{EXO} จับชายาใส่กระด้ง {CHANBAEK}

ตอนที่ 3 : สัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    2 มิ.ย. 63

สัญญา

“นิ่งเสียเถิด ข้าจะใส่ยาให้ท่าน” เมื่อทั้งสองเดินถึงห้องบรรทม องค์ชายชานยอลก็ดึงมือองค์ชายป๋ายเซียนมาที่แท่นบรรทมพร้อมทั้งจับไหล่เล็กดันให้นั่งลง จากนั้นจึงเดินไปหยิบยามาเพื่อรักษาให้กับคนที่นั่งทำหน้าบึ้งตึงตลอดทางที่เดินมา

 

“ข้าทำเองได้”

 

“เมื่อครู่ยังบ่นให้ข้าว่าเป็นคนทำท่านเจ็บอยู่เลยมิใช่รึ นี่ข้าก็กำลังไถ่โทษที่ข้าไม่ได้ก่ออยู่”

 

“นี่ท่าน! -”

 

“แต่เอาเถิด เมื่อท่านอยากทำเองข้าก็มิอยากขัด” องค์ชายชานยอลไม่พูดเปล่ายังยื่นยาให้กับคนที่นั่งบนแท่นบรรทมให้รับไป

 

องค์ชายป๋ายเซียนไม่ตอบโต้คนตรงหน้าที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาที่องค์ชายป๋ายเซียนคิดว่ามันกวนประสาทเขาสิ้นดีพร้อมทั้งดึงยามาจากมือของอีกฝ่ายเตรียมจะทำแผลให้ตนเองถ้าไม่ติดที่มีเสียงทุ้มเอ่ยบางสิ่งพร้อมกับรอยยิ้มแล้วเดินจากไปจากห้องบรรทมปล่อยให้องค์ชายป๋ายเซียนกังวลกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดทิ้งไว้อยู่คนเดียว

 

“แต่ถ้าทำแผลผิดวิธี ข้าก็ไม่รับประกันว่าแผลที่ไม่เป็นไรมากของท่านอาจจะติดเชื้อพร้อมกับเป็นแผลใหญ่กว่าเดิมก็เป็นได้ หึๆ ข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนเชิญท่านตามสบาย”

 

 

องค์ชายป๋ายเซียนไม่เคยทำแผลเองมาก่อน เดิมทีอยู่อาณาจักรบยอนหากเขาเป็นไรไปก็จะมีหมอหลวงมารักษาทันทีแม้ไม่ได้เป็นไรมากก็ตามที หากแต่ถ้าพลั้งปากบอกไปว่าเขาทำแผลไม่เป็นแล้วนั้นไม่วายได้รอยยิ้มล้อเลียนเขาจากองค์ชายชานยอลผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระสวามีในนามเป็นแน่ องค์ชายป๋ายเซียนไม่กล้าที่จะทำแผลต่อจึงลุกขึ้นเดินสำรวจบริเวณที่เป็นเขตห้องบรรทม ภายในประกอบด้วยตู้ซึ่งวางอยู่ข้างๆกระจกใบใหญ่พร้อมเก้าอี้ตัวหนึ่ง อีกฟากเป็นแท่นบรรทมพร้อมข้างๆเป็นโต๊ะขนาดเล็ก บนโต๊ะจะมีเทียนพร้อมหนังสือเล่มหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นขององค์ชายชานยอล มองดูรวมๆองค์ชายป๋ายเซียนนับว่าเป็นห้องที่สวยงาม แต่หากแสงของตะวันสาดส่องเข้ามายามเช้าคงสวยงามกว่านี้มาก

 

 

 

เวลาผ่านไปนานเท่าใดองค์ชายป๋ายเซียนไม่อาจทราบได้ เขารู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ตั้งแต่องค์ชายออกไปจากห้องบรรทม เขาก็เดินสำรวจจนเบื่อจึงกลับมานั่งมองยากับของทำแผลที่ตั้งไว้ยังไม่ได้ถูกใช้ ก็แน่ล่ะตั้งแต่องค์ชายชานยอลพูดแบบนั้น องค์ชายป๋ายเซียนก็ไม่กล้ายุ่งอันใดกับแผลตนเองอีกเลย ถึงจะรู้สึกว่ามันเริ่มปวดมากขึ้นกว่าเดิมก็เถอะ

 

ล่วงเลยผ่านไปนานแสนนานองค์ชายชานยอลก็ยังอาบน้ำไม่เสร็จ องค์ชายป๋ายเซียนคิดในใจว่าถ้านานขนาดนี้ไม่แน่ว่าองค์ชายชานยอลอาจจะจมน้ำไปแล้วก็ได้ เมื่อฉุดคิดได้ดังนั้นองค์ชายป๋ายเซียนจึงลุกขึ้นยืนพลางคิดจะไปตามดูองค์ชายชานยอลว่าเป็นอันใด หากแต่ยังไม่ทันที่ขาขององค์ชายป๋ายเซียนจะได้ก้าวออกไปเสียงเลื่อนประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างขององค์ชายชานยอลปรากฏสู่สายตา

 

“เหตุใดจึงยังไม่ทำแผล” เสียงทุ้มเอ่ยทักเมื่อเห็นคนที่ตอนแรกองค์ชายชานยอลคิดว่าทรงบรรทมไปแล้วยังยืนอยู่ที่เดิม

 

“คือว่า...”

 

“รีบทำแผลและทรงบรรทมเถิด”

 

“อะ..อืม”

 

“เป็นอันใดหรืออยากให้ข้าทำแผลให้”

 

“ข้าหายปวดแล้ว แผลแค่นี้ไม่ทำอันใดข้าได้หรอก”

 

“ข้าเชื่อ” แววตาขององค์ชายชานยอลทำให้องค์ชายป๋ายเซียนรู้สึกอยากหยิกคนตรงหน้าเสียจริง แววตาที่ล้อเลียนกับคนพูดของเขาเมื่อกี้

 

“แล้วจะให้ข้านอนที่ใด” องค์ชายป๋ายเซียนกวาดสายตามองหาฟูกนอนที่สามารถให้เขานอนได้แต่ก็ไม่พบ

 

“ที่แห่งนี้มีที่นอนกับผ้านวมที่เดียว ถ้าท่านไม่อยากนอนบนแท่นบรรทมนี้แล้วจะไปนอนบนพื้นข้าก็ไม่ว่าอันใดและเจ้าคงไปนอนตำหนักอื่นมิได้เพราะตอนนี้ท่านมาในฐานะพระชายาของข้าและถ้าหากท่านกล่าวว่าฝ่าบาทเป็นคนนำพาท่านมาตำหนักนี้แล้วนั้น นั่นหมายความว่าฝ่าบาททรงบังคับให้เราสองคนอยู่ตำหนักเดียวกันในระยะหนึ่งปีนี้ท่านก็คงต้องอยู่ตำหนักนี้กับข้าไปก่อน ท่านก็มิได้เต็มใจจะเป็นพระชายาใช่หรือไม่”

 

“แน่สิ” องค์ชายป๋ายเซียนตอบคำถามทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ

 

“เป็นเช่นนั้นก็นอนเถิด ข้าไม่ทำอันใดท่านหรอกข้าสัญญา”

 

ในขณะที่องค์ชายชานยอลจะเดินไปดับเทียนเพื่อเข้านอนแต่จู่ๆมือเรียวขององค์ชายป๋ายเซียนก็ยื่นนิ้วก้อยออกมาตรงหน้า ใบหน้าหวานเงยหน้าจับจ้องไปยังสายตาขององค์ชายชานยอลอย่างแน่วแน่

 

“เกี่ยวก้อยสัญญาสิ”

 

“เจ้านี่นะทำอันใดเป็นเด็กไปได้” คำพูดนั้นตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆขององค์ชายชานยอล

 

“เหอะ ไม่ทำก็ได้” ไม่พูดเปล่าองค์ชายป๋ายเซียนสะบัดใบหน้าหันไปอีกทางพร้อมกับล้มตัวลงนอนเพื่อหลบสายตาขององค์ชายชานยอลที่ตอนนี้มองกิริยาขององค์ชายป๋ายเซียนราวกับมองเด็กที่กำลังงอนผู้ปกครองเมื่อถูกขัดใจ

 

เมื่อเห็นดังนั้นองค์ชายชานยอลจึงเดินไปยังฟูกอีกด้านพร้อมทั้งทิ้งตัวลงนั่ง จับมือขาวขึ้นมาพร้อมทั้งใช้นิ้วก้อยของตนเกี่ยวกับนิ้วก้อยของอีกคนพลางเลื่อนสายตามองนัยน์ตาใสที่บัดนี้เงยหน้ามาสบตากับเขาแล้ว

 

“ข้าสัญญา แล้วก็...ราตรีสวัสดิ์นะพระชายา” คืนนี้องค์ชายป๋ายเซียนหลับไปพร้อมกับสัมผัสที่องค์ชายชานยอลลูกหัวเขาเบาๆเหมือนกล่อมให้หลับฝันดี

 

“ฮึก..เจ็บ...ท่านพ่อ…ท่านแม่” เสียงสะอื้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ส่งผลให้องค์ชายชานยอลคาอบๆลืมตาขึ้นมาเพื่อมองหาเสียงที่ได้ยิน เมื่อหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างๆตนก็พบได้ทันทีว่าเสียงที่เขาได้ยินมาจากที่ใด

 

“องค์ชายป๋ายเซียน” ชานยอลค่อยๆเขย่าร่างบางที่ตอนนี้มีเหงื่อไหลบนหน้าอย่างเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับไม่ตื่น

 

“อือ..เจ็บ” เสียงพึมพำของคนที่เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วดังขึ้นอีกครั้งทำให้องค์ชายชานยอลหันไปจุดเทียนที่บนโต๊ะข้างเตียงทันที สายตาคมจับจ้องคนที่นอนอยู่พร้อมหาความผิดปกติจนเมื่อแน่ใจแล้วจึงค่อยๆลุกขึ้นจากแท่นบรรทมไปหยิบยาที่ก่อนหน้านี้ได้เอาออกมาใช้หากคนที่ให้ไปกลับไม่ใช้แถมนำมาวางไว้ที่เดิมให้

 

“เจ็บแผลแต่ดื้อไม่ยอมทำแผลเช่นนี้ ท่านเป็นคนเช่นไรกันนะ” มือหนาขององค์ชายชานยอลค่อยๆหยิบผ้านำมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าหวานออก จากนั้นจึงค่อยบรรจงทำแผลบนหน้าผากให้ แต่เมื่อนิ้วแตะบนแผลขององค์ชายป๋ายเซียน ร่างเล็กขององค์ชายป๋ายเซียนกลับพลิกตัวมาจับมือองค์ชายชานยอลไว้จากนั้นก็ดึงมือหนานั้นไปกอดแบบไม่รู้ตัว อาจจะเป็นเพราะอากาศในยามค่ำคืนหนาวและองค์ชายป๋ายเซียนไม่ห่มผ้านวมจึงซุกเข้าหาความอบอุ่น

 

องค์ชายชานยอลดึงผ้านวมมาห่มให้อีกคนพร้อมใช้มืออีกข้างทำแผลให้จนเสร็จ จากนั้นจึงค่อยๆดึงมือที่ถูกองค์ชายป๋ายเซียนดึงไว้ออกและเดินออกไปเก็บอุปกรณ์ที่นำมา เมื่อเสร็จแล้วจึงดับเทียนอีกรอบและค่อยๆล้มตัวลงนอน แต่ทันทีที่องค์ชายชานยอลหลังแตะที่นอนก็ถูกร่างของคนข้างๆกอดพร้อมเอาหัวน้อยๆนั่นมุดไปที่อกแกร่งขององค์ชายชานยอลทันที

 

องค์ชายชานยอลพยายามดึงตัวออกมาหาแต่ทำไม่สำเร็จจึงเลิกล้มความตั้งใจและหันไปกอดเอวองค์ชายป๋ายเซียนกลับเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

 

“หากท่านตื่นมาคงไม่โวยวายใส่ข้าหรอกใช่ไหม” ทิ้งคำถามที่ไม่มีผู้ใดตอบไว้อย่างนั้นและหลับไป

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วในยามเช้าพร้อมกับแสงสีส้มสาดส่องเข้ามายังตำหนัก เปลือกตาของใครบางคนค่อยๆลืมขึ้นมามองเพดาน ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นจากแท่นบรรทมหากแต่ทำไม่ได้ เมื่อหันไปมองหาสาเหตุที่ทำให้องค์ชายป๋ายเซียนลุกไม่ขึ้นแล้ว เขาก็เบิกตากว้างจากนั้นก็…

 

ตึก…

 

ตุบ..

 

โอ้ย!!

 

ด้วยความตกใจส่งผลให้องค์ชายป๋ายเซียนใช้เท้าถีบองค์ชายชานยอลจนตกเตียง

 

“ท่านทำอันใดของท่าน!!” เสียงทุ้มตะโกนถามคนที่อยู่บนเตียงทำสีหน้าไม่ถูกในตอนนี้

 

“เอ่อ…ข้าแค่ตกใจ กะ..ก็ท่านมากอดข้าทำไมล่ะ!” องค์ชายป๋ายเซียนตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ด้วยความที่ทิฐิมีมากกว่าความห่วงใย ทำให้องค์ชายป๋ายเซียนไม่มีแม้แต่คำขอโทษ

 

“แล้วใช่เหตุที่ท่านต้องทำร้ายร่างกายข้าหรืออย่างไร”

 

“ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

 

“ไม่ได้ตั้งใจรึ”

 

“………”

 

“ช่างเถอะข้าก็ไม่ได้เป็นอันใดมาก ขอโทษที่ขึ้นเสียงใส่ท่านและเพลาสายของวันนี้ข้าจะพาท่านชมเมืองโปรดเจ้าเตรียมตัวไว้รอ” พูดจบแผ่นหลังขององค์ชายชานยอลก็เดินหายออกไปจากห้องทันที องค์ชายป๋ายเซียนได้แต่มองตามแผ่นหลังนั่นไปอย่างรู้สึกผิดแต่ก็ปากหนักมากเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกไป

 

องค์ชายป๋ายเซียนลุกขึ้นไปยังกระจกอีกด้านของผนัง เมื่อไปถึงองค์ชายป๋ายเซียนก็รู้สึกผิดกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่มากกว่าเดิมเพราะเห็นบาดแผลที่ถูกรักษาอย่างดีโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ใดเป็นคนทำให้

 

“หรือเราควรไปขอโทษองค์ชายชานยอลดี”

 

 

 

TALK

เราไม่เก่งเรื่องคำราชาศัพท์จึงคิดว่าจะเน้นทำให้ทั้งเราและผู้อ่านเข้าใจง่ายมากกว่า เพราะฉะนั้นจะมีแค่บางคำที่เป็นคำราชาศัพท์นะคะ

 

อ่านแล้วรู้สึกยังไงบอกกันได้น้า

เราจะนำคำติชมไปปรับปรุง

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

 

#ดื้อให้พอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #4 CNDPTK (@CNDPTK) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 22:17
    น้องต้องดื้อมากแน่ๆเลย รอพี่ปราบพยศนะคะ
    #4
    0