Forest of Memories [ Fic Creepypasta ]

ตอนที่ 4 : Animal Mask

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

  "แล้ว...เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เซฟไฟร์" ผู้เป็นบิดาเอ่ยปากถามขึ้นขัดความเงียบที่ไม่เคยมีมาก่อน


 

 เด็กสาวหยุดมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำ แล้วหันมามองบิดา ดวงตาสีเขียวยังคงหม่นหมองจากความเหนื่อยล้าของเมื่อวาน เธอเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมด


 

   "ก็.."


 


 


 


 


 


 

  "แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวจนถึงเมื่อเช้านี่แหละค่ะ.."


 

 ห้องทานอาหารเต็มไปด้วยความเงียบสงัดอีกครั้ง ทุกคนมีสีหน้ากังวล โดยเฉพาะมารดาผู้เหมือนจะรู้อะไรมากกว่าคนอื่นในครอบครัว


 

เด็กสาวก้มหน้า คิดในใจว่าทุกคนจะเชื่อเธอรึเปล่า กับเหตุการณ์ที่ดูจะน่าเหลือเชื่อขนาดนี้


 

 ชายหนุ่มวัยกลางคนมองหน้าน้องสาวขี้กังวล และพูดขึ้นเหมือนดั่งเขาสามารถอ่านใจเธอได้ 


 

"ถึงจะดูแปลกๆแต่ทุกคนเชื่อเธอนะ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกังวลหรอก" เขายิ้ม


 

 เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วยิ้มตอบจางๆ


 

"เอาล่ะ...พ่อคิดว่ามัน... 'ไม่ค่อยดี' เท่าไหร่ ลูกคงจะไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เพื่อความแน่ใจวันนี้ลูกจะต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนะ เซฟไฟร์" ชายวัยใกล้เกษียรพูดกับลูกสาวด้วยสีหน้ากังวล


 

 "ค่ะพ่อ..." เธอตอบเบาๆแล้วพยักหน้า มีงานให้ทำอีกแล้วสิ...


 


 


 


 

   แอร์เย็นช่ำของรถยนต์คันเก่งไม่ได้ทำให้เด็กสาวรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะพยายามปฎิเศษตัวเอง เธอก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าตนเองนั้นเป็นโรคอะไรรึเปล่า


 

  รังสีมาคุของเด็กสาวคงจะส่งไปถึงคุณพ่อที่กำลังขับรถอยู่ข้างๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ ชายวัยกลางคนเหลือบมองลูกสาว ก่อนจะถอนหายใจแล้วผละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยไปขยี้หัวเธอเบาๆ


 

     "เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก ลูกไม่ได้ผิดปกติ"


 

     "พ่อแน่ใจได้ยังไงคะ.."


 

          น้ำเสียงของเด็กสาวเจือไปด้วยความกังวล พลางในหัวก็คิดว่าอาการแบบนี้เป็นโรคอะไรได้บ้าง ประสาทหลอนหรือ?


 

      "ไม่รู้สิ แต่อย่างน้อยแม่เค้าก็ว่าอย่างนั้นน่ะนะ" ชายร่างสูงเอ่ย เขารู้ว่านี่คือเรื่องที่ควรจะไว้ใจคู่สมรสของตนที่สุด


 

   "เอาเป็นว่า ไม่ต้องกังวลไปหรอก คิดซะว่าพ่อแค่พาไปตรวจร่างกายเฉยๆแล้วกัน" ผู้เป็นบิดาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ทำให้เด็กสาวคลายเครียดได้เล็กน้อย


 

   ผ่านจากเขตที่ราบสูงแสนสงบ ก็กลับมาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายอีกครั้ง ผู้คนเดินไปมาในช่วงใกล้เที่ยงวัน ร้านอาหารเริ่มมีลูกค้าชายหญิงมาจับจองที่นั่ง รถราวิ่งตัดกันไปมา ยิ่งเข้าไปลึกในตัวเมืองมากเท่าไหร่ ความวุ่นวายของวันทำงานก็มากขึ้นเท่านั้น แต่เด็กสาวกลับมองว่ามันเป็นอีกสีสันหนึ่งของเมืองใหญ่ แทบทุกที่มีผู้คน ร้านขายของมากมายที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แตกต่างกันไป เป็นบรรยากาศที่เธอพบเจอไม่บ่อยนัก มีเพียงแค่ช่วงวันหยุดพักผ่อนเท่านั้นที่อาจจะมีโชคได้ตามคุณแม่มาด้วย


 

   เซฟไฟร์นั่งมองร้านค้าต่างๆจากในรถ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ในระหว่างที่รถกำลังชะลอเพื่อรอคนข้ามถนนนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า


 

     เด็กสาวหันไปมองตาเป็นประกาย ร้านหนังสือไม้สีเขียวแก่ส่งความรู้สึกเย้ายวนให้เข้าไปมาหาเธอ


 

         "พ่อคะ.."  เด็กสาวเรียกผู้เป็นบิดาทั้งๆที่ตายังจ้องอยู่ที่ร้านหนังสือ


 

        "ฮะๆ เข้าใจแล้วๆ ไว้กลับจากโรงพยาบาลแล้วจะพามาแวะนะ" 


 

    เขาบอกลูกสาวแล้วหัวเราะออกมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอกำลังจ้องอยู่ที่อะไร สิ่งที่ดึงความสนใจของเด็กสาวไปได้เท่าร้านหนังสือนั้นคงไม่มีอีกแล้ว


 

           


 

          เลยจากตัวเมืองซึ่งถือเป็นย่านการค้ามาได้สักพัก อาคารขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมีใครนำกล่องสี่เหลี่ยมมายัดไว้ด้วยกันก็ปรากฎขึ้นให้เห็น


 

       เธอมองโรงพยาบาลด้วยความกระอักกระอ่วน ตั้งแต่วันที่ถูกบังคับฉีดยาสามเข็มรวด เธอก็ไม่ค่อยชอบโรงพยาบาลเท่าไหร่นัก


 

               "ยังกลัวเข็มอยู่อีกหรอ เซฟไฟร์ " บิดาพูดแซวลูกสาวคนเล็ก


 

               "แค่นิดหน่อยเองค่ะ...."


 

               ".........."


 

               ".........."


 

               ".........."


 

               "....จริงๆนะ..."


 

                   เด็กสาวพูดขึ้นเบาๆหลังจากที่เดดแอร์เข้าจู่โจม ชายวัยห้าสิบปลายๆนิ่งไปสักพัก ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้


 

              "อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!! ลูกไม่เปลี่ยนไปสักนิดเลยนะเซฟไฟร์ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"


 

             "พ่อ!!!!!" เธอร้องขึ้นด้วยความอาย คุณพ่อมักจะหัวเราะเธอเวลาเธอทำท่าทีแบบนี้เสมอ


 

                 "โอเคๆ พ่อขอโทษนะ ฮะฮะ" เขากล่าวขอโทษลูกสาวพร้อมกับพยายามกลั้นเสียงหัวเราะ แต่เพราะเหมือนจะกลั้นไม่ได้ เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแทน


 

               "จะว่าไปแล้ว นึกถึงตอนที่ลูกมาโรงพยาบาลครั้งแรกเลยนะ" เขายิ้ม


 

               "หืม?"


 

               "ตอนนั้นน่ะ ลูกเอาแต่ร้องไห้เพราะกลัวพี่ๆพยาบาลเค้า ให้ล่อยังไงก็ไม่สำเร็จ จนสุดท้ายก็ต้องวาดรูปปากสัตว์กับยิ้มลงบนมาสก์ปิดปาก แล้วใช้ใส่เวลาคุยกับลูก ลูกถึงจะไม่ร้องยังไงล่ะ ฮ่าฮ่า"


 

                     ถึงจะเปลี่ยนหัวข้อแล้ว แต่ก็ยังไม่วายวนเข้าไปแซะเด็กสาวอีก เธอจึงได้แต่กลอกตาแล้วหันหน้าออกไปนอกรถแทน


 

             เด็กสาวมองออกไปข้างนอกหน้าต่างรถยนต์ด้วยอารมณ์บูดบึ้ง สายตาสาดส่องไปยังถนนสีเทา พลันสะดุดตาเข้ากับใครบางคนที่เดินอยู่ที่ฟุตบาทริมทางของโรงพยาบาล


 

                      " ถ้าเรื่องที่พ่อเล่าเป็นเรื่องจริง ก็เเปลว่าหนูเผลอไปเพิ่มมาตราการของโรงพยาบาลซะแล้วล่ะค่ะ " เด็กสาวพูดพลางชี้ออกไปนอกหน้าต่าง


 

                      "หืม?" ชายผมบลอนด์ใช้ช่วงที่รถกำลังเข้าคิวรับบัตรจอดในการหันไปมองตามมือของลูกสาว เขาเห็นชายผมสีดำในชุดแพทย์ กับหน้ากากอนามัยรูปยิ้มที่ดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับเด็กเท่าไหร่


 

                     "เท่าที่จำได้ ครั้งที่แล้วยังไม่มีเลยนี่นา" เขาพึมพัม


 

                         "นั่นสิคะ.." เธอตอบก่อนจะสังเกตุถึงสิ่งที่แปลกไป 'ใครเขาใส่ถุงมือผ่าตัดออกมาข้างนอกโรงพยาบาลกัน?'   เธอรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยที่จะจ้องมองชายคนนี้ จึงหันหน้าหนีกลับเข้าไปในรถ และเตือนพ่อของตน


 

                          "พ่อคะ ข้างหน้าคิวว่างแล้วค่ะ"


 


 


 

                  "หืม?" ชายผมดำตวัดสายตาไปยังคิวรถยาวเหยียด ดวงตาสีเลือดจ้องมองด้วยความรู้สึกประหลาดใจ


 

          "เมื่อกี้  ยังกับมีคนมองมาเลยแหะ.." เขาพึมพัมอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังทางออกของโรงพยาบาลด้วยความรวดเร็ว


 

          "แต่ก็นะ" เขายิ้ม "ใครมาวันนี้ก็โชคร้ายหน่อยแล้วกัน เพราะคงเจอกับปัญหา *เล็กๆน้อยๆ* ก่อนจะได้กลับออกไปน่ะนะ" ภายใต้ผ้าปิดปากรูปยิ้ม ฟันแหลมคมขบกันไปมาด้วยความรื่นเริง


 

            "ถึงจะทำเพราะถูกสั่งมาก็เถอะ แต่แบบนี้มันสนุกเป็นบ้า!" สิ้นคำชายหนุ่มก็หัวเราะอย่างพอใจและเดินลับเข้าไปในดงไม้สูง


 


 


 


 

                         "คิวที่ 275 คิวที่ 275 เชิญที่ห้องตรวจหมายเลข 6 ค่ะ"  เสียงใสของพยาบาลสาวดังผ่านลำโพงติดผนังสีดำ ชายร่างสูงสกิดลูกสาวที่เลื่อนโทรศัพท์ไปมาด้วยความเบื่อหน่าย ทั้งสองลุกขึ้นแล้วตรงไปที่ห้องตรวจในทันที เด็กสาวกระซิบกับพ่อด้วยเสียงเฉยชา 

 

                                      "คราวหลังถ้าหนูเป็นอะไรอีก ขอตายอยู่ที่บ้านเถอะนะคะ" 


 

                                      "ได้ไงล่ะ พ่อไม่อยากเรียกสัปเหร่อมาที่บ้านนะ"


 

                        ไม่มีใครพูดอะไรไปตลอดทาง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น