เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,916 Views

  • 84 Comments

  • 121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    18,916

ตอนที่ 22 : ผมให้เวลาคุณ 3 นาที 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    26 ก.ค. 61

          ลาภิณช่วยจับมือมัทนาเพราะเธอดูไม่ค่อยชินกับการใส่ผ้านุ่งยาวๆ และแคบรวมทั้งรองเท้าส้นสูงนัก หญิงสาวนั่งลงตามด้วยชายหนุ่มซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน พิธีหมั้นดำเนินไปโดยมีการพูดจาของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ของสำหรับหมั้นหมายถูกจัดวางมาอย่างสวยงามอยู่ในพานหลายใบ มัทนามองลาภิณเหมือนจะถามว่าของพวกนี้มาได้ยังไงเพราะมันมากมายเหลือเกิน แต่พอมาคิดว่าลาภิณเป็นถึงลูกชายคนเดียวของคุณมณฑลซึ่งกว้างขวางในวงการธุรกิจคงไม่ทำอะไรน้อยหน้าใครแน่นอน

สาบานได้มัทนาคนนี้จะคืนของหมั้นทันทีหลังจากเสร็จพิธี หากมันหายในระหว่างที่เธอกับเขายังไม่ถอนหมั้นคงได้ใช้หนี้กับจนแก่หง่อมพอดี

          “สวมแหวนให้น้องสิตาภิณ” ลลิตาส่งแหวนประจำตระกูลให้ลูกชายซึ่งยกมือไหว้ผู้เป็นแม่ก่อนรับไป

          ลาภิณทำตาขยุกขยิกให้มัทนาซึ่งยังนั่งเฉยจนเขาเป็นฝ่ายจับมือเธอมาสวมแหวนหมั้นให้ที่นิ้วเสียเอง หญิงสาวยิ้มเก้อๆ ตอนแรกไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่พอมาอยู่ในพิธีใจเกิดสั่นเพราะอะไรก็ไม่รู้

          “ยัยมัทไหว้พี่ภิณนะลูก” อาธรบอกลูกสาว

          มัทนาหันมายิ้มให้พ่อก่อนจะมองลาภิณแล้วยกมือไหว้เรื่องนี้เธอทำประจำ แต่การที่เขายกมือมาจับมือของเธอไว้แบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เธอเลยทำหน้าไม่ค่อยถูก ครั้นจะสบตาเขา เธอก็ดันก้มหน้าหลบอย่างไม่รู้ตัวเสียนี่ ลาภิณยิ้มบางเมื่อเห็นมัทนาเขินอายเป็นครั้งแรก

          “ไหว้คุณปู่กันนะทั้งสองคน” มณฑลเอ่ย

          ลาภิณโอบไหล่มัทนาเพื่อให้หันหน้าไปทางกล้องแล้วก้มลงไหว้มานพประหนึ่งว่าท่านอยู่ในงานด้วยกัน มานพดีใจจนน้ำตาไหลริมฝีปากของเขายิ้มกว้างมองหลานชายอย่างรักและภูมิใจ เวลานี้มีความโล่งใจเข้ามาอีกอย่าง ลลิตากับลัลนาพากันเช็ดน้ำตากันป้อยๆ ทั้งซึ้งใจและมีความสุขระคนกัน

          “ปู่ยินดีด้วยนะตาภิณ หนูมัทนา ช่างเหมาะสมกันจริงๆ หมั้นกันแล้วไม่เกินปีก็ควรแต่งงานกันนะเราทั้งสองคน ปู่จะได้อุ้มหลานไวๆ”

          ลาภิณเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าเขาตัดสินใจไม่ผิด ความสุขของปู่แม้ว่าเขาไม่รู้ว่าจะยาวนานอีกเท่าไหร่ช่างมีค่าเหลือเกิน มือหนาจับมือบางของคู่หมั้นหมาดๆ แล้วบีบเบาๆ เขายิ้มให้เธอพลางตอบปู่ว่า

“ผมดีใจที่คุณปู่มีความสุขนะครับ”

          “ทีนี้ก็เหลือแต่ยัยลัล” มานพชี้ไปยังหลานสาวที่กำลังเช็ดน้ำตาและยิ้มอยู่เพลินๆ แทบสะดุ้ง

          “โหย ใจเย็นๆ สิคะปู่ ลัลขอเวลาไปหาว่าที่เจ้าบ่าวก่อน” ลัลนาบอกปู่แต่กลับเขินเสียเอง

          ทุกคนพากันหัวเราะรวมทั้งมานพด้วย สายตาของลาภิณที่มองปู่อยู่ในสายตาของมัทนาตลอด หลายครั้งที่เธออยากบอกเขาว่าเราควรหยุด แต่เมื่อเห็นเขาแสดงออกถึงความรักที่มีต่อปู่อย่างชัดเจนทำให้เธอเข้าใจแล้วว่าการหมั้นเป็นเจตนาที่ดี แม้จะเป็นการโกหกแต่ทั้งเธอและเขาสามารถแก้ไขได้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม หลังการถอนหมั้น เราสองคนจะยังเป็นเพื่อนกันได้และทำให้คนรอบตัวไม่ทุกข์ตามไปด้วยเพราะเรายังคงมีความสุขในชีวิตดังเดิม    

 

          ลาภิณรอจนมัทนาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจึงพาออกมาลาญาติผู้ใหญ่ที่ให้เกียรติมาร่วมงานและขอบคุณนักข่าวซึ่งให้ความร่วมมือว่าจะไม่นำภาพว่าที่เจ้าสาวของเขาไปลงข่าว โดยให้เหตุผลว่าเธอต้องการความเป็นส่วนตัว แม้นักข่าวจะอยากนำภาพของมัทนาออกไปนำเสนอแค่ไหนคงไม่กล้าเสี่ยงโดนฟ้อง ทำให้มัทนาเบาใจและขอบคุณลาภิณอย่างซาบซึ้งที่เขาไม่มองข้ามความต้องการเล็กๆ น้อยๆ ของเธอ

          เมื่อแขกเหรื่อกลับกันไปหมดแล้ว ลาภิณจึงพามัทนาไปลามณฑลกับลลิตาก่อนจะขอตัวพาเธอกลับบ้านเพราะอาธรกับป้าอังกาบกลับไปก่อนหน้านั้นสักพักแล้ว พอเข้ามาในรถมัทนาไม่รอช้าในการเปิดประเด็นเรื่องของหมั้นที่ลลิตาจัดการใส่กล่องกำมะหยี่สวยงามแล้วจะนำไปให้เธอพรุ่งนี้ว่า...เธอไม่ขอรับ ครั้นจะบอกลลิตาตรงๆ ก็เกรงใจ การบอกกับลาภิณย่อมดีกว่า แล้วเธอยังให้เหตุต่างๆ นานาว่ากลัวหาย ไม่อยากหาเงินมาใช้หนี้เขาหากเกิดเหตุการณ์แบบนั้น แต่ลาภิณกลับยืนกรานว่าอย่างไรเสียมัทนาก็ต้องรับเพราะเธอเป็นคู่หมั้นของเขาแล้ว

          “ทำไมคุณไม่ตามใจฉันบ้างล่ะคะ” มัทนาถอนใจใส่ลาภิณเพราะที่เธอทำอยู่ตอนนี้น่ะก็เพื่อรักษาทรัพย์สินของเขานั่นแหละ

          “คุณไม่ต้องกลัวหรอกน่า แค่ของหมั้นหมายไม่ทำให้ผมจนลงแม้แต่นิดเดียว แล้วมันมีที่ไหนพอหมั้นเสร็จฝ่ายหญิงคืนของหมั้นให้ฝ่ายชาย ถึงเราจะหมั้นกันด้วยเหตุผลมากมาย แต่ผมไม่คิดเอาเปรียบคุณหรอกนะ คุณเก็บไว้เถอะ” ลาภิณร่ายยาวไม่เข้าใจว่าทำไมมันกลายเป็นเรื่องใหญ่นักหนาสำหรับมัทนาในเมื่อเขาให้แล้วไม่ว่ายังไงก็ไม่เรียกคืนอยู่ดี

          “ก็ได้ค่ะ” มัทนาจำใจยอมไม่อยากเถียงต่อแล้วเพราะมีอย่างอื่นที่น่ากังวลมากอีกเรื่องหนึ่ง “ว่าแต่เราจะถอนหมั้นเพราะเหตุผลอะไรดี คุณคิดเอาไว้หรือยังคะ”

          “ยัง ตอนนี้ผมอยากให้เราหมั้นกันแบบนี้ไปก่อน คงสักพัก” ลาภิณตอบก่อนจะถามกลับน้ำเสียงเข้มขึ้น “ถามจริงๆ เถอะ คุณอึดอัดมากนักหรือที่มาหมั้นกับผม”

          “ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย” มัทนาชักไม่เข้าใจว่าลาภิณจะทำเสียงเข้มใส่เธอทำไม ในเมื่อเขาก็น่าจะอึดอัดเหมือนกันนั่นแหละ “ฉันแค่กลัวจะคิดไม่ทันเมื่อถึงเวลาที่ต้องถอนหมั้นกันต่างหาก แต่ถ้าเราหมั้นกันสักพักแล้วทำให้ปู่ของคุณอาการดีขึ้นจนกลับบ้านได้ฉันคงดีใจมาก”

          “ผมก็เหมือนกัน” ลาภิณหันมามองมัทนาแวบเดียวก่อนกลับไปมองถนนอย่างตั้งใจพลางเอ่ยต่อว่า “ขอบใจคุณมากนะที่ยอมหมั้นกับผม แล้วเผื่อคุณจะเข้าใจผิดไปเรื่องจูบ  ผมตั้งใจทำไม่ได้เผลอไผลหรือคิดอยากเอาเปรียบคุณอย่างเดียว”

          แล้วจูบด้วยเหตุผลอะไร ช่างเป็นคำถามที่น่าสนใจ แต่มัทนากลับไม่กล้าถามออกไปเพราะไม่อยากฟังคำตอบ หากเขาบอกว่าแค่เรื่องธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดาสำหรับเธอนี่สิจะเถียงกลับไปยังไงไม่ให้ตัวเองรู้สึกพ่ายแพ้

          “เราข้ามเรื่องนั้นไปเถอะ วันนั้นฉันก็แปรงฟันอยู่หลายรอบและไม่ได้คิดถึงมันอีกเลย” มัทนารู้ตัวว่าหัวเราะเกินเบอร์อีกแล้ว แต่ทำไงได้ล่ะมันคงดีกว่าบอกลาภิณว่าจูบของเขาทำให้เธอนอนไม่หลับ

          ลาภิณหรี่ตามองคู่หมั้นหมาดๆ ของเขา วันนี้มัทนาดูแปลกไปความตรงไปตรงมาของเธอถูกแทนที่ด้วยความขัดเขินอยู่หลายครั้ง ตอนจับมือของเธอมาสวมแหวนเขาสัมผัสได้ว่ามันสั่นและเย็นเฉียบ ที่เธอเป็นแบบนี้เพราะอะไร ชายหนุ่มมีคำตอบแต่ยังคงสังเกตหญิงสาวเงียบๆ ต่อไปจนกว่าจะแน่ใจ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

0 ความคิดเห็น