Can You Help Me ? (Zoro x Sanji)

ตอนที่ 2 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ธ.ค. 63

 

.....2.....

ตะวันคล้อยใกล้จะตกดิน แสงอาทิตย์อาบไล้เรือสลัดให้เป็นสีทองส้มงดงาม กลุ่มควันขาวจางๆลอยขึ้นจากกลางเรือ มีร่างมนุษย์กึ่งหุ่นยนต์กำลังจัดการกองไฟบนเตาย่างขนาดใหญ่ ด้านข้างมีปลาทะเลที่ไร้วิญญาณนอนแน่นิ่ง

 

มื้อเย็นกลางแจ้งสินะ กุ๊กหนุ่มประเมินสถานการณ์แล้วยิ้มกับความเฮฮาวุ่นวายที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ได้แวะขึ้นเกาะ  เขาจัดการแยกของที่ซื้อมาซึ่งกองอยู่สนามหน้าทางขึ้นห้องครัว แล้วเริ่มคิดเมนูอาหาร 

 

"ฉันจะกินแกให้ด้ายย!!

ตู้มม..เสียงน้ำทะเลฟุ้งกระจาย เมื่อกัปตันจอมยุ่งบนเรือพายลำเล็กซัดหมัดปืนใหญ่ลงไปในทะเลพร้อมกับถูกกระชากตามลงไปทันที

 

"ลูฟี่!!" เสียงอุซป ดังไล่หลัง 

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!" นามิละสายตาจากถุงช็อปปิ้งในมือขึ้นมาดูเหตุการณ์ตรงหน้า เห็นเพียงผิวน้ำที่ถูกซัดกระจายเป็นคลื่นวงกว้าง

 

"ลูฟี่น่ะสิ จะกินไอ้ปลายักษ์ตัวนั้นให้ได้ สู้กันอยู่นานแล้วเนี่ย" อุซปตอบ

"มันกินลูฟี่ไปแล้วแน่เลย" ช็อปเปอร์เสียงสั่น 

 

ไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ร่างปลายักษ์ตัวนั้นก็พุ่งลอยขึ้นไปบนอากาศ  พร้อมกับตกลงมาสู่ผิวน้ำสาดกระเซ็น โดยสภาพของมันคือส่วนหัวได้ขาดออกจากตัวด้วยรอยเฉือนคมกริบ ผู้ปลิดชีวิตโผล่พ้นน้ำพร้อมกับร่างกัปตันที่ถูกอุ้มกอดขึ้นมา มือข้างหนึ่งของกัปตันยังจับที่ปากปลายักษ์ไม่ยอมปล่อย นักดาบหนุ่มจึงลากขึ้นชายฝั่งทั้งอย่างนั้น

 

"คานิโรโบเรนเจอร์~เท่สุดๆไปเลย"

"ซุปเปอร์~คูลล"

เสียงเชียร์จากบนเรือเฮลั่น เมื่อมื้อค่ำตัวใหญ่ถูกล่าได้สำเร็จ 

 

เหอะ..ไม่เห็นจะเท่ตรงไหน 

กุ๊กหนุ่มเท้าแขนกับระเบียงเรือ เขาโล่งอกที่กัปตันปลอดภัย แต่หงุดหงิดกับเสียงรอบข้าง 

 

"ฮ้าา..ขอบใจนะโซโล"

 

"หวังว่ามันจะอร่อยแล้วกันนะ"

 

"ฮี่...ซันจิทำอร่อยอยู่แล้วว ใช่ม้ายย ซาานจิ~" 

 

นักดาบหนุ่มหันไปตามมือไม้ลูฟี่ที่โบกให้คนบนเรือ แสงแดดยามเย็นที่ย้อนเข้าชายฝั่ง ทำให้เขามองไม่ค่อยชัดว่าคนที่ยืนอยู่ระเบียงเรือคือใคร แต่ควันบุหรี่จางๆก็ทำให้รู้ทันที รู้สึกเหมือนจะถูกจ้องอยู่สักพัก ก่อนเงานั้นจะหายกลับเข้าไป 

 

"..." นักดาบถอนหายใจเบาๆ ถ้าไม่นับที่มีปากเสียงกันเมื่อบ่าย ก็น่าจะเป็นเดือนแล้ว ที่เขากับกุ๊กประจำเรือไม่ได้เผชิญหน้ากันตรง ๆ แทบจะไม่ได้ทะเลาะกันอีกด้วยซ้ำ สาเหตุก็น่าจะตั้งแต่วันที่เขาฝากรอยเขี้ยวไว้ที่ต้นคอ และหมอนั่นฝากรอยเย็บสี่เข็มไว้ที่ขมับข้างขวา แถมเขายังต้องโกหกคุณหมอประจำเรือว่า เป็นอุบัติเหตุระหว่างออกกำลังกายในห้องน้ำ  

 

หึ...คิดแล้วก็ขำดี

 

 

.

.

.

ฉับ..

พ่อครัวประจำเรือหั่นผัก เครื่องเคียง และจัดเตรียมอาหารอีกเล็กน้อยสำหรับปาร์ตี้วันพักผ่อนวันสุดท้ายบนเกาะ อุซปเข้ามาเป็นลูกมือช่วยลำเลียงเนื้อปลาชิ้นใหญ่มาให้ ส่วนหนึ่งจะถูกเก็บไว้ในตู้แช่(โดยไม่ให้ลูฟี่รู้) อีกส่วนใหญ่ที่เหลือถูกย่างอยู่บนเตากลางสนาม ไม่ใช่ทุกครั้งที่ตกปลาในทะเลของโลกใหม่ แล้วปลานั่นจะกินได้ มีหลายครั้งที่เจอปลามีพิษและเจ้ากัปตันจอมตะกละก็เกือบสวาปามเข้าไป ถ้ากุ๊กอย่างเขาไม่ห้ามไว้ซะก่อน ป่านนี้ก็คงไม่ได้มาเฮฮาบนเกาะนี้แล้ว

 

ไม่รู้จะชอบตกปลาอะไรกันนักหนา ยิ่งกับไอ้หัวเขียวนั่น เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย 

 

ตะวันลับขอบฟ้าจนมืดสนิท อาหารใกล้จะเสร็จแล้ว และเสียงเฮฮาบนดาดฟ้าเรือเริ่มดัง 

 

"ฝากยกจานนี้ไปทีอุซป เดี๋ยวฉันตามไป"

 

"โอเค.....เหวออ"

 

จู่ๆประตูก็ถูกผลักเข้ามาเกือบชนจมูกยาวของพลซุ่มยิง

 

"!? โทษที.." เสียงทุ้มต่ำทำให้พ่อครัวหันไปมอง ร่างหนาของใครบางคนเดินสวนเข้าประตูมาพร้อมลมเย็นปะทะใบหน้า

 

" เฮ้...นายไม่หนาวหรือไงเนี่ย " อุซปพูดกับเพื่อนร่างบึ้กที่ผิวเปลือยเปล่าโดนแดดเลียจนขึ้นสีเข้ม แล้วผลักประตูเดินออกไป ดูเหมือนอากาศข้างนอกจะเริ่มหนาวตามที่ต้นหนสาวบอกไว้ไม่มีผิด

 

ปึง..เสียงประตูปิดพร้อมความเงียบภายในห้องครัว 

 

ไอ้นักดาบนี่ ทำไมมันถึงชอบโชว์นักนะ แค่เสื้อตัวเดียวมันใส่ยากนักรึไง 

 

เมื่อสายตาเหลือบไปมอง ฉับพลันภาพแสงแดดเมื่อตอนเย็นก็ผุดขึ้นมา มันไม่ควรส่งผลให้จังหวะหัวใจเต้นผิดปกติ เพราะมันคือภาพหุ่นล่ำของไอ้นักดาบ ที่แสงแดดไล้เงาชัดบนกล้ามกับแผลเป็น บนผิวที่เปียกน้ำ ขณะที่เจ้าตัวกำลังเสยผมแล้วหันมามองเขาบนเรือ อดยอมรับไม่ได้เลยว่า คนที่ทุ่มเทเอาแต่ออกกำลังกายอย่างมันจะหุ่นดีแล้วก็น่ามองจริง ๆ ถึงตัวเขาเองจะฟิตและมีกล้ามเหมือนชายนักสู้คนหนึ่ง แต่ความแน่นและแกร่งของกล้ามเนื้อยังน้อยกว่าหมอนั่นอยู่ดี

 

'ซันจิคุงตัวบางกว่าตั้งเยอะ'

 

จู่ๆ คำพูดของคุณนามิก็พุดขึ้นมาย้ำและแทงใจดำ

 

"มีอะไร?" เสียงห้วน ๆของพ่อครัวพูดทำลายความคิดและความเงียบขึ้น เขาไม่สนใจว่าผู้เข้ามาใหม่จะทำอะไร จึงตั้งหน้าล้างอุปกรณ์ทำครัวต่อ 

 

"หยิบเหล้าให้ทีสิ" 

 

"มีเบียร์เป็นถังอยู่ข้างนอกไม่ใช่รึไง" 

 

"มันกินกับปลานั่นไม่อร่อย" 

 

ปึด...เสียงเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ 

 

"ไม่มีเหล้าสำหรับปลานั่น ออกไปซะ" 

 

นักดาบหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่ แล้วก้าวเท้าตรงไปยังตู้เก็บไวน์ 

พ่อครัวเห็นจึงรีบตะโกนห้าม 

 

"เฮ้! หยุดเลย ไอ้หัวมอสงี่เง่า ฉันไม่อนุญาตให้แกหยิบอะไรทั้งนั้น!"

 

อ๊าก ทำไมไอ้หมอนี่ชอบทำให้อารมณ์เสียทุกที ! 

ดูท่าไม่ว่ายังไงมันก็คงจะไม่ไป ถ้าไม่ให้ติดมือไปสักขวด เหมือนทุกที ! เหมือนครั้งที่แล้ว !

 

"เอ้า! ไอ้ขี้เมา สมใจแกอยากแน่! " 

 

กุ๊กหนุ่มตัดสินใจเดินไปค้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตู้ และหยิบเหล้าขวดหนึ่งที่เพิ่งซื้อมาใหม่วันนี้ เป็นเหล้าชนิดหนึ่งที่ระดับแอลกอฮอล์สูงกว่าปกติถึงสองสามเท่า ถึงแม้จะรู้ว่ามันทำอะไรคอทองแดงของหมอนี่ไม่ได้ แต่อย่างน้อยทำให้มันออกไปจากห้องนี้ตอนนี้ได้ ก็ยังดี รำคาญ! 

 

หมับ 

 

" ! "

 

มือหนากำทั้งคอขวดทั้งมือขาวแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรง 

 

"หงุดหงิดอะไรนักหนา" นักดาบโน้มหน้าใกล้แล้วจ้องตาเขม็ง ก่อนเอ่ยเบาเท่าเสียงกระซิบว่า

 

"ไม่สบายตัวรึไง มีอะไรให้ฉัน ช่วย มั้ย?" 

 

วาบ... รู้สึกเลือดสูบฉีดไปถึงหู 

 

กุ๊กหนุ่มตกใจที่คนตรงหน้าใช้แขนเพียงข้างเดียวกระชากเขาจนเซไปชนกับแผ่นอกแกร่ง อีกทั้งยังรู้สึกประหลาดกับคำพูดกำกวมนั่น ไม่คิดว่ามันจะหยอกด้วยถ้อยคำแบบนี้

 

เสี้ยววินาทีก่อนขาเรียวจะฟาดเข้ากลางลำตัว นักดาบหนุ่มผละตัวเองออกจากรัศมีได้ทัน เขายิ้มเยาะ แล้วชูขวดเหล้าขึ้นเป็นเชิงขอบคุณแล้วออกจากห้องไป 

 

แน่นอนว่า คำว่า ช่วย ของนักดาบนั้น หมายถึงให้ช่วยทำเรื่องอย่างว่าที่เคยเกิดขึ้นเมื่อคราวที่แล้ว 

 

ตึก ตัก ... 

บ้าเอ้ยย เจ็บใจชะมัด!  

 

ทำไมต้องเป็นฝ่ายถูกบุกรุกคุกคามด้วยฟะ ! ตัวบางกว่าแล้วยังไง คิดว่าจะสู้แรงไม่ได้? ถ้าจะต้องรู้สึกพ่ายแพ้ไอ้คนมีแต่กล้ามไม่มีสมองอยู่ตลอดเวลา ให้ฉันตายซะยังดีกว่า 

 

“ฮึ้ย โมโห คราวหน้าจะใส่น้ำปลาให้แดกแทนเหล้าซะให้เข็ด!” 

 

 

.............

 

มื้อเย็นกลางแจ้งที่จู่ๆก็กลายเป็นงานเลี้ยงใช้เวลาเลยเถิดไปจนเกือบเที่ยงคืน เหลือเพียงกลุ่มชายหนุ่มที่ส่งเสียงสนุกสนานเฮฮาดังลั่นกลางสนาม แถมบรรยากาศดีขึ้นไปอีก เมื่อจู่ๆหิมะก็ตกลงมาซะอย่างนั้น กองไฟย่างปลาจึงกลายเป็นกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแทน  

 

"เกาะบ้านี่มีตั้งสองฤดูในวันเดียวเลยเรอะ" แฟรงกี้นั่งดื่มเหล้ารสแรงกับบรู๊คและโซโลที่หน้ากองไฟ 

 

"โฮะๆ จู่ๆหิมะก็ตกลงมา แปลกดีเหมือนกันนะครับเนี่ย”

 

“แต่เหล้านี่ช่วยให้อุ่นได้เยอะเลย” แฟรงกี้ว่าพลางเทโคล่าผสมลงไปในแก้วที่มีเหล้า แล้วยกขึ้นดื่ม 

 

“เฮ้ เสียของหมด” แฟรงกี้ไม่สนใจที่นักดาบหนุ่มหันมาแขวะ แล้วทั้งสามก็ชนแก้วกันดื่มจนหมดรวดเดียว

 

“ว่าแต่รสชาติดีจริงๆเลยนะครับคุณโซโล เข้าใจเลือกดีนะครับ" 

บรู๊คว่าพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ถ้ายังมีผิวหนังคงเห็นว่าเขาเริ่มหน้าแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปแล้ว 

 

“เจ้ากุ๊กนั่นมันหยิบให้น่ะ" นักดาบหนุ่มยกความดีความชอบให้พ่อครัวประจำเรือ แต่ถ้าหมอนั่นอยู่ร่วมวงสนทนาเขาคงไม่ตอบอะไร แล้วปล่อยผ่านไป

 

"....." บรู๊คยังคงมองนักดาบที่นั่งเอนพิงม้านั่งไม้เรืออย่างเอกเขนก ชั่งใจก่อนจะพูดอะไรออกมา "...คุณซันจิดูท่าทางเครียดๆนะครับ" 

 

"เครียดหรอ?" แฟรงกี้ถามขึ้น 

 

"ครับ...เขาดูโกรธคุณโซโลอะไรสักอย่าง ผมพูดถูกมั้ยครับ" 

 

แทบจะสำลัก

นักดาบหนุ่มวางแก้วเหล้าลงพร้อมยกแขนเช็ดปาก 

 

"หมอนั่นก็โมโหใส่ฉันตลอดเวลาอยู่แล้ว" 

 

"อย่างนั้นหรอครับ ผมแค่สงสัยว่าทำไมเขาจ้องคุณโซโลบ่อยๆ เหมือนกำลังท่องคำสาปอยู่ในใจเลยนะครับ"

 

แล้วทุกคนก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน 

 

“ไปทำอะไรคุณซันจิไว้หรือเปล่าครับ"

 

อึก...

 

"เปล่า...ไม่ได้ทำอะไร"

 

ถ้าเป็นเรื่องวันนั้น ทำให้เจ้านั่นโกรธมาถึงวันนี้

ก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆแฮะ

ทำเกินไปรึเปล่าหว่า? 

 

เงียบกันไปพักนึง ก่อนแฟรงกี้จะยกแก้วขึ้นมาขอชนทุกคนอีกครั้ง

 

ช่วงสุดท้ายของงานเลี้ยง หิมะเริ่มโปรยลงหนาพอจะถมกองไฟให้มอดดับ จากนั้นลูฟี่จึงก่อสงครามปาบอลหิมะในขณะที่ทุกคนดื่มกันจนเมาได้ที่ ภาพที่ออกมาจึงเป็นความทุลักทุเลในการต่อสู้กันอย่างวุ่นวายและน่าขำ ก่อนทุกอย่างจะจบลงเมื่อนามิที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จโดนลูกหลงไปหนึ่งดอก เธอจึงยุติสงครามและตวาดไล่พวกตัวกวนไปนอน โรบินที่ตามหลังมาด้วยยื่นเสื้อโค้ทกันหนาวขนสัตว์สีขาวตัวหนาให้โซโลกับบรู๊ค คืนนี้เป็นเวรของพวกเขาเฝ้ายามหัวเรือท้ายเรือ ถึงเกาะจะดูไม่มีพิษภัยอะไร แต่การเฝ้ายามก็ต้องระมัดระวัง ยิ่งเรือเทียบท่านิ่งสนิทแบบนี้ ยิ่งอันตราย 

 

 

………….

 

ฟู่..

ไอความร้อนที่กลายเป็นหมอกจางๆ ถูกพ่นออกจากปากนักดาบหนุ่มเพื่อระบายความหนาว ดูเหมือนการเฝ้าเวรยามท้ายเรือคืนนี้จะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ พอเหล้าหมดขวดก็ไม่มีตัวช่วยใดให้ร่างกายอุ่นอีก ถึงจะสวมเสื้อกันหนาวแต่ก็เอาไม่อยู่ เมื่อหิมะยังโปรยลงมาใส่หัวเรื่อย ๆ 

 

โซโลตัดสินใจเดินอ้อมจากระเบียงท้ายเรือมาหลบหนาวในห้องครัวชั่วครู่

เมื่อมาถึงปรากฏว่าไฟในครัวยังเปิดสลัวอยู่

 

" !? " 

 

" ! "

 

...ให้ตายเถอะ นึกว่าไม่มีใครอยู่ซะอีก 

 

“แกเข้ามาทำอะไรไม่ทราบ” 

 

กุ๊กหนุ่มที่กำลังจดบันทึกข้อมูลเรื่องปลายักษ์หันมาพูดอย่างหัวเสียกับผู้มาเยือน 

 

โซโลถอนหายใจเบาๆ ไม่คิดต่อปากต่อคำ แล้วเดินไปนั่งที่โซฟาเงียบๆ วางดาบสามเล่มไว้ใกล้ๆ อากาศภายในห้องอุ่นกว่าข้างนอกมากโข  เขาจึงถอดเสื้อโค้ทออกแล้วเอนหลังพิงพนักสบายๆ 

 

ซันจิไม่สนใจ ก้มหน้าเขียนบันทึกต่อ

 

" ... "

 

เสียงลมพัดหวีดหวิวอยู่ภายนอก ชวนให้บรรยากาศวังเวงขึ้นไปอีก 

 

"..."

 

"....."

 

"ไอ้หัวสาหร่าย แกจะจ้องฉันอีกนานมั้ย ไม่มีอะไรทำรึไง!"  

 

“แกหลบหน้าฉันทำไม" เสียงทุ้มต่ำพูดตรงเข้าประเด็น

 

" ! " 

 

ซันจิเงยหน้าจากสมุดทันที ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องเสียฟอร์มแบบนั้น เขาไม่ยอมให้จบง่ายๆแน่ 

 

 

หลบหน้าเรอะ ...

ทำไม คิดว่าฉันกลัวนายรึไง

 

"ทำไมฉันต้องหลบหน้าแกด้วยฟะ เหม็นขี้หน้ามากกว่า รกหูรกตาชะมัด " ซันจิปิดสมุดดังปึง แล้วลุกจากเก้าอี้ 

 

“ถ้าแกโกรธเรื่องเมื่อวันนั้นล่ะก็ ..."

 

ซันจินิ่งค้างไป เมื่อเหตุการณ์เมื่อคราวก่อนถูกยกขึ้นเป็นประเด็น 

 

“อ่า... คือ..." 

 

โซโลอ้ำอึ้ง ดูเหมือนการพูดว่า ขอโทษ จะทำให้เขาเองก็รู้สึกเสียฟอร์มไม่น้อยเช่นกัน อีกอย่างเขาก็ไม่คิดว่ามันเป็นความผิดเขาทั้งหมด ในเมื่อวันนั้นเจ้ากุ๊กเป็นฝ่ายชวนทะเลาะก่อนด้วยซ้ำ แถมยังทำหัวเขาแตกอีกต่างหาก

 

เหอะ...ไอ้นักดาบงี่เง่า 

ซันจิยืนพิงโต๊ะอาหาร จุดบุหรี่ขึ้นสูบดับอารมณ์ร้อน พ่นควันออกมาอย่างไม่รีบร้อน ในใจคิดหาวิธีรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า

 

“คิดจะขอโทษฉันรึไง?” 

 

" ... " 

 

“นายคิดว่าฉันโกรธนาย เพราะนายล่วงเกินฉัน แล้วฉันไม่กล้าสู้หน้านายอย่างนั้นเรอะ” 

 

 

ซันจิเดินมาตรงหน้าโซฟา อัดควันลึกอีกรอบ แล้วยืนกอดอกมองคนตรงหน้า ดูเหมือนเขาจะเพิ่งอาบน้ำเสร็จได้ไม่นาน สังเกตได้จากผมที่ยังดูชื้นน้ำกับเสื้อเชิ้ตหลวมสบายๆสำหรับนอน อากาศหนาวดูจะไม่กระทบหมอนี่สักเท่าไหร่  

 

“เหอะ ฉันแค่ไม่อยากเห็นหน้านายก็แค่นั้น แล้วก็ไม่ต้องคิดขอโทษ เพราะฉันจะไม่ให้อภัยแกที่ฉวยโอกาสตอนฉันไม่พร้อมสู้ ไอ้หัวมอสโรคจิต" 

 

เมาก็ยอมรับสิวะ

โซโลคิดในใจและนิ่งเงียบ มองคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะระบายความในใจและยอมรับว่าวันนั้นตัวเองแพ้แอลกอฮอล์จริงๆ

อ่า ดูโกรธกว่าที่คิด โกรธอย่างกับฉันไปทำมันเสียบริสุทธิ์ยังไงยังงั้น

 

 "เหอะ ฉันอุตส่าห์ว่าจะปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปเงียบๆ"

 

ซันจิพูดโกหกทั้งที่ความจริงยังแค้นเข้ากระดูกดำ

 

" ... " 

 

“จริงสิ นายมันเป็นไอ้หัวมอสโรคจิตที่เอาแต่คิดว่าที่ฉันหงุดหงิด เพราะฉัน งุ่นง่าน เรื่องอย่างว่า งั้นนายเองก็ หมกมุ่น เกินไปหน่อยมั้ง” 

 

"หา?"

 

“ถ้าอยากให้ฉันยกโทษให้ ก็ให้ฉันเป็นฝ่าย ทำ คืนซะสิ แกจะได้รู้ซะบ้าง ว่าฉันรู้สึกยังไง" 

 

ก้นบุหรี่ถูกดีดทิ้งลงพื้น ขายาวได้รูปก้าวเหยียบซ้ำให้ควันดับ แล้วเข้าไปยืนคร่อมขาข้างหนึ่งของนักดาบที่นั่งอยู่บนโซฟา ค้ำแขนข้างหนึ่งกับผนักพิง แล้วโน้มลงไปใกล้คนที่นั่งต่ำกว่า การรุกซึ่งหน้าของซันจิทำให้โซโลถึงกับตะลึง

 

“แกเป็นบ้าไปแล้วรึไง?” เสียงต่ำเอ่ยขึ้น

 

"แกนั่นแหละที่บ้าทำเรื่องแบบนั้นตั้งแต่แรก!” 

มืออีกข้างขย้ำคอเสื้อของนักดาบพร้อมอารมณ์ที่เริ่มร้อน บ่งบอกถึงความคับแค้นใจเหลือทน

 

"ฮ่า แค่หน้าฉันยังไม่อยากจะมอง แกจะมีปัญญาแตะต้องตัวฉันงั้นเรอะ” 

 

นักดาบหนุ่มเงยมองสู้หน้ากับคนผิวขาวไม่ลดละ

 

“แกอย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะเว้ย ไอ้หัวเขียวบ้ากำลัง!!” 

 

หมับ !

 

ไม่ทันประมวลผลใด กุ๊กหนุ่มคว้าหมับเข้ากลางหว่างขาคนตรงหน้าอย่างแรง ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับสะดุ้ง 

 

" อึก นี่แก!! ..." 

 

ข้อมือหนาจับยั้งมือขาวของอีกคนที่กุมส่วนสำคัญของตนไว้ กุ๊กหนุ่มเห็นท่าทางที่ดูเสียเปรียบก็เริ่มรู้สึกภูมิใจที่กำลังจะเป็นฝ่ายรุกไล่คนตรงหน้าบ้าง ทั้งยังร่างกายของคู่อริที่ตอบสนองเร็วกว่าที่คิด สิ่งที่อยู่ในมือเริ่มขยายตัวจนเจ้าของเนื้อร้อนเริ่มหน้าแดงจนชัด 

 

 

" หึ ...รู้สึกไวดีนี่ อย่างแกคงใช้เวลาไม่นาน" ซันจิแค่นยิ้มอย่างลำพองใจ จงใจพูดเพื่อยั่วโมโหอีกคน

 

 

ไอ้นักดาบงี่เง่า! ฉันจะทำให้แกเสร็จเร็วจนน่าอับอายเลยล่ะ!! 

 

 

โซโลจ้องคนข้างบนอย่างชั่งใจอยู่พัก ก่อนจะตัดสินใจปล่อยมือที่ยัังอีกคนไว้ แล้วเลื่อนไปดึงคอเสื้อเชิ้ตสีขาวให้เข้ามาใกล้อีก 

 

 

"ถ้าอยากทำนัก...ฉันจะถือว่าไถ่โทษที่ทำกับแกคราวที่แล้วละกัน” 

 

 

! อยากทำซะที่ไหน ไอ้เวร!!

 

 

" !  เหอะ...แกอย่าครางก็แล้วกัน " 

ในใจซันจิสบถด่าเป็นฟืนไฟ แต่ยังต้องสวมบทบาทผู้บุกรุกมาดนิ่งเข้าไว้ หนทางที่จะชนะและทำให้รู้สึกว่าเหนือกว่าอยู่เบื้องหน้า ซึ่งสำคัญกว่าการมีปากเสียงกันตอนนี้  อย่าเพิ่งอารมณ์เสียจะดีกว่า 

 

จะต้องทำให้มันอายจนไม่กล้าสู้หน้าฉันอีก!! 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น