หน้ากากดอกรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,726 Views

  • 179 Comments

  • 105 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    21,726

ตอนที่ 68 : หากต้องบอกลา 4/4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

ในระหว่างที่รองานใหม่ดารกาไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หญิงสาวตั้งโต๊ะเพื่อวางขายกับข้าวถุงในตอนเช้าซึ่งยังพอจะขายได้เพราะมีคนผ่านไปมาอยู่พอสมควร แม้จะได้เงินไม่มากมายอะไรนัก แต่ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

วันนี้ดารกาตั้งโต๊ะในเวลาเดิม โดยมีดวินช่วยยกของมาให้ ส่วนราณีถูกขอร้องแกมบังคับให้นั่งเล่นรออยู่ในบ้าน แม้จะพักฟื้นมาเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่ความที่อายุมากทำให้ยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นัก

ดารกาทอนเงินให้ลูกค้ารายล่าสุดก่อนจะจัดกับข้าวที่เหลือไม่กี่ถุงพลางรวบรวมถาดมาซ้อนกันเพื่อที่เวลาขนกลับเข้าบ้านจะได้ไม่พะรุงพะรังนัก

“ดารกา...”

เพียงแค่เสียงดารกาก็จำได้ หญิงสาวเงยหน้ามองเจนิสก่อนจะยกมือไหว้อดีตเจ้านายอีกคน เจนิสรับไหว้ไม่คิดว่าดารกาจะมาขายของอยู่หน้าบ้านทั้งที่ตกลงแต่งงานกับคามิน รายนั้นรวยเป็นพันล้านทำไมมาปล่อยว่าที่เจ้าสาวทำงานตัวเป็นเกลียวแบบนี้ล่ะ

“ฉันมาเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับจินกันแน่ แล้วทำไมคุณถึงไปตกลงแต่งงานกับคามินได้ ฉันไม่เข้าใจ”

ดารกาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าสักวันเจนิสต้องมา “ทุกอย่างจบลงแล้วค่ะ ส่วนเรื่องแต่งงานมันไม่เป็นความจริงค่ะ”

“ทำไมตอบสั้นๆ กันหมด” เจนิสขมวดคิ้วไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีกเพราะถ้าไม่มีการแต่งงานจริง ทำไมคามินไม่ลงแก้ข่าวนั้นปล่อยให้หนังสือพิมพ์ฉบับอื่นเขียนแซวอยู่ทำไมกัน

 “คุณมาทำไม ถ้ามาพูดไม่ดีใส่ดารกา ผมคงขอให้คุณกลับไป”

คามินตีหน้ายุ่งๆ ใส่เจนิสเพราะเขาเห็นตั้งแต่เธอลงมาจากรถแล้วเข้ามาหาดารกาแล้ว หลายวันที่ผ่านมาเขามาดูว่าดารกาเป็นอย่างไรบ้างอย่างเงียบๆ เพราะรู้ดีว่าเธอไม่ได้อยากเห็นหน้าเขานักหรอก

เจนิสมองดารกาสลับกับคามิน “ไหนว่าเรื่องตกลงแต่งงานไม่เป็นความจริง แล้วคามินมาหาคุณทำไม”

ดารกามองคามินด้วยสายตาไม่ชอบใจนักเพราะเขากำลังทำให้ทุกอย่างยุ่งยากมากขึ้นไปอีก เธออยากมีชีวิตสงบสุขไม่ใช่ถูกแอบถ่ายรูปเพราะข่าวเรื่องแต่งงานกับเขา หญิงสาวหันมามองเจนิสพลางยกมือไหว้อีกครั้ง

“ขอโทษนะคะ คุณเจนิสจะโกรธฉันก็ยอม คุณทั้งสองคนช่วยกลับไปได้ไหมคะ ฉันเหนื่อยกับเรื่องนี้จนจะไม่ไหวแล้ว”

คามินหน้าเสียเมื่อเห็นดารกาเดินกลับเข้าไปในบ้านทำให้เหลือเพียงเขากับเจนิสที่มองกันไปมาอย่างไม่สบอารมณ์กันทั้งคู่

“บอกมาว่าคุณทำอะไรจิรากับดารกา ทำไมทั้งสองคนดูผิดปกติกันไปหมด” เจนิสมั่นใจว่าเหตุการณ์อึมครึมระหว่างน้องชายกับผู้ช่วยเลขาต้องมาจากคามินแน่นอน

คามินถอนใจชักโมโหตัวเอง “ผมเองก็ใช่ว่าจะปกติ เอาไว้ผมอยากทำบางอย่างจะบอกคุณแล้วกัน ผมไปล่ะ แล้วคุณช่วยอย่ามากวนใจดารกาอีก”

เจนิสอ้าปากค้างกำลังจะเถียงแต่ก็ไม่ทัน เมื่อคามินเดินกลับไปยังรถของเขาซึ่งจอดห่างออกไปพอสมควร สรุปแล้ววันนี้เธอมาไม่ได้เสียเที่ยว ดารกากับคามินไม่ได้จะแต่งงานกัน แล้วทำไมถูกออกข่าวไปแบบนั้น แล้วยังท่าทีของดารกาต่อคามินให้มองยังไงก็ไม่ใช่คนรักที่มีเรื่องให้ง้องอน แต่เหมือนคนที่เหม็นหน้ากันมากกว่า แต่สุดท้ายเธอก็ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับน้องชายอยู่ดี

 

          วันเวลายังคงดำเนินต่อไปไม่รอให้ใครหรืออะไรดังที่เคยเป็นมาตลอด ดารกาเชื่อแบบนั้นจึงไม่ยอมให้ตัวเองเศร้าเสียใจไปวันๆ จนกระทั่งความพยายามของเธอก็ประสบผลเมื่อได้รับโทรศัพท์ที่ทำให้ความหวังของชีวิตกลับมาอีกครั้ง ดวินเพิ่งกลับมาจากมหาลัยเห็นพี่สาวนั่งยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็อดที่จะเข้าไปนั่งด้วยแล้วถามไม่ได้

          “ยิ้มอะไรน่ะพี่ดาวบอกผมบ้างสิ”

          ดารกายิ้มให้น้องชายก่อนจะบอกข่าวดีว่า “พี่ได้งานใหม่แล้วนะวิน หลังจากพยายามมาเกือบ 2 เดือน”

          “โหย อย่างนี้ต้องฉลอง”

          “ฉลองอะไรกันหรือลูก พ่อฉลองด้วยคนสิ” ดาวัฒเข้ามาทันได้ยินลูกๆ คุยกันพอดี

          ดารกากับดวินไหว้ดาวัฒพลางเขยิบให้พ่อมานั่งด้วยกัน เธอเห็นพ่อยิ้มมีความสุขก็พอใจแล้ว ที่ผ่านมาเธอไม่เคยถามว่าครอบครัวใหม่เป็นอย่างไรบ้างได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ อย่างเป็นห่วงเท่านั้นเอง

“รับไปสิดาว”

          “อะไรหรือคะพ่อ” ดารการับถุงกระดาษใบเล็กมาเปิดดู ภายในยังมีซองกระดาษอีกใบซึ่งปิดอย่างดี ด้วยความสงสัยเธอจึงหยิบออกมาแล้วเปิดดูถึงได้รู้ว่ามันเป็นเงิน

          “ของขวัญจากพ่อ ที่ดินของย่าขายและโอนเรียบร้อยแล้ว ดาวเอาเงินไปใช้หนี้แล้วเงินที่เหลือก็เก็บไว้นะลูก” ดาวัฒเอ่ย เขาไม่เคยลืมว่าพูดอะไรไว้ ตอนนี้เขาอยากทำให้ลูกๆ ได้กลับมาใช้ชีวิตกันปกติเสียที ไม่ใช่ต้องมาใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ “แล้วนี่ของวิน พ่อให้”

          ดวินรู้ว่าพ่อจะให้อะไร แต่เขาไม่แน่ใจจึงหันมองพี่สาวที่พยักหน้าว่าให้รับได้ ก่อนเข้าไปกอดพ่อไว้ทั้งลูกสาวและลูกชาย

          “ขอบคุณนะคะพ่อ”

          “ขอบคุณนะครับพ่อ”

          ดาวัฒกอดลูกๆ รู้สึกดีใจที่เขาได้ช่วยเหลืออะไรบ้าง การเลิกกันของเขากับราณีไม่ใช่ความผิดของใครเลย แต่เขาก็รู้สึกผิดที่ยอมให้ภรรยาเก่าดูแลลูก โดยที่เขามาหาได้เรื่อยๆ แต่การมีครอบครัวใหม่ทำให้สายใยที่เหลือบางๆ ยิ่งแทบขาดสะบั้น เขาอยากรักษาทุกคนที่รักไว้ในชีวิต

          “ถ้างั้นวันนี้เราคงต้องฉลองจริงๆ แล้วล่ะครับ” ดวินเอ่ย “เดี๋ยวผมไปบอกแม่ก่อนนะ”

          ดาวัฒพยักหน้า ดารกามองดาวัฒด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดหัวใจ หญิงสาวยิ้มโล่งใจแม้ความเศร้าไม่ได้หายไปไหน แต่เธอรู้สึกเหมือนได้ปลดก้อนหินหนักๆ ออกไปจากบ่าได้เสียที พรุ่งนี้เธอจะนำเงินไปคืนคามินแล้วยกเลิกสัญญาบ้าๆ นั่น เธอจะไม่ตกเป็นทาสเงินของเขาอีกต่อไปแล้ว

 

          นิพนธ์เพิ่งเดินทางกลับมาหลังจากไปทำธุระแทนคามินเสียหลายวัน หนึ่งในนั้นคือการไปตอบคำถามของ คิมาแทนคามินที่ก่อเรื่องแล้วยังไม่ยอมแก้ไข คนเป็นแม่อุตส่าห์ดีใจที่ลูกชายจะมีข่าวดีเรื่องแต่งงาน แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่พาว่าที่เจ้าสาวไปหา จนเขาต้องบอกความจริงว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่คามินขี้เกียจแก้ข่าวรอให้เรื่องเงียบไปเอง แทนการบอกความจริงว่าเป็นเรื่องแก้แค้นที่เลยเถิดไปจนทำให้มีคนเศร้าเพิ่มขึ้นในโลกนี้อีก 3 คน

          นิพนธ์เข้ามาในห้องทำงาของคามินได้สักพักแล้ว แต่รออยู่เป็นนานสองนานเจ้านายก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเขานั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้

          “คุณคามมองซองนั้นมานานแล้วนะครับ มันมีอะไรพิเศษหรือยังไง” นิพนธ์ถาม

          คามินถอนใจทำหน้าเซ็งๆ “ดารกาเอาเงินมาใช้หนี้ฉันหมดแล้ว”

          “ก็ดีแล้วนี่ครับ คงหมดเรื่องที่เกี่ยวกับจิราเสียที คุณคามทำเหมือนไม่ดีใจนะครับ”

          คามินขมวดคิ้วใส่นิพธ์ที่ช่างไม่เข้าใจอะไรบ้างเลย “แล้วฉันจะหาข้ออ้างอะไรไปหาดารกาได้อีกล่ะ บอกตรงๆ นะ ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันได้พบจิรา จนป่านนี้ดารกายังไม่ยอมรับการขอโทษจากฉันเลย”

          นิพนธ์ยิ้มอยากสมน้ำหน้าเพราะเรื่องแบบนี้เขาเตือนคามินไปหมดแล้ว แต่ตอนนั้นเคยฟังเขาเสียที่ไหน

          “คุณคามรู้สึกผิดหรือครับ”

          “ก็...นิดหน่อย” คามินอ้อมแอ้มตอบไป

          “ถ้างั้นก็ไม่ยาก” นิพนธ์ส่ายหน้าซ่อนความสะใจไว้ “คุณคามต้องทำให้ดารกากลับมายิ้มให้ได้สิครับ”

          “หน้าของฉัน ดารกายังไม่อยากจะมองเลย” คามินไม่อยากเล่าว่าถูกไล่ออกมาตั้งกี่ครั้ง ทั้งที่เขาอยากช่วยซื้อกับข้าวถุงแบบเหมาแผงเพื่อที่ดารกาจะได้ไปพักเร็วขึ้น

          “ผมไม่ได้บอกให้คุณคามแบกหน้าไปให้คุณดารกาเห็นสักหน่อย แค่หาวิธีทำให้คุณดารกากลับมายิ้มเหมือนเดิมต่างหาก ผมรู้ว่าคุณคามมีคำตอบ แต่ยังลดความบาดหมางในใจไม่ได้ ผมคิดว่าทำแบบนี้น่าจะง่ายกว่าการต้องไปคุยกับจิตแพทย์ทุกเดือนมากกว่านะครับ” ถ้าบอกใบ้ขนาดนี้แล้วคามินยังไม่รู้ นิพนธ์คงต้องบอกคำตอบ

          คามินเบ้ปากใส่นิพนธ์เมื่อรู้ดีว่าคำตอบคืออะไร

          “พอเลย ไปไกลๆ ถ้าไม่เรียกไม่ต้องมาให้เห็นหน้าจะดีมาก”

          นิพนธ์หัวเราะชอบใจเป็นอันว่าคามินรู้แล้วว่าต้องทำยังไง เหลือแค่รอเวลาในการลงมือทำเท่านั้นเอง เขารู้ดีว่าเนื้อแท้ของคามินเป็นคนอย่างไร การที่ดารกาถูกจิราทำแบบนั้นก็เพราะคามิน การเห็นเงาของตัวเองในสิ่งที่จิราทำคงเหมือนกระจกสะท้อนสำหรับคามินไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคนพูดคำว่าขอโทษนับครั้งได้จะพยายามตามไปขอโทษดารกาเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ตัวแล้วว่าการแก้แค้นไม่ได้ทำให้ใครมีความสุขเลย

 

          ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป แต่จิรากับดารกาจะกลับมาพบกันอีกครั้งได้ยังไง ตอนหน้าคือตอนที่ 20 ตามต้นฉบับแล้วนะคะ ถ้าไม่อยากรออ่านต่อได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ

 

          อัมราน&บรรพตี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น