กำราบรักจอมเผด็จการ วางแผงแล้ว สนพ Touch

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 11,918 Views

  • 54 Comments

  • 62 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    69

    Overall
    11,918

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 มิ.ย. 58

ตอนที่ 10

 

            ภายนอกปิดไฟหมดแล้ว เหลือเพียงห้องทำงานที่ปักหลักอยู่เท่านั้น อันนาพยายามเร่งมือเพราะเพิ่งแปะภาพทับไปได้แค่ลังเดียว นาวินกับธีราโทรมาชวนไปกินข้าวก็ต้องปฏิเสธไป ช่วงนี้เราสามคนไม่ค่อยได้พบกับเท่าไหร่เลย  

            กาวหมดไปสองหลอด อันนาเดินไปหยิบมาเพิ่มแล้วกรีดภาพแบ่งออก เริ่มเจ็บนิ้วจากมือที่ยื่นออกมาจากเฝือก พอยิ่งมองตั้งของแผ่นพับแล้วก็แทบถอดใจ สังขารไม่ให้จนสังเวชตัวเอง อีกสองชั่วโมงจะเสร็จไหมหนอ

            “ทำไมยังไม่กลับบ้าน”

            “อุ้ย...”  

อันนาสะดุ้งโหยง คมมีดแฉลบโดนปลายนิ้วได้เลือด  พอมองคนทำให้เสียสมาธิก็ถอนใจยาวใส่ ไม่เจอกันหลายวัน เขายังหล่อบาดใจเหมือนเดิม

“ทำไมมาเงียบๆ คะฉันตกใจหมด เห็นไหมมีดบาด”

            หญิงสาวคว้ากระดาษทิชชู่มาพันนิ้วแล้วทำงานต่อ แผลเพียงนิดเดียวเดี๋ยวเลือดก็หยุดไหลไปเอง ชัคเลื่อนเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ คว้านิ้วที่เลือดยังไหลมาแล้วดึงกระดาษออกดู

            “เป็นผู้หญิงทำไมซกมก”

            “ฉันไม่ตายเพราะแผลเล็กๆ แค่นี้หรอกค่ะ”

            “นั่นไง ไม่รักชีวิต”

ร่างสูงลุกขึ้นแล้วดึงให้คนมองมาตาขุ่นลุกตามไปด้วย ไม่ยอมก็ต้องยอมล่ะ ใครแรงมากกว่าคงไม่ต้องถาม

            ชัคเปิดก๊อกน้ำ อันนามองห้องน้ำที่เข้าได้ทีละคน แต่พอชัคเข้ามาด้วยกันเลยแปลกๆ เกือบจะอึดอัด นิ้วที่เลือดยังไหลถูกน้ำล้างจนแผลสะอาด เธอดึงมือกลับ แต่เขาจับไว้ไม่ยอมปล่อยแถมยังโอบเอวเสียแน่นบังคับให้เดินกลับมาที่โต๊ะ   

“มีพาสเตอร์หรือผ้าอะไรบ้างไหม”

            “ไม่มีสักอย่างเลยค่ะ เลือดหยุดแล้ว ช่างมันเถอะ ตอนนี้ฉันกำลังรีบทำงานแข่งกับเวลา”

            คนหวังดีถอนใจใส่ยอมปล่อยมือพลางมองหลอดกาว คัตเตอร์และกระดาษมากมายที่กองสุมอยู่บนโต๊ะแล้วยังที่พื้นอีก

            “เนี่ยน่ะหรืองานของคุณ”

            “ใช่ค่ะ พรุ่งนี้มีประชุมใหญ่ของ Prime ไง คุณสำคัญที่สุดในงาน น่าจะกลับไปได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้หล่อเนี้ยบตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า”

            ชัคหยิบแผ่นพับมาดู “มันต้องทำยังไง แล้วต้องทำอีกกี่ลัง”

            2 ลังค่ะ แต่สบายมาก กลับไปได้แล้วคุณ ฉันต้องการสมาธิ”

            “อย่างนี้ใช่ไหม” ภาพที่ตัดไว้ถูกทากาวแล้วทาบลงบนภาพบนแผ่นพับที่สีเพี้ยน “โอเค ไม่ยาก ถ้าช่วยกันแผ่นพับทั้งสองกล่องใหญ่คงเสร็จก่อน 3 ทุ่มกระมัง”

            “เอาจริงหรือคะคุณ”

            ชัคหยิบแผ่นพันมาปึกใหญ่ช่วยทากาวแล้วแปะซึ่งเร็วกว่าอันนาจนไม่อยากเทียบ ทั้งๆ ที่เขาไม่น่าจะชำนาญทำอะไรแบบนี้ คนตั้งใจช่วยหันมามองคนจ้องที่หลุบตาลงทันที

“มองอะไรอยู่รีบๆ ช่วยกันสิ หยิบกาวมาช่วยกันแปะ ถ้าไม่อยากอยู่ที่นี่จนเที่ยงคืน”

คนสั่งถูกค้อนใส่ ชัคหัวเราะอยู่ในลำคอ เนี่ยนะหรือคนที่บอกว่ากลัวเขา ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ แต่กล้าทำแบบนี้ ไม่ใช่แล้วล่ะมั้ง

            “ใจดีเหมือนกันนะคุณ ตัวปลอมหรือเปล่า”

            “อยากฝึกจูบจริงเมื่อไหร่ ตอนนี้เลยไหม” ชัคเหล่ใส่ สายตาจดจ๋อที่ริมฝีปากสวยๆ ที่เคยประกบ แต่ยังไม่ได้ยลความนุ่มนวล

            “ฉันไม่ว่างค่ะ งานล้นมือ” อันนาเม้มปากกำหมัดแน่นค้อนใส่

            ชัคขยับเข้ามาใกล้อย่างจงใจ เธอหันไปค้อนใส่อีกรอบ พอถูกมองริมปากก็หันหน้าหนีแก้มแดงอย่างห้ามไม่ได้ คนแกล้งหัวเราะชอบใจขยับกลับไปนั่งที่เดิม ความเงียบเข้ามาเยือนเมื่อต้องทำงานแข่งกับเวลา ชาญมองนายแล้วเปลี่ยนใจออกมาจากห้อง คนอย่างชัคสั่งให้พิมพ์ใหม่ยังง่ายกว่ามานั่งหลังขดหลังแข็งแปะกระดาษ ยกเว้นอยากทำเสียเอง

 

            พอช่วยกันงานก็เร็วขึ้นแผ่นพบเสร็จไปลังครึ่งแล้ว อันนาชักเกรงใจชัค แต่ถึงไล่เขาคงไม่ไปอยู่ดีเลยวางมือจากงานแล้วเดินไปชงกาแฟให้ ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นมาจิบเงียบๆ พลางมองคนกินโอวัลตินกลิ่นหอมฉุย ชาญเดินเข้ามาพร้อมถุงอาหารพะรุงพะรัง งานนี้ฮีโร่ชัดๆ                  

            “หิวกันแล้วใช่ไหมครับ”

            “คุณชาญนี่รู้ใจจริงๆ ตอนนี้น้ำหิวจนจะกินหัวคนได้อยู่แล้วค่ะ” 

            อันนาไปหาจานชามจากแคนทีนมาให้สองหนุ่ม แต่พอกลับมาชาญไม่อยู่แล้ว จะอยู่ก็แต่คนไม่กินอะไรง่ายๆ แต่กลับแก้ยางเอ็นเทบะหมี่เกี๊ยวลงชามอย่างกับทำแบบนี้บ่อยๆ อยู่แล้ว 

“กินได้หรือคุณบะหมี่เกี๊ยว น่าจะร้านแถวๆ นี่เสียด้วย ไหนว่าไม่ใช่คนกินอะไรง่าย ท้องเสียไปฉันจะซวยไหมคะเนี่ย”

“ถ้าอร่อยก็กินง่าย ไม่ต้องแพงหรูตามที่คุณเข้าใจไปเองหรอกน่า” ตะเกียบไม้ฉีกออกจากห่อแล้วคีบหมูใส่ปาก โดยที่ไม่ปรุงอะไรสักอย่าง แถมยังแกะห่อข้าวมันไก่ออกสองห่ออีกด้วย

อันนาเลือกกินข้าวมันไก่ที่เขาเพิ่งแกะห่อนั่นแหละ นาวินก็สำอางไฮโซกินข้าวข้างทางได้ แต่กับชัคมันดูแปลกดี ทำตัวเหมือนยาก แต่กลับง่ายๆ หรือว่าเขาจงใจไม่ให้ใครรู้ว่าตัวตนว่าเป็นคนอย่างไรกันแน่ บะหมี่เกี๊ยวเกลี้ยงชาม ตามด้วยข้าวมันไก่ เขากินจุเหมือนกันนะนี่

            “คุณไม่กินขิงหรือคะ”

            “ใช่ มันเผ็ด”

            “ถ้างั้นฉันขอ อร่อยจะตาย ทิ้งไปเสียดายแย่”

อันนาตักขิงจากห่อข้าวของชัคมาแล้วเคียวหลับตาพริ้มฟินสุดๆ พอถูกจ้องเลยแบ่งไก่ให้ใส่ช้อนยื่นไปตรงจาน

            “ปกติผมไม่กินของจากคนไม่สนิทนัก”

อันนาหัวเราะพ่อคนเงื่อนไขมาก “เหมือนกัน แต่คราวนี้มองข้ามๆ ไปแล้วกันนะคุณ”

            ไก่ถูกคีบจากช้อนมาใส่ปาก  อย่าว่าแต่ใครที่แอบมองอยู่ตรงประตูจะแปลกใจเลย ชัคยังไม่เชื่อตัวเองว่าไว้ใจใครได้อีกหลังจากเกือบตายเพราะคนที่ไว้ใจที่สุด อันนาเก็บจานชามช้อนไปล้างอยู่ครู่หนึ่ง แล้วทีมเล็กๆ ที่มีกันสองคนก็ทำงานกันอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้มีเสียงบ่นผสมเสียงหัวเราะแซมมาด้วยเพราะชัคจะกรีดกระดาษ แต่คนเดี้ยงมาแย่งงานด้วยความเกรงใจ

           

นาวินพรางใบหน้าตัวเองแล้วใช้คีย์การ์ดที่ได้จากธีราเข้ามานั่งรออันนาที่ลอบบี้ด้านล่าง รออยู่ครู่หนึ่งยังไม่เห็นจึงโทรหาแต่สัญญาณดังอยู่นานแล้วก็เงียบไป เลยเดินไปขอให้พนักงานโทรขึ้นไปบนห้องเผื่อว่าจะกลับมาแล้ว แต่อันนายังไม่กลับมาจริงๆ ดาราหนุ่มนั่งรอต่อไป

            เสียงโทรศัพท์เงียบไปนานแล้ว ชัคยังคงช่วยอันนาอยู่ แม้ว่าเจ้าของงานจะเพลียจนหลับไปเมื่อ 10 นาทีก่อน ชาญเดินเงียบๆ เข้ามาแล้วช่วยนายแปะกระดาษ เพียงไม่นานงานก็เสร็จในเวลา 3 ทุ่มนิดๆ สองหนุ่มนั่งพัก อันนาขยับแขนงัวเงียพอรู้ตัวว่าเผลอหลับก็ตกใจกระวีกระวาดมองหาแผ่นพับอีกลัง

            “ขอโทษนะคุณที่ฉันหลับไป เดี๋ยวทำที่เหลือเองแล้วกัน คุณกลับไปเถอะ”

            ลังทั้งหมดเต็มแน่นไปด้วยแผ่นพับ มันไม่ได้เป็นอย่างนี้ก่อนที่เธอจะเผลอหลับไปสักหน่อย มือหนาคว้าแขนเรียวให้ลุกขึ้น แมวเวลาตื่นนอนหน้าตาคงไม่ต่างจากอันนาเท่าไหร่ ผู้หญิงอะไรบ่นเขาอยู่ดีๆ หันไปอีกทีหลับไปเสียแล้ว

            “ไม่มีอะไรเหลือให้คุณทำหรอก ผมกับชาญช่วยกันแปะจนเสร็จ ตอนนี้ถ้าหายง่วงแล้วก็กลับบ้านกัน”            

            เกือบจะไม่เชื่อ แต่นาฬิกาคงไม่โกหกว่าเธอหลับไปเกือบชั่วโมง ถ้าหายตัวได้คงจะดี น่าขายหน้าชะมัด อันนายกมือไหว้ซึ้งอยู่ในใจ คนสุดท้ายในโลกที่เธอจะขอให้ช่วยกลายเป็นเขาอยู่ด้วยเสมอเวลามีปัญหา

“ขอบคุณมากนะคุณ คุณชาญด้วยค่ะ ขอโทษจริงๆ นะ ทำไมไม่ปลุกฉันล่ะ งานของฉันแท้ๆ แต่คุณต้องมาเหนื่อยไปด้วยกัน คุณชาญอีกคน”

ชาญรับไหว้แทบไม่ทัน ชัคทำหน้าเหมือนกินอะไรขมๆ เข้าไป แค่ไหว้เพียงครั้งเดียวทำให้เขารู้สึกเหมือนที่ผ่านรังแกเด็กอย่างไรก็ไม่รู้ อันนาเพิ่งรู้ตัวว่าเสื้อคลุมของชัคอยู่บนบ่า แน่ล่ะเขาไม่รับคืนของที่ให้ใครแล้ว เสื้อสูทตัวที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย

ชาญเดินนำทุกคนมายังรถที่จอดรอไว้หน้าตึก อันนาจะไปนั่งข้างคนขับ แต่เจ้านายยังอุตส่าห์คว้าแขนให้มาข้างหลัง ช่างบงการไม่ฟังใครได้ตลอดเวลา รถเคลื่อนออกไปพร้อมๆ กับรถอีกคันขับเข้ามา เมธาเห็นทันว่าใครเพิ่งออกไปจากบริษัท เขาขับรถกลับบ้านด้วยคำถามมากมาย

 

อันนาฝืนความง่วงมาตลอดทางกลัวว่าตื่นมาแล้วจะกลายเป็นว่าไปนอนอยู่ที่บ้านของชัคอีก รถสีดำของเขาจอดที่หน้าตึก หญิงสาวยกมือไหว้บอกขอบคุณแล้วลงมาจากรถ ชัคมองตามอยากให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดีก่อน ชาญกำลังจะเหยียบคันเร่งเมื่อเห็นว่าไม่กี่ก้าวอันนาจะเข้าตึกไปอยู่แล้ว แต่พลันประตูรถก็เปิดออกพร้อมๆ กับเจ้านายที่พรวดออกไป

            “ระวัง!

อันนาหันมายังงงๆ อยู่ว่าเขาให้ระวังอะไร ชัคกระโจนเข้าไปคว้าเอวบางมากอดแล้วเอาตัวเองบังไว้ ทั้งน้ำและกะละมังร่วงลงมากระแทกใส่เต็มหลัง ชาญวิ่งมาสมทบระแวดระวังให้ไม่นึกว่าเพียงไม่กี่ก้าวจะเกิดเรื่อง

            “ขอโทษค่ะ” มีเสียงตะโกนลงมา

            อันนามองขึ้นไปยังตกใจไม่หาย ชัคคลายกอดรู้สึกเจ็บที่หลังนิดๆ แต่ยังเบาใจได้ว่าเฝือกที่แขนของเธอไม่เปียกน้ำ           “เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”

อันนาส่ายหน้าแล้วขยับออกมาจากอ้อมแขนของเขา ก่อนจะโบกมือให้เจ้าของกะละมัง ชัคมองตามสีหน้าไม่พอใจ  “ผมจะไปหาเจ้าของห้องนั้น”

มือบางรีบคว้ามือคนตัวใหญ่กว่าไว้ “อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่เลยคุณ อุบัติเหตุน่ะ แต่เปียกไปหมดเลย แถมเหม็นด้วย มีเสื้อผ้าติดมาในรถบ้างหรือเปล่าคะ”

            “ไม่มี คงต้องรบกวนคุณบ้างแล้ว”

            อันนาขมวดคิ้วไม่เข้าใจ แต่เห็นภาพเปียกมะลอกมะแลกของชัคแล้วคงไม่พร้อมเดินทางไปไหน แล้วที่ช่วยเธอไว้อีก ปล่อยให้ไปอย่างนี้คงไร้น้ำใจจนไม่ให้อภัยตัวเอง หญิงสาวเสียบคีย์การ์ดแล้วเดินนำชัคไปที่ลิฟต์ น่าตลก โชคชะตากำลังทำอะไรกับเราสองคน การที่เธอไม่ต้องไปบ้านของเขา มันกลายเป็นว่าเขามาที่ห้องของเธอแทนซะงั้น

            นาวินมองตามก้าวขาไม่ออก ไม่มีเสียงแม้จะเรียกอันนาไว้ เขาจำผู้ชายคนนั้นได้ ในฐานะเจ้านาย ทำไมถึงมาอยู่กับลูกน้องในเวลานี้ อยากตามไปถาม แต่เขาจะถามในฐานะอะไร

           

            อันนาไขลูกบิดแล้วเปิดประตูหลีกทางให้ชัคเข้าไปในห้อง เจ้าของห้องตามเข้าไปรีบเปิดไฟ โล่งใจที่ห้องยังดูเรียบร้อยดี แขกเดินมากลางห้องไม่แน่ใจว่าควรอยู่ตรงไหน เสื้อเขาเหม็นหากนั่งตรงโซฟาคงติดกลิ่นไปด้วย ต่างคนมองไปมา แก้มนวลร้อนวูบรู้สึกตัวเขาใหญ่จนห้องแคบและเราใกล้กันเกินไป

            “เดี๋ยวชาญจะเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาส่งที่นี่ คงรบกวนเวลาไม่นาน”

            แล้วยังไงต่อล่ะ อันนาเดินไปเปิดม่านในระหว่างกำลังคิดก่อนจะตัดสินใจหันไปบอกชัคอย่างไม่แน่ใจนัก

            “นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของฉันเลย แต่กลิ่นเหม็นแบบนี้คุณถอดเสื้อมาก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันซักแล้วปั่นแห้งให้จะได้ใส่ได้อีก ไม่ต้องทิ้ง”

            ชัคพยักหน้า “แล้วผมจะใส่อะไร”

            เรื่องนี้ไม่ยากเลยสักนิด อันนาเปิดตู้เสื้อผ้าหาเสื้อคลุมอาบน้ำตัวใหญ่เท่าที่มีออกมาส่งให้แต่กลับเจออกหนาๆ เปลือยเปล่า หญิงสาวหันหน้าหนีวางเสื้อไว้แล้วเปิดทีวีเอาเสียงเป็นเพื่อน แต่ถึงกระนั้นเสียงหัวเราะคำรามก็ดังให้ยินอยู่ดี เธอนั่งใจเต้นแรงอยู่เพียงไม่กี่วินาทีเสื้อเหม็นฉึ่งก็ส่งมาให้ พอหันไปค่อยโล่งอกรีบเข้าห้องน้ำเอาเสื้อไปซัก รู้สึกว่าห้องน้ำปลอดภัยที่สุดแล้วในตอนนี้

            เสื้อซักเสร็จแล้ว แต่ชัคไม่อยู่ในห้อง เมื่อครู่มีเสียงเปิดประตู บางทีเขาอาจกลับก่อนแล้วกระมัง อันนามองหาจู่ๆ เสียงทุ้มก็ดังมาจากระเบียงแทบสะดุ้ง เสื้อใส่ไม้แขวนเกือบร่วง         

            “วิวห้องของคุณสวยดีนะ ถ้าไม่อยากยืนเกร็งอยู่ตรงนั้นก็มานั่งตรงนี้ด้วยกันดีกว่า”

            ไม่มีอะไรรอดพ้นไปจากสายตาของเขาได้เลยสินะ เจ้าของห้องเดินตัวลีบเอาเสื้อมาแขวนตาก แล้วนั่งลงตรงเก้าอี้อีกตัว เขาดูสบายๆ เหมือนอยู่ห้องตัวเอง

            “ทำไมยังไม่อาบน้ำอีก” ชัคหันมาถาม “อ้อ รู้ล่ะ รอผมกลับไปก่อน กลัวผมมากนักหรือ”

            “มีคนที่ไม่กลัวคุณด้วยหรือคะ”

            “มีสิ แต่...ก็ไม่มาก” คนตอบแค่นหัวเราะ “ถ้าต้องย้ายที่อยู่อีกครั้งเพราะผม คุณคงไม่พอใจสินะ”

            อันนาถอนใจยาว ขนาดว่าไม่ได้ทำอะไร ความอำมหิตยังแผ่ซ่าน ที่ผ่านมาเขาเคยฆ่าคนตายไปบ้างหรือยัง

            “ฉันพูดตรงๆ นะคะ ถ้าอยู่ใกล้คุณแล้วอันตรายมากเกินไปสำหรับชีวิตธรรมดาๆ ฉันยอมเสียงาน ลาออกแล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติ หางานทำใหม่ ถึงคุณจะขัดขวาง ฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก”

            อันนาเขยิบห่างชัคออกไป ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง แต่เท่าที่ผ่านมาคงใช้คำว่าไว้ใจไม่ได้ พลันเสียงหัวเราะได้ทำลายความตึงเครียดที่เธอสร้างขึ้นมาเองจนหมดสิ้น กริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นพอดี ร่างสูงลุกขึ้น

            “ชาญคงมาแล้ว ขอบใจที่ให้มาอยู่ในห้อง”

            ชัคเปิดประตูแล้วรับเสื้อสูทตัวใหม่มาใส่ แล้วคืนเสื้อคลุมลายหวานให้ อันนารับมาถือไว้รอปิดประตู แต่แขกกลับหันมาแล้วยื่นกระดาษที่เพิ่งเขียนบางอย่างลงไปมาให้

            “เบอร์ส่วนตัวของผม ไม่ว่าเรื่องอะไร เวลาไหน คุณโทรหาผมได้ตลอดเวลา”

            อันนายกมือไหว้รับกระดาษแผ่นนั้นมา มั่นใจเชียวล่ะคงไม่ได้ใช้หรอก ชัคเดินออกไป แต่ยังไม่วายหันมายิ้มให้ด้วยเหตุผลที่เธอเดาไม่ถูก ประตูแทบจะปิดทันที ดีใจเหมือนได้สวรรค์สวยๆ กลับคืนมา

 

            สายตาคมตวัดผ่านดาราหนุ่มไปอย่างจดจำได้ แต่ไม่มีเหตุผลที่ต้องทักทายแม้ว่าจะเคยพบกันมาก่อน รถเคลื่อนจากไปโดยมีรถสปอร์ตของนาวินตามมา แต่เพียงไม่นานก็ขับแยกไป ชาญส่งแทบเล็ตมาให้นายที่ตั้งแต่ลงมาจากห้องของอันนาก็เอาแต่ทำหน้าคิดหนัก ทั้งที่ๆ ควรมีความสุขไม่ใช่หรือ

            “มีบางอย่างที่คุณชัคควรได้ดูครับ”

            คลิปที่ลิลลาเพิ่งให้สัมภาษณ์เปิดให้เห็นว่านักข่าวสนใจชีวิตส่วนตัวของเธอไม่น้อย ชัคจะไม่สนใจเลยหากคำถามของนักข่าวจะไม่เกี่ยวกับเขา

            เรื่องความรักหรือคะ ลิลไม่รีบค่ะ สำหรับข่าวลือที่ออกมา เอาไว้เราสองคนพร้อมออกสื่อจะแจ้งพี่ๆ นะคะ

            แสดงว่าลูกชายของเจ้าสัวชรันทำให้น้องลิลใจอ่อนได้แล้วสิคะ

            ลิลลายิ้มหวานสายตาเป็นประกาย เราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่วัยรุ่น การเปลี่ยนฐานะจากพี่น้องเป็นคนรักจึงเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัวน่ะค่ะ

            ใบหน้าคร้ามส่ายอย่างระอา ยังดูไม่ทันจบด้วยซ้ำ แค่นี้ก็พอเดาได้

            “ข่าวแบบนี้อีกไม่นานก็เงียบไปเอง คุณภารดีวางหมากไว้แล้วกระมัง ให้เป็นข่าว ใช้สังคมบีบ วิธีเด็กน้อยเสียจริง”

เรียวปากหนายิ้มหยัน ละสายตามองไปนอกหน้าต่างรถ ทำไมผู้หญิงสองคนถึงได้ต่างกันจนน่าโมโห คนหนึ่งเหมือนลมที่เขาไขว้คว้า อีกคนเหมือนฝนที่ตกใส่ทั้งที่ไม่ต้องการ

           

            งานที่ยังเหลืออยู่ถูกจัดการต่อ แว่นสายตาถูกสวมยามที่ชัคคร่ำเครงจดจ่อ บางครั้งเขาอยากถามพ่อว่าทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้พี่ชายมาช่วยบริหารงานในบริษัท ทั้งๆ ที่เป็นลูกชายคนโตคงเป็นเรื่องที่ใครพบเจอคงสงสัย เขาเองก็เหมือนกัน การที่เกเรในสมัยที่เป็นวัยรุ่นทำให้หมดโอกาสแม้แต่ความน่าเชื่อถือในสายตาของพ่อเชียวหรือ

            แว่นถูกถอดวางแล้วหลับตาลง งานเสร็จแล้ว ชัคเดินผ่านประตูระหว่างห้องมายังเตียงนอน มองเวลาก็เห็นสมควรเกือบตีสองแล้ว ผ้าห่มตลบขึ้นทว่ายังไม่ทันได้นอน เสียงข้อความจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาหยิบมาดูเผื่อมีเรื่องสำคัญ ทว่ากลับแปลกใจมากกว่า

            ฉันมีเรื่องจะสารภาพกับคุณค่ะ มาหาฉันตอนนี้แล้วคุณจะรู้ทุกอย่างที่ถูกปิดบังไว้

            ชัคโทรหลับไปทันที มีสัญญาณ แต่อันนาไม่รับสาย ผู้หญิงคนนี้กำลังจะเล่นตลกอะไรกับเขาอีก ด้วยความสงสัยชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบกุญแจรถกับของอื่นๆ ลงมาชั้นล่างเดินตรงไปยังลานจอดรถซึ่งมีบอดี้การ์ดเฝ้าเวรยามกันอยู่

“คุณชัคจะไปไหนหรือครับ” ชาญเดินแกมวิ่งมาที่รถสปอร์ตที่เจ้านายใช้ประจำเวลาไม่ต้องไปบริษัท

            “ผมนอนไม่หลับจะไปขับรถเล่นแถวๆ นี้แหละ ไม่ต้องตาม ไปพักผ่อนเถอะ” ชัคเลี่ยง หากบอกว่าไปหาอันนาคงมีคนเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีก

ชาญหลีกทางให้มองตามอย่างเป็นห่วง แต่ถ้ามีอะไรในรถคันนั้นก็ปลอดภัยพอ

ไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำชัคก็มาถึงหอพักของอันนา แต่ไม่มีคีย์การ์ด กำลังจะโทรหาก็พอดีมีชายคนหนึ่งเปิดประตูออกมา เขารีบเข้าไปก่อนที่ประตูจะล็อค ลิฟต์พาไปยังชั้น 6 ขายาวก้าวไปยังห้องที่เขาเพิ่งมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

            “อันนา...” ชัคเคาะประตู ทว่าประตูกลับเขยื้อนเปิด

            ปืนที่พกมาถือติดมาไว้ด้านหลังก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้าไปในห้องที่เห็นสิ่งต่างๆ เพียงสลัวราง พลันประตูก็ปิดลง ร่างหนึ่งก้าวมาจากหลังบานประตู ปืนเก็บเสียงเล็งตรงไปอย่างไม่วางใจ หากเป็นอันนาคงไม่ยืนมองเฉยแบบนี้แน่ๆ อีกทั้งรูปร่างที่สูงใหญ่ อย่างไรก็ไม่ใช่เธอ

            “แกเป็นใคร อันนาอยู่ที่ไหน”

            “แกมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ” เสียงเรียบต่ำกระชากมีดใส่

            ชัคหลบได้แต่ก็ถูกมีดเฉี่ยวแขนไป ปืนในมือถูกเตะกระเด็น เขาง้างขาถีบใส่คนร้ายแล้วคว้าปืนมายิงซ้ำ ร่างนั้นพลิ้วหลบในความมืด มือที่ว่างของชัคควานหาสวิตช์เปิดไฟ

เจอแล้ว!

ห้องสว่างพรึบพร้อมๆ กับร่างสูงโงนเงนเมื่อถูกฟาดที่หลังอย่างแรง พอหันไปมองความสว่างก็พลันเปลี่ยนเป็นมืดมิด สารเคมีฉุกกึกกระแทกใส่จมูก เขาฟาดสันมือใส่ คนร้ายเซถลา ชัคลุกขึ้นแต่เพียงไม่นานก็ฟุบหลับแน่นิ่งไป ร่างสูงใหญ่กว่าก้าวเข้ามาคว้าที่คอเสื้อแล้วลากไป

 

            เสียงดนตรีบรรเลงต้อนรับพนักงานเข้าสู่ห้องประชุมขนาดใหญ่ตามนัดหมายของการพบเพื่อรับฟังเป้าหมายขององค์กรประจำปี แผ่นพับของแต่ละฝ่ายถูกแจกออกไป 5 ปีก่อนชัคทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของพ่อ จนกระทั่ง 2 ปีที่ผ่านมาจึงรับหน้าที่ประธานเต็มตัว เขาเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม จนถึงตอนนี้ไม่มีใครติติงอะไรอีกแล้ว แม้ว่าภาคินจะยังคงรั้งตำแหน่งรองประธานให้น้องชายต่อไป

            ชรันมาถึงงานได้สักพักพร้อมกับภาคิน พนักงานมากันพร้อมแล้ว อีก 15 นาทีงานกำลังจะเริ่ม แต่คนสำคัญกลับยังไม่ปรากฏตัว ผู้เป็นพ่อมองนาฬิกาซ้ำอีกรอบก็เริ่มไม่ชอบมาพากล ยิ่งเห็นท่าที่ของชาญที่เอาแต่ติดต่อใครต่อใครตรงหน้างานให้วุ่นก็มั่นใจว่าต้องมีอะไรแน่ๆ          

            “ป่านนี้แล้วเจ้าชัคมันไปไหน งานประชุมประจำปีจะเริ่มอยู่แล้ว ทำไมชัคยังไม่มาอีกชาญ”

            สีหน้าของชาญไม่ค่อยดีนักรีบอธิบาย ไม่ใช่กลัวตกงาน แต่จนป่านนี้แล้วยังไม่ได้ข่าวนายเลย

            “คนของผมกำลังตามหาอยู่ครับ เมื่อคืนออกไปขับรถเล่นยังไม่กลับมาเลยครับ แต่อีกไม่นานคงมาเพราะคุณชัคไม่ใช่คนเหลวไหล ถ้ายังไงเกิดคุณชัคมางานไม่ทัน คุณชรันเริ่มงานแทนก่อนดีไหมครับ”

            ชรันโทรหาลูกชายคนเล็ก ติด...แต่ไม่รับ บางทีอาจจะกำลังเดินทางมาก็ได้

            “ดูแลทางนี้ด้วย ถ้าชัคมาแล้วให้เข้าไปในงานทันที”

            “ครับ คุณชรัน”

            ภาคินเดินมาตามพ่อพอดีพลางมองหาน้องชาย “ทำไมชัคยังไม่มาอีกล่ะ งานจะเริ่มอยู่แล้ว นักข่าวก็มากันแล้วด้วย คู่สัญญาของ Prime ก็มาแล้ว” 

            ชรันมองตามเริ่มหนักใจนิดๆ วันนี้ไม่เพียงประชุมพนักงานทั้งหมด แต่ยังเชิญนักข่าวมาด้วยสำหรับการเปิดตัวผู้ร่วมทุนรายล่าสุดที่จะผลิตเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ตัวใหม่

“แล้วนั่น ลิลลามาทำไมหรือครับ” ภาคินยิ้มให้ดาราสาวที่อาจจะมาเป็นน้องสะใภ้

            “หนึ่งในพรีเซ็นเตอร์เครื่องดื่มตัวใหม่ที่จะเปิดตัวศุกร์นี้น่ะสิ ไปกันเถอะ พ่อคงต้องลุยก่อน เจ้าชัคมาแล้วค่อยว่ากันอีกที”

            หุ้นส่วนรายใหม่เข้ามาทักทาย ภาคินรับหน้าที่ต้อนรับแทนพ่อที่ต้องรับหน้าที่เปิดงาน พนักงานพากันมองอย่างสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าถาม งานเปิดอย่างเรียบง่าย แต่จนกระทั่งเซ็นสัญญาร่วมทุนแล้ว ชัคก็ยังไม่มาถึงงานอยู่ดี แต่พวกนักข่าวนี่สิพากันก้มดูโทรศัพท์แล้วส่งเสียงแซดอย่างกับมีเรื่องให้ลงข่าวหน้าหนึ่ง

ยังไม่ทันได้สงสัยไปมากกว่านั้น ทั้งไมโครโฟนและกล้องก็กรูเข้ามาล้อมชรันกับภาคินไว้ แล้วยิงคำถามใส่อย่างกับปืนกล

            “ภาพของคุณชัคกับผู้หญิงบนเตียงเป็นสาเหตุที่วันนี้คุณชัคมางานในวันนี้ไม่ได้ใช่ไหมครับ”

            มีงงสิงานนี้ ชรันเลิกคิ้วมองโทรศัพท์ที่นักข่าวยื่นมาให้

            “ภาพอะไร คินไปเอามาให้พ่อดูสิ”

            ภาคินรับโทรศัพท์มาให้พ่อแล้วก็ดูเสียด้วยกัน ทั้งสองคนพากันอึ้ง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงร้องกรี๊ดก็หยุดทุกเสียงภายในห้องประชุมใหญ่ สานตาทุกคู่มองไปยังดาราสาวที่แหกปากลั่นไม่สนใจใคร

            “ไม่จริง พี่ชัคจะทำแบบนี้ไปทำไม”

            ราวกับมีสปอร์ตไลท์นับร้อยๆ ดวงพุ่งมาใส่ตัว ลิลลาเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังหลุดมาดนางเอกสาวผู้อ่อนหวานจึงรีบเอนตัวล้ม มีคนช่วยรับไว้ได้ทันท่วงที

ลิลาถูกประคองไปยังห้องรับรองข้างๆ นักข่าวส่วนหนึ่งตามไป ที่เหลือยังจ่อไมค์ใส่ชรันที่ไม่มีคำตอบของภาพลูกชายกำลังนอนกอดผู้หญิงอยู่บนเตียง แถมไอ้คนส่งรูปยังอุตส่าห์ใส่เวลาและวันที่มาเสียด้วย ชัคจะเหลวไหลได้ขนาดนี้เชียวหรือ มองหาชาญก็ไม่อยู่แล้ว

            “ตอนนี้คุณชัคอยู่ที่ไหนกันแน่ครับ แล้วข่าวการคบกับคุณลิลลาจะยังไง สรุปคบกันจริงๆ ใช่ไหมครับ”

            ภาคินเอียงหน้ามากระซิบถาม “เอายังไงดีครับพ่อ”

            ชรันยิ้มให้นักข่าวทุกคน สีหน้ายังเป็นปกติไม่ได้ร้อนใจจนออกนอกหน้า

            “ขอจบการเปิดงานแต่เพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณสำหรับทุกคนที่มางานนี้ ส่วนการประชุมประจำปียังดำเนินการต่อไป เชิญพนักงานทุกคนรออยู่ที่นี่ เรื่องแบบนี้ถ้าจริงก็แค่พาผู้หญิงมาให้รู้จัก แต่ถ้าไม่จริง ทีมกฎหมายของผมก็พร้อมเหมือนกัน”

            นักข่าวพากันเงียบกริบไม่กล้าถามต่อ แต่ยังกล้าแชร์ภาพ ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงก็แค่ลงข่าวขอโทษกรอบเล็กๆ ถ้าจริงขึ้นมาล่ะก็งานนี้เล่นข่าวได้ยาวล่ะ

            ภาคินรีบพาพ่อมายังห้องรับรองที่ลิลลากำลังนั่งดมแอมโมเนียโดยมีเลขาของชัคดูแล สองพ่อลูกนั่งนิ่งรอข่าว ชาญคงตามไปแล้ว ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

            “ติดต่อ บก หนังสือพิมพ์  อย่าให้งานในวันนี้ออกไปเป็นข่าว ทางนี้พ่อจัดการเอง”

            “ครับพ่อ”

            ชรันเดินมาหาที่นั่ง ยังไม่ทันได้พักสมองลิลลาก็เข้ามานั่งใกล้ๆ ร้องไห้จนหน้าตาแดงช้ำ หนักล่ะงานนี้ ถ้าภารดีมาอีกคน ที่นี่คงลุกเป็นไฟ คนเดียวที่ให้คำตอบได้คงเป็นลูกชายคนเล็กของเขานั่นแหละ เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงกันแน่ อยู่ๆ ทำไมมีรูปหลุดออกมา















           แล้วจะมา up ต่อนะคะถึงตอนที่ 15 นะคะ

            อัมราน_บรรพตี


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #37 fsn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 14:40
    ทำเพื่ออะไรเนี้ย
    #37
    0
  2. #36 Ticha Hongbo (@ticha2557) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 20:46
    จดจ่อรออย่างมีความหวัง พลีส (กระพริบตาถี่ๆ ทำหน้า ทำตาแบ๊วๆ)
    #36
    1
  3. #35 เจ้นจ้า! (@slimpigeon888) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 22:00
    ว๊าย!!! ใครทำอะไรคุณชัคเนี้ย!?
    #35
    0
  4. #31 นักอ่านรุ่นป้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 11:01
    ผูกเรื่องเก่งจัง ตอนเด็กฝันอยากเป็นนักเขียน แต่แค่เรียงความยังเอาตัวไม่รอด
    #31
    1
  5. #28 ยาย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 15:51
    คู่นี้น่ารักเหมือนกันนะ
    #28
    1
  6. #27 นักอ่านรุ่นป้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 11:36
    ตามอ่านมาหลายเรื่องแล้วนะจ๊ะ
    #27
    1
    • #27-1 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 11)
      15 มิถุนายน 2558 / 09:50
      ขอบคุณมากนะคะ คุณนักอ่านรุ่นป้า
      #27-1