Can You Help Me ? (Zoro x Sanji)

ตอนที่ 3 : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    7 ธ.ค. 63

…..3…..

 

อากาศเย็นภายนอกช่างต่างกับอุณหภูมิภายในครัวที่เริ่มร้อนระอุอยู่บนผิวกายชายหนุ่ม โซโลที่นั่งพิงพนักอยู่บนโซฟาโดยสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า แขนข้างหนึ่งพาดยาวไปกับพนักพิง เม็ดเหงื่อเริ่มผุดซึมตามผิว เขาหลับตาลงเพื่อขจัดภาพอื่นให้พ้นสายตา

 

ส่วนซันจิ ผู้ทำหน้าที่ฝ่ายรุก กำลังใช้มือข้างซ้ายกุมกลางกายคนตรงหน้า ขยับมือขึ้นลงอย่างที่เคยกระทำให้ตัวเอง และเขาเริ่มเมื่อยกับการยืนคร่อมคนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ต่ำกว่า เขาจึงชันเข่าขวาลงบนโซฟาเพื่อลดความล้า

 

จะไม่เมื่อยเลย ถ้าไม่ค้างอยู่ท่านี้มาหลายนาทีแล้ว 

 

ไอ้หัวสาหร่ายนี่ มัน อึด กว่า ที่ คิด ! 

 

ไม่มีเสียงความพึงพอใจใด ๆ เล็ดลอดออกมาเลย มีเพียงเสียงหายใจหอบเบาๆ 

 

ยิ่งนาน ยิ่งทำให้ซันจิรู้สึกดูแย่ เขาคิดว่าผู้ชายด้วยกันคงรู้วิธีหรือจุดที่ทำให้รู้สึกดีอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่พอสำหรับไอ้หมอนี่ แรงมือฉันไม่พอหรือยังไง 

 

ซันจิซบหน้าลงกับแขนที่ค้ำพนักพิงแล้วเช็ดเหงื่อตัวเองลงกับแขนเสื้อ

 

 

นี่ฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่ฟะ 

 

 

กุ๊กประจำเรือคงไม่ทันคิด ว่าการที่เขาอยู่ในท่ากึ่งคร่อมนักดาบไว้แบบนี้ จะทำให้กลิ่นหอมแชมพูแทบจะฟาดเข้าที่หน้าโซโล ตลอดเวลา อารมณ์ที่ถูกกระตุ้นอยู่เบื้องล่าง กำลังทำให้สมองเริ่มหาวิธีตอบสนองความต้องการที่มากขึ้นไปอีก 

 

 

" !!? "  เฮือก… กุ๊กหนุ่มสะดุ้งโหยง

 

จู่ ๆ มือหนาก็เลื้อยเข้าใต้เสื้อบาง แล้วจับหมับอยู่ที่เอว ซันจิขนลุกซู่ไปทั้งตัว

 

“แก!!...”

 

 

"เงียบน่ะ...ฉันแค่จับเฉยๆ"

 

 

กำลังจะอ้าปากตอบโต้  แต่คิดว่ามันอาจเป็นวิธีที่ทำให้หมอนี่มันเสร็จเร็วขึ้นก็ได้ ? ปล่อยให้มันมีอารมณ์ไป

 

หวังว่ามันคงไม่ได้จินตนาการว่าฉันเป็นผู้หญิงอยู่นะ 

น่าขำ เจ้าทึ่มแบบแกเนี่ยนะ จะจินตนาการถึงผู้หญิงเป็นรึเปล่าก็ไม่รู้ 

 

 

ว่าแต่ การจะทำให้มันฟิน เราต้องเอาตัวเข้าแลกขนาดนี้เลยรึไงฟะ!! 

 

อึก....

 

ซันจิเสียวสันหลังวาบอีกครั้ง เมื่อมือหยาบลูบขึ้นสูงกว่าเอว 

 

กุ๊กหนุ่มเงยหน้าจากแขนตัวเอง เพื่อดูท่าทีคนตรงหน้า

 

แต่ปรากฏว่าพบสายตาที่จ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว สายตาที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบ 

 

ตึก ตัก ...

 

นี่คิดถูกแล้วจริง ๆใช่มั้ย ที่ทำแบบนี้ 

 

ซันจิคิดในใจ เมื่อเห็นสายตาจริงจังของคู่อริ เหมือนเสือที่จ้องเหยื่อ โหยหาจะกินเลือดกินเนื้อ แต่อีกนัยนึงดูเหมือนเสือจะมีความต้องการอะไรมากกว่านั้น 

 

เหมือนว่าใครหลบตาก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ โซโลถูกนัยตาสีฟ้าสะกดให้อารมณ์ดำดิ่ง ส่วนซันจิกำลังเริ่มรู้สึกแปลกๆกับสายตาที่ดูจริงจังเกินไปของคนตรงหน้า เดาไม่ออกว่ามันกำลังคิดอะไรกันแน่ 

 

ชึบ ไม่ทันรู้สึกตัว ปลายนิ้วหยาบเลื้อยขึ้นมาถึงหน้าอกขาวซะแล้ว ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงบีบเบาๆ ซันจิสะดุ้งเฮือก และเผลอร้องอ้ะออกมาแบบลืมตัว

 

เร็วกว่าสิ่งใดคือการตอบสนองตามธรรมชาติ 

ซันจิผละมือที่ค้ำพนักพิงมากำหมัดแล้วเขกเข้าไปที่หัวเกรียนๆเต็มแรง  

 

“โอ๊ย!” 

 

“ไหนว่าแค่จับ! ไอ้นักดาบลามก! "'

 

เชี้ย....ไอ้ห่านี่ มือปลาหมึกซะจริง มันเริ่มจะลามปามมากเกินไปแล้วนะ 

 

“หือ?” 

 

" อะ...อะไร?!" ซันจิชะงักกึก เมื่อสายตาคนตรงหน้ามองต่ำกว่าที่ควร 

 

“ฉันว่ามีอะไรโดนขาฉัน” 

 

นอกจากการตอบสนองอัตโนมัติโดยการใช้กำลังตอบโต้เมื่อครู่ สัมผัสที่หน้าอกนั้นยังส่งผลให้บางอย่างตื่นตัวขึ้นมาตามธรรมชาติอีกด้วย 

 

อ๊ากกก ไม่จริง!! 

 

ซันจิหน้าแดงแปร๊ดไปถึงหู บทบาทผู้รุกรานมาดเข้มที่อุตส่าห์เริ่มมาจบเห่ เขาปกป้องการแสดงตัวตนของน้องชายตัวเอง โดยใช้มือผลักหน้าคมให้หงายหลังเต็มแรง ทำให้ตัวซันจิเองเสียการทรงตัวจนหงายหลังเช่นกัน 

 

แต่แขนแกร่งสองข้างรีบรวบไว้ได้ทัน โซโลจับหมับเข้าที่ต้นขาของซันจิ แล้วจัดการยกร่างบางกว่าที่กำลังเหวอทำอะไรไม่ถูกให้คร่อมหน้าตักตัวเองทันที 

 

 

" !!!?...แกจะทำอะไร!!? " 

 

 

เมื่อซันจิรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังเปลี่ยน ตำแหน่งท่าทางยังคงเดิม เพียงแต่คราวนี้ดูเหมือนฝ่ายรุกอยู่ข้างล่างแทน

 

 

“ทำต่อสิ นายอยากเอาคืนฉันไม่ใช่รึไง” 

 

 

ไอ้หมอนี่ ! 

 

 

“แก...แกมันโรคจิตจริง ๆ” 

ซันจิพยายามดิ้นเพื่อหลุดจากท่าทางที่เป็นอยู่ แต่มือแกร่งที่ต้นขาบีบแน่นเหมือนจะเตือนว่าอย่าขัดขืนเลย 

 

เสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่ได้มีแค่กุ๊กหนุ่มคนเดียวแล้ว นักดาบเองก็สับสนในตัวเองเหมือนกัน ที่อารมณ์พาไปจนเริ่มทำอะไรไม่คิด

ไม่ได้ตั้งใจจะให้เลยเถิดมาจนขนาดนี้ แต่มันรู้สึกไม่พอ แล้วมันก็มีอะไรมายั่วอยู่ตรงหน้า ก็เลยควบคุมตัวเองไม่อยู่ 

 

มือหนากำลังเลื่อนขึ้นไปที่หน้าท้องน้อยของร่างข้างบน 

กว่าซันจิจะทำอะไรถูก มือหยาบก็เกือบจะล้วงลงไปแล้ว 

 

“หยุดนะ! นี่มันจะมากเกินไปแล้วมาริโมะ!" 

 

“ก็แกมีอารมณ์นี่หว่า” 

 

"ฉันไม่ได้มีอารมณ์!! แต่เพราะแกทำให้มันตื่นเองตะหาก" 

 

“เออ งั้นฉันรับผิดชอบเอง” 

 

" !!!!??? "

 

นี่มันพูดอะไรออกมาาา 

จะทำยังไงดี นี่มันเกิดอะไรขึ้น 

เราตั้งใจจะแก้แค้นหมอนี่ ไหงกลับจะโดนเล่นซะเอง 

แล้วทำไมมันถึงชอบมาแตะต้องตัวฉันนักหนา 

จับแล้วมันมีอารมณ์มากขึ้นรึไง ฉันเป็นผู้ชายนะโว้ย 

 

ความรู้สึกปะดังปะเดสับสนเต็มไปหมด 

ซันจิรู้สึกไม่สามารถควบคุมสีหน้าตัวเองที่แดงจนเลือดแทบจะซึมออกมาไม่ไหวแล้ว 

 

" อยากจะรู้นัก ว่าแกเองที่รู้สึก ไว ไม่ต่างกัน จะทนได้นานกว่าครั้งที่แล้วหรือเปล่า" 

 

โซโลจงใจพูดยอกย้อน ส่งสาส์นท้ารบให้สถานการณ์เปลี่ยนจากถูกทำโทษเป็นการแข่งขัน และดูเหมือนมันจะได้ผลกับคนหัวร้อนตรงหน้า

 

" อย่ามาทำปากดีหน่อยเลย! แกจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว แกเองนั่นแหละที่ทนไม่ไหวถึงกับเลื้อยมือไปมาแบบนี้ ! เห็นฉันเป็นผู้หญิงรึไง ฉันน่ะ ถ้าคราวที่แล้วฉันไม่เมาก็ไม่มีทางเสร็จเพราะน้ำมือแกหรอกโว้ย " 

 

" ฮ่า ยอมรับแล้วสิว่านายเมา ไอ้กุ๊กอ่อน ...อุ๊ก!!"

 

ซันจิคว้าหมับเข้ากลางลำตัวคนตรงหน้าอีกครั้ง ลงแรงบีบเนื้อร้อนจนเส้นเลือดปูดที่หลังมือ

 

" จะเริ่มเลยมั้ย รีบๆเสร็จแล้วก็ไสหัวไปซะ(ไอ้เวร)" 

 

โซโลกัดฟันข่มอารมณ์ปวดหนึบทั้งข้างล่างและขมับ มือคว้าขอบกางเกงบางปลดกระดุมรูดซิปคนบนตัวอย่างรวดเร็ว

 

"...ถ้าแกทำเป็นเล่นฉันฆ่าแกแน่”

 

"เหอะ ไอ้กุ๊กงี่เง่า"

 

รอยยิ้มแยกเขี้ยวของนักดาบทำให้ซันจิปั่นป่วนขึ้นไปอีก ยิ่งแลบลิ้นเลียริมฝีปากนั่นยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แผนแก้แค้นที่ตั้งใจไว้ดูเหมือนจะพังไม่เป็นท่า แต่ตอนนี้ต้องแก้สถานการณ์ตรงหน้าก่อน 

 

 

มือหนาสัมผัสกลางกายของร่างที่บางกว่าอย่างรู้งาน ซันจิใช้แขนอีกข้างดันบ่าคนข้างล่างไว้เพื่อเป็นที่ยึดและประครองระยะห่างที่น้อยนิด โซโลจัดการถอดกางเกงของซันจิออกได้เพียงข้างหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่าคนข้างบนกางขาได้ไม่เต็มที่ ทำให้ไม่ถนัดมือ ถึงเจ้าตัวจะค้านหัวชนฝาแต่ก็ไม่ทันมือไวของนักดาบ 

 

“บอกว่าอย่ามอง ...หลับตาไปสิ ไอ้โรคจิต” 

 

“ถอดเสื้อออกสิ มันเกะกะ” 

 

โป๊ก.. 

 

แน่นอน ซันจิไม่ยอมถอด และโซโลไม่ยอมหลับตาด้วย 

 

ใครเสร็จก่อนแพ้ !!

 

ในหัวของทั้งคู่คิดวนอยู่แบบนั้น 

ชายฉกรรจ์สองคนจ้องหน้ากันด้วยอารมณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก  ที่ผ่านมา เคยแต่ทะเลาะแล้วต่อสู้กันจนข้าวของพังพินาศ แต่คราวนี้จะมาเอาชนะกันเรื่องแบบนี้ มันก็รู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล 

 

 

แต่จะให้ยอมแพ้ ก็ทำไม่ได้!! 

 

 

เสียงหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ซันจิกัดปากแน่นเพราะกลัวจะหลุดเสียงประหลาดออกมาอีก มืออีกข้างของโซโลยังอยู่ที่ต้นขาของกุ๊กหนุ่ม นักดาบเป็นฝ่ายยอมจำนนกับเกมจ้องตา และรำคาญเต็มทีที่กุ๊กห้ามเขามองรอบที่แปด เขาจึงถือวิสาสะซบหน้าลงกับไหล่คนตรงหน้า 

 

ชิบหาย...

นักดาบสบถในใจเมื่อสัมผัสกลิ่นผิวกายคนตรงหน้าได้ชัดเจนกว่าเดิม 

 

ไม่รู้ทำไมเหมือนความรู้สึกกระหายมันมากขึ้นเวลาได้กลิ่นไอ้หมอนี่ 

 

หอม อยากกัด

 

 

“อ๊ะ!”  

 

 

อ๊ากก ให้ตายเถอะ!!... เผลอหลุดปากอีกแล้ว! 

 

นักดาบมือปลาหมึกเริ่มเลื้อยมือที่ต้นขาอีกครั้ง คราวนี้เลื้อยอ้อมหลัง บีบเนื้อที่เอวไล่ไปที่สะโพกก่อนจะล้วงลงไปหวังสัมผัสผิวก้นขาว

 

“ย... อย่าจับ!” 

 

นักดาบไม่สนการขยับขัดขืนใด เขาเร่งมือที่กุมจุดอ่อนไหวของกุ๊กหนุ่มขึ้นอีก 

 

ตอนนี้เหมือนโลกทั้งใบจะเงียบไป มีเพียงเสียงหอบแผ่วและครางอือในลำคอของคนตรงหน้า การที่เขาหลับตาลงไม่ได้ช่วยให้ภาพของเจ้ากุ๊กที่หน้าแดงก่ำหายไปจากสมองได้เลย มิหนำซ้ำกลิ่นตัวหอมนี่ยังกระตุ้นให้สัตว์ป่าอย่างเขาอยากจะทำอะไรเกินเลยมากไปกว่านี้อีก 

 

โดยไม่รู้ตัวและปล่อยอารมณ์พาไป ปลายจมูกคมสันฝังลงบนลาดไหล่ เสื้อบางช่างเป็นอุปสรรคกีดขวาง โซโลเลื่อนหน้าไล่ขึ้นตามปลายผมสีทองที่ระอยู่คอเสื้อ  เหมือนโสตประสาทบอกให้ควานหาต้นตอของกลิ่นหอมรัญจวนที่เย้ายวนไม่ห่างหาย จนเมื่อสัมผัสเจอผิวเนื้อแท้เขาจึงกดปลายจมูกลง เกิดเสียงสูดลมหายใจดังฟืดอยู่หลังใบหูที่แดงเถือก  ซันจิสะดุ้งอีกครั้ง สร้างความเสียวแวบจนเนื้อเต้น 

 

จุ๊บ..

 

เฮือกกก..

 

"ฮ...เฮ้” 

 

“อืมม” 

 

นักดาบส่งเสียงเหมือนจะปัดความรำคาญ เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงทุ้มครางอือในลำคอ ทำให้ซันจิรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าคงจะถูกอารมณ์ครอบงำจนเสียสติไปแล้ว 

 

จุ๊บ..

 

รู้สึกได้ถึงความชื้นจากลิ้นร้อนที่กำลังลิ้มรสผิวกายของตน เสียงดูดดึงสลับกับความเจ็บแปลบจากคมเขี้ยวที่กัดซ้ำลงบนรอยจูบ

เอาอีกแล้ว เริ่มจะรู้สึกเหมือนครั้งที่แล้ว ความรู้สึกที่เหมือนถูกสูบเข้าไปอีกห้วงนึง 

 

 

สัมผัสหนักแน่นแต่บางครั้งอ่อนโยนโลมเล้าอยู่เบื้องล่าง จากมือหยาบที่เคยเผลอรู้สึกดีด้วยไปแล้วครั้งนึง และครั้งนี้ก็คงไม่ต่าง ที่ต่างคือความรู้สึกดีที่อาจจะมากกว่าเดิม 

 

 

ไหงเป็นแบบนี้ไปได้ เมื่อไหร่มันจะจบสักที 

ฉันต้องเปลืองตัวอีกนานมั้ย!

 

 

 

“อืออ..."  

 

 !!!

ไม่ได้..อย่าตอบสนองมัน

จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด 

 

 

กุ๊กหนุ่มเองก็เร่งมือที่กำลังรูดรั้งเนื้อร้อนของคนตรงหน้า เขาอยากให้ทุกอย่างรีบจบเสียที หัวใจเต้นรัวแรงเกินจะได้ยินเสียงหอบฮั่กของตัวเองที่แทบจะคุมไม่อยู่ 

 

แต่เสียงดูดผิวเนื้อยังดังอยู่ใกล้หูไม่หยุด กุ๊กหนุ่มทั้งหลับตา กัดปาก  อดกลั้นอารมณ์ไม่ให้คล้อยตาม จนหน้านิ่วคิ้วขมวด น้ำตาใสเริ่มเอ่อที่ขอบตา 

 

“อ๊ะ!!” 

 

เมื่อแรงของกุ๊กหนุ่มดูแผ่วลงจนไม่สามารถตอบสนองตัณหาที่กำลังพุ่งสูงขึ้น แขนแกร่งจัดการจับสะโพกบนตักดึงกระชับเข้าหาตัวให้ใกล้กันจนอกแทบชิด กลางกายแทบจะซ้อนทับกัน มือหนาที่กุมกายขาวขยับมากุมรวบของตัวเองเข้าด้วยกัน แล้วจัดการขยับถี่อย่างที่ต้องการจนคนบนตักถึงกับเกร็งตัวโก่ง นิ้วเรียวบนไหล่หนาเผลอจิกครูดไปกับผิวเนื้อสีเข้มจนขึ้นรอยแดง ทำให้ได้ยินเสียงเสือคำรามในลำคอเพราะความเจ็บแสบ

 

ไม่นะ...

 

สุดความสามารถจะอดทนอดกลั้น กุ๊กหนุ่มถูกอารมณ์ร้อนแรงฉุดกระชากจนไร้เรี่ยวแรงขัดขืน สมองว่างเปล่าจนเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการกระทำตรงหน้า 

 

 

" อื้ออ ...ซ...โซ " 

 

 

เมื่ออารมณ์พุ่งถึงจุดสูงสุด ลมหายใจเหมือนขาดห้วง กุ๊กหนุ่มแอ่นกายกระตุก ความเสียวซ่านวิ่งผ่านช่วงตัวไปจนถึงปลายเท้า เขาเหนี่ยวยึดไหล่หนาพักหายใจหอบ รู้สึกได้ถึงความชื้นเหนอะหนะที่เปรอะออกมาของทั้งคู่ 

 

แยกไม่ออกว่าเสียงหัวใจที่เต้นดังโครมครามนี่เป็นของใครกันแน่ 

 

อะ..

ลิ้นร้อนเลียแผล่บที่กกหู แล้วไล้เลียลงตามสันกราม และมือของนักดาบยังไม่ยอมหยุด 

 

เดี๋ยวก่อน...

 

ปลายจมูกลากผ่านบนแก้มขาว แขนแกร่งโอบกอดร่างที่บางไว้จนแน่น ก่อนจะดันกายโน้มทับร่างบางให้หงายลงไปนอนบนพื้นเสียงดังโครม มือหนาเลื่อนลงดึงกระชับต้นขาขาว ขยับให้ตัวเองแทรกอยู่ระหว่างกลางได้พอดี 

 

เดี๋ยววว..! 

 

ริมฝีปากผู้รุกรานเลื่อนไล่มาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝั่ง นักดาบผละออกเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองใบหน้าที่ผิวแดงระเรื่อชื้นเหงื่อ ริมฝีปากบางสั่นระริก นัยตาโตหวานฉ่ำเพราะหยาดน้ำตา 

 

กุ๊กหนุ่มตะลึงกับความใกล้ชิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้ สายตาแน่วแน่และใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มโน้มใกล้เข้ามาทุกที นักดาบหนุ่มดูกระหายในตัวเขาอย่างหยุดไม่อยู่  มือหนาข้างหนึ่งค้ำพื้นคร่อมร่างบาง มืออีกข้างกำลังจัดการดึงกางเกงให้หลุดจากขาขาว สัญชาตญาณบอกได้ทันทีว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังจะบุกเต็มกำลัง!!!

 

แล้วริมฝีปากก็ใกล้จนแทบจะชิด 

 

 

 

เพียะ! 

 

 

"โซโล!!" 

 

 

 

 

สองมือขาวตะปบเข้าที่ข้างแก้มของนักดาบเต็มแรง! ประหนึ่งจะตบเรียกสติให้ตื่นจากภวังค์  ซันจิจับใบหน้าของคู่อริแล้วตัดสินใจมองตาสู้หน้าเพื่อย้ำเตือนว่า ที่มันหื่นจนกำลังจะล่วงเกินไปถึงไหนต่อไหน นี่เพื่อนเอง! มึงกำลังจะทำอาร๊ายย!!???

 

 

นักดาบเบิกตาโพลงเมื่อถูกเรียกวิญญาณกลับเข้าร่าง เริ่มรู้สึกชาระบมไปทั้งหน้า เลือดซับขึ้นตามรอยมือคนตบจนชัดเจน 

 

 

ตึกตัก..ตึกตัก...

หัวใจเต้นแรงเหมือนจะระเบิด!! 

 

 

" อั่ก!! "

 

โครม...!!!

 

ลูกเตะตีนเปล่าถูกยัดเข้ากลางอกร่างหนาจนลอยกระเด็นไปอีกฝั่งของห้อง

 

"แฮ่ก...แฮ่ก"

 

 

 

ชิบหาย!! เกือบโดนจูบ !! 

 

 

เสียขวัญยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว 

เมื่อคราวนี้มีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวด้วยมากเกินจะรับไหว เรื่องช่วยกันที่ทำเมื่อครู่ ในทีแรกก็คิดเพียงเป็นเรื่องแพ้ชนะ แต่ถึงกับจะจูบนี่มันเกินไปรึเปล่า เรื่องละเอียดอ่อนแบบนั้นแกจะทำมั่วซั่วแบบนี้ไม่ได้ ไอ้งั่งเอ้ยย 

 

 

มันแปลก ๆนะวันนี้ เกิดอะไรขึ้นกับหมอนี่กันแน่ 

 

ซันจิสับสนจนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา นักดาบหนุ่มลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเลเพราะข้าวของที่กระจัดกระจาย 

 

 

“อึก...แกยั่วฉันแต่แรกเองนะไอ้กุ๊ก!!" 

 

 

"หุบปาก!!! แกออกไปหื่นข้างนอกเลยไป๊!!!" 

 

 

เปรี้ยง!!

 

หากเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวช้า จะรู้สึกได้ถึงสายลมที่พัดโบก หิมะโปรยปรายเป็นสาย ร่างของใครคนนึงที่ลอยออกจากประตูครัวชั้นสอง กำลังร่วงหล่นลงบนพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาดั่งฟูกนุ่ม ก่อนร่างนั้นจะจมหายไปเจอกับพื้นไม้บันไดเรือที่แข็งกระด้าง เสียงกระแทกดังขึ้นมาเพียงครั้งเดียว แต่หนักแน่น รุนแรงและชัดเจน หิมะฟุ้งกระจาย เลือดสีแดงฉานเริ่มย้อมเกล็ดน้ำแข็งให้ละลายเป็นวงกว้าง

 

ภาพเหล่านั้นเกิดต่อหน้านักดนตรีประจำเรือ 

 

บรู๊คผู้เฝ้าเวรยามอยู่บริเวณด้านหน้าคิดว่าตัวเองคงเมาที่เห็นหลายสิ่งหลายอย่างเคลื่อนไหวช้าแบบนั้น กว่าจะรู้ว่านั่นคือร่างของคน ก็เป็นตอนที่นักดาบหนุ่มร้องโอยออกมาแล้ว 

 

" หาา!! คุณโซโลลล...ไหงปลิวมาจากบนฟ้าละครับ?!"

 

เอาเลือดหัวฉันออกจนได้นะไอ้กุ๊ก 

นักดาบหนุ่มในสภาพเปลือยท่อนบนลุกขึ้นนั่ง แล้วคว้าหิมะมาประคบที่แผลแตกเหนือคิ้วขวา 

 

โกรธจริงๆนั่นแหละ ดูออก...

เสื้อกันหนาวก็ไม่โยนออกมาให้ด้วย 

 

“ทะเลาะกับคุณซันจิเหรอครับ” 

 

“นิดหน่อยน่ะ หมอนั่นมันยั่ว ...โมโหฉัน"

 

“.......”

 

หืม ทะเลาะกันแบบไหนถึงมีแผลแบบนี้กันนะครับ บรู๊คจบท้ายประโยคในใจด้วยการหัวเราะเป็นเชิงแซว แล้วช่วยนักดาบหนุ่มประคบแผลที่ไหล่ 

 

แผลที่เป็นรอยเล็บจิกและลากยาวเท่าฝ่ามือ 

 

นักดาบถอนหายใจและปวดหัวจัดเมื่อไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรไปให้คุณหมอประจำเรือทำแผลให้อีก

.

.

.

.

.

.

ฮึก... ทำไม!!! 

 

ทำไมเป็นแบบนี้

 

 

ไอ้ท่าทางนั่นมันอะไร!? 

มันจะทำเรื่องอย่างว่าเลยเรอะ

 

 

ทำเป็นด้วย??

 

 

ไม่...

นั่นไม่ใช่ประเด็น 

 

 

มันจะทำแบบนั้นกับเราทำไม!!

 

 

แล้วนี่ได้อะไรจากการเปลืองตัวบ้างวะ

คอฉันเป็นรอยรึเปล่าก็ไม่รู้

 

 

ทำไมถึงปล่อยให้มันทำขนาดนี้!!!

 

 

 

ทำไม เรา ยอม ให้ มัน ทำ แบบนี้ ~

 

 

ซันจิโอดครวญอยู่บนโซฟา และรู้สึกว่าใบหน้ายังร้อนผ่าวจนควันแทบขึ้น

เจ็บใจและสมเพชตัวเอง ที่สุดท้ายกลับโดนกระทำมากกว่าที่ตั้งใจจะไปแก้แค้นคืน 

.

.

.

.

“เจ็บใจโว้ยย”

.

.

.

.

เจ็บใจที่สุด คงเพราะเผลอรู้สึกดีอีกครั้ง 

.

.

.

.

 

ไอ้หัวมอสโรคจิต ! ฉันเกลียดแก...

ฉันเกลียดแกจริงๆ!

 

 

 

 

 

 

 

- E N D -

 

 

 

 

 

 

แถม :

 

แสงแดดยามเช้าแรงกล้าพอที่จะเริ่มละลายหิมะบนพื้นเรือ สองสาวมุ่งหน้าไปที่ครัวเพื่อรับอะไรอุ่นๆเหมือนเช่นทุกวัน แต่ดูเหมือนครัวจะเงียบผิดปกติ และเมื่อเปิดประตูก็พบว่ากุ๊กหนุ่มนอนขดอยู่บนโซฟา 

ในเสื้อโค้ทขนสัตว์

สีขาว ตัวใหญ่

 

“เอ๊ะ? เมื่อคืนเวรซันจิเฝ้ายามหรอ”

 

“เปล่านี่ ฉันเอาโค้ทให้คุณนักดาบกับคุณกระดูก”

 

“เอ๋...แล้วที่อยู่กับซันจิคุงนี่ของใคร”

 

“โยโฮโฮโฮ่ อรุณสวัสดิ์คร้าบบ คุณโรบิน ขอบคุณสำหรับเสื้อกันหนาวนะครับ ไม่งั้นเมื่อคืนผมแย่แน่ๆเลย”

นักดนตรีประจำเรือยื่นโค้ทตัวหนาคืนให้สาวผมดำ นามิมองปราดเดียวก็รู้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล 

 

 “ หืมมมมม.... นี่บรู๊ค  โซโลอยู่ไหนน่ะ”

 

                    “คุณโซโลให้คุณหมอทำแผลอยู่ข้างล่างน่ะครับ ไม่รู้ว่าเมื่อคืนแอบมีแมวขึ้นเรือมารึเปล่า คุณโซโลเลยได้แผลแมวข่วนที่หลังน่ะครับ โยโฮโฮโฮ่~~”

 

                    “ เห~~....” แล้วสองสาวก็เหลือบมองกันอย่างรู้ทัน ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม 

 

               “ซานนนนนจิ หิวข้าววว”

 

               สิ้นเสียงกัปตัน กุ๊กหนุ่มก็สะดุ้งตื่นสุดตัวเมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นตื่นสาย เขารีบจัดการล้างหน้าล้างมือแล้วสวมผ้ากันเปื้อน ก่อนจะเริ่มทำอาหารเช้าแบบเร่งด่วนให้ทันเวลาปกติ จนกระทั่งมื้อเช้าผ่านพ้น ทุกคนจึงเริ่มทำความสะอาดเรือจากหิมะที่ยังหลงเหลือ 

 

               ที่มุมหนึ่งของดาดฟ้าเรือ คุณหมอช็อปเปอร์ทำแผลให้นักดาบอีกครั้ง หลังเจ้าตัวไม่ยอมแปะผ้าพันแผลแตกที่คิ้วทั้งที่เลือดยังซึมๆ 

 

“นายตัวร้อนมากเลยนะโซโล แน่ใจนะว่าไม่ได้รู้สึกมีไข้น่ะ”

“ไม่นี่...”

“หืม กลิ่นฉุนๆนี่อีกแล้ว”

“จากฉันหรอ?”  โซโลทำท่าจะยกแขนตัวเองขึ้นมาดม ถึงจะอาบน้ำไม่บ่อย แต่เมื่อวานก็เพิ่งลงทะเลมาเองนะ

 

“โห...นี่พวกนายนั่งดื่มกันเมื่อวานไม่เก็บขวดเลยเรอะ”

 อุซปพบขวดเหล้าที่เคยจมอยู่ในกองหิมะที่ละลาย ก่อนจะหยิบขึ้นมาและพบว่ากลิ่นมันยังแรงอยู่เลย

 

“นั่นไง กลิ่นเหล้ายังไงล่ะ! ไหนอุซปฉันขอดูหน่อย” ช็อปเปอร์ว่าพลางบีบจมูกตัวเองแน่น อุซปเดินมายื่นขวดเหล้าให้อ่านฉลากบนขวด 

 

“อะไรหรอช็อปเปอร์?” อุซปถามเมื่อคุณหมอตัวน้อยเริ่มหน้าแดงๆ

 

“อืมม มันเป็นเหล้าที่เหมือนยาสมุนไพรน่ะ มีส่วนผสมของผลไม้ที่มีฤทธิ์แรงมาก ทำให้เมาและกระตุ้นประสาทสัมผัสได้ดี ทางการแพทย์ใช้ผลไม้ตัวนี้เป็นยาเพื่อกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศด้วยนะ”

 

“!!!”

 

               สิ้นคำตอบนั้น บรู๊คกับแฟรงกี้ก็หัวเราะขึ้นมาทันที ส่วนโซโลกับซันจิสะดุ้งโหยง

 

 เวรแล้วไง!!

ใครจะไปรู้ฟะ!! มิน่าล่ะ...หมอนั่นถึงหื่นซะ

ซันจิหน้าซีดอยู่ระเบียงหน้าห้องครัว 

 

 

ไอ้คิ้วม้วนโรคจิต!

ตั้งใจจะยั่วกันแต่แรกนี่หว่า หมายความว่าไงฟะ

โซโลเริ่มสับสนว่าเรื่องที่เกิดเมื่อคืน เจ้ากุ๊กต้องการอะไรกันแน่? 

 

             “ผมไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยล่ะครับ แค่เมามากก็เท่านั้น แต่ดื่มแล้วตัวผมร้อนมากเลยครับ ถึงจะไม่มีผิวหนังก็เถอะ”

 

              “ฉันก็เหมือนกัน หลับสบายมากเลยล่ะ แต่เหล้ามันดีจริง ๆ หมอนั่นซัดที่เหลือเกือบครึ่งขวดคนเดียวเลยล่ะ” แฟรงกี้ชี้หัวแม่มือไปที่โซโลที่นั่งหน้ามืดอยู่กับคุณหมอ

 

               “แหม คุณซันจินี่เข้าใจเลือกของดีนะครับ โยโฮโฮโฮ่”

 

“มันเลยทำให้นายตัวร้อนสินะโซโล” คุณหมอหันมาทำแผลนักดาบต่อ ก่อนจะนึกอะไรได้แล้วหันไปถามคนที่อยู่บนระเบียง

“แล้วซันจิรู้สึกอะไรบ้างมั้ย นายก็ดื่มด้วยนี่ ฉันได้กลิ่นเหล้านี่จากตัวนายเมื่อเช้า” 

 

 

 “อะ...เอ๋  ฉันไม่ได้ดื่มนะ”

 

“เอ๋ จมูกฉันเพี้ยนหรอ”

 

              เงียบไปสามวินาที ทุกคนก็หัวเราะอีกครั้งก่อนจะแยกย้ายทำงานต่อ มีเพียงโรบิน นามิและบรู๊คที่หัวเราะแห้งๆ เมื่อบทสนทนาเมื่อครู่ทำให้เอะใจแล้วปะติดปะต่อเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้ 

 

            “หืมม เรื่องนี้มันยังไงกันน้า~” ต้นหนสาวจงใจพูดเมื่อเดินผ่านกุ๊กหนุ่ม

 

“ฮู่~ร้อนแรงจริง ๆเลยนะ” 

โรบินพูดขึ้นมาก็ทำเอากุ๊กหนุ่มสะดุ้งอีกครั้ง

 

 

“ฉันหมายถึงแดดน่ะจ่ะ ^^”

 

“ค....ครับ!?”

 

???????

 

 

 

Fin 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น