เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,808 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    225

    Overall
    18,808

ตอนที่ 4 : 30 นาทีคงนานไปสำหรับคนใจร้อน 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    15 ก.ค. 61

มัทนาเข้าไปในห้องทำงานของลาภิณพลางมองหาเจ้าของห้องที่ไม่รู้ไปอยู่เสียที่ไหน เธอเลยมองการตกแต่งที่เน้นสีขาวสะอาดตากับความโปร่งใสของกระจกรอไปพลาง จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูบานหนึ่งในห้องเปิดออก ลาภิณเดินมายังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ซึ่งของที่วางล้วนแล้วเป็นระเบียบต่างจากโต๊ะทำงานของมัทนาที่ออฟฟิศราวฟ้ากับเหว การแต่งตัวของชายหนุ่มที่ดูภูมิฐานสมตำแหน่งท่านประธานเคพี กรุ๊ป ตั้งแต่เส้นผสมจรดปลายเท้า หน้าตาของลาภิณจัดว่าหล่อถ้าไม่เอาดีทางกิจการครอบครัวคงไปเป็นพระเอกละครได้สบายๆ แต่ดวงตาสีดำที่แฝงความดุคงเป็นอุปสรรคไม่น้อย ริมฝีปากของเขาเม้มปิดทั้งที่ควรเปิดประเด็นของการสั่งให้เธอมาพบมากกว่าปล่อยให้เงียบแบบนี้

          มัทนากระแอมเบาๆ เผื่อลาภิณจะได้ยินแล้วคิดได้ว่าเธอไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อนที่ดันมาโผล่ในห้องนี้ ทว่าเขากลับทำเฉยจนเธอต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบเสียเอง

          “ฉันมาพบคุณตามคำสั่งแล้วค่ะ ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรต้องการพูดกับฉันหรือคะ”

          ลาภิณเงยหน้ามองมัทนาอย่างพิจารณาเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าลัลนาจ้างผู้หญิงตัวสูงแค่ไหล่ของเขามาทำงานจัดสวนที่ใหญ่ขนาดนั้น แม้ว่าผลงานที่ผ่านมาของเธอเท่าที่เขาอ่านจากแฟ้มพิจารณาจะเข้าตาไม่น้อย แต่มันเป็นสวนหย่อมเล็กๆ แค่ไม่กี่สิบตารางวา คนที่ทำงานไม่รอบคอบ ประมาทและขัดคำสั่งจนทำให้ตัวเองเสี่ยงสมควรแล้วหรือที่จะให้คุมงานใหญ่ๆ แบบนี้

          “ผมจะยกเลิกสัญญาจ้างและยอมเสียค่าปรับตามสัญญา แค่นี้ที่ผมต้องการจะบอกให้คุณรับทราบ” ลาภิณบอกเสร็จก็ก้มหน้าอ่านเอกสารที่เพิ่งสั่งให้มาดาส่งไฟล์มาให้และไม่มีท่าทีจะสนใจมัทนาอีก

          “ฉันต้องการทราบเหตุผลค่ะ ถ้าเป็นเรื่องที่ฉันขัดคำสั่งคุณ...”

          “มันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง คุณไปได้แล้ว”

          มัทนาเม้มริมฝีปากเพื่อเก็บความโกรธไว้เพราะการเอาแต่ใจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ว่าเดิม ลาภิณคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นประธานแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ

          “แล้วส่วนที่สอง สาม สี่หรืออะไรก็ตามคืออะไรหรือคะ ฉันควรได้เหตุผลมากกว่าการพูดเพียงประโยคเดียว” มัทนาถามเสียงเรียบๆ ไม่ได้แข็งกระด้าง แต่คนฟังกลับทำหน้าเหมือนถูกตะคอกใส่

          “ข้อแรก ผมบอกเหตุผลไปแล้วว่าคุณได้ทำเรื่องเสี่ยงๆ ทั้งที่ผมห้าม ข้อสอง ผมคิดว่าศักยภาพของสวนไม้เมืองไม่น่าทำงานนี้จนลุล่วง ข้อสาม คุณไม่ทราบแม้กระทั่งละอองเกสรของดอกไม้บางชนิดที่แม่ของผมแพ้” ลาภิณมองมัทนาแทนคำถามว่าพอใจหรือยังที่ได้รู้

          มัทนาพยักหน้าแต่ไม่ยอมไปไหน ในเมื่อลาภิณยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา เธอย่อมมีสิทธิ์ในการอธิบายบ้าง

          “ข้อแรก แม้การดำน้ำจะเป็นเรื่องเสี่ยง แต่ฉันเคยเรียนดำนำมา ทุกวันนี้ก็ยังไปดำน้ำในช่วงวันหยุด ฉันประเมินแล้วว่าน้ำในสระไม่ได้ลึกอะไรถึงได้ใช้วิธีนี้ได้การหาแหวนให้คุณลัลนา ข้อสอง คุณประเมินสวนไม้เมืองจากผลงานที่ผ่านมา แต่คุณรู้ไหมสวนไม้เมืองของฉันไม่เคยได้รับการคอมเพลนจากลูกค้า หากคุณคิดว่าจะมีอะไรไม่ได้ดังใจก็บอกฉันได้ค่ะ ฉันยินดีปรับปรุง ข้อสาม เรื่องละอองเกสรฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ เป็นความละเลยของฉันเอง”

          ลาภิณกอดอกมองมัทนาอย่างประเมินอีกครั้ง จากตอนแรกที่คิดว่าเธอคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟต่อว่าเขาที่บอกเลิกจ้างง่ายๆ แต่กลับผิดคาด เธอต่อปากต่อคำไม่ลดละ ช่างทำให้เขาเสียเวลาจริงๆ

          “ในเมื่อคุณเห็นข้อบกพร้องของตัวเองแล้ว ผมคงไม่ต้องบอกอ้อมๆ ใช่ไหมว่าเชิญกลับไปได้แล้ว”

          “ฉันมีข้อเสนอค่ะ” มัทนาไม่ยอมเสียงานนี้ไปง่ายๆ แม้ลาภิณจะใจอ่อนยาก แต่ยังดีกว่าเธอไม่ได้พูดอะไรเลย “ฉันจะลดราคาจากสัญญาจ้างแล้วแก้ไขข้อบกพร่องเรื่องดอกไม้ คุณจะให้โอกาสได้ไหมคะ”

          “ไม่” ลาภิณตอบทันที

การทำงานกับเขาต้องไม่มีคำว่าผิดพลาด หากแม่ของเขาเป็นอะไรไปผู้หญิงคนนี้จะช่วยอะไรได้ คำตอบคือไม่ได้อย่างแน่นอน

“ผมให้เวลาคุณ 3 วัน เคลียร์งานที่ค้างเพื่อส่งต่อให้บริษัทจัดสวนรายใหม่ แล้วรับค่าชดเชยตามสัญญาไปเสีย ผมคิดว่าคุณคงไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากนะครับ”

          มัทนาแทบโพล่งออกไปว่าเข้าใจไม่ยากหรอก แต่เขาต่างหากที่เข้าใจอะไรยาก ครั้นจะพูดออกไปตอนนี้คงไม่ดีในเมื่อเธอต้องหาวิธีเปลี่ยนใจไม่ให้เขาเลิกจ้าง ลาภิณก้มหน้าลงอ่านงานอีกครั้งปล่อยให้มัทนายืนเคว้งจนเธอเอ่ยปากบอกขอตัวแล้วออกไปเอง ลาภิณคิดว่าวันนี้เขาคงต้องคุยกับลัลนาอย่างจริงจังเสียทีเรื่องการทำงาน

 

          มัทนาทำงานไปก็คิดหาวิธีเปลี่ยนใจลาภิณแต่ให้อย่างไรก็ยังคิดไม่ออก จนเลิกงานกลับมาบ้านนั่นล่ะพอเห็นอาธรมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนแล้ววางกระดานหมากรุกไว้รอ ความเหนื่อยใจพลันหายไปทันทีเมื่อตอนนี้เธอกลับบ้านเพราะฉะนั้นคนทำให้โมโหควรถูกเตะโด่งไว้นอกรั้วนั่นล่ะ หญิงสาวจอดรถกระบะสี่ประตูที่ขับเป็นประจำแล้วเดินมานั่งรับลมเย็นๆ หน้าบ้านให้ใจร้อนๆ กลับมาสบายร่มรื่นดังเดิม

          “ได้ข่าวแล้วล่ะสิคะพ่อเลยมานั่งรอมัทอยู่ใช่ไหม” ลูกสาวถามพ่ออย่างรู้ทัน

          “ทำหน้าแบบนี้คงหาทางออกไม่เจอล่ะสิยัยมัท” อาธรยิ้มชอบใจที่ลูกสาวดูออก “ลองแก้ปัญหาเองก่อน ถ้าไม่ได้พ่อจะลองไปคุณกับคุณมณฑล แต่ไม่แน่ใจหรอกนะว่าจะได้เรื่องมากไหม ปู่ของมัทกับปู่ของคุณลาภิณเคยเป็นเพื่อนกัน แต่มันก็นานมาแล้ว พ่อจะลองดูให้”

          มัทนาห่อปากเพิ่งรู้ว่าปู่เคยรู้จักคนใหญ่คนโตเสียด้วย แต่ดีใจแป๊บเดียวก็เข้าโหมดปกติเพราะนั่นรุ่นปู่ นี่รุ่นหลาน คนละเจเนอเรชั่นแบบนี้อย่าเพิ่งหวังอะไรดีกว่า

          “มัทขอพยายามแก้ปัญหาเองก่อนแล้วกันค่ะพ่อ ถ้าไม่ได้ก็คงต้องยอม พ่อไม่ต้องไปพูดให้มัทหรอก เรามีฝีมือ แต่เขาไม่เห็นก็ช่างเถอะ”

มัทนาถอนใจพลางหัวเราะเซ็งๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าเหมือนปวดท้องมาหลายวันของลาภิณ

“จริงๆ แล้วมัทก็พลาดด้วยแหละพ่อที่ดันไม่รู้ว่าแม่ของคุณลาภิณแพ้เกสรดอกดาวกระจาย ถ้าพ่อแพ้ดอกไม้แบบนี้บ้าง มัทคงไม่ยอมเหมือนกัน”

          “ไปกินข้าวแล้วนอน แก้ไขได้ก็ดี แก้ไม่ได้ก็เป็นบทเรียนอย่าไปเครียดกับมันมาก”

          มัทนายกนิ้วโป้งให้พ่อเลย ไม่ต้องสงสัยว่าเธอได้วิธีการใช้ชีวิตแบบไม่เครียดแบบนี้มาจากใคร อาธรย้ำกับเธอบ่อยๆ ว่าตั้งใจทำงานให้เต็มที่ แต่ไม่ต้องยกปัญหามาทับบนบ่าเพราะต่อให้แก้ปัญหานี้ได้ ปัญหาต่อไปก็ต้องมาอีกอยู่ดี จงสนุกกับมันแต่อย่าจริงจังจนเครียด ตอนนี้เธอไม่เครียดหรอกแค่หนักใจเท่านั้นเอง

 

          มัทนาจงใจมารอลาภิณตั้งแต่เช้าในระหว่างให้หัวหน้าคนงานดูงานในสวนไปก่อน เมื่อวานเธออาจยื่นข้อเสนอที่ไม่ตรงใจลาภิณนัก วันนี้เธอจะยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจใหม่ อย่างน้อยก็ได้พยายามแล้ว หากลาภิณเข้าอกเข้าใจว่าการทำงานผิดพลาดได้ควรให้โอกาสสักครั้ง แต่ไม่ควรมีครั้งที่สองแล้วล่ะก็ เขาย่อมรู้ว่าเธอตั้งใจแก้ไขไม่ใช่แก้ตัว

          รถของลาภิณกำลังขับเข้ามามัทนาสังเกตจาก รปภ ที่ ว. สั่งกันให้เคลียร์บริเวณที่จอดสำหรับท่านประธานแล้ว มัทนาลุกขึ้นสูดหายใจเข้าไปยาวๆ พอรถจอดปั๊บ หญิงสาวกำลังจะก้าวออกมาจากบริเวณข้างลิฟต์อยู่แล้วถ้าสายตาไม่ทันเห็นว่ามีสาวสวยนางหนึ่งเปิดประตูรถสปอร์ตของตัวเองก่อนจะเดินลิ่วๆ ไปหาลาภิณแล้วคว้าแขนมากอดไว้ ข่าวลือคงไม่ใช่เรื่องแต่งอีกต่อไปเพราะลาภิณได้ชื่อว่าเป็นไฮโซที่ใช้คู่ควงเปลืองเหลือเกิน จนกระทั่งมาพบเจนจิราซึ่งเป็นดาราดังนางเอกละครหลังข่าว เท่าที่เธอเคยฟังผ่านๆ สองคนนี้คบกันมาได้เกือบปีแล้ว แต่ท่าทางและคำพูดที่มัทนาได้ยินชักแปลกหูจนเปลี่ยนใจนั่งลงที่เดิมอย่าเพิ่งออกไปดีกว่าเพราะเป็นไปได้ว่าเธอมาหาลาภิณในจังหวะนรกพอดี

          “ที่ผ่านมาผมชัดเจนทุกการกระทำ คุณควรรู้ ถ้าคุณไม่อยากให้เป็นข่าวก็หยุดเสียเถอะ”

          “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ภิณทำไมไม่ฟังเจนบ้าง” เจนจิราเสียงอ่อนพยายามง้อลาภิณ หลายวันมาแล้วที่เขาไม่ยอมรับโทรศัพท์และตัดการติดต่อเธอทุกทางหลังกลับจากอังกฤษ

          ลาภิณปลดมือของอดีตแฟนสาวออกจากแขนของเขา “คุณรู้อยู่แก่ใจ อย่าให้ผมต้องพูดตรงๆ เลย มีแค่สองเรื่องที่ผมให้อภัยไม่ได้ หนึ่ง การโกหก สอง การหักหลัง คุณผิดทั้งสองข้อ แล้วจะมาขอการอภัย ผมคงทำไม่ได้”

          ดวงตาของเจนจิราเบิกกว้างก่อนจะมีน้ำตาคลอเมื่อคิดไปไกลกว่านั้น “หรือว่าภิณมีคนอื่น”

          “กลับไปซะ อย่าให้ผมต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้เลย”

          ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของลาภิณจริงจังจนดาราสาวยอมปล่อยมือแม้จะร้องไห้น้ำตาไหลพราก ขนาดมัทนาเห็นห่างๆ ยังสงสาร แต่อย่าหวังความรู้สึกแบบนั้นจากลาภิณ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งอย่างกับหินจนเจนจิราเป็นฝ่ายถอดใจเดินกลับมาที่รถแล้วขับออกไปอย่างผู้พ่ายแพ้ มัทนาได้แต่ส่ายหน้าเอาอย่างไรล่ะทีนี้จะออกไปคุยหรือว่ารอโอกาสหน้าดีหนอ

          “ไม่นึกว่านอกจากไม่รอบคอบ ประมาท แล้วคุณยังชอบแอบฟังเรื่องของคนอื่น” ลาภิณตำหนิเสียงเรียบแล้วเดินเรื่อยๆ ให้คนถูกว่างงไปชั่วขณะ

          พอมัทนาเงยหน้าจึงเห็นลาภิณมายืนกอดอกมองอย่างกับว่าเธอเป็นพวกโรคจิตชอบแอบฟัง

พัง! เธอตั้งใจทำตัวเล็กๆ ไม่ให้เขาเห็นแล้วแท้ๆ แล้วพอจะเถียงว่าไม่ใช่อย่างนั้นพ่อเจ้าประคุณก็เข้าไปในลิฟต์ลอยละลิ่วไปชั้นบนเสียแล้ว จบกันการรอคอยที่กลายเป็นแย่หนักกว่าเดิม

          “อย่างนี้เรียกว่าซวยคงน้อยไป นรกถีบน่าจะเหมาะกว่า”

มัทนาถอนใจเซ็งๆ อุตส่าห์แอบจนตัวจะลีบ แต่อีตาคุณลาภิณยังจะมาเห็นเข้าจนได้ เธอไม่ได้อยากแอบฟังสักหน่อย พวกเขานั่นแหละมาเคลียร์เรื่องหัวใจอะไรกันตรงนี้ เธอมารออยู่ก่อนแท้ๆ ทำไมถึงผิดก็ไม่รู้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

0 ความคิดเห็น