คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100%


     อัพเดท 6 ก.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 6 Overall : 17,864
168 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 72 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1063 , โพส : 4 , Rating : 96% / 10 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ตอนที่ 2

 

                ปุริมานตาลีตาเหลือกรีบขับรถออกไปจากบ้าน แต่ยังไม่ทันถึงประตูหน้าบ้านก็ต้องจอดรถรีบวิ่งกลับมาเมื่อเห็นลุงแสงแวบๆ จากหางตาว่ากำลังยืนรออยู่พร้อมกุหลาบขาวตามสัญญา หญิงสาวรีบขอบคุณแล้วรีบยิ่งกว่าเก่าวิ่งกลับมาขึ้นรถที่ยังสตาร์ทเครื่องค้างไว้แล้วขับออกไปจากบ้านทันที

                การจราจรไม่เลวร้ายเท่าเวลาที่เดินเร็วเหลือเกิน หญิงสาวมองนาฬิกาแล้วถอนใจเฮือก สาย...สายแน่ๆ วันนี้เธอวางแผนคร่าวๆ ว่าจะนัดประชุมกับคนของเลเวีย กรุ๊ป แต่ก่อนหน้านั้นจะเลี้ยงอาหารเช้าหรือไม่ก็กาแฟสำหรับการเริ่มต้นทำงานร่วมกัน พัง...ทุกอย่างพังเพราะเธอดันนอนไม่หลับเพราะคิดถึงคนที่ไม่รู้ไปอยู่หลืบไหนของโลกถึงได้ตื่นสายอย่างไรล่ะ

                มีทีมงานจากเลเวียมาถึงแล้วหรือยังคะคุณอลินปุริมานถามเลขาส่วนตัวที่มากวัยกว่าในทันทีที่มาถึงโต๊ะเลขาพร้อมกับส่งกุหลาบที่หอบติดมือมาด้วยให้เลขาช่วยไปจัดใส่แจกัน

                มาแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่ในห้องทำงานที่คุณบัวสั่งให้เตรียมไว้อลินตอบพลางรับกุหลาบขาวมาอย่างรู้หน้าที่

                ถ้างั้นช่วยโทรนัดให้ทีนะคะว่าอีก 15 นาทีบัวจะขอพบ อ้อ โทรบอกพี่ปราณด้วยจะได้เข้าไปคุยพร้อมๆ กันเลย

                ค่ะ คุณบัว

                ปุริมานรีบเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง ความรู้สึกตอนนี้ช่างเหมือนตอนเรียนหนังสือที่แอบเข้าห้องเรียนตอนที่อาจารย์กำลังหันหลังชะมัด การที่จู่ๆ จับพลัดจับผลูได้มาเป็นผู้บริหารทำให้เธอต้องปรับตัวหลายอย่าง หนึ่งในเรื่องเหล่านั้นนั่นคือการตรงต่อเวลา เถอะน่าช้าไป 10 นาทีพรุ่งนี้จะมาให้เร็วกว่านี้และวันนี้จะทำงานเกินเวลาให้ หญิงสาวสัญญากับตัวเองโดยไม่ทันได้สังเกตว่าไม่ใช่เพียงอลินเท่านั้นที่รู้ถึงการมาสายของเธอ

                ผมคิดว่าผู้บริหารของวินิกานต์น่าจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้

                เจ้าของห้องผงะตกใจมองหาที่มาของเสียงทุ้มๆ เจ้าของประโยคภาษาอังกฤษที่ฟังดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ก็ไม่พบว่าใครอยู่ในห้องจนกระทั่งเก้าอี้ที่เธอนั่งประจำหมุนกลับมาพร้อมกับเผยที่มาของเสียงตำหนิที่ทำให้ปุริมานเบิกตากว้างผงะค้าง สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง เวลาหยุดนิ่งเพื่อเธอในวินาทีนั้น

                เวลาชั่วไม่กี่วินาทีผ่านไปอย่างเนิ่นช้าราวกับโลกได้หยุดนิ่งเพื่อย้อนกลับไปยังวันวานของช่วงหนึ่งในชีวิตที่มีคนสำคัญคนหนึ่งเข้ามาช่วยเติมเต็มบางสิ่งที่ขาดหาย แต่แล้วเขาคนนั้นก็หายไปจากชีวิต เคยอยากกอดใครสักคนมากจนเหมือนกับขาดอากาศไม่ได้ไหม

ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นคำถามมากมายก็พลั่งพรูเข้ามาในสมองจนสับสน ปุริมานยื่นมือไปจับมือหนาไว้ มองหน้าผู้ชายที่เธอไม่มีวันลืมเขาได้ 10 ปีนานมากก็จริง แต่เขาไม่เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่เราได้บอกลากัน แขนกลมกลึงวาดกอดร่างสูงใหญ่ไว้แนบอก เท่านี้นานพอแล้วหรือยังสำหรับการจากกัน

                พี่เต...!!!

หญิงสาวกระชับกอดแน่นน้ำตาไหลริบอาบแก้มทั้งดีใจและเสียใจระคนกัน  

“หายไปไหนมาตั้งนาน รู้ไหมหนูบัวรอ แล้วกลับมาทำไมไม่บอกหนูบัวสักคำ

                ร่างสูงตะลึงอึ้งไม่นึกว่าจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าของห้องด้วยอ้อมกอดหลังจากถูกเขาตำหนิ

                พูดอะไรของคุณ ผมไม่ชอบให้ทำแบบนี้นะ ที่นี่มันที่ทำงานเสียงทุ้มคำรามบอกด้วยภาษาเดิมอย่างไม่พอใจเมื่อเป็นฝ่ายถูกจู่โจม

                ใบหน้ามอมแมมด้วยน้ำตาจนเครื่องสำอางเริ่มเลือนเงยขึ้นค้อนใส่คนที่เธอสมควรโกรธ แต่ความดีใจมีมากกว่า แม้จะแปลกใจนิดๆ ว่าทำไมต้องพูดอังกฤษใส่กันด้วย ทำอย่างกับฟังภาษาไทยที่เธอพูดไม่ออกอย่างนั้นแหละ

                พี่เตอย่ามาล้อบัวเล่นได้ไหมคะ

                ใบหน้าคร้ามเปลี่ยนเป็นยิ้มพราว ก่อนจะหัวเราะคล้ายเสียงคำรามของเสือในยามค่ำคืนออกมา แขนแข็งแรงกว่ากระชากร่างที่กอดรัดออกไป เขาไม่ชอบธุรกิจที่มาพร้อมกับการแลกเปลี่ยนที่ยังไม่ได้ทันได้เสนอก็ถูกประเคนให้ นี่น่ะรึลูกสาวคนเดียวของกานต์ กานต์กิจติยา ช่างน่าผิดหวังเสียจริง

                ผมพอจะรู้สาเหตุแล้วว่าทำไมวินิกานต์ถึงได้ย่ำแย่กว่าที่คิด นั่นเพราะมีคุณเป็นผู้บริหารยังไงล่ะ

ปุริมานแปลคำพูดของเขา ดวงหน้าคมหวานเผือดซีด คิ้วโก่งสวยขมวดมุ่น ทำไมพี่เตถึงเจ้าอารมณ์ไม่เหมือนพี่เตที่เธอเคยรู้จัก ซ้ำยังทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกัน สายตาที่มองมาช่างว่างเปล่าราวกับนี่คือการพบกันเป็นครั้งแรก ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

ใบหน้าคร้ามส่ายอย่างไม่พอใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้แม้กระทั่งผู้ร่วมทุนกระนั้นหรือ ใช้ไม่ได้!

ผมชื่อแพทริค ตั้งสติ แล้วไปพบผมที่ห้องทำงานด้วย

นานสำหรับคนรอที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่ กว่าที่หญิงสาวจะหาเสียงของตัวเองพบและเอ่ยคำที่ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ในตอนนี้ดีขึ้นมาได้เลย

                คุณ...แพทริค!”

                ใช่ อีก 10 นาทีเชิญมาประชุมที่ห้องทำงานของผมด้วยครับแพทริคบอกเสียงเข้มก่อนจะสั่งต่อไปว่าอ้อ ถ้าจะให้เราทำงานได้ราบรื่นช่วยมาทำงานให้ตรงเวลาด้วยนะครับและอย่างทำแบบนั้นกับผู้ชายที่ไม่รู้จักคุณ

                ปุริมานกะพริบตาเพื่อไล่น้ำใสอุ่นที่เอ่อขึ้นมากลบตา ถึงกระนั้นเธอก็ยังเห็นใบหน้าของเขาชัดเจนจนกระทั่งเขาหมุนกายเดินออกไปจากห้องไป

การะเต...

เธอมั่นใจว่าไม่มีทางจำใบหน้าของเขาไม่ได้ แต่ทำไมเขากลับเป็นฝ่ายที่ทำเหมือนไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน ซ้ำยังไม่เข้าใจภาษาไทยสักคำ โลกนี้จะบังเอิญมีคนหน้าเหมือนกันราวกับคนคนเดียวกันได้จริงๆ น่ะหรือ

                แล้วคุณแพทริคจะเป็นพี่เตของเธอได้ยังไง ไม่เข้าใจสักนิด แล้วหากเขาเป็นพี่เตทำไมถึงจำเธอไม่ได้ล่ะ แล้วถ้า...เขาไม่ใช่พี่เต แต่เป็นคนหน้าเหมือนซึ่งก็แทบไม่น่าเชื่อ 1 พันล้านละมั้งถึงจะเกิดขึ้นได้ ตอนนี้เขาจะคิดยังไงกับเธอ โอ้ย! ไม่อยากคิด ถ้าไม่คิดว่าเธอบ้าผู้ชายก็คงคิดว่ากำลังอ่อยเขาอยู่กระมัง ไม่ว่าคิดอย่างไหนก็แย่ทั้งนั้น

 

                ปราณมายืนรอปุริมานอยู่หน้าห้องประชุม พอเห็นน้องสาวเดินมาก็สั่งด้วยสายตาให้รีบเข้าห้องประชุมเพราะนอกจากแพทริคกับทีมงานจากเลเวีย กรุ๊ป แล้วยังมีอัศนัยและผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ขอเข้าร่วมประชุมทั้งที่ไม่เห็นด้วยในการร่วมทุนตั้งแต่แรก

การประชุมดำเนินตามที่ปราณบอกปุริมานไว้ว่าทาง เลเวีย กรุ๊ป ต้องการทบทวนสภาพคล่องทางการเงินของวินิกานต์อย่างซื่อตรงอีกครั้ง รวมถึงการสรุปสาเหตุของการขาดสภาพคล่องทางการเงินที่มาจากการยกเลิกการสั่งซื้อของลูกค้าเนื่องจากพบปัญหาในกระบวนการผลิตหลังการใช้สารเคมี ซึ่งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

ปุริมานพยายามตั้งใจฟังการประชุม แต่ความสนใจกลับพุ่งไปที่แพทริค คำถามมากมายผุดขึ้นมาในสมอง เมื่อปราณหันมามองก็เห็นถึงความผิดปกตินั้นของน้องสาวที่จ้องแต่แพทริคพลางขมวดคิ้วมุ่น ภาษาอังกฤษไม่ใช่อุปสรรคของปุริมาน แต่ว่าอะไรกันหนอที่เป็นอุปสรรค

                “เป็นอะไรหรือเปล่าน้องบัว ไม่สบายหรือเปล่า”

                “เปล่าค่ะพี่ปราณ” ปุริมานไม่รู้ว่าจะบอกพี่ชายอย่างไรดีในตอนนี้เหมือนกัน

                สายตาคมวาวตวัดผ่าน แพทริครู้ตัวเสมอว่าผู้หญิงคนนั้นมองเขาอยู่ตลอดเวลา

                “ไม่ทราบว่าประเด็นที่ทางเลเวียสรุปมาเป็นไปในแนวทางเดียวกับทางวินิกานต์หรือเปล่าครับคุณปุริมาน ถ้าใช่เราจะได้หาแนวทางการแก้ไขในระยะสั้นและระยะยาวกันในวันนี้เลย”

                “เอ่อ...” คนถูกถามตั้งตัวไม่ทันเลยกลายเป็นเป้าโจมตีทันที

                “ผมคิดว่าในตอนนี้เรากำลังช่วยแก้ปัญหาสำคัญร่วมกัน ฉะนั้นการให้ความสนใจในการประชุมน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนคิดอยู่ในตอนนี้ใช่ไหมครับท่านประธาน”

                ทุกคนในห้องประชุมหันมามอง ท่านประธานมีทั้งลุ้นแทนและสะใจ ปราณกำลังจะขอโทษแทนแต่หญิงสาวชิงพูดขึ้นเสียเองด้วยภาษาอังกฤษตามที่เขาใช้ตลอดการประชุม

                “ค่ะ คุณแพทริค ขอโทษนะคะทุกท่าน”

                “คุณแพทริคอย่าถือสาหลานบัวเลยครับ แกอาจจะอยู่ในช่วงปรับตัว” อัศนัยพูดขึ้นพลางหัวเราะเอ็นดู

                “ครับ แล้วไม่ทราบว่าคุณอัศนัยมีความคิดเห็นยังไงบ้าง”

                “ผมเห็นด้วยนะ ถ้าไม่หาสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมลูกค้าถึงรีเจ็คสินค้า เราก็ทำอะไรต่อไม่ได้”

                ปราณก้มหน้ายิ้มขันอยากจะถามอัศนัยต่อเหลือเกินว่าถ้าให้ช่วยแจกแจงปัญหาจะบอกได้ครบไหม หนึ่งในนั้นก็มีผลมาจากการใส่เกียร์ว่างไม่ยอมทำงานนั่นล่ะ

                “ถ้างั้นผมขอเสนอให้คุณปราณเดินทางไปยุโรปและอเมริกากับปีเตอร์เพื่อเจรจากับลูกค้า ส่วนปัญหา...”

                “ฉันขอเสนอตัวหาสาเหตุที่สินค้าถูกรีเจ็คเองค่ะ”

                ทุกคนในห้องประชุมหันมามองปุริมานอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้ง ปราณจะห้ามก็ไม่ทันแล้ว เขายังไม่อยากให้ปุริมานเป็นเป้าโจมตีของอัศนัยกับพวก เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แทบกระดิกตัวไม่ได้แล้ว

                “จะไหวหรือหลานบัว” อัศนัยถามหน้าตาห่วงใยลูกสาวของเพื่อน

                แพทริคกดยิ้มที่มุมปาก แล้วเมื่อสายตาของทุกคนในที่ประชุมเบนมาที่เขาคำตอบที่รอคอยก็มาถึง

                “ตกลงตามนั้น แต่ในระหว่างที่ผมต้องทำความเข้าใจกับงานทั้งหมดของวินิกานต์ คุณปุริมานจะช่วยอธิบายงานตามเรื่องที่ผมร้องขอได้ไหมครับ”

                ปุริมานเงยหน้ามองเจ้าของคำสั่งที่ไม่ควรจะมาลงที่เธอได้ ทีมงานของเขาก็มีตั้งหลายคน อีกทั้งข้อมูลต่างๆ ได้มีการส่งมอบให้เพื่อการทำงานของแพทริคอยู่แล้ว เป็นอย่างนี้แล้วจะให้เธอคิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากเขาอยากแกล้งเพราะคิดว่าเธอคงไม่มีอะไรในสมองนอกจากเรื่องผู้ชาย

                “ก็ได้ค่ะ”

                “รับปากแล้วต้องทำให้ได้นะหลานบัว”         อัศนัยเอ่ยพลางหัวเราะเสียงไม่เบานัก

                “ค่ะ ลุงอัศนัย”

                ปราณมองปุริมานเหมือนอยากพูดอะไร แต่ก็เปลี่ยนใจยอมให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป แพทริครออยู่ชั่วอึดใจจึงสรุปงานที่ต้องทำร่วมกันแทนประธานในที่ประชุมที่คล้ายหุ่นเข้าไปทุกที

                “การเจรจาควรใช้เวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์ การหาสาเหตุต้องพบภายใน 3 สัปดาห์เหมือนกัน ในระหว่างนี้ทีมของผมจะร่วมหาสาเหตุร่วมกับคุณปุริมาน ไม่ทราบว่าใครต้องการสอบถามอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ”

                ไม่มีใครเอ่ยเสียงหรือแม้แต่สบตา การประชุมในครั้งนี้หากมองเผินๆ ก็ไม่ต่างจากการประชุมทั่วไป แต่หากมองให้ลึกกว่านั้นก็จะเห็นว่าทุกคนในห้องประชุมได้ยอมรับด้วยการกระทำรวมทั้งปุริมานถึงการยอมให้แพทริคเป็นผู้นำ เก้าอี้ปะธานการประชุมของปุริมานดูไร้ความหมายไปทันที

                “ถ้างั้นผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้”

แพทริคมองความแตกแยกที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างผู้บริหารผู้มากวัยแต่ไร้อำนาจสิทธิขาดเพราะผู้บริหารอ่อนวัยที่มีอำนาจจากการถูกแต่งตั้ง จะด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มก็ตามแต่ ปุริมานก็มีเพียงอำนาจในกระดาษเท่านั้นเอง

               ...ผู้บริหารไร้ประสบการณ์วินิกานต์จะไปรอดได้ยังไง ไม่รู้คุณกานต์คิดอะไรถึงได้ต้องการให้ลูกสาวไร้ประสบการณ์มาบริหารงาน น่าจะเห็นอยู่แล้วว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลย

                 

                ปราณรั้งแขนของปุริมานไว้และเดินให้ช้าลง รอจนกระทั่งทุกคนแยกย้ายกันกลับไปห้องทำงานจนหมดแล้วเขาก็เดินช้าๆ ให้เวลาทอดยาวขึ้นอีกหน่อย ร่างเพรียวยอมเดินช้าลงตามพลางมองหน้าพี่ชายแล้วยิ้มออกมา เธอพอจะรู้แล้วหละว่าอะไรทำให้คนสุขุมรอบคอบทำหน้าเหมือนกินอะไรขมๆ เข้าไป

                “ขอโทษนะคะที่บัวไม่เอาไหน”

                “ไม่ใช่อย่างนั้น น้องบัวเก่งพี่รู้ ตอนนี้พี่ไม่สบายใจเท่านั้นเอง นอกจากคุณอัศนัยที่รอโอกาสเข้ามานั่งเป็นผู้บริหารแทนน้องบัวแล้ว ตอนนี้คุณแพทริคก็ดูไม่พอใจบัวเท่าไหร่ด้วย” ปราณเอ่ยเสียงเบาหน้าตายิ่งหนักใจ

                เขาไม่ได้ตาบอดในที่ประชุมการแสดงออกของแพทริคดูจะไม่พอใจปุริมานอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะไม่โจ่งแจ้งอะไร แต่เขาก็ดูออก

                “ก็ดีกว่ามาทำกรุ้มกริ่มใส่ไม่ใช่หรือคะ” ปุริมานกลับหัวเราะชอบใจ แล้วท่าทางแบบไหนล่ะที่ปราณเห็นแล้วถึงจะสบายใจ

                “แต่ก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น”

                “ไม่แปลกหรอกค่ะ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้...”

                ปุริมานเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าให้ปราณฟังอย่างไม่ปิดบัง ชื่อของการะเตอาจจะไม่ใหม่สำหรับปราณ เขาเคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยได้พบทำความรู้จักกันมาก่อน พอถามว่าหญิงสาวยังมั่นใจว่าแพทริคเป็นการะเตอยู่ไหม เขากลับได้คำตอบที่น่าปวดหัวกว่าว่า

                “ยังมั่นใจอยู่ค่ะ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ใช่พี่เต บัวก็จะไม่ลบความคิดนี้ออกไป” ถ้าเขาเป็นพี่เตจริงๆ มันต้องมีเหตุผลแน่ๆ ว่าทำไมเขาถึงทำเหมือนกับไม่รู้จักเธอ

                “แล้วเรื่องอธิบายงานให้คุณแพทริค น้องบัวไหวแน่นะ” ปราณเสถามเรื่องอื่น เรื่องนั้นถ้าถูกปฏิเสธในครั้งที่สองหรือสามปุริมานคงเลิกคิดไปเอง

                “ไหวค่ะ ก็ได้ครูเก่งที่สุดมาสอนตั้งเป็นเดือนๆ รับรองลูกศิษย์ไม่ทำให้ขายหน้ามาถึงครูเด็ดขาด”

                “ได้ฟังแบบนี้พี่ก็ค่อยเบาใจ ในระหว่างที่พี่ไม่อยู่พบปัญหาอะไรก็ใช้สติให้มาก แล้วก็อย่าลืมโทรหาพี่เผื่อว่าจะได้ช่วยกันคิด”

                “เคลียร์สายให้ว่างนะคะพี่ปราณ บัวโทรหาแน่ๆ เชียว”

                ปราณยื่นมือมาตบไหล่บางอย่างอ่อนโยนและยิ้มให้น้องสาวของเขา ปุริมานยิ้มตามแต่เมื่อเห็นว่าใครกำลังเดินมาหารอยยิ้มสดใสก็เปลี่ยนเป็นฝืนตามมารยาทแทนทันที

                “เจอตัวพอดี”

                “ไง ยัยบัวไปอยู่บ้านโน้นตามใจชอบ สบายดีหรือเปล่า” ราศีถามปลายเสียงสะบัดนิดๆ

                ปุริมานเงยหน้ามองปราณที่ยิ้มให้กำลังใจ หญิงสาวพูดเสียงอ่อนลงสำหรับแม่เลี้ยงอย่างคุณราศีอาจจะเจ้ายศเจ้าอย่างไปไม่น้อย แต่ถ้าพูดดีๆ และยอมให้รู้สึกว่างนางเหนือกว่าเรื่องบางเรื่องก็จะผ่านไปได้

                “ค่ะ คุณราศี บัวขอโทษนะคะที่ไม่ได้ไปบอกด้วยตัวเอง”

ลูกเลี้ยงยกมือไหว้ซึ่งสามารถทำให้หน้าตาบึ้งตึงคลายลง ถึงไม่ยิ้มออกมาแต่ก็รู้ได้ว่ากำลังอารมณ์ดีขึ้น แถมยังมีพนักงานเห็นสิ่งที่ปุริมานทำก็ยิ่งพอใจ ถึงลูกเลี้ยงจะมานั่งเก้าอี้ประธาน แต่คนที่เหนือว่าก็ยังเป็นแม่เลี้ยงอยู่ดี

                “ไม่เป็นไร ฉันมันแค่ผู้อาศัยจะมีปากเสียงอะไรได้ล่ะ”

                “คุณแม่ครับ น้องบัวไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกครับ เหตุผลก็อย่างที่ผมบอกไปไง คุณแม่เข้าใจน้องบัวด้วยนะครับ” ปราณช่วยขอร้องแทนก่อนที่เรื่องจะบานปลาย

                “ย่ะ แล้วนี่งานการไม่ทำกันหรือไงถึงได้มาจับกลุ่มคุยกันแบบนี้”

                “เปล่าค่ะ บัวกลับห้องทำงานก่อนนะคะพี่ปราณ”

                ปุริมานยกมือไหว้แม่เลี้ยงอีกครั้งก่อนจะค้อมหลังเดินจากไป แม้ว่าจะเห็นรสิกาที่ตามคุณราศีมายิ้มเหยียดให้ ช่างครบสูตรดีแท้ แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง แล้วยังลูกติดที่มีวัยใกล้เคียงกันทำให้มีเรื่องแข่งขันกันอยู่ร่ำไป โชคดีเหลือเกินที่ปราณเป็นคนเดียวที่ดีกับเธอเสมอ

                “คุณแม่มาทำอะไรที่บริษัทหรือครับ”

                “ทำไม ถ้าไม่มีอะไรแม่มาที่นี่ไม่ได้แล้วหรือไง?” ราศีหันมาถามลูกชายที่ไม่ได้ดั่งใจของนาง แทนที่จะไม่พอใจที่ต้องมาทำงานให้นังเด็กนั่น ตำแหน่งรึก็ต่ำกว่า แต่กลับไม่ยินดียินร้าย ทั้งๆ ที่ตัวเองเพียบพร้อมพอจะเป็นประธานด้วยซ้ำ

                “ไม่ใช่ครับ ผมจะได้ดูแลคุณแม่ถูกยังไงค่ะครับ” ปราณเอ่ยเอาใจถึงจะเห็นน้องสาวเบะปากใส่

                “แม่มาหาคุณอัศนัย แกจะถามแม่ด้วยไหมว่ามาหาด้วยเรื่องอะไร”

                “มาครับ ผมพาไปส่งที่ห้องทำงานคุณอัศนัย เดี๋ยวกลางวันนี้จะได้ไปทานอาหารด้วยกัน” ชายหนุ่มอาสาพลางยื่นแขนให้แม่จับ แต่พอหันไปมองข้างหลัง รสิกากลับยังไม่เดินตามมา “ยัยโรสจะอยู่ยาวหรือว่าเดี๋ยวก็ไปแล้ว”

                “ดูก่อน ถ้าไม่มีอะไรสนุกๆ ก็จะไปหาเพื่อน”

                “ตามใจ”

                เดินไม่กี่ก้าวสามแม่ลูกก็มาถึงห้องทำงานของอัศนัยที่ปราณเคยเดินมาที่นี่นับครั้งได้ แต่แม่ของเขากับเจ้าของห้องทำงานสนิทสนมกันมาตั้งแต่คุณลุงกานต์ยังมีชีวิตอยู่ การไปมาสู่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากจะไม่ใช่ในช่วงที่บริษัทกำลังอยู่ในภาวะคล้ายแดนสนธยาดูไม่ออกว่าใครมิตรแท้ ใครศัตรูหรือเพื่อนในคราบศัตรู

                “สวัสดีคุณอัศนัย”

                “อ้าวคุณราศี ไม่น่าลำบากมาถึงที่นี่ ถ้ามีอะไรโทรเรียกให้ผมไปพบที่บ้านก็ได้ครับ” อัศนัยรี่เข้ามาพาราศีไปนั่งที่โซฟารับแขกทันที

                “ฉันผ่านมาทางนี้พอดีน่ะค่ะ” ราศียิ้มพราวก่อนจะหันไปส่งสายตาดุๆ ใส่ลูกชาย  “ปราณจะไปทำงานก็ไปเถอะลูก แม่คุยกับคุณอัศนัยไม่นานหรอก เดี๋ยวกลางวันเจอกัน”

                “ครับแม่”

                “แล้วโรสล่ะคะแม่” รสิกาหน้าเริ่มงอเพราะไม่ชอบคุยเรื่องของคนแก่ แต่ที่ตามแม่มาก็เพราะอยากมาดูน้ำหน้าของปุริมานแค่นั้นเอง

                “ไปอยู่กับพี่เค้าก่อนก็ได้นี่ หรือว่าจะไปหาเพื่อนก็ได้”

                “ถ้างั้นโรสไปเดินเล่นแถวๆ นี้ดีกว่า เผื่อจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ทำ”

                ปราณสบตาน้องสาวรู้สึกได้ทันทีว่ารสิกาคงไม่ไปหาเพื่อนตอนนี้หรอก เขารู้ดีว่าน้องสาวจะไปไหนและไม่ห้ามด้วย เรื่องแค่นี้มีหรือปุริมานจะจัดการไม่ได้ เรื่องของสาวๆ เขาไม่ยุ่งดีกว่า ตอนนี้สิ่งที่เขาควรสนใจคือแม่มาคุยอะไรกับคุณอัศนัยต่างหาก

 

                รสิกาเดินด้วยความมั่นใจไปยังห้องทำงานของปุริมาน อลินไม่อยู่ที่โต๊ะเลขาพอดีเสียด้วย นี่แหละเรื่องสนุกๆ ของเธอ เรียวปากสวยเคลือบลิปติกสีแดงยิ้มเหยียดให้บานประตูพลางเปิดเข้าไปแล้วกวาดตามองไปในห้องยิ่งสมใจเมื่อเห็นปุริมานนั่งทำงานอยู่พอดี

เธออายุมากกว่าลูกเลี้ยงของแม่แค่ไม่กี่เดือนก็จริง แต่ไม่มีอะไรที่เข้ากันได้สักอย่าง มีเพียงเรื่องเดียวที่เราสองคนคิดเหมือนกันนั่นคือต่างคนต่างอยู่ ยกเว้นเวลาที่เธออยากมีเรื่องสนุกๆ ให้หัวเราะสะใจเท่านั้นที่อยากเห็นหน้าปุริมาน

                “ห้องทำงานหรูจังเลยเนอะ นี่เธอสั่งให้คนมาตกแต่งห้องนี้ใหม่หรือยัยบัว”

                ปุริมานเงยหน้าขึ้นมอง แขกที่ได้มีเชิญให้เข้ามา เธอรู้ว่าคนไร้มารยาทในบริษัทคงไม่มีนอกจากจะเป็นคนข้างนอกเท่านั้น

                “ทำไมเข้ามาเฉยๆ น่าจะเคาะประตูก่อนที่จะเข้าห้องของคนอื่นไม่รู้หรือไงโรส”

                “รู้ แต่ไม่อยากทำมีอะไรไหม” รสิกาตอบพลางเบ้ปากใส่เจ้าของห้อง ก่อนจะแกล้งไปกดเปิดม่านจนห้องสว่างจ้า

                ปุริมานมองจอคอมลำบากเมื่อมีแสงมากเกินไป เธอรู้ตั้งแต่เห็นหน้ารสิกาข้างนอกห้องแล้วว่ายังไงลูกเลี้ยงของพ่อก็ต้องมา เยี่ยมที่ทำได้ตอนนี้ก็แค่อดทนให้มากพอเท่านั้น

                “ว่างมากนักหรือไง?

                รสิกาเลิกคิ้วมองคนเพิ่งว่างเพราะทำงานไม่ได้ก่อนจะไปนั่งไขว่ห้างที่ชุดรับแขก

                “ใช่ ถึงได้มีเวลามาบอกข่าวดีกับเธอไงล่ะยัยบัว เดี๋ยวจะตกข่าวเอาเสียเปล่าๆ”

                นั่นไงล่ะ ปุริมานนึกแล้วว่ารสิกาคงไม่ได้มาป่วนอย่างเดียว แต่พกเรื่องที่หวังให้เธอร้อนใจถึงขั้นทุรนทุรายได้ยิ่งดีเข้ามาด้วย

                “ถึงฉันบอกว่าไม่อยากรู้เธอก็คงยัดเยียดอยากเล่าอยู่ดี ถ้าอย่างนั้นก็รีบๆ พูดมาแล้วออกไปจากห้องทำงานของฉัน ฉันต้องการความสงบ”

                คู่แข่งในทุกเรื่องของปุริมานยกเว้นเรื่องเรียนหัวเราะชอบใจ ยัยนั่นเดาถูก ถึงไม่อยากฟังเธอก็จะพูด สิ่งเดียวที่อยากเห็นก่อนออกไปจากห้องนี้ก็แค่น้ำตาสักหยดหรือไม่ก็หน้าซึมๆ ของปุริมานก็เท่านั้นเอง

                “นี่เธอขอเองนะ ถ้ารู้แล้วร้องไห้ขี้มูกโป่งทำงานไม่ได้อย่ามาโทษฉันนะ”

                “ถ้าเรื่องมันแย่ขนาดนั้นเธอก็ไม่ต้องบอก” ปุริมานตอบกลับมาอย่างเซ็งๆ อยากเล่าจนอกแทบแตกแล้วยังมาทำเล่นตัวอีก

                “ได้ไงล่ะ พี่เอกคงรู้สึกไม่ดีน่ะสิที่เธอถูกปิดไม่ให้รู้เรื่อง”

                “ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าไม่ออกไปหรือเล่าๆ ให้มันจบฉันจะสั่งให้ รปภ. มาเชิญเธออกไป”

                รสิกาถลึงตาใส่อย่างหมั่นไส้ เชอะ! คนอย่างปุริมานเธอรู้ว่ากล้ามาหลายเรื่องแล้ว แต่ถึงขนาดโทรเรียก รปภ. ถ้าอยากขายหน้ากันหมดก็ลองดูสิ รับรองว่าได้รู้ฤทธิ์แม่เลี้ยงแน่นอน

                “หนึ่ง...สอง” ปุริมานเริ่มนับ ขี้เกียจรอ เธอมั่นใจยังไงรสิกาก็ต้องเล่าออกมา

                “พี่เอกขอฉันหมั้นแล้ว”

                “ไหนล่ะแหวน?” หญิงสาวถามกวาดตามองไปที่นิ้วนางข้างซ้ายซึ่งยังว่างโล้นไร้ซึ่งแหวนสักวง

                รสิกายกแขนข้างนั้นขึ้นมากอดอกพลางเก็บเรียวนิ้วไว้ที่ข้างลำตัวพร้อมกับตอบกลับไปอย่างเหนือกว่า

                “ออกแบบอยู่”

                ปุริมานไม่แน่ใจก็จริงว่ารสิกาพูดจริงหรือว่าโกหก แต่เรื่องจริงก็คือต่อให้เอกภพมาขอยัยโรสแต่งงานเธอก็คงไม่ตื่นเต้นเท่าเวลาลุ้นผลสอบหรอก

                “อือ ฮึ แล้วไง จะให้ฉันโทรไปแสดงความยินดีกับพี่เอกด้วยหรือเปล่า”

                “ก็ดี พี่เอกเค้าไม่อยากบอกเธอหรอกนะ กลัวเธอจะทำใจไม่ได้” ว่าที่คู่หมั้นบอก แต่ดวงตาแสนจะรอคอยคู่นั้นระเรื่อแววสะใจ ถ้าปุริมานร้องไห้มาตอนนี้เธอจะยอมหยุดด้วยความสงสารก็แล้วกัน

                “งั้นหรือ ถ้างั้นก็ลองให้เขามาบอกฉันด้วยตัวเองจะได้รู้ว่าฉันทำใจได้หรือไม่ได้”

                “มานึกเสียดายตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วย่ะ”

                ปุริมานหัวเราะ ย้ำว่าหัวเราะ ไม่ใช่ร้องไห้อย่างที่รสิกาหวังจะได้เห็น พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดีเหมือนกันเธอจะได้เคลียร์ตัวเองเสียที

                “ฉันควรดีใจต่างหาก แค่ฉันปลื้มพี่เอกอย่างรุ่นน้องปลื้มรุ่นพี่เธอก็รีบกระเสือกกระสนร่ายเสน่ห์จนได้เป็นแฟนกับพี่เอก ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่เคยรักผู้ชายคนนั้นเลย ถ้าจะแย่งทุกอย่างที่ฉันสนใจเพื่อชดเชยในสิ่งที่เธอขาด เธอก็ไม่มีวันได้สิ่งที่ฉันรักหรือรู้สึกเต็มกับชีวิตได้หรอก”

                “มากไปแล้วนะ!

รสิกาหยุดยิ้ม มองคนกล่าวหาดวงตาแผดร้อน เธอจะมาอยากได้ผู้ชายของปุริมานทำไม ช่วยไม่ได้ต่างหากที่ผู้ชายมาสนใจเธอเอง

                ปุริมานเดินไปหยิบรีโมทแล้วกดเลื่อนปิดม่าน ไม่ลืมหยิบรีโมทมาไว้ใกล้ๆ ตัว ห้องกลับมาสดใสด้วยแสงไฟอ่อนๆ ไม่แสบตาตามเดิม ท่าทางเรียบเรื่อยไม่ร้อนใจของคู่แค้นยิ่งทำให้รสิกาเดือดดาล ซ้ำยังมีแรงมาสอนเธออีก แทนที่จะร้องไห้ขี้มูกโป่งไป

                “กลับไปทบทวนตัวเองดีกว่าว่าเธอรักพี่เอกจริงๆ หรือว่าแค่อยากทำให้ฉันเสียใจ ถ้าเป็นอย่างหลังบอกได้เลยว่าฉันไม่เคยเสียใจ อย่าทำตัวไร้ค่าแบบนี้เลย”

                “นังบัว!

รสิกาแผดเสียงลั่นเดินกระแทกเท้ามาหา มือเงื้อพร้อมตบคนปากดีในวินาทีเดียวกันนั้นประตูห้องก็เปิดออกโดยไม่ได้เคาะขออนุญาต มือที่เงื้อค้างลดลงแนบตัวทันที

 

                แล้วจะมา up  ต่อจ้า

            อัมราน^^

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1063 , โพส : 4 , Rating : 96% / 10 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 4 : ความคิดเห็นที่ 25
ยายแม่เลี้ยงคงร่วมมือกับนายอัศนัยเขี่ยลูกเลี้ยงอย่างหนูบัวเป็นแน่เชียว
Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.233.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 กันยายน 2555 / 11:53
# 3 : ความคิดเห็นที่ 24
หนูบัวคงได้รับแรงกระตุ้นแล้วหละแบบนี้ แบบนี้มีลุ้น

Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.220.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2555 / 17:13
# 2 : ความคิดเห็นที่ 23
หนูบัวคงได้รับแรงกระตุ้นแล้วหละแบบนี้ แบบนี้มีลุ้น

Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.220.81 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2555 / 17:13
# 1 : ความคิดเห็นที่ 22
น่าสงสารนางเอกเราจริง ๆ เลย
Name : แว่นใส [ IP : 202.183.194.2 ]

วันที่: 4 กันยายน 2555 / 16:59
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android