เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,772 Views

  • 84 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    189

    Overall
    18,772

ตอนที่ 33 : ในวันที่มีข่าวร้าย ผมยังมีคุณ 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

ลาภิณเห็นมัทนาเปิดกล่องนาฬิกามองแล้วยิ้มจนเขาอดถามไม่ได้

          “คุณชอบนาฬิกาของปู่มากหรือเห็นมองแล้วยิ้ม”

          มัทนายิ้มให้ลาภิณ “ฉันชอบเพราะมันเป็นนาฬิกาของปู่ฉันเหมือนกันไงคุณ”  

          ลาภิณเพิ่งรู้ตอนที่ปู่บอกเหมือนกันว่าปู่ของเขากับปู่ของเธอมีเรื่องที่สัญญากันไว้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่คิดว่าจะมีใครอีกแล้ว การมีชีวิตโดยไม่ต้องรักใครแค่มีความสุขไปเรื่อยๆ น่าจะเหมาะกับชีวิตของเขามากกว่า

          “ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน หลังจากนั้นคุณคงไประยองสินะ”

          “ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ” มัทนามองเวลาแล้วชักเปลี่ยนใจ “บางทีอาจไปตอนเช้าแทน วันนี้ฉันอยากเคลียร์งานให้เสร็จก่อน”

ลาภิณพยักหน้าสีหน้าเรียบเฉยพลางส่งกุญแจให้มัทนา หญิงสาวรับกุญแจมาด้วยความเต็มใจแล้วขับรถออกจากบ้านของเขาไป เบื้องหลังมีรถกลางเก่ากลางใหม่จอดอยู่ ภายในรถมีสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำคู่หนึ่งมองตามก่อนจะเปลี่ยนเป็นเคียดแค้นเมื่อความรักที่ทะนุถนอมมาเนิ่นนานกำลังจะพังทลายเมื่อลาภิณให้ความสนิทสนมกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่เธอ

 

มัทนาขับรถมาจอดหน้าบ้านตัวเองพอเห็นว่าป้าอังกาบอยู่ในบ้านเธอเลยเปลี่ยนใจไม่ชวนลาภิณดื่มกาแฟเพราะเขาคงถูกซักละเอียดยิบแน่ๆ อีกทั้งเรื่องที่เธอเคยโมเมว่าเขาเป็นแฟนน่าจะไม่พ้นถูกถามจนพรุนว่าเป็นยังไงมายังไงถึงได้หมั้นกันเพราะถามเธอก็ไม่ค่อยให้คำตอบเท่าไหร่

ลาภิณรอจนเห็นว่ามัทนาเข้าไปบ้านไปแล้วจึงเปลี่ยนเกียร์รถจะเดินหน้า แต่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อนทำให้เขาต้องกดรับเมื่อเป็นสายสำคัญจากผู้จัดการโรงแรมที่เชียงใหม่ คุยกันอยู่ครู่หนึ่งสีหน้าที่ละมุนสุขก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

ชายหนุ่มเปิดไฟเลี้ยวเพื่อพารถออกสู่ถนน แต่ยังไม่ทันทำดังใจเพราะมัทนาโทรมา เขากดรับสายแม้จะร้อนใจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นร้ายแรงมาก แต่เขามองข้ามเธอไม่ได้

          “ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนคะ ฉันเพิ่งวางสายจากคุณลัลที่โทรหาคุณไม่ได้ เลยโทรหาฉันแทน”

          “ผมอยู่หน้าบ้านคุณ ยังไม่ได้ไปไหนพอดีเพิ่งคุยงานทางโทรศัพท์เสร็จ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ลาภิณถามเพราะได้ยินเสียงลมกับเสียงเปิดรั้วพอหันไปมองข้างหลังถึงได้คำตอบ

          “ฉันกำลังวิ่งไปหาคุณ อย่าเพิ่งไปไหนนะ รอฉันก่อน”

          ลาภิณเห็นมัทนากำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาหาสีหน้าไม่สบายใจนัก เขาเดาว่าลัลนาคงบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอแล้ว มัทนาเคาะกระจกบอกให้เขาเปิดประตู ชายหนุ่มเปิดประตูยังไม่เข้าใจว่าหญิงสาวต้องการให้เขาทำแบบนี้ทำไม

          “ออกมาสิคุณ ฉันจะช่วยขับรถไปสนามบินให้ ระหว่างนี้คุณก็โทรหาใครต่อใครไปแล้วกัน ฉันอยากช่วย แต่คงช่วยได้เท่านี้เอง”

ลาภิณยอมเดินไปนั่งที่เบาะข้างๆ มัทนาเพื่อปล่อยหน้าที่สำคัญให้เธอรับไป ช่างเป็นความแปลกใหม่ในยามที่มีใครสักคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยที่เขาไม่ได้ร้องขอ

          “ขอบใจ ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นระหว่างการหมั้นของเรา แต่คุณก็ยังอยากช่วยผมทั้งที่ไม่ทำก็ได้ ”

          “เป็นคนอื่นก็คงทำแบบฉันนั่นแหละคุณ ว่าแต่โรงแรมของคุณเสียหายมากไหม”

มัทนาห่วงเรื่องนี้มากกว่า ลัลนาบอกว่าตึกยังสร้างไม่เสร็จแต่มาถล่มเสียก่อน โชคดีที่ตอนเกิดเหตุเป็นเวลาเลิกงานแล้วทำให้มีคนงานติดอยู่ในตึก 3 คน แต่ข่าวร้ายคือยังไม่รู้ชะตากรรม

          “พอสมควร คุณพาผมไปที่ตึกเคพี กรุ๊ปแล้วกัน ผมจะนั่งเครื่องบินเล็กไปโรงแรมที่เชียงใหม่ คุณส่งผมแล้วกลับก่อนก็ได้นะ ขับรถของผมไปได้เลย”

          “ฉันจะไปด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกัน อย่างน้อยฉันก็ไม่อยากทิ้งคุณในเวลาแย่ๆ แบบนี้หรอกนะ” มัทนาบอกลาภิณจากใจจริง ถึงเขาจะรับมือได้ดีขนาดไหน แต่เธอก็เป็นห่วงเขาอยู่ดีในฐานะคู่หมั้นหลอกๆ ก็ได้

          “ตามใจ เตรียมตัวไว้แล้วกัน ผมคงไม่มีเวลาดูแลคุณเท่าไหร่”

          “ทำอย่างกับที่ผ่านมาคุณดูแลฉันอย่างนั้นแหละ”

          ลาภิณยิ้มกว้างอยากย้อนคำของมัทนาแต่แล้วกลับเปลี่ยนใจเมื่อรู้สึกได้ว่าการมีเธออยู่ตรงนี้ย่อมดีกว่าไม่มีใครเลย อย่างน้อยมันก็เป็นอีกครั้งที่เธอมีน้ำใจต่อเขา คราวนี้เธอก้าวผ่านเส้นแบ่งของการเป็นคนแปลกหน้ามาสู่ความเป็นเพื่อนซึ่งก่อเกิดมิตรภาพที่งดงาม ในความต่างกลับทำให้เกิดบางอย่างที่เขาอยากตอบแทน เพียงแต่หากให้เป็นเงินเธอคงโกรธกลับมา ผู้หญิงอย่างมัทนาสมควรได้รับการตอบแทนด้วยอะไรเธอถึงจะชอบใจจนยิ้มออกมา ณ ตอนนี้เขาไม่รู้คำตอบใดๆ เลย

 

เหตุการณ์โรงแรมที่กำลังก่อสร้างในเครือเคพี กรุ๊ป ถล่มกลายเป็นข่าวใหญ่ทันที คลิปตึกถล่มซึ่งมาจากกล้องหน้ารถซึ่งจอดอยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุถูกโพสต์ลงโซเชียลก่อนจะตามมาด้วยหน้าจอทีวีจนกลายเป็นที่วิจารณ์ในวงกว้างถึงสาเหตุของเหตุการณ์ถล่มในคราวนี้ บริษัทผู้รับเหมากลายเป็นประเด็นพอๆ กับแบบของตึกที่กำลังถูกตรวจสอบว่ามีการทำผิดไปจากเดิมหรือวัสดุก่อสร้างที่ใช้ผิดสเปคหรือไม่ การหายไปของคนงาน 3 คนยังถูกตามติดถึงการค้นหา บรรดาญาติของคนงานที่ยังติดในซากตึกร้องไห้กันระงมจนเป็นภาพที่เผยแพร่ออกไปอย่างต่อเนื่อง

ลาภิณสั่งให้มาดาติดประกาศให้สื่อมวลชนและพนักงานที่เกี่ยวข้องรับทราบว่าเคพี กรุ๊ปจะดูแลผู้บาดเจ็บในเบื้องต้นรวมทั้งหากมีการเสียชีวิต โดยจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการค้นหาผู้ที่ยังสูญหาย แม้จะเป็นข่าวสะเทือนใจ แต่ชื่อของลาภิณก็ถูกนักข่าวเล่นประเด็นความเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่มีข่าวคาวกับดารานางแบบอีกจนได้ ลัลนาเห็นแล้วก็ได้แต่ปลงแทนพี่ชายที่กำลังเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยตัวเอง โดยเธอคอยบอกข้อมูลเชิงลึกให้พี่ชายทราบเป็นระยะ

ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงกว่าๆ จากเครื่องบินมาสู่รถยนต์ ลาภิณกับมัทนาก็มาถึงสถานที่เกิดเหตุซึ่งห่างจากโรงแรมแกรนด์พรีเมียร์ซึ่งอยู่กลางใจเมืองไป 10 กิโลเมตร แม้จะผ่านช่วงเวลาที่เกิดเหตุมาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้ว ความโกลาหลจากชาวบ้าน คนงาน นักข่าวก็มีผลทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ค่อนข้างลำบากจนต้องปิดกั้นสถานที่แล้วให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปเพื่อดำเนินการค้นหา  มัทนารู้แม้ลาภิณไม่บอกว่าเขามีงานหนักรออยู่ตรงหน้าจึงเอ่ยขึ้นเองว่า

“ทำงานของคุณเถอะค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้”

“คุณอยากได้อะไรบอกคุณธนินแล้วกันนะ” ลาภิณแนะนำมัทนากับธนินเร็วๆ “ถ้าเหนื่อยไปที่ห้องพักได้เลย ให้คุณธนินขับรถไปส่งก็ได้ โรงแรมอยู่ไม่ไกลหรอก แค่นี้เอง”

มัทนาพยักหน้าไม่ได้บอกเขาหรอกว่าเดี๋ยวเธอคงหาเรื่องช่วยได้แถวๆ นี้แหละ ตอนนี้รถแบคโฮ 2 คันกำลังทำการยกแผ่นคอนกรีตออกมาเพื่อค้นหาคนงานที่สูญหายอย่างเร่งด่วน ลาภิณเดินมุ่งหน้าไปยังหัวหน้าเจ้าหน้าที่ค้นหา โดยมีผู้จัดการโรงแรมแกรนด์พรีเมียร์คอยรายงานสิ่งที่ได้ทำไป ข้างๆ มีหัวหน้าคนงานคอยบอกว่าจุดที่ถล่มคือส่วนไหนของโรงแรมซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างต่างฝ่ายแนะนำตัวกันอย่างเร่งรีบแล้วเข้าเรื่องสำคัญที่อยู่ตรงหน้าทันที

“พบคนงานแล้ว 1 คน ส่วนคนงานอีก 2 คนไม่พบครับ” หัวหน้าเจ้าหน้าที่ค้นหารายงาน

นับว่าเป็นข่าวดีที่พอจะทำให้ลาภิณลดก้อนหินหนักๆที่วางอยู่บนบ่าได้ไปบ้างเมื่อหาคนงานพบแล้ว 1 คน

“นอกจากอุปกรณ์ที่มีอยู่เจ้าหน้าที่ค้นหายังต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ ผมจะจัดการให้เพื่อให้การค้นหาดำเนินต่อไปได้อย่างสะดวกขึ้น”

เครื่องมือที่ยังขาดถูกเอ่ยขึ้นทันที ตอนนี้มีจำนวนคนพอแล้วขาดแต่ของที่จะช่วยให้การค้นหาง่ายขึ้น ลาภิณโทรสั่งงานรีบจัดหาให้ พอหันมาอีกทีไฟจากหลายดวงก็ถูกเปิดแม้จะทำกันแบบชั่วคราวทว่าสว่างแทบไม่ต่างจากเวลากลางวัน

การค้นหาดำเนินต่อไปโดยมีวิศกรคอยสำรวจช่วยบอกควบคู่ไปกับหัวหน้าคนงานเพราะมีบางจุดที่รถแบคโฮไม่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากอาจทำให้บริเวณด้านล่างถล่มลงไปอีก จากที่แสงอาทิตย์เหลือจนไม่มีแทนด้วยความสว่างจากดวงไฟเวลาผ่านไปเร็วจนลาภิณรู้สึกได้ว่าเขามองหามัทนาไม่พบ ครั้นพอโทรหาเธอก็ไม่รับสายทำให้ต้องถามหาจากธนินซึ่งอยู่บริเวณเต็นท์ที่ทำขึ้นสำหรับให้ญาติคนงานได้รอฟังข่าว แต่ตอนนี้มีนักข่าวมาขอนั่งพักด้วย

“เห็นคุณมัทนาบ้างไหม”

“ไม่เห็นครับ” ธนินตอบ “คุณมัทนาบอกว่าจะไปร้านค้าแถวๆ นี้เดี๋ยวจะกลับมา”

ลาภิณค่อยเบาใจเพราะมัทนาดูแลตัวเองได้ทำให้เขามีสมาธิในการติดตามการค้นหาโดยไม่ต้องกังวลว่าเธอจะเป็นอย่างไร มณฑลโทรมาถามความคืบหน้าจากลูกชายและกำชับให้ดูแลคนงานจนถึงที่สุดก่อนวางสายไป เวลาผ่านไปอีกชั่วโมงทว่ายังไม่พบคนงานอีก 2 ราย ลาภิณยืนมองซากปรักหักพังซึ่งกลายเป็นเงินที่สูญเปล่าและบ่งบอกความผิดพลาดที่รอเวลาหาต้นเหตุว่าเกิดจากอะไร

“ดื่มน้ำแล้วก็กินข้าวก่อนนะคุณ มันเกือบ 3 ทุ่มแล้ว”

ลาภิณหันมองมัทนาถึงได้เห็นว่าเธอมีข้าวกล่องกับน้ำดื่มมาให้เขา ทั้งที่เขาคิดว่าเธอน่าจะกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนไปแล้ว แต่เปล่าเลย ตอนนี้ข้าวกล่องหน้าตาเหมือนๆ กันกำลังถูกแจกโดยธนินให้คนงานและเจ้าหน้าที่ค้นหาซึ่งเพิ่งได้พักในระหว่างที่อีกกลุ่มกำลังทำหน้าที่สลับกัน หนึ่งชั่วโมงที่เธอหายไปยังร้านค้าก็เพื่อซื้อข้าวกล่องมาให้คนงานและเจ้าหน้าที่เองหรือ เขาไม่ทันคิดถึงเรื่องพวกนี้เลยเมื่อมุ่งแต่เรื่องการค้นหาคนงานเท่านั้น

“แล้วคุณล่ะ กินข้าวแล้วหรือยัง”

“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันกินพร้อมกับคุณ รอตรงนี้ก่อนนะ” มัทนาส่งข้าวกล่องในมือให้ลาภิณและวางขวดน้ำลงบนโต๊ะแล้วไปหยิบข้าวกล่องมาสำหรับตัวเองก่อนจะเดินเร็วๆ มาหาขา

ลาภิณนั่งลงที่เก้าอี้แล้วเปิดกล่องโฟมพอเห็นว่าเป็นข้าวผัดก็ตักเข้าปากถึงได้เพิ่งรู้ว่าหิวตอนนี้เอง มัทนาเปิดขวดน้ำให้เขาและเปิดขวดของตัวเองกระดกดื่มอย่างง่ายๆ ไม่ต้องมีหลอด แล้วกินข้าวของตัวเองบ้างพลางมองลาภิณอดยิ้มบางๆ ไม่ได้เมื่อทุกอย่างช่างเรียบง่าย พอชายหนุ่มหันมาก็ไม่ได้หลบ

“ยิ้มอะไรหรือคุณ ยิ้มเพราะผมกินข้าวกล่องงั้นหรือ”

“ยิ้มที่คุณยอมกินข้าวผัดค่ะ ฉันไม่รู้หรอกว่าคุณชอบกินอะไร แต่พอเห็นว่าคุณกินได้ไม่บ่นเลยสบายใจ” มัทนาเอ่ยจากใจจริง เธอรู้ว่าเขาไม่ได้ทำตัวเป็นคุณชายเรื่องกินข้าวกล่องคงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในชีวิตของเขาหรอก

“ผมไม่ชอบถั่วงอก อย่างอื่นผมกินได้หมดถ้าไม่เผ็ดมากเกินไป” ลาภิณเอ่ยลอยๆ

“ฉันจะจำไว้ค่ะ” มัทนาเคาะเบาๆ ที่ขมับตัวเองก่อนจะลุกตามลาภิณเพราะเจ้าหน้าที่วิ่งมาหาสีหน้าเหมือนมีข่าวดี

“พบคนงานอีกคนแล้วครับ ยังมีชีวิตอยู่ แต่สาหัสพอสมควร น่าจะขาหักทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่กำลังหาทางพาตัวออกมาอยู่ครับ”

ลาภิณวางข้าวกล่องคว้าน้ำขวดเดียวกับมัทนามาดื่มเร็วๆ ก่อนจะวิ่งตามเจ้าหน้าที่ไป มัทนามองตามเพราะเธอคงช่วยเขาได้เท่านี้ ถ้าเข้าไปมุงอีกคนน่าจะทำให้เกะกะเจ้าหน้าที่มากกว่า อย่างน้อยก็มีข่าวดี ตอนนี้คงต้องภาวนาให้พบคนงานคนสุดท้าย ขอแค่มีชีวิตรอด เธอยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พานทำให้คนงานที่เห็นพากันทำตามเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วนอกจากรอกับสวดมนต์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #28 benjawan04 (@benjawan04) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 15:48

    เราชอบเรื่องนี้ รออ่านอยู่ค่ะ ✌✌✌

    #28
    1
  2. #27 Yan Ming Ling (@jerry_lin11) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 15:44
    กำลังใจจากคนข้างกายสำคัญเสมอ #หากไม่มองข้าม
    #27
    0