Forest of Memories [ Fic Creepypasta ]

ตอนที่ 14 : City strolls

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

     เขาเชื่อมาเสมอว่าเขาปกป้องทุกคนได้ ปกป้องจากสิ่งที่ไม่ดี ปกป้องจากการโดนรังแก ปกป้องทุก ๆ คนที่เขารัก ประชาชน เพื่อน คนรู้จัก ครอบครัว


     แต่ในสัปดาห์นี้เขาเพิ่งได้รู้ถึงความจริงที่เขามองไม่เคยเห็น ความจริงที่ถูกปิดบังมาโดยตลอด ครอบครัวที่เขามั่นใจว่ารักและปกป้องได้นั้นไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อย เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน


     คิวมัสนอนอยู่บนเตียงของตน ดวงตาสีครามยังคงเปิดอ้าอยู่อย่างไม่เหนื่อยล้า ที่จริงก็เหนื่อยนั่นแหละ แต่เขากลับทำใจให้นอนหลับไม่ได้ก็เท่านั้น


     ชายหนุ่มพลิกตัวไปมา ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็นำความกดดันและกังวลเหล่านี้ออกจากหัวไม่ได้สักที หลังจากที่น้องสาวของเขามีอาการแปลก ๆ ทุกอย่างก็ดูยุ่งเหยิงไปหมด ทั้งเรื่องการโจมตีจากอะไรก็ไม่รู้ที่โรงพยาบาล และยังเรื่องชายปริศนาเหล่านั้นอีก


     ถือว่าแปลกมากที่ตำรวจตามรอยคนเหล่านั้นไม่ได้สักนิด ในตอนแรกเขานึกว่าเป็นข้อผิดพลาดของการสืบหาเบาะแส แต่หลังจากได้ไปดูด้วยตาตนเองก็รู้ว่าไม่ใช่ เนื่องจากรัฐนี้มีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูงติดอันดับต้นๆของอเมริกา ทำให้การคุ้มกันและระดับการสืบคดีก็สูงตามไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่พบแม้แต่เส้นผมหรือเลือดสักหยด กล้องวงจรปิดจับภาพได้แค่หลังจากที่พวกเขาหลบเข้าไปในซอยตันแห่งหนึ่ง และหลังจากนั้นก็ไม่มีภาพของพวกเขาปรากฎที่ไหนอีกเลย


     ตอนนี้เขาได้ข้อสรุปแล้วว่าเซฟไฟร์กำลังถูกตามล่า อาจจะเพราะต้องการตัวพ่อของเขาจึงจับเธอเป็นตัวประกัน หรือไม่ก็ด้วยเหตุผลบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้แน่นัก


     แต่หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ทำให้เขาแทบจะลืมเรื่องเหล่านั้นไปหมด ในตอนที่นั่งรออยู่ในรถ เขาเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังดักรอน้องสาวของเขาอยู่ ในตอนแรกเหมือนเธอพยายามจะหลบหน้าแต่ก็ถูกดักไว้ สาบานเลยว่าถ้าหากไมไม่ได้เข้ามาหยุดทั้งคู่เอาไว้เขาคงวิ่งลงไปแล้ว


     ในทีแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะคิดอะไรมาก อาจจะเป็นแค่ทะเลาะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประสาวัยรุ่น แต่เมื่อมาลองคิดดูดี ๆ จึงหยุดไม่ได้ เขาคิดไปว่าเธออาจจะกำลังถูกแกล้งอยู่ เขาหัวเราะกับความคิดของตนในตอนแรก แต่หลังจากนั้นก็เริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ


     เขาเคยสงสัยอยู่พักใหญ่ ๆ ว่าทำไมบางวันเธอถึงกลับบ้านช้าผิดปกติ แถมเสื้อยังมีรอยเหมือนน้ำที่แห้งแล้วติดอยู่บ่อยครั้ง เธอมักจะบอกว่ามีคนทะเลาะกันในโรงอาหารแล้วเธอโดนลูกหลงบ้าง หรือไม่ก็บอกว่าวิ่งแข่งกับเพื่อนจนเสื้อเปียกเหงื่อบ้าง เขาเชื่อเธออย่างไม่คิดอะไรมากเพราะมั่นใจว่าดูแลเธอได้ดีพอ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น


     ถ้าบอกว่าเธอถูกกลั่นแกล้งจริง ๆ ทุกอย่างจะสมบูรณ์ เหตุผลว่าทำไมเธอถึงลืมกระเป๋าไว้ที่โรงเรียนบ่อยหรือไม่เคยพาเพื่อนคนไหนมาบ้านนอกจากไมก็จะได้รับคำตอบ


    แต่เมื่อคิดอย่างนั้นเขาก็รู้สึกจุกขึ้นที่อก เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมานานจนทุกคนเคยชิน แต่ในอีกแง่ก็หมายความว่าเธอตกเป็นเหยื่อของเรื่องแบบนี้นานอย่างน่าใจหาย และที่แย่กว่านั้นคือเขาซึ่งเป็นทั้งพี่และผู้รักษาความสงบไม่รู้อะไรเลย


     ความคิดแย่ ๆ ดังไปมาอยู่ในหัว ทั้ง ๆ ที่สาบานว่าจะปกป้องประชาชนแต่กลับปกป้องคนในครอบครัวไม่ได้ด้วยซ้ำ


     ในขณะที่กำลังจะข่มตาหลับ เสียงเปิดประตูจากห้องตรงข้ามก็ดังขึ้น แม้มันจะเบาจนไม่ทำให้ใครตื่น แต่ท่ามกลางความเงียบงันยามค่ำคืนก็ทำให้เขาผู้ซึ่งนอนลืมตาอยู่ได้ยินอย่างชัดเจน


     คิวมัสคว้าโทรศัพท์ที่ชาร์จอยู่บนหัวเตียงขึ้นมาเปิดดูเวลา แสงจากหน้าจอทำให้เขาต้องหรี่ตาไปชั่วครู่ ตัวเลขดิจิตอลสีขาวแสดงเวลาบอกเขาว่าอีกสิบนาทีจะตีห้าตรง


     ชายร่างสูงค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงและเเง้มประตูออกดู แต่เเล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นร่างในชุดนักเรียนของน้องสาวกำลังปิดประตูห้องและเดินออกมา


          " อ่ะ หนูทำพี่ตื่นหรอ โทษที "


     เธอกล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาเมื่อเห็นว่าเขายังไม่นอน สีแดงไม้ของเส้นผมยังดูโดดเด่นในความมืดรอบกาย


          " ไม่เป็นไร แล้วนี่จะรีบไปไหนน่ะ "


     เขาถามขึ้น เสียงเบาไม่แพ้กันเพราะกลัวจะปลุกให้พ่อและแม่ซึ่งอยู่ห้องข้าง ๆ ตื่น เด็กสาวยักไหล่เล็กน้อยดั่งจะบอกว่าก็ไม่ใช่อะไรพิเศษ


          " หนูตื่นเร็วไปหน่อย หลับต่อไม่ลงเลยคิดว่าแต่งตัวแล้วมานั่งรอก็แล้วกัน "


     ชายหนุ่มพยักหน้า แม้จะอยากคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเย็นแต่ก็รู้สึกว่าเวลานี้คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก


          " แล้วอยากให้ช่วยอะไรไหม อาหารเช้า? งานค้าง? "


          " ขอบคุณแต่ไม่ต้องหรอก พี่น่ะนอนไปเถอะ หน้าตาโทรมยิ่งกว่าเวลาผู้หญิงล้างเครื่องสำอางอีก "


     เธอแขวะเขาแล้วเบะปากเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปที่ครัว คิวมัสหัวเราะพลางปิดประตูกลับเข้ามาในห้องของตน น้องสาวเขาก็พูดไม่ผิดหรอก ตอนนี้เขาเพลียเสียจนอยากจะลืมทุกอย่างแล้วไปจำศีลกับหมีในถ้ำเลยล่ะ


     ชายหนุ่มล้มตัวลงบนที่นอนอีกครั้ง คราวนี้หลังจากคิดอะไรเล็กน้อยเปลือกตาก็ปิดลงได้อย่างง่ายดาย


--------------------


          " ไปเที่ยวหรอ? "


     เซฟไฟร์เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำจากเพื่อนสาว ตอนนี้พวกเธอทั้งคู่กำลังนั่งอยู่ในโรงอาหารของโรงเรียน น้ำผลไม้กล่องขาวแดงที่ด้านขวาทำให้โต๊ะเปียกหน่อย ๆ


          " ช่าย แต่ก็ไม่เชิงว่าไปเที่ยวหรอก ก็แค่ไปเดินช้อปปิ้งเล่น ๆ น่ะ ฉันมีของที่อยากได้อยู่ อ้อ ๆ ! แล้วก็มีเบเกอรี่เปิดใหม่ด้วยนะ "


     ไมยิ้มร่าพลางทำไม้ทำมือประกอบการเล่าของตนไปด้วย เซฟไฟร์เท้าคางมองเพื่อนสนิทพลางนึกถึงเรื่องที่ต้องทำในวันนั้น แต่เมื่อได้ยินคำว่าเบเกอรี่กำหนดการทุกอย่างก็หายไปทันที


          " เอาสิ ฉันไปด้วย "


          " เยี่ยม! "


     ไมกล่าวก่อนจะปรบมือดัง แปะ เธอเป็นคนที่มักจะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทำให้ตอนนี้เหมือนจะมีดอกไม้ลอยอยู่รอบ ๆ ตัวอยู่ตลอดเวลา 


          " แล้วจะไปยังไงล่ะ ฉันขอให้พี่ขับรถไปส่งได้นะ "


          " อืม.. ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเราไปกันเองดีกว่า มีรถประจำทางที่วิ่งไปแถว ๆ นั้นด้วย อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง "


     เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซฟไฟร์จึงเก็บโทรศัพท์เครื่องเงินใส่กระเป๋าไว้ดังเดิม แม้จะอยู่ที่เมืองนี้มานานจนจำแทบไม่ได้ แต่เธอก็แทบจะไม่เคยออกไปไกล ๆ คนเดียวมาก่อน ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่ค่อยรู้สึกอยากออกจากบ้านด้วยนั่นล่ะ


          " โอเค งั้นเจอกันเก้าโมงที่ป้ายรอรถก็แล้วกันนะ "


     เส้นผมสีแดงถูกยกทัดไว้ข้างหู เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อตั้งนาฬิกาเตือน ไมก็ทำเช่นเดียวกัน พลันกริ่งโรงเรียนก็ร้องขึ้นเตือนทุกคนว่าเวลาพักเที่ยงมาถึงแล้ว เด็กสาวทั้งสองจึงลุกขึ้นนำจานของตนไปเก็บก่อนที่นักเรียนคนอื่นจะมา ขอบคุณสวรรค์ที่วันนี้คาบว่างของพวกเธอตรงกับเวลาก่อนพักเที่ยงพอดี


      . . . 


     เสียงรองเท้าหนังคู่ถนัดกระทบกับพื้นถนนเก่าๆ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าจุดรอรถประจำทาง เซฟไฟร์นั่งลงบนที่นั่งไม้ใต้หลังคาสีครึ้ม อากาศชื้นแฉะเพราะฝนเพิ่งหยุดตกได้ไม่นาน เส้นผมสีแดงไม้ถูกมัดรวบขึ้นเป็นหางม้าทรงสูงดูทะมัดทะแมง เธอหยิบมือถือขึ้นดูเวลา แปดนาฬิกาสี่สิบหกนาที เหมือนจะมาเร็วไปนิดหน่อยนะ


     แต่แล้วความคิดที่ว่าคงต้องนั่งรออีกนานก็หายไป เมื่อดวงตาสีมรกตเหลือบไปเห็นเพื่อนสาวที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้พอดิบพอดี เส้นผมสีไม้และชุดกระโปรงผ้าหนาสีโกโก้ดูเข้ากันอย่างไม่น่าแปลกใจนัก ทั้งคู่แสดงความประหลาดใจออกมาพร้อมๆ กัน


          " อ๊ะ "


          " เอ๊ะ "


     เมื่ออุทานออกมาพร้อมๆ กันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็หลุดหัวเราะออกมา โดยปกติแล้วหากมีนัดเช่นนี้จะมีใครคนใดคนหนึ่งที่มาสายเสมอ แต่การมาเร็วพร้อมกันแบบนี้แสดงว่าพวกเธอทั้งสองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน


          " อะไรกัน เธอตื่นเต้นสุดๆ ไปเลยไม่ใช่รึไงเนี่ย "


     เซฟไฟร์พูดกลั้วหัวเราะ ไหล่บางสั่นไปตามเสียงแสดงความขบขัน


          " ทำไมเล่า ก็ฉันเป็นคนชวนนี่นา ก็ต้องตื่นเต้นอยู่แล้วสิ! แล้วนั่นชุดอะไรของเธอน่ะ ไปคาเฟ่ก็ต้องแต่งตัวสวยๆ ไม่ใช่รึไง เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์มันธรรมดาไปอ่ะะ "


     ไมโวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นชุดแสนจะธรรมดาของเพื่อนสาว วันนี้เธอเตรียมกล้องมาโดยเฉพาะเพื่อเก็บภาพความทรงจำและสถานที่สวย ๆ แต่พอเห็นความสบาย ๆ ที่เหมือนกะไปเดินเฉย ๆ ของเซฟไฟร์แล้วก็หัวเสียจนอยากจะพากลับบ้านไปแต่งตัวใหม่เสียเดี๋ยวนี้


          " เอ้า เธอก็รู้นี่ว่าปกติฉันแต่งตัวแบบนี้อยู่แล้ว เพราะเห็นข้อความที่เธอบอกให้แต่งตัวดี ๆ เมื่อคืนหรอกนะถึงยอมไม่ใส่เสื้อคลุมมาเนี่ย "


     เซฟไฟร์บ่นกลับ เธอไม่เข้าใจว่าถ้าหากจะแค่ไปเดินเล่นกินขนมกันเฉย ๆ ทำไมจะต้องเเต่งตัวจัดเต็มไปด้วย ยังไง ๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะมีใครตามถ่ายอยู่แล้ว


          " แต่งตัวดี ๆ หมายถึงแต่งตัวให้พร้อมถ่ายรูปต่างหาก กลับไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลยนะ! "


     ไมกล่าวพลางพยายามผลักตัวของเพื่อนสาวให้กลับไปทางบ้านที่เธอเดินมา เซฟไฟร์ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเกือบล้มหน้าคะมำไปกับพื้นที่ยังไม่แห้งดี


          " บ้าเอ๊- อย่าผลักกันสิ! ถ้าฉันล้มไปจริง ๆ ฉันเอาหน้าเช็ดกับเสื้อเธอแน่! "


          " ก็เธอไม่ยอมกลับไปเปลี่ยนชุดเองนี่! ฉันถ่ายรูปเธอในเสื้อเชิ้ตจนเบื่อแล้วนะ! กลับไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลย! "


          " เดี๋ยวนะ นี่เธอแอบถ่ายฉันจริง ๆ ด้วย! ว่าแล้วว่าทำไมตอนวันเกิดเธอถึงมีรูปฉันเยอะนัก! "


           " อย่ามาเปลี่ยนหัวข้อนะ! ถ้าเธอไม่กลับฉันจะไม่พาไปกินขนม- "


     ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี เด็กสาวทั้งสองก็ต้องรีบดึงกันไปที่ข้างทางเมื่อรถประจำทางวิ่งเข้ามาจอดรับคน ลมจากความเร็วรถทำให้อากาศเย็นขึ้นอีก เซฟไฟร์และไมมองหน้ากัน ก่อนจะรีบแย่งกันวิ่งขึ้นไปจับจองที่นั่งข้างหน้าต่างซึ่งเหลืออยู่ไม่มากนักแล้ว


     . . .


     ใบหน้าสีซีดของเซฟไฟร์บึ้งตึงตรงข้ามกับไมที่ยิ้มร่าไม่ยอมหุบ เธอช้าไปเพียงก้าวเดียวเพราะชะลอลงเนื่องจากกลัวจะเหยียบไม้เท้าของหญิงชราเข้า ที่นั่งข้างหน้าต่างบานสุดท้ายจึงตกเป็นของไมไป


          " นี่แหละคือบทลงโทษของคนที่ไม่ยอมไปเปลี่ยนชุด "


     ไมกล่าวอย่างภาคภูมิใจขณะส่งยิ้มให้เซฟไฟร์ ดวงตาสีเขียวสดได้แต่เขม่นมองเพื่อนสาวเนื่องจากไม่อยากเสียงดังในรถขนส่งสาธารณะ


     บรรยากาศนอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนเป็นร้านค้าต่าง ๆ นา ๆ ซึ่งขายของต่างกันมากมาย โซนเมืองที่ทั้งคู่เลือกมาเป็นแนวตลาดยามเช้าแบบย้อนยุคซึ่งไมมักจะบอกเสมอว่าเหมาะแก่การมาถ่ายรูปเสื้อผ้าสีขาวน้ำตาลที่สุด


     พลันมือถือของเด็กสาวในชุดน่ารักก็ดังขึ้น ไม่ใช่การโทรเข้าแต่เป็นข้อความ ไมหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความสงสัย ไม่บ่อยนักที่เธอจะได้รับข้อความผ่านแอพลิเคชั่นพื้นฐานของโทรศัพท์


     คิ้วบางขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ เธอนึกว่าจะเป็นข้อความเรียกเก็บค่าโทรศัพท์หรือเซอร์วิสอะไรสักอย่าง แต่การแจ้งเตือนสีขาวบอกเธอว่าเป็นผู้ใช้อื่นที่ติดต่อเข้ากับเบอร์มือถือของเธอโดยตรง แถมยังเป็นการส่งรูปภาพอีกด้วย


     นิ้วเรียวขาวปลดล็อคหน้าจอก่อนจะกดเข้าไปดูทันที แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นรูปภาพที่ถูกส่งมาโดยเบอร์ปริศนา เธอใช้เวลาวิเคราะห์อยู่ชั่วครู่ก่อนจะตระหนักได้ว่ารูปที่เธอเห็นคืออะไร


     รูปที่ถูกส่งมาคือรูปของเธอและเซฟไฟร์ในขณะที่ยืนคุยกันอยู่ที่ป้ายรอรถ จากมุมมองของภาพทำให้ไมรู้ว่าผู้ถ่ายจะต้องอยู่ที่บริเวณทางตรงข้ามของถนน ลึกเข้าไปในดงพุ่มไม้


     เด็ดสาวสูดหายใจเข้าเพื่อพยายามดึงสติ สต็อกเกอร์หรือ? แน่นอนว่าเธอเคยโดนตามมาแล้วครั้งไม่ถ้วน แต่การส่งรูปมาโดยไม่บอกอะไรเลยนั้นเป็นครั้งแรก และระยะทางที่ดูใกล้เหลือเกินนี้ก็ทำให้เธอใจหาย ทั้ง ๆ ที่ถ้าจะสังเกตให้ดีก็คงมองเห็นไปแล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้แม้แต่จะเอะใจด้วยซ้ำ


          " มีอะไรรึเปล่า? "


     เซฟไฟร์ถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสาวเงียบไป ไมสะดุ้งพลางกดปิดหน้าจออย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าควรจะบอกไปหรือไม่ดี


          " ม.. ไม่มีอะไรหรอก! แค่..ข้อความแจ้งให้เติมเงินน่ะ "


     คำโกหกถูกกล่าวออกจากริมฝีปากเล็ก ไมรีบยกมือขึ้นปัดไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่มีอะไรจริง ๆ ดวงตาสีฟ้าดูตื่นตระหนกและลนลาน เซฟไฟร์ขมวดคิ้ว


          " เมื่อไหร่เธอจะยอมรับสักทีว่าตัวเองโกหกได้ห่วยแค่ไหนน่ะ.. นี่ ต่อให้เป็นเรื่องอะไรไม่ดีก็บอกมาเถอะ เธอรู้ว่ายังไงฉันก็จะคอยช่วยเธออยู่แล้ว "


     เซฟไฟร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไมเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้น


          " อื้ม ไว้หาจังหวะดี ๆ ได้แล้วฉันจะบอกนะ "


     ไมยิ้มบาง ๆ เธอหมายความว่าเช่นนั้นจริง ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจังหวะดี ๆ ที่พูดถึงนั้นจะเป็นเมื่อไหร่ก็แค่นั้นเอง


     แม้จะยังคลางแคลงใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายเซฟไฟร์ก็ถอนหายใจและพยับหน้าเบา ๆ


          " ถ้าเธอว่างั้นน่ะนะ "


     . . .


     รองเท้าพื้นหนาทั้งสองคู่กระทบกับทางลาดสีเทารูปหินเกิดเป็นเสียงน่าฟัง ผู้คนในตลาดแห่งนี้มีไม่มากนัก แต่ก็ไม่ได้น้อยเกินไปจนทำให้รู้สึกอึดอัด ตามสองข้างทางถูกจับจองไปด้วยร้านค้านานาชนิด มีเสียงเพลงของนักดนตรีเปิดหมวกดังมาแว่ว ๆ พร้อมกับกลิ่นหอมของขนมหวานและขนมปังอบใหม่


     เด็กสาวทั้งสองเดินไปตามทางพร้อมกับแวะดูร้านค้าหลากสีมากมาย มีทั้งร้านขนม ร้านของเล่น ร้านเครื่องประดับและแม้แต่ของแปลก ๆ อย่างยาดองหรือสติ้กเกอร์รูปเคอร์มิท แม้จะยังกังวลใจอยู่บ้างแต่ไมก็ตัดสินใจที่จะลืมเรื่องนั้นไปก่อนและสนุกกับเวลาที่ได้อยู่ที่นี่


          " ไม! นั่นแอปเปิ้ลคาราเมล! "


          " ไหน!! "


     เด็กสาวทิ้งความกังวลของตนเอาไว้และตัดสินใจที่จะมีความสุขต่อไป แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้น จะก่อให้เกิดเรื่องที่เลวร้ายตามมาอย่างคาดไม่ถึง


     . . . 


          " อื้ม~ ไอศกรีมที่ร้านนี้น่ะวิเศษที่สุดแล้ว! "


     น้ำเสียงหวานใสที่เต็มไปด้วยความพอใจเปล่งออกมาจากปากของเด็กสาวหลังจากอมช้อนทั้งคำเข้าปาก มือเรียวยกขึ้นกุมที่ใบหน้าของตนและบิดไปบิดมา เซฟไฟร์มองภาพตรงหน้าอย่างเอือม ๆ ถึงแม้จะเห็นด้วยกับรสชาติที่ยอดเยี่ยมของขนมหวาน แต่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับการที่ไมจะทำท่ากระดี้กระด้าอย่างไม่สนใครในร้านแบบนี้


          " หยุดเลย อย่ามาทำท่าแบบนั้นข้างนอกนะ เธออายคนอื่นเค้าไม่เป็นรึไงเนี่ย "


     เจ้าของผมแดงใช้ช้อนชี้เพื่อนสาวพลางทำท่าเหมือนตักเตือนสั่งสอน ก่อนจะตักวาฟเฟิลไอศกรีมขึ้นมาทานอีกคำ


          " เธอไม่เข้าใจหรอก การแสดงรีแอคชั่นออกมาแบบนี้จะทำให้ของที่อร่อยอยู่แล้วอร่อยขึ้นไปอีกนะรู้รึเปล่า! "


          " อ๋อหรอ "


     เซฟไฟร์กล่าวอย่างไม่สนใจนักในขณะที่ไมเบ้ปาก คงไม่มีอะไรแปลกไปได้มากกว่ากระเป๋าหน้าตาประหลาดที่เพื่อนสาวของเธอเพิ่งยอมจ่ายสิบห้าดอลลาร์เพื่อได้มันมานักหรอก


     ดวงตาสีมรกตเหลือบมองกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลรูปลิงบูด ๆ เบี้ยว ๆ แล้วนึกอยากจะถอนหายใจ แค่เพียงเจ้าของร้านบอกว่าเหลือใบเดียวแล้วไมก็รีบควักเงินซื้อในทันที ถึงจะเข้าใจว่าฐานะของไมก็ไม่ได้แย่ แต่บางทีเธอก็นึกอยากจะดัดนิสัยเพื่อนสาวเสียจริง


          [ ติ๊ง ]


     เสียงการแจ้งเตือนของโทรศัพท์ไมดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีเขียวเหลือบขึ้นมองเพื่อนสาวอย่างแอบ ๆ ขณะที่เธอทำท่าตกอกตกใจ เซฟไฟร์รู้สึกไม่ดีกับท่าทางของไมตั้งแต่บนรถประจำทางแล้ว โดยปกติไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรไมก็จะบอกเธอเสมอ หรือว่านี่จะเป็นผลจากที่เธอไม่ยอมเล่าเรื่องฝันกันนะ


          " ไม? "


     เจ้าของผมแดงตัดสินใจทักขึ้น เด็กสาวตรงหน้าทำท่าตกใจอย่างเกินเหตุก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว เซฟไฟร์รู้สึกได้ทันทีว่าจังหวะการเต้นของหัวใจของไมเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ 


          " ไม่อยากบอกฉันจริง ๆ หรอ "


     เซฟไฟร์ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แม้จะกังวลขึ้นมานิด ๆ และรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ไมปิดบังไว้ แต่เธอก็เชื่อใจเพื่อนมากเกินกว่าจะถือวิสาสะเค้นความออกมาตรง ๆ ไม่ว่าใครก็มีพื้นที่ส่วนตัวที่อยากเก็บไว้ทั้งนั้น


          " ...อื้อ ขอเก็บไว้ก่อนนะ "


     ไมกล่าวขึ้นหลังจากเงียบไปชั่วครู่ เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจดีแล้วเซฟไฟร์จึงพยายามไม่คิดอะไรมาก เธอไม่รู้ว่าตัดสินใจดีแล้วหรือไม่ที่ทำแบบนี้ แต่ยังไงเธอก็จะเคารพในการตัดสินใจของไมจนถึงที่สุดอยู่ดี


     . . .


          " แล้วนี่เราจะไปเดินกันต่อไหม หรืออยากจะกลับเลยรึเปล่า "


     เซฟไฟร์ถามขึ้นขณะเดินออกจากร้านขนมร้านที่สาม เด็กสาวผมน้ำตาลทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าให้หนัก ๆ หนึ่งที


          " โอเค! กลับกันเถอะ ไว้หาซื้ออะไรระหว่างทางไปกินบนรถด้วยก็แล้วกัน "


          " เธอนี่.. ยังไม่อิ่มอีกหรอ.. "


     ไมหัวเราะคิกคักหลังจากได้ยินคำบ่นของเพื่อนสาว แม้จะแสดงท่าทีร่าเริงออกไปตามปกติแต่ที่จริงแล้วเธอกำลังค่อนข้างกังวลเลยทีเดียว ในตอนที่นั่งอยู่ในร้านแรก รูปภาพของพวกเธอจากมุมมองนอกหน้าต่างร้านก็ถูกส่งเข้ามา และสิ่งที่น่ากลัวไปยิ่งกว่า คือระยะความใกล้นั้น มากกว่าเดิมเสียจนน่าหวั่นใจ


     ดังนั้นหลังจากพยายามเข้าร้านที่มีคนมาก ๆ อยู่ตลอด ก็คงถึงเวลาที่ต้องกลับไปตั้งหลักที่บ้านแล้วขอให้คุณแม่แจ้งตำรวจให้ เรื่องแบบนี้ทำให้เธอขนลุกได้มากกว่าการโดนจดจ้องเสียอีก 


     [ ติ๊ง ]


     เสียงการแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง หัวใจของเธอเริ่มสั่นแต่ก็ห้ามมือไม่ได้ มือเรียวยกโทรศัพท์ขึ้นเปิดดู รูปภาพอีกแล้ว..


     ...รูปภาพจากด้านหลังของเธอ



     ป้ายเจลาโต้สีขาวฟ้าดึงดูดให้เซฟไฟร์จ้องมันตาไม่กระพริบ ไอศกรีมที่เธอยกย่องให้เป็นที่หนึ่งมาเปิดอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นหันกลับไปหาเพื่อนสาวทันที


          " ไม! ตรงนั้นมี.. "


     เสียงที่ตื่นเต้นค่อย ๆ เงียบหายไป ด้านหลังของเธอมีเพียงกลุ่มคนที่เดินควั่กไคว่ไปมา แต่ไม่มีเพื่อนของเธออยู่ เซฟไฟร์นิ่งค้างไปด้วยความไม่เข้าใจ


          " ไม..? "


___________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น