{EXO} จับชายาใส่กระด้ง {CHANBAEK}

ตอนที่ 4 : ความสวยงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

ความสวยงาม

 

สวย …

ทิวทัศน์ที่องค์ชายป๋ายเซียนมองตอนนี้มันสวยมาก หลังจากที่บอกให้เขาเตรียมตัวไม่นานนักหลังเสวยสำรับอาหารแล้ว องค์ชายชานยอลก็พาองค์ชายป๋ายเซียนเดินออกจากตำหนักเพื่อที่จะไปสำรวจและแนะนำสถานที่ต่างๆภายในวัง

 

“ตำหนักที่เราอยู่มีชื่อว่าตำหนักเหนือ เพราะตำหนักนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตำหนักกลางและถ้าเรามองไปทางขวาของตำหนักกลางจะพบกับตำหนักตะวันตกซึ่งเป็นที่อยู่ขององค์ชายเซฮุนเขาเป็นน้องชายร่วมสายเลือดของข้าพักอาศัยอยู่ อีกประเดี๋ยวท่านก็คงได้พบส่วนอีกด้านเป็นตำหนักตะวันตกเป็นตำหนักของพระสนมชินบี”

 

“นี่องค์ชายชานยอล นั่นคือตำหนักใด”องค์ชายป๋ายเซียนชี้ไปยังตำแหน่งที่ตั้งด้านหลังของตำหนักเหนือ

 

“นั่นคือตำหนักตำรา ที่นั่นมีตำรามากมายเก็บไว้อยู่”

 

“ข้าอยากไป!” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ที่อาณาจักรบยอนนอกจากห้องบรรทมก็ห้องตำราของเสด็จพ่อนี่แหละที่องค์ชายป๋ายเซียนโปรดปรานกว่าสิ่งใด หากให้เขาอยู่นั่นทั้งวันก็มิมีเบื่อ

 

“ไว้ข้าพาไปสำรวจวังครบทุกตำหนักแล้วข้าจักพาไป” องค์ชายชานยอลตรัสพร้อมทั้งเดินไปข้างหน้าเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป หากแต่ก้าวเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหันกลับไปมองคนที่แต่ก่อนเคยเดินอยู่ข้างๆ หากแต่บัดนี้กลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมทั้งมองมาทางเขาด้วยแววตาพยศ

 

“แต่ข้าไม่อยากเดินแล้ว” องค์ชายป๋ายเซียนยู่ปากเล็กๆลงพร้อมทั้งกอดอกราวกับบอกเป็นนัยว่าจะไม่ยอมเดินไปหนแห่งใดอีกแล้ว

 

“ไม่ได้! ท่านต้องศึกษาเส้นทางในวังไว้ ยามข้าไม่อยู่ท่านจะได้ไม่ไปสร้างความปวดหัวให้กับคนในตำหนักอื่น”

 

“นี่ท่านหาว่าข้าจะเป็นคนที่ทำให้ตำหนักอื่นเดือดร้อนแล้วจะทำให้ท่านเสียหารึ”

 

“ข้ายังไม่ได้กล่าวเช่นนั้นเลย ท่านคิดไปเอง”

 

“แต่ข้าได้ยินนี่! ใช่ไหมนาอึน” เมื่อเถียงไม่สู้องค์ชายชานยอล องค์ชายป๋ายเซียนจึงหันไปหานางกำนัลที่ตามมากับเหล่าทหารเพื่อหาตัวช่วย

 

องค์ชายชานยอลถอนหายใจมองคนที่กำลังคาดคั้นคำตอบจากนางกำนัลและเหล่าทหารให้อยู่ข้างตนเอง องค์ชายชานยอลหันไปมองจงอินอย่างขอความเห็นว่าจะทำอย่างไรกับองค์ชายป๋ายเซียนต่อไป

 

“ไปกันเถิดองค์ชายป๋ายเซียน ก่อนที่ตะวันตะลับจากขอบฟ้า ภายในวันนี้ท่านต้องสำรวจภายในวังให้มากที่สุด” องค์ชายชานยอลตรัสพร้อมทั้งก้าวเท้าไปหยุดตรงหน้าองค์ชายป๋ายเซียน

 

“ก็ข้าบอกว่าข้าไม่ - นี่ท่าน!” ยังไม่ทันที่องค์ชายป๋ายเซียนเอ่ยจบ ขาของร่างเล็กก็ลอยขึ้นจากพื้นโดยเกิดจากฝีมือขององค์ชายชานยอลที่ตอนนี้อุ้มร่างขององค์ชายป๋ายเซียนขึ้นด้วยท่าเจ้าสาวท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าทหารและนางกำนัลที่อยู่บริเวณนั้น

 

“พวกเจ้าไม่ต้องตามข้าไป” เมื่อสิ้นเสียงของคำสั่งนั้น องค์ชายชานยอลก็ก้าวออกจากบริเวณนั้นทันทีและเดินไปยังสถานที่ต่อไป

 

“ปล่อยข้านะองค์ชายชานยอล”

 

“ถ้าข้าปล่อยท่านลง ท่านก็ไม่ยอมเดิน ให้ข้าอุ้มท่านไปชมวังสบายกว่า”

 

“แต่ข้าไม่เห็นจะสบายตรงไหนเลย”

 

“นั่นก็เป็นปัญหาของท่าน”

 

“นี่ท่าน!.....หากไม่หนักก็เชิญอุ้มต่อไปเลย!”

 

“หากแต่กลัวท่านลืมว่าข้าเป็นองค์ชายชานยอลแห่งอาณาจักรโซซอน ผ่านสงครามมาก็มากแค่อุ้มลูกลิงตัวนึงคงไม่คณามือข้าหรอก”

 

“เหอะ” เมื่อองค์ชายป๋ายเซียนเถียงอีกคนไม่ได้ก็หันหน้ามองรอบๆทางที่ผ่านมาอย่างสำรวจ

 

“ท่านพี่ชานยอล” เสียงใสของบุคคลใหม่ดังขึ้นเรียกให้สายตาขององค์ชานชานยอลและองค์ชายป๋ายเซียนมองไปยังบุคคลมาใหม่

 

“ไม่ได้พบเจ้านานเลยนะเยริน” เสียงทุ้มเอ่ยทักสตรีตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มแล้วค่อยๆวางองค์ชายป๋ายเซียนลงให้ยืนดีๆ

 

“ก็ท่านพี่ชานยอลมัวแต่ทรงงาน ไม่แม้แต่อยู่ตำหนักจะพบกับข้าได้อย่างไร”

 

“หากเจ้าจะโทษจงโทษท่านพ่อเถิดที่มอบหมายงานมากมายให้ข้าเพียงนี้”

 

องค์ชายป๋ายเซียนเห็นองค์ชายชานยอลคุยกับสตรีมาใหม่อย่างออกรสก็ค่อยๆถอยหลังออกมา พรางมองรอบๆเพื่อหาทางหนีจากองค์ชายชานยอล หากแต่ก้าวขาได้ไม่เท่าไหร่ข้อมือขาวก็โดนจับด้วยมือขององค์ชายชานยอลแล้วถูกดึงให้มาอยู่ด้านหน้า

 

“ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก ท่านผู้นี้คือองค์ชายป๋ายเซียนจากอาณาจักรบยอนพระชายาข้าเอง”

 

“ข้าก็เคยได้ยินมาอยู่บ้างเรื่องของพระชายาของท่านพี่ชานยอล”

 

“แล้วเป็นอย่างไรบ้าง”

 

องค์ชายป๋ายเซียนทำตัวไม่ถูกเมื่อองค์ชายชานยอลถามคำถามที่เขาไม่เข้าใจออกไป สตรีตรงหน้าก็เดินรอบตัวเขาพร้อมส่งสายตาอย่างสำรวจแล้วจึงมาหยุดตรงหน้าองค์ชายป๋ายเซียนและจับจ้องมายังสายตาของเขา

 

“เอ่อ…” แก้มขององค์ชายป๋ายเซียนเริ่มแดงขึ้นเมื่อถูกจ้องนานเกินไป เขาไม่รู้ต้องเอ่ยไปว่าอย่างไรพรางส่งสายตาขอความช่วยเหลือให้กับองค์ชายชานยอลที่ยืนอยู่ห่างๆ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มตอบกลับมาแค่นั้นโดยไม่ทำอันใดต่อ

 

“ท่านพี่ชานยอล ข้ามีเรื่องจะขอ” เสียงของสตรีผู้นั้นเอ่ยขึ้นพร้อมหันไปมององค์ชายชานยอล

 

“ข้าไม่ให้” เสียงเรียบเอ่ยตอบอย่างรู้ทันแม้อีกฝ่ายยังไม่ได้ถาม

 

“แต่ข้าจะเอา” องค์ชายป๋ายเซียนมองสองคนที่เถียงกันอย่างไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยถาม สตรีผู้นั้นก็มามององค์ชายป๋ายเซียนพร้อมรอยยิ้ม “พระชายาไปอยู่กับข้าเถอะนะ” และมีคำถามที่ทำให้องค์ชายป๋ายเซียนงุนงงยิ่งกว่าเดิม

 

“ข้ามีนามว่าเยริน เป็นบุตรสาวของพระสนมชินบีทางตำหนักตะวันตกเจ้าค่ะ”

 

“ข้ามีนามว่าป๋ายเซียนนะ” ป๋ายเซียนยิ้มตอบกลับองค์หญิงเยริน แต่เมื่อองค์ชายป๋ายเซียนทำแบบนั้นทำให้ร่างขององค์หญิงตรงหน้าตาโตขึ้นกว่าเดิม

 

“นะ…น่ารัก!” แรงโถมตัวเข้ากอดจากองค์หญิงเยรินทำให้องค์ชายป๋ายเซียนเซไปข้างหลังเล็กน้อยพร้อมกับแรงกอดที่ทำให้องค์ชายป๋ายเซียนเกือบหายใจไม่ออก

 

“พอก่อนเยริน พระชายาจะหายใจไม่ออกแล้วนะ” ถึงปากจะบอกอย่างนั้นแต่ท่าทีกอดอกส่ายหน้าแบบนี้องค์ชายป๋ายเซียนล่ะไม่เข้าใจจริงๆ

 

“ต้องขออภัยนะเจ้าคะพระชายาข้าเผลอตัวอีกแล้ว เจอคนน่ารักทีไรเป็นแบบนี้ทุกทีแหะๆ” องค์หญิงเยรินปล่อยแขนจากการกอดองค์ชายป๋ายเซียนมาเป็นก้มหัวน้อยๆเป็นเชิงขอโทษ

 

“ไม่เป็นไร เรียกข้าว่าป๋ายเซียนเฉยๆก็ได้นะ”

 

“งั้นข้าขอเรียกว่าท่านพี่ป๋ายเซียนได้หรือไม่เจ้าคะ”

 

“ได้สิ งั้นข้าขอเรียกท่านว่าเยรินแล้วกันนะ”

 

“เจ้าค่ะ” องค์ชายป๋ายเซียนยิ้มให้เยรินอีกครั้ง ยังไม่ทันที่จะได้ถามไถ่อันใดต่อ เสียงขององค์ชายชานยอลก็เอ่ยขึ้น

 

“เอาล่ะ ข้าจะพาป๋ายเซียนเดินสำรวจรอบวังต่อเจ้าจะไปด้วยหรือไม่เยริน”

 

“ข้าอยากไปด้วยจังเลยเจ้าค่ะแต่ท่านแม่น่าจะออกตามหาข้าแล้วข้าคงต้องขอตัว” จากนั้นเยรินจึงหันไปพูดคุยกับองค์ชายป๋ายเซียน

 

“เดี๋ยวข้าจะไปเล่นด้วยนะเจ้าคะ ท่านพี่ป๋ายเซียนมาอยู่ที่นี่คนเดียวคงเบื่อแย่เลย”

 

“เบื่อมากเลยเยริน เจ้าต้องมาหาข้าบ้างนะ” องค์ชายป๋ายเซียนหน้ายู่ลงเล็กน้อย

 

“รับทราบเจ้าค่ะ งั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะท่านพี่ชานยอลและท่านพี่ป๋ายเซียน” เมื่อพูดจบองค์หญิงเยรินก็หันตัวกลับและเดินจากไป

 

“เราก็ไปกันเถอะป๋ายเซียน”

 

“อืม” องค์ชายทั้งสองก็ออกเดินกันอีกครั้ง

 

 

เวลาผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้วหลังจากที่องค์ชายชานยอลพาองค์ชายป๋ายเซียนเดินสำรวจดูรอบวัง โดยมีองค์ชายชานยอลคอยแนะนำว่าที่ตรงนั้นคือสิ่งใดจนครบทุกตำหนัก องค์ชายชานยอลจึงพาองค์ชายป๋ายเซียนไปนั่งพักที่ศาลาใกล้แม่น้ำที่อยู่ห่างจากตำหนักเหนือไม่มาก

 

“นี่คือศาลาธารน้ำ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครมาเหตุเพราะอยู่ในเขตตำหนักของข้า ข้าชอบมาที่นี่มันสงบ ท่านลองฟังเสียงน้ำสิดูสงบนะว่าไหม” องค์ชายชานยอลเดินมานั่งข้าง องค์ชายป๋ายเซียนพร้อมทั้งหลับตาลงเหมือนกับกำลังซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติ

 

“ท่านชอบความสงบหรอ” องค์ชายป๋ายเซียนเอ่ยถามพร้อมกับยื่นมือไปไล่จับกับผีเสื้อที่บินผ่านไปมาเล่นสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้กับองค์ชายชานยอลที่มองอีกคนนั่งจับผีเสื้ออยู่โดยไม่รู้ว่ามีใครสักคนมองอยู่

 

“ใครบ้างจะไม่ชอบความสงบ”

 

“ข้าเอง ข้าว่ามันน่ากลัวออก”

 

“น่ากลัวอย่างไรรึ”

 

“ก็ตอนข้าอยู่คนเดียวพอมีความเงียบสงบเกินไปทีไรมันดูน่ากลัวเหมือนมีสิ่งที่มองไม่เห็นที่เค้าเรียกกันว่าภูตผีอยู่ด้วยน่ะสิ”

 

เมื่อได้ฟังคำตอบของอีกฝ่าย องค์ชายชานยอลก็หัวเราะออกมาเสียงดังทำให้องค์ชายป๋ายเซียนที่ทำสีหน้าจริงจังอยู่หันมามองด้วยสายตาที่สงสัยว่าองค์ชายชานยอลขำขันสิ่งใด

 

“ท่านเคยเห็นงั้นรึ”

 

“ไม่เคยเห็น” องค์ชายป๋ายเซียนสายหน้า

 

“แล้วใยท่านถึงได้กลัว”

 

“ก็กลัวไว้ก่อนไม่ได้หรือไง” ใบหน้าองค์ชายป๋ายเซียนขึ้นสีด้วยความอับอาย

 

“ฮ่าๆ ท่านไม่ต้องอายไปหรอก เด็กๆเขาก็กลัวกันทั้งนั้น”

 

“ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

 

“นั่นสิ ไม่ใช่เด็กแล้วนี่เนาะ”

 

“ฮึย!”

 

“ข้าจะพาท่านไปสถานที่แห่งหนึ่ง ตามมาสิ” พูดจบองค์ชายชานยอลก็ลุกขึ้นยืนพร้อมเดินออกจากศาลาไปอีกทางที่พอมองรอบๆแล้วองค์ชายป๋ายเซียนว่ามันเหมือนกับที่ลับบางอย่างที่ดูภายนอกไม่ควรเข้าไปอย่างยิ่ง

 

 

 

“ถึงแล้ว” องค์ชายชานยอลหยุดเดินแล้วบอกคนข้างๆว่าตนได้พามาถึงจุดหมายแล้ว

 

เมื่อองค์ชายป๋ายเซียนมองภาพตรงหน้าเขาเหมือนอยู่ในสวนดอกไม้ที่สวยงามหาที่ใดเหมือน

 

สถานที่ที่องค์ชายชานยอลพามานั้นเป็นสถานที่ที่เป็นเนินโล่งกว้างข้างๆมีต้นไม้ล้อมรอบไว้ ภายในสถานที่แห่งนี้มีดอกไม้หลากหลายสีสันกำลังเบ่งบานอยู่ พร้อมกับมีทางเดินให้เดินชม มีผีเสื้อบินผ่านไปมามากมาย สายลมที่พัดผ่านไปยิ่งทำให้ดอกไม้เอนไปมาเหมือนกำลังเต้นระบำอยู่

 

องค์ชายป๋ายเซียนไม่คิดมาก่อนว่าจะมีสถานที่สวยงามขนาดนี้อยู่ด้วย นัยน์ตาใสจับจ้องไปยังภาพตรงหน้าอย่างไม่วางตา

 

“สวยใช่ไหม ดอกไม้เหล่านี้ข้าปลูกเองนะ”

 

“หื้อ ท่านปลูกเองหรอ” ถามโดยไม่เชื่อว่าคนแบบองค์ชายชานยอลจะเป็นคนปลูกดอกไม้

 

“ที่จริงแล้วข้าไม่ได้ปลูกเองทั้งหมดหรอก ท่านแม่ข้าชอบดอกไม้น่ะ ท่านเลยชอบพาข้ามาที่นี่และบำรุงที่แห่งนี้เป็นสวนดอกไม้”

 

“แล้วตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนหรอ เดี๋ยวหลังจากนี้ท่านต้องพาข้าไปหาท่านนะ”

 

องค์ชายชานยอลยิ้มบางๆกับคำพูดของคนข้างๆพร้อมกับเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามที่ตอนนี้ทอแสงอ่อนๆพร้อมกับลมที่พัดผ่านทำให้มีความรู้สึกผ่อนคลาย

 

“ท่าน….อยู่บนฟ้าน่ะ”

 

“องค์ชายชานยอล…” องค์ชายป๋ายเซียนเงยหน้ามองเสี้ยวใบหน้าของคนพูดพร้อมกับนัยน์ตาสั่นไหวรู้สึกผิดที่ถามไปแบบนั้น

 

“ท่านไม่ต้องคิดมากหรอก ข้าชินแล้วล่ะ” องค์ชายชานยอลยิ้มให้พร้อมทั้งเดินไปนอนลงบนหญ้าบนเนินที่มีเงาของต้นไม้ใหญ่บังแสงอาทิตย์ไว้ทำให้ร่มรื่นและเย็นสบาย

 

“นี่องค์ชายชานยอล ขอข้าเก็บดอกไม้พวกนี้ได้ไหม ข้าจะนำไปใส่แจกัน”

 

“เอาสิ” เมื่อได้รับอนุญาตองค์ชายป๋ายเซียนก็วิ่งไปกลางที่โล่งพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มลงไปเก็บดอกไม้และเล่นกับผีเสื้อไปมา องค์ชายชานยอลมองไปยังภาพเหล่าแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าเช่นเดิม “ท่านแม่….”

 

 

 

เวลาผ่านไปสักพัก องค์ชายชานยอลที่ตอนแรกนอนอยู่ก็ลุกขึ้นมานั่งเมื่อมองเห็นว่าคนร่างเล็กที่แต่ก่อนเล่นกับผีเสื้อไปด้วยเก็บดอกไม้ไปด้วยเดินเข้ามาใกล้พร้อมทั้งวางดอกไม้ที่เก็บมาไว้ข้างๆ จากนั้นจึงนั่งลงเหยียดขาทั้งสองออกไปข้างหน้า

 

“เหนื่อยชะมัดเลย” องค์ชายป๋ายเซียนบ่นออกมาเสียงดังพร้อมกับปาดเหงื่อออกจากใบหน้า

 

“ก็เจ้าวิ่งเล่นเป็นเด็กๆ ไม่ดูอายุตัวเองบ้างเลย”

 

“ท่านหาว่าข้าแก่หรอ”

 

“คิดเอาเองอีกแล้ว” องค์ชายชานยอลส่ายหน้าเบาๆกับความคิดขององค์ชายป๋ายเซียน

 

“นี่องค์ชายชานยอล” อยู่ๆร่างข้างๆก็เอ่ยเรียกพร้อมกับขยับตัวมาใกล้

 

“หืม” องค์ชายชานยอลเลิกคิ้วขึ้นกับการกระทำขององค์ชายป๋ายเซียน ไม่ทันที่จะได้ถามอันใดต่อ ขาของคนข้างกายก็ถูกยกมาวางไว้ที่หน้าตักขององค์ชายชานยอลโดยฝีมือของเจ้าของขาเอง องค์ชายป๋ายเซียนยิ้มแป้นแล้วเอ่ยสิ่งที่องค์ชายชานยอลไม่คิดว่าพระชายาของเขาจะกล้าทำ

 

“นวดขาให้ข้าหน่อยสิ วิ่งเล่นเมื่อกี้ปวดมากเลย” องค์ชายป๋ายเซียนยู่ปากเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเริ่มนวดขาให้เขาพร้อมกับคำบ่นที่ไม่ได้ทำให้องค์ชายป๋ายเซียนสะทกสะท้าน แต่กลับยิ้มอย่างสนุกสนานเมื่อได้แกล้งคนสำเร็จ

 

“ท่านสนิทกับข้าถึงขั้นให้ข้านวดขาให้เลยหรือ” ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่องค์ชายชานยอลก็ตั้งใจนวดขาให้คนข้างๆต่อไป

 

“เมื่อท่านมีสถานะเป็นพระสวามีข้าแล้ว ข้าคิดว่าท่านกับข้าสนิทกัน”

 

“ความคิดของท่านช่างแปลกแท้จริง” องค์ชายป๋ายเซียนยิ้มกับคำพูดที่พูดเหมือนกับจะว่าเขากลายๆ

 

ความเงียบเข้าควบคุมสถานที่แห่งนี้ทันที ไม่มีใครต่อบทสนทนานั้นอีก มีเพียงแต่องค์ชายชานยอลที่ตั้งใจนวดขาให้กับองค์ชายป๋ายเซียนและองค์ชายป๋ายเซียนที่มองอีกคนนวดขาให้

 

เวลาผ่านไปนานเท่าใดมิอาจรู้ จนกระทั่งเสียงขององค์ชายป๋ายเซียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น

 

“จริงๆแล้วตั้งแต่ข้ามาถึงที่อาณาจักรของท่าน ข้าก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลยต้องพบเจอกับสถานที่ใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ ตอนแรกข้ากลัวมากเลยแหละ” ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังนวดอยู่ชะงักพร้อมกับสายตาคมที่มองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ก้มมองพื้นทำหน้าเศร้า

 

“แต่พอมีเพื่อนคุยข้าก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย เดี๋ยวอยู่ไปสักพักก็คงชินเองแหละเนอะ” แต่เพียงทำหน้าเศร้าไม่นาน องค์ชายป๋ายเซียนก็ยิ้มออกมากลบเกลื่อนความเศร้าก่อนหน้านี้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

 

“ป๋ายเซียน…”

 

“…..”

 

“นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปข้าจะไม่ทำให้ท่านรู้สึกโดดเดี่ยวอีกแล้ว มีเรื่องอันใดไม่ว่าทุกข์หรือสุขข้ายินดีรับฟังท่านเสมอ ไม่ว่าระหว่างเราจะเป็นเพื่อนเป็นพี่หรือเป็นพระสวามีกันและกันก็ตาม โปรดจำไว้ว่าท่านก็ยังสามารถมาหัวเราะหรือร้องไห้กับข้าได้เสมอนะ”

 

“ฮึก….ขอบคุณนะองค์ชายชานยอลและข้าก็ขออภัยเรื่องเมื่อเช้าด้วยนะ” เหมือนกำแพงความในใจขององค์ชายป๋ายเซียนพังทลายลง ทำให้ใบหน้าหวานตอนนี้เปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาที่ไหลรินออกมา องค์ชายชานยอลจึงดึงร่างของอีกคนมาซบอกพร้อมกับลูบหัวปลอบอย่างอ่อนโยน

 

“ชานยอล”

 

“ฮึก..ฮะ..ฮือ”

 

“ต่อไปนี้เรียกข้าว่าชานยอลก็พอ….ป๋ายเซียน”

 

 

TALK

นวดขาให้กันแบบนี้คิดอะไรรึเปล่าา

เป็นไงบ้างเอ่ยแวะมาบอกกันได้น้า

 

พบเจอคำผิดแจ้งเราได้นะ

 

#ดื้อให้พอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #7 1458chanbaek (@1458chanbaek) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 13:44

    โอ้ยยดีงามมาก
    #7
    0
  2. #6 Damony (@Damony) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 12:21
    น่ารักจัง//รอตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆค่ะ
    #6
    0