เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,811 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    228

    Overall
    18,811

ตอนที่ 34 : ในวันที่มีข่าวร้าย ผมยังมีคุณ 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    8 ส.ค. 61

ลาภิณกลับมารอที่เดิมเมื่อคนงานถูกพาตัวไปโรงพยาบาลได้แล้ว ชายหนุ่มมองหามัทนาจนเห็นว่าเธอกำลังแจกยากันยุงเพราะคนงาน ชาวบ้านและบรรดานักข่าวยังปักหลังไม่ไปไหน ดูเหมือนว่าเธอจะว่างไม่ได้เลยต้องหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา ธนินเห็นเจ้านายดูเหนื่อยล้าทั้งที่นั่งรอฟังข่าวอยู่โรงแรมยังได้จึงเดินมาหา

“พบคนงาน 1 ใน 2 คนแล้วครับ คุณลาภิณไปพักก่อนก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมรถมารอ”

“ไม่เป็นไร ผมอยากรอจนพบคนงานคนสุดท้ายก่อน”

ธนินเห็นดังนั้นจึงไปช่วยมัทนาเพื่อให้เธอมาพักบ้าง มัทนาเห็นลาภิณกลับมาแล้วจึงมานั่งเป็นเพื่อนและเช็คข่าวไปด้วย ตอนนี้นอกจากเรื่องโรงแรมที่กำลังก่อสร้างถล่มจะเป็นข่าวดังแล้ว เธอยังถูกนักข่าวจับเอาไปเขียนเป็นประเด็นอีกด้วย มัทนาได้แต่ร้องเฮ้อในใจเพราะในข่าวเขียนเสียอย่างกับเธอมาให้กำลังใจคู่รัก ทั้งที่ในความเป็นจริงก็แค่เพื่อนมาช่วยเพื่อนเท่าที่จะทำได้แค่นั้นเอง อีกทั้งตอนนี้แขนของเขายังเข้าเฝือกเผื่อทำอะไรไม่สะดวกเธอจะได้ช่วยเขาบ้าง

“เกือบตี 1 แล้ว ถ้าคุณเหนื่อยเดี๋ยวผมให้ธนินไปส่งที่โรงแรมดีไหม” ลาภิณถามเมื่อเห็นว่ามัทนาเริ่มเอียงหน้าซบกับเก้าอี้ตาใกล้ปิดเต็มที

มัทนาปรือตาฝืนความง่วงขยับตัวนั่งดีๆ จะได้ไม่เผลอเอนไปทางเขา

“ไม่เป็นค่ะ ฉันอยู่ได้ คุณต่างหากที่เหนื่อยกว่าฉัน ถ้าคุณไปพักฉันถึงจะไปด้วยแล้วกัน”

“ถ้างั้นผมขออยู่อีกสักชั่วโมงแล้วค่อยกลับโรงแรม”

มัทนาพยักหน้าพลางควานหาลูกอมในกระเป๋าจะได้อมพลางยื่นให้ลาภิณ ชายหนุ่มรับไปเคี้ยวจนแก้มตุ้ย ตัวตนของเขาเป็นอย่างไรกันแน่ หญิงสาวอดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ แต่ก็นั่นล่ะเธอคงไม่ถามออกไปหรอก ในเวลาแบบนี้การจดจ่อกับความปลอดภัยของคนงานที่ยังหาไม่พบคือสิ่งที่ควรทำมากกว่า

สักพักต่อมาลาภิณต้องออกไปคุยกับเจ้าหน้าที่ค้นหา ตำรวจและหัวหน้าคนงาน ทำให้มัทนาได้แต่มองเขาไปเรื่อยๆ สลับการค้นหาที่ยังดำเนินต่อไป คนงานบางคนกลับไปนอนแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ก็อาจเป็นญาติของคนงานที่ยังหาไม่พบ นักข่าวยังปักหลักไม่ไปไหน ธนินคอยกันไม่ให้นักข่าวบางคนเข้ามาถามอะไรเธอในเวลานี้ซึ่งน่าขอบคุณมาก

จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนตี 2 ข่าวดีท่ามกลางซากปรักหักพักก็เกิดขึ้นเมื่อทีมค้นหาได้ยินเสียงขานตอบจากคนงานซึ่งยังติดอยู่ข้างใน หลายคนเริ่มยกมือสวดมนต์หลังจากหยุดมาสักพัก ต่างช่วยกันภาวนาให้คนงานรายสุดท้ายปลอดภัย

ผ่านไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงคนงานรายสุดท้ายจึงถูกพาออกมาจากซอกลิฟต์ที่ช่วยยันไว้ทำให้แผ่นคอนกรีตไม่หล่นมาทับ แต่ถึงกระนั้นก็บาดเจ็บไม่น้อยทั้งแขนหักและหัวแตก เสียงทีมค้นหาและคนที่รอฟังข่าวเฮลั่นเมื่อไม่มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่วนการสืบสวนสาเหตุของการถล่มย่อมต้องดำเนินต่อไป

ลาภิณมีสีหน้าเหนื่อยล้าแต่ประกายจากดวงตาเต็มไปด้วยความสุขเมื่อธุรกิจของครอบครัวยังไม่ได้ทำให้ใครต้องมาตาย มัทนายื่นขวดน้ำที่เพิ่งแกะพลาสติกให้เขาพลางถามอย่างเป็นห่วง

“เหนื่อยไหมคะ”

ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับถอนใจโล่งอก แม้ซากปรักหักพังจะหมายความถึงเงินที่ลงทุนไปกลายเป็นฝุ่นผง แต่เรื่องนี้บริษัทประกันที่เคพี กรุ๊ปทำไว้คงทำให้เขาไม่ทรุดลง มือหนายื่นมาจับมือบางง่ายๆ ไม่มีคำพูดอะไรมากมายนอกจาก

“ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ ผมในวันที่มีแต่ข่าวร้าย มันยากมากเหลือเกินสำหรับการอดทนรอจนกว่าจะได้พบข่าวดี”

มัทนาพยักหน้าเข้าใจต่อให้เข้มแข็งขนาดไหนการพบกับเรื่องใหญ่เกินตัวแม้สุดท้ายจะจัดการได้และจบลงด้วยดี แต่สภาพจิตใจก็เหนื่อยล้าไม่น้อย มันคงเป็นวันแย่ๆ ที่จบลงด้วยดีเพราะไม่มีใครตาย ทว่ายังมีปัญหาที่รอการสะสางอีกมากมาย เธอคงทำได้เพียงแค่ให้กำลังใจเขาเท่านั้นเอง

 

ลาภิณคุยกับคนของเคพี กรุ๊ปอยู่ครู่หนึ่งจึงสั่งให้ธนินพาเขากับมัทนากลับโรงแรม หญิงสาวหลับพับไปกับไหล่ของคู่หมั้นด้วยความเหนื่อยล้า แต่พอถึงโรงแรมก็งัวเงียตื่นขึ้นมาได้ยินลาภิณบอกก่อนแยกไปว่าเขาต้องไปคุยกับบริษัทประกันที่รออยู่เกือบชั่วโมงแล้วซึ่งคงไม่พ้นสินไหมจากความเสียหายที่ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้สรุปอะไรเพราะเพิ่งเกิดเหตุมาไม่กี่ชั่วโมง

“คุณขึ้นห้องพักไปก่อนนะ ผมคงคุยงานสักพัก” ลาภิณเอ่ยถ้ามัทนายังบอกจะรอเขาอีกคงต้องบังคับกันบ้างล่ะ

“โอเคค่ะ”  มัทนารับปากเพราะสังขารไม่ไหวแล้ว “ถ้างั้นฉันไปแล้วนะ คุณก็รีบไปนอนด้วยล่ะ เดี๋ยวจะเดี้ยงไปเสียก่อน”

ลาภิณพยักหน้าทีเดียวพนักงานก็เข้ามาผายมือเชิญให้มัทนาเดินตามไป หญิงสาวตามพนักงานสาวสวยคนหนึ่งมาที่ห้องซึ่งจัดเตรียมไว้รอ เธอไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนจึงได้แต่อาบน้ำแล้วใส่เสื้อคลุมไว้ ส่วนเสื้อผ้าที่เพิ่งใส่ก็ซักตากไว้ใส่ได้ตอนเช้าซึ่งคงชื้นแน่ๆ เพราะแห้งไม่ทัน แต่มันคงดีกว่าไม่มีอะไรใส่เลย เธอขึ้นเตียงมานอนทั้งที่หัวยังเปียก แต่ก่อนที่จะหลับไปเธอยังนึกได้หยิบโทรศัพท์มาตั้งเวลาปลุกไว้ก่อนจะหลับไป

เพียงไม่นานต่อมาลาภิณก็เข้ามาในห้องแล้วเดินไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำก่อนจะออกมาในสภาพตาแทบปิดพลางเดินงมๆ มาเรื่อยๆ จนถึงที่นอน ไม่คิดเปิดโคมไฟด้วยซ้ำเพราะเขาแทบหลับทั้งที่หัวยังไม่ถึงหมอนได้อยู่แล้ว

 

ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #29 benjawan04 (@benjawan04) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 15:46

    เค้านอนห้องเดียวกันมั๊ยคะ อยากรู้ตรงนี้ล่ะค่ะ ????????

    #29
    0