เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,773 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    190

    Overall
    18,773

ตอนที่ 13 : 10 วันฉันจะพิชิตใจเธอ 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    19 ก.ค. 61

มัทนาไปล้อมต้นไม้เพื่อย้ายจากกลางสวนเมืองระยองมาไว้ที่สวนหย่อมกลางหมู่บ้านที่ว่าจ้างสวนไม้เมืองมาทำงานนี้ เธอใช้เวลาไปและกลับรวมทั้งขุดล้อมต้นไม้หมดไปทั้งวัน ทำให้กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำมืดพอดี หญิงสาวเหนื่อยล้าและสภาพมอมแมมไม่น้อย ถึงจะไม่ต้องลงมือทำเองทั้งหมด แต่การคุมงานและลงไปทำเองบ้างทำให้ใช้พลังงานมากจนแทบคลานขึ้นเตียงเลยทีเดียว เธอกินข้าวในชุดเน่าๆ ตามที่อาธรให้คำนิยามก่อนจะขอตัวขึ้นห้องมากะว่าจะอาบน้ำ แต่โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ดังขึ้นมาทำให้เธอต้องกดรับสายเพราะคนโทรมาชื่อว่าลาภิณ

          “มีอะไรหรือคะคุณลาภิณ”

          “คุณบอกเองไม่ใช่หรือว่าจะเอาสูทมาคืนผมแล้วรับสูทของคุณไป” ลาภิณถามน้ำเสียงเรียบๆ พร้อมกับได้ยินเหมือนมัทนาทำอะไรตก

          มัทนาเก็บนาฬิกาข้อมือที่ปัดตกขึ้นมา แต่บรรดาหวีและขวดแป้งก็ล้มตามมาอีกเธอเลยปล่อยไว้อย่างนั้นก่อน

          “จริงด้วย พอดีฉันยุ่งๆ ทั้งวันเลยลืมไปน่ะค่ะ” เธอเอ่ยพลางมองไปที่ตู้เสื้อผ้าจึงเห็นสูทของลาภิณที่ฝากให้ป้าอังกาบเอาไปซักแห้งแขวนอยู่พอดี “ถ้างั้นฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะ คุณฝากสูทของฉันไว้ที่ รปภ ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันฝากให้ รปภ เอาไปให้คุณนะคะ ขอบคุณค่ะที่โทรมาเตือน”

          “มาถึงแล้วคุณบอก รปภ แล้วกัน” ลาภิณเอ่ยและวางสายไปทันที

          มัทนาแทบฟังไม่ทันพอถามกลับก็ช้าไปแล้ว เธอเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าให้พอหายเหนื่อยก่อนจะคว้าเสื้อสูทพร้อมไม้แขวนมาที่รถแล้วขับออกไป อาธรมองตามได้แต่สงสัยว่าลูกสาวจะไปไหนอีกไหนว่าเหนื่อยจนไม่มีแรงแล้ว

 

          มัทนาใช้เวลาขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงโรงแรมแกรนด์ รอยัล แต่มันก็เกือบ 4 ทุ่มแล้วหญิงสาวรีบเดินไปหา รปภ ที่ป้อมเพื่อฝากสูทให้ลาภิณ แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้มัทนาอยากกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดมาใหม่

          “คุณลาภิณให้ผมพาคุณมัทนาขึ้นไปที่ห้องทำงานครับ”

          “โห ชุดนี้ก็งามเหลือเกิน” มัทนาพูดแล้วก็หัวเราะเสียเอง กางเกงยีนส์สีดำมีรอยโคลนเป็นดวงๆ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนก็เลอะเป็นรอยเล็กๆ แต่มัทนาไม่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แน่นอน ตอนนี้เธอเหนื่อยและง่วงจนสามารถหลับในรถได้อยู่แล้ว “ไปค่ะ คุณลาภิณสั่งแล้วก็ต้องทำตามใช่ไหมคะคุณลุง”

          รปภ พามัทนาที่ลิฟต์แล้วนำทางไปจนถึงห้องทำงานของลาภิณที่มัทนาเคยมาเมื่อเดือนก่อน ทว่าเวลานี้แม้ทั้งชั้นยังเปิดไฟสว่าง แต่มันเงียบเชียบเหลือเกินเพราะพนักงานกลับบ้านกันหมดแล้ว มีเพียงประตูห้องทำงาของลาภิณที่ยังเปิดราวรอการมาถึงของเธอ

          “ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” มัทนาบอก รปภ พลางเดินเรื่อยๆ ออกมาจากลิฟต์ไม่แน่ใจว่าควรรอข้างนอกหรือเข้าไปในห้องทำงานของลาภิณดี

          “เชิญเข้ามาเลย เลขาของผมกลับไปแล้ว”

          มัทนาเดินเข้าไปในห้องทำงานของลาภิณทันที เวลาชายหนุ่มยังคงนั่งทำงานอยู่ทั้งที่ควรกลับบ้านไปพักผ่อนมากกว่าหรือว่าการอกหักทำให้สมองแล่นกว่าเดิม

          “นี่ค่ะเสื้อสูทของคุณ”

          “วางไว้แถวนั้นแหละ” ลาภิณชี้ไปที่โซฟารับแขกพลางถามว่า “คุณเห็นข่าวแล้วหรือยัง”

          “เห็นแล้วค่ะ” มัทนาคงต้องขอบใจมะลิเพราะไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รู้เรื่องอะไร ยิ่งเป็นข่าวดาราแล้วล่ะก็ไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอเลย “อ๋อ ที่คุณสั่งให้ รปภ พาฉันมาที่ห้องทำงานเพราะจะถามเรื่องนี้ใช่ไหมคะ สบายใจได้ค่ะ ฉันไม่สนใจข่าวพวกนี้หรอก คุณคงไม่เดือดร้อนเพราะมาช่วยฉันใช่ไหมคะ”

          “ผมไม่เป็นไร มีนักข่าวมาตามรังควานคุณบ้างหรือเปล่า” ลาภิณถามต่อ

          มัทนามองสายตาของลาภิณที่นิ่งเรียบๆ ดูไม่ออกว่าเขาถามเพราะอยากรู้หรือเพราะเป็นห่วง แต่คงเป็นอย่างแรก เขาจะมาห่วงเธอทำไมกันล่ะ

          “ไม่แน่ใจนะคะ วันนี้ฉันไปล้อมต้นไม้เข้าออฟฟิศแค่ตอนเช้า แต่คงไม่มีหรอกค่ะ นักข่าวคงเล่นข่าวขำๆ คงรู้แหละว่าคุณไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน”

          ลาภิณพยักหน้าแล้วยังคงมองมัทนาอยู่เช่นเดิม หญิงสาวไม่ได้สนิทกับชายหนุ่มจนรู้ว่าควรคุยเรื่องอะไรแล้วที่สำคัญเธอมาเพื่อคืนเสื้อและรับเสื้อของตัวเองกลับคืนไปเท่านั้น

          “ฉันขอเสื้อสูทคืนได้หรือยังคะ พอดีว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว”

          “ผมให้เลขาส่งไปให้คุณที่บ้านแล้วล่ะ คงสวนทางกันกระมัง”

          มัทนาร้อง อ้าว! อยู่ในใจ “ขอบคุณนะคะ ถ้างั้นฉันกลับก่อนล่ะค่ะ”

          ลาภิณพยักหน้าพลางลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากห้อง พอมัทนาหันมามอง ชายหนุ่มก็ตอบเหมือนจะรู้ว่าเธอสงสัยอะไรอยู่พอดี

          “ผมจะกลับบ้านแล้ว คุณก็ลงลิฟต์ไปด้วยกันเลยสิ”

          มัทนายิ้มเก้อๆ ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะหมดเรื่องคุยแล้วจริงๆ ภายในลิฟต์มีแต่ความเงียบ หญิงสาวมองตัวเองในกระจกแล้วได้แต่สะท้อนใจเพราะมันช่างต่างจากเสื้อผ้าที่ยังเหมือนเรียบกริบของชายหนุ่มเหลือเกิน เขาดูแลตัวเองดีหรือเธอไม่ได้เรื่องก็ไม่รู้ล่ะมันถึงได้ต่างกันขนาดนี้ มัทนาได้แต่หัวเราะอยู่ในใจจนกระทั่งออกมาจากลิฟต์แล้วเดินไปยังรถของตัวเอง

          ถนนค่อนข้างเงียบไม่ค่อยมีรถทำให้มัทนาไม่ต้องใช้สมาธิกับพวงมาลัยมากนักและใช้เวลาน้อยกว่าขาไปก็ถึงบ้านแล้ว หญิงสาวขับรถเข้าไปจอดเก็บแล้ววิ่งออกมาที่ประตูหน้าบ้านเมื่อรู้สึกว่ามีรถคันหนึ่งตามมาและช่างคุ้นเหลือเกินว่าเป็นรถของลาภิณ ทว่าเมื่อมองไปทั่วทั้งถนนกลับไม่เห็นรถที่น่าสงสัย บางทีเธออาจคิดมากไปเอง คนอย่างลาภิณจะขับรถตามเธอมาถึงบ้านเพื่ออะไรกันเล่า

 

          ลัลนาขับรถมาที่บ้านของลาภิณซึ่งพี่ชายเพิ่งย้ายมาได้ไม่นาน เป็นบ้านสองชั้นมีพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวาในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อกับแม่นัก บ้านหลังนี้ครั้งหนึ่งเคยวางแผนสร้างไว้เพื่อเป็นเรือนหอ แต่เมื่อบางอย่างเปลี่ยนไปมันจึงกลายเป็นบ้านของลาภิณในเวลาต่อมา ลัลนาดีใจไม่น้อยที่มันไม่ได้เป็นเรือนหอ แต่เป็นแค่บ้านของพี่ชายเท่านั้น

          ลาภิณนั่งทำงานเงียบๆ อยู่ในศาลากลางสวนหย่อม สาวใช้บอกลัลนาว่าปกติแล้วพี่ชายของเธอมักจะทำงานอยู่ในห้องหนังสือ แต่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมามักมานั่งทำงานที่นี่ในช่วงวันหยุด ยามเดินมาเข้าในสวนเล็กๆ ของพี่ชาย ผู้เป็นน้องสาวก็สังเกตไปด้วยรู้สึกดีใจไม่น้อยที่เห็นดอกไม้ตายและต้นไม้เหี่ยวเพราะมันช่างเหมาะเหม็งกับแผนของเธอเหลือเกิน

          “วันนี้นึกยังไงถึงมาหาพี่ได้ล่ะ ทุกทีเห็นไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ตลอด” ลาภิณเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงเดินใกล้เข้ามาของลัลนา

          “แหม วันนี้ลัลอยากมาหาพี่ภิณไม่ได้หรือคะ” ลัลนาแกล้งค้อนใส่พี่ชายพลางนั่งลงข้างๆ “วันเกิดปีนี้ของพี่ภิณ ลัลอยากให้ของขวัญล่วงหน้าได้ไหมคะ”

ลัลนาลองเกริ่นดูก่อนถ้าโพล่งไปเลยว่าจะพามัทนามาจัดสวนให้ ลาภิณคงรู้ทันและออกปากปฏิเสธทันทีแน่นอน

          ลาภิณเลิกคิ้วเงยหน้ามองลัลนาก่อนจะอ่านงานต่อพลางตอบไปด้วยว่า “แล้วแต่สิ จะให้หรือไม่ให้พี่ไม่เคยบังคับสักหน่อย อยู่ๆ ทำไมถึงมาถาม”

          ลาภิณตอบแบบนี้ลัลนาค่อยยังชั่วหน่อยเพราะนึกคำตอบมาไว้บ้างแล้ว “ลัลต้องถามสิคะเพราะของขวัญที่ลัลจะให้พี่ภิณมันต้องทำที่บ้านของพี่ภิณนี่นา ถ้าไม่ขออนุญาตก่อนคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

          ลาภิณละสายตาจากไอแพดที่มีข้อมูลของที่ดินซึ่งกำลังวางแผนการซื้อเพื่อนำมาสร้างโรงแรมแห่งใหม่ที่เชียงราย

          “บอกมาสิว่าจะให้อะไรพี่”

          “ลัลอยากจัดสวนให้พี่ภิณใหม่น่ะสิคะ คุณแม่ยังเห็นด้วยเลย” ลัลนารีบอ้างแม่ไว้ก่อนไม่อย่างนั้อาจถูกพี่ชายปฏิเสธทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบ “ดูสิพี่ภิณบ้านมาอยู่บ้านหลังนี้แค่ไม่กี่ปีสภาพสวนอย่างโทรม ดอกไม้ก็ตายไปเกือบครึ่ง ลัลเลยคิดว่าจะทำสวนให้พี่ภิณเสียใหม่”

          ลาภิณมองลัลนาถ้าสายตาเป็นเครื่องสแกนด์เขาก็คิดว่าน้องสาวไม่น่าผ่านการตรวจจับครั้งนี้ได้ พิรุธมากมายอยู่ที่คำพูดและสีหน้าลิงโลดแบบนั้นใครดูไม่ออกคงตาบอดแล้ว

“แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรแอบแฝง”

          “แค่อยากให้ของขวัญพี่ชายต้องมีอะไรแอบแฝงด้วยหรือคะ ถ้าพี่ภิณโอเค ลัลจะได้ไปคุยกับบริษัทจัดสวน”

          “ตามใจ แต่พี่ไม่ค่อยชอบให้ใครมายุ่มย่ามเสียงดัง” เมื่อห้ามไม่ได้เขาคงทำได้แค่นี้

          “ไม่ต้องห่วงค่ะ ลัลจะกำชับให้ได้อย่างดีเลย” ลัลนารับปากมั่นเหมาะก่อนจะเดินแทบบินจนถึงรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

          ลาภิณมองน้องสาวแล้วได้แต่เก็บความสงสัยว่าบางทีเขาอาจมองอะไรที่ใช้ความเป็นจริงมากเกินไปจนทำให้เหมือนรู้ทันในบางครั้ง ถ้าเรื่องดูตัวแบบลับๆ คืนวันงานฉลองครบรอบไม่ใช่ความบังเอิญ การจัดสวนคราวนี้คงไม่ใช่เพื่อวันเกิดที่ยังมาไม่ถึงของเขาอย่างเดียวเช่นกัน เขามั่นใจเชียวล่ะว่าแม่ต้องเห็นดีเห็นงามกับการเล่นสนุกของลัลนา


              แล้วจะมา up ต่อนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 aieng (@ojiaieng) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 22:52
    ส่งกำลังใจให้ค่า
    #1
    1