เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,915 Views

  • 84 Comments

  • 122 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    13

    Overall
    18,915

ตอนที่ 21 : ผมให้เวลาคุณ 3 นาที 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

มัทนาถอนใจเมื่อเหตุผลกับความสงสารกำลังตีรวนใส่กันจนเธอเริ่มลังเลทั้งที่ตัดสินใจแล้วว่าไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับลาภิณอีก แค่เพราะคำขอร้องของเขานั่นล่ะทำให้เธอเริ่มไม่แน่ใจ

          “ฉันจะถอนหมั้นคุณเมื่อไหร่ก็ได้จริงๆ นะ”

          ลาภิณเก็บความพอใจไว้ภายใต้สีหน้าเคร่งครึมเพราะคำถามของมัทนาบ่งบอกว่าเธอเริ่มใจอ่อนแล้ว

          “ใช่ แต่ต้องดูสถานการณ์รอบตัวของเราก่อนด้วย ถ้าทุกอย่างโอเคไม่ส่งผลต่อสิ่งต่างๆ ผมก็เต็มใจให้คุณถอนหมั้น”

          มัทนาร้องเฮ้อออกมาดังๆ เมื่อเธอตัดสินใจได้แล้ว แต่มันขัดใจตัวเอง ถ้าย้อนอดีตได้เธอจะไม่ขอให้ลาภิณมาเป็นแฟนปลอมๆ เพื่อโกหกป้าอังกาบและจะไม่รับงานจัดสวนบ้านของเขาจนเกิดเรื่องแขนหักขึ้นมา

          “ก็ได้ ฉันจะยอมหมั้นเป็นแฟนปลอมๆ ของคุณ แล้วต่อไปคุณห้ามทวงบุญคุณกับฉันอีก”

          ลาภิณยิ้มออกมาด้วยความยินดี เขาย่อมรู้ว่าว่ามัทนามีจุดอ่อนที่ความขี้สงสารไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ช่วยใครต่อใครอย่างที่ผ่านมา พ่อแม่ของเธอช่างสอนมาดีเหลือเกิน

          “ผมคิดไว้อยู่แล้วว่าเลือกคนไม่ผิด คืนนี้ผมจะบอกพ่อกับแม่เรื่องหมั้นแล้วขอให้ท่านทั้งสองคนไปคุยกับพ่อแม่ของคุณพรุ่งนี้ เราคงจัดงานหมั้นเล็กๆ ในครอบครัว เผื่อว่าตอนถอนหมั้นจะได้ไม่เป็นข่าว คุณคิดว่าไง”

          มัทนาค้อนใส่ลาภิณเพราะทีอย่างนี้ล่ะเขามาถามความคิดเห็น ก่อนหน้านี้ทำไมไม่ถามดีๆ มาจูบเธอทำไม

          “ฉันแล้วแต่คุณ นี่มันเป็นความต้องการหมั้นของคุณนี่ ฉันไม่ได้เต็มใจ แต่ทำเพราะอยากช่วยปู่ของคุณแล้วก็ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใครอีกแค่นั้น”

          “ความต้องการหมั้นของเราต่างหาก” ลาภิณเอ่ยน้ำเสียงอ่อนลงพลางลุกขึ้นไปหามัทนาแล้วยื่นมือให้เธอจับ “ผมจะไปส่งคุณที่รถ”

          มัทนามองมือของลาภิณแต่กลับเดินผ่านไปเฉยๆ ถ้าเขาถามเธอด้วยเหตุผลตั้งแต่แรก เธอคงตอบตกลงช่วยไปอย่างง่ายดาย แต่เพราะเขาใช้วิธีที่คิดว่าผู้ชายเหนือกว่าด้วยการจูบทั้งที่เธอไม่เต็มใจ การจับมือยอมรับทุกเงื่อนไขจากเขาจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ลาภิณมองร่างเพรียวแล้วยิ้มบางๆ ออกมา คำถามที่เขารอให้เธอตอบได้จบลงแล้วอย่างน่าพอใจ เขาคิดไว้อยู่แล้วว่ามองเธอไม่ผิด การที่มัทนาไม่จูบตอบเขาเลยบอกชัดว่าเราไม่มีทางมารักกันเองอย่างแน่นอน การถอนหมั้นจะเป็นเรื่องง่ายเมื่อถึงเวลานั้น

 

          มัทนาขับรถกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยแม้จะเหม่อในบางครั้งเพราะเธอเกิดตั้งถามกับตัวเองว่าทำถูกแล้วใช่ไหมที่ไปตกลงช่วยลาภิณแบบนั้น แม้เจตนาดีแต่มันคือการโกหก หญิงสาวถอนใจจนเดินเข้ามาในบ้าน นั่งได้ไม่นานก็ทำเหมือนจะขับรถออกไปหาลาภิณ แต่เปลี่ยนใจกลับมานั่งคิดอะไรวุ่นวาย จนกระทั่งคิดตกแล้วว่าอะไรก็ตามที่รับปากไปแล้วย่อมต้องรักษาคำพูด อาธรมองมัทนาอยู่เป็นนานสองนานพอเห็นลูกสาวขยับจะลุกขึ้นอีกแล้วเลยออกปากเสียทีหนึ่ง

          “ทำไมมีอะไรหรือเปล่าลูกมัท ผุดลุกผุดนั่งอยู่นั้นแหละ อยากพูดอะไรก็พูดมาสิ”

          มัทนาเกือบสะดุ้งเพิ่งเห็นจริงๆ ว่าพ่อนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย ถ้าอย่างนั้นเธอควรบอกพ่อเพราะทุกอย่างกำลังดำเนินไป ตอนนี้ลาภิณคงบอกที่บ้านของเขาเหมือนกัน

          “พรุ่งนี้พ่อกับแม่ของคุณลาภิณจะมาคุยกับพ่อนะคะ ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ มัทขอให้พ่อตกลง”

          อาธรพอจะเดาออกว่ามาคุยเรื่องอะไร แต่มันไม่น่าเป็นไปได้เช่นกันเพราะเขาไม่เห็นวี่แววมาก่อนเลย ไหนมัทนาบอกว่าขอให้ลาภิณเป็นแฟนปลอมๆ แค่วันนั้นเพื่อโกหกอังกาบไม่ใช่หรือ

“ตกลงเรื่องอะไรล่ะยัยมัท”

          “คุณลาภิณกับมัทคุยกันแล้วว่าจะหมั้นกันค่ะพ่อ” มัทนาคิดว่าตัวเองพยายามยิ้ม แต่ภาพที่ออกมาคงแปลกๆ ชอบกล

          “หมั้นกัน?” อาธรแทบสำลักน้ำ  ถึงแม้จะพอเดาได้จากคำพูดของลูกสาว แต่พอได้ฟังจริงๆ เขากลับไม่อยากเชื่อเสียเอง “มัทกับคุณลาภิณไปรักชอบกันเมื่อไหร่ ไหนว่าขอเป็นแค่แฟนปลอมๆ ไงล่ะ”

          มัทนาไม่เคยมีความลับกับพ่อมาก่อนจนอยากเล่าทุกอย่างให้ฟัง แต่คำพูดของลาภิณตอนเดินมาส่งเธอที่รถทำให้ต้องห้ามตัวเองไว้

          เรื่องข้อตกลงของเรา ผมอยากให้คุณเก็บเป็นความลับ เรื่องน่ายินดีของผู้ใหญ่ผมไม่อยากให้กลายเป็นมองหน้ากันไม่ติดตั้งแต่เริ่มต้น พอถึงเวลาที่เราถอนหมั้นกันก็แค่หาเหตุผลดีๆ ที่จะทำให้เป็นแค่เรื่องของเรา ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใหญ่

           “ตอนนี้ยกระดับเป็นแฟนจริงๆ น่ะสิคะพ่อ” มัทนาหัวเราะเกินเบอร์ แต่ช่างมันเถอะตอนนี้เธอทำได้แค่นี้แหละ

          อาธรเห็นพิรุธของลูกสาวจนคิดไปในแง่ร้าย แต่การสั่งสอนที่เขาบ่มเพาะมาดีทำให้มั่นใจว่าระหว่างมัทนากับลาภิณไม่มีทางเกิดเรื่องเสียหายจนต้องรีบหมั้นหมายอย่างแน่นอน แต่ท่าทีดีใจแบบพยายามของลูกสาวทำให้เขากังวลแต่ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไร

          “มันแปลกๆ นะพ่อว่า”

          “แปลกยังไงคะ” มัทนาเสียวสันหลังวาบตอนนี้อยากโทรไปถามลาภิณเหลือเกินว่าตอนที่เขาบอกพ่อแม่เรื่องหมั้นมีอาการกลัวถูกจับได้เหมือนเธอหรือเปล่า

          อาธรยิ้มบางทีเขาคงห่วงลูกสาวจนคิดมากก็ได้ “ช่างเถอะ พ่ออาจคิดมากไป ถ้ามัทคิดว่าคุณลาภิณเป็นคนดีฝากอนาคตไว้ได้พ่อก็ตามใจลูก”

          มัทนาได้แต่พยักหน้ารู้สึกว่าอยากพูดความจริง แต่กลับทำได้แค่ขอโทษอยู่ในใจเมื่อคิดถึงคำสัญญา เธอหวังว่าการหมั้นจะดำเนินไปแค่ไม่กี่สัปดาห์ พอปู่ของลาภิณอาการดีขึ้น การหมั้นปลอมๆ คงสามารถยกเลิกได้อย่างไม่มีปัญหา เมื่อถึงตอนนั้นเธอจะเป็นคนถอนหมั้นที่ยิ้มร่าไม่มีอาการให้พ่อห่วงว่าเหมือนคนอกหัก คิดเสียว่ากำลังช่วยคนป่วยก็แล้วกัน แต่ให้ตายเถอะเธอรู้สึกผิดเป็นบ้าเลย

 

          มณฑลกับลลิตามาหาอาธรเพื่อคุยเรื่องการหมั้นหมายในวันต่อมา การพูดคุยผ่านไปด้วยดีทุกอย่างและตกลงกันว่างานหมั้นจะถูกจัดขึ้นในสองวันต่อมา แม้อาธรจะรู้สึกว่าเร่งรีบเกินไป ลลิตาจึงบอกถึงความจำเป็นทำให้เขาพอจะเข้าใจได้ แม้จะรู้สึกแปลกๆ ชอบกล แต่เพราะมัทนาขอไว้ก่อนหน้านี้ทำให้เขายอมตามใจ

มัทนาได้เข้าไปไหว้มานพโดยลาภิณเป็นธุระให้ สีหน้าของชราแช่มชื่นขึ้นทันทีเมื่อได้ฟังข่าวดี หลังจากนั้นคืนวันและเวลาเหมือนจะถูกเร่งเร้าให้เร็วขึ้น หญิงสาวคิดว่ามันคงเป็นงานเล็กๆ เป็นเรื่องภายในครอบครัวอย่างที่คุยกันไว้กับชายหนุ่มจึงไม่ได้เตรียมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเช้าของวันหมั้น

          ลัลนาขับรถมารับมัทนาแต่เช้าเพื่อไปแต่งตัวที่บ้านของพ่อกับแม่ซึ่งผู้ใหญ่คุยกันว่าอยากจัดงานหมั้นที่บ้าน สิ่งที่มัทนาเห็นคือซุ้มดอกไม้ขนาดใหญ่ในสวนของบ้านซึ่งใหญ่กว่าสวนหย่อมของลาภิณมาก เก้าอี้สำหรับต้อนรับแขกอีกเกือบร้อย ยังไม่รวมบริเวณที่น่าจะใช้สำหรับพิธีหมั้นที่ยกพื้นสูงขึ้นมานั่นอีก อย่างนี้ไม่เรียกว่างานเล็กๆ ในครอบครัวแล้ว หญิงสาวเริ่มกังวลอยากคุยกับลาภิณแต่เขาไม่รู้ไปไหน

มัทนารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กที่ถูกลัลนาและบรรดาลูกมือจับแต่งตัวและแต่งหน้าให้จนกลายเป็นเธอที่ดูแปลกไป อาจเพราะชุดไทยจักรีประยุกต์สีเทาอ่อนผ้าลูกไม้สีเทาแซมทอง โดยผ้านุ่งเป็นสีเทาเข้มขึ้นทอลวดลายเล็กละเอียดมีปักชายผ้าและหน้านางด้วยปล้องทองซึ่งสวยมากในสายตาคนไม่ค่อยแต่งตัวนักอย่างเธอ แต่สิ่งที่ได้ยินตลอดว่าญาติคนนั้นคนนี้มาแล้ว อีกทั้งนักข่าวที่เชิญกำลังขับรถมาถึงทำให้มัทนายิ่งใจแฟบลงทุกทีๆ

          ลาภิณเข้ามาในห้องตอนไหนมัทนาไม่ทันเห็นเพราะรู้ตัวอีกทีเขาก็มานั่งฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มสวมเสื้อราชปะแตนสีขาวตามแบบฉบับชายไทยสมัยก่อน นุ่งโจงกระเบนสีทองอ่อน ชายผ้าโจงขลิบแถบแดงคั่นเขียวดูเข้ากันกับชุดที่เธอใส่ แต่หากจะหาวินาทีตะลึงในความหล่อหรือสวยระหว่างกันคงไม่มีเพราะเธอรู้ดีว่างานหมั้นนี้ถูกจัดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร ชายหนุ่มสั่งให้ทุกคนออกไปก่อน เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกได้ว่าเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เข้าใจกันจากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วไม่เป็นไปตามคาด

          “คุณบอกฉันว่างานเล็กๆ ในครอบครัว แล้วนี่มันเรียกว่าเล็กตรงไหนกันคะ ญาติของคุณทำไมมากขนาดนี้ แล้วยังนักข่าวอีก เราไม่ควรเป็นข่าวไม่ใช่หรือไง แล้วที่สำคัญฉันไม่อยากเป็นข่าวกับคุณ”

          “เป็นครั้งแรกที่ผมคาดการณ์ผิดไป” ลาภิณยอมรับเพราะแม่บอกว่าจะรับผิดชอบจัดงานให้แบบเล็กๆ เขาไม่ทันคิดว่าฉุกละหุกแบบนี้แม่จะทุ่มทั้งเงินและคนจนเนรมิตงานหมั้นออกมาใหญ่อลังการแบบนี้ได้ ทว่าคำพูดของมัทนาทำให้เขาฟังแล้วผิดหูชอบกล “ทำไมหรือ? การเป็นข่าวกับผมดูแย่ตรงไหน”

          “มันไม่ได้แย่ แต่ฉันอยากมีชีวิตสงบๆ ไม่ใช่การเป็นประเด็นว่าเป็นผู้หญิงคนใหม่ของคุณไงล่ะ แล้วบรรดาแฟนคลับสาวๆ ของคุณอีก ฉันยังอยากมีอายุยืนยาวไม่ใช่สั้นลงเพราะเรื่องแบบนี้ค่ะ”

          ลาภิณสายหน้าเหลือเชื่อกับเหตุผล ถ้าเป็นเจนจิราหรือผู้หญิงที่เขาเคยควงป่านนี้คงโทรบอกนักข่าวเองด้วยซ้ำไม่มีเสียละจะยอมหมั้นอย่างเงียบๆ อย่างที่เขาต้องการ

          “เรื่องภาพของคุณผมสามารถจัดการไม่ให้ออกจากงานได้ แต่เรื่องชีวิตยืนยาว ผมคงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวลาของคุณน้อยลงหรอก”

          มัทนาหัวเราะเพราะมันจริง เธอคงกังวลมากเกินไปอาจเพราะทุกอย่างมันไม่เป็นตามที่วางภาพในหัวเอาไว้

          “ฉันขอโทษนะคะที่มาหัวเสียใส่คุณ”

          ลาภิณพยักหน้าไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ลัลนาเคาะบานประตูแล้วเข้ามาสีหน้ายิ้มเบิกบานใจเมื่อเห็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่เธอวางแผนจับคู่นั่งใกล้กัน มือของลาภิณตบเบาๆ ที่ไหล่ของมัทนาช่างเป็นภาพที่อบอุ่นสำหรับผู้มองมา

          “ใกล้ถึงฤกษ์แล้วค่ะพี่ภิณ เดี๋ยวให้ลัลกับช่างแต่งหน้าเช็คความเรียบร้อยให้คุณมัทก่อนนะคะ”

          ลาภิณมองมัทนาอย่างคนที่เข้าใจกันว่าต้องนำพาให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปถอยหลังอีกไม่ได้แล้ว ลัลนาตรวจดูความเรียบร้อยของเครื่องสำอางและผมของมัทนาอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนช่างอีกชุดกำลังดูแลความเรียบร้อยของชุดไทยอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีลัลนาจึงพามัทนามารออีกห้องหนึ่งโดยเมื่อถึงเวลาเริ่มพิธีจะเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง

          ลัลนายิ้มให้มัทนาแล้วโอบแขนมากอดไว้พลางเอ่ยจากใจจริงว่า “ลัลดีใจนะคะที่จะได้คุณมัทเป็นพี่สะใภ้ ลุ้นอยู่ตั้งนานว่าพี่ภิณจะลงเอยกับใคร สุดท้ายเป็นคุณมัท พี่ภิณเก็บอาการจนลัลดูไม่ออกเลย ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะคะ”

          มัทนาลูบหลังของลัลนาอย่างน้อยในการโกหกครั้งนี้ก็ยังมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

          “ขอบคุณนะคะ ถ้ามัททำอะไรผิดในอนาคตก็ช่วยให้อภัยกันด้วยนะคะ”

          “พี่ภิณรักคุณมัทเพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่ให้อภัยกันไม่ได้หรอกค่ะ” ลัลนาคลายกอดมองมัทนาแล้วยิ้มกว้าง “คุณแม่ส่งคนมาตามแล้ว ลัลจะพาคุณมัทไปเข้าพิธีนะคะ”

          มัทนาสูดลมหายใจเข้าไปในอกแล้วเดินไปพร้อมลัลนาแต่เพียงไม่กี่ก้าวลาภิณก็รับมือของเธอไปกุมไว้ เรามองตากันเป็นวินาทีแรกที่เธอเป็นฝ่ายแก้มร้อนจนต้องเสมองไปทางอื่น เธอเห็นพ่อกับป้าอังกาบมองมาด้วยรอยยิ้มและดวงตาแห่งความตื้นตันใจคงไม่คิดว่าลูกสาวจะมีวันนี้แน่ๆ พ่อแม่ของลาภิณนั่งอยู่ใกล้ๆ ต่างมองยังเราสองคนด้วยความสุข ตรงกลางพิธีมีกล้องตัวหนึ่งตั้งอยู่เพราะงานวันนี้มีการถ่ายทอดให้มานพได้เห็นแม้จะนอนอยู่บนเตียงคนป่วยและจะมีภาพสดๆ จากมานพในจอเล็กให้เฉพาะลูกหลานได้เห็นเช่นกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #64 llletter (@llletter) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 22:47

    อลังการดาวล้านดวง เก็บหลักฐานกันขนาดนี้ มัทนาดิ้นไม่หลุดแน่ๆ

    #64
    1
    • #64-1 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 21)
      24 สิงหาคม 2561 / 14:08
      5555 แน่นเลยล่ะค่ะ
      #64-1