Can You Help Me ? (Zoro x Sanji)

ตอนที่ 1 : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    6 ธ.ค. 63

 

 

…..1….. 

ณ เกาะที่เป็นเมืองท่าแห่งหนึ่ง ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส แสงแดดสาดส่องหาดทรายขาวเป็นประกายสู้แสงระยิบระยับบนผืนน้ำ สายลมพัดผ่านเป็นระลอก กลิ่นอายธรรมชาติในฤดูร้อนของเกาะช่างจรรโลงใจได้ดี  สองสาวในชุดบิกินี่ นอนเอนกายบนเก้าอี้ผ้าใบสีขาวใต้ร่มเงาไม้ริมหาด สายตาทอดมองไปยังกลุ่มคนที่ดูบ้าๆบอๆที่กำลังเล่นน้ำตื้นๆ และก่อกองทรายบนหาด 

“เฮ้อ...” ต้นหนเรือถอนหายใจพร้อมกับเสยผมไปข้างหลัง ขยับแว่นตา ก่อนจะกุมขมับคล้ายจะนวดให้หายปวดหัว  

“นี่เราผ่านเข้ามาในโลกใหม่แล้วนะ แต่ดูเจ้าพวกนั้นสิ เล่นกันเป็นเด็ก ๆไปได้” 

“เอาน่าคุณต้นหน... นาน ๆทีเจอเกาะที่โจรสลัดอย่างเราได้แวะพักโดยที่ไม่ต้องวิ่งหนีหรือสู้กับใครก็ดีแล้วล่ะนะ” 

สาวนักโบราณคดีหัวเราะเบา ๆ ให้กับภาพกลุ่มคนที่ต้นหนเรือพูดถึงตรงหน้า 'โจรสลัด' ที่แวะพักร้อนอย่างสบายอารมณ์ โจรสลัดที่มีค่าหัวสูงลิ่วพวกนั้นกำลังก่อกองทรายอย่างสนุกสนานเหมือนเด็ก ๆไม่มีผิด 

 

พอคิดเป็นเรื่องตลก สองสาวก็ขำขึ้นมาซะอย่างนั้น พวกเธอชินกับเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้ไปซะแล้ว 

 

สักพัก สายตาสองคู่ก็ต้องสะดุดเข้ากับพายุทรายเล็ก ๆ ที่หมุนควงเป็นวงด้วยความเร็วมาที่พวกเธอ พร้อมเสียงคุ้นเคยซึ่งเรียกชื่อเธอมาแต่ไกล 

 

"นามิซวางงง ~ โรบิ้นจวางงง~" 

 

"ของว่างมาแล้วสินะ" 

"คุณกุ๊กสดใสดีจังเลยนะ"

 

"สายลมที่พริ้วไหว~ แสงแดดที่ร้อนแรง~ ท้องฟ้าที่เจิดจ้าเฉกเช่นนี้ กระผมขออนุญาตเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็นชื่นใจหวานซ่าคลายร้อนให้เลดี้ที่น่ารักของผมทั้งสอง เชิญครับ~” 

 

เรือซันนี่ถูกจอดไว้ใกล้กับมุมหนึ่งของอ่าวที่เว้าเป็นครึ่งวงกลม ใบเรือถูกพับเก็บเรียบร้อย กุ๊กประจำเรือ ในชุดสูทและผ้ากันเปื้อนใช้เรือเล็กมินิแมรี่มาเสิร์ฟอาหารว่างประจำวัน แก้วทรงสูงพร้อมน้ำผลไม้ถูกส่งให้สองสาวอย่างนุ่มนวล อาหารของพ่อครัวประจำเรือไม่มีใครอยากปฏิเสธ เขาใส่ใจลูกเรือและเลือกอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละคนได้ดีเสมอ 

 

สองสาวกล่าวขอบคุณกุ๊กหนุ่มที่ยิ้มร่าเริงเกินเหตุ เขาขอตัวจากเลดี้ แล้วเดินตรงไปยังลูกเรือที่ชายหาด 

 

"เฮ้~ ซานจิ~ นั่นอาหารหรอ!!?"

"ลูฟี่! แตงโมล่ะ! ฉันได้กลิ่นแตงโม!" 

 

กัปตันละความสนใจกับสิ่งที่ทำตรงหน้ามาที่กุ๊กทันที ตามมาสมทบด้วยคุณหมอตัวน้อยที่เดาเมนูของว่างในมือของเขาได้ถูกเผง 

 

"YoHohoHo~ สดชื่นมากเลยครับคุณซันจิ กระผมรู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้นมาทันทีเลยล่ะครับ" 

 

". . . กินเยอะๆแล้วกัน” พ่อครัวตอบกลับปนขำกับนักดนตรีที่ละมือจากกีต้าร์ตัวจิ๋วไปเอร็ดอร่อยของว่างกับคนอื่นด้วย 

 

"แล้ว...ไอ้บ้าที่ชอบหลงทางมันไปไหนล่ะ?" กุ๊กหนุ่มกระแอมไอก่อนจะเอ่ยขึ้น สุดท้ายก็อดถามถึงคนที่หายไปไม่ได้ ถ้าไม่เห็นไปแอบหลับบนเรือ หมอนั่นก็ควรจะอยู่ตรงนี้ เขาไม่ได้อยากจะเจอหน้าคู่กัดสักเท่าไหร่ เพียงแต่ต้องให้ความเท่าเทียมในการได้กินของว่างก็เท่านั้น 

 

สิ้นสุดคำถาม สามคนที่แตงโมคาอยู่ในปากชี้มาที่กองทรายด้านหลังกุ๊กหนุ่มอย่างพร้อมเพรียง ซันจิจึงหันกลับไปมอง

 

นักดาบประจำเรือ นอนจมอยู่ในกองทรายรูปร่างประหลาดนั้น

 

นี่คือคำตอบ ว่าทำไมเสียงหัวเราะคึกคักดังไปไกลถึงเรือซันนี่ที่อยู่อีกฟากนึงของหาด

 

หน้าคมเข้มคร้ามแดดที่โผล่ขึ้นมาจากกองทรายเพียงครึ่ง สวมแว่นตาดำทับสันจมูกโด่ง ปากเผยออ้าเล็กน้อยพร้อมเสียงกรนต่ำในลำคอคล้ายสัตว์ใหญ่จำศีล 

 

ช่วงตัวถูกกองทรายปั้นทับให้เป็นเหมือนเกราะสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่  แขนข้างนึงเป็นรูปกล้ามปูที่บิดๆเบี้ยวๆ อีกข้างเป็นกองทรายรูปแขนคล้ายหุ่นยนต์แบบแฟรงกี้ แต่ในมือถือก้านมะพร้าวยาวคล้ายดาบ(?) ช่วงล่างแทนที่จะเป็นขากลับเป็นกองทรายสามสี่แฉกที่คล้ายหนวดปลาหมึกโง่ๆที่ยังปั้นไม่เสร็จ แถมมีหนวดนึงที่น่าจะอยู่ตรงหว่างขานั้นดูอวบอุบาทว์เป็นพิเศษ 

 

"ฮี่ เจ๋งใช่ม้าา" 

 

สิ้นเสียงความภาคภูมิของกัปตัน ส้นเท้าก็ตอกลงกลางตัวกองทรายประหลาดนั่นทันที 

 

อุ่ก!!..

 

เม็ดทรายกระจายพร้อมเสียงร้องประหลาด 

 

"ม่ายยยย คานิโรโบเรนเจอร์!!!" ลูฟี่กับช็อปเปอร์ตะโกนประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกัน ดูเหมือนนั่นจะเป็นชื่อที่พวกเขาตั้งให้กับผลงานที่อุตส่าห์ตั้งใจทำมา 

 

กุ๊กหนุ่มกัดฟันกรอด รู้สึกหัวเริ่มร้อนขึ้นมาทันที 

 

"หุบปากไปเลยพวกนาย! เฮ้ ! ไอ้หัวมอสขี้เซา ฉันบอกให้แกมาเฝ้ายามให้เลดี้กับไอ้พวกบ้าที่ว่ายน้ำไม่ได้นี่ไม่ใช่รึไง ห๊าา แกมานอนบ้าอะไรตรงนี้ฟะ!! " 

 

"โอ้...คุณแม่โกรธคุณพ่อซะแล้วล่ะครับคุณลูฟี่" 

 

ปั่กก!! 

 

ถาดเสิร์ฟอาหารปลิวฟาดกะโหลกผอมๆ ขึ้นรอยร้าวเกือบครึ่งซีก โทษฐานที่พูดไม่เข้าหู มาเปรียบว่าหนุ่มกุ๊กเป็นแม่ที่มาตามฆ่าพ่อที่ไม่ดูแลลูก

 

“เงียบซะ! ใครเป็นแม่กันหะ !?“ ซันจิตวาดลั่น รู้สึกจั๊กจี้ในใจ

 

"แก... แกทำบ้าอะไรไอ้กุ๊ก!!" นักดาบนั่งตัวงอกับความเจ็บปวดที่กลางลำตัว ...ส้นตีนหวิดหนวดปลาหมึกยักษ์ไปนิดเดียว 

 

การต่อสู้ประจำวันของสองหนุ่มเริ่มปะทุขึ้น โดยมีผู้นั่งชมกำลังกินแตงโมเคล้าน้ำตา

 

"คานิ..โรโบเรนเจอร์ ~แง " 

"สู้เขา..คานิแมนนน"

 

ไม่นาน เสียงเอะอะโวยวายจากการวิวาทก็จบลง เมื่อสองสาวเดินเข้ามาหาพร้อมบอกให้กุ๊กหนุ่มเข้าเมืองไปด้วยกัน เพื่อช่วยถือของที่จะต้องไปซื้อ ลูฟี่ตื้อจะขอไปด้วย แต่ก็ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ลูฟี่มีค่าหัวสูงและเป็นที่รู้จักมากเกินไป แต่จริง ๆแล้ว เหตุผลคือไม่อยากมาปวดหัวกับไอ้ตัวชอบสร้างปัญหาซะมากกว่า คุณแม่นามิจึงจัดการไล่พวกตัวปัญหากลับขึ้นเรือก่อนเธอจะเดินเข้าเมืองพร้อมโรบินและซันจิ

 

 

.............

 

 

ผู้คนมากมายเดินสวนกันบนลานกว้างกลางเมือง รอบด้านรายล้อมด้วยร้านขายของต่าง ๆนาๆ ดูสมกับเป็นเมืองท่าที่คึกคัก บรรยากาศดูเป็นเมืองท่องเที่ยวสบายๆ ผู้คนยิ้มแย้มทักทาย ดูอัธยาศัยดี  โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่ามีโจรสลัดสามคนตีเนียนเป็นนักท่องเที่ยว มาเดินช็อปปิ้งชิลๆ ในเมืองแบบนี้ 

 

หลังจากเดินสำรวจร้านค้าต่าง ๆ ซื้อของใช้และอาหารจำเป็นบางส่วนเสร็จแล้ว ร้านสุดท้ายก่อนจะกลับ สองสาวลากกุ๊กหนุ่มเข้าร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่งที่ดูไม่หรูจนเกินไปนัก 

 

ถึงคุณนามิของเขาจะมีเงินมากพอจะเข้าร้านข้างๆที่ดูระยิบระยับเหมาะกับผู้หญิงอย่างเธอ แต่เธอก็ต้องประหยัดเงินสำหรับค่าอาหารที่จำเป็นมากกว่า

 

ข้าวของที่ซื้อมาถูกฝากไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์ของร้าน ที่มุมพักคอยในร้าน กุ๊กหนุ่มนั่งมองบรรยากาศในร้านแบบเหม่อๆ แล้วบทสนทนาของสองสาวที่กำลังเลือกเสื้อยืดก็ลอยเข้ามาให้ต้องหันไปสนใจ

 

"ดูเหมือนทุกคนจะตัวโตขึ้นหน่อยนะ คงต้องเปลี่ยนไซส์แล้วมั้ง" นามิผู้จัดการทุกอย่างคำนึงถึงขนาดเสื้อให้เหล่าลูกเรือตัวแสบ หลังจากสองปีที่แยกกันไปทุกคนเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสื้อผ้าสำรองที่เธอเลือกจึงต้องใช้เวลานานกว่าที่คิด 

 

"อืม ลูฟี่ก็ดูตัวโตขึ้นนะ แต่ที่เห็นได้ชัดน่าจะเป็นอุซป กับแฟรงกี้ล่ะนะ" โรบินพูดพร้อมขำเบาๆ 

 

สองสาวพูดถึงลูกเรือทีละคน และที่ทำให้หัวเสียน่าจะเป็นเสื้อผ้าของแฟรงกี้และบรู๊ค มนุษย์ดัดแปลงตัวโต กับโครงกระดูกผอมสูง แต่ที่น่าแปลกกว่าก็คือในร้านมีไซส์เสื้อประหลาดๆมากกว่าที่คิด สมกับเป็นนิวเวิร์ลที่มีผู้คนต่างเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกัน เธอจึงเลือกอันที่ดูใกล้เคียงและเหมาะกับแต่ละคน 

 

"นี่ๆ...ซันจิคุง นายอยากเลือกเสื้อผ้าของนายเองมั้ย?" 

นามิหันมาถามกุ๊กหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกล เขายิ้มหวานตอบก่อนจะรีบเดินเข้าไปหา 

 

"ที่จริง...คุณนามิเลือกให้ ผมจะดีใจมากเลยนะครับ"

"หรอยะ...ฉันเห็นว่าเธอดูจะใส่ใจเสื้อผ้าหน้าผมกว่าคนอื่น ก็เลยถามดู ช่างเถอะ ฉันเลือกให้ก็ได้" เธอพูดพร้อมกับทาบเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนเข้ากับตัวซันจิที่หน้าตาเหมือนตาเฒ่ากำลังดีใจที่มีเด็กสาวมาดูแล 

 

ดีจังเลย...คุณนามิใส่ใจเราด้วย

 

"คุณกุ๊กผิวขาว ใส่สีอะไรก็ดูดีนะ" โรบินพูดยิ้มๆ แล้วช่วยนามิเลือกเสื้อยืดลายเรียบๆสีหวานๆ หนุ่มกุ๊กยิ้มตอบแล้วเดินไปดูเสื้อผ้าอื่นๆเรื่อยเปื่อย 

 

มาซื้อของกับสาวๆนี่ดีจังน้า 

 

กุ๊กหนุ่มผละออกจากสาวๆมาเดินดูของใกล้ๆบ้าง ถึงเขาจะใส่ใจการแต่งตัวอย่างที่ว่าจริง แต่ถ้าเป็นเสื้อผ้าที่คุณนามิของเขาเลือกให้ เขาก็ยินดี อีกอย่าง เธอมักจะเลือกเสื้อผ้าให้ทุกคนเป็นธีมเดียวกันได้ดีเสมอ 

 

“อืมม...โซโลน่าจะตัวใหญ่กว่าซันจิคุงหน่อยนี่นะ “

 

อึก... อารมณ์ดีๆพลันหายวับไป เมื่อได้ยินสองสาวคุยกันอยู่ด้านหลังและมีชื่อคู่อริโผล่ขึ้นมา ยิ่งถูกพูดเปรียบเทียบ ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ 

 

… มันก็ไม่ได้ตัวใหญ่กว่าเราสักเท่าไหร่หรอก มีแต่กล้าม ไม่มีสมอง! 

 

“เสื้อยืดก็คงใส่คละกันไม่ได้อีก นี่ต้องเปลืองเงินเพิ่มเลยนะ“ ต้นหนสาวบ่นพร้อมเลือกเสื้อยืดให้ลูกเรือ 

 

“ให้คุณกุ๊กใส่ขนาดเดียวกับคุณนักดาบก็ได้นี่” 

 

“หืม...ไม่ได้หรอก ซันจิคุงตัวบางกว่าตั้งเยอะ” 

 

 

!!!

บางกว่า...!!??

โธ่...คุณนามิ...

 

“แต่ เอ..เสื้อเชิ้ตน่าจะซื้อไซส์โซโลดีมั้ยนะ ซันจิคุงจะได้ใส่ได้ด้วย แค่เสื้อผ้าสำรอง คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง “

 

“แหม...ถ้าคุณกุ๊กใส่แล้วดูหลวมจนไหล่ตก จะดูเหมือนผู้หญิงเอาเสื้อสามีมาใส่เลยนะ” โรบินพูดพร้อมขำเบาๆ 

 

!!??...หะ

 

“ว้าย โรบินเธอช่างเปรียบนะ คิดภาพแล้วซันจิคุงเซ็กซี่ตายเลย “ 

 

“คุณกุ๊กหุ่นดี แต่งอะไรก็ดูดีนี่นะ”

 

??!!...

 

“นั่นสินะ จับซันจิคุงแต่งตัวดีมั้ยนะ ฉันมีชุดสวยๆที่ยังไม่ได้ใส่เยอะเลย ฮ่าๆ คิดแล้วน่าแกล้งนะ” 

 

!!!!!????..

 

เสียงหัวเราะคิกคักดังขัดใจ ซันจิทำตัวลีบๆแล้วขยับตัวเองออกจากโซนเสื้อผ้านั้นอย่างเงียบที่สุด แต่ในใจกลับมีไฟเริ่มปะทุ ความมาดแมนของเขากำลังถูกดูแคลนจากเหล่าเลดี้ เขาไม่อยากจะยอมรับเลยว่ารูปร่างสรีระของเขาเล็กกว่าคู่อริอย่างไอ้นักดาบบ้ากำลัง ถึงส่วนสูงจะไม่ต่างกันมาก คำว่า บางกว่า ก็ทำให้เขารู้สึกพ่ายแพ้อยู่ดี

 

มิหนำซ้ำคำพูดของสองสาว ยังทำให้หวนกลับไปนึกถึงค่ำคืนที่ความเป็นลูกผู้ชายต้องเสียท่าให้กับไอ้นักดาบนั่น สภาพของเขาในเสื้อเชิ้ตขาวที่เปียกชุ่มนั้น ถูกเจ้าบ้านั่นล่วงเกินจนไม่น่าให้อภัย เป็นความแค้นที่ยังรอวันชำระ และดูเหมือนวันนี้ น้ำมันได้ราดลงบนไฟแค้นนั้นแล้ว 

 

โมโหนัก! 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น