เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,812 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    229

    Overall
    18,812

ตอนที่ 19 : ฉันหวังดีกับคุณจริงๆ นะ 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

ลาภิณรู้สึกเหมือนมีสิ่งสำคัญที่อยากทำให้ปู่มีความสุข แต่เขายังหาวิธีทำให้มันสำเร็จลงไม่ได้ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าในห้องความคิดต่างๆ ก็ราวถูกสลัดไว้เบื้องหลังชั่วคราว มานพยิ้มรออยู่แล้วเพราะลัลนาบอกเขาว่าลาภิณกำลังตามมา มืออวบอูมมีรอยเหี่ยวย่นโบกเรียกให้หลานชายมานั่งใกล้ๆ กัน ลาภิณยิ้มกว้างพลางเข้าไปนั่งแทนลัลนาซึ่งลุกไปยืนที่ปลายเตียงแล้วช่วยนวดขาให้ปู่อย่างเคย

          “มาแล้วเรอะเจ้าภิณ ปู่คิดถึงเมื่อไหร่จะมีหลานให้ปู่อุ้มสักที” มานพเอ่ยเรื่องสำคัญทันทีราวกับกลัวว่าอาจไม่มีโอกาสได้บอกให้หลานชายได้รู้

          “โหย...ใจเย็นๆ สิครับปู่” ลาภิณหัวเราะเบาๆ พลอยทำให้มานพอารมณ์ดีไปด้วย “ต้องให้ผมหมั้นกับแต่งงานก่อนสิครับ สมัยนี้ถ้าผมพาหนีคงถูกด่าในโลกโซเชียล หุ้นตก พ่อบ่นแน่ๆ เชียวล่ะครับ”

          “เมื่อไหร่จะแต่งงานล่ะเจ้าภิณ เมื่อไหร่จะพาเจ้าสาวมาหาปู่เสียที” นานพถามต่อ สมัยของเขาผู้ชายแต่งานตั้งแต่ยังไม่เบญจเพศด้วยซ้ำ แต่ลาภิณจะอายุ 30 อีกไม่กี่วันอยู่แล้ว แต่กลับไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานเสียที

          “ปู่ต้องได้เห็นแน่นอนครับ แต่ก่อนถึงเวลานั้นปู่ต้องพักผ่อนมากๆ กินยาตามที่หมอจัดมา แล้วกลับบ้านกันเร็วๆ แบบนี้ก่อนดีกว่า”

          ลัลนาพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาย มานพหันมาเห็นพอดีเลยเปลี่ยนเป้าหมายบ้าง

          “ยัยลัลล่ะ เมื่อไหร่จะแต่งงาน”

          ลัลนาห่อปากไม่นึกว่าเธอเข้าสู่วัยที่น่าห่วงว่าอาจขึ้นคานแล้ว “ปู่คงรออีกนานเลยค่ะ เนื้อคู่ของลัลคงยังไม่เกิด แต่เนื้อคู่ของพี่ภิณน่าจะหาง่ายกว่านะคะ”    

มานพหัวเราะชอบใจ ลาภิณพลอยหัวเราะตามแม้อยากแจกมะเหงกให้น้องสาวใจจะขาด

          “ดีๆ” มานพอ้าปากหาวอาจเพราะฤทธิ์ที่หมอจัดมาให้เมื่อครู่ “ปู่ชักง่วงแล้วละ”

          “ปู่หลับก่อนนะครับ หมอคงดีใจที่ปู่ได้พักผ่อน”

          มานพพยักหน้ามองหลานทั้งสองคนอยู่ไม่ถึงนาทีก็ฝืนลืมตาไม่ไหวหลับไปในที่สุด ลาภิณช่วยห่มผ้าให้ปู่แล้วนั่งมองอยู่เป็นนานกว่าจะกลับไปพร้อมกับลัลนา เรื่องมากมายที่สลัดทิ้งไปชั่วคราวถูกดึงกลับมาคิดและทบทวนอีกครั้ง ลาภิณไม่ใช่คนทำอะไรลวกๆ หากเขาตัดสินใจลงมือย่อมหมายความว่าแน่ใจแล้ว แต่เรื่องที่ปู่ขอจากลาภิณกลับยากเหลือเกินเพราะไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้เขามั่นใจได้เลยว่าทุกอย่างที่คิดไว้จะดำเนินไปได้อย่างดีและไม่ออกนอกลู่นอกทาง

         

          มัทนาลุกออกมาจากเตียงด้วยสภาพสะลึมสะลือยังไม่ค่อยตื่นเต็มตานัก แต่กลับจำคำพูดของลาภิณที่โทรหาเมื่อครู่ได้ อาจเพราะคำสัญญาทำให้เธอตอบตกลงไปโดยไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นนอกจากต้องรีบอาบน้ำแล้วไปหาเขาตอน 8 โมงตรง น่าแปลกแค่อย่างเดียวว่าคราวนี้ลาภิณเป็นฝ่าโทรตามไม่ใช่หาทางเลี่ยงไม่เจอกับเธอ

          ลาภิณออกมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอมัทนาหลังจากวางสาย แต่ในสมองกลับคิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่าง เขาคิดว่าหลายอย่างในโลกใบนี้มีบางเรื่องที่มีความเสี่ยงจนทำให้เกิดความไม่แน่ใจ แต่ไม่ใช่เขาสำหรับการทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในวันนี้ เขารู้เสมอว่าทำเพราะเหตุผลอะไร เสียงรถที่กำลังแล่นเข้ามาในบ้านทำให้ลาภิณเป็นฝ่ายเดินไปรอจนกระทั่งมัทนาก้าวออกมาจากรถ เขามองเธอนิ่งนานแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถฝั่งข้างคนขับต่างจากวันก่อนๆ ที่อยู่เบาะหลังมาตลอด

          “วันนี้ผมอยากพักสมองเลยโทรตามคุณมา คุณไม่ว่าอะไรใช่ไหมเพราะมันเป็นวันอาทิตย์”

          “คุณอยากไปไหนล่ะคะ ฉันจะได้พาคุณไป ถึงยังไงคำขอโทษของฉันคือหนึ่งสัปดาห์ที่คุณให้โอกาส เพราะฉะนั้นฉันจะว่าอะไรล่ะคะ” มัทนาหันมายิ้มให้ลาภิณ เธอไม่หวังผลว่าเขาจะยิ้มตอบหรอก หากเป็นแบบนั้นวันนี้ฝนอาจตกจน้ำท่วมกรุงเทพฯ

          “ถ้างั้นผมอยากไปรับของที่สั่งจองไว้ก่อนแล้วค่อยไปที่อื่น”

          “ที่ไหนล่ะคะ บอกมาเลยค่ะ”

          ลาภิณบอกชื่อร้านหนังสือแห่งหนึ่งกับมัทนาซึ่งเธอไม่ถามอะไรเพียงขับรถมุ่งหน้าไปยังที่หมายแล้วนำหนังสือมาให้ลาภิณ แต่มันไม่จบลงง่ายๆ แค่นั้น

          “ยังมีอีกที่ พอดีว่าของมาแล้ว ผมไม่อยากรอถึงพรุ่งนี้ คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

          “ไม่ค่ะ บอกมาสิคะว่าที่ไหน”

          มัทนาถามไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดอะไร ลาภิณช่วยบอกทางให้พลางสังเกตหญิงสาวไปเรื่อยๆ บ่อยครั้งที่เขาได้ยินเธอฮัมเพลงเบาๆ ดูมีความสุขทั้งที่น่ารำคาญหากถูกใครสักคนสั่งให้ทำโน่นทำนี่มากกว่า

          ของที่ลาภิณอยากได้จนรอพรุ่งนี้ไม่ได้อยู่ในกล่องขนาดไม่ใหญ่นัก มัทนารับมาจากในร้านแล้วส่งให้เขาเมื่อกลับมาที่รถ ชายหนุ่มรับไปแล้ววางที่เบาะหลังไม่ได้มีอาการของคนกระวนกระวายอยากได้จนไม่อยากรอสักนิด

          “ตอนนี้ผมอยากไปเดินเล่นที่ทะเล แต่ถ้าคุณไม่สะดวก...”

          “ฉันสะดวกค่ะ แต่ว่าคุณอยากไปทะเลที่ไหนล่ะคะ บางแสน สวนสน หรือว่าพัทยา” มัทนาเสนอทะเลใกล้ๆ ที่ขับรถไปกลับได้โดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง

          “บางแสนแล้วกัน ขอบคุณครับ”

          “ฉันขอถามอะไรสักหน่อยได้ไหมคะ” มัทนาเก็บความสงสัยได้ไม่นาน

          ลาภิณหันมามองมัทนา “ถามมาสิ”

          “ฉันเต็มใจในการขอโทษนะคะไม่ว่าคุณอยากไปไหน ฉันจะพาไปโดยไม่ตั้งคำถาม แต่วันนี้มีบางอย่างที่ผิดปกติไปจากตัวคุณ ฉันเลยสงสัยว่าคุณกำลังแกล้งฉันหรือเปล่า” มัทนาจ้องหน้าลาภิณจงใจให้รู้ว่าคิดแบบนี้จริงๆ

          “ถ้าผมบอกว่าเปล่ากับบอกว่าแกล้ง ผลจะต่างกันยังไง” ลาภิณจ้องมัทนากลับเช่นกัน ที่ผ่านมาเธอตรงไปตรงมา คราวนี้ก็เช่นกัน

          “ไม่ต่างกันค่ะ ฉันแค่ได้คำตอบเท่านั้นเอง”

          “ผมได้ยินเสียงท้องคุณร้อง เราแวะหาอะไรทานกันก่อนดีไหม”

          มัทนาเป็นฝ่ายก้มหน้าหลบตาไม่นึกว่าแค่เสียงท้องร้องเบาๆ เขาไม่น่าจะมาได้ยินสักหน่อย แต่ถึงได้ยินทำไมพูดอ้อมๆ อย่างไปหาอะไรทานเลยไม่ได้หรือไง

          “ถ้าคุณไม่พูดขึ้นมา ฉันคงหาเรื่องจอดรถแล้วไปหาอะไรทานแล้วล่ะค่ะ คุณแพ้อาหารประเภทไหนหรือเปล่าคะ ตอนสั่งฉันจะได้ข้ามไปเลย” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

          “ผมไม่แพ้อะไร แล้วคุณล่ะ”

          มัทนาชะงักไปไม่นึกว่าลาภิณจะสนใจเรื่องของเธอ “ฉันแพ้กุ้งค่ะ ส่วนอย่างอื่นทานได้หมด”

          ลาภิณพยักหน้าแล้วเงียบไปอีกครั้ง คราวนี้มัทนาไม่ได้ชวนคุยเพราะกำลังมองหาร้านอาหารข้างทางจนพบร้านเล็กๆ ในสวนดูน่าร่มรื่นจึงขับรถเข้าไป ลาภิณสั่งอาหารโดยไม่ถามมัทนาว่าอยากกินอะไร แล้วมองมาเหมือนคิดอะไรสักอย่างจนเธอชักแปลกใจว่าวันนี้มีอะไรผิดปกติ ลาภิณมองเธอบ่อยครั้งแต่ไม่พูดราวกับกำลังคิดอะไรมากมายทั้งที่บอกว่ามาพักสมอง

          “กลับกันเถอะ ผมมีธุระบางอย่างต้องไปทำต่อ คุณจะได้กลับไปพักที่บ้านด้วย” ลาภิณเอ่ยเมื่อกลับมาที่รถอีกครั้ง

          มัทนาตามใจเขาไม่ได้ซักไซ้ว่าเพราะอะไรถึงเปลี่ยนใจ เธอขับรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ และไม่แวะที่ไหนอีก ทำให้ใช้เวลาไม่นานก็กลับมาถึงบ้านของเขา ลาภิณเอ่ยขอบใจก่อนลงจากรถ มัทนารีบลงจากรถของลาภิณแล้ววิ่งไปที่รถของตัวเองเพื่อหยิบถุงใส่ต้นไม้ที่ตั้งใจเตรียมมาตั้งแต่เช้า

          “เดี๋ยวค่ะคุณลาภิณ” 

          ลาภิณหันมามองมัทนาสงสัยว่าเธอต้องการอะไร แต่เปล่าเลยเธอต้องการให้มากกว่า

          “ฉันฝากต้นบานชื่นให้คุณปู่ของคุณด้วยนะคะ ท่านเคยบอกว่าชอบ เวลาเห็นแล้วมีความสุขเพราะคุณย่าก็ชอบดอกบานชื่นเหมือนกัน”

หญิงสาวส่งถุงต้นบานชื่นให้เขาที่รับไปแล้วเหมือนจะยิ้มออกมาบางๆ

          “ขอบใจนะ แล้วผมจะเอาไปให้ปู่”

          มัทนาพยักหน้ายิ้มพลางยกมือไหว้ลาภิณก่อนเดินกลับไปที่รถของตัวเอง ครู่เดียวหญิงสาวก็ขับรถจากไปทว่าชายหนุ่มยังคงยืนมองอยู่ที่เดิม คำถามที่เคยตั้งไว้ราวกับเริ่มได้รับคำตอบ หากมัทนาเป็นผู้หญิงที่มีความอดทนค่อนข้างดี ไม่โวยวาย ใจเย็น มีเหตุผล เขาก็ไม่มีข้ออ้างที่จะต่อต้านความคิดของตัวเองไปเพื่ออะไร


               ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #8 Lek lek ja (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 02:30

    เป็นกำลังใจให้ มาต่อเร็ว ๆ นะคะ

    #8
    0
  2. #7 onnysireen (@onnysireen) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 19:10

    คุณภิณแกล้งลองใจหนูมัท

    แบบนี้แปลว่าสนใจหนูมัทแล้วละสิ!!

    #7
    0