เชลยรัก จำเลยใจ (fanfic singto & krits) Yaoi

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 สิ่งที่มันกำลังเกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ก.ย. 60






“ผมไม่สามารถอธิบายออกมาได้จริงๆ ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ มันคืออะไร"

(หมอคริส)


  ผมลืมตาขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวัน ร่างกายของผมยังคงรู้สึกร้าวระบม จะเพราะอะไรถ้าไม่ใช่ไอ้นายหัวตัวดี ผมขยับตัวลุกขึ้นนั่งข้างกายว่างเปล่า คนที่กอดผมไว้ตลอดค่ำคืนหายไปแล้ว แต่ช่างเถอะผมไม่สนใจ ไปได้ก็ดีผมไม่อยากจะเจอสักเท่าไรหรอก ไอ้คนไร้เหตุผล ไอ้คนเถื่อน ผมค่อยๆ พาร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มร้อย เดินไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย คนงานของนายหัวก็วิ่งมาตามผม บอกนายหัวเรียกพบด่วน

          “ขอบคุณครับน้าพร้าว ผมจะรีบไป"

ผมตอบรับก่อนจะเดินออกจากที่พักเพื่อไปหา คนบ้าอำนาจ 

          “หมอคริสครับ!!”

ในระหว่างที่ผมกำลังจะเดินไปหานายหัวสิงโต พี่เต้ก็เดินมาขว้างผมไว้ 

          “พี่เต้ สวัสดีตอนเช้าครับ ตื่นแต่เช้าเลยแล้ว นี่่พี่จะไปไหนเหรอครับ"

ผมทักทายตามปกติ ถึงผมเองจะยังไม่ค่อยคุ้นกับพี่เต้เท่าไรนัก แต่ผมก็รู้สึกสบายใจเวลาได้พูดคุยมากกว่าอยู่กับนายหัวสิงโต เพราะพี่เต้ยังคงสุภาพ ไม่รู้ว่ายังไม่เปิดเผยตัวเองหรือเปล่า แต่อะไรก็ช่างมันทำให้ผมไม่ต้องระแวง หรือคอยระวังตัวเท่าไร ไม่เหมือนนายหัวสิงโต ที่เดาอารมณ์ยาก คุ้มดีคุ้มร้าย ดีได้ไม่เกินนาทีก็ร้ายกาจ อยู่ใกล้มีแต่เจ็บตัว ปากก็คอยพูดจาให้เสียใจได้ตลอด  

        “มาหาหมอน่ะแหละ เมื่อคืนไอ้สิงมันทำอะไรหมอหรือเปล่า พี่ขอโทษนะที่ช่วยหมอไม่ได้"

พี่เต้มีสีหน้าที่เศร้าเสียใจ แววตาก็แสนจะเศร้า ผมต้องส่งยิ้มบางๆ เพื่อเป็นการปลอบใจไม่อยากให้คนตรงหน้า เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย เขาจะมาขอโทษผมทำไม คนที่ทำผิดตัวจริงยังไม่เคยบอกขอโทษผมเลยสักครั้ง

         “เขาไม่ได้ทำอะไรผมหรอกครับ พี่เต้อย่ามาขอโทษผมเลย พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะครับ"

ผมส่งยิ้มให้พี่เขาอีกครั้ง พี่เต้ก็ยิ้มตอบบางๆ แต่แววตาก็ยังคงฉายความรู้สึกผิดอยู่ ผมจึงเอื้อมมือไปจับมือแกร่งของเขาเอาไว้พร้อมตบหลังมือเบาๆ 

         “อย่าคิดมากนะครับ"

          “ก็ได้ พี่จะได้พี่จะพยายาม พี่ห่วงหมอจริงๆ นะ เราอาจจะเพิ่งเจอ เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่พี่ห่วงหมอจากใจจริงนะ"

พี่เต้จับมือผมตอบ ผมจึงค่อยๆ ดึงมือออกอย่างสุภาพ

         “แล้วนี่หมอจะไปไหนแต่เช้าครับ??”

พอได้ยินคำถามของพี่เต้เท่านั้นแหละ ผมถึงกับตกใจ ไอ้นายหัวมันเรียกนี่หว่าเจอพี่เต้เลยลืมเลย

        “นายหัวเรียกน่ะครับ ผมไปก่อนนะ"

ผมพูดจบก็รีบเดินแต่มันก็เร็วได้ไม่มากเท่าไร เพราะร่างกายของผมยังบาดเจ็บอยู่ครับ ผมใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึงบ้านพักของนายหัวสิงโต

         “กว่าจะมาได้ เดินมาจากกรุงเทพรึไง!!”

ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องทำงานของเขาเพื่อก้าวเข้าไปด้านใน คนที่นั่งหน้าโหดอยู่ตรงโต๊ะทำงานก็เงยหน้าจากเอกสารในมือขึ้นมาตวาดเสียงใส่ผม ผมไม่ได้โต้ตอบอะไร ได้แค่ยืนนิ่งๆ 

          “วันนี้ลืมเอาปากมารึไง ทำไมไม่พูดล่ะ"

ผมเงียบเขาก็ยิ่งโมโห รู้อยู่แล้วรึเปล่าสาเหตุที่ผมมาช้า ถึงได้อารมณ์เสียแบบนี้ ย้ำจะเอาตอบให้ได้

          “ถ้ารู้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องมาทำเป็นหลอกถามหรอก"

ผมตอบเสียงนิ่งๆ นายหัวคนเอาแต่ใจรีบลุกขึ้นจากที่นั่งตรงมากระชากแขนผมทั้งสองข้าง มือใหญ่บีบเข้ามาที่ต้นแขนอย่างแรง ผมเจ็บนะ เพราะมันซ้ำที่เดิมตอนนี้ร่างกายผมมีแต่ร่องรอย ช้ำเป็นจ้ำไปทั่วทั้งตัว แต่ผมไม่แสดงอาการเจ็บปวดออกมาให้เขาเห็นหรอกครับ

         “บอกไม่ฟัง เตือนไม่เคยเชื่อเลยใช่มั้ย"

นายหัวสิงโตบีบแขนผมแน่นกว่าเดิมพร้อมเขย่าจนตัวผมสั่นคลอน ผมก็ยังจ้องเขานิ่งไม่แสดงอาการอะไรออกมาจนเขาเป็นฝ่ายผลักออกแล้ว ยืนหันหลังให้เอามือเท้าเอวพ่นลมหายใจกระแทกๆ อย่างหงุดหงิด

         “โถ่เว้ย!!!!!”

ในระหว่างที่สถานการณ์ในห้องกำลังระอุ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

  “ก๊อกๆ..ก๊อกๆ"

         “นายหัวครับ น้ำหอม มาแล้วครับ"

เสียงลูกน้องของนายหัวสิงโตร้องบอกอยู่ด้านนอก นายหัวหันมามองที่ประตูพร้อมกระตุกยิ้มที่สุดแสนจะเจ้าเล่ห์มาให้ผม

         “ให้เขามาเลยบดินทร์ ส่วนนายก็ไปจัดการธุระที่ฉันสั่งได้แล้ว"

          “ครับนายหัว"

ไม่ถึงนาทีร่างบอบบางคล้ายนางแบบก็เดินนวยนาดเข้ามาในห้อง

         “สวัสดีค่ะนายหัว"

หญิงสาวที่ชื่อน้ำหอมยกมือไหว้นายหัวอย่างนอบน้อม นายหัวสิงโตส่งยิ้มบางๆ ให้ก่อนจะผายมือให้เธอไปนั่งบนโซฟาที่ตั้งอยู่มุมห้อง พร้อมกระชากแขนผมลากให้ไปนั่งโซฟาตัวเดียวกับเขาที่ตั้งตรงข้ามกับตัวที่น้ำหอมนั่ง

         “ผลงานประทับใจรึเปล่า??”

นายหัวสิงโตเริ่มถาม น้ำหอมยิ้มหวานพร้อมยื่นซองใส่เอกสารที่เธอถือมาตั้งแต่แรกส่งให้เขา

          “เปิดดูเลยค่ะนายหัว ฝีมือระดับน้ำหอมพลาดยากค่ะ"

นายหัวสิงโตเปิดดูเอกสารแล้ว มีสีหน้าพอใจ

           “ดีมากน้ำหอม เก่งมาก"

         “ขอบคุณค่ะนายหัว ทุกอย่างน้ำหอมจัดการเรียบร้อยแล้วนะคะ ที่ดินทุกผืนน้ำหอมโอนเป็นชื่อนายหัวหมดแล้วค่ะ”

         “ดี ขอบใจอีกครั้ง คราวนี้น้ำหอมทำดีมาก เรื่องน้องชายไม่ต้องกังวลนะฉันจะส่งให้เขาเรียนเอง ส่วนนี่รางวัลของเธอ"

นายหัวสิงโตยื่นให้ หญิงสาวยกมือไหว้ก่อนจะยื่นมือมารับไป

         “เล็กน้อยค่ะ นายหัวดีกับครอบครัวน้ำหอมมาก ตอบแทนแค่นี้ถือว่าน้อยมากเลยค่ะ ยังไงน้ำหอมขอตัวกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวตกเครื่องกลับไปช้า ไอ้แก่มันจะสงสัย"

         “อืม..ไปเถอะเดี๋ยวให้ธนัชไปส่ง เดินทางดีๆ ล่ะ"

        “ค่ะ นายหัวแล้ว ถ้าได้อะไรเพิ่มเติมน้ำหอมจะติดต่อมานะคะ ลาค่ะนายหัว ลานะคะคุณหมอ เห็นแต่ในรูป พอเจอตัวจริงน่ารักกว่าในรูปเยอะเลย"

น้ำหอมพูดจบก็ลุกเดินออกไปจากห้อง ผมได้แต่นั่งงง น้ำหอมรู้จักผมได้ยังไง เคยเห็นในรูปที่ไหน

        “สงสัยล่ะสิ เอาไปดูซะให้เต็มตา"

ผมรับเอกสารเหล่านั้นมาเปิดดู นี่มันหนังสือมอบกรรมสิทธิ์โอนที่ดินทั้งนั้นเลย 

           “นี่มันที่ดินของพ่อ!!”

ผมอ่านชื่อเจ้าของเดิมอย่างตกใจ ที่ดินของพ่อ พ่อโอนให้น้ำหอม น้ำหอมรู้จักพ่อด้วย งั้นคนที่น้ำหอมกำลังหลอกลวงเพื่อเอาที่ดินมาให้นายหัวคือ พ่อผม

          “นี่แกส่งคนไปหลอกลวงพ่อฉันเหรอ!!!!”

ผมลุกขึ้นยืนปาเอกสารในมือใส่ไอ้นายหัวโฉดด้วยความโมโห

          “หลอกลวงอะไรกัน กูแค่ทวงของพ่อกูคืน!!”

นายหัวสิงโตตะคอกใส่ผมเสียงดัง ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเขาพูดแนวๆ นี้มาหลายครั้งแล้ว

          “ของพ่อแกอะไร เรามาคุยกันแบบตรงๆ เลยดีกว่า แกโกรธเคืองอะไรพ่อฉันนักหนาถึงได้ทำกับพ่อ ทำกับฉันแบบนี้"

          “หมออยากรู้จริงๆ เหรอ ถ้ารู้แล้วจะรับความชั่วช้า เลวทรามของพ่อตัวเองได้เหรอ"

เขาลุกขึ้นมากระชากแขนผมบีบแน่นจนเกิดรอยแดง ผมจ้องเขาตอบอย่างไม่พอใจที่เขาจิกด่าพ่อของผมทุกคำ

         “มีอะไรมึงพูดมาเลย เลิกด่าพ่อกูสักที!!!!!”

ผมตะคอกถามอย่างเหลืออด ลูกที่ไหนจะทนฟังคนอื่นด่าพ่อตัวเองได้ ไม่มีหรอกครับ

          “หึ!! ให้กูพูดเหรอ มึงอยากรู้ใช่มั้ย ได้…พ่อมึงกับพ่อกูเคยเป็นเพื่อนรักกัน เลยตกลงทำธุระกิจด้วยกัน แต่เพราะพ่อมึงมันเหี้ย เห็นแก่ตัว พ่อมึงเลยรวมหัวกับแม่เลี้ยงกู โกงพ่อกูไง เงินที่ส่งเสียให้มึงอยู่สุขสบายทุกอย่างคือเงินพ่อกู”

นายหัวบอกพร้อมสีหน้า และน้ำเสียงที่เจ็บปวด แต่ไม่จริงหรอก ผมไม่เชื่อ ไอ้นายหัวต้องใส่ร้ายพ่อผม หรือไม่ก็เข้าใจผิด คิดไปเอง ผมไม่เชื่ิอหรอก ไม่จริง

          “ไม่จริง!!!!”

          “จริง!!!!! พ่อมึงโกงพ่อกู พ่อมึงมันเหี้ย พ่อมึงเป็นต้นเหตุให้พ่อกูต้องตาย เพราะพ่อมึงคนเดียว!!!!!”

นายหัวสิงโตพูดเสียงดังพร้อมกับเหวี่ยงผมลงกับพื้น ก้นของผมกระแทกกับพื้นอย่างแรง ความเจ็บแล่นปราด เนื่องจากอาการบาดเจ็บของผมยังไม่หายดี พอมาล้มก้นกระแทกเต็มแรงเลยเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีก

          “โอ้ย!!!!!”

ผมนิ่วหน้า นายหัวโรคจิตเดินตรงย่อตัวลงต่อหน้าผม มือแกร่งบีบที่แก้มผมด้วยมือเดียว

          “เจ็บเหรอ แค่นี้ยังไม่ได้ครึ่งความเจ็บปวดที่กูได้รับหรอก มึงรู้มั้ยวันนี้เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วกูต้องเจ็บปวดขนาดไหน การสูญเสียคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปต่อหน้าต่อตามันทรมานเหมือนตายทั้งเป็นแค่ไหน มึงคงไม่เข้าใจหรอก มึงได้อยู่สุขสบาย บนกองเงินกองทองของพ่อกู ส่วนกูต้องมาอยู่ที่นี่ ถึงกูจะสุขกาย แต่ในใจกูโครตเจ็บปวด กูเฝ้ารอ นับวัน นับคืน นับเดือน นับปี รอเวลาที่จะเอาคืนพ่อมึง รอเวลาที่จะทวงของของพ่อกูคืน และก็จะสั่งสอนให้มันได้รู้ว่าการที่ต้องเห็นคนที่ตัวเองรักเท่าชีวิตโดนทำร้าย เจ็บปวด ทรมาน มันเป็นยังไง"

ผมมองคนตรงหน้านิ่ง แม้ในใจจะเริ่มหวาดกลัวแต่ก็ข่มตัวเองไว้ ไม่อยากให้เขาได้รู้ ปกติถึงเขาจะดุ จะโหดร้ายแต่ก็ไม่เคยน่ากลัวเท่าวันนี้ สายตาที่เขาส่งมาให้ผมดูดุดันกว่าทุกวัน 

          “มึงจะเอายังไง?”

ผมถามเสียงห้วนใส่เขา

          “มึงต้องยอมทำทุกอย่างที่กูสั่ง มึงคงรู้แล้วสินะว่าตอนนี้พ่อมึงกำลังหลงคนของกูขนาดไหน อ้อ!! กูมีอะไรอีกอย่างให้มึงดูด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจ"

ไอ้นายหัวพูดจบก็ปล่อยมือที่บีบแก้มผมอยู่ออก แต่คนอย่างเขามีเหรอจะทำผมแบบเบามือ เขาปล่อยทีหน้าผมแถมทิ่มลงไปกับพื้น ไม่นานกระดาษจำนวนนึงก็ถูกเขวี้ยงใส่หน้าผม ผมรีบหยิบมันขึ้นมาดู มันคือรายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นในบริษัทของพ่อผม

          “ผู้ที่หุ้นทั้งหมดคือคนของกู แค่เพียงกูสั่งให้ถอนหุ้นพร้อมๆ ธุรกิจของพ่อมึงจะเป็นยังไงนะ"

เขาพูดพร้อมยิ้มเยาะ ผมนี่ถึงกับนิ่งงัน ถึงผมจะเรียนหมอแต่เรื่องธุรกิจ เรื่องหุ้นก็พอรู้มาบ้าง ถ้าเกิดผู้ที่หุ้นพร้อมใจกันถอนหุ้นกระทันหัน พ่อผมต้องล้มไม่เป็นท่าแน่ ล้มละลายแน่นอน

          “ถ้ากูทำตามใจมึง กูจะมั่นใจได้ไง ว่าคนเหี้ยๆ แบบมึงจะไม่ผิดคำพูด"

          “มึงไม่มีสิทธิ์ต่อรองหมอ มึงมีหน้าที่แค่ทำตามใจกู ทำตามคำสั่งกูแค่นั้น"

ไอ้คนเลวตะคอกใส่ผม พร้อมใบหน้าดุดัน ผมจึงได้แต่นิ่งเงียบยอมจำนนมันแต่โดยดี

          “ตกลงกูยอมรับข้อเสนอมึง กูจะอยู่กับมึง ยอมทำตามใจมึงทุกอย่างจนมึงพอใจ"

เขายกยิ้มเย้ยหยันอย่างผู้ชนะ

          “ดี พูดง่ายๆ แบบนี้สิครับหมอ"

เขาเดินเข้ามาย่อตัวนั่งลงหน้าผม ก่อนจะกระชากผมเข้าไปหา ริมฝีปากได้รูปบดลงมาที่ริมฝีปากผมอย่างแรงก่อนจะบดขยี้อย่างดุเดือด ผมเจ็บระบมไปทั้งปากแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เกาะแขนเขาไว้นิ่งยอมให้เขาบดจูบอย่างง่ายดาย

          “อื้อ….”

นายหัวสิงโตเริ่มดันผมให้นอนราบกับพื้น โดยที่มีตัวของเขาเอนตามทาบทับลงมาคร่อมร่างผมไว้ มือใหญ่เริ่มยุ่มย่าม ลูบไล้เข้าไปใต้เสื้อตัวบางของผม ก่อนจะดึงเสื้อผมให้สูงขึ้นพ้นหน้าอก ใบหน้าคมครามหนวดไล้ลงมาซุกหน้าลงซอกคอ

..เจ็บ..
เจ็บจี๊ดเลยครับยามที่เขาขบกัด หรือเม้มแรงๆ เพื่อทิ้งรอยเอาไว้ที่ต้นคอของผม ผมเม้มปากพร้อมกับกำมือด้วยเองเอาไว้แน่นเพื่อเก็บอาการว่าผมกำลังเจ็บ ไอ้โหดเลื่อนลงมาอีกจนถึงหน้าอก ยอดอกสีหวานของผมถูกปากร้อนทั้งดูดทั้งกัดจนระบม 

          “อ๊ะ……”

มันเจ็บจนผมเผลอหลุดเสียงออกมา ไอ้นายหัวบ้าอำนาจเริ่มรุกรานมากขึ้นตอนนี้ผมไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ความรู้ภายในเริ่มระอุ 

          “หวานมากหมอออ"

เขาเปล่งเสียงครางต่ำๆ พร้อมพูดด้วยเสียงแหบๆ 

..แพล่บ..

ลิ้นสากเลียลงมาถี่ๆ ที่ยอดอกของผม ผมเสียววาบไปทั้งตัวหลังผมลอยสูงจากพื้นแอ่นอกเข้าหาเขาอย่างเต็มใจ

          “อ๊า…นายหัว…”


         “หมอ…อื้อ..หมอ”

เขาพึมพำเบาๆ แต่ก็ยังทำหน้าที่ต่อ ลิ้นร้อนยังคงหยอกเย้ากับยอดกของผมไม่ห่าง

          “ไอ้สิง  หมอ!!!!!!”

เสียงเรียกที่ดังขึ้นคล้ายคนตกใจ ทำให้ผมหลุดจากภวังค์หวาม นายหัวสิงโตผละออกจากยอดอกของผมแต่ก็ยังไม่ยอมลุกออกไปจากตัว เขากดจูบลงมาที่ริมฝีปากผมอีกครั้งก่อนจะผละออกมือแกร่งดึงเสื้อผมลงก่อนจะลุกขึ้นพร้อมทั้งดึงผมให้ลุกตามเขามาด้วย 

          “ไม่มีมารยาทเลยนะเพื่อนเข้าห้องคนอื่นน่าจะเคาะประตูสักหน่อย"

นายหัวสิงโตพูดอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มือแกร่งโอบอยู่ที่เอวผม ผมไม่กล้าแม้แต่จะดึงตัวออกจากเขา ปล่อยให้เขาโอบเอาไว้ตามอำเภอใจ พี่เต้มีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก สองเพื่อนรักจ้องกันนิ่งสายตาที่มองกันดูดุดัน

          “กูเคาะแล้วแต่มึงไม่ยอมเปิด กูเลยเปิดเข้ามา"

พี่เต้พูดเสียงต่ำคล้ายกดน้ำเสียงให้ปกติ

         “อ้าว…เหรอ โทษทีวะ กูคงเพลินไปหน่อย"

นายหัวสิงโตพูดพร้อมหัวเราะน้อยในลำคอ ผมรับรู้ได้ทันทีว่าเขาจงใจจะทำแบบนี้ให้พี่เต้เข้ามาเห็น ช่างน่ากลัวจริงๆ นายหัวปราชญาคนนี้

          

…….ร้ายกาจจริงๆ นายหัวของเรา จงใจจะทำให้พี่เต้มาเห็นว่าหมอเป็นของตัวเอง แล้วพี่เต้ของเราจะเอายังไงต่อล่ะเนี้ยจะถอยทัพยอมแพ้ เลยเดินหน้าต่อกันนะ ลุ้นๆ…….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

98 ความคิดเห็น

  1. #92 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 21:35
    สวสารทั้งพี่เต้ทั้งหมอเลย หมออย่าไปยอม ยังไงพี่สิงก็ไม่ปล่อยพ่ออยู่แล้ว
    #92
    0
  2. #46 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 00:39
    สงสารหมอจะแย่ ละเมื่อพี่เต้จะมองความดีของคนข้างๆบ้างน้าาา
    #46
    0
  3. #45 Amphai Komnoy (@0861352503) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 11:42
    นายหัวร้ายเกินไปนะ^^ #ทีมหมอ สนับสนุนให้หมอหนีไป
    #45
    0
  4. วันที่ 16 กันยายน 2560 / 18:00
    นายหัวอย่าเกรี้ยวกราดนักสิ ,__,
    #44
    0
  5. #43 Amphai Komnoy (@0861352503) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:22
    คู่นี้จะดีกันตอนไหนหน๋อสงสารหมอคริสจะแย่แล้วค่ะ
    #43
    0
  6. #42 roykam (@roykam) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:14
    พ่อหมอคริสกำลังจะหมดตัว! สงสัยจังว่านายหัวจะใช้เป็นข้อต่อรองอะไร
    #42
    0
  7. #41 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:01
    ทะเลาะกันอีกแล้ว เห้อ~
    #41
    0