว่าเป็นใครถูกพาไปยังห้องฉุกเฉินทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #17 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 21:24

    ทำดีได้ดีคะ

    #17
    0