เจ้าหัวใจจอมเถื่อน ซีรี่ส์ ยอดเสน่หาจอมเถื่อน

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 3 P.3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 พ.ค. 60

ต่อต่อ...


บัดนี้... ลาวดีน้อย กอยสุนทรป้อนเข้าใส่ รักสุดอกสุดใจ ไผสิว่ากะซ่างไผ ไผสิติกะซ่างสิ้น บ่ยินร้ายคันและดี ชาติศักดิ์ศรีบ่แม่นแนวสิกินได้ ลาวกับไทยบ่แตกต่าง ควายก็ดีทอควาย ช้างกะดีทอช้าง จางเปรี้ยวให้ตืมกลืน พี่นางเอย....ขึ้นชื่อว่าเชื้อชาติช้าง โตเขาเผือกงานิล เกิดอยู่ดินเดินผา ป่าพนาแนวไม้ คนของเฮาเลือกเกิดเองบ่มีได้ กรรมไผมันได้ฮ่ำฮัน อันความฮักความแพง คันสิถือกีดคั้น แม่นฝันได้กะทอฝัน

อาว...ประสาโลกนี้นั้นกะคือว่าสมมติ จนหรือรวยคือมนุษย์ อันชื่นหวุนบ่มีได้  ใจไผมันประสงค์แล้ว คันมือแจวกะดั้นฮอด ผักจอกลอยอยู่น้ำยังมีมื้อดอกโบงเขียว น้ำพวมไหลหลากเกี้ยว ปั้นฝายรัดกะยังพัง อุปมาคือดังกะดั่งลาวดีน้อง ใจของนางที่ปองมั่น สายสัมพันธ์กับคุณพี่ ถึงสิมีสิ่งกั้นตันหน้าสิคอยปีน  โอย...ตราบใดฟ้าบ่สิ้น ดินบ่เปลือยเป็นผง ดงบ่กลายเป็นบาง ไฮ่นาบ่เป็นแก้ง กกสะแบงบ่เป็นพร้าว ลาวกับไทยยังเที่ยวท่อง แม่น้ำโขงอยู่กั้นตันหน้าสิคอยลอย

อ้อยยังหวานอยู่จังอ้อย นางบ่ปล่อยพี่ชายหนี ลาวดีบ่ยอมหยุด คันมุดมวยจนตัวม้วย ควายบ่มีเขาขึ้น พอสามเขากะบ่เว้ากับคนอื่น ยากปานใดกะสิบืน ปืนกระสุนลูกโม้ หมดเกี้ยงสิเสี่ยงตาย ต่อให้พ่อแม่ฮ้าย ป้อยแส่งสิทนอด ลาวดีสิบ่ยอมใจคด สิซื่อตรงประสงค์อ้าย ตายกะตายอยู่กับเจ้า เอากะเอากับคุณพี่ ความทุกข์ยากจนมี บ่สำคัญทอก้อย มีมั่งกะแก่ตาย พี่นางเอย... มีผู้ชายคนล้าน มาหุ้มห่อเอาอวล นางบ่หันไปมองส่องดูผู้ได๋ซ้ำ แมนสองตีนสิเป็นผ่ำ ผู้ที่นางสิเดินนำ บ่ยอมยั้งคือคุณพี่ ยอมเสียเกียรติลูกเศรษฐี เอาให้โลกได้ซ่าเรื่อง คันลือย่องว่ารักจริง สิว่าหญิงคือน้อง ผยองโตลุกขึ้นต่อ อ้าวคันบ่เชื่อกะลองดู คันชาตินี้บ่ได้อ้าย แม่นตายแล้ว กะบ่แนงนั้นละหนาพี่นางเอย

ธรรมนิยายของ ส.ธรรมโฆษ

เทศน์แหล่เรื่องลีลาวดี ต้นฉบับคณะวาทะธรรมเสียงทอง

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ devran taskesen

ร่างหนาใหญ่นั่งพิงหลังกับเสาและระแนงไม้กันตกของกระต๊อบไม้ไผ่ตรงระเบียงด้านหน้า เขาชันเข่าขึ้นข้างหนึ่ง อีกข้างทอดยาวไปบนพื้นขัดมันอย่างดี พื้นฟากสับหรือก็คือลำไม้ไผ่เป็นต้นที่สับให้แตกออกเป็นอันเล็ก ๆ แต่ไม่ขาดจากกันแล้วผ่าด้านหนึ่งออก แบคว่ำออกเป็นแผ่นโดยมากใช้ปูเป็นพื้นเรือน และฝากระท่อมหลังนี้ก็ทำจากฟากสับเช่นกัน หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก

บนพื้นมีขวดเหล้าขาวที่พร่องไปครึ่งขวดตั้งอยู่ข้างกาย มือหนาวางอยู่บนเข่าข้างชันขึ้น บุหรี่ที่คีบไว้ควันบุหรี่เอื่อยๆ เขาเคาะมือเบาๆ เถ้าที่เผาไหม้ก็ร่วงลงพื้นดิน เสียงเทศน์แหล่บทนิยายธรรมจากพระชื่อดังแทบไม่เข้าหัวสมอง เพราะในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ภาพใบหน้าละมุนละไมของสาวน้อยข้างบ้าน

ขวัญข้าว...

ตาคมทอดมองไปเบื้องหน้า ฟ้าวันนี้มีเมฆบดบังทำให้มองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด คืนนี้อาจจะมีฝนตก ตามที่ฟังข่าวจากวิทยุ จิตใจแกร่งกลับวุ่นวาย นี่เขาเมามาก หรือกำลังเป็นบ้าไปแล้ว ความคิดหลายอย่างคะคานในสมอง ความถูกต้อง ความเหมาะสม สาวสวยมากมายกลับไม่เคยอยู่ในสายตาเลยสักครั้ง ธรานึกถึงช่วงเวลาที่เฝ้ามองความเติบโตของเด็กน้อยน่ารักที่ตามติดเขาแจ ช่วงเด็กๆ นั้น เขาแค่เอ็นดูเธอ สงสารที่เธอไม่มีแม่เหมือนเขา ไม่รู้เมื่อไหร่กัน... ความเอ็นดูที่ว่ากลับเริ่มแปรเปลี่ยนไป

และครั้งแรกที่เผลอตัว ทำเรื่องฉกฉวยโอกาสออกไป เพราะความในใจที่อัดแน่นจนแทบล้นอก

จูบ... ที่เขาฉวยปล้นเอาจากสาวน้อยมาดื้อๆ ธรารู้ดีว่า คืนนั้นเขาไม่เมาเลยสักนิด คนที่คลุกคลีกับการดื่มอย่างเขา น้อยครั้งที่จะเมาจนไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

ทว่า... เมื่อจูบเธอไปแล้ว เขากลับกระวนกระวาย กังวลเหลือเกินว่า มันจะทำให้เธอไม่กล้าเข้าใกล้เขาอีกเลยขู่สำทับไป แต่โชคคงเป็นของเขา ต่อให้ขวัญข้าวอยากหลบก็หลบไม่ได้ เมื่อเพื่อนของเธออยากมาเที่ยวไร่และชอบไร่ของเขามากเป็นพิเศษ

ชายหนุ่มถอนหายใจลึกแรง อัดบุหรี่ลงปอดอีกอึกใหญ่ ขับไล่ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในอก เขากำลังกลายเป็นตาแก่โรคจิตตัณหากลับ เมื่อขวัญข้าวกลับมาบ้านอีกครั้ง ความรู้สึกที่กดเก็บกลั้นไว้นานมันเหมือนจะกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป ยิ่งวันนี้ ความสวยสะพรั่งของสาวเจ้าในชุดผ้าไหม มันติดในหัว ติดตา ยากจะสลัดออก ทำให้ต้องหนีออกมานอนรับลมเย็นๆ ที่กระต๊อบริมนา

เรื่องมันคงง่ายมากกว่านี้ ถ้าเธอไม่ใช่ลูกสาวของลุงธงชัย

ถ้าเพียงเธอไม่ใช่คนที่เขาเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย...

มันยิ่งกว่าเลี้ยงต้อย... แต่...ให้ตายดิ้นเหอะ ทุกอิริยาบถของสาวน้อยกลับประทับในความทรงจำ แจ่มชัดราวกับเธอยืนอยู่ตรงหน้า

“ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้ด้วยนะ”

ถ้อยรำพึงกับตนเองเบาๆ กลับเข้าโสตประสาทของสาวน้อยร่างบางที่เข็นจักรยานขึ้นมาจอดด้านข้างกระต๊อบ ขวัญข้าวใจโหวงวูบ เพ่งมองคนในความมืดด้วยจิตใจที่หวั่นไหว ธรายังอยู่ในชุดเดิมที่เธอเห็นเมื่อเย็น กลิ่นเหล้าหึ่ง... เธอคิดไม่ผิดใช่ไหม เรื่องที่เขามีใจให้พี่แตง แล้วทำไมต้องปล่อยพี่สาวเธอไปเป็นเมียผู้ชายอื่น ถ้าต่างคนต่างชอบกัน...

ที่นี่ฝนยังไม่ตก แค่มีลมเบาๆ เสียงแหล่รำพันดังมาจากวิทยุ บทนิยายเกี่ยวกับเรื่องหญิงสาวที่มีความรักมั่น แม้ตายไปกลับชาติมาเกิดใหม่ก็ยังมั่นคงรักชายเพียงคนเดิมคนเดียว

“มัวแต่ฟังพระเทศน์ โลกเขาไปถึงยุคไหนกันแล้ว”

เสียงแจ๋นๆ ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ธราต้องเอี้ยวตัวไปมอง ก่อนที่ร่างบางจะเดินอ้อมมาหน้ากระต๊อบ ตาต่อตามองสบกันในความสลัว

“ขวัญ”

ธราหันกลับไปมองข้างหลังอีกครั้ง จักรยานคันเล็กจอดอยู่ใกล้ๆ

ขวัญข้าวเบี่ยงตัวขึ้นนั่งบนชานบ้าน ด้านหน้าไม่มีระแนงกั้น มันไม่สูงมาก เธอจึงไม่เดินอ้อมไปขึ้นบันไดซึ่งด้านข้างอีกด้านให้เสียเวลา ตายังมองหน้าครึ้มเคราก่อนจะปรายลงไปที่พื้น มองขวดเหล้า...

ตาคมปลาบปราดมองไปทั่วร่างอรชร นวลหน้าใสกระจ่างปราศจากเครื่องสำอาง ผมเผ้าที่จัดทรวงสวยเมื่อเช้า เวลานี้ถูกมัดรวบเป็นมวยไว้ด้านหลัง เสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงินขับผิวขาว แม้มันจะตัวใหญ่พอประมาณแต่ก็เน้นสัดส่วนรูปร่างโดยเฉพาะช่วงทรวงอกที่ดันเนื้อผ้าออกมาจนเห็นรูปทรง ตัวเสื้อเข้ารูปตามโค้งสีข้าง เอวคอด รับด้วยบั้นท้ายกลมกลึงที่ถูกคลุมด้วยกางเกงวอร์ม กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ลอยมาปะทะจมูกโด่ง การแต่งตัวไม่มีส่วนล่อแหลม แต่เวลาแบบนี้ เธอไม่ควรออกมาที่นี่

“ปั่นจักรยานออกมาได้ไง มืดค่ำป่านนี้ ที่นี่ไม่ไกลจากบ้านก็จริง แต่ก็ไกลมากพอที่จะเกิดอันตรายได้นะ ถ้ามีใครดักฉุดไปข่มขืนจะทำไง” เสียงห้าวดุขรึม ตาเคร่งดุขึ้น ธราทิ้งบุหรี่ลงพื้น

“ขวัญก็จะบอกเลยว่า พี่ไม่ต้อง เดี๋ยวน้องทำเอง”

ตาคมดุเรืองโรจน์ขึ้น สาวน้อยส่ายหน้า ยกมือโบกไปมา...ทำนองว่าพูดเล่น

“แล้วมีอะไรเกิดขึ้นหรือยังล่ะ ก็ไม่มี... ขวัญมาถึงนี่ได้ครบสามสิบสอง ไม่มีส่วนไหนสึกหรอ ว่าแต่เฮียดินเถอะ เสียใจเรื่องพี่แตงมากเหรอ ถึงต้องวิ่งแจ้นออกมากินเหล้าอยู่นี่”

“หือ...” คิ้วเข้มขมวด หน้านิ่ว มองหน้าเล็กๆ ของคนที่มั่นใจเสียเหลือเกินว่าเขาเสียใจเรื่องปาริฉัตร อะไรทำให้ขวัญข้าวคิดแบบนั้น

ขณะที่สาวน้อยตั้งหน้า พูดว่าเป็นฉากๆ

“ก่อนนั้นทำไมไม่บอกว่ารักว่าชอบ พอเสียเขาไปเพิ่งรู้ใจตัวเองหรือไงเฮีย แล้วมานั่งฟังพระเทศน์เนี่ยมันได้อะไรขึ้นมาไหม เฮ้อ... ป่านนี้เขาเข้าหอลงโลงกันไปเรียบร้อยแล้ว”

“เขาเรียกว่าร่วมหอลงโรง โรง สะกดด้วย ร (รอเรือ)”

“จะโลงไหนก็ช่างเถอะ ขวัญไม่เข้าใจพี่สองคนเลย เห็นทำทีท่าว่าชอบพอกัน แล้วทำไมกลายเป็นแบบนั้น”

“ใครชอบใคร เรานี่เลอะเทอะใหญ่แล้ว ดูมั่นใจเหลือเกินว่าเฮียชอบพี่สาวเรา”

“แล้วไม่ใช่หรือไงกัน รู้ไหมคะ เฮียในตอนนี้ มันเหมาะกับเพลงนี้มากกว่า...” สาวน้อยเอื้อมมือไปปิดวิทยุ จากนั้นส่งเสียงครวญเพลงที่เพิ่งได้ยินมาจากบ้าน

 

“เหลือใจแท้ ๆ เหลือใจแฮงแท้หนอ

เห็นเขาควงกันเข้าหอ พออยากสิดึกฆ้อนใส่

อาศัยน้ำเมาเป็นเครื่องบรรเทาปลอบใจ

มื้อเขากินดองป้อน ไข่ บ่กล้าเข้าไปได้แต่จอบแนม”

อ้ายเมามื้อเจ้าแต่ง: แทน อฑิเทพ

 

ธราส่ายหน้า อ้าปากจะแก้ความเข้าใจผิดเรื่องปาริฉัตร แต่ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัว ตาคมหรี่แคบ... จ้องนวลหน้าสะอาดสดใสไร้เรื่องสำอางที่น่ามองไปอีกแบบ

ขวัญข้าวเม้มปาก เมื่อไม่ถูกตอบโต้เช่นทุกครั้ง หลักฐานเห็นชัดขนาดนี้เขายังกล้าปฏิเสธว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่สาวเธอ

ฟ้าเบื้องหน้าแลบแปล๊บๆ แสงสว่างช่วยให้มองเห็นหน้ากันและกันได้ชัดเจนขึ้น จู่ๆ ความขุ่นมัวในหัวใจ ความรู้สึกแปลกๆ แบบน้อยเนื้อต่ำใจที่ธราไม่สนใจ ทำให้ร่างบางหมุนตัวจะลงจากระเบียง

“ฝนจะตกแล้ว ขวัญกลับบ้านล่ะ”

เธอคิดว่า ในสายตาธราแล้ว เธอก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้นเอง

ทว่า... ทันทีที่ขยับ แขนเรียวกลับถูกจับไว้ ขวัญข้าวหันไปมองก็ได้สบตาคมกล้าเคร่ง

“จะรีบกลับทำไม ไหนๆ ก็มาแล้ว อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน”

ขวัญข้าวนิ่วหน้าใช้ความคิด ฝนเริ่มทิ้งเม็ดโปรยปรายลง... เธอดึงแขนออกจากมือใหญ่ ไอความอุ่นยังซ่านอยู่ตรงที่ถูกจับ

“ฝนตกแล้ว ขวัญกลับดีกว่าค่ะ”

ลมกรรโชกมา ความเย็นของลมกับละอองน้ำฝนโปรยเข้ามาถึงระเบียง ธราลุกมาฉุดร่างเล็กไว้ ดึงเข้าไปในส่วนด้านในซึ่งมีฝาและประตูกั้นทำเป็นห้องเล็กๆ ขวัญข้าวมองเห็นเครื่องนอนของเขา มุ้งสี่มุมสีขาวแขวนติดข้างฝา ที่นอนแบบพับได้ วางอยู่บนเสื่อผือผืนใหญ่ อารามตกใจทำให้ยืนนิ่งขึง ลำแขนแกร่งกลับสอดเข้ามารัดเอวไว้ รั้งทีเดียว ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าไปในห้องอีกครั้ง ร่างน้อยสะดุ้งอีกครั้ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ kiss night

“ปละ...ปล่อยขวัญ ขวัญจะกลับแล้ว”

“ฝนลงหนาเม็ดขึ้นแล้วนั่นเห็นไหม รอฝนหยุดก่อน เฮียจะไปส่ง”

“ฝนแค่นี้เอง ขวัญปั่นรถแป๊บเดียวก็ถึงบ้านแล้ว” ขวัญข้าวพยายามแกะมือใหญ่ออกจากเอว ทั้งบิดเบี่ยงตัวให้พ้นพันธนาการ อยู่ใกล้กันท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ ถึงจะสนิทคุ้นเคย แต่หลายครั้งที่ธราชอบทำอะไรให้ใจเธอสั่น แล้วเธอเองก็ปฏิเสธเขาไม่ค่อยได้เสียด้วย 

“ปั่นจักรยานนี่นะ”

ธราจ้องหน้ากระวนกระวายของสาวน้อย ความคิดที่คั่งค้างในสมองก็พล่านไปทั่ว สายตากวาดไปตามเรือนร่างยั่วใจของสาวน้อยร้อยชั่ง เกร็งมือหนากระชับบั้นเอว ก้าวเข้าประชิด เธอผงะหน้าออกห่าง มองสบตาเขาอย่างระแวดระวัง อารมณ์บางอย่างในร่างกายแกร่งชักจะพลุ่งพล่าน

กรุ่นกลิ่นเรือนกายที่แตะจมูกมันยั่วใจสุดประมาณ ชายหนุ่มหายใจสะดุด โน้มหน้าลงเหนือดวงหน้าหวาดหวั่น

“อยู่กับเฮียกลัวอะไร...”

สุ้มเสียงถามแหบต่ำทำเอาขวัญข้าวอยากกรี๊ด ก่อนออกจากบ้าน ทำไมเธอไม่คิด ธราในวันนี้ไม่เหมือนวันวาน เขาดูดุดัน น่ากริ่งเกรง และชอบแกล้งให้เธอหวาดหวั่นด้วยการกระทำเขย่าหัวใจ

“ปละ...เปล่ากลัวสักหน่อย ขวัญแค่ทำตามคำเตือน”

“คำเตือนอะไร” คิ้วเข้มเลิกสูง

ขวัญข้าวสบตาคมกล้า สีนัยน์ตาของธราเข้มขึ้นหรือเปล่านะ เธอไม่แน่ใจ แต่กลิ่นเหล้าเคล้าลมหายใจร้อนๆ รินรดหน้าเธอแต่ละครั้งมันร้อนผ่าวไปถึงหัวใจ อารมณ์ซ่านๆ วาบหวิวในอก

“กะ...ก็ เฮียเตือนไว้ไม่ให้ไว้ใจผู้ชายคนไหน แม้แต่เฮีย...”

ตอบเสร็จ สาวน้อยก็ขยับตัวอีกครั้ง พยายามแกะมือออกจากเอวอย่างเอาเป็นเอาตาย

ธรากระตุกยิ้ม จังหวะที่ร่างนุ่มบิดตัวพ้นฝ่ามือ เขาก็จับข้อมือเล็กเอาไว้ กระตุกรวดเร็ว ร่างสาวก็ถลาลงมานั่งบนตักกว้าง เสียงหวีดร้องอุทานลั่น ลำแขนใหญ่สอดเข้ารัดร่างบางไว้แน่นกระชับ   

ขวัญข้าวตื่นตระหนก ท่านั่งแบบนี้มันอันตรายอย่างบอกไม่ถูก จึงพยายามดึงตัวลุก

เขาคิดจะทำอะไร!

ฟ้าคำรามมาอีกระลอกหลังแสงแปลบปลาบบาดตาจนต้องหลับตาปี๋ ใจดวงน้อยเต้นครึกโครม

ธราหันไปจุดตะเกียง ขณะที่แขนข้างหนึ่งยังรัดเอวบางไว้

เม็ดฝนที่มองไม่เห็นชัดผ่านความมืดยังคงทิ้งตัวโปรยปรายอยู่เหนือกระต๊อบไม้ไผ่หลังคาหญ้าแฝก สายน้ำที่หยาดไหลรินลงมาตามชายคา สายน้ำยาวบ้างสั้นบ้าง แต่มีความงามยามสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันก๊าด

ทว่า... ฝนฟ้าไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอกลัว เธอชอบสายฝน สายลม แสงแดด

แต่มัดกล้ามเนื้อคร้ามแดดของลำแขนใหญ่ที่สอดเข้ามารัดตรงเอวกับหน้าท้องแบนเรียบนี่สิ เรียกเสียงหัวใจเธอเต้นระทึกก้องหู สาวน้อยลืมตาอีกครั้ง ขู่ฟ่อ...

อย่ามาทำเป็นอารมณ์พาไปกับเค้านะ

เค้าไหนกัน... แล้วไอ้อารมณ์พาไปนี่มันยังไง หืม...เสียงห้าวของเจ้าของลำแขนเย้าเสียงทุ้มพร่า คล้ายว่าแค่ลำแขนแกร่งยังสร้างความหวั่นไหวระทึกใจให้สาวเจ้าไม่พอ ร่างหนาใหญ่บึกบึนเพราะออกกำลังทำงานเป็นนิจขยับเข้าชิด แผ่นอกแข็งกระด้างติดแผ่นหลังบาง กระชับลำแขน แถมซุกหน้าระคายเคราลงข้างแก้มนิ่ม

ก็... ก็... ฝนตก อากาศเย็นๆ ชวนเหงาๆ คนอกหักอย่างเฮียก็คงเข้าโหมดเปล่าเปลี่ยวเดียวดายคิดถึงคนรักที่เข้าหอกับคนอื่นคืนนี้ไง ปล่อยเค้าเลยนะ

คนรู้ดีเสียงสั่น กรุ่นกลิ่นเหล้าเคล้าลมหายใจอุ่นรินรดแก้มชวนผวา

ปากได้รูปกระตุกยิ้ม...

ไม่อยากรู้เหรอ เวลาอารมณ์พาไปมันเป็นยังไง

สาวน้อยสะดุ้ง ดันหน้าคมออกห่าง เบี่ยงบ่ายส่ายหน้าหลบเลี่ยงหนีคนฉวยโอกาสที่คอยกดปลายจมูกดมดอมผิวหน้า ราวกับว่าหน้าของเธอมันมีกลิ่นหอม จากเช้าจนเย็นย่ำค่ำมืด ผ่านแดด ผ่านฝน ฝ่าลมมาแบบนี้ แป้งเอย น้ำอบน้ำหอมที่ทาไว้ละลายหายไปกับเหงื่อหมดแล้ว จะมีก็เพียงกลิ่นเหงื่อเท่านั้น ยังจะดมอยู่ได้

เสียงหวานแต่แข็งร้องโต้ ขยับตัวหนี ทั้งที่ลมหายใจชักติดขัดหอบแรงเกินจำเป็น

ไม่อยากรู้! เค้าไม่ใช่ศิราณีที่คอยบำบัดคนมีปัญหาเรื่องความรัก ขวัญไม่ใช่ตัวแทนของพี่แตงนะ

ขวัญเป็นขวัญ เป็นเด็กม้าดีดกะโหลกที่อยู่นิ่งๆ ไม่เป็น แล้วไอ้เรื่องแบบนี้ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของหญิงชาย ไม่เกี่ยวว่าใครเป็นตัวแทนใครหรอกน่ะชายหนุ่มกดเสียงพูดหนักแน่นจริงจัง พร้อมใช้มือเหนี่ยวปลายคางเล็กให้อยู่นิ่ง เพื่อจ้องมองตากันและกันได้ถนัด

เมื่อเธอทำท่าสะบัดหน้าค้อนและจะดิ้นหนี เขายกร่างเล็กขึ้นหันหน้ามาเผชิญกัน กก กอด กระชับชิด มองอาการกระสับกระส่ายของสาวเจ้าอย่างนึกขำแกมเอ็นดู ลมหายใจหอบถี่แต่เจ้าตัวพยายามกดให้เบาเพื่อไม่ให้เขารู้ความรู้สึกของเธอนั่นอีก น่าขันไหม...

โตแล้วนะ จะอารมณ์พาไปกับผู้ชายบ้างจะเป็นไร

บ้าสิ ดะ...เดี๋ยว... เดี๋ยวพ่อว่า สมองปั่นป่วนนึกคิดหาทางเอาตัวรอดไม่ทัน สาวน้อยจึงโยนไปหาบิดา

ธราขำในลำคอ มองสบตาหวั่นๆ ด้วยสายตารู้เท่าทัน แต่แกล้งพูดเฉไฉ

เมื่อความรู้สึกรุ่มร้อนปรี่ห้องใจ เนื้อตัวนุ่ม กรุ่นกลิ่นวัยสาวสวยใส คนที่ไม่อยากหักห้ามใจอีกต่อไป เริ่มต้อนกวางน้อยสู่เส้นทางที่ต้องการ

อ้อ กลัวพ่อว่า แต่ตัวขวัญไม่ว่า งั้นเราสองคนก็มาอารมณ์พาไปกันเหอะ บรรยากาศดีๆ แบบนี้แถมมีสาวเนื้อตัวนุ่มๆ อยู่ใกล้ ต่อให้ไม่อกหัก เป็นใครก็คงอยากกอดอยากไซ้สาวกันทั้งนั้น ไม่ดีเหรอแก่ตัวไป ขวัญจะได้เก็บเป็นประสบการณ์ไว้บอกลูกหลานว่าเคยมีบรรยากาศแบบนี้กับผู้ชายที่กระต๊อบปลายนา

บ้าสิ เรื่องน่าอายแบบนี้ ใครจะกล้าเล่า อย่ามาทำบ้าๆ กับขวัญนะ

กำปั้นเล็กๆ ระดมทุบบ่ากว้างดังปึกๆ

ธราหาได้เดือดร้อน ก้มหน้าเข้าไปใกล้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะผงะหงายแอ่นเอนหนีสักแค่ไหน แต่เธอก็ไปได้แค่วงแขนเขาเท่านั้น เมื่อเขาใช้มือข้างหนึ่งตรึงไหล่เล็กจากทางด้านหลัง ใบหน้าทั้งสองจึงจดจ่อกัน เสียงห้าวพร่าแหบดังอยู่เหนือปลายจมูกรั้น

ไม่บ้า บรรยากาศมันเป็นใจ

ขวัญข้าวเบี่ยงหน้าหลบ คนรุกเริ่มไล่ไซ้จมูกโด่งกับปากที่รกหนวดเคราระรานผิวแก้ม ลำคอ คาง ตามแต่จะมีช่องทางเข้าแนบนัวได้ โดยไม่สนเล็บทั้งสิบกำจิกขยำบ่ากว้าง ผลัก ดัน สุดฤทธิ์ เพราะสิ่งที่เขาสนคือกลิ่นสาบสาวเย้าใจกับเสียงหายใจถี่ที่บอกว่าเธอเองก็มีอารมณ์ร่วมไปกับการระรานของเขาเหมือนกัน  



ตอนหน้า คิคิ

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ kiss night couple in bed

 ภาพจากกูเกิล

ฝากผลงานเรื่องใหม่ด้วยนะคร้าาาา 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #2 Ar.nie (@arnie18) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 02:29

    มาฝั่งตัวใต้กระต๊อบรอตัวหน้าจ้า

    #2
    0