จันทร์ซ่อนใจ

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 36,206 Views

  • 346 Comments

  • 158 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    36,206

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 17...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    2 พ.ย. 57

ตอนที่ 17

 

            พันแสงขับรถไปจอดหน้าประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ที่เขาเติบโตมา แต่สิ่งปลูกสร้างไม่สามารถบันดาลความสุขให้กับคนที่อาศัยอยู่ในนี้ได้ เขาคิดถึงเมื่อก่อนที่เรามีบ้านหลังเล็กกว่านี้ ไม่มีคนรับใช้ เขากับพี่ชายช่วยแม่ทำงานบ้าน ในขณะที่พ่อไปทำงาน ตกเย็นก็มาล้อมวงกินข้าวด้วยกัน เวลาได้เปลี่ยนหลายสิ่งในชีวิต จนการพบพ่อต้องผ่านพ่อบ้านที่ทำหน้าขรึมๆ ยามที่บอกกับเขาหลังจากเข้าไปถามพ่อมาแล้วว่า

            “คุณเธียรไม่อนุญาตให้พบครับ ผมคิดว่าคุณธินควรรอให้คุณเธียรหายโกรธแล้วค่อยมาหาใหม่น่าจะดีกว่า”

            ไม่ผิดจากที่คาด พ่อโกรธเขามาก แม้จะผ่านไปเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วก็ตาม

            “ไม่เป็นไร ฝากบอกพ่อด้วยว่าผมไม่เปลี่ยนใจ แค่นี้พ่อจะเข้าใจ”

            ร่างสูงเดินผ่านตุลยาที่พยายามหว่านล้อมให้เขาไปง้อพ่ออีกครั้ง เขารู้จักพ่อดีเกินกว่าจะทำแบบนั้น พันแสงขับรถสปอร์ตคันที่ เคยขับประจำออกไป เสื้อผ้าไม่ต้องขนให้ยุ่งยาก เมื่อห้องพักในโรงแรมมีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว มั่นใจได้เลยว่าพ่อต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาหยุด แล้วซมซานกลับมาเพื่อยอมรับทุกเงื่อนไข บอกได้คำเดียวว่า...ไม่มีทาง!

 

            วันนี้เป็นวันแรกนับตั้งแต่เปิดบริษัทแล้วอรอินทุ์ไม่อยากมาทำงาน เธอไม่ได้กลัวว่าจะมีนักข่าวมาดัก ป่านนี้คงไปดักพันแสง แต่เธอไม่อยากเข้าบริษัทเพราะธนิดากับพิพัฒต่างหาก ต้องโทษพันแสงนั่นแหละทำอะไรไม่ปรึกษา แล้วถ้าดรุณีไม่ใช่ดาราดัง คนเลิกกันแล้วนักข่าวคงไม่มาสนใจหรอก เฮ้อ

            หญิงสาวผลักประตูกระจกเข้าไป ถอนใจโล่งอก บางที่อาจไม่มีอะไรก็ได้...มั้ง พิพัฒหันมามองเธอแล้วยิ้ม อย่างนี้ค่อยสลายใจหน่อย แต่ธนิดาล่ะไปไหน ทำไมไม่เห็นที่โต๊ะทำงาน

            “เล่ามาเลยยัยอร เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงยะ ทำไมคุณธินประกาศจะหมั้นกับเธอกลางงาน เสียดายชะมัด ฉันดันไปเข้าห้องน้ำพอดี”

            อรอินทุ์หันไปมองข้างหลัง ธนิดายืนขวางประตูไว้อย่างกับกลัวว่าเธอจะหนีออกไปทางนั้น จริงๆ ก็อยากทำอยู่หรอก แต่ไม่อยากให้เพื่อนโกรธ

            “คือ...”

            “อ้อ แล้วเธอกับคุณธินไปสปาร์ครักกันตั้งแต่เมื่อไหร่” ธนิดายังยิงอีกคำถาม

            คนถูกถามเหมือนสมองบินไปแล้ว เล่นถามมาแบบนี้ ใครจะไปตอบ ไม่ใช่ว่ามันเป็นความลับหรอก แต่มันตอบไม่ได้น่ะสิ

            “สรุปจะให้ยัยอรเล่าไหมยัยดา” พิพัฒหัวเราะพลางปรายตาไปที่โต๊ะของอรอินทุ์

            ดอกกุหลาบช่อใหญ่วางอยู่ อรอินทุ์ยิ้มร่าเมื่อคิดว่าอาจเป็นของพันแสง แม้จะไม่น่าเป็นไปได้เท่าไหร่ เขาไม่ใช่คนโรแมนติกขนาดนั้น แล้วก็จริงเสียด้วย อีตาจิรกรจะส่งดอกไม้มาให้เธอทำไมอีก แล้วเขียนมาได้...ผมคิดถึงคุณ แหวะ

            ธนิดาเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ อรอินทุ์ ปรายตามองดอกไม้นิดหนึ่ง พักนี้เพื่อนเนื้อหอมจริงๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ยัยเพื่อนเอ๊ยเธอจะอกแตกตายเพราะความอยากรู้แล้วนะ อรอินทุ์มองสายตาเพื่อนๆ แล้วอยากหายตัวได้ คงต้องเล่าอะไรบ้างละมั้ง

            “คือ...เราสองคน คือฉันกับคุณแสง เอ๊ย คุณธินเพิ่งรู้ว่าใจตรงกัน ก็เลยจะหมั้นกัน เรื่องมันก็มีแค่นี้แหละ” 

            “ทำไมชีวิตรักของเธอมันสั้นแค่นี้เองล่ะยัยอร หรือว่าท้อง” ธนิดาจ้องเขม็งไปที่ท้องของเพื่อน พิพัฒได้แต่ส่ายหน้าในความอยากรู้อยากเห็น

            “จะบ้าเหรอ ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย” อรอินทุ์ค้อนใส่

            “ยินดีด้วยนะ หมั้นเมื่อไหร่อย่าลืมเราสองคนล่ะ ส่วนยัยดา เธอก็เลือกมาสักคนในบรรดาหนุ่มที่ดูใจจนจะเห็นถึงปอดสิ”

            ธนิดาหัวเราะแล้วกอดเพื่อนสาว ถึงจะตกใจ แต่เหนือจากนั้นเธอดีใจกับเพื่อนสุดๆ ป่านนี้สาวๆ คงพากันอิจฉาอรอินทุ์ไปค่อนเมืองแล้ว รวมทั้งเธอด้วย แต่พิพัฒนี่จะรู้ดีเกินไปแล้วนะ

            “ก็หนุ่มๆ ที่ว่ายังไม่มาขอฉันหมั้นนี่หว่า มีแต่จะชวนวิวาห์เหาะอย่างเดียว”

            “ถ้างั้นก็เลิกๆ คบไป แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงาน พรุ่งนี้เราจะเดินทางแล้ว ส่วนยัยอรอยู่โยงเฝ้าออฟฟิศ ติดต่อลูกค้านะ โอเคไหม”

            “โอเคจ้า”

            อรอินทุ์ยิ้มกว้าง คุยเรื่องงานค่อยหายใจได้ทั่วท้องหน่อย ว่าแต่เธอควรบอกเรื่องที่ได้ดอกไม้จากจิรกรให้พันแสงรู้ไหมหว่า ช่างเถอะ คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง

           

            สถานการณ์ในเอ็มไพร์ กรุ๊ป ยังไม่มีอะไรผิดปกติ นอกจากสายตาของพนักงานที่มองมาและความคิดเรื่องที่จู่ๆ เขาประกาศหมั้นกับลูกสาวของทนายอิชย์ เรื่องท้องมาอันดับแรก ก่อนจะตามมาด้วยท่าที่ของพ่อ หลายคนที่เป็นระดับผู้บริหารถึงกับพนันกันว่าเขาจะถูกเด้งออกจากเก้าอี้เมื่อไหร่ คำยินดีกลายเป็นเรื่องจอมปลอมที่พูดตามมารยาทเท่านั้น

            การประชุมในตอนเช้ายังเรียบร้อยดี พันแสงจงใจเข้าไปคุยกับวิรัตน์ คราวก่อนที่สรัชคิดเป็นไปได้ว่าสองคนนี้กำลังร่วมมือกันทำบางอย่าง โดยสรัชนั่นเองที่เป็นหน่อนบ่อนไส้ ทำอย่างไรถึงจะมีหลักฐาน พอเขาถามถึงเรื่องแผนงานต่อไป วิรัตน์ดูกระวนกระวายและเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่น ถึงจะแค่สงสัย แต่คงมองข้ามไม่ได้

            เขาโทรหาอรอินทุ์ตอนพักเที่ยง เธอรับสายแล้วคุยนับคำได้ ก่อนจะบอกเสียงเบาๆ ว่าอยู่กับเพื่อน เย็นนี้เขาคงต้องไปแนะนำตัวในฐานะว่าที่คู่หมั้นที่บริษัทของเธอสักหน่อยกระมัง

            “คุณจิรกรมาขอพบค่ะคุณธิน”

            พันแสงหยุดคิดเรื่องของตัวเองแล้วกดรับและบอกให้แขกเข้ามาได้ จิรกรเข้ามาในห้องเพียงลำพัง ส่วนลูกน้องอีกคนคงอยู่ข้างนอก น่าแปลกที่หมอนี่มาหาเขาพร้อมดอกไม้

            “ผมมาแสดงความยินดี น่าเสียดาย เราไม่น่าหมายตาผู้หญิงคนเดียวกันเลย” จิรกรเอ่ยพร้อมกับยื่นดอกไม้ให้ แต่พันธินกลับไม่รับเขาเลยวางส่งๆ ไปที่โต๊ะทำงาน เมื่อเช้าถ้าพ่อไม่โทรตามเขาคงมีเวลารออรอินทุ์ จะได้รู้ว่าหลังจากได้รับดอกไม้จากเขาเธอดีใจบ้างหรือเปล่า

            พันแสงข่มความหึงหวงไว้ ไอ้นี่มันกะตีท้ายครัวของเขาจริงๆ เสียด้วย คราวก่อนที่จงใจนัดอรอินทุ์ไปก็เพราะสนใจจริงๆ สินะ ฝันไปเถอะไอ้แมวขโมย

            “ขอบคุณ ผมยังยินดีกับตัวเองเลย ส่วนที่เราหมายตาผู้หญิงคนเดียวกัน คุณคงเข้าใจผิดแล้ว ผมกับอรรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เรามีเรื่องดีๆ ร่วมกันยาวเหยียด คุณอย่ามาเสียเวลากับผู้หญิงที่มีเจ้าของแล้วเลย”

            จิรกรยิ้ม ยั่วโมโหขึ้นเสียด้วย ความจริงเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อแสดงความยินดี แต่เพราะเขาคิดว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น แล้วบางอย่างนั้นมาจากพันธินต่างหาก มันไม่ได้กลับมาแล้วมีชีวิตสงบเสงี่ยมอย่างที่เขาคิดเลยสักนิด

            อย่าคิดว่าจะไม่มีใครรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร ถึงจะไม่ได้ยินกับหู แต่ผมรู้ว่าคุณกำลังทำปั่นหัวใครต่อใครอยู่

            พันแสงเลิกคิ้ว เรื่องกวนเบื้องล่างน่ะงานถนัดของเขาอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร แต่ไหนล่ะหลักฐาน เขาไม่ได้ฆ่าใคร มีแต่ความโลภและหวาดระแวงเท่านั้นที่ทำให้คนฆ่ากันได้

            คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่มีเวลามาเล่นยี่สิบคำถามหรอกนะ เห็นไหมว่าผมต้องทำงาน

            จิรกรยิ้มกว้างทว่ามือกลับกำแน่น ในสมองมีแต่คำด่าจนพันแสงไม่อยากจะได้ยิน    

            ก็แค่อยากเตือนเท่านั้น คุณมาหาพ่อของผม แล้วก็ไปหาคุณภาวิตเหมือนกัน แล้วหลังจากนั้นสองฝ่ายพากันเกิดเรื่อง ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใครมันน่าจะตายไปทั้งพี่ทั้งน้อง น่าเสียดาย

            ผมมาคิดๆ ดูแล้ว การที่จิรเมธตายคนที่ได้ประโยชน์จะมีใครบ้าง น่าแปลกที่ผมคิดถึงคุณเป็นคนแรก ลูกจริงๆ ตายไปแล้ว ลูกเลี้ยงก็มีลุ้นน่ะสิ พูดแค่นี้คุณคงไม่โกรธ เขาพึ่งรู้เหมือนกัน ตำรวจกำลังสนใจประเด็นนี้เชียวล่ะ

            หมายความว่ายังไง

            สีหน้าของจิรกรเปลี่ยนไปทันที กำปั้นของเขายิ่งกำแน่น สมองคิดเร็วรี่

            หรือว่ามันจะรู้เรื่องในคืนนั้น ไม่มีทาง ไม่มีหลักฐานสาวถึงเราแน่นอน ศพไอ้เมธก็เผาไปนานนม คลิปที่เรายิงไอ้เมธแล้วตีหัวลากพันแสงมาซ้อนแผนก็ถูกทำลาย ใครจะมารู้ว่าไอ้เมธมันโง่จนเสพยาที่เราเตรียมไว้ให้มันจนตาย ถ้าจะโทษก็โทษความซวยของพันแสงที่เคยมีเรื่องชกต่อยกับไอ้เมธมาก่อนแล้วกัน

            แก...!?!”

            พันแสงกระโจนใส่จิรกรจนล้มไปบนพื้นพรมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว กำปั้นหนาหนักกระแทกใส่ครึ่งปากครึ่งจมูกของจิรกรจนได้เลือด มันนี่เองที่ฆ่าจิรเมธ มันทำให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร ถูกส่งไปอเมริกาและเป็นต้นเหตุให้พี่ชายของตัวเองตาย ไอ้คนเลวระยำจนเขาไม่อาจทนเห็นมันลอยหน้าลอยตาสร้างภาพเป็นคนดีต่อไปได้

            ปล่อย เป็นบ้าอะไรวะจิรกรตะโกนลั่นเริ่มตั้งหลักได้ก็สู้กลับ

            เสียงปึงปังในห้องทำงานของพันธินดังจนผิดปกติ เลขาโทรเข้าไปในห้องแต่ไม่มีคนรับ เธอวิ่งไปเปิดประตูอย่างร้อนใจกลัวจะเกิดเรื่อง แล้วก็เกิดเรื่องจริงๆ พันธินกับจิรกรกำลังต่อยกันจนต่างคนต่างได้เลือด แต่ไม่มีใครยอมหยุด

            คุณธิน หยุดเถอะค่ะได้แต่ร้องบอก ไม่กล้าเข้าไปจับผู้ชายสองคนแยกออกจากกัน

            ไม่มีใครยอมหยุด ปริญวิ่งเข้าไปพร้อมๆ กันคนของจิรกร ต่างคนต่างดึงนายของตัวเองออกมาแม้ว่าจะยากไม่น้อยเมื่อต่างไม่ยอมกัน พันแสงมองจิรกรอย่างคนที่พร้อมจะฆ่า เขาต้องเอามันเข้าคุกให้ได้ จิรกรโหวกเหวกตะโกนลั่นว่าจะเอาเรื่องพันธินให้ถึงที่สุดก่อนจะเดินออกมาจากห้องพร้อมคนของตัวเอง พนักงานพากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่นานนักเรื่องได้ถึงนักข่าวและไม่ถึงสิบห้านาทีต่อมาเธียรก็รู้เรื่องทั้งหมด

 

            ปริญยืนรออยู่หน้าห้อง อรอินทุ์ยิ้มให้บอดี้การ์ดของพันแสง ก่อนจะเดินเข้าในห้องที่เปิดประตูเอาไว้รอ เธอได้ข่าวจากพ่อก็รีบมา พันแสงรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป ทำไมจู่ๆ ไปชกกับจิรกรแบบนั้น หวังว่าคงไม่ใช่เพราะนายคนนั้นส่งดอกไม้มาให้เธอ ไม่น่าใช่หรอกมั้ง เรื่องแค่นี้เขาคงไม่ทำอะไรรุนแรงทั้งที่รู้ว่าต้องบานปลายกลายเป็นข่าว ถึงจะไม่มีภาพ แต่ก็เป็นข้อความตามสื่อต่างๆ อยู่ดี

            พันแสงนั่งอยู่ตรงระเบียงด้านนอก บนโต๊ะตัวข้างๆ มีผ้าที่ห่อน้ำแข็งไว้แต่คงละลายไปเกือบหมดแล้ว สีหน้าของเขาไม่ดีนักยามหันมามองเธอแล้วยิ้มให้ก่อนจะตบเบาๆ ที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้าม

            “มาเร็วกว่าที่คิดนะ”

            อรอินทุ์นั่งลงตรงเก้าอี้ที่เขาอยากให้นั่ง เธอมองใบหน้าที่ของเขา มีรอยช้ำที่แก้มและมุมปาก แม้ดวงตาคู่นั้นจะแฝงด้วยความเครียด แต่เขายังยิ้มให้เธอได้ เธอยิ้มตอบ มันต้องมีเหตุผลสิน่า

            “เล่ามาให้หมดเลยค่ะ ทำไมอยู่ๆ คุณแสงไปต่อยนายจิรกร เขาพูดยั่วโมโหหรือว่าทำอะไรให้คุณแสงโกรธหรือคะ”

            “นึกว่าเธอจะว่าฉันไม่มีความอดทนเสียอีก”

            เธอค้อนใส่ “อรรู้จักคุณแสงมากกว่านายจิรกรนั่น”

            พันแสงยิ้มกว้างกว่าเดิม นั่นสินะ อรอินทุ์รู้จักเขา แต่ยังไม่รู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง“ฉันรู้แล้วว่าใครฆ่าจิรเมธ”

            “ใครหรือคะ” เธอถามเสียงตื่นเต้น

            “ก็ไอ้เวรที่ฉันเพิ่งต่อยจนปากแตกไปน่ะสิ”

            อรอินทุ์โกรธในวูบแรก ถ้าจิรกรเป็นคนฆ่าก็สมควรที่พันแสงจะแค้นจนลงมือชก เรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นในคืนนั้นก่อนที่จะตามมาด้วยการเสียชีวิตของพันธินในหกเดือนต่อมา แต่พันแสงรู้ได้ยังไง

            “เขาจะทำแบบนั้นทำไมคะ สองคนนั้นเป็นพี่น้องกันนี่ แล้วที่สำคัญสุดๆ ถ้าเขาปิดบังเรื่องนั้นมาเป็นปี แล้วจู่ๆ มาบอกคุณแสงเนี่ยนะ มันไม่สมเหตุสมผลเลย”

            มันไม่ได้บอกด้วยปาก แต่มันคิดนี่สิ ขืนบอกไปอรอินทุ์คงคิดว่าเขาบ้าแน่ๆ

            “เธอเชื่อใจฉันหรือเปล่า”

            “ก็ต้องเชื่อสิคะ” เธอตอบไม่ต้องคิดด้วยซ้ำก่อนจะถอนใจ “โอเคค่ะ อรเชื่อคุณแสง เขาทำแบบนั้นทำไม แล้วทำไมคุณจิณณ์ไม่สงสัยบ้าง”

            นี่แหละประเด็น เรื่องเกิดใต้จมูกตัวเองแท้ๆ แต่คนเป็นพ่อกลับไม่รู้ เขามั่นใจว่าจิณณ์ไม่รู้แน่ๆ การพบกันก่อนหน้านี้ จิณณ์ยังปักใจเชื่อว่าเขาเป็นคนฆ่าลูกชายตัวเอง ไม่ใช่เพราะจิรเมธเสพยาเกินขนาด

            “ถ้าไม่มีใครสงสัย ฉันก็จะทำให้สงสัย เราไปกันเถอะ”

            ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับคว้ามือนุ่มของว่าที่คู่หมั้นขึ้นมาด้วย

            “ไปไหนคะ”

            “ตามมาเถอะน่า เราต้องเชื่อใจกันสิ”

            อรอินทุ์ขี้เกียจขัดเลยยอมเดินตามไปผ่านปริญที่เดินตามมาทันที เธอก้มลงมองมือของเขาแล้วยิ้ม หลายสิ่งกำลังจะกลับมาเหมือนเดิม เขายังคงเป็นผู้ชายที่เธอชอบ แต่สำหรับเขาแล้ว รู้สึกยังไง เธอไม่เคยได้รับรู้เลย มือหนาบีบเบาๆ แล้วยิ้มให้ หัวใจของอรอินทุ์อุ่นซ่าน ถ้าเธอกล้าพอที่จะบอกความในใจกับเขาก็คงจะดี           

            ปริญขับรถตามรถของเธอที่พันแสงเป็นคนขับ เธอเดาว่าเขาคงไปหาตำรวจเจ้าของคดีไม่ก็ไปหาคุณจิณณ์ แต่ไม่ใช่สักอย่าง เขาเลี้ยวรถเข้าร้านอาหาร

            “พามากินข้าวเนี่ยนะคะ”

            พันแสงหัวเราะ เขาฟังความคิดของอรอินทุ์มาตลอดทาง แน่ละเขาแค้นมาก แต่ว่าไม่ควรวู่วามซ้ำสอง ในเมื่อรู้แล้วว่าฆาตกรเป็นใคร เขาต้องรอบคอบและหาหลักฐานก่อน

            “เธอไม่หิว แต่ฉันหิวนี่ ตั้งแต่เช้ายันบ่ายกินกาแฟไปแค่ถ้วยเดียว ไม่วัดพื้นเป็นลมก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

            เธอไม่ทันคิดเรื่องนี้เลย แย่ละมัด แทนที่จะช่วยเขา ตอนนี้กลับเป็นตัวถ่วงยังไงก็ไม่รู้ เธอน่าจะรู้ว่าชีวิตของพันธินมีแต่งาน ถึงพันแสงในตอนนี้ก็เถอะ คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก การเป็นเจ้าของทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีความสุข

            “ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณแสงถึงบอกว่าอึดอัด”

            “กินข้าวด้วยกันนะ”

            ถึงเขาไม่ขอร้องเธอก็เต็มใจอยู่เป็นเพื่อนเขาอยู่แล้ว อรอินทุ์เดินเคียงพันแสงเข้าไปในร้าน หลายคนที่จำพันธินได้พากันหันมามองแล้วซุบซิบ มือหนายื่นมาจับมือบางจงใจให้ใครต่อใครที่พากันคิดว่าอรอินทุ์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อีกไม่นานเขาคงทิ้งเหมือนผู้ชายไฮโซทั่วๆ ไปทำกัน

            พันแสงเลื่อนเก้าอี้ให้อรอินทุ์นั่งและคอยถามว่าอยากกินอะไร ดูแลเธออย่างที่เขาอยากทำ เสียงความคิดของคนที่วิพากษ์วิจารณ์เงียบลง ส่วนสาวๆ พากันอิจฉาอรอินทุ์ เขาอยากให้เธอได้ยินเหมือนกับที่เขาได้ยินเหลือเกิน

 

            ดรัณถูกพันแสงโทรตามตอนสามทุ่ม ทั้งสองนัดเจอกันที่คลับแห่งหนึ่ง อย่างน้อยคงไม่มีใครสงสัยว่าเขามาคุยอะไรกับเพื่อนของพี่ชายที่กลายเป็นเพื่อนของเขาที่นี่ พันแสงเล่าทุกอย่างให้ดรัณฟัง โดยไร้หลักฐาน ถ้าดูจากแรงจูงใจการที่จิรกรจะฆ่าจิรเมธแล้วซ้อนแผนให้เป็นการถูกฆาตกรรมย่อมมีแนวโน้มเป็นไปได้ แต่ใครจะเชื่อ ในเมื่อจิณณ์ยังไม่สงสัยด้วยซ้ำ

            “ทำไมนายถึงแน่ใจว่าเป็นจิรกรที่ฆ่าจิรเมธ ก่อนหน้านี้นายยังปักใจว่าเป็นนายภาวิตอยู่เลยไม่ใช่หรือวะ”

            “มันเปลี่ยนไปแล้ว จิรกรเป็นคนฆ่าน้องชายตัวเอง” เขาย้ำอีกครั้ง ป่วยการบอกที่มาของการรู้ในครั้งนี้

            ดรัณถอนใจ หรือเพราะข้อมูลที่พ่อของเขาเพิ่งให้ไป “ถึงฉันจะบอกว่าเชื่อนาย แต่มันไม่มีหลักฐานนี่หว่า”

            “ลุงดำรงน่าจะช่วยฉันได้ มันต้องมีอะไรที่ถูกมองข้ามหรือไม่ทันคิดว่ามันจะเชื่อมโยงกันก็ได้”

            พันแสงหมายถึงหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ ตอนนั้นคดีพุ่งเป้ามาที่เขาก่อนที่ตำรวจจะสรุปว่าเป็นการเสพยาเกินขนาด ส่วนคนยิงจิรเมธตำรวจยังหาตัวไม่พบ คดีถึงยังไม่ปิดมาจนถึงตอนนี้ เขาเคยคิดด้วยซ้ำว่าพ่อทำบางอย่างให้เขาพ้นข้อกล่าวหาหรือเปล่า

            “ก็ได้ๆ ป่านนี้พ่อฉันคงอยู่ในห้องทำงานนั่นแหละ”

            พันแสงค่อยยิ้มออก ถ้าดรัณเชื่อเขาอีกคน การช่วยกันหาหลักฐานบนพื้นฐานของการรู้คำตอบอยู่แล้ว เขามั่นใจว่าเราต้องพบอะไรบ้าง ขอให้พบ เขาภาวนา พี่ชายต้องช่วยเขาในวิธีใดสักวิธี เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่รู้เท่านั้น

 

            ดำรงยังทำงานอยู่ตามที่ดรัณบอก พันแสงบอกจุดประสงค์ของเขา การที่คดีปิดไม่ลง ทำให้เอกสารต่างๆ และหลักฐานยังอยู่ครบ แม้ว่าเหตุการณ์ที่มีการบันทึกไว้เขาสามารถพูดได้โดยไม่ขาดแม้แต่เหตุการณ์เดียว แต่นั่นเป็นมุมในความทรงจำของเขา ไม่ใช่สิ่งที่ตำรวจสอบสวนจนรอบด้าน

            ที่แขนของจิรเมธมีรอยเข็มฉีดยา การชันสูตรศพ สารเสพติดที่พบ ปืนในที่เกิดเหตุ การตรวจเขม่าดินปืนที่มือของเขา แต่ไม่พบ สิ่งแวดล้อมจากภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ภาพหายไป แต่ตำรวจก็สืบจนได้หลักฐาน แม้จะปิดเป็นความลับ ภาวิตถูกสอบสวน แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิด

            ในเอกสารสรุปมีรูปถ่ายของกระดุมราคาแพงส่วนหัวของกระดุมน่าจะทำจากเพชรส่วนตัวกระดุมทำจากทองคำ เขาไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน ทั้งๆ ที่มันตกในที่เกิดเหตุตั้งแต่แรก แม้จะห่างจากจุดที่จิรเมธตายอยู่บ้าง ตัวอักษรตรงส่วนฐานกระดุมช่างสะดุดตาจนมองข้ามไม่ได้

            “กระดุมนี่สำคัญยังไงหรือครับ ผมเห็นตัวอักษร จ”

            “เดี๋ยวนะลุงขอหาเอกสารประกอบก่อน” ดำรงหาเอกสารจากคอมพิวเตอร์เพียงครู่เดียว “คุณจิณณ์ให้การไว้ว่าเป็นกระดุมที่ทำให้ลูกๆ มีสามเม็ด เม็ดที่เห็นนี่น่ะเป็นของจิรเมธ”

            “แล้วของจิรกรล่ะครับ มีภาพกระดุมทั้งสามเม็ดหรือเปล่าครับ”  

            “ตอนนั้นจิรกรบอกว่าหายน่ะ สามวันต่อมาก็เอามาให้ตำรวจบอกว่าหาเจอแล้ว ธินสงสัยอะไรหรือ”  ดำรงถาม

            พันแสงยังไม่แน่ใจนัก แต่จากที่สรุปทั้งหมด เขาไม่พบพิรุธอะไรนอกจากเรื่องกระดุม ถ้ากระดุมมีความสำคัญ ทำไมของสำคัญถึงไปตกอยู่ที่อื่น แทนที่จะอยู่กับตัว แล้วถ้ากระดุมอยู่กับจิรกรตลอดเวลาทำไมต้องรอถึงสามวันถึงนำกระดุมมายืนยัน

            “กระดุมเม็ดนั้นยังอยู่ไหมครับ”

            “อยู่กับคุณจิณณ์” ดำรงจำได้แม่นว่าจิณณ์ขอไว้เป็นที่ระลึกถึงลูกชาย

            ดีแล้วที่เป็นอย่างนั้น จิณณ์จะไม่มีทางทำลายกระดุมเม็ดนั้น มั่นใจได้ว่าหลักฐานยังถูกเก็บไว้อย่างดี เขาควรรู้จักจิรเมธให้มากขึ้น ถึงจะตายไปแล้วก็ตาม

            “ผมอยากได้ประวัติอย่างละเอียดของจิรเมธ เขาไปไหน ทำอะไร คบกับใครก่อนตายทั้งหมด”

            “บอกลุงได้ไหมว่าธินจะทำอะไร”

            ดรัณคันปากยิบๆ รอจนเพื่อนพยักหน้าถึงได้ยอมบอก “ธินบอกผมว่าจิรกรเป็นคนฆ่าจิรเมธครับพ่อ”

            อาการของคนที่รู้ไม่ต่างกันนัก มันไม่น่าเชื่อ ใช่! พันแสงเองก็ไม่เคยคิดว่าเป็นจิรกร มันต้องมีสาเหตุที่พี่ชายแม้จะต่างสายเลือดทำแบบนั้น อย่างน้อยการเติบโตมาด้วยกัน ความรักฉันท์พี่น้องย่อมมีอยู่

            “ทำไมธินถึงมั่นใจนัก”

            “เชื่อผมสักครั้งนะครับ จิรกรเป็นคนฆ่าจริเมธ ถ้าได้หลักฐานมา ทุกคนจะเข้าใจ ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงเหมือนกัน”

            ดำรงพยักหน้าไม่อยากขัด เขาคิดว่าถ้าสืบแล้วไม่พบอะไร พันธินคงเลิกสงสัยไปเอง

            “ลุงคงช่วยเต็มที่แบบออกหน้าไม่ได้หรอกนะ แต่อยากได้อะไรบอกดรัณก็แล้วกัน”

            “ขอบคุณครับคุณลุง” พันแสงยกมือไหว้ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ วันนี้การเชื่อเขาคงยากเพราะไม่มีอะไรเป็นหลักฐานสักอย่าง

            สิ่งแรกที่เขาอยากให้ดรัณช่วยมีเพียงเรื่องเดียว ถ้ากระดุมที่ตกในที่เกิดเหตุไม่ใช่ของคนตาย แล้วกระดุมของจิรเมธอยู่ที่ไหน ดรัณรับปากว่าจะให้พวกๆ กันตามสืบให้ แต่ไม่รับปากว่าจะได้เรื่องขนาดไหน เรื่องมันผ่านมาเป็นปีแล้ว พันแสงเตรียมใจไว้เหมือนกัน

 

            พนักงานพากันมุงที่บอร์ดของบริษัทซึ่งจะมีประกาศต่างๆ แจ้งให้พนักงานรู้นอกจากการส่งเข้าเมล ประกาศล่าสุดได้สร้างเสียงฮือฮาและไม่นานเกินรอเรื่องคงถึงนักข่าวอีกตามเคย แม้ว่าจะกำชับและออกกฎห้ามเผยแพร่ข่าวภายในออกไปก็ตาม แต่ตราบใดยังไม่มีใครถูกบริษัทลงโทษ สายข่าวจำเป็นก็ยังคงส่งข่าวให้นักข่าวอยู่เสมอ

            พันแสงมาถึงบริษัทตามเวลาปกติ ทว่าในทันทีที่เขาก้าวเข้ามา เสียงความคิดของแต่ละคนที่ยังไม่เข้าห้องทำงานของตัวเองเพราะยังไม่แปดโมงเช้าก็เซ็งแซ่

            ...ไม่น่าเชื่อเลยนะ คุณเธียรคงโกรธลูกชายมากจริงๆ แล้วใครจะมานั่งเก้าอี้ท่านประธานแทนคุณธินล่ะทีนี้

            ...งานนี้สนุก เทวดาตกสวรรค์

            ...สงสัยจะเพราะเรื่องชกกันเมื่อวานแน่           พักนี้บริษัทมีแต่ข่าวฉาวๆ

            ...เดี๋ยวต้องโทรไปเมาท์กับเพื่อนสักหน่อย เผลอๆ คุณธินอาจถูกผู้หญิงทิ้งอีกรอบ

            พันแสงถอนใจไม่ใช่เพราะเรื่องที่เขาถูกปลดจากตำแหน่งประธาน แต่เพราะงานนี้อรอินทุ์โดนไปด้วย เขานึกอยู่แล้วว่าพ่อคงทำอะไรสักอย่างหลังจากหายโกรธ แต่ยังไม่ให้อภัย คิดหรือว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้เขารู้สึกอะไร อิชย์ออกมาจากลิฟต์แล้วเดินตรงมาหาพันแสงด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก

            “มากับผมก่อนครับ ก่อนที่นักข่าวจะตามมา คนนอกเริ่มรู้เรื่องกันแล้ว”

            “ไม่ต้องเล่าแล้วครับ ผมได้ยิน...หมดแล้ว” พันแสงยังยิ้มได้

            อิชย์พลอยยิ้มตาม แต่ยังคงเครียดอยู่เหมือนเดิม “ผมคิดว่าคุณธินน่าจะไปหาคุณเธียร ที่คุณเธียรทำแบบนี้ก็เพื่อให้กลับไปหา ไม่ได้ปลดจริงๆ หรอกครับ”

            พันแสงหัวเราะเลยทีนี้ การถูกปลดทำไมต้องเครียด ลุงอิชย์ช่างเป็นคนที่รักษาความลับและห่วงใยเขาอย่างจริงใจเสมอมา แต่ว่างานนี้อาจห่วงเก้อ

            “ดูหน้าของผมสิครับว่าทุกข์ใจตรงไหน”

            “อย่าทำเป็นเรื่องเล่นๆ สิครับ”

            อิชย์พาพันแสงเข้ามาในห้องทำงานของเขา ตอนนี้ถ้าให้พันแสงไปห้องที่ใช้ประจำคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณเธียรสั่งให้คนปิดใส่กุญแจล็อคไปแล้ว และเปิดห้องทำงานอีกห้องให้ลูกชายซึ่งทั้งเล็กและคนผ่านไปผ่านมาต้องเห็นว่าพันแสงถูกส่งไปทำงานในห้องนั้นแทนห้องท่านประธาน

            “ผมนึกๆ เอาไว้เหมือนกันว่าอาจมีวันนี้ ใบหน้าของผมเหมือนธิน ถึงผมพยายามทำตัวเองให้เหมือนธินขนาดไหน แต่ผมไม่ใช่ธิน หลายเรื่องธินยอมให้พ่อบงการ ถ้าเป็นธินไม่ใช่ผมในคืนนั้น ผมมั่นใจว่าธินจะยอมหมั้นกับผู้หญิงที่พ่อหามาให้ แต่ผมไม่มีวันยอม”

            อิชย์ก็พอเข้าใจ พี่น้องกัน ใบหน้าคล้ายกัน แต่นิสัยไปคนละทาง คนพี่สุขุม ประนีประนอม ทำได้ทุกอย่างในฐานะทายาทคนโต แม้จะฝืนใจตัวเอง คนน้องรักอิสระ กล้าได้กล้าเสีย ไม่ชอบให้ใครมาบงการ

            “แต่ก็น่าจะกลับไปคุยกัน”

            “ทำแล้วครับ ตอนนี้ผมก็แค่ตามเกมของพ่อไป ไม่น่าอยากรู้หรือครับว่าพ่อสามารถทำอะไรได้อีก ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้เลยว่าธินต้องเจอกับอะไรบ้าง เอาแต่คิดว่าพ่อรักธิน ไม่เคยรักผม แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าการเป็นลูกชายคนโตของคุณเธียรอาจไม่ใช่เรื่องที่น่าอิจฉา”

            อิชย์ถอนใจยาวก่อนจะเป็นคนพาพันแสงไปที่ห้องทำงานใหม่ พนักงานพากันมองแบบแอบๆ แต่ไม่กล้าซักถาม ถ้าพันแสงร้อนใจสักนิดคงดีหรอก วิรัตน์เดินผ่านมาพอดี เขาเข้ามาทำทีปลอบใจ ทว่าในใจกลับลิงโลด การที่เก้าอี้ท่านประธานว่างทำให้เขาได้ทำอะไรสะดวกขึ้น คุณเธียรถึงจะเก่ง แต่ก็ไม่ได้เข้ามาบริษัทรับเอกสารอยู่ที่บ้าน พันแสงยิ้มรับคำปลอบใจลวงโลก ใครว่าการถูกลดตำแหน่งแล้วว่าจะไม่มีอะไรทำ งานแรกของเขาคือหาหลักฐานมาจับหนอนบ่อนไส้ไงล่ะ

 

                แล้วจะมา up ต่อค่ะ

            อัมราน_บรรพตี

 

 

 

 

               

              แล้วจะมา up ต่อค่ะ ดวงใจองครักษ์ ตอน ล่ารักทะเลทราย(ธามิน) up แล้วค่ะ 
             http://writer.dek-d.com/Darrano/story/view.php?id=1224066

            อัมราน_บรรพตี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #271 ViVi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 19:18
    ขอบคุณค่ะไรเตอร์
    #271
    0
  2. #267 แว่นใส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 17:56
    ว่างที่จะสืบหาคนร้ายได้แล้ว
    #267
    0
  3. #266 fsn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 11:53
    ช่างเป็นคุณพ่อ ที่ใช้คำว่า เผด็จการ ได้เต็ม ร้อย เจงๆ

    #266
    0
  4. #265 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 11:12
    รออ่านต่อนะคะ
    #265
    0
  5. #264 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 10:23
    พันแสงจะเป็น sherlock holmes
    #264
    0
  6. #263 nina (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 10:20
    งานนี้กวนใครไม่ได้ก็กวนพ่อตัวเองไปก่อนก็แล้วกันนะนายแสง
    #263
    0
  7. #262 nana (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2557 / 20:03
    เริ่มจะคลายปมแล้ว รีบมาอัพต่อนะคะ
    #262
    0
  8. #260 แว่นใส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 17:54
    รู้ตัวคนร้ายแล้ว ดีจัง
    #260
    0
  9. #258 แว่นใส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 16:48
    เดี๋ยวได้เรื่องอีกหรอก
    #258
    0
  10. #257 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 15:38
    สนุกมากๆๆค่ะ ^^
    #257
    0