คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100%


     อัพเดท 3 ก.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 6 Overall : 17,852
168 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 72 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1353 , โพส : 11 , Rating : 98% / 19 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

ตอนที่ 1

 

ร่างเล็กคลานช้าๆ เพียงลำพังท่ามกลางแสงขมุกขมัวที่ลอดผ่านผ้าผืนหนา ทำให้พอเห็นอะไรบ้างในความสลัวรางนั้น เด็กหญิงหลับตาพริ้มยกมือขึ้นมาปิดจมูกจามพยายามให้เสียงเบาที่สุดพลางเหลือบมองไปรอบๆ

                ...คงไม่มีใครได้ยินหรอกมั้ง

                ผ้าผืนหนาขยับพะเยิบพะยาบ ร่างเล็กที่ซ่อนตัวมองแสงที่ลอดผ้าโปร่งผืนหนามาพลางกลั้นหายใจ อย่าเพิ่งมีใครเห็นว่าเธอเข้ามาในนี้เชียวนะ เธอเกลียดทุกสิ่งหลังผ้าคลุมโต๊ะที่ช่วยซ่อนตัวเธอไว้ ไม่มีใครเป็นมิตรสักคน  ผ้ายุบยวบลงตามน้ำหนักดังเดิมพร้อมเสียงถอนใจเบาๆ ของร่างที่หลบซ่อน

                ป่านนี้คุณราศีคงกำลังอยู่กับแขกเหรื่อ มือข้างหนึ่งเกาะเกี่ยวแขนของพ่อไว้ ส่วนมืออีกข้างคงคีบก้านแก้วไวน์หัวเราะมีความสุข ท่ามกลางคนเหล่านั้นที่เธอไม่รู้จัก ไม่อยากรู้จัก แต่ก็ถูกบังคับให้ออกงานนี้ ทั้งๆ ที่ลูกสาวอีกคนแม่เลี้ยงร่ำร้องอยากออกมาใจจะขาด

                ผ้าเนื้อหนาถูกเปิด แสงสว่างแทรกข้ามา ร่างเล็กบางกระถดถอยเมื่อใบหน้าของใครคนหนึ่งลอดผ่านเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม และมือที่ยื่นมาให้จับพร้อมคำชวนแสนอ่อนโยนน่าฟัง

                ออกมาเถอะ ทุกคนไปสวนด้านหลังดูพลุกันหมดแล้วล่ะหนูบัว

                จริงหรือคะพี่เตเด็กหญิงถามอย่างไม่แน่ใจนัก

                ใบหน้าแสนอ่อนโยนของการะเตยิ้มพราวพลางยื่นมือมาอีกครั้ง มือบางยื่นไปจับมือของเพื่อนตัวโตเอาไว้ ถึงพี่เตจะไม่ใช้แขกของพ่อ แต่พี่เตเป็นแขกสำคัญคนเดียวของเธอในคืนวันนี้ แต่ถ้าแม่เลี้ยงรู้เข้าเธอคงแย่แน่ๆ เลย

                ร่างเล็กเดินแกมวิ่งตามร่างสูงไปยังสวนด้านหลัง พลุหลากสีกำลังถูกจุดจนท้องฟ้าสว่างไสว นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่เธอชื่นชอบใจและยิ้มได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ถูกบังคับให้ออกงานพร้อมกับแม่เลี้ยงก็ได้ เรียวปากของคนตัวสูงและมากวัยกว่ายิ้มกระจ่างดวงหน้า

                อธิษฐานสิคะพี่เต เดี๋ยวนี้เลยเจ้าของเสียงหวานบอกพร้อมกับยกมือมาประสานหลับตาพริ้ม แต่เพียงไม่นานดวงตาคู่งามก็เปิดออกเพราะคนขี้สงสัย

                แล้วจะอธิษฐานอะไรล่ะ?” ร่างสูงถามยิ้มๆ แล้วเมื่อใบหน้ารูปหัวใจยิ้มกว้าง เขายิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

                ดวงตาสุกสกาวสบมองคนช่างถาม ก็ทุกเรื่องเลยน่ะสิคะพี่เต เร็วๆ สิ เดี๋ยวเค้าหยุดจุดพลุเราก็อดกันพอดี

                ถ้างั้นพี่เตขออธิษฐานว่าถ้าอีก 10 ปีข้างหน้า หนูบัวยังไม่รักใครนอกจากพี่เต พี่เตจะขอหนูบัวเป็นเจ้าสาวดีไหม โอม...เพี้ยงการะเตลืมตาขึ้นแล้วมองไปยังร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้วยกัน

                อ้าว! หายไปไหนแล้ว

ร่างสูงมองหาเจ้าของชุดราตรีสีชมพูอ่อนไปทั่ว ถึงได้เห็นว่าเธอวิ่งกลับเข้าไปในบ้านแล้ว เมื่อมองหาสาเหตุที่เด็กหญิงต้องหนีก็คงไม่พ้นแขกเหรื่อที่พากันทยอยกลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง หนึ่งในนั้นมีคุณราศีอยู่ด้วย เรียวปากหนายิ้มชื่นใจ อีก 10 กว่าปีเขาจะกลับมาทวงคำอธิษฐานจากร่างเล็กที่วิ่งจากเขาไป ทั้งที่จริงแล้วเขาต่างหากที่กำลังจะจากไป อีกนาน...กว่าจะกลับมา

.......................................................................

                เจ้าหน้าที่ต้อนรับกำลังตรวจสอบสถานที่ครั้งสุดท้ายสำหรับความสมบูรณ์แบบที่สุดเพื่อการทำสัญญาร่วมทุนของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ใกล้จะเป็นยักษ์ล้มอยู่รอมร่อ ตั้งแต่ก่อนคุณกานต์ กานต์กิจติยาจะเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคหัวใจสถานการณ์ที่ย่ำแย่ก็ยิ่งเด่นชัดถึงวาระสุดท้ายของบริษัทวินิกานต์ได้เป็นอย่างดี

                ปุริมานมองเห็นความกังวลจากดวงตาของพนักงานที่บางส่วนยังอยู่ที่บริษัทแห่งนี้เพื่อรองานจากบริษัทที่มั่นคงกว่าหรืออีกบางส่วนยังคงเห็นความหวังที่ยังคงริบหรี่ เมื่อได้ข่าวว่าบริษัทจากต่างชาติที่เธอกับพี่ปราณ...พี่ชายต่างแม่ช่วย
กันติดต่อจนกระทั่งเกิดการนัดหมายเพื่อทำสัญญาในวันนี้ ในฐานะลูกสาวคนเดียวของกานต์ กานต์กิจติยา เธอไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจอีกแล้วเพราะนี่เป็นทางเดียวที่เธอจะยังรักษาบริษัทผลิตสารเคมีชั้นนำของประเทศซึ่งพ่อของเธอก่อตั้งมาเมื่อ
30 กว่าปีก่อนให้ยังคงอยู่ต่อไป

 แม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อ แม้แต่ตัวเธอเองว่าจะพาเรือลำใหญ่และน้ำหนักมหาศาลให้แล่นผ่านมรสุมครั้งใหญ่ไปได้

                ปุริมานยังจำวันที่พ่อจากไปอย่างเดียวดายโดยไร้ลูกสาว หรือแม้แต่คุณราศี...ภรรยาใหม่ของพ่ออยู่ดูใจได้ มันเป็นวันรับปริญญาที่เธอรอให้พ่อมาหา มากอด มาภูมิใจกับสิ่งเล็กๆ ที่เธอพยายามทำให้พ่อได้เห็น แม้จะมีงานมากมาย พ่อก็ปลีกเวลามางานรับปริญญาของเธอ

แต่...พ่อเดินทางมาไม่ถึง!

มืออันชั่วร้ายของคำว่า ชะตากรรมได้พรากพ่อไปจากเธอในสายของวันนั้น เธอจะไม่มีวันลืม

                หญิงสาวถอนสะอื้นในอก สำหรับการเริ่มต้นในฐานะผู้บริหารที่พ่อมอบให้แก่เธอเร็วเกินไป ความต้องการของพ่อตามพินัยกรรมที่มอบจำนวนหุ้นซึ่งมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ให้แก่เธอแต่เพียงผู้เดียวนำมาซึ่งความบาดหมางที่คุณราศีมอบให้ลูกเลี้ยงเสมอมา ปุริมานอยากบอกพี่ปราณเหลือเกินว่าคนที่เหมาะสมกับเก้าอี้ของพ่อไม่ใช่เธอเลยสักนิด แต่เป็นพี่ปราณต่างหาก

ส่วนคุณราศีกับรสิกา เธอคงไม่มีพูดคำใดอธิบายเพราะสองคนนั้นไม่เคยรับฟังมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อยากรู้เหลือเกินว่าหากแม่เลี้ยงได้รู้สถานการณ์ที่หวุดหวิดล้มละลายของวินิกานต์ นางจะยังไม่พอใจสำหรับสิ่งนี้เธอได้รับอีกหรือเปล่า

                “ใกล้เวลาแล้ว รีบลงไปกันเถอะน้องบัว”

                ปุริมานผินหน้าไปยังเจ้าของเสียงทุ้มกังวาน ปราณดูพร้อมและภูมิฐานในชุดสูทสีเทาเข้ม แว่นตาใสบางช่วยให้ใบหน้าอ่อนโยนยิ่งกระจ่างชัดราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า หากนับคนในครอบครัวที่ยังใยดีต่อเธออยู่บ้าง คงมีเพียงปราณคนเดียวเท่านั้น

                “ค่ะ พี่ปราณ”

                ร่างเพรียวในชุดกระโปรงสีเข้มกับเสื้อแขนยาวสีควันบุหรี่ขยับตัวออกจากราวที่ยืนพิงแล้วเดินมาหาพี่ชายที่เหมาะสมกับผู้นำของวินิกานต์ ปราณจบบริหารและเศรษฐศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เคยทำงานบริษัทใหญ่ๆ ในต่างประเทศอยู่ 2 ปี พ่อของเธอก็ขอให้มาช่วยงานที่นี่

ในขณะที่เธอไม่ได้จบบริหารหรืออะไรที่ใกล้เคียงเลยสักนิด เธอจบมาทางด้านเคมีอุตสาหกรรม ตอนที่เลือกเรียนด้านนี้ก็คิดอยากช่วยงานพ่อ ไม่คิดฝันเลยว่าพ่อจะอยากให้เธอช่วยงานมากกว่าที่คิดเอาไว้

                “น้องบัวไม่ต้องกังวลนะ พี่กับฝ่ายกฎหมายตรวจสัญญาหลายรอบจนมั่นใจแล้วว่าเราจะไม่เสียเปรียบมากไปกว่าที่ควรจะเสียเพื่อรักษาวินิกานต์เอาไว้”

                ปุริมานยิ้มให้ปราณด้วยความขอบคุณจากใจ ถ้าไม่มีพี่ชาย ลำพังเธอคนเดียวคงไม่สามารถหาผู้ร่วมทุนได้เร็วถึงขนาดนี้ สำหรับบริษัทที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินและยังมีปัญหาในเรื่องของผลิตภัณฑ์ถ้าเปรียบดั่งคนก็คงกำลังป่วยหนัก การได้ร่วมทุนสำหรับเธอแล้วมันเป็นยิ่งกว่าเรื่องเหลือเชื่อ

                “ขอบคุณนะคะพี่ปราณ ถ้าพ่อรู้ว่าเราจะรักษาบริษัทของพ่อเอาไว้ได้ พ่อคงดีใจ”

                “มาขอบคุณทำไม น้องบัวก็เป็นน้องสาวของพี่ เป็นลูกสาวของคุณลุงกานต์ จริงๆ แล้วพี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณน้องบัวกับคุณลุงกานต์” ปราณยกมือมาลูบไหล่ปุริมานเบาๆ ถ้ารสิกามีความพยายามสักครึ่งหนึ่งของน้องสาวต่างแม่ก็คงดีไม่น้อย

                “ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า ไปห้องรับรองกันเถอะค่ะ”

                ปราณยิ้มอ่อนใจ  เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เขาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา จะว่าไปแล้ว เขา แม่และน้องสาวก็เป็นเพียงผู้อาศัยเท่านั้น แต่ทุกวันนี้เจ้าของทุกสิ่งที่ถูกผู้อาศัยเรียกร้องกลับไม่เคยนำมาเป็นอารมณ์ให้ขุ่นข้องหมองใจ มีแต่แม่กับน้องสาวของเขาเสียอีกที่ไม่พอใจไปเสียทุกสิ่งอย่าง

เมื่อก่อนปราณเคยไม่พอใจพ่อเลี้ยงอยู่บ้างที่ไม่จดทะเบียนสมรสกับแม่ของเขา พอมาถึงตอนนี้เขาคิดว่าดีแล้วที่ไม่มีเอกสารฉบับนั้น ไม่อย่างนั้นป่านนี้ปุริมานอาจจะกลายเป็นผู้อาศัยไปแล้วจริงๆ กระมัง

 

                การทำสัญญาร่วมทุนระหว่างวินิกานต์กับเลเวีย กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันเริ่มต้นจากตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายแนะนำบุคคลสำคัญที่จะเป็นผู้ลงนามในสัญญาฉบับนี้ ปุริมานระงับความตื่นเต้นและตื่นกลัวในการตัดสินใจ หญิงสาวรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้นในทันทีหลังจากที่เธอได้ลงนามลงไปในเอกสารสัญญาฉบับนั้น

                ...ต้องเลือกระหว่างเรายังเป็นเราต่อไป แต่จะอยู่อย่างไรช่างไร้อนาคตหรือว่าสูญเสียความเป็นเราในบางส่วนเพื่อปูทางสำหรับอนาคตที่ยังมีเราเอาไว้

                หุ้นของเธอจะถูกแบ่งออกไป 30 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่คุณอัศนัยและหุ้นส่วนรายย่อยจะยังมีจำนวนหุ้นเท่าเดิมซึ่งรวมแล้วได้ 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นการเสี่ยงมาก หากในอนาคตคนของเลเวีย กรุ๊ป ไปอยู่ฝั่งเดี่ยวกับคุณอัศนัยและรวมหุ้นกัน เธอจะตกที่นั่งลำบากทันที

                มือบางเลื่อนไปจับมือของพี่ชายเอาไว้ราวกับอยากได้ความมั่นใจครั้งสุดท้าย ใบหน้าอ่อนโยนพยักรับแม้ไม่เอ่ยคำใด ปุริมานถอนใจคล้ายโล่งไปบางส่วน หากในเวลานี้มีพี่เตอยู่ใกล้ๆ คอยให้กำลังใจคงจะดี แต่ตอนนี้พี่เตอยู่ที่ไหนเธอเองก็อยากรู้นัก อยากถามว่าเมื่อไหร่พี่เตจะกลับมา

                ปีเตอร์เป็นตัวแทนของเลเวีย กรุ๊ปในการทำสัญญาวันนี้ แต่ยังไม่แน่ชัดจากบริษัทร่วมทุมว่าจะเป็นใครที่เข้ามาทำงานบริหารร่วมกับปุริมานและทีมงาน หญิงสาวจรดปากกาด้วยความมั่นใจเต็มร้อยในวินาทีนั้น ทุกอย่างจะดีขึ้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอคาดหวังให้เป็นไปตามนั้น

                “ขอบคุณเลเวีย กรุ๊ป มากนะคะสำหรับการร่วมทุนในครั้งนี้” ปุริมานจับมือกับปีเตอร์หลังจากแลกสัญญาที่สมบูรณ์ในทางกฎหมาย

                “บริษัทวินิกานต์มีพื้นฐานลูกค้าที่มากในเอเชีย อเมริกาและยุโรปครับ ทำให้ เลเวีย กรุ๊ป สนใจที่จะร่วมดำเนินกิจการด้วย” ปีเตอร์ตอบพร้อมกับยิ้มให้คู่สัญญาที่ยังดูเด็กอยู่มากและดูเร็วเกินไปสำหรับการก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดของวินิกานต์

ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณกานต์ เขามั่นใจว่าบรรดาผู้บริหารคนอื่นๆ ในที่นี้คงอยากคัดค้านการเป็นนายใหญ่คนใหม่ของปุริมานอย่างแน่นอน

                “เป็นความยินดีอย่างมากค่ะ แล้วไม่ทราบว่าคุณปีเตอร์จะเริ่มงานในวันนี้เลยไหมคะ ทางเราได้จัดห้องสำหรับ เลเวีย กรุ๊ป เอาไว้แล้วค่ะ” ปุริมานถามเสียงซื่อ เธอรู้ว่าไม่ใช่ปีเตอร์หรอกที่ทาง เลเวีย กรุ๊ป ส่งมา

                “ผมจะทำหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูลเท่านั้นครับ ผู้ที่จะมาบริหารวินิกานต์ร่วมกับคุณปุริมานจะเดินทางมาถึงในวันพรุ่งนี้ครับ”

                “ไม่ทราบว่าทาง เลเวีย กรุ๊ป ส่งใครมาร่วมบริหารที่นี่หรือครับ” ปราณถามต่อเหมือนชวนคุย

                ปีเตอร์ยิ้มอีกแล้ว ถ้าเป็นเขาก็คงอยากรู้เหมือนกันว่าต้องทำงานร่วมกับใคร แต่คิดๆ แล้วก็น่าหนักใจแทนปุริมานไม่น้อยหากต้องพบคนที่คนทั้ง เลเวีย กรุ๊ป ทั้งขยาดและนับถือ

                “คุณแพทริค มอสโควิตซ์ครับ ถ้าถึงมือบอส ผมรับรองไม่เกิน 6 เดือน วินิกานต์จะกลับมาเป็นผู้นำในวงการสารเคมีเหมือนเดิมแน่นอนครับ”

                ปราณดูจะแปลกใจพอๆ กับตกใจ แต่ก็ควบคุมสีหน้าเอาไว้ได้และหันไปสั่งงานเลขาของตัวเอง

                “อรปรีญาช่วยดูแลคุณปีเตอร์ด้วยนะครับ”

                “ค่ะ คุณปราณ”

               โชคดีไม่น้อยที่การทำสัญญาในครั้งนี้เป็นการทำสัญญากันภายในจึงเชิญนักข่าวมาเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์จะประสานงานกับนักข่าวสายธุรกิจรายอื่นๆ เพื่อนำเสนอข่าวอีกครั้ง  การทำสัญญาจึงจบลงที่การแยกย้ายกันไปทำงาน อรปรีญาเป็นคนพาปีเตอร์และคณะไปยังห้องทำงานที่จัดไว้รอ ส่วนสองพี่น้องเดินตามกันมาที่ห้องทำงานของปุริมาน

                “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะพี่ปราณ”

                ปราณถอนใจเสียงดังอย่างให้ปุริมานรู้ว่าเขากำลังหนักใจไม่น้อย

                “น้องบัวคงยังไม่ค่อยรู้จักคนใน เลเวีย กรุ๊ป เท่าไหร่ แต่คนที่อยู่ในวงการนี้มานาน ถ้าเลือกได้ไม่มีใครอยากอยู่ในสายตาของแพทริค มอสโควิตซ์”

                “ทำไมล่ะคะ เขาเจ้าระเบียบมากนักหรือไง” ปุริมานถามกลับพยายามทำหน้าตกใจ ถึงจะไม่เคยพบหน้า แต่ก็รู้หรอกน่าว่าแพทริคเป็นใคร รู้แล้วเธอเลือกที่จะไม่ทำงานกับผู้ชายคนนั้นได้หรือ

                “ก็ไม่เชิง แต่แพทริคคนนี้ไม่ได้มีดีแค่เป็นลูกชายของคุณเพรสตันเท่านั้น ชื่อเสียงความเก่งของเขานำโด่งมาพอๆ กับความเลือดเย็น ไม่เคยปราณีกับใคร เจ้าเล่ห์ จนคนในวงการพากันตั้งฉายาว่า แวมไพร์กระหายเงินแทนเลือด แล้วก็เป็นเสือผู้หญิงอีกด้วย พี่ชักเป็นห่วงน้องบัวแล้วน่ะสิ”

                ปุริมานพยักหน้าหงึกๆ เธอเริ่มเข้าใจถึงความกังวลของปราณแล้วล่ะ แต่ถ้าข้อเสียของผู้ชายคนนั้นไม่ส่งผลกระทบต่องานของเธอก็ช่างเถิด

                “ชักอย่าเจอแล้วสิคะ ถ้ามารุ่มร่ามใส่ บัวจะซัดให้หมอบเลยดีไหม”

                “น้องบัวก็พูดเป็นเล่นไปได้” ปราณดุน้องเสียงเข้ม ถึงภายนอกปุริมานจะดูเรียบร้อย แต่เรื่องการต่อสู้ วิชาป้องกันตัวนั้นครบเครื่อง ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ช่วยให้เขาเบาใจได้เลย

                “เราไม่มีทางเลือกแล้วนี่คะ แค่รักษาบริษัทขอพ่อเอาไว้ได้ ต่อให้นายแพทริคเป็นแวมไพร์ดูดเลือดจริงๆ บัวก็ไม่กลัวหรอก”

                ใช่! ปุริมานพูดไม่ผิดเลย แต่ปราณก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ถ้าคุณลุงกานต์มีโอกาสได้บอกอะไรสักอย่างกับเขาก่อนจากไป ท่านคงบอกให้เขาดูแลปุริมานให้ดี ทว่าตอนนี้เขากลับพาลูกสาวของผู้มีพระคุณมาถึงทางที่อาจเรียบเดินสบายขึ้น แต่การที่จะได้ทางสายนี้มา ปุริมานต้องใช้อะไรแลกมาช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัวไม่น้อย

 

                ปุริมานไม่อยากจะใช้คำว่าทำงานในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ในตอนนี้ คำว่า เรียนรู้งานน่าจะตรงกว่า เธอเข้ามาทำงานที่วินิกานต์อย่างเต็มตัวยังไม่ถึง 3 เดือน พี่ปราณเป็นผู้ช่วยที่คอยทำงานอยู่เบื้องหลังหรือพูดง่ายๆ ก็คือสร้างภาพลักษณ์ให้เธอในฐานะผู้บริหาร งานส่วนใหญ่จะมีพี่ปราณช่วยพิจารณา ส่วนเธอก็แค่ลงชื่ออนุมัติในระหว่างที่ผู้บริหารในคราบเด็กฝึกงานยังไม่พร้อม

                มันยากสำหรับเธอจริงๆ หลายครั้งที่ท้อจนร้องไห้ แต่เลิกล้มทุกอย่างไม่ได้เมื่อมันเป็นความต้องการของพ่อ ครูในงานบริหารของเธอมีเพียงพี่ปราณคนเดียวเท่านั้น ส่วนลุงอัศนัยซึ่งเป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของพ่อนั้นยังเป็นบุคคลที่เธอยังต้องระวัง ถ้าไม่มีเธอ ไม่มีพินัยกรรม คงเป็นไปได้สูงว่าลุงอัศนัยจะมีโอกาสเข้ามานั่งเก้าอี้ผู้นำคนใหม่ของวินิกานต์

นี่อาจจะเป็นความไม่พอใจซึ่งเหมือนคลื่นใต้น้ำ ทำให้การเสนอร่วมทุนในภาวะที่วินิกานต์ย่ำแย่ได้รับเสียงคัดค้าน แต่ถ้าเธอฟังแต่เสียงคัดค้าน อีกไม่เกิน 3 เดือนวินิกานต์คงล้มละลายต้องปิดกิจการ อีกทั้งเธอและหุ้นส่วนคนอื่นๆ ต้องแบกรับภาระหนี้สิน อยากรู้นักว่าเมื่อถึงเวลานั้นใครจะเสนอตัวมาช่วยใช้หนี้

เฮ้อ...

เธอจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้!

เสียงสั่นครืดจากโทรศัพท์ดึงความสนใจของปุริมานและเรียกรอยยิ้มได้ในทันทีเมื่อเห็นชื่อของวิภาดาเด่นหราที่จอโทรศัพท์ ทว่าพอกดรับกลับเป็นเสียงของนภดลเสียนี่

                “ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม ดลเป็นห่วงบัวมากนะ”

                “ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่ต้องห่วงจ้า”

                เสียงกุกกักดังแทรกเข้ามา ปุริมานนึกภาพออกเลยว่าสองเพื่อนซี้คงกำลังแย่งโทรศัพท์กันอยู่แน่ๆ

                “โหย นายดลเอาหน้ามากๆ เย็นนี้ดาด้ากับดลจะไปหานะ จะไปทำอะไรให้ทาน มีนัดกับใครหรือเปล่า”

                “มีจ้า เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันนะ” คนถูกชวนปฏิเสธทันที

                “บัวมีนัดกับใครบอกดลได้ไหม?

                “ไม่บอก พรุ่งนี้พบกันจ้า”

                ปุริมานกดวางสายพร้อมเสียงหัวเราะชอบใจ ปล่อยให้สองคนนั้นสงสัยอย่างนี้น่ะดีแล้ว เธออยากไปที่แห่งนั้นคนเดียว หวังใจเหลือเกินว่านอกจากได้พาคนสำคัญไปอยู่ที่โน่นแล้ว ใครอีกคนที่ไม่ยอมกลับอาจจะกลับมาเสียที  

 

                คุณราศีนั่งมองรถของลูกชายที่กำลังแล่นเข้ามาจอดในบ้านของสามีผู้ล่วงลับซึ่งนางมีสิทธิ์ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งเป็นของลูกเลี้ยงที่ได้ทุกอย่างไป การเป็นภรรยาของกานต์ กานต์กิจติยา ทำให้มีหน้ามีตาในวงสังคมก็จริง แต่ใครจะไปคิดรวมถึงนางว่าสุดท้ายแล้วกานต์ก็เลือกลูกสาวในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่ที่แต่งงานกันแล้วสามีไม่ปรารถนาจะจดทะเบียนสมรสเพราะสงสารลูกสาว แม้กระทั่งพินัยกรรมก็ยังมีแต่ชื่อของปุริมาน

นี่คือสิ่งตอบแทนของนางเกือบ 12 ปีที่เป็นภรรยาของกานต์กระนั้นหรือ?

                “ไงล่ะตาปราณ ไปช่วยงานคนอื่นแล้วได้อะไรขึ้นมาบ้าง” ราศีเอ่ยกับลูกชายที่เดินขึ้นมาถึงชั้นบนพอดี

                ปราณถอนใจเบาแสนเบา รู้อยู่แล้วว่าแม่ไม่พอใจที่เขาไปช่วยงานปุริมาน แต่เขามักทำเป็นไม่รู้เสมอมา ร่างสูงนั่งลงกับพื้นแล้วกอดเอวแม่ไว้อย่างเอาใจ

                “คนอื่นที่ไหนล่ะครับแม่ น้องบัวก็เป็นน้องสาวของผมเหมือนกับยัยโรส เป็นลูกสาวอีกคนของแม่”

                ราศีค้อนลูกชายที่ชอบหัวแข็งใส่ “แล้วนี่ยัยบัวไปไหนล่ะ เย็นค่ำแล้วยังไม่กลับบ้าน เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่”

                “น้องบัวไปบ้านสวนครับ ฝากผมมาเรียนว่าจะอยู่ที่นั่นเพราะใกล้ที่ทำงานกว่าที่นี่ แต่จริงๆ แล้วคงไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจมากกว่า” ปราณช่วยพูดให้น้องสาว ถึงปุริมานไม่พูดออกมา เขาก็รู้ได้เอง

                คุณราศีคอแข็งหน้าเชิดขึ้นมาทันที  “อย่ามาหาเรื่องแม่นะตาปราณ”

                “โธ่ แม่ก็ ผมเปล่าเสียหน่อย แล้วยัยโรสไม่อยู่หรือครับ” ชายหนุ่มเสเปลี่ยนเรื่อง ถ้าถามถึงรสิกา ต่อให้หัวเสียยังไง แม่ก็จะอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

                “ค่ำๆ ก็กลับแล้ว ยังดีที่ถาม นึกว่าจะห่วงแต่คนอื่น”

                “ผมไปอาบน้ำดีกว่า เดี๋ยวลงมาทานอาหารค่ำด้วยนะครับ” ปราณยื่นจมูกไปหอมแก้มแม่ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องไป

                ราศีทำหน้าเหมือนไม่เต็มใจเท่าไหร่ ทั้งที่พอใจอยู่ไม่น้อยที่ลูกชายคนเดียวยังนึกถึงนางมากกว่าลูกเลี้ยงที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย นางยอมรับว่าเสียใจพอๆ กับเสียหน้าที่สามีผู้ล่วงลับระบุในพินัยกรรมไปแบบนั้น แต่การที่มีชื่อเสียงในวงสังคมทำให้ทุกวันนี้นางไม่อยากออกงานสังคมให้พวกคุณหญิงคุณนายทั้งหลายถามถึงเรื่องนี้

ถ้าเปลี่ยนจากปุริมานเป็นปราณคงดีกว่านี้ไม่น้อย ถึงจะทำพินัยกรรมเอาไว้ล่วงหน้าก็เถอะ ไม่รู้กานต์คิดอะไรถึงเอาเด็กไม่มีประสบการณ์ไปบริหารงานใหญ่ๆ ขนาดนั้น อีกไม่นานคงเจ๊ง

 

                รถญี่ปุ่นไม่ใช่รถยุโรปในแบบที่ผู้บริหารใช้กำลังแล่นเข้ามายังบ้านเรือนไทยย่านชานเมือง ชายชราร่างใหญ่รีบวิ่งไปเปิดรั้วซึ่งเป็นไม้ฉลุลายที่แม้จะเก่าและโทรมไปตามกาลเวลา แต่ยังคงความสวยงามของลวดลายที่สลักเสลา รถแล่นเข้ามาเนิบช้าแล้วเข้าไปจอดที่โรงรถซึ่งสามารถจอดรถได้ 3 คันสบายๆ แต่ปุริมานกลับพอใจที่มีเพียงรถของเธอเพียงคันเดียวที่จอดอยู่ นี่แหละบ้าน ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่แสดงถึงฐานะอย่างบ้านอีกหลัง

                หญิงชราร่างอวบรีบเดินแกมวิ่งมาหาพอเห็นปุริมานลงจากรถพร้อมดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ แล้วพอเดินมาถึงก็กอดนายน้อยของบ้านอย่างคิดถึง ปุริมานกอดตอบ หากถามว่าอ้อมกอดของใครอบอุ่นรองจากพ่อกับแม่ก็คงเป็นกอดของป้าม่อมนี่แหละ ลุงยศเดินมาสมทบมองเมียแล้วยิ้มชอบใจ ความที่เป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี่ทำให้เขากับเมียรักคุณๆ ทุกคน แล้วตอนนี้เหลือคุณบัวเพียงคนเดียวก็ยิ่งทั้งรักทั้งเวทนา         

                “มาแล้วหรือคะคุณบัว ป้ากับลุงเพิ่งช่วยกันทำความสะอาดห้องของคุณกวินนาเสร็จพอดี”

                “ขอบคุณมากนะคะป้าม่อม ลุงยศด้วยนะคะที่ช่วยให้ที่นี่ยังเหมือนเดิมในทุกครั้งที่บัวกลับมา”

              แม้จะมาที่บ้านของแม่เสมอ แต่ความรู้สึกของเธอยามอยู่บ้านอีกหลังช่างต่างกับเวลาที่ได้อยู่ที่บ้านสวนของแม่ ทุกอย่างที่นี่เหมือนกับยังอยู่ในอดีต ทุกอย่างเรียบเรื่อย อ่อนละมุนและเชื่องช้าลงราวกับได้พักเหนื่อยอยู่ตลอดเวลา

                “ป้ากับลุงรักคุณนากับคุณบัวนี่คะ มาค่ะ เดี๋ยวป้าเอาดอกไปจัดใส่แจกันให้ คืนนี้จะค้างที่นี่ด้วยใช่ไหมคะ”

                “ค่ะ คืนนี้บัวจะนอนห้องของแม่ พรุ่งนี้จะให้คนขนของบ้านโน้นมาไว้ที่นี่” หญิงสาวบอกพอเห็นป้าม่อมทำหน้าสงสัยก็เอ่ยต่อไปให้คนแก่ได้ยิ้มว่า  “บัวจะย้ายมาอยู่ที่นี่ค่ะ”

                ป้าม่อมยิ้มแก้มปริพลางหันไปยิ้มกับลุงยศ แต่เพียงพริบตาเดียวก็ทำหน้าเหมือนกินบอระเพ็ดเข้าไปก็ไม่ปาน

                “แล้วคุณราศีอนุญาตแล้วหรือคะ” ป้าม่อมถามหน้าตาไม่ค่อยสบายใจ

ใครๆ ก็รู้ว่าคุณราศีรู้สึกยังไงกับลูกเลี้ยง ต่อหน้าคุณกานต์ก็เหมือนแม่เลี้ยงที่แสนดี แต่ลับหลังนี่สิ ต่างกันราวกับคนละคน ดีเท่าไหร่แล้วที่คุณกานต์ยกสมบัติส่วนใหญ่ให้ลูกสาว แทนที่จะเป็นภรรยาใหม่ ไม่อย่างนั้นคุณบัวของม่อมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

                “พี่ปราณจะคุยให้ แต่คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ”

                ป้าม่อมถอนใจโล่งอกแทนถ้าคุณปราณพูด คุณราศีคงไม่ว่ากระไรนักหรอก

                “ไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวป้ายกสำรับมาให้ ของโปรดของคุณบัวทั้งนั้นเลย”

ปุริมานเดินขึ้นบ้านเรือนไทยมาโดยไม่อยากพูดให้ป้าม่อมไม่สบายใจว่าก่อนหน้านี้เธอแค่เกริ่นว่าจะขอย้ายมาอยู่ที่นี่ คุณราศีพูดประชดเธอเสียไม่เหลือดี เมื่อก่อนที่เธอยอมทุกอย่างไม่เคยมีปากเสียงก็เพราะอยากให้พ่อสบายใจ แต่ตอนนี้เหตุผลนั้นคงไม่ต้องใช้อีกแล้ว ต่างคนต่างอยู่เป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะรสิกาคงดีใจกว่าใครหากรู้ว่าเธอไม่อยู่ให้รกหูรกตาแล้ว

               

                ห้องของแม่ยังเหมือนครั้งสุดท้ายที่ปุริมานได้เข้ามา เตียงสี่เสาที่แม่ชอบ ภาพวาดที่แม่เขียนไว้ยังติดอยู่ที่ฝาผนัง รูปพ่อกับแม่ในวันแต่งงาน จักรเย็บผ้าที่แม่เคยเย็บเสื้อให้พ่อกับเธอใส่ เปียโนหลังเล็กที่นานมาแล้วแม่เคยสอนให้เธอดีด ผ้าม่านลูกไม้สีชมพูอ่อนที่แม่ชอบ

                ปุริมานถอนสะอื้นในอก แม้จะมีใครต่อใครเข้ามาในชีวิต แต่ตอนนี้เธอไม่เหลือมืออุ่นๆ อ้อมกอดหอมๆ ของพ่อกับแม่อีกต่อไปแล้ว มือบางเลื่อนขึ้นมาลูบสายสร้อยแล้วถอดสร้อยออกมาจากคอ ล็อคเก็ตที่เธอใส่ติดตัวถูกวางไว้ใกล้ๆ รูปของแม่ พอเปิดออกใบหน้าของพ่อเด่นชัดอยู่ในนั้น

                ...เราได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วนะคะ พ่อคงกำลังร้องเพลงให้แม่ฟังอยู่ใช่ไหม

 

                กลิ่นหอมของดอกกระดังงาเคล้ากลิ่นดอกพิกุลต้นใหญ่ช่วยให้ยามค่ำหลังทานอาหารเรียบร้อยแล้วปุริมานก็ขอตัวขึ้นมานั่งรับลมผสมกลิ่นดอกไม้หอมที่นอกชาน ป้าม่อมยกน้ำมะตูมขึ้นมาให้ก่อนจะขอตัวไปจัดการความสะอาดในครัว ส่วนลุงยศหญิงสาวเดาว่าคงรอป้าม่อมอยู่ที่เรือนหลังเล็กในบริเวณบ้าน

                ปุริมานมองไปรอบกาย เธอเห็นความมืดที่ถูกปัดเป่าด้วยแสงไฟ ได้ยินเสียงของความเงียบที่มาพร้อมเสียงของหริ่งเรไร ช่างเหมือนคืนวันวานก่อนที่แม่จะจากไป แม่มักจะนั่งอบควันเทียนอยู่ตรงโต๊ะเตี้ยๆ ตัวนั้น ส่วนพ่อก็เป่าขลุ่ยให้เราสองคนฟัง ซึ่งก็นานๆ ทีหรอกที่พ่อจะมีเวลา ทว่าเมื่อมองพ้นชานเรือนออกไปก็จะเห็นรั้วไม้เตี้ยๆ ระหว่างเรือนไทยสองหลัง

                เรียวคิ้วโก่งขยับครุ่นคิดเมื่อเห็นแสงไฟจากบ้านหลังนั้น เหนือการไตร่ตรองสิ่งใดปุริมานรีบวิ่งลงไปเพื่อหาคำตอบของแสงไฟนั้น ความรู้สึกตื่นเต้นคาดหวังวาบขึ้นในอกอีกครั้ง เป็นไปได้ไหมว่าพี่เตจะกลับมาแล้ว ขอให้ความหวังในครั้งนี้เป็นจริงเสียที  อยากถามนักว่าอเมริกากับไทยมันไกลกันจนลืมหนูบัวไปแล้วหรือไง เกือบ 10 ปีที่ผ่านมาถึงได้ทำเหมือนลืมกันไปแล้วจริงๆ

                ร่างสูงใหญ่เดินมาที่ประตูระหว่างสองบ้านในทันทีที่ได้ยินเสียงย่ำบนพื้นหญ้า แล้วเมื่อปุริมานวิ่งมาถึงความหวังที่ประตูบานนั้นก็หายวับ ไม่มีพี่เต แต่เป็นลุงแสงที่ดูแลบ้านหลังนี้มาตั้งแต่การะเตย้ายไปอเมริกาหลังจากคุณป้าการะเกดเสียชีวิต มือบางยกขึ้นไหว้ก่อนเอ่ยคำทักทายเก้อๆ

                “สวัสดีค่ะลุงแสง บัวขอเข้าไปได้หรือเปล่าคะ”

“วันนี้คุณบัวมาค้างที่นี่หรือครับ มาครับ เข้ามาเลย”

                “ค่ะ ลุงแสง วันนี้วันเกิดของแม่” ปุริมานบอกพลางเดินตามลุงแสงไปนั่งที่ใต้ต้นก้ามปูซึ่งมีเก้าอี้หวายอยู่

                “หลายปีมาแล้วนะครับ ลุงยังจำได้ คุณการะเกดเป็นเพื่อนรักของคุณกวินนา”

                คุณการะเกด...แม่ของการะเตสนิทสนมคุณกวินนามากถึงขนาดบอกว่าถ้าลูกๆ โตขึ้นจะให้แต่งงานกัน แต่ผู้หญิงทั้งสองคนกลับอาภัพทั้งคู่เสียชีวิตทั้งที่ลูกชายลูกสาวอายุยังน้อย

                “นั่นน่ะสิคะ บัวยังจำได้ ป่านนี้พี่เตจะไปอยู่ที่ไหนของอเมริกาก็ไม่รู้ สงสัยคงลืมที่นี่ ลืมบัว ลืมทุกคนไปหมดแล้ว”

                ลุงแสงหัวเราะเสียงเบาให้คนขี้น้อยใจ ก็สมควรอยู่หรอก เมื่อก่อนมีพี่เตที่ไหนต้องมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กอยู่ด้วยเสมอ หลังจากคุณกานต์แต่งงานใหม่และพาลูกสาวไปอยู่ด้วย การะเตก็ยังแวะเวียนไปหาเสมอจนถึงวันเดินทาง

                “ไม่หรอกครับ สักวันคุณเตก็จะกลับมา”

                “พี่เตติดต่อมาหรือคะลุงแสง” ปุริมานกระตือรือร้นถาม

ขอแค่ได้รู้ว่าพี่เตอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ เธอก็จะตามไปถามให้หายคาใจว่าทำไมไม่ติดต่อกันบ้าง ลืมกันแล้วหรือไร

                “เปล่าครับ แต่สักวันคุณเตก็ต้องกลับมา เชื่อลุงสิ”

                เธอก็อยากเชื่อแบบนั้น แต่เวลามันนานเกือบ 10 ปีแล้ว มันยากที่จะฉุดรั้งความเชื่อนั้นเอาไว้

                “บัวไม่กวนลุงแสงแล้วดีกว่า ไปนอนแล้วนะคะ”

                “พรุ่งนี้เช้าแวะมาหาลุงหน่อยสิครับ เดี๋ยวจะตัด White Christmas เอาไว้รอ ลุงจำได้ว่าคุณบัวชอบ”

                “ขอบคุณนะคะลุงแสง แล้วบัวจะแวะมาตอนเช้า”

                ปุริมานยิ้มกว้าง เธอชอบกุหลาบขาวที่สุด 7 ปีแรกที่พี่เตไปอเมริกาจะมีกุหลาบขาว White Christmas ส่งมาให้ในวันเกิดของเธอเสมอ แต่ว่าหลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบหายเหมือนพี่เตลืมไปแล้วว่ามีใครอีกคนรออยู่ที่เมืองไทย หรือว่าพี่เตจะลืมหนูบัวไปแล้วจริงๆ

 

               

            แล้วจะมา up ต่อค่ะ

            ปล. เรื่องนี้ต้นเรื่องจนถึงกลางเรื่องยังไม่เศร้าค่ะ โน่นเลยตอนหลังๆ เลยจะเศร้ามากกกกก แต่ไม่ใช่เรื่องของการทำร้ายร่างกาย ไม่มีการข่มขืน นางเอกยอมจนน่ารำคาญอะไรประมาณนั้น หรือพระเอกเลวแต่ทำอะไรก็ได้เพราะเป็นพระเอก แถมตอนหลังยังรักกันหวานหยดทั้งๆ ที่ทำร้ายกันมาทั้งเรื่อง แบบนั้นอัมรานก็เขียนไม่ลงเหมือนกันค่ะ มันยากและไร้เหตุผลเกินไป การเศร้าเพราะความรักความห่วงก็มีความสุขได้ ลองอ่านต่อไปดูนะคะ

            อัมราน^^

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละลายแค้น วางแผงแล้ว สนพ ธราธร ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1353 , โพส : 11 , Rating : 98% / 19 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 11 : ความคิดเห็นที่ 34
ออกแนวหวั่นใจ แต่ไม่แค่ ไหน ๆ ก็อ่านและติดมาหลายเรื่องละจะลองเสี่ยงอ่านให้รัก ๆ ร้อง เพราะเศร้าซักเรื่องดูซิ อิอิอิ รอนะคะ พี่เตจะมาแนวโหดมั้ยน้อ....
Name : เซกิกั๊บป๋ม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เซกิกั๊บป๋ม [ IP : 58.8.130.12 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 กันยายน 2555 / 17:32
# 10 : ความคิดเห็นที่ 21
คิดถึงพี่เต้ คนแดนไกล หนูบัวเลยเศร้า
Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.227.0 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2555 / 04:48
# 9 : ความคิดเห็นที่ 20
รอติดตามค่ะ ชอบนิยายของคุณอัมรานมากๆเลยค่ะ
Name : น้ำทะเลสีฟ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้ำทะเลสีฟ้า [ IP : 125.26.145.176 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2555 / 15:03
# 8 : ความคิดเห็นที่ 19
ขอบคุณมากๆๆๆๆเลยค่ะ ที่คุณอัมรานไม่เขียนแนวที่กล่าวมาทั้งหมด นั่นแหละเป็นเหตุผลที่ตามอ่านงานเขียนของคุณอัมรานมาทุกเรื่อง ^^

จะติดตามต่อไปค่ะ ส่งกำลังใจมาให้นะคะ
Name : <><><><><><>&l [ IP : 115.67.192.90 ]

วันที่: 3 กันยายน 2555 / 14:40
# 7 : ความคิดเห็นที่ 18
รอติดตามคะ อย่าเศร้านักนะคะ
Name : jum [ IP : 210.1.21.33 ]

วันที่: 3 กันยายน 2555 / 11:43
# 6 : ความคิดเห็นที่ 17
ขอเตรีียมตัวร้องไห้สงสารนู๋บัวไว้รอก่อนนะคะ อือๆ
Name : saypay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saypay [ IP : 27.55.1.154 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กันยายน 2555 / 00:41
# 5 : ความคิดเห็นที่ 16
น้องบัวดูเศร้า ๆ จัง 
Name : saluk < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ saluk [ IP : 125.26.8.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กันยายน 2555 / 18:06
# 4 : ความคิดเห็นที่ 14
จะเจอกันเมื่อไหร่คะ
Name : แว่นใส [ IP : 202.183.194.2 ]

วันที่: 2 กันยายน 2555 / 16:36
# 3 : ความคิดเห็นที่ 13
จะเจอกันเมื่อไหร่คะ
Name : แว่นใส [ IP : 202.183.194.2 ]

วันที่: 2 กันยายน 2555 / 16:36
# 2 : ความคิดเห็นที่ 11
น่าสนุกจังเลยค่ะ


PS.  Better than yesterday, everyday
Name : ^ จู ^ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ^ จู ^ [ IP : 125.24.168.13 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กันยายน 2555 / 19:59
# 1 : ความคิดเห็นที่ 7
น่าสนใจ น่าติดตาม
Name : ขอให้สมปรารถนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขอให้สมปรารถนา [ IP : 124.120.16.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 กันยายน 2555 / 11:47
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android