เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,916 Views

  • 84 Comments

  • 121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    18,916

ตอนที่ 18 : ฉันหวังดีกับคุณจริงๆ นะ 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

          ลาภิณมาทำงานโดยมีมัทนามาส่งในเช้าวันต่อมา แต่วันนี้นอกจากขับรถให้หญิงสาวยังมีโอวัลตินหอมๆ กับปาท่องโก๋มาฝากชายหนุ่มอีกด้วยอย่างกับรู้ว่าเขาชอบ แต่เธอมีสายสืบหรือว่ารู้เองเขาคงสุดจะเดา ระหว่างทางเธอเล่าเรื่องต้นไม้กับเรื่องฮิปโปซึ่งเห็นหมาที่บ้านให้เขาฟัง ช่างเป็นผู้หญิงที่ทำอะไรตามใจตัวเองจนกลายเป็นว่าอีก 6 วันที่เหลือเขาต้องพยายามชินให้ได้ด้วยตัวเอง

          ตกเย็นลาภิณมีทางออกเมื่อเพื่อนสมัยมหาลัยโทรชวนไปงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพราะวันเกิดของคนในกลุ่ม ชายหนุ่มมองเวลาแล้วรีบโทรหามัทนาเผื่อว่าเธอจะยังไม่เดินทางมารอขับรถกลับบ้านให้เขา

          “วันนี้ผมมีปาร์ตี้กับเพื่อน คุณไม่ต้องมารับผมหรอกนะ”

          “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปรับคุณหลังงานปาร์ตี้ก็ได้ บอกมาสิคะว่าอยู่ที่ไหน” มัทนาถามแต่ลาภิณกลับเงียบไปเธอเลยเพิ่งตัวว่าพูดตรงเกินไปอีกแล้ว “ฉันไม่ได้คิดก้าวก่ายนะคะ แค่คิดว่าอยากเห็นคุณถึงบ้านอย่างปลอดภัยเท่านั้นเอง”

          พอฟังคำตอบแบบนี้เข้าไปลาภิณชักโมโหตัวเองที่ยอมบอกสถานที่จัดงานในคืนนี้ไป แล้วหลังจากเลิกงานเพื่อนในกลุ่มก็มารับลาภิณไปงานปาร์ตี้ซึ่งจัดเต็มทั้งเครื่องดื่ม ดนตรีและสาวๆ ที่มีเป็นประจำในทุกครั้งที่มารวมตัวกัน ลาภิณดื่มไปหลายแก้วแต่ไม่ถึงกับเมา ผู้หญิงข้างกายที่คอยรินเครื่องดื่มให้กระซิบบอกเรื่องราวมากมายให้ชายหนุ่มยิ้มและหัวเราะ เพื่อนในกลุ่มบอกข่าวดีว่าได้เลื่อนตำแหน่ง บางคนกำลังจะแต่งงาน มีแต่ลาภิณที่บอกว่าเพิ่งเลิกกับแฟนคนล่าสุดด้วยความสบายใจ

เวลาผ่านไปเร็วจนเขาลืมโทรบอกมัทนาว่าจะกลับบ้านเวลาไหน แต่พอคิดว่าป่านนี้มัทนาคงมารอแล้วทำให้เขาจำต้องบอกลาเพื่อนๆ แล้วออกมาจากงานพร้อมสาวสวยข้างกายที่ขอตามออกมาส่ง

          มัทนาเห็นลาภิณแล้วจึงโบกมือให้เขาเห็น ชายหนุ่มเดินมาหาในสภาพปกติไม่ได้เซซังอย่างคนเมาอย่างที่หญิงสาวคาดการณ์ไว้ แต่ผู้หญิงที่ติดสอยห้อยตามเขามานี่สิ เธอต้องรับหน้าที่ไปส่งด้วยไหมหรือว่าจะลงเอยที่บ้านของเขา        

          “มาแล้วหรือคุณ ผมกำลังอยากกลับบ้านพอดี” ลาภิณเอ่ยพลางหันไปมองหญิงสาวข้างกาย “คุณก็กลับเข้างานไปเถอะ ผมขอบใจที่พามาส่งที่รถ”

          “ไปดื่มกันต่อที่บ้านของคุณลาภิณดีไหมคะ” สาวสวยชวนอย่างมีความนัย

          มัทนาเมินมองไปทางอื่นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินอย่างไรชอบกล หรือว่าที่ลาภิณไม่อยากให้มารับในตอนแรกเพราะมีวาระแอบแฝงแบบนี้ เธอไม่น่าซื่อบื้อเลยกลายเป็นหมูจะหามดันเอาคานเข้ามาสอด

          “ไม่ล่ะ ผมดื่มพอแล้ว ถ้าผมอยากต่อคงเสนอเองไม่รอให้คุณทำแบบนี้หรอก เชิญครับ”

          อ้าว! มัทนาอุทานเสียงดังอยู่ในใจพลางมองลาภิณเหมือนเขามีปีกที่หลังงอกออกมา ลาภิณเข้ามาในรถ มัทนารีบมาทำหน้าที่คนขับแต่ยังอดที่จะแอบมองเขาไม่ได้อยู่ดี

          “ทำไมมองผมอย่างนั้น”

          “ฉันมองคุณไม่ได้หรือคะ บอกตรงๆ นะคะ ถ้าคุณเกรงใจที่ฉันมารับเลยไม่พาผู้หญิงคนนั้นกลับบ้าน...”

          “มันไม่เกี่ยวกับคุณ” ลาภิณพูดแทรกรู้ดีว่ามัทนาเข้าใจไปทางไหน “ถ้าผมไม่ต้องการก็คือไม่ คุณคิดว่าผมเป็นยังไงล่ะ จากข่าวที่คงเคยอ่านน่าจะไม่พ้นเจ้าชู้ มากรัก เผื่อเลือก อะไรอีกล่ะ ที่แน่ๆ คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

          “ฉันไม่เชื่อข่าวพวกนั้นหรอกค่ะ นอกจากการได้รู้จักด้วยตัวเอง” มัทนาตอบไม่เต็มเสียงนักเพราะถึงไม่ได้อ่านข่าว แต่เวลาเข้าออฟฟิศของสวนไม้เมืองทีไร มะลิมักจะมาเมาท์เรื่อของเขาให้เธอฟังทุกที “เท่าที่ผ่านมาฉันคิดว่าคุณเป็นผู้ชายธรรมดาๆ ทำงาน เที่ยว หาความสุข ถ้าคุณโสดการทำแบบนี้ย่อมเป็นเรื่องทั่วไป แต่เพราะคุณเป็นคนดังและยังไปคบกับดาราดัง อะไรๆ มันเลยเหมือนคูณร้อยกลายเป็นไม่ธรรมดาไปหมดมากกว่า”

          ลาภิณเงียบไปจนมัทนาอดรนทนไม่ไหวหันไปมองที่เบาะหลัง แต่ภาพที่เห็นคือเขาหลับคาเบาะไปแล้ว

          “อีตาบ้า ปล่อยให้ฉันพูดคนเดียวอยู่ได้”

          “ผมไม่ได้หลับ แค่พักสายตาแล้วตั้งใจฟังคุณต่างหาก” ลาภิณตอบทั้งที่ยังหลับตาอยู่

          มัทนาอยากแขกหัวตัวเองที่ดันพูดดังไปหน่อย หลักของการนินทาคือการไม่ให้เจ้าตัวรู้ใช่ไหมล่ะ แต่ลาภิณได้ยินไปเต็มๆ เขารู้ทันหรือว่าไม่ได้คิดอะไรกันแน่ไม่รู้ล่ะ ภายในรถกลับไปเงียบกริบอีกครั้ง คราวนี้ลาภิณได้หลับไปแล้วจริงๆ มัทนาหันมามองได้แต่ส่ายหน้า ขนาดว่าผ่านมาเกือบค่อนคืนเขายังดูเหมือนคนเพิ่งแต่งตัวออกมาจากบ้าน เขาทำได้ยังไงวันหลังเธอต้องถามเคล็ดลับบ้างเสียแล้ว

 

          มัทนาเพิ่งวางสายจากลาภิณซึ่งโทรมาบอกว่า...วันนี้ผมไปดูแลปู่ที่โรงพยาบาล คุณไม่ต้องมาหรอกนะ ยัยลัลจะมารับผมเอง ถึงแม้จะเป็นวันเสาร์แต่มัทนาทำตามสัญญาเสมอว่าต้องขับรถให้ลาภิณ แต่การรู้ว่าปู่ของเขาที่เธอเคยพบคราวก่อนนั้นเข้าโรงพยาบาลอีกแล้วทำให้เธอไม่ค่อยสบายใจนักเพราะอย่างน้อยก็คนเคยรู้จักกัน หญิงสาวเดินหน้าไม่สดใสอย่างทุกวันมายังเรือนเพาะชำของอาธร ตอนนี้พ่อของเธอเพิ่งได้กล้วยไม้มาใหม่เลยกำลังเห่อหนักขลุกอยู่ในนี้ได้แทบทั้งวัน

          “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะมัท  เหมือนกับคนอกหักยังไงก็ไม่รู้”

          “ไม่ใช่สักหน่อยค่ะพ่อ” มัทนารู้ทันว่าอาธรกำลังล้อเธอที่โกหกอังกาบเรื่องแฟนปลอมๆ ไว้คราวก่อน “ปู่ของคุณลาภิณเข้าโรงพาบาลอีกแล้วต่างหากล่ะคะ มัทเคยพบท่านเลยเป็นห่วงเท่านั้นเอง ไม่ได้อกหักเสียหน่อย”

          “พ่อก็นึกว่าแฟนปลอมๆ มาหักอกมัทน่ะสิ ป้าของเราน่ะหายงอนแล้วหรือยัง”

          “หายแล้วค่ะ คงไม่พามัทไปดูตัวแล้วล่ะเพราะเชื่อสนิทใจว่ามัทมีแฟนแล้วจริงๆ พ่ออย่าเผลอหลุดนะคะ ไม่งั้นมัทซวยแน่ๆ” มัทนากระซิบเสียงเบาเผื่อว่าอังกาบจู่ๆ เข้ามาในเรื่อนเพาะชำแล้วได้ยินพอดี

          “มาแล้วนั่นไง” อาธรพยักเพยิดไปยังบันไดหน้าบ้านเห็นอังกาบกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

          “ถ้างั้นมัทไปตรวจงานก่อนนะคะ” มัทนาก้มตัวหลบหลังเก้าอี้แล้ววิ่งจู๊ดไปที่รถทันที

          อังกาบเห็นหลานอยู่เมื่อครู่คิดว่าจะมาคุยเรื่องแฟนคนที่ว่าสักหน่อย แต่พอเดินมาหาอาธร แม่หลานสาวตัวดีกลับหายไปไหนแล้วไม่รู้ ดูรึนางออกจะหวังดีอยากให้มัทนาเป็นฝั่งเป็นฝา อาธรได้แต่หัวเราะเขาเป็นพ่อของมัทนาแท้ๆ ยังไม่เดือดร้อนเลยหากลูกสาวจะอยู่เป็นโสด

 

          ลัลนาขับรถไปรับลาภิณเพื่อมาที่โรงพยาบาลด้วยกัน ลลิตามาถึงก่อนแต่ตอนนี้ยังคุยกับคุณหมอถึงอาการของมานพ สองพี่น้องจึงนั่งรอระหว่างที่พยาบาลยังดูแลปู่อยู่ ความที่ลาภิณแยกมาอยู่บ้านอีกหลังจึงไม่ค่อยได้กลับไปเยี่ยมปู่ที่บ้านของพ่อกับแม่นัก อย่างมากอาทิตย์ละสองครั้ง ตอนที่พ่อยังทำงานเป็นหัวเรือใหญ่ของเคพี กรุ๊ป ลาภิณกำลังเรียนมาหลัย ฉะนั้นคนที่คอยดูแลให้คำปรึกษาต่างๆ มักเป็นปู่ของเขาเสมอ บางทีเขายังเคยคิดว่าพ่อมีเวลาให้เขายังไม่ถึงครึ่งของปู่ด้วยซ้ำไป พอมาถึงตอนนี้เมื่อคิดว่าเขาใกล้ชิดกับปู่มาตั้งเด็กทำให้รู้สึกผิดอยู่ในใจที่ไม่ได้ดูแลท่านเหมือนแต่ก่อน

          “ทำไมปู่อาการทรุดลงละคะพี่ภิณ เมื่อวานลัลไปหายังคุยเล่นสนุกอยู่เลยนะ”

          ลาภิณถอนใจรู้สึกไม่สบายใจเหมือนทุกคนในครอบครัว “ปู่ป่วยมานาน คราวก่อนที่ปู่เข้าโรงพยาบาลหมอบอกว่าอย่าทำให้ท่านไม่สบายใจ ท่านอยากให้ทำหรืออยากทำอะไรหากไม่มีผลต่อสุขภาพก็ควรทำให้ ตอนนี้ปู่ไม่ได้คิดมากเรื่องอะไรอยู่ใช่ไหมยัยลัล”

          ลัลลนาส่ายหน้าเพราะไม่ว่าปู่ พ่อ รวมทั้งพี่ชายชอบเก็บความรู้สึกกันทั้งนั้น ถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบต้องรอให้บอกออกมาเองอยู่เรื่อย

          “ปู่ตื่นแล้วล่ะ” ลลิตาออกมาจากห้องหมอพร้อมพยาบาลที่ดูแลมานพ “เดี๋ยวแม่จะคุยกับภิณสักหน่อย ลัลเข้าไปคุยกับปู่ก่อนนะลูก ส่วนคุณพ่อกำลังขับรถกลับมาจากชลบุรีคงถึงตอนบ่ายๆ กระมัง”

          ลัลนาเดินตามคุณพยาบาลไป ลลิตานั่งลงข้างๆ ลาภิณ สีหน้าของนางยังคงกังวลเพราะคราวนี้หมอบอกว่าอาการของมานพหนักกว่าคราวก่อนเนื่องจากโรคหัวใจที่รักษากันมานานและสุขภาพที่อ่อนแอลงตามวัย หมอย่อมรักษาร่างกายของคนป่วยเต็มที่แต่ทางด้านจิตใจคงเป็นนางที่ต้องทำอะไรสักอย่าง

          “แม่มีอะไรจะคุยกับผมหรือครับ”

          “คุณปู่อยากให้ภิณเป็นฝั่งเป็นฝา แม่เลยคิดว่าถ้าภิณหมั้นหมายกับผู้หญิงที่ลูกชอบพอเสียตอนนี้ก็น่าจะดี คุณปู่คงสบายใจอาจจะอาการดีขึ้นบ้าง” มาระยะหลังๆ มานพกับพูดเรื่องนี้กับลลิตาอยู่บ่อยๆ ความที่ลาภิณเป็นหลานรักทำให้เป็นห่วงมากนั่นเอง

          “หมั้นหมายหรือครับ” ลาภิณถอนใจเบาๆไม่คิดว่าแม่จะเอาเรื่องการป่วยของปู่มาโยงถึงเรื่องนี้ แต่เหตุการณ์หลายๆ อย่างทำให้เขาอดคิดไม่ได้ “ขอโทษนะครับแม่ที่ผมคิดในแง่อื่นไปก่อน แต่ผมคงต้องถามจริงๆ ว่ามันเป็นความต้องการของปู่หรือว่าเป็นแผนจับคู่ของแม่กับยัยลัลกันแน่ครับ”

          “ภิณรู้ตัวมาตลอดเลยหรือลูก” ลลิตาถอนใจนึกไว้อยู่แล้วว่าแผนจับคู่ที่ผ่านมาลูกชายคงดูออก

          “ครับ แล้วครั้งนี้ปู่ต้องการแบบนี้หรือว่ามีอะไรอย่างอื่นที่ผมควรรู้มากกว่านี้ครับแม่”

          “คราวนี้คุณปู่เอ่ยปากถามเอง แม่บอกว่าขอมาถามภิณก่อน ถ้าภิณทำแล้วช่วยให้คุณปู่สบายใจ แม่ขอร้องให้ทำได้ไหม ถ้าคุณปู่อาการดีขึ้นคงดีมากเลยนะลูก” ลลิตาเอ่ยจากใจจริง นางคิดว่าบางทีลาภิณอาจมีใครสักคนในใจอยู่แล้วทำให้การจับคู่ล้มเหลวมาตลอด คราวนี้ต่อให้เป็นดารานางแบบที่ไหนนางยอมรับได้หมด

          ลาภิณมั่นใจว่าแม่ไม่เอาเรื่องความต้องการของปู่มาล้อเล่นแน่ๆ แต่ปัญหาของเขาคือไม่มีใครสักคนในใจเลยต่างหาก

          “ผมไม่แน่ใจครับ ถ้ายังไงผมขอไปเยี่ยมคุณปู่ก่อนแล้วขอเวลาคิดสักวันสองวันแล้วจะให้คำตอบนะครับ”

          ลลิตาเห็นท่าทีลูกชายที่แบ่งรับแบ่งสู้แล้วชักไม่แน่ใจ ถ้าลาภิณไม่มีใครเลยแล้วไปคว้าเจนจิรามาแต่งงานจะทำยังไงดี แต่นางยังเชื่อใจว่าลูกชายว่าไม่หวนคืนอดีตที่เคยทำร้ายตัวเอง หากไม่มีใครให้ลาภิณหมั้นหมายจริงๆ นางคงต้องบอกมานพตามตรง อย่างน้อยการทำงานดีจนบริษัทที่มานพสร้างมากับมือยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีกอาจทำให้เกิดกำลังใจได้เหมือนกัน
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #6 onnysireen (@onnysireen) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 13:57

    ขขอเสนอหนูมัทให้เป็นคู่หมั้น อิอิ

    #6
    0