กำราบรักจอมเผด็จการ วางแผงแล้ว สนพ Touch

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 11,918 Views

  • 54 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    69

    Overall
    11,918

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ส.ค. 58



ตอนที่ 15


 


นาวินจอดรถที่หน้าบ้านและรอให้อันนาเดินเข้าก่อนแล้วถึงได้พาธีราไปส่ง รถสปอร์ตสีดำคันเดิมจอดอยู่ในโรงจอด ชัคไม่ได้ปีนข้ามรั้วมาแต่จงใจรอ คราวนี้จะไม่เถียงสักคำ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เขาดุหรือว่า เธอจะไม่โกรธเพื่อชดเชยหากว่าในอนาคตเขาอาจจะเสียใจมากที่สุดเพราะการช่วยคนแปลกหน้าคนนี้


            “เชิญต่อว่ามาได้เลย ฉันผิดจริง จะว่าอะไรก็พูดมาได้เลยค่ะ”


            ชัคยิ้มบางมองเด็กหนีเที่ยว เขาคงเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองมากเลยสินะ


            “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมให้เวลาหนึ่งชั่วโมง วันนี้เราจะไปทานข้าวที่บ้านพ่อกัน”


            นอกจากไม่ต่อว่ายังยิ้มให้เสียด้วย อันนาเงยหน้ามองท้องฟ้า ถึงว่าเมฆดำๆ มารวมตัวแถวนี้ เขาใจดีผิดปกตินี่เอง 


            “ทำไมยังไม่ไป หรือว่าอยากให้อุ้มไปส่ง”


            อันนายกมือรีบห้าม “เดี๋ยวฉันมาค่ะ ที่ช้าเพราะแปลกใจว่าทำไมวันนี้ใจดีจัง”


            ชัคหุบยิ้มเพิ่งรู้ตัว เด็กบ้าพอใจดีใส่ทำอย่างกับเขาถูกผีสิง แล้วดูวิ่งขึ้นบันไปแบบนั้นเดี๋ยวตกลงมาแข้งขาหัก นั่นไงสะดุดขาตัวเองเกือบล้ม แขนพึ่งเอาเฝือกออกจะเจ็บอีกรอบหรือไง คนมองตามได้แต่ส่ายหน้า ที่คอนแวนต์ไม่ได้สอนว่าทำยังไงไม่ให้ซุ่มซ่ามกระมัง ร่างสูงนั่งลงนั่งคิดเรื่องที่ค้างไว้ วันนี้ผู้ตำรวจคนนั้นมาหาอันนาทำไม


 


            บ้านของชรันต่างไปจากที่คิดไว้มากเพราะเป็นเรือนไทยหลังเดียวกลางสวน ไม่มีใช่คฤหาสน์ใหญ่โตหรูหรา อันนาไม่แน่ใจว่าเคยมาที่นี่กับพ่อบ้างหรือเปล่า การที่ทุกคนในบ้านไม่ได้แสดงท่าทางแปลกใจหรือทำเหมือนเคยเห็นเธอมาก่อนคงจะพอสบายใจได้ว่ายังไม่มีอะไรน่าห่วง ยามอยู่บ้านชายชราแต่งตัวเพียงเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้น ดูมีความสุขท่ามกลางธรรมชาติไม่วุ่นวาย คนแบบนี้น่ะหรือที่สั่งฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น


            “สวัสดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่ชวนหนูมาที่นี่”


            “ดีใจที่มานะ ไหนๆ จะมาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วก็ต้องเจอกันบ่อยๆ ไว้หน่อยล่ะหนูอันนา”


ชรันยิ้มแย้มดีใจก่อนจะพาเข้ามาในห้องอาหาร สาวใช้กำลังลำเลียงสิ่งต่างๆ มาไว้บนโต๊ะ  แถมยังเลื่อนเก้าอี้ให้คนรักของลูกชาย ชัคยิ้มบางนึกว่าพ่อจะต่อต้านเพราะมีลูกสาวเพื่อนสนิทที่หมายตาไว้แล้ว ว่าแต่รถที่เพิ่งขับออกไปเขาจำได้ไม่พลาดว่าใคร     


            “คุณภารดีมาทำไมหรือครับพ่อ”


            “รู้แล้วยังจะถาม” พ่อขยิบตาใส่ลูกชาย พอหันมาทางอันนาก็ยิ้มพราว “ลุงไม่รู้ว่าหนูชอบอะไร ถามเจ้าชัคก็ไม่ได้เรื่อง เลยสั่งให้ทำตามที่บ้านนี้กินกันบ่อยๆ ก็แล้วกันนะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่ม บอกได้”


            “ขอบคุณค่ะ น้ำกินอะไรก็ได้ค่ะ มีไม่กี่อย่างที่กินไม่ได้”


            “อะไรหรือจะได้บอกแม่ครัวไว้” ชัคถามเลยถูกพ่อเหล่ใส่ มันแปลกตรงไหนที่เขาอยากรู้


            อันนาค่อยๆ คลายความอึดอัด ก็แค่ตอบไม่ได้หมายความว่ากำลังทำผิดที่ทำดีต่อชรันสักหน่อย


            “น้ำแพ้กุ้งกับไม่กินถั่วพูค่ะ”


            ต้มยำกุ้งถูกเลื่อนออกมา ชัคทำหน้าเฉยอีกรอบ ไม่เข้าใจว่าพ่อกับอันนาจะแปลกใจอะไรนักหนา ก็แพ้กุ้งเอาไว้ใกล้ๆ เดี๋ยวตักผิดจะยุ่งเสียเปล่าๆ


            “ที่ลุงถามไว้ เป็นไปลองไปนึกๆ ดูหรือยัง”


            ส้อมร่วงลงพื้น อันนาหน้าเสียที่ไม่ทันระวัง ชัคส่ายหน้าสั่งให้สาวใช้นำส้อมมาให้ใหม่ แต่ถึงกระนั้นคนถามยังรอฟังคำตอบอยู่ดี


“นึกแล้วค่ะ ไม่มีค่ะ”


            “อะไรกันหรือครับพ่อ เดี๋ยวนี้มีความลับกันสองคนแล้ว”


            ชรันส่ายหน้าใส่ลูกชายบ้าง เมื่อก่อนไม่เห็นอยากรู้อยากเห็นเรื่องของใคร แล้วดูทำมาจ้องมันน่าแกล้งไม่บอกไหมล่ะนั่น


            “พ่อคิดว่าหนูอันนาหน้าตาคล้ายๆ เพื่อนของพ่อ อิศน่ะ ชัคเคยไปศึกษางานด้วยบ่อยๆ ตอนเรียนมหาลัย จำได้ไหม”


            ชัคเลิกคิ้วหันมามองอันนา สีหน้าของเธอซีดเผือด มือที่จับช้อนส้อมเกร็งจนต้องวางพยายามเกลื่อนยิ้ม 


            “จำได้สิครับ ถ้ายัยตัวยุ่งยังอยู่คงอายุไล่เลี่ยกับคุณนะ แต่ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เด็กคนนั้นจากไปพร้อมๆ กับลุงอิศนี่ครับ”


            ลูกสาวของอิศลอบถอนใจจับช้อนส้อมขึ้นมาใหม่ แต่มือดันพลาดไปชนแก้วตก อารามตกใจรีบก้มลงไปเก็บเศษแก้วแต่ผลกลับถูกบาดเลือดไหล ชัคก้มลงไปช่วยพร้อมกับจับมือเย็นเฉียบไว้ อันนากลัวไปถึงใจ เขาจะจับได้หรือเปล่า


            “ขะ...ขอโทษค่ะ น้ำซุ่มซ่ามเอง”


            “อย่าทำแบบนั้น เศษแก้วจะเข้าเนื้อ มานี่ เดี๋ยวทำแผลให้ กินไปก่อนนะพ่อ ทำแผลให้คนซุ่มซ่ามก่อน”


            ร่างสูงรั้งให้ร่างเล็กกว่าเดินตามมาด้วยกัน ชรันมองตามเก็บความสงสัยไว้ ไม่ใช่เพียงเขาที่เคยมีความลับกับอันนาแค่สองคนหรอก ชัคกำลังมีความลับเหมือนกันและเกี่ยวกับเด็กคนนั้นเสียด้วย ถ้าไม่รู้จักอิศราทำไมมีพิรุธถึงขนาดนั้น แล้วไอ้ลูกชายของเขาน่ะลืมตัวไปหรือเปล่าว่าไม่ชอบเลือด เดี๋ยวได้เป็นลมไปอีกคน


 


            แผลไม่ได้ลึกแต่เลือดยังไหลไม่หยุด ชัคหยิบกระดาษทิชชู่มาซับแล้วกดแผลไว้ อันนาวิตกกังวลจนลืมเจ็บ สาวใช้วางกระเป๋ายาไว้ใกล้ๆ เขาหยิบของที่ต้องใช้ออกมา เธอกำลังเจ็บ ไม่ใช่เพราะแผลที่มือ แต่เป็นใจต่างหาก มีใครสงสัยอะไรบ้างไหม ทำไมไม่มีใครพูดอะไรออกมา มันเงียบราบเรียบเหมือนทะเลใกล้มีพายุใหญ่ แล้วชัคมาทำดีกับเธอทำไม เราไม่ได้พบกันมาก่อนจริงๆ หรือ


            “ตกใจอะไรถึงกับมือไม้อ่อน” สำลีชุบแอลกอฮอล์กำลังเช็ดแผล นิ้วเล็กสะดุ้งจะดึงกลับ แต่ใครล่ะที่แรงมากกว่า


            “เปล่าสักหน่อย” อันนาตอบเสียงเบา “คุณทำแผลเป็นด้วยหรือคะ”


            “ไม่รู้สิ เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน เผื่อทำผิดก็บอกด้วย ปกติผมแล้วไม่ใช่คนรักษาแผล แต่เป็นคนทำให้เกิดแผลมากกว่า”


            เลือดยังไม่หยุดไหล สำลีสะอาดวางซับเลือดและกดเพียงเบาๆ ช่างนิ่มนวลและมั่นคงในเวลาเดียวกัน คนแข็งกระด้างทำไมอ่อนโยนราวกับคนละคน


“ทำไมมองแบบนั้น ผมพูดในสิ่งที่คุณอยากได้ยินไม่ใช่หรือ”


            “ถ้าคนที่คุณรัก ไม่ใช่คนดีอย่างที่คุณเห็นมาตลอด คุณจะรู้สึกยังไงคะ” หญิงสาวเมินมองไปทางอื่น ยิ่งเขาดีกับเธอมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้รู้สึกผิดมากขึ้นเท่านั้น ส่วนลึกของความคาดหวังไม่ต้องการให้คนที่เธอตามหาเป็นพ่อของเขาเลย


            “ผิดหวัง แต่ก็ยังรัก คนเราผิดพลาดกันได้ ไม่ว่าอะไรที่ทำลงไป มันมีเหตุผลในตัวเองเสมอ ไม่ว่าดีหรือร้าย ต้องมองหลายมุม ไม่ใช่จากมุมที่เชื่อของเราคนเดียว”


            เขากำลังสอนเธอหรือว่าพูดถึงคนทั่วๆ ไป ชัคยกหลังมาขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากของตัวเอง อันนาเพิ่งสังเกต


            “คุณหน้าซีดจัง จะเป็นอย่างเดิมอีกหรือเปล่าคะ”


            “ไม่ใช่หรอก อย่ามองทางอื่น”


            “แล้วจะให้ฉันมองอะไรล่ะคุณ”


            มือเย็นเฉียบแนบแก้มนุ่ม สายตามองเลื่อนหน้าเข้าไปชิดจงใจพูดใกล้ใบหูเล็กให้ได้ยินชัดๆ


“มองที่ผมไงล่ะ”


            อันนาก้มหน้าหลบตา ถึงมองไม่เห็นหน้าของชัค แต่ยังได้เสียงหัวเราะเบาพลิ้วกังวาน แกล้งเธอแล้วคงมีความสุขมากล่ะสิท่า ลมหายใจอุ่นผะผ่าวแก้ม เขายื่นหน้ามาใกล้ขึ้นหรือเปล่า อยากรู้แต่ไม่กล้าเงยหน้ามอง หัวใจบ้าจะมาเต้นแรงให้เจ็บทำไมกัน


“เสร็จแล้ว แสดงว่าผมทำถูก คุณไม่ท้วงสักคำ หรือไม่ก็เขินจนลืมเจ็บกระมัง” คนรู้ทันยื่นหน้ามาใกล้ สายตาอย่างกับเครื่องสแกนด์


“ขอบคุณค่ะ” อันนายกมือไหว้รีบหันหน้าหนีโกหกอะไรไม่รอดเสียที


เงียบ...ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ฟังเสียงชัคเก็บของเข้ากระเป๋ายา สายตามองไปทั่วยกเว้นหน้าคนชอบแกล้ง บ้านนี้เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง สวย แต่ไม่มีชีวิตชีวา


“แม่ของคุณไปไหนเสียล่ะคะ ฉันไม่เห็นเลย” 


            “แม่จากผมกับพ่อไปแล้ว” ชัคบอก สีหน้าคนฟังเหมือนจะไม่เข้าใจ “จากเป็น ไม่ได้จากเพราะตาย ผมกับพ่ออยู่กันแค่นี้ ไม่มีผู้หญิงในบ้านอีก คิดๆ ดูแล้วเราเหมือนกันอยู่หลายเรื่องนะ”        


            “เรื่องอะไรบ้างหรือคะ”


            ความหมายของดวงตาเศร้าๆ ที่มองมาแปลได้ว่าอะไร หัวใจของอันนาอ่อนยวบ คนที่ดูสมบูรณ์แบบแท้จริงไม่ใช่เลยสักนิด


“ขาดแม่เหมือนกัน ผมยังโชคดีที่พ่อยังอยู่ เรามีความลับเหมือนกัน ผมอ่อนแอแค่ไหน คุณก็เห็นมาแล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นอะไร คุณทำให้ผมเบาใจได้ว่าน่าจะ...ไว้ใจได้”


อันนาทำหน้าไม่ถูก ฟังแล้วรู้สึกละอาย หากเขารู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร คำว่าไว้ใจได้ อาจเป็นคำว่าหักหลังแทน


“แล้วคุณเป็นอะไรกันแน่หรือคะ จะหายจากอาการนั้นได้ยังไง”


“หมอบอกว่าผมวิตกกังวลในบางเรื่องมากจนมีผลต่อร่างกาย แปลกใจดีเหมือนกัน ตั้งแต่วันที่คุณเห็น ผมก็ไม่เป็นอย่างนั้นอีก”


ลมเย็นๆ พัดผ่านระเบียงเข้ามา กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ช่างตราตรึงราวกับเคยสัมผัสสิ่งเหล่านี้มาก่อน เขาเติบโตมาอย่างไรกันหนอถึงได้มีทั้งความอ่อนโยนและเหี้ยมจนเกือบโหด คนเรามีสองภาคในตัวเองแบบเขาได้ด้วยหรือ


“แล้วคุณกังวลเรื่องอะไรหรือคะ”


“การหักหลัง” เสียงเขาคำรามต่ำ


อันนามองไปทางอื่นรู้สึกเหมือนกำลังขุดหลุมฝังตัวเอง


“เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่ามันกำลังเกิดขึ้น ผมจะเป็นแบบนั้น ความจริงแล้วผมไม่ได้เข้มแข็งมากมายอย่างที่ใครเห็นนักหรอก คุณก็เห็นมาแล้วนี่”


เคยรู้สึกเหมือนทนบางไม่ได้อีกต่อไปไหม อันนารู้สึกว่าอากาศกำลังจะหายไปหมดโลก น้ำตากำลังท่วมไปทั่วทุกอณูอากาศ เธอลุกขึ้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำแล้วเปิดน้ำให้ไหล ร้องไห้เหมือนคนหลงทางไม่รู้ว่าตัวเองว่าต้องการอะไรกันแน่ อ่อนไหว อ่อนแอ รู้สึกผิด แต่ละสิ่งท่วมท้นระทมทุกข์


บางครั้งการจำอาจทรมานกว่าการลืมก็ได้ ทำไมเราไม่หลับไปสู่ฝันพร้อมๆ กันคะพ่อ ทำไมต้องเป็นคุณชรัน ถ้าต้องเกลียดเพื่อให้จำ เธอไม่อยากพบชัคเพื่อมาถึงจุดนี้เลย


อันนาวักน้ำขึ้นมาล้างหน้ามองความอ่อนแอของผู้หญิงคนหนึ่งในกระจก ต้องทำยังไง เดินหน้าหรือว่าหยุดแล้วจากไปเงียบๆ


ไม่! พ่อควรได้รู้ เหมือนกับเธอที่ต้องการรู้ ใครทำอะไรไว้ต้องชดใช้ให้สาสม หญิงสาวเช็ดหน้าถอนใจยาวราวกับเรียกกำลังใจกลับมาแล้วเปิดประตูออกไป


ชัคมองมายิ้มให้ไร้คำพูดใด มือหนายื่นมารอ อันนามองอย่างชั่งใจแล้วเป็นฝ่ายเดินนำ นาทีต่อไปจากนี้ไม่ควรมีมือของเขามาช่วยประคองอีก เมื่อใดที่เราอยู่กันคนละฝั่งของคำว่าถูกต้อง การเกลียดเขาให้เหมือนกับที่เขาคงจะเกลียดเธอ คงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น


 


อาหารที่ชรันสั่งให้สาวใช้นำไปอุ่นยกกลับมาที่เดิม อันนากับชัคกลับมาพอดีพร้อมนิ้วที่พันพาสเตอร์ยาไว้สองแผล บรรยากาศดูเงียบเมื่อแขกทำเพียงยิ้มเมื่อถูกถาม ลูกชายของเขาอยู่ๆ ก็พูดมากกว่าปกติและมองว่าที่คู่หมั้นอยู่บ่อยครั้ง คนที่ควรหน้าซีดเพราะเห็นเลือดกลับไม่ใช่ชัค แต่เป็นอันนา เมื่อเธอวางช้อนส้อม เขาก็ลุกขึ้นมายืนซ้อนหลังแล้วจับข้อมือเล็กให้ลุกขึ้นตาม


“คุณดูเหนื่อยแล้ว ผมจะไปส่ง”


“จะกลับกันแล้วหรือ กินของหวานกับพ่อก่อนไหม”


ชัคเหล่ใส่ พ่อชอบกินของหวานตั้งแต่เมื่อไหร่กัน “มันดึกแล้วน่ะพ่อ เอาไว้ผมจะพาอันนามากินข้าวด้วยอีกแล้วกันนะครับ”


อันนายกมือไหว้ตามมารยาท “กลับก่อนนะคะ”


เพียงไม่กี่นาทีอันนาที่ยิ้มง่ายร่าเริงกลับมาเหม่อลอยครุ่นคิดอีกแล้ว ชัคสังเกตอยู่เงียบๆ จู่ๆ คนนั่งเงียบก็เปิดประเป๋าหาอะไรสักอย่าง ดูน่าจะเป็นของสำคัญมาก


“หาอะไรหรือ ให้ช่วยไหม”


อันนาถอนใจอยากจะร้องไห้ แต่ทำไม่ได้ “ไม่เป็นไรค่ะ”


ชัคตวัดมองมาชั่วแวบแล้วตั้งใจขับรถต่อไป เรียวปากหนาเม้มปิดความลับมากมายยังถูกเก็บงำไว้ อันนาพยายามนึกว่าไปลืมของสำคัญเอาไว้ที่ไหนหรือว่าร่วงตอนที่ไม่รู้ตัว ของสำคัญขนาดนี้เธอไม่ควรพลั้งเผลอ ถึงจะไม่มีราคาและแต่มีคุณค่าทางใจ หายไปไหนหนอ


 


ชรันออกมาเดินเล่นรับลมที่สนามหญ้าหน้าบ้าน วันนี้ภารดีมาหาพร้อมสีหน้าหม่นเศร้าเสียใจ รำพันถึงลูกสาวที่กินไม่ได้ นอนไม่หลับเพราะช้ำรักจากใครคงไม่ต้องต้องเดา คำตอบสำหรับชัคกับลิลลาคงมีแต่ไปถามเจ้าตัว ซึ่งตอนนี้ถึงไม่ตอบก็น่าจะรู้คำตอบแล้ว มาขอให้เขาบังคับลูกชายจะไปช่วยอะไรได้ ตัวมา แต่ไม่ได้ใจ อยู่ไปไม่นานก็หย่าอยู่ดี


ชายชราพักเหนื่อยลงตรงซุ้มสะบันงา กลิ่นหอมจางพานชื่นใจ บางสิ่งไหวพลิ้วตามลม แต่ไปไม่ได้เพราะถูกกิ่งไม้เกี่ยวไว้ ด้วยความสงสัยชรันหยิบไม้สอยมาเกี่ยวเจ้าสิ่งนั้นไว้ พิจารณาครู่เดียวก็ใจหายวาบรีบเดินกลับเข้าไปในบ้าน สาวใช้กำลังเช็ดโต๊ะอยู่พอดี


“จะรับอะไรเพิ่มหรือคะคุณท่าน”


ชรันวางผ้าเช็ดหน้าสีซีดทว่ายังหอมไว้บนถาดสะอาด มองให้ชัดอีกรอบ ผีเสื้อกำลังสยายปีก ฝีปักประณีตแบบนี้ไม่มีใครเหมือน นานมาแล้วอิศราเคยพกติดตัวจนถูกล้อว่าเป็นผู้ชายอะไรดันพกผ้าเช็ดหน้า


“ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของใคร ช่วยหาให้ที”


สาวใช้มองแล้วส่ายหน้า “แม่พวกเด็กๆ ไม่มีใครพกผ้าเช็ดหน้ากันหรอกค่ะคุณท่าน”


นั่นสินะ ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ค่อยพกผ้าเช็ดหน้ากันแล้ว แถมยังเป็นผ้าเช็ดหน้าปักด้วยมือยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ เนื้อผ้านิ่มและซีดเหมือนกับผ่านการซักมาหลายครั้งเสียด้วย ใครมาทำหล่นไว้ที่นี่กัน หรือว่าจะเป็นของ...


ชรันส่ายหน้า ผ้าเช็ดหน้าหยิบติดมือไป ตายกันหมดแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ใช่หรอก ถ้ายังอยู่คงหาทางฆ่าเขาแล้วสิ มองผ่านไปง่ายๆ คงไม่ได้แล้ว


 


วันนี้มีงานเปิดตัวเครื่องดื่มตัวใหม่ที่อันนามีส่วนร่วมเล็กๆ น้อยๆ จากคราวที่ไปถ่ายรูปรองเท้านารีให้พิธาน ชัคคงรู้จึงส่งชาญมารับ ส่วนตัวเองไปไหนก็ไม่รู้ยังมาไม่ถึงงาน นักข่าวยังไม่เห็นการมาของเธอทำให้หลบเข้ามาห้องด้านในได้สะดวก ทีมงานออแกไนซ์รู้จักอันนาจากข่าวจึงเข้ามาทำความรู้จัก เมธามางานในฐานะทีมออกแบบมองมาพอดี เธอเข้าไปยกมือไหว้ทักทาย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง พิธานชวนคุยเหมือนปกติ เธอค่อยยิ้มได้ที่มีเพื่อน


ลิลลามาถึงงานเพื่อเตรียมตัวสำหรับการขึ้นเวทีในฐานะพรีเซนเตอร์ ตอนแรกเธอคิดว่าจะถอนตัว แต่เพราะไม่อยากให้เป็นข่าวที่มาในแนวแยกงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออกจึงจำใจมา ผมและหน้าพร้อมแล้ว เหลือแต่ใจกรุ่นที่อยากทำอะไรสักอย่างตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นอันนาอยู่ในห้อง vip


“ไปตามยัย...” ช่างแต่งหน้ามองมา ทรงพลจุ๊ปาก ลิลลาเปลี่ยนสีหน้าเป็นแย้มยิ้ม “คุณอันนาน่ะพี่พล พามาพบลิลด้วยค่ะ บอกไปว่าเพื่อนมีเรื่องจะคุยด้วย”


 “จะทำอะไรหรือน้องลิล งานนี้ทำเป็นเล่นๆ ไม่ได้นะ นักข่าวมาอย่างกับแจกของ คงอยากเห็นน้องลิลกับคุณชัค แล้วยังว่าที่คู่หมั้นแบบสามเศร้า เราสามคนละมั้ง” ผู้จัดการส่วนตัวก้มหน้ากระซิบชักหวาดๆ ไม่อยากให้ลิลลาเป็นข่าว


“ลิลจะไม่ยอมเศร้าให้ใครเห็นหรอกค่ะ”


เมื่อห้ามไม่ได้ก็ต้องตามใจ ทรงพลยอมไปหาอันนาซึ่งรายนี้ก็ยอมตามเงียบๆ ไม่ได้ออกอาการอยากโชว์พาวเพราะกำลังจะเป็นถึงเมียของท่านประธาน


อันนามองเพื่อนในวัยเด็ก ถ้ายังหน้าเชิด ยิ้มเจ้าเล่ห์ได้คงไม่เป็นอะไรมากแล้ว เธอมาเพื่อแค่นี้แหละ


“นั่งก่อนสิ”


ลิลลาชี้ไปเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้ทางสะดวกช่างแต่งหน้าไปกันหมดแล้ว เหลือแต่ทีมออร์แกไนซ์ที่กำลังคุยกันเรื่องคิวห่างออกไป


“อยากพบฉันมีอะไร ถ้าเธอคิดว่าฉันอยากมาประกาศตัว แย่งซีน อะไรก็แล้วแต่ที่เธอคิดออกมาจากหัวได้ก็ช่วยเลิกคิดไปได้เลย เสียเวลาเปล่าๆ”


“ฉันไม่คิดง่ายๆ แบบนั้นหรอก แต่หลังเปิดตัวเครื่องดื่ม ตอนที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวนี่สิ ฉันควรพูดยังไงดีนะ”


นึกไว้อยู่แล้ว แต่ช่างเถอะ ใครบังคับให้เธอเดินมาหายัยลิลได้ล่ะ ถ้าไม่ยอมมาเสียเอง


“ต้องการอะไร พูดมาตรงๆ ไม่ต้องอ้อมโลก”


“ได้ข่าวว่าพริตตี้ในงานขาดอยู่หนึ่งคนพอดี ถ้าเธอยอมทำ ฉันก็จะทำให้การสัมภาษณ์ในวันนี้จบลงด้วยดี ไม่มีเรื่องเสียหาย” ลิลลายิ้มหวานเยิ้ม


“มันไม่ได้เกี่ยวกับฉันเลย ข่าวร้ายๆ ก็มาอยู่เธออยู่ดี”


“คิดว่าฉันทำให้ทุกคนสงสารไม่ได้หรือไง ถ้างานนี้พัง ฉันก็ลอยตัว”


ความตรงไปตรงมาไม่เคยใช้กับลิลลาได้เลยสักครั้ง อันนากอดอกนั่งคิด ไม่ได้กลัวคำขู่ คิดว่าเธอแคร์หน้าตาในสังคมนักหรือ แต่เป็นห่วงทีมงานที่คิดจนสมองแทบแตก แต่อาจพังเพราะผู้หญิงสิ้นคิดคนเดียวต่างหาก


“ตกลง แต่ถ้าเธอไม่รักษาคำพูดล่ะก็ ไอ้หน้าตาสวยๆ แต่แสบร้ายจะถูกแฉออกสื่อ ฉันไม่เคยอายว่าเป็นใครมาก่อน แต่เธอคงไม่อยากให้ใครรู้ล่ะมั้ง”


ลิลลาชะงักมองแต่ยังวางหน้าไม่สะทกสะท้าน “เห็นเงียบๆ ร้ายเหมือนกันนะยะ”


อันนาส่ายหน้าคิดเสียว่าที่ยอมทำให้วันนี้เป็นการขอโทษและช่วยทีมงาน ไม่ว่าลิลลาชอบชัคด้วยความรู้สึกของตัวเองหรือคุณภารดีบงการ ในมุมมองของเธอ ถึงเพื่อนจะร้ายกาจ แต่รับมือได้ ยกเว้นคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่รู้จะรับมือยังไง จำได้ว่านาวินก็มางานนี้เหมือนเพราะเป็นพรีเซนเตอร์อีกคน อยู่ที่ไหนนะ


 


ชาญไม่เห็นอันนากำลังจะสั่งให้คนของเขาออกตามหาอยู่แล้วถ้าไม่พบว่าสาวๆ ในกลุ่มพริตตี้มีผู้หญิงของนายอยู่ด้วย ชุดที่ใส่แม้ไม่ได้เปิดเนื้อหนังอะไรมาก แต่รัดรูป กระโปรงยังสั้นด้วย ยังดีที่มีหน้ากากปิดหน้าพอพรางกล้องของนักข่าวได้ แต่ถ้าชัคมาเห็นมีเรื่องแน่ๆ


“อย่าบอกคุณชัคนะคะคุณชาญ น้ำมีเหตุผลค่ะ” อันนาพูดดักไว้ก่อน


สีหน้าของชาญบอกว่าลำบากใจอย่างสุดซึ้ง “แต่ว่า...”


นาวินออกมาจากห้องแต่งตัวพอดี แค่เห็นรูปร่างและคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยิ่งมั่นใจว่าจำไม่ผิด ดาราหนุ่มเดินเข้ามาทักทายสีหน้ายามมองชุดดูเหมือนโลกใกล้แตกอีกคน


“นึกแล้วต้องเจอน้ำ ทำไมใส่ชุดนี้”


“เรื่องมันยาวน่ะ” อันนายิ้มกว้างสายตาวิ้งๆ ใส่เพื่อน “น้ำมีเรื่องให้วินช่วยล่ะ ถ้าอีตาชัคเห็นน้ำในสภาพนี้มีเรื่องแน่ๆ ตอนเปิดตัวก็ช่วยมาบังน้ำไว้หน่อยนะ แล้วน้ำจะรีบแวบออกไป”


“ก็ได้ อย่าว่าแต่รายนั้นเลย วินก็ไม่ชอบชุดนี้เหมือนกัน”


ชาญพยักหน้าเห็นด้วย กระโปรงแค่ต้นขายังไม่น่าห่วงเท่าช่วงบนที่รัดรูปเผยเนินอกรำไรแม้จะมีผ้าสีเนื้อบางปิดกั้นไว้ แต่ผู้ชายคนไหนเห็นว่าที่คู่หมั้นแต่งตัวแบบนี้ถ้าไม่โกรธคงใจเย็นเป็นน้ำแข็ง ถ้าชัคมาถึงงานแล้วไม่ถามหาอันนาคงแปลกล่ะ


 


ชัคมาถึงงานช้ากว่ากำหนดไปเล็กน้อยเพราะเพิ่งกลับมาจากสถานีตำรวจ มีหลักฐานอีกชิ้นที่พบในที่เกิดเหตุและอาจโยงไปถึงตัวคนร้ายได้ นักข่าวมาเต็มเพราะงานนี้เรียกว่าต้นตอของรักสามเศร้าหรืออาจเป็นสี่เศร้าก็ว่าได้ นาวินกับลิลลาเตรียมตัวอยู่หลังเวที แต่อันนากลับหลบสายตาของนักข่าวไปได้ อีกทั้งยังไม่ได้ลงมาจากรถพร้อม CEO ใหญ่ งานนี้นักข่าวตามหากันให้ควั่ก


สายตาคมมองไปทั่วๆ ยิ้มทักทายคนในธุรกิจที่มีสายงานเกี่ยวข้องกัน ทว่าในรอยยิ้มที่ส่งมาเหล่านั้นกลับไม่มีใครบางคนที่มาถึงงานก่อนเขาตั้งนานแล้ว


“อันนาล่ะไปเสียที่ไหน บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้มานั่งด้วยกัน”


“เอ่อ...อยู่แถวๆ นี้แหละครับ” ชาญเหล่ไปบนเวที ตอนนี้พรีเซ็นเตอร์สองคนออกมาพร้อมกับเครื่องดื่ม เต้นไปตามเพลงพร้อมกับพริตตี้แนวสปอร์ตเกิร์ล


ชัคมองตามชักสงสัยพริตตี้ที่กำลังเต้นเบากว่าเพื่อนแถมยังเอาแต่ยืนข้างหลังนาวิน พอเหลียวมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นว่าอันนาจะมานั่งหรือจงใจไปอยู่กับทีมงาน แล้วชาญยังทำท่ามีพิรุธอีก ยังไม่ทันได้ถามเพลงก็หยุดลงพอดี พิธีออกมากล่าวเปิดงานผายมือมาทางประธานของ Prime


“เชิญคุณชัคขึ้นมากล่าวเปิดตัวเครื่องเดิมตัวใหม่ครับ”


เสียงปรบมือของแขกร่วมงานดังต้อนรับยามที่ชัคเดินไปบนเวที แสงแฟลช เสียงชัตเตอร์รัวอย่างกับปืนกล ลิลลายิ้มหวานเขยิบเข้าไปใกล้ร่างสูงโดดเด่น นาวินมองแล้วอยากเบ้ปาก ในขณะที่อันนามองชัคอย่างชื่นชมในความสำเร็จของเขา หยุดคิดถึงเรื่องราวยุ่งๆ ของเราชั่วคราว ราวกับมีตาหลังคนมองกล้องอยู่ดีๆ ดันหันมามองข้างหลัง สายตาคมๆ วาบเหมือนกับมีแสงเลเซอร์ยิงใส่ พริตตี้จำเป็นสะดุ้งโหยงก้มหน้าหลบ


ชัคมองไปที่ชาญ รายนี้ช่างรู้งานรีบมายืนข้างเวที แต่ที่ทำให้นักข่างสงสัยคงไม่พ้นที่จู่ๆ ประธาน Prime ถอดเสื้อสูทออกแล้วส่งไปข้างหลัง อันนาเหวออึ้งยืนนิ่งเป็นหุ่นด้วยกลัวจะกลายเป็นข่าวออกไป นักข่าวได้สงสัยว่าเธอมาทำอะไรอยู่บนนี้


“ใส่ซะ” เสียงชัคคำรามบอก


ลิลลาเหลียวมองตามร้อนรุ่มอยู่ในอก นาวินไม่รอช้าดึงเสื้อจากมือชัคแล้วยัดใส่มืออันนาแบบไม่ให้เสียของ สาวเจ้ารีบใส่เสื้อแล้วยังไงต่อล่ะ


“รีบพาอันนาออกไป”


ชาญเดินไปบังร่างอันนาไว้แล้วดันให้เธอเดินนำลงทางเวทีด้านหลัง นักข่าวพากันถ่ายรูปด้วยความสงสัย แต่ยังไม่รู้อะไรมาก บนเวทีกลับสู่สภาพปกติ พรีเซ็นเตอร์ชูขวดเครื่องดื่มแล้วยิ้มสู้กล้อง โดยมีชัคยกนิ้วโป้งให้ตรงกลาง


นักข่าวสองสามคนตามพริตตี้ปริศนาไป แต่กลับวืดเมื่อไม่พบอะไรนอกจากทีมงานที่อย่างกับตั้งโปรแกรมไว้ให้ตอบว่า...ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่มีอะไร


อันนาถูกพามาในห้อง vip อีกครั้ง ซึ่งนักข่าวไม่มีทางเข้ามาถึงตรงส่วนนี้ได้ ชาญมั่นใจตอนนี้เองว่าหนีนักข่าวยากกว่าหนีกระสุนปืน


“ขอบคุณค่ะคุณชาญ เดี๋ยวน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะนั่งรอคุณเจ้านายมาจัดการนะคะ สงสัยอยากขบหัวน้ำจะแย่แล้ว” รู้ล่ะว่าชัคขี้โมโห แต่คราวนี้เขาจะอาวะลาดบ้านพังหรือเปล่า


“ถ้ามีเหตุผลคุณชัคก็รับฟังนะครับ”


แต่จะทันได้ฟังก่อนโดนดุหรือเปล่านี่สิ ชาญออกมาจากห้องแล้วยืนเฝ้าอย่างกับนายทวาร ทีมงานมองมาไม่กล้าถาม แม้จะสงสัยสุดติ่ง


 


            ลิลลากับนาวินให้สัมภาษณ์นักข่าวเสร็จแล้ว จึงเดินตามทีมงานมาห้องพักสำหรับล้างเครื่องสำอางและเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ว่าดาราสาวกลัวเดินตามคู่พรีเซ็นเตอร์ไป ท่าทีของพี่ชัคทำให้เธอหวั่นใจ ไหนว่าถูกจัดฉากจนต้องคุยกันเรื่องหมั้นหมาย ห่วงกันออกนอกหน้าแบบนั้น ให้เด็กประถมก็ดูออกว่ามีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่


“ฉันรู้ว่าคุณก็ชอบอันนาอยู่ไม่ใช่หรือ”


นาวินหันมามองทำหน้าเซ็งๆ แค่ที่ลิลลาให้ข่าวจนอันนาเกือบถูกนักข่าวสอยร่วงกลางอากาศก็แย่แล้ว


“ทำไมไม่แย่งกลับมา ปล่อยให้ไปหมั้นกับพี่ชัคทำไม ยอมถูกตัดหน้าแล้วจะเป็นพระเอกขึ้นมาหรือไง”


“ผมชอบน้ำ แต่ผมกลัวเสียเพื่อนไปมากกว่า อะไรที่น้ำตัดสินใจแล้ว ผมจะขอยินดีแค่ในฐานะเพื่อน” เรื่องอะไรจะบอกว่ายังมีความหวัง ยัยนี่ได้ชูคอคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าน่ะสิ


“พูดจากใจ ผู้ชายแบบคุณมันไม่มีความกล้า”


นาวินหัวเราะเสียงหยันเดินเข้าใส่ ลิลลาถอยกรูดไม่เป็นขบวนจนหลังกระแทกข้างฝา แขนยาวยื่นมาวางมือทาบมองอย่างสมเพชเวทนา


“ผมไม่กล้าเหมือนคุณหรอก ยอมออกข่าวให้ใครต่อใครเข้าใจผิด แต่สุดท้ายความจริงก็เปิดเผย”


“เปิดเผยว่าอะไร” ลิลลาแหวลั่นรีบออกมาจากมุมแล้วมองนาวินตาขวาง


“อย่ามายุ่งกับน้ำอีก ไม่งั้นคุณได้มีข่าวฉาวออกสื่อบ้างแน่ๆ”


ลิลลาเบ้ปากใส่คิดว่าขู่แค่นี้จะกลัวงั้นหรือ นาวินเดินเข้ามาใกล้สีหน้าพร้อมมีเรื่อง ดาราสาวถอยจนออกมายืนนอกห้อง ชายหนุ่มยิ้มกวนเบื้องล่างแล้วประตูปิดใส่หน้าอย่างไม่แคร์ หัวเราะลั่นห้องสะใจ รู้สาเหตุแล้วว่าที่อันนาไปแต่งตัวเป็นพริตตี้คงไม่พ้นยัยนี่แหละ




            ตอนที่ 15 จะเป็นตอนสุดท้ายที่จะลงให้อ่านนะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ มีจำหน่ายในรูปแบบหนังสือและ e-book แล้วค่ะ


            อัมราน_บรรพตี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #52 fsn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 / 00:22
    คุณชัคน่ารักขึ้นเรื่อยๆ เลยคะ แล้วอันนาคงอยู่กลางพายุความยุ่งยาก ยังมีหลายเรื่อยสังกะสัย ต้องไปตามในเล่มนะคะ



    ขอบคุณมากคะ ขอให้ยอดขายพุ่งกระฉูด
    #52
    1