ตอนที่ 10 : ความลึกลับของผู้ชายหลังหน้ากาก 1/4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 ก.ย. 61

ดารกาเดินเล่นอยู่หน้าบ้านพักของตัวเองครู่หนึ่งหลังอาหารมื้อค่ำที่เธอไปนั่งกินกับบรรดาสาวใช้แทนการนั่งในห้องที่แม่บ้านพริมเตรียมไว้ ก่อนจะเข้าห้องมาดูทีวีเงียบๆ พลางอ่านเอกสารที่ปริญเตรียมไว้ให้สำหรับผู้ช่วยเลขา ทำให้เธอรู้ว่างานทุกอย่างรวมๆ แล้วก็คือตามแต่จิราจะสั่งซึ่งน่าหนักใจกว่าการต้องทำงานมากๆ แต่รู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรเสียอีก

          ดารกาหลับคากองเอกสารมารู้สึกตัวตื่นเพราะแม่บ้านพริมโทรมาตอนที่นาฬิกาตรงฝาผนังบอกว่าเพิ่งหนึ่งทุ่มกว่าๆ  

          “มีแขกมาขอพบคุณดาวค่ะ ตอนนี้รออยู่ที่ศาลารับรองด้านนอกนะคะ”

          “ขอบคุณมากนะคะ คุณแม่บ้านพริม”

          ดารกากดวางสายถึงเพิ่งเห็นว่าคามินโทรหาเป็นสิบรอบ เธอเดินไปหาแขกด้วยใจระทึกแล้วแทบถอนใจโล่งอกเมื่อคามินส่งนิพนธ์มาแทน ความที่มีชนักติดหลังทำให้ดารกามองไปรอบตัวอย่างกับกลัวว่าใครจะรู้ว่าการมาครั้งนี้ของเธอมีเป้าหมายอะไร

          “คุณไม่ควรมาที่นี่ ฉันไม่อยากถูกสงสัย”

          “ผมมาตามคำสั่งของคุณคามที่ต้องการให้สิ่งนี้กับคุณ”  นิพนธ์ส่งถุงกระดาษให้ดารกาที่รับไปอย่างไม่สบายใจนัก

          ภายในถุงเป็นโทรศัพท์เครื่องใหม่เอี่ยม ดารกาเงยหน้ามองนิพนธ์แล้วถอนใจเพราะรู้ว่าหมายถึงว่าต่อไปนี้เมื่อไหร่ที่คามินโทรมาเธอต้องรับสาย

          “ทำงานเป็นยังไงบ้างครับ”

          ดารกาเลิกคิ้วมองอย่างระวังตัว “สบายดีค่ะ งานเลขาทั่วๆ ไป ฉันยังไม่มีโอกาสได้พบคุณจิราเลย เขาเอาแต่อยู่ในห้องแล้วสั่งงานทางเสียง ถ้าคุณจะเอาไปรายงานคุณคามิน ฉันคงให้ข้อมูลได้เท่านี้จริงๆ”

          นิพนธ์พยักหน้าแล้วขอตัวกลับไปโดยไม่มีคำลา ดารกามองจนไฟท้ายรถของนิพนธ์เห็นเพียงลิบๆ จึงเดินเรื่อยๆ ไปบ้านพัก ทว่าเดินยังไม่ถึงสาวใช้ก็เข้ามาบอกว่าจิราต้องการพบ แม้จะไม่ใช่เวลางานแล้วแต่เลขาที่ดีย่อมต้องฟังคำสั่งเจ้านาย เธอรีบเดินไปที่ห้องรับแขกยังไม่ทันได้นั่งด้วยซ้ำคุณเจ้านายก็ส่งเสียงมาแล้ว

          “คราวหน้าถ้าเพื่อนมาหาจะพาเข้ามาคุยในบ้านก็ได้ ผมอนุญาต”

          “ขอบคุณค่ะคุณจิรา” ดารกายิ้มไวๆ หนึ่งทีรอให้จิราพูดต่อ แต่เขาทำเหมือนอยากบอกแค่นี้เลยเดือดร้อนเธออีกนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายชวนคุย

“คุณจิราอยากออกมาข้างนอกห้องบ้างไหมคะ”

          “ถามทำไมน่ะ”

          อ้าว! ดารกาได้แต่อุทานอยู่ในใจ “อยู่คนเดียวนานๆ เดี๋ยวก็ซึมเศร้าเปล่าๆ ออกมาพบปะผู้คนเสียบ้างน่าจะเป็นผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณจิรามากกว่านะคะ”

          “แล้วคุณคิดว่าผมควรทำอะไรล่ะในเวลามืดค่ำขนาดนี้แล้ว”

          “ก็...อย่างเช่นไปขับรถเล่น ไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เดินชิวๆ ที่สนามหน้าบ้านละมั้งคะ”

          จิราหัวเราะเสียงต่ำๆ “มันเป็นความคิดของคุณนะ ถ้าผมไปทำอย่างที่คุณเสนอมาแล้วเป็นอะไรขึ้นมา คุณย่อมต้องรับผิดชอบใช่ไหม”

          “อะไรนะ! แล้วมันเกี่ยวกับฉันยังไงกันล่ะคะ”  เธอแค่แนะนำเฉยๆ ไม่ได้บังคับให้เขาทำสักหน่อย “คุณจิราอย่าเงียบไปแบบนี้สิ คุณจะกำลังหาเรื่องทำให้ฉันตกงานอีกแล้วใช่ไหมคะ”

          ดารกาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจแต่ให้อย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบมาจากจิราจนน่าสงสัย เขาเข้านอนแล้วหรือว่ากำลังทำตามที่เธอบอกกันแน่ช่างคาดเดาไม่ได้เลย หญิงสาวรออยู่สักพักจนรู้ว่าเสียเวลาเปล่าจึงเดินออกมาเพื่อกลับบ้านพัก เธอเดินมาอย่างไม่สบายใจนัก พอเห็นรถคันหนึ่งกำลังจะขับออกไปจากบ้านก็ยิ่งคิดว่าไม่น่าเป็นเรื่องบังเอิญเข้าไปใหญ่

          ดารกาวิ่งหน้าตั้งมาหาชมชิดที่ยืนมองรถอยู่เหมือนกันด้วยสีหน้าเป็นกังวล กริ่งเตือนภัยในสมองของดารกายิ่งดังระงมเมื่อพอจะเดาได้ว่าใครอยู่บนรถคันนั้น

“ใครเพิ่งขับรถออกไปคะพี่ชม”

          “คุณจินครับ”

          “แย่แล้ว!” คำว่า ตกงานตัวเท่าบ้านกำลังระเบิดตูมตามอยู่ในสมองของดารกา

ชมชิดหันมามองดารกา ในขณะที่เธอกำลังอยากจะบ้า ถ้าจิรามีแม้แค่รอยแมวข่วนเธอคงตกงานแน่ๆ หญิงสาวมองไปยังรถญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่แล้วไม่รอช้า

“ดาวขับรถคันนี้ออกไปตามคุณจิราได้ไหมคะ”

          “เอ่อ ได้ครับ นี่ครับกุญแจ แต่ผมคิดว่า...”

          ดารกาใจร้อนพอได้กุญแจรถมาปุ๊บก็สตาร์ตเครื่องปั๊บและรีบบอกชมชิดไปเร็วๆ ว่า

          “ขอบคุณนะคะพี่ชม เดี๋ยวดาวกลับมานะ”   

          ชมชิดกวักมือหย็อยๆ แต่ก็ไม่ทันแล้ว ถ้าดารกาขับรถออกไปไกลมากคงแย่แน่เพราะรถคันนั้นมีน้ำมันในถังอยู่นิดเดียว ครั้นเขาจะโทรไปบอกก็ดันไม่รู้เบอร์ของเธอ ถ้ารถไปดับกลางทางคงได้งานงอกใส่เขาแน่ๆ เชียว

         

          แล้วจะมาอัพต่อ ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ

          อัมราน&บรรพตี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น