จันทร์ซ่อนใจ

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 36,206 Views

  • 346 Comments

  • 158 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    36,206

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4...100%(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    4 ส.ค. 57

 

ตอนที่ 4

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ อรอินทุ์ไม่ได้มีนัดไปสัมภาษณ์ที่ไหน ส่วนพ่อไปตรวจสุขภาพประจำปี เธอเลยไม่รีบทำอาหารเช้าให้ตัวเอง แต่เลี้ยงเฉาก๊วย หมาไทยหางดาบสีดำทั้งตัว ยกเว้นขาหน้าทั้งสองที่เป็นสีขาวกับตรงจมูกก่อน เห็นหงิมๆ น่ารักแบบนี้ แต่ถ้าคนแปลกหน้าเข้ามามันกัดไม่เลี้ยงเหมือนกัน

พอทำอาหารเช้าให้ตัวเองเสร็จ คนทำกลับไม่มีอารมณ์จะกินเลยออกมารดน้ำต้นไม้ให้พ่อเผื่อว่าเห็นดอกไม้สวยๆ จะอยากอาหารขึ้นมาบ้าง ยัยเฉาก๊วยวิ่งมาโฉบน้ำแล้วสะบัดใส่

“ฉันไม่เศร้าเท่าไหร่หรอกเฉาก๊วย เธอไม่ต้องพรมน้ำให้ฉันแก้ซวยหรอก” เธอตะโกนใส่พลางวิ่งหลบมันไม่งั้นได้อาบน้ำอีกรอบแน่ๆ มันวิ่งรอบๆ ตัวเธอก่อนจะวิ่งไปยังประตูที่เชื่อมระหว่างสองบ้าน มีใครคนหนึ่งกำลังเดินมา

“เฮ้ย!

อรอินทุ์หันไปมองก็เห็นยัยเฉาก๊วยกำลังโผเอาขาหน้ากอดเอวของพันธินไว้ เธอตายแน่ถ้าเขาถูกกัดขึ้นมา แต่พอมองอีกทีเฉาก๊วยไม่ได้จะกัด แต่มันกำลังทักทายตามประสาหมาต่างหาก

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเฉาก๊วย นี่เธอไปสนิทกับกับคุณธินตั้งแต่เมื่อไหร่ฮึ”

“ช่างมันเถอะ มันคงจะอารมณ์ดีละมั้ง” พันธินจับขาหน้าของเฉาก๊วยมาแล้วดึงมันมานั่งที่ม้านั่งด้วยกัน มันจ้องหน้า พอปล่อยมือก็นั่งลงพิงขาของเขา

อรอินทุ์ยิ้ม วันนี้เฉาก๊วยดูสงบเสงี่ยมดี ไม่ทำให้แม่มันขายหน้า

“คุณธินมาที่นี่ทำไมคะ”

“มาไม่ได้เหรอ” เขาถามกลับไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจอะไร

“ก็คุณธินไม่เคยมา มีแต่โทรเรียกให้พ่อไปหา” ที่ผ่านมาเป็นอย่างนั้น คนที่มาบ้านหลังนี้บ่อยๆ มีแต่พันแสงคนเดียว

“ลุงอิชย์ไปไหนล่ะ ฉันมาเยี่ยม  วันก่อนเลขาบอกฉันว่าช่วงนี้พ่อของเธอดูเพลียๆ อย่ามองอย่างนั้นฉันไม่ได้ขอให้ลุงอิชย์ทำงานเกินเวลา”

“ไปตรวจสุขภาพค่ะ บ่ายๆ คงจะกลับ เอาไว้ฉันบอกพ่อให้นะคะว่าคุณธินมาหา”

            อรอินทุ์เงียบเพราะหมดเรื่องจะคุย เธอไม่รู้ว่าพันธินชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร จะรดน้ำต้นไม้ต่อก็ไม่เหลือต้นไม้ให้รดแล้ว เธอเดินไปปิดก๊อกน้ำ แต่ว่าเขายังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินกลับบ้านไปอย่างที่คิด

“เธอกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ ตอนฉันเดินมาเห็นเธอทำหน้าเครียดๆ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอก” พันธินถามขึ้น ตอนนี้เขาอยากพักสมอง การอยู่ที่บ้านคงไม่สามารถพักสมองได้เมื่อได้ยินเสียงความคิดของคนทั้งบ้าน

คนถูกถามขมวดคิ้วมองพันธินอย่างไม่เข้าใจนัก มาไม้ไหนเนี่ย เขาเคยสนใจด้วยหรือว่าเธอทำหน้ายังไง คิดอะไร กลับมาคราวนี้เขาแปลกไป ดูเป็นมิตรขึ้น ไม่เหมือนผีดิบอย่างเมื่อก่อน

 “ว่าไงล่ะ ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า”

คนตกงานจะให้นั่งยิ้มทั้งวันหรือไงล่ะ

อรอินทุ์ก้มหน้ายิ้มขืนพูดไปอย่างที่คิด มีหวังโดนโกรธ เอ หรืออาจไม่โกรธ แต่เธอคงถูกย้อนให้ปวดหัวจี๊ดก็ได้

“ฉันมีเรื่องไม่สบายใจค่ะ แต่ไม่คิดว่าต้องเล่าให้คุณธินฟัง มันก็แค่ความฟุ้งซ่านของคนตกงาน แล้วที่สำคัญฉันคิดว่าคุณคงมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่แล้ว” 

พันธินยิ้มกว้าง ถ้าเธอจะพูดตรงกับที่คิด บางทีเขาคงไม่ต้องรอว่าเธอคิดยังไง เมื่อก่อนเขาคิดว่าอรอินทุ์เป็นผู้หญิงที่ไร้ความนุ่นมวล ไม่อ่อนโยน ไม่อ่อนหวาน ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ บางทีคนพูดไม่รื่นหู แต่จริงๆ แล้วชื่นที่ใจ

“งั้นเหรอ ขอบใจที่บอก บางทีฉันก็คิดว่าการถามไถ่เรื่องไม่สบายใจเป็นเรื่องที่พอจะทำได้กับคนที่น่าจะไว้ใจได้อย่างเธอกับลุงอิชย์”

อรอินทุ์ยิ้มแทนตอบ คนหน้าหินเหมือนผีดิบ จริงๆ แล้วก็ผู้ชายธรรมดาๆ เพียงแต่เขาคือ พันธิน วิวัสวาน เท่านั้นเอง แต่ไอ้ตรงเท่านั้นเองเนี่ยแหละที่ทำให้เราเหมือนอยู่กันคนละชั้น ถึงจะเลิกทาสไปนานมากแล้ว แต่สังคมสมันนี้แยกคนจากเงินในบัญชี ถ้าเทียบกันแบบนั้น เธอกับเขาก็คนละชนชั้นกันน่ะสิ นี่เธอคิดอะไรเป็นตุเป็นตะเนี่ย ชักหิวแล้วแฮะ

ชวนกินข้าวด้วยกันจะดีไหมนะ เขาจะคิดว่าทอดสะพานให้หรือเปล่า?’

            “กินข้าวด้วยคนสิ เธอคงมีข้าวเหลือให้ฉันบ้างใช่ไหม”

คนถูกขอแกมถามสะดุ้งโหยง เพิ่งคิดในใจ แล้วจู่ๆ เขามาขอกินข้าวด้วย มีองค์หรือเลี้ยงพวกลูกกรอกหรือเปล่าเนี่ย หญิงสาวส่ายหน้าจนผมสะบัดพลิ้ว เขาจะมีของพวกนั้นได้อย่างไงกันเล่า ว่าแต่เขากินได้จริงๆ เหรอ กับข้าวบ้านของเธอน่ะพื้นๆ ไม่ใช่เลิศรสจากเชฟมือรางวัลอย่างที่เขากินทุกวันหรอกนะ 

 

            ไข่เจียวหมูสับ แกงเขียวหวานกับหมูทอดที่พ่อเคยบอกอรอินทุ์บ่อยๆ ว่าถ้าแก่กว่านี้ฟันคงไม่ไหวเพราะหมูแข็งจนจะกลายเป็นฝากระดาน แต่พันธินกลับกินไม่บ่นสักคำ อีกทั้งข้าวที่ตักให้พูนจานก็หมดเกลี้ยงอีกด้วย เฉาก๊วยนั่งอ้อนอยู่ที่ขาของเขา พออดรนทนไม่ไหวพันธินก็ขอส่งไข่เจียวให้มันสวาปามไปชิ้นใหญ่ พี่น้องคงมีบางเรื่องที่ทำเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ตอนเธอไปทำงานเขาแอบมาเล่นกับเฉาก๊วย แต่พอเธอกลับบ้านแกล้งทำไม่สนใจมันหรือเปล่าเนี่ย

            “ขอบใจสำหรับอาหารเช้า เอาไว้วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวเธอบ้าง” จริงๆ แล้วพันธินก็อยากชวนออรินทุ์ไปกินข้าวด้วยกันที่บ้าน แต่เสียงความคิดของเธอทำให้คิดว่าไปที่อื่นน่าจะดีกว่า

            “ไม่เป็นไรค่ะ” เธออ้อมแอ้มตอบอย่างเกรงใจ(ตัวเอง) อดไม่ได้ก็เลยยิ้ม

“ยิ้มอะไรของเธอ”

“ไม่รู้ตัวหรือคะว่ามันเป็นครั้งแรกที่คุณธินมากินข้าวที่นี่ ก่อนหน้านี้พ่อชวนเท่าไหร่คุณธินก็ไม่เคยมา”

พันธินพยักหน้าไม่ปฏิเสธ ที่ผ่านมามันเป็นอย่างนั้น แต่ต่อไปจากนี้อะไรก็ตามที่เขาอยากทำเขาก็จะทำ การผ่านความตายมาทำให้รู้แล้วว่าชีวิตคนเราไม่ได้ยาวอะไรเลย การตายเกิดขึ้นได้ทุกชั่วลมหายใจ

“นั่นสินะ ฉันว่ามากินข้าวบ้านเธอก็สบายใจดี เธอเองก็ไม่ชอบเท่าไหร่เวลาที่ถูกเรียกไปที่บ้านของฉันไม่ใช่หรือ เมื่อก่อนฉันก็ไม่ได้รู้สึกแบบนี้ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ากินข้าวกับโต๊ะตัวเล็กๆ สบายใจกว่ากินข้าวกับโต๊ะตัวยาวๆ เพียงแค่คนเดียว”

อรอินทุ์มองพันธิน สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย เขารู้ได้ยังไงว่าเธอคิดแบบนั้น หรือว่าคุณแสงบอก แต่เธอไม่เคยบอกเขาสักหน่อยว่าคิดยังไง ตอนเกิดอุบัติเหตุเกิดการสลับวิญญาณหรือเปล่า คิดอะไรเนี่ย นั่นมันมีแต่ในละคร

“ทำไมมองฉันแบบนั้น” พันธินกลั้นยิ้ม เรื่องแบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาสักหน่อย ยัยนี่โตแต่ตัวชัดๆ

 “ช่างมันเถอะค่ะ ฉันคิดบ้าๆ แค่นั้นเอง”

“ขอบใจมาก ฉันไปล่ะ”

ร่างสูงเดินกลับไปที่ประตูบานเล็กที่เชื่อมบ้านสองหลังที่ภายนอกต่างกันราวกับอยู่คนละโลก อรอินทุ์มองพันธินแล้วยิ้มออกมาอีกครั้ง การสลับวิญญาณคงไม่เกิดขึ้นหรอก แค่เขายังจำอะไรไม่ได้ค่อยได้ พอจำเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมดเขาคงรู้เองว่าเคยเป็นคนอย่างไรมาก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ ไม่แน่ว่าประตูบานนั้นอาจจะต้องปิดตายเมื่อคนที่ใช้มันประจำไม่อยู่แล้ว

 

            พันธินเดินมาถึงประตูใหญ่ของบ้าน ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวขึ้นบันได ใครบางคนที่เขาสั่งไปแล้วว่าไม่ต้องมาในวันนี้กลับมาเพิ่งออกมาจากห้องหนังสือ ปริญก้มหน้าให้เขานิดนึงและกำลังจะเดินผ่านไป ความคิดของปริญทำให้เขาต้องเรียกไว้

“เดี๋ยว คุณมาทำอะไรที่นี่”

“ผมมาหาพ่อบ้านขจร ตอนนี้คงต้องกลับแล้วครับ”

โกหกชัดๆ แต่พันธินก็ยอมให้ปริญกลับไป ทำไมพ่อถึงเรียกตัวปริญมาพบ ทำไมเจ้านั่นไม่คิดให้มากกว่านี้ ทำไมต้องกังวลถ้าเขาจะรู้ว่ามาที่เพื่อพบใคร เขาเดินเร็วๆ ไปจนถึงห้องนอนของพ่อ แต่กลับเปลี่ยนใจกลับไปห้องทำงานของตัวเอง ถ้าพ่อไม่ต้องการให้เขารู้คงไม่นัดปริญมาที่นี่ การได้ยินความคิดทำให้เขาคิดมากไป มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้

 

ในห้องพักหรูซึ่งเป็นที่หาความสุขของสมพงศ์กับเบญญามานาน ไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ลับๆ นี้ ในออฟฟิศทั้งสองต่างมีบทบาทต้องแสดง ทว่าในยามใดก็ตามที่ทั้งสองมาอยู่ด้วยกัน อีกบทบาทที่ไร้ผู้กำกับก็ดำเนินได้ทันทีเช่นกัน แพรพลอยไม่เคยระแคะระคายเพราะเบญญาคอยรายงานอยู่ตลอดว่าอรอินทุ์กำลังคิดตีท้ายครัว การเบี่ยงความสนใจได้ผลมาตลอด

การเสพสุขและวางแผนต่างๆ เกิดขึ้นในห้องนี้ เบญญาเป็นผู้หญิงที่เข้าใจอะไรได้ง่ายอย่างที่สมพงศ์ต้องการ เก่งทั้งงานและเรื่องที่ผู้ชายพอใจ รวมทั้งในเวลานี้ที่ค่ำคืนของเราช่างหอมหวานเหมือนหลายร้อยคืนที่มีร่วมกันมา

            “คุณพงศ์พอใจไหมคะ เบญว่าตอนนี้ยัยอรคงนั่งหน้าเบื่อโลกอยู่กับบ้าน ไม่มีใครกล้ารับคนที่ทำร้ายเจ้านายตัวเองเข้าไปทำงานหรอก เพื่อนๆ ในวงการรู้กันหมด มันคงตกงานอีกนาน” เบญญาหัวเราะสะใจ เธอไม่ได้เกลียดอรอินทุ์เพราะหึงหวงเพียงอย่างเดียว แต่การมีคู่แข่งในที่ทำงานไม่มีใครชอบทั้งนั้น แม้จะไม่พอใจสมพงศ์ที่เจ้าชู้ แต่เขาสัญญาแล้วว่าจะไม่มีใครอีก

            สมพงศ์ยิ้มสาแก่ใจ      “พอใจ แต่ยังไม่ที่สุด แผลที่ได้รับ ฉันต้องเอาคืน”

            “ยังไงคะ หรือว่าจะขอให้พ่อของคุณพลอยช่วย”

            “ไม่ต้องหรอก เรื่องแค่นี้ฉันจัดการเองได้ ลุกขึ้นเถอะ ผมต้องไปตามนัด เดี๋ยวพลอยจะสงสัย” สมพงศ์คลายกอดจากร่างที่เขาตักตวงความสุขมาตลอดชั่วโมง

            “เมื่อไหร่คุณจะเลิกกับยัยคุณพลอยเสียที เบญมาก่อนผู้หญิงทุกคน แต่กลับต้องอยู่หลบๆ ซ่อนๆ” เบญญาตัดพ้อ ทุกครั้งที่เห็นเขาต้องไปทำเป็นรักผู้หญิงอื่น เธอโกรธ แต่ต้องทนไว้เพื่ออนาคตของเรา

            “อีกไม่นานหรอก ฉันใกล้จะได้ทุกอย่างมาแล้ว ปลายปีนี้พลอยจะโอนหุ้นบริษัทเป็นชื่อของฉัน หลังจากนั้นเราก็ทำตามแผน”

            “ก็ดีค่ะ แต่จำไว้นะคะ เบญเป็นคนเดียวที่รักคุณ” เบญญากอดร่างหนาไว้อย่างหวงแหน

            สมพงศ์ยิ้มหยัน เขาไม่เกี่ยงอยู่แล้วใครให้ผลประโยชน์จะให้พูดหรือทำอะไรย่อมได้ทั้งนั้น แพรพลอยให้อนาคตการงาน เบญญาให้ความสุขทางกาย ส่วนอรอินทุ์ ใครจะไปคิดว่าเด็กเนิร์ดๆ พอเรียนจบมาจะสวยเอาเรื่องและสมองเป็นเลิศ ปล่อยหลุดมือไปก็โง่แล้ว 

 

            ผลการตรวจสุขภาพของอิชย์ไม่มีอะไรน่ากังวลยกเว้นความดันที่สูงผิดปกติ พันธินเลยลดงานที่ส่งมาให้อิชย์ แต่จ้างผู้ช่วยเพิ่มแทน คลื่นใต้น้ำของวิรัตน์กับพวกยังคงดำเนินอยู่ แต่ยังเป็นแบบแอบๆ ซ่อนๆ ลุงอิชย์บอกเขาว่าวิรัตน์ต้องการต่อรองในการบริหาร ดีเหมือนกัน เขาอยากเห็นการแสดงออกของหุ้นส่วนคนนี้ การเฝ้ามองอย่างเงียบๆ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีแผนรับมือ

            วันสุดท้ายของสัปดาห์พันธินมีตารางงานต้องประชุมบอร์ดบริหารในตอนเช้าและต้องเดินทางตอนสิบเอ็ดโมงตรงไปที่ระยองเพื่อเปิดโรงแรมใหม่ในเครือเอ็มไพร์ กรุ๊ป การไปของเขาในครั้งนี้เลยต้องพ่วงเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ได้บอกกับอิชย์ไปเมื่อหลายวันก่อน ทว่าตอนนี้เอกสารที่เขาให้เตรียมกลับยังมาไม่ถึง

            “ลุงอิชย์ครับ ผมขอแบบที่ให้สถาปนิกออกแบบบนที่ดินของแม่”

            อิชย์มองหาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง “เอ สงสัยผมจะไม่ได้หยิบมา ใส่ซองเอกสารไว้ก็ลืม เดี๋ยวผมให้อรขับรถเอามาให้คุณธินดีไหมครับ”

            พันธินนิ่งคิด วันนี้เลขาลาป่วยเสียด้วย เขาไปจัดการน่าจะง่ายกว่า “เดี๋ยวผมจะกลับไปเอาของที่บ้านเหมือนกัน ถ้างั้นผมจะไปรับจากอรเองเลยดีกว่าจะได้เดินทางไประยองต่อได้เลยไม่ต้องเทียวไปเทียวมา” 

“ก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวผมโทรจะบอกให้อรไปหยิบมาจากห้องทำงาน”

“ขอบคุณครับ” พันธินวางสาย แล้วอ่านเอกสารอีกครู่หนึ่งก็ออกไปจากห้องทำงาน

ทว่าไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ดรุณีก็มาถึง พอรู้ว่าพันธินไม่อยู่ ดาราสาวยิ้มดีใจแทนที่จะผิดหวังก่อนจะขับรถออกไป ทว่าปลายทางกลับไม่ใช่บ้านของเธอหรือของคู่หมั้น แล้วเธอไปที่ไหนกัน

 

อรอินทุ์ไปหยิบซองสีน้ำตาลที่พ่อบอกแล้วรอพันธินที่ห้องรับแขก ไม่ถึงสิบห้านาทีก็มีเสียงออดดังหน้าบ้านพร้อมๆ กับเสียงเห่าของเฉาก๊วย เธอเดินออกมามองหาคนรอรับเอกสารเพราะถ้าเป็นพันธิน เฉาก๊วยมันคงไม่เห่าจนดุไม่ฟังแบบนี้หรอก ทว่าพอมองไปที่เจ้าของร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลา แต่จิตใจเข้าขั้นติดลบเธอก็ถอนใจใหญ่

“มาทำไมหรือคะ ถ้ามาผิดบ้านก็รีบๆ ไปเถอะ ที่นี่ไม่มีใครที่อยากพบพี่หรอก” ให้ตายเถอะ ตอนนี้ถ้าต้องเอ่ยชื่อเธอก็แขยงปากแล้ว

สมพงศ์ยิ้มกว้างราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเรื่องมีราวจนต้องพึ่งตำรวจ ไม่สนท่าทีไม่เป็นมิตรของอดีตลูกน้อง อรอินทุ์ถอยไปจากรั้วบ้าน ถึงว่าสิเฉาก๊วยมันเห่าเหลือเกิน

“วันนี้พี่มาเพื่อขอโทษ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม”

“ถ้าจะขอโทษก็พูดจากตรงนั้นนั่นแหละค่ะ อรคิดว่าคงไม่ดีถ้าจะให้พี่เข้ามา บอกตรงๆ ไม่ไว้ใจ”

“นึกแล้วว่าอรต้องพูดอย่างนี้” สีหน้าของสมพงศ์เผือดเศร้า

อรอินทุ์ห่อปากทึ่งๆ เออแฮะ ใครว่าผู้ชายไม่มีมารยานี่ต้องมาเจอสมพงศ์ ผู้หญิงที่มีมารยาเป็นร้อยเล่มเกวียนยังชิดซ้าย หญิงสาวกอดอกมองเฉย หน้ากากเศร้าๆ ของสมพงศ์เลยเปลี่ยนเป็นหน้าเดิมๆ ที่วอนโดนหมัด แถมยังจับลูกกรงทำท่าจะปีนอีก เฉาก๊วยยิ่งเห่าเสียงดัง

“ถ้าพี่ปีนเข้ามาอรจะแจ้งตำรวจ อยากเข้าคุกก็เอาเลย”

“งั้นเหรอ พี่คงต้องใจร้ายกับอรเสียแล้ว จำได้ไหมโฆษณาชิ้นนั้นพี่ส่งเข้าประกวดให้อรแล้วนะ ตอนนี้เข้ารอบสุดท้าย อีกสองสัปดาห์ก็จะประกาศผล กรรมการชอบโฆษณาชิ้นนั้นของอรกันมากเลยนะ อาจได้รางวัลชนะเลิศ คิดดูสิ ถ้าพี่ถอนโฆษณาออกมาก่อน...” สมพงศ์ทำหน้าเสียงดาย เขารู้อรอินทุ์มีจุดอ่อนอยู่ตรงนี้

“อย่านะ อย่าทำแบบนั้น”

“ถ้างั้นก็เปิดประตูให้พี่เข้าไปสิ เราจะได้คุยกันดีๆ เสียที”

อรอินทุ์ส่ายหน้า เธอเสียดายผลงานตัวเองก็จริง แต่คงไม่คิดสั้นให้คนอันตรายแบบนั้นมาอยู่ใกล้ๆ หรอก แต่จะทำยังไงดี ต่อยให้หมอบแล้วขึ้นโรงพักอีกรอบจะคุ้มไหม

“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่เปิด” พันธินเอ่ยพลางเดินเร็วๆ มายืนข้างๆ อรอินทุ์ เขาพลาดเองน่าจะมาจอดรถไว้ทางนี้แทนที่จะเดินมาหา “ผู้ชายคนนั้นไม่ได้จะถอนโฆษณาของเธอออกมาจากการประกวด ใครจะโง่ทำแบบนั้นล่ะ ในเมื่อคนที่ได้ชื่อเสียงจริงๆ น่ะเป็นบริษัทของเขาเอง”

“คุณธินรู้ได้ยังไงคะ”

“คนทำเลว คิดเลว เรื่องแค่นี้เดาได้ไม่ยากหรอก”

ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงใส่พันธิน “แกแส่อะไรด้วย”

คนถูกตะคอกใส่เลิกคิ้วจงใจทำหน้ากวนๆ กลับ ไม่รู้อรอินทุ์เคยหลงปลื้มตอนเรียนมหาลัยเข้าไปได้ยังไง เธอหรือใครๆ ไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาถูกด่าในใจเป็นชุดอยู่ในตอนนี้ ทั้งที่น่าจะโกรธจนควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่กลับสังเวชใจแทน

“ถ้าคุณไม่อยากมีปัญหากับผมก็เชิญกลับไป มาถึงที่นี่ได้ก็น่าจะรู้ได้ไม่ยากว่าผมเป็นใคร บริษัทโฆษณาของคุณถ้าผมจะเทคโอเวอร์ง่ายนิดเดียว”

สมพงศ์เบ้ปากมองพันธินตั้งแต่หัวจรดเท้า มันพูดบ้าอะไร พลอยจะไปขายบริษัทให้มันทำไม เขาน่ะแฟน มันน่ะเป็นใคร ถึงเจ้านี่จะแต่งตัวดี สูทที่ใส่ก็น่าจะอาร์มานี่หรือไม่ก็เวอซาเช่ แต่ของแบบนี้มันก๊อปกันได้

“อ้อ เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แค่เกือบทุกอย่าง คุณคิดว่าถ้าผมจะซื้อจริงๆ คิดว่าซื้อไม่ได้เหรอ บางทีผมคงต้องแวะไปคุยกับคุณแพรพลอยสักหน่อยเรื่องพฤติกรรมของคุณในวันนี้”

เรียวปากหนายิ้มเมื่อสมพงศ์มองไปที่บ้านหลังใหญ่ที่เขาเพิ่งเดินมาก่อนจะมองอรอินทุ์แล้วผงะเสียเอง คงรู้แล้วสินะว่ากำลังคุยอยู่กับใคร ก่อนหน้านี้อรอินทุ์อาจจะดูหัวเดียวกระเทียมลีบไม่มีแบ็คที่ไหน ตอนนี้เขานี่แหละแบ็ครายใหญ่ของเธอ

“วันนี้พี่แค่มาเยี่ยม เอาไว้พี่จะมาเยี่ยมใหม่”

สมพงศ์รีบปลดล็อคแทบจะกระโจนเข้าไปในรถแล้วขับออกไปพร้อมเสียงหมาที่เห่าไล่ เขาลืมไปได้ยังไงว่าพ่อของอรอินทุ์เป็นคนสำคัญคนหนึ่งเอ็มไพร์ กรุ๊ป วันก่อนเบญญาเพิ่งให้เขาดูโปรเจคสำคัญของเอ็มไพร์ กรุ๊ป ที่กำลังจะทำแคมเปญโฆษณาเสียด้วย เขาไม่น่าพลาด ไม่น่าเลยจริงๆ

 

อรอินทุ์ถอนใจโล่งอก นึกว่าจะได้ขึ้นโรงพักอีกรอบแล้ว เธอหันไปยิ้มให้พันธินก่อนจะส่งนิ้วโป้งให้ทั้งสองข้าง ไม่คิดมาก่อนว่าเขาก็บลัฟเก่งเหมือนกัน ความจริงแล้วเขาไม่ช่วยก็ได้ คราวนี้เธอเริ่มจะชอบพันธินเวอร์ชั่นแคร์โลกแล้วล่ะ ยัยเฉาก๊วยเข้าไปงี๊ดๆ ใส่เขาอย่างกับสาวๆ ที่กำลังขวัญเสีย

“นี่เอกสารค่ะคุณธิน” เธอยิ้มให้เขาแทนคำขอบคุณ

เขารับเอกสารมาหัวเราะชอบใจบางอย่าง พันธินเวอร์ชั่นแคร์โลกอย่างนั้นหรือ ที่เขาช่วยเธอก็เพราะอยากช่วย ไม่ได้สนใจโลกใบนี้สักหน่อย

“ถ้าอยู่คนเดียวกลัวหรือเปล่า”

“ก็ไม่เชิงค่ะ คุณธินรีบไปเถอะ เสียเวลาเพราะเรื่องของฉันมามากแล้ว เวลาของเศรษฐีกับยาจกมูลค่าน่าจะต่างกันเยอะ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อน ถึงจะเก่งขนาดไหนยังไงก็ผู้หญิง  อีตานั่นจะกลับมาอีกหรือเปล่านะ

“ไปด้วยกันเถอะ อยู่ที่นี่คนเดียวฉันก็ห่วงเธอเปล่าๆ เผื่อว่ามันกลับมาอีกจะทำยังไง”

“แต่ว่า” อรอินทุ์ไม่แน่ใจ เขาไม่รู้สึกว่ามันแปลกๆ อย่างนั้นเหรอ ที่เธอตามเขาไปที่บริษัท

มือหนาคว้าข้อมือเล็กมาแล้วดึงแกมลากให้เดินตามมาด้วยกัน อรอินทุ์ยื้อพลางส่ายหน้า จนคนหวังดีต้องทำหน้าดุใส่

“ไปเถอะน่า ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา ลุงอิชย์จะทำยังไง ให้ไปอยู่กับคุณตุล เธอคงอึดอัดใช่ไหมล่ะ”

อยากเถียง แต่มันจริง อรอินทุ์ขอไปหยิบของก่อนจะเดินตามพันธินไปที่บ้านของเขา เธอถูกพาไปนั่งรอในรถ ในขณะที่คนพามาเดินเข้าบ้านไปไม่ถึงห้านาทีก็เดินแกมวิ่งออกมา ตุลยาเดินมาเมียงมองที่รถ พอเห็นว่าเป็นเธอก็หน้าตึงเดินไปหาลูกเลี้ยงที่เดินมาถึงรถพอดี

“จะไปไหนกับเด็กนั่นหรือคะคุณธิน” ตุลยาปรายตามองคนในรถ

พันธินรู้โดยไม่ต้องฟังความคิด ตุลยาไม่ชอบอรอินทุ์เพราะเธอเป็นคนเดียวที่พ่อสั่งไว้ว่าห้ามกดใช้แบบสาวใช้ การเป็นลูกสาวของลุงอิชย์ก็เท่ากับเป็นหลานของพ่อด้วย

“ดูแลพ่อแทนผมด้วยนะครับ ผมช้ามากแล้ว ขอตัวนะครับ”  ร่างสูงรีบเข้ามาในรถ ปริญปิดประตูเสร็จก็เข้ามานั่งข้างคนขับ รถเคลื่อนออกไปทันที

ตุลยามองตามไม่ชอบใจตามเคย เธอไม่ได้ไม่ชอบอรอินทุ์เพราะการถูกยกให้สูงในฐานะหลานของสามี แต่เป็นเพราะ... เฮ้อ ช่างมันเถอะ

 

แม่เลี้ยงยังสาวเดินกลับเข้าไปในบ้าน ขจรเปิดประตูห้องหนังสือรอรับเธอแล้ว เธียรกำลังรอภรรยายังสาวของเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเอาแต่เก็บตัวเอง หมกมุ่นและทำงานยุ่งอยู่ตลอดเวลา  เขารู้การออกงานสังคม การซื้อของ หรือแม้การออกไปเที่ยวเป็นเพียงการเยียวยาความเหงาเท่านั้น

ตุลยาเข้ามาสวมกอดสามีที่คนในวงสังคมพากันพูดลับหลังว่ามีสามีหรือมีพ่อกันแน่ แต่เธอไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ไม่มีใครดีกับเธอเท่ากับเธียรอีกแล้ว ไม่ว่าอะไรที่เธออยากได้หรือไม่เคยได้ เพียงเขาออกปาก ทุกอย่างจะมาอยู่ตรงหน้า เธอรู้มันอาจจะเป็นการชดเชย เขาทำงานยุ่ง เธอก็ยุ่งกับการใช้เงินไปเท่านั้นเอง

“มีอะไร ทำไมไม่พูดออกมา”

“ตุลจะขอไปเที่ยวยุโรปอาทิตย์หน้าค่ะ คุณอนุญาตไหมคะ”  เธอขอ แม้จะรู้ว่าถ้าพรุ่งนี้เธอจะไปเขาก็คงไม่ขัดสักคำ

“ก็ไปสิ ตั้งแต่เกิดเรื่องเธอไม่ได้พักสมองเลย ตลอดมาเธอคงเหนื่อยที่ต้องดูแลฉันมามาก” เธียรพูดจากใจจริง เขาไม่เคยมีเวลาให้ใครนอกจากงาน เวลานี้เขาก็ยังทำงาน แม้ไม่ได้ไปที่บริษัทก็ตาม พันธินยังไม่ทำให้เขามั่นใจมากพอที่จะวางมือได้ทั้งหมดเหมือนครั้งก่อน

ตุลยาจูบที่หลังมือของสามี “ไม่หรอกค่ะ ตุลเป็นภรรยาของคุณนี่คะ”

“ขอบใจ ฉันรักเธอถึงได้มีเธอเพียงคนเดียวนะตุล อย่าทำอะไรให้ฉันเสียใจ เธอคงจำได้ว่าฉันขออะไรในวันที่เราแต่งงานกัน”

“รักและซื่อสัตย์ ตุลจำได้สิคะ”

ในตอนนั้นเธอให้คำสัญญาไม่ใช่เพราะบุญคุณที่เขาช่วยปลดหนี้ที่บ้านให้ แต่เขาเป็นคนเดียวที่เห็นคุณค่าของเธอ

มือเหี่ยวย่นลูบไหล่ภรรยา ที่ผ่านมาเขาคิดว่าถ้าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจะให้เวลากับตุลยามากขึ้น แต่พอเขามีเวลา ก็กลายเป็นคนแก่คนนึงไปเสียแล้ว ในขณะที่เธอยังสาวและสวยมาก

“เดี๋ยวฉันจะให้ขจรดูแลเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ ส่วนค่าใช้จ่าย...”

“ตุลมีพอแล้วค่ะ คุณให้ตุลมามากแล้วจริงๆ ตุลรักคุณมากนะ” น้ำตาของเธอไหล ทว่าพอเงยหน้าขึ้นมา ดวงหน้าสดใสก็ยิ้มให้สามีดังเดิม

เธียรยิ้มตอบ ในชีวิตของเขาการไว้ใจใครสักคนเป็นเรื่องยากเพราะฉะนั้นเขาจึงมีคนใกล้ตัวที่ไว้ใจเพียงไม่กี่คน ตุลยาอาจมีข้อเสียหลายอย่าง แต่ข้อดีของเธอก็คือรักเขาและซื่อสัตย์ เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรที่ดูเหมือนจะเกินไปบางครั้งเขาจึงยอมให้และปล่อยผ่าน

 

อรอินทุ์เผลอหลับไปเพราะรถค่อนข้างติด ความที่เครียดและบ้าเล่นเกมมาหลายวันทำให้ง่วงกันบ้าง ไม่ได้แล้ว ขืนตกงานเกินเดือนตัวขี้เกียจคงเกาะตัวแน่นแน่ๆ เธอยืดแขนยืดขาแก้เมื่อย พันธินหลบแทบไม่ทัน แล้วดูเถอะพอตื่นขึ้นมาก็มองซ้ายมองขวาไปทั่ว ก่อนจะหันมามองเขา

“เรากำลังจะไปไหนหรือคะคุณธิน นี่ไม่ใช่ทางไปบริษัทนี่นา” นี่มันถนนที่มุ่งหน้าไประยองชัดๆ

พันธินเงยหน้าจากเอกสารที่อ่านอยู่ ดูเหมือนปัญหาใหญ่ไม่น่าจะใช่เรื่องเส้นทาง  ความคิดของเธอทำให้เขาเกือบหลุดขำ ควรแกล้งไม่รู้ดีไหม ที่ตื่นนี่เพราะอยากเข้าห้องน้ำหรอกรึ ถ้าพาไปไหนต่อไหนคงไม่รู้ตัว

“ฉันจะไปเปิดโรงแรมที่ระยอง ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่ได้คิดไม่ดี ถ้าไม่เชื่อก็โทรไปถามพ่อของเธอก็ได้ แต่ถ้าให้ดีอย่าเพิ่งเล่าเรื่องนายสมพงศ์อะไรนั่น ลุงอิชย์เป็นความดัน เดี๋ยวจะไม่สบาย”

อรอินทุ์มองพันธิน ภายใต้หน้าหินของเขาซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้อย่างนั้นหรือ เอาล่ะ เธอจะลืมๆ ไปก็ได้ว่าก่อนหน้านี้เขาทำตัวอย่างไรมาก่อน

“แล้วถ้าพ่อกลับมาแล้วไม่เห็นฉันล่ะคะ”

“ฉันจัดการให้แล้วตอนที่เธอหลับ สบายใจเถอะน่า” เรื่องนี้แก้ไม่ยากก็แค่ให้ รปภ. มาเฝ้าที่บ้านของลุงอิชย์ แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไปค้างที่ห้องพักกลางเมืองของเขา ส่วยเฉาก๊วยก็ฝากสาวใช้ไปดูแลสักคืน

คนสบายใจแล้วพยักหน้าหงึกๆ แต่ปัญหาของเธอนี่สิ ทำยังไงดี ทำไมต้องมาปวดเอาตอนนี้ด้วยนะ นั่นๆ ปั๊มน้ำมัน ใกล้แล้ว บอกให้จอดรถสักหน่อยคงไม่เสียเวลามากหรอกมั้ง

“เดี๋ยวแวะปั๊มน้ำมันด้วยครับ” พันธินสั่ง

อรอินทุ์ยิ้มกว้าง อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ “ดีเลยค่ะ ฉันกำลังอยากเข้าห้องน้ำพอดี”

คนขับรถขับรถเข้าไปจอดปั๊มน้ำมันตามที่ได้รับคำสั่ง พันธินลงจากรถทันที อรอินท์ตามลงมาแล้วรีบไปเข้าห้องน้ำ ในขณะที่คนสั่งกลับเดินไปร้านสะดวกซื้อแล้วซื้อขนมที่เขาไม่กินมาวางทิ้งไว้ในรถ พออรอินทุ์กลับมาเขาก็ยื่นให้แล้วก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารต่อ คนรับทำหน้างง แต่ก็กินขนมสบายใจไป ตลกดีแฮะ เขาคงมั่วๆ ซื้อมา แต่ดันเป็นของชอบเธอทั้งนั้น

 

 

แล้วจะมา up ต่อค่ะ นิยายเรื่องนี้ไม่ได้ต่อมาจากเรื่องไหน แล้วก็ไม่มีภาคต่อค่ะ เล่มเดียวจบค่ะ

อัมราน_บรรพตี^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #56 fsn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 21:45
    เอ๊ ทำไมรู้ละคะว่าสาวชอบขนมอะไร ชักยังไงๆ มาก่อนหน้าแล้วรึเปล่า
    #56
    0
  2. #55 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 20:24
    แค่นี้ก้อดูไม่ออกเหีอจ๊ะว่าเขาใส่ใจ
    #55
    0
  3. #54 www. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 19:52
    น่ารักทั้งคู่เลย
    #54
    0
  4. #53 น้ำทะเลสีฟ้า (@tarto048) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 17:30
    คุณธินน่ารักขึ้นเรื่อยๆแล้วนะเนี่ย ^^
    #53
    0
  5. #52 seza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 14:24
    สนุกดีค่ะ ไรท์เตอร์สู้ ๆๆๆๆ รออ่านค่า
    #52
    0
  6. #51 Yan Ming Ling (@jerry_lin11) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 11:52
    มีความสามารถพิเศษแบบพันธินก็ดีไปอย่าง แต่เอาเข้าจริงคงปวดหูน่าดู 5555++
    #51
    0
  7. #47 แว่นใส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 14:03
    หวังเคลมลูกเลี้ยงหรือคะคุณแม่เลี้ยง
    #47
    0
  8. #46 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 09:32
    ปกป้องด้วยค่ะ
    #46
    0
  9. #43 www. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 19:59
    ชอบบบบบบบบบบ
    #43
    0
  10. วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 13:42
    รออ่านต่อนะคะ

    #42
    0
  11. #41 poo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 11:19
    รอค่ะ สนุกๆๆๆ
    #41
    0
  12. #40 Yan Ming Ling (@jerry_lin11) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 10:10
    เรื่องนี้ซับซ่อนจริงๆ แต่สนุกมากค่ะ ^^
    #40
    0
  13. #39 Pnutik (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 19:01
    รอต่อค่ะ มาไว ๆ นะคะ
    #39
    0
  14. #38 แว่นใส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 16:42
    สู้ ๆ นะ
    #38
    0