{EXO} จับชายาใส่กระด้ง {CHANBAEK}

ตอนที่ 2 : พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

พบเจอ

“วันนี้พ่อฝากเจ้าไปตรวจหัวเมืองทางฝั่งสองแทนพ่อด้วยนะองค์ชายชานยอล”

 

“พ่ะย่ะค่ะ” หลังจากได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทแห่งอาณาจักรโชชอน องค์ชายชานยอลก็รับสั่งให้องครักษ์ประจำตัวที่เปรียบดั่งสหายจัดเตรียมม้าและเตรียมออกเดินทางไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

 

“จะนำเสด็จไปแค่สองคนจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ ข้าเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อองค์ชายเอานะพ่ะย่ะค่ะ” เสียงขององครักษ์ประจำตัวเอ่ยทักเมื่อได้ยินรับสั่งจากองค์ชายชานยอลว่าให้ตนเป็นผู้ติดตามเพียงคนเดียวโดยไม่มีทหารคนอื่นไปด้วย

 

“หากทำได้ข้าก็อยากไปคนเดียว ข้าไม่อยากมีพิธีอะไรมากมาย อีกอย่างข้าคิดไว้แล้วว่าเมื่อได้ทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายแล้ว ข้าจะแวะไปที่ทางตลาดหัวเมืองสองด้วย เจ้าอย่าลืมเตรียมชุดชาวบ้านให้ข้าด้วยล่ะจงอิน”

 

“แต่หากฝ่าบาททรงรู้แล้ว-”

 

“เจ้าก็อย่าทำให้รู้สิ” องค์ชายชานยอลพูดพร้อมยิ้มให้องครักษ์จงอินบางๆ แต่สำหรับจงอินนั้นไม่ได้รู้สึกยินดีกับรอยยิ้มสองคมนั้นแม้แต่น้อยก็ในเมื่อองค์ชายชานยอลน่ะชอบไปเที่ยวตลาดของชาวบ้านโดยไม่มีทหารติดตาม เมื่อถูกฝ่าบาทแห่งโชชอนจับได้ก็คงไม่พ้นเขาที่ถูกทำโทษเพราะดูแลความปลอดภัยขององค์ชายชานยอลไม่แน่นหนา แต่จงอินน่ะหรือจะขัดความประสงค์ขององค์ชายชานยอลได้

 

“รับทราบขอรับ”

 

 

“ยินดีตอนรับเข้าสู่เขตวังของอาณาจักรโชชอนนะองค์ชายแห่งอาณาจักรบยอน” เสียงกษัตริย์แห่งโชชอนเอ่ยทักองค์ชายป๋ายเซียนที่บัดนี้ได้เดินทางมาถึงเขตวังของอาณาจักรโชชอนแล้ว

 

“คำนับพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ร่างบางขององค์ชายป๋ายเซียนทำความเคารพกษัตริย์แห่งโชชอนด้วยความนอบน้อมทำให้คริสรู้สึกเอ็นดูยิ่งกว่าเดิม

 

“ทำตัวตามสบายเถิด คิดซะว่าที่นี่ก็เป็นบ้านของเจ้าอีกที่นะองค์ชายป๋ายเซียน”

 

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ป๋ายเซียนเงยหน้ามามองกษัตริย์โชชอนด้วยความเกร็ง ก็ป๋ายเซียนไม่รู้ต้องทำกิริยาอย่างไรเมื่ออยู่ในอาณาจักรอื่นที่ไม่ใช่อาณาจักรของตนเอง ร่างบางกวาดสายตามองโดยรอบที่ที่ยืนก็รู้สึกว่าที่นี่เงียบกว่าที่ป๋ายเซียนคิด

 

“เรียกข้าว่าเสด็จพ่อแทนเถิด ข้าขอโทษด้วยที่ไม่ได้ต้อนรับเจ้าอย่าสมเกียรติ ข้าไม่คิดว่าขบวนเสด็จจะเดินทางมาถึงเร็วกว่ากำหนด มาเถิดข้าจะพาเจ้าไปที่ตำหนักเหนือ เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆพักเสีย เอาเป็นว่าอีกสองวันจะมีงานฉลองต้อนรับการมาถึงของเจ้า”

 

เมื่อกล่าวจบฝ่าบาทโชชอนก็เดินนำป๋ายเซียนไปยังตำหนักเหนือ ขณะเดินทางร่างบางก็กวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆทางที่ผ่านพลางคิดในใจว่าช่างเป็นเขตวังที่มีต้นไม้สวยงามหลากหลายสีสันทำให้บรรยากาศในวังร่มรื่นดูสงบ

 

 

ณ ตำหนักเหนือ

 

“นี่เป็นตำหนักเหนือที่พักของเจ้า หากขาดเหลือสิ่งใดโปรดเจ้าบอกนางกำนัลให้นำมาให้ นี่ก็เย็นมากแล้วข้าคงต้องขอตัวกลับตำหนักบ้างและคืนนี้เจ้าคงพบกับบางสิ่ง ข้าไปล่ะ”

 

“ขอบพระทัยที่มาส่งพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายป๋ายเซียนเอ่ยพร้อมยิ้มตอบกลับรอยยิ้มของฝ่าบาทแห่งโชชอน ยังไม่ทันถามว่าบางสิ่งนั้นคือสิ่งใดฝ่าบาทก็ทรงหันหลังเดินออกจากตำหนักเหนือทันที ร่างบางจึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้พลางหันพระวรกายเดินเข้าตำหนักไป

 

ป๋ายเซียนยืนงงกลางตำหนักเป็นเวลาหลายนาทีแล้ว เขาไม่รู้ต้องทำอะไรบ้างในเวลานี้หากจะให้สำรวจก็คงไม่มีอารมณ์สำรวจใดๆทั้งสิ้นเพราะตอนนี้เขาง่วงมากแต่ยังนอนไม่ได้เพราะป๋ายเซียนต้องอาบน้ำก่อน แต่เขาหาห้องสรงน้ำไม่เจอนี่สิ มันน่าหงุดหงิดนัก

 

“นี่เจ้า เจ้าชื่ออะไร” เมื่อไม่เจอสิ่งที่ตามหาป๋ายเซียนจึงหันไปถามนางกำนัลคนหนึ่งที่เดินตามเขามาตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาในเขตตำหนัก

 

“หม่อมฉันมีนามว่า นาอึนเจ้าค่ะ”

 

“เจ้ารู้หรือไหมว่าข้าจะชำระพระวรกายได้จากที่ใด”

 

“เชิญทางนี้เจ้าค่ะ”

 

 

ที่ที่ร่างบางยืนอยู่ตรงเป็นที่ที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ข้างจะมีอ่างไม้ที่เอาไว้แช่ยามรู้สึกเหนื่อยล้า ป๋ายเซียนยืนมองบรรยากาศรอบๆอย่างสนใจ ภายในตกแต่งไม่ต่างจากสระน้ำในธรรมชาติที่มีน้ำตก

 

“พระชายาจะสรงน้ำเลยหรือไม่เจ้าคะ”

 

“เจ้าออกไปเถิด เดี๋ยวที่เหลือข้าทำเอง”

 

“เจ้าค่ะ” รอจนนางกำนัลออกไปป๋าเซียนก็ปลดอาภรณ์ทุกชิ้นพร้อมลงไปแช่น้ำในอ่างไม้เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาตลอดหลายวันจนกระทั้งหลับไป

 

 

องค์ชายชานยอลกลับมาถึงตำหนักเวลาก็ผ่านไปเย็นมากแล้ว ร่างสูงใหญ่เดินไปทางห้องสรงน้ำเพื่อหวังว่าจะไปแช่น้ำผ่อนคายร่างกาย แต่พอก้าวเข้าไปในเขตห้องสรงน้ำไม่นานก็รับรู้สิ่งที่ผิดปกติในตำหนักของเขา สายตาคมกวาดมองรอบๆอย่างจับผิดและหยุดสายตาไปที่อาบไม้ข้างสระน้ำพลางค่อยๆก้าวเท้าไปหาอย่างช้าๆ เมื่อก้าวไปถึงอ่างไม้คิ้วหนาก็เลิกขึ้นอย่างงงงวยเมื่อเห็นใครสักคนที่นอนแช่อ่างน้ำของเขาอยู่ ใบหน้าหวานที่ตอนนี้หลับตาพริ้มอยู่บ่งบอกว่าคนในอ่างน้ำกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

องค์ชายชานยอลไม่รอช้าเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กนั้นพร้อมมีดพกอันเล็กที่เป็นอาวุธในการป้องกันตัวในครั้งนี้ จากนั้นมีดคมก็ค่อยๆเลื่อนไปยังลำคอขาวพร้อมจะปลดชีพผู้บุกรุกตำหนักขององค์ชายชานยอล แต่ไม่ทันที่องค์ชายชานยอลจะได้ทำตามใจนึกคิด นัยน์ตาของคนในอ่างน้ำก็ค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆไม่ทันที่จะได้คิดอะไร ดวกตาสวยกลับเบิกกว้างเมื่อพบกับใบหน้าของอีกคนในห้องพร้อมกับมีดที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้วยความตกใจป๋ายเซียนจึงร้องออกมาเสียงดังพร้อมกับเอาหน้าผากของตนโขกกับอีกคนเป็นการป้องกันตัว

 

ตุบ ตึก

 

“โอ้ยย” ทันทีที่ทำเช่นนั้นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของร่างเล็กในอ่างก็ดังขึ้นพร้อมกับการขยับตัวหลบขององค์ชายชานยอลทำให้หน้าผากของป๋ายเซียนไปโขกกับอ่างไม้แทนที่จะเป็นหน้าผากขององค์ชายชานยอน

 

“เจ้าเป็นใคร เข้ามาในตำหนักของข้าเพื่อสิ่งใด!!!” ยังไม่ทันที่ป๋ายเซียนจะได้กล่าวอะไร เสียงทุ้มที่ตะคอกถามเขาพร้อมกับมีดคมที่ชี้มาทางป๋ายเซียนทำให้ร่างเล็กในอ่างน้ำถึงกับอึ้งไป ก็ใครใช้ให้ถามคนแปลกหน้าด้วยมีดกันนะคนตรงหน้านี่ไม่รู้หรือไรว่าทำป๋ายเซียนกลัว

 

“ข้าสิต้องถามท่าน นี่ถ้าข้าไม่ตื่นมา ท่านก็จะฆ่าข้าหมกอ่างน้ำนี่รึ รู้ไหมถ้าข้าตายแบบนี้หน้าตาข้าตอนเป็นผีข้าจะน่ากลัวแค่ไหน!!!” ป๋ายเซียนตะโกนตอบกับร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ยอมแพ้

 

“หึ แต่ถ้าท่านไม่ตอบคำถามข้าตอนนี้ ท่านก็จะได้ลิ้มรสความตายเหมือนเมื่อครู่แน่ แต่คงไม่โชคดีเท่าเมื่อครู่หรอกนะ” น้ำเสียงที่ไม่ได้มีแววล้อเล่นกับคำบอกเล่าเมื่อครู่ทำให้ป๋ายเซียนเริ่มกลัวจึงรีบตอบคำถามทันที

 

“ข้ามีนามว่าป๋ายเซียนมาจากอาณาจักรบยอนเพื่อมาเป็นพระชายาขององค์ชายสักองค์ของอาณาจักรนี้ ถ้าท่านถามว่าข้ามาอยู่ตำหนักนี้ได้อย่างไรข้าคงตอบได้แค่ว่าฝ่าบาทเป็นคนพาข้ามาพร้อมกับกล่าวกับข้าว่านี่เป็นตำหนักสำหรับพักผ่อนของข้า อย่างอื่นข้าไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น”

 

“พระชายารึ” องค์ชายชานยอลเมื่อได้ยินดังนั้นจึงเก็บมีดไว้ที่ของมันพร้อมกับมองสำรวจใบหน้าของคนตรงหน้าอีกครั้งจากนั้นจึงยิ้มขำขันพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆที่ทำให้ป๋ายเซียนยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม

 

“มีอะไรน่าขันนักรึ”

 

“ขออภัยที่ข้านึกว่าท่านคือศัตรู ข้าขอแนะนำตัว ข้ามีนามว่าองค์ชายชานยอลหรือถ้าท่านอยากเรียกอีกอย่างว่าพระสวามีข้าก็ไม่ถือ” ป๋ายเซียนเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นพระสวามีของตนทันทีที่อีกคนแนะนำตัว แต่ก็พบเจอกับสายตาที่มองมาก่อนอยู่แล้วทำให้ป๋ายเซียนเลือกที่จะหันหน้าหนีพร้อมมองหาผ้าคลุมตัวเพื่อขึ้นจากอ่างน้ำมาแต่งตัว แต่ในขณะที่จะขึ้นจากน้ำก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีสายตาอีกคู่ที่จับจ้องเขาอยู่

 

“นี่ท่านชวนหันไปก่อนได้หรือไม่ ข้าจะแต่งตัว”

 

“ให้ข้าช่วยแต่งหรือไม่”

 

“ไม่ต้อง!!” เสียงตะโกนของป๋ายเซียนมิได้ทำให้องค์ชายชานยอลกลัวแต่อย่างใด กลับกันก็ทำให้องค์ชายชานยอลหัวเราะเบาๆพร้อมกับหันหลังให้คนที่บอกว่าจะแต่งตัว

 

“ท่านทำข้าเจ็บมากรู้หรือไม่” เสียงหวานดังขึ้นเมื่อเจ้าของเสียงแต่งตัวเสร็จ ความเจ็บปวดค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิดตามกาลเวลาทำให้ป๋ายเซียนมีสีหน้าบึ้งตึงกว่าเดิม

 

“แผลตรงหน้าผากท่านข้าไม่ได้ทำ”

 

“แต่ท่านเป็นสาเหตุนี่”

 

องค์ชายชานยอลสายหน้าอย่างเอือมระอาและเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำต่อพร้อมกับเดินเข้าไปหาร่างบางตรงหน้าแล้วจึงจับข้อมือขาวให้ตามเขาไปยังห้องบรรทมแต่ตลอดทางจากห้องสรงน้ำถึงห้องบรรทมก็จะมีเสียงโวยวายขององค์ชายป๋ายเซียนที่พยายามดึงข้อมือตัวเองออกจากมือเขาให้ได้

 

“ปล่อยข้านะ จะพาข้าไปไหน”

 

 

#ดื้อให้พอ

 

TALK

เราพึ่งหัดแต่งนิยาย หากมีข้อติชมยังไงบอกกันได้น้าเราจะนำไปปรับปรุง

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #5 ออมม่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 08:29

    เนื้อเรื่อง ยังไม่ค่อยน่าตื่นเต้น สู้ สู้ ค่ะ

    #5
    0
  2. #3 Damony (@Damony) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 14:29
    น้องป๋ายดื้อมากกก //รออ่านตอนต่อไปนะคะไรท์ สู้ๆค่ะ
    #3
    0