เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,773 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    190

    Overall
    18,773

ตอนที่ 26 : ผมเจ็บตัวเพราะปกป้องคุณ แต่คุณเจ็บตัวเพราะโกรธผม 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    30 ก.ค. 61

การไปงานวัดคราวนี้กินเวลานานกว่าปกติเพราะมัทนาพาคนงานไปหาอะไรกินและซื้อเสบียงสำหรับวันต่อไปด้วย หลังจากนั้นถึงได้ไปเดินเล่นตามซุ้มต่างๆ อีกทั้งยังมีหนังกลางแปลงฉายหนังฝรั่งที่เป็นภาคต่อสุดฮิตเสียด้วยเลยดูกันยาวจนจบถึงค่อยเดินตามกันมาที่แคมป์คนงานซึ่งเป็นห้องแถวชั้นเดียวในสวนดอกไม้ โดยเมื่อก่อนเคยเป็นห้องเช่ามาก่อน

มัทนาเดินรั้งท้ายมากับพิพัฒซึ่งถือของพะรุงพะรังเต็มไปด้วยขนมเอามาฝากเด็กๆ ในหมู่บ้านตอนเช้าพรุ่งนี้ที่จะมาเล่นกันตรงสนามของหมู่บ้าน

“มีงานกาชาด ขับรถไปแป๊บเดียวก็ถึง มัทไปด้วยกันอีกนะ คราวนี้พัฒจะได้เลี้ยงมัทกับคนงานกลับบ้าง” พิพัฒเอ่ยชวนเหมือนเมื่อก่อนเวลามัทนามาค้างที่นี่กับกลุ่มเพื่อนมหาลัย

          “ก็ได้ แต่ขอดูก่อนนะว่าพรุ่งนี้มะลิจะโทรมาตามให้กลับไปเคลียร์งานทางโน้นหรือเปล่า”

          พิพัฒยิ้มกว้างยิ่งปลื้มใจเมื่อมัทนาหันมายิ้มตอบ หากเธอไม่ได้เพิ่งหมั้นกับใครไปแล้ว เขาคงกล้าสารภาพความในใจอย่างไม่ลังเล ทว่าเวลานี้เขาคงหมดเวลาสุขใจนั้นแล้วเมื่อเห็นมัทนามองไปยังรถคันหนึ่ง ใครบางคนลงมาจากรถและเขาจำได้ทันทีว่าเป็นผู้ชายที่มาส่งเธอเมื่อเช้า

          “พัฒพาคนงานไปพักก่อนนะ เดี๋ยวมัทไปคุยกับคุณลาภิณก่อนไม่รู้มีธุระอะไรหรือเปล่า ตอนคุยโทรศัพท์ไม่เห็นบอกสักหน่อยว่าจะมา”

มัทนาตบไหล่พิพัฒก่อนมองไปยังรถสปอร์ตที่ลาภิณขับเมื่อเช้า แต่ตอนนี้เขาขับรถมาถึงที่นี่ ถ้าเดินมาคนเดียวเธอคงคิดว่าตัวเองตาฝาดแน่ๆ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ลาภิณจะมาหาเธอสักหน่อย

          “คุณลาภิณมาหาฉันหรือคะ” มัทนาถามอย่างไม่แน่ใจ

          “ใช่” ลาภิณตอบ แต่ก่อนที่มัทนาจะคิดไปไกลเขาจึงรีบเอ่ยต่อไปว่า “พอดีพรุ่งนี้ผมต้องมาประชุมที่โรงแรมแกรนด์ รอยัล ระยอง อยู่แล้วเลยเอาของที่พ่อคุณฝากมาให้เสียเลย เพิ่งกลับมาจากงานวัดหรือ”

          “ค่ะ เพิ่งกลับมา” มัทนามองถุงขนมที่ยังถือไว้อยู่พลางรับกล่องพลาสติกซึ่งน่าจะเป็นหมูแดดเดียวมา “ขอบคุณนะคะที่เอาของชอบของฉันมาให้”

          ลาภิณพยักหน้าพลางมองไปที่แคมป์คนงานซึ่งมีสภาพดีเหมือนมาพักบ้านเพื่อนดูปลอดภัยไม่อยู่ในบริเวณเปลี่ยวอะไร อาธรบอกเขาว่าพิพัฒเป็นเจ้าของหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นบ้านหลังใหญ่ข้างๆ คงเป็นของพิพัฒกระมัง

          “ดึกแล้ว คุณลาภิณหิวไหมคะ” มัทนาชักเป็นห่วงถ้าลาภิณขับรถมาถึงที่นี่คงไม่สะดวกจอดรถแล้วลงไปหาซื้ออะไรกินเท่าไหร่

          “หิวหรือไม่หิวต่างกันยังไง คุณจะช่วยทำอะไรให้ผมกินหรือเปล่าล่ะ”

          มัทนารีบส่ายหน้า “คงไม่ล่ะค่ะ แต่ฉันจะพาคุณไปหาอะไรกินที่งานวัด แต่ถ้าคุณลาภิณไม่หิวฉันก็ไม่รู้จะชวนทำอะไรต่อ บอกตรงๆ ฉันอยากขอบคุณที่คุณมีน้ำใจน่ะค่ะเลยถามว่าหิวไหม”

          “เมื่อตอนเย็นผมกินข้าวบ้านคุณไปได้ไม่มาก”

          “ไม่อร่อยหรือคุณ ปกติพ่อทำกับข้าวอร่อยนะคะ” มัทนาเข้าข้างพ่อเต็มที่ แต่พอคิดอีกทีเขาอาจไม่คุ้นกับอาหารของพ่อเธอกระมัง “มาค่ะ เดี๋ยวไปหาอะไรให้คุณกินเอง รับรองอิ่ม สะอาด ปลอดภัยและไม่เกร็ง”

          “ผมเหนื่อยไม่อยากเดินแล้วล่ะ ขับรถไปโรงแรมของผมดีกว่า ให้เชฟทำอะไรให้กินก็ได้สะดวกดี” ลาภิณตัดสินใจเอง แต่มัทนากลับมองมาแปลกๆ  “ไม่ต้องมองผมแบบนั้น ผมไม่ได้จะพาคุณไปทำอะไรสักหน่อย ถ้าหุ่นได้สักครึ่งของนางแบบก็ว่าไปอย่าง”

          มัทนาค้อนใส่คนช่างว่า แน่ละสิเธอดูมๆ ไม่ถึงครึ่งของเจนจิรา แต่ว่าความสูงก็พอๆ กันนะ ยกเว้นเรื่องหน้าตา เธอไม่ใช่ระดับนางเอก แต่ก็พอไปวัดไปวาได้ล่ะน่า ทว่าเมื่อคิดว่าเขาเคยจูบเธอคราวนั้นก็ทำให้ไม่ไว้ใจอยู่เหมือนกัน

          “ขืนคุณคิดไม่ดีคราวนี้ฉันต่อยคุณให้ตาเขียวแน่” มัทนาขู่แฝงความเอาจริง “ถ้างั้นตอนกลับฉันขอยืมรถคุณขับกลับมาได้ไหมคะ”

          “ก็ได้” ลาภิณตอบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ

          มัทนารีบแบมือขอไม่งั้นลาภิณอาจเปลี่ยนใจ “ส่งกุญแจรถมาสิคะเดี๋ยวฉันขับให้ ถึงจะเพิ่งมารู้ตอนนี้ว่าคุณขับรถคล่องแม้จะใช้แขนข้างเดียว แต่ฉันก็เต็มใจขับรถให้คุณจนกว่าแขนจะหายดีอยู่นะคะ”

          ลาภิณส่งกุญแจรถให้มัทนาแล้วเดินไปเปิดประตูอีกฝั่งตามความเคยชิน หญิงสาวขับรถออกจาหมู่บ้านแล้วคอยให้ลาภิณช่วยบอกทาง พิพัฒออกมาจากบ้านไม่เห็นรถของลาภิณแล้วจึงโทรหาเพื่อนสาวที่กดรับสายทันที เสียงเพลงในรถคลอตามมาราวกับเป็นคำตอบว่าตอนนี้เธอไปกับลาภิณ

          “ไปไหนหรือมัท มันดึกแล้วนะ” พิพัฒถามเพราะจะกดวางสายคงไม่ทันแล้ว

          “มัทไปส่งคุณลาภิณน่ะ เดี๋ยวก็กลับแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกจ้า” มัทนาตอบและคุยกับพิพัฒอีกหลายคำจึงวางสาย

          “ผมเปลี่ยนใจแล้วอยากไปเดินเล่นที่ชายหาดแถวๆ นี้ก่อนแล้วค่อยไปโรงแรม”

          มัทนาหันมามองลาภิณ เธอคิดไปเองหรือเปล่านะว่าสีหน้าของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดเพราะมีเรื่องอะไรมากวนใจ บางทีเขาอาจจะเจ็บแขนหรือมีเรื่องไม่สบายใจกระมัง เพราะฉะนั้นแทนที่เธอจะถามว่าทำไมเปลี่ยนใจจึงหันไปบอกเขาเหมือนล้อๆ แทน

          “โอเคค่ะ เจ้านาย”

          ลาภิณหันมามองมัทนา ทว่าคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในสมองกลับยังหาคำตอบไม่ได้ จากที่เขาเคยคิดว่าเธอเหมือนหนังสือที่อ่านง่ายตรงมาไปตรงมาอาจไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว เมื่อเข้าสู่บทใหม่เขากลับไม่เข้าใจเธอมากขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้

 

          มัทนาหาที่เหมาะๆ กับการเดินเล่นและมีไปส่องทางให้ไม่เปลี่ยวจนเกินไป ซึ่งก็พอสบายใจได้เพราะดึกป่านนี้แล้วยังมีรถสัญจรเป็นระยะ ลาภิณลงจากรถแล้วเดินไปเรื่อยๆ เมื่อต้องการใช้ความคิด โดยมีมัทนาเดินตามมาห่างๆ เพราะเขาเดินเร็วจนเธอขี้เกียจวิ่งตาม คิดว่าพอเหนื่อยเขาคงหาที่นั่งพักแล้วกลับมาที่รถเอง แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อเขายังคงเดินต่อไปจนกลายเป็นว่าเธอต้องวิ่งไปตามไม่อย่างนั้นคืนนี้คงไม่ได้กลับไปนอนกันพอดี

          “นี่คุณ...จะเดินไปให้ถึงบางแสนเลยไหม ฉันจะได้ขับรถไปรอที่นั่นเสียเลย” มัทนาถามพลางดึงแขนของลาภิณไว้ก่อนจะรีบปล่อยเมื่อเขายอมหยุดขาที่กำลังจะก้าว  “ถ้าอยากเดินขนาดนี้ไม่น่าขับรถมาน่าจะเดินมาตั้งแต่กรุงเทพฯ มากกว่านะคะ”

          ลาภิณรู้ตัวว่าเดินมาไกลซึ่งเขามั่นใจว่าไม่เหนื่อยในการกลับไปที่รถ เวลาใช้ความคิดหากอยู่เงียบไม่ได้ เขามักชอบการเดินแล้วคิดไปด้วยอย่างนี้

          “ทำไมคุณเลือกจะบอกว่ามาระยองตอนบ่ายแทนที่จะบอกตั้งแต่เมื่อเช้าล่ะมัทนา”

          มัทนาอยากย้อนลาภิณเหลือเกินว่าถ้าเขาอยากรู้แค่นี้ถามตอนอยู่ในรถก็ได้ไม่เห็นต้องเดินมาตั้งไกลให้เธอเสียแรงวิ่งตามเลย แต่ขืนบอกไปแบบนั้นมีหวังถูกย้อนให้เจ็บแสบเปล่าๆ

          “พัฒเพิ่งมาติดต่องานกับฉันเมื่อเช้ากว่าจะคุยงานตกลงรายละเอียดก็บ่าย พอตกลงกันว่าจะมาระยองฉันถึงได้โทรหาคุณตอนบ่าย แต่คุณไม่ได้รับสาย ความจริงแล้วฉันไม่ต้องโทรบอกคุณยังได้เลยด้วยซ้ำ แต่ที่ฉันโทรบอกคุณก็เพราะฉันอยากแชร์ว่ากำลังทำอะไร ถึงเราเป็นคู่หมั้นปลอมๆ แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้”

          “งั้นหรือ” น้ำเสียงลาภิณตวัดขึ้นจมูกพลางมองมัทนาแล้วเป็นฝ่ายเดินย้อนกลับมาทางเดิม

          มัทนาเดินตามมารีบอธิบายต่อ “เราไม่ใช่แฟนที่ต้องรายงานเรื่องนั้นเรื่องนี้สักหน่อยนี่คะ หรือว่าคุณอยากจะทำแบบนั้น”

          ลาภิณหยุดเดินพลอยทำให้มัทนากระแทกหลังเขาเข้าเต็มๆ หญิงสาวขมวดคิ้วใส่โทษฐานที่ชายหนุ่มทำอะไรไม่บอกกันก่อน

          “เมื่อตอนเย็นพ่อของคุณบอกว่าให้ผมช่วยดูแลคุณ ดีกับคุณ ท่านไม่รู้ว่าเราหมั้นกันเพราะข้อตกลงบางอย่าง แต่ผมก็อยากทำอย่างนั้น เพียงแต่ว่าระหว่างเราไม่ควรมีวาระซ่อนเร้นระหว่างกันจนทำให้ผู้ใหญ่สงสัย”

          ฟังแล้วมัทนาชักตงิดๆ ว่าลาภิณกำลังหลอกด่าหรือว่าแค่ชวนคุยกันแน่ แต่ดูท่าทางที่เหมือนครูฝ่ายปกครองแล้วคงเป็นอย่างแรกกระมัง

          “วาระซ่อนเร้น คุณลาภิณหมายถึงอะไรหรือคะ”

          “ผมไม่ชอบการถูกหักหลังไม่ว่าเราจะหมั้นกันด้วยเหตุผลอะไร ในระหว่างนี้คุณควรให้เกียรติผม ถ้าคุณมีเพื่อนชายที่สนิทกันแล้วมารับเงื่อนไขของผมทำไม” ลาภิณคิดแล้วว่าปัญหานี้ควรพูดกันอย่างตรงไปตรงมา

          มัทนาถอนใจไม่อยากโมโหลาภิณที่ถามอะไรน่าถีบ “ฉันจะคิดเสียว่าวันนี้คุณอารมณ์ไม่ดีถึงพูดอะไรไม่น่าฟังออกมา ฉันไม่อยากไปโรงแรมของคุณแล้ว ถ้ายังไงย้อนกลับไปส่งฉันก่อนแล้วกันนะคะ”

          มัทนาเดินผ่านลาภิณไปแต่กลับถูกเขาจับข้อมือไว้ พอสะบัดออกเขากลับยิ่งกำข้อมือของเธอไว้แน่น เสียงคลื่นเริ่มน่าฟังสำหรับเธอมากกว่าคำพูดของเขาขึ้นมาทันที คุยกันดีๆ ทำไมถึงกลายเป็นเหมือนชวนทะเลาะไปได้

          “ทำไมต้องเปลี่ยนเรื่อง ปกติแล้วคุณตรงไปตรงมากล้าพูดไม่ใช่หรือ คราวนี้ทำไมเลี่ยง”

          “เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันน่ะสิคะ ฉันยอมรับเงื่อนไขช่วยคุณก็เรื่องหนึ่ง ชีวิตส่วนตัวของฉันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ฉันไม่ชอบเอามาปะปนกัน”

          ลาภิณปล่อยมือของมัทนาเริ่มได้คำตอบในหลายๆ คำถาม

          “ขอบใจที่บอกว่าคุณคิดยังไง”

          คราวนี้ลาภิณเป็นฝ่ายเดินผ่านมัทนาบ้าง หญิงสาวมองท่าทางแปลกๆ ของชายหนุ่มแล้วยิ่งไม่เข้าใจจนต้องเดินมาชนไหล่แล้วถามให้หายข้องใจ

          “ถ้าจะขอบใจกันจริงๆ ทำไมคุณต้องทำเหมือนไม่พอใจด้วยล่ะคะ”

          ลาภิณไม่ตอบยังคงเดินต่อไปกลายเป็นมัทนาที่ต้องรีบก้าวตามให้ทันเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าเขาขายาวมาก จนมาถึงรถนั่นล่ะเธอถึงได้คำตอบที่เดาเอาเอง

          “ถ้าคุณอารมณ์ไม่ค่อยจะดีซึ่งมันคงมีสาเหตุมาจากฉัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันโทรให้พัฒมารับแล้วกันนะคะ มันดึกมากแล้วด้วยคุณจะได้ไม่ต้องขับรถกลับไปกลับมา”

          ลาภิณมั่นใจแล้วว่ามัทนามีปัญหาในการจัดลำดับความสำคัญ เธอเลือกคนอื่นแทนเขาเป็นครั้งที่สองของวันนี้แล้ว เธอไม่รู้ตัวบ้างเลยหรือว่าคำตอบของเขาก็มาจากคำถามที่เอ่ยไปนั่นแหละ เขาเป็นใครทำไมเธอถึงได้เอาแต่มองข้าม พอกันทีเธอควรรู้ได้แล้วว่าลำดับของเขาคือที่หนึ่งและไม่ใช่ตัวเลือกให้เธอต้องมาพิจารณา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #14 onnysireen (@onnysireen) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 13:11

    อยากเป็นที่หนึ่ง....ฮิ้วววว


    #14
    0