[Fic Reborn Yaoi] Out of Hitory's Pages

ตอนที่ 7 : บทที่ 5 เส้นทางสู่บ้านเกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 พ.ค. 59

บทที่ 5  เส้นทางสู่บ้านเกิด


                ใบหน้าขาวๆของอลิสเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง  ในขณะที่เดินจูงมือเบลกับจิลไปตามเส้นทางในป่าที่เธอคุ้นเคย  เพื่อจะพาทั้งคู่ไปยังบ้านเกิดของเธอ  ส่วนสาเหตุที่ทำให้เธอยิ้มร่าก็กำลังเดินตามหลังพวกเธอมา  พร้อมกับเบิกสัมภาระทั้งหมดเอาไว้ด้วยตัวคนเดียว


                “พ-พักก่อนเถอะครับ  ผมเหนื่อยแล้ว”
                “อีกนิดเดียวเองค่ะ  เป็นถึงรุ่นที่สิบก็ต้องทนไหวสิคะ  คุณสึนะ
!”เจ้าตัวแสบผมทองเอ่ยออกมา  พร้อมกับหันหลังไปมองคนที่เหงื่อท่วมตัวอย่างสึนะ  ชายหนุ่มถอนหายใจให้กับคำพูดของเด็กสาว สาเหตุที่เขาต้องมาถือกระเป๋าทุกใบด้วยตัวคนเดียวแบบนี้ก็เพราะอลิสนั้นแหละ


........เล่นบอกมาได้ว่า  ถ้าจะไปด้วยก็ต้องเป็นเบ๊........


                “อุชิชิชิชิ  ทูน่าคุงเดินไม่ไหวแล้วหรือไง”เบลเฟกอร์หันมากวนประสาทบอสของตัวเองบ้าง  ด้วยการเอาชื่อฝ่ายนั้นมาล้อเลียนอย่างสนุกสนานพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง  ก่อนเขาและอลิสจะหันกลับไปเดินต่อพร้อมจิลที่เอาแต่เงียบ......


                “ร-รอก่อนสิ!”ทูน่าน้อยที่โตขึ้นมานิดนึงตะโกนออกมาอย่างตกอกตกใจ  ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าเดินทางที่ตัวเองต้องแบกวิ่งตามสามหน่อหัวทองก่อนที่จะถูกทิ้งให้หลงอยู่กลางป่า


                “แล้วทำไมจู่ๆเธอถึงอยากกลับบ้านเกิดกะทันหันแบบนี้ล่ะ”

                “ก็แหม  เผลอฝันไปถึงอดีตนิดหน่อยนะค่ะ  เลยคิดว่ากลับมาเยี่ยมบ้านเกิดดีกว่าไปชมแหวนอะไรนั่น”เด็กสาวผมทองต้องออกมาด้วยคำตอบที่จริงเพียงกึ่งเดียว   เพราะรู้ดีว่าถ้าบอกความจริงไปคงอาจจะไปไม่ถึงจุดหมายเสียที


........เพราะพวกเขาคงไม่อยากจะได้วันวานที่เคยอยู่ร่วมกันกลับมาหรอก........


                “น่าสงสารนักบินนะครับ  อุตส่าห์ใกล้ถึงเอเธนแล้ว  จู่ๆก็ต้องเลี้ยวหัวเครื่องบินข้ามมาที่ใจกลางเทือกเขาแอลป์แทน”

                “เอาเถอะค่ะ  ตอนนี้ก็ได้กลับไปพักแล้วไงคะ”อลิสตอบกลับคำพูดของสึนะแบบไม่เครียดอะไรมาก  ก่อนจะฮัมเพลงออกมาอย่างสบายอารมณ์  โดยไม่รู้เลยว่าเส้นทางที่ตัวเองเดินได้อย่างสบายๆนั้น  สร้างความลำบากให้กับคนที่ไม่เคยเดินมาก่อนอย่างเบล จิลและสึนะมากแค่ไหน


                “โอ๊ะ!  นั่นไงค่ะ  ทางออกจากป่า!”จู่ๆเด็กสาวก็ร้องออกมา  เมื่อดวงตาสีแดงสดของเธอเห็นชายป่าอยู่ใกล้ๆ  เธอหันกลับมามองคนที่เดินตามมาด้วยรอยยิ้มมีความสุข  เพราะอย่างน้อยพวกเธอก็ได้ออกจากป่าทันก่อนตะวันจะตกดิน


                “รีบไปเถอะ  อีกไม่กี่นาทีพระอาทิตย์ก็จะลับฟ้าแล้ว”ราซิเอลพูดเร่งขึ้นมา  พร้อมกับจับมือเบลและอลิสแบบเนียนๆ  แล้วจูงให้ทั้งคู่เดินออกไปจากป่า  โดยแทบไม่สนใจเลยว่า  ทริปนี้ไม่ได้มีมาแค่พวกเขาสามคน


                “พวกคุณลืมผมไปแล้วหรือไงคร้าบบบบ!”ชายหนุ่มหัวฟูกรีดร้องออกมาอย่างคนน้อยใจ  เพราะนอกจากจะกลายเป็นเบ๊แล้ว  ยังจะถูกลืมอีกต่างหาก


                “ตามมาเร็วๆสิ  คุณรุ่นที่สิบ!”อลิสที่ไปถึงชายป่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ตะโกนให้กับเสียงกรีดร้องของสึนะ  ทำให้เขาพอมีความสุขบ้างเล็กน้อย  ก่อนจะรีบลากกระเป๋าเดินทางและสังขารของตัวเองไปที่ชายป่าในที่สุด


                “ว้าว!  ที่นี่ดูสยองดีจริง”เสียงของเบลกับราซิเอลดังประสานกันขึ้นมา  ในขณะที่สึนะเดินออกมาจากป่าในที่สุด  เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสี่คือปราสาทหลังใหญ่ที่มีเถาวัลย์และกุหลาบป่าขึ้นเต็มไปหมด  หากแต่บริเวณประตูทางเข้าออกของปราสาทกลับไร้เถาวัลย์ขึ้น  ราวกับมีคนใช้มันเขาออกอยู่เป็นประจำ....


                “เราพักที่นี่ก่อนเถอะค่ะ”อลิสเอ่ยขึ้นมา  ในขณะที่ดวงตาสีแดงยังไม่ละจากปราสาทเบื้องหน้า  เธอไม่เคยเห็นปราสาทนี้มาก่อน   แต่รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงเธอเอาไว้กับปราสาทเก่าแก่แห่งนี้


.......มันมีอะไรเกี่ยวกับตัวเธอหรือเปล่านะ?.......


                “คิดอะไรอยู่น่ะ ลูกรัก  ไปแล้ว  เบลมันเดินนำเธอไปเลย”

                “แว้ก!”เด็กสาวอุทานออกมาอย่างไม่สมหญิงสุดๆ  เมื่อเธอถูกคนที่ตัวเองเรียกว่าพ่อเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆกะทันหัน  ดวงตาสีแดงใต้เรือนผมสีทองเบิกกว้างเล็กน้อย  ก่อนจะกลับเป็นปกติ  หลังจากตั้งสติได้


                “คราวหน้าอย่าหน้ามาใกล้หนูแบบนั้นอีกนะคะ! ตกใจหมดเลย!”อลิสทำเป็นงอนแก้มป่องเพื่อเรียกความสนใจจากเบลที่เดินนำเธอไปบ้าง  แต่ทั้งเบลทั้งราซิเอลกลับทำเป็นไม่สนใจเธอ  แล้วเตรียมจะเดินเข้าไปในปราสาท  ทำให้เด็กสาวต้องรีบวิ่งตามพวกเขาไป  เพราะเธอไม่อยากอยู่คนเดียว  แล้วมันก็กลายเป็นระบบลูกโซ่  เพราะสึนะก็วิ่งตามเธอไปพร้อมสัมภาระ  ด้วยเหตุผลเดียวกับเธอ




 

                “ข้างนอกน่ากลัว  แต่ข้างในสวยดีนะ”ราซิเอลพูดขึ้นมาในขณะที่เดินชมปราสาท  อลิสที่เดินขนาบข้างเขาพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วย  เพราะปราสาทที่ข้างนอกดูเหมือนไม่มีใครดูแลรักษามาเป็นเวลานาน  แต่ด้านในกลับดูสวยและสะอาดสะอ้านสายตาไปหมด  ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านที่ดูแล้วน่าจะมีอายุหลายร้อยปี  แต่กลับไม่มีแม้แต่รอยขาดวิ่น  หรือแจกันสุดสะอาดที่อลิสจำได้ว่าเคยเห็นมันขายอยู่ที่ท้องตลาดในยามที่เธอเป็นเด็ก


......ที่สำคัญคือดอกกุหลาบที่ใส่ไว้ในแจกัน.....


                “เราเลือกห้องสักห้องนอนกันเถอะครับ”สึนะที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มสดใส  ทำให้คนทั้งสามที่เดินนำหน้าเขาต้องหยุดชะงัก  แล้วหันมาพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วย


                “งั้นนายไปหาเลย  ทูน่าคุง”เบลเฟกอร์เอ่ย  ก่อนจะกระชากกระเป๋าทั้งสามใบมาจากสึนะ แล้วใช้เท้ายันอีกฝ่ายไปข้างหน้า  เพื่อไปหาห้องนอนตามที่เจ้าตัวเสนอมา


                ดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ของสึนะมองคนหัวทองทั้งสามอย่างเว้าวอน  เพราะเขาไม่อยากจะเดินหาห้องเพียงลำพัง  แต่ทั้งสามหน่ออดีตราชนิกูลก็พากันเมินอย่างเห็นได้ชัด  ด้วยการเดินไปชมรูปเหมือนที่ประดับอยู่ที่ข้างผนัง  ทำเอาสึนะอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ


.......ทุกคนทำร้ายทูน่า(?)......


                เมื่อหูของเบล จิลและอลิสได้ยินเสียงของสึนะเดินจากไปเป็นที่เรียบร้อย  ก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย  ที่ต้องเก๊กทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย  แต่ก็ช่วยไม่ได้  พวกเขาไม่ได้อยากจะเดินหาห้องสักหน่อย  เพราะฉะนั้นคนต้นคิดก็ต้องเป็นคนหาจริงมั้ย


                “คนในรูปนี้สวยจังเลยนะคะ  ปะป๊า  มะม๊า”อลิสเอ่ยออกมา  ในขณะที่มองรูปเหมือนที่พวกเธอใช้ในการเก๊กเมื่อครู่  ดวงตาสีแดงมองหญิงสาวในภาพด้วยแววตาเป็นประกาย


........ทั้งผมสีทอง  ทั้งตาสีฟ้ากระจ่าง ช่างเหมือนกับคนในความทรงจำของเธอเหลือเกิน.........


                “ไหนๆ แคทเธอรีน  วาเลนติน่า เวลส์  เอ๊ะ!  นี่มันนามสกุลเธอไม่ใช่หรือไง  ยัยตัวแสบ”เบลที่อ่านป้ายชื่อด้านล่างรูปภาพเอ่ยออกมาอย่างตกอกตกใจ  ราซิเอลเองก็ตกใจมากเช่นกัน  แต่คนที่ตกใจที่สุดคงจะเป็นเด็กสาวที่นามสกุลเดียวกับคนในรูปอย่างอลิสซะมากกว่า


                “เอ๊ะ!  เป็นไปได้ไงคะ!  หนูไม่เห็นรูปจักเธอคนนี้เลย!
               
รู้จักก็แปลกแล้ว ข้าตายมาร้อยกับอีก....สิบกว่าปีแล้วนะจู่ๆคนที่พวกเขาทั้งสามคิดว่าเป็นรูปภาพก็พูดขึ้นมา  ก่อนจะเดินออกมาจากกรอบรูปบนพนัง  ทำเอาทั้งสามหน่อหัวทองช็อคหนักจนแทบจะล้มลงไปกองอยู่กับพื้นด้วยความตกใจ


......โอ้แม่เจ้า  ผีหลอก!......


                หืม......พวกเจ้า!”คนที่ออกมาจากรูปภาพก็หันมามองเบลกับจิลด้วยแววตาตกอกตกใจยกใหญ่  แล้วพุ่งเข้าหาทั้งสองคนด้วยแววตาเป็นประกาย


                โอ้!  ลูกรัก!  ข้าไม่คิดว่าจะได้เจอพวกเจ้าอีก!’วิญญาณเพียงตนเดียวโอบกอดร่างของเบลและจิลเอาไว้ในวงแขน  ทำเอาคนถูกเรียกทั้งอึ้งและทึ้ง  โดยเฉพาะเบล......


                “คือ......”

                จะว่าไป  เบลเป็นหญิงซะเปล่า  ทำไมแต่งตัวเป็นชายห่ะ!  มากับข้าเลยนะ!’หญิงสาวผู้เป็นวิญญาณเอ่ย  พร้อมกับดึงเบลออกมาจากกวนหัวทองด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งขึ้นมาเล็กน้อย  ทำเอาคนที่โดนเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงอย่างเบลเอ๋อแดกไปชั่วครู่  แล้วแหกปากลั่นออกมา


                “ปล่อย!!  โว้ย! ไอ้พี่งี่เง่า  มาช่วยกันหน่อยสิ!”ราซิเอลสะดุ้งให้กับเสียงของน้องชายฝาแฝดตัวเอง  แต่ก่อนจะได้เข้าไปช่วยคนที่โดนผีลากเข้าไปในห้อง  ประตูไม้ก็มาคั่นเส้นทางของพวกเขาเอาไว้แล้ว 


                อลิสเงยหน้ามองราซิเอลด้วยแววตาตกอกตกใจ  ในขณะที่ในอกส่วนหนึ่งรู้สึกห่วงเบลที่โดนลากเข้าไปในห้อง  แต่ส่วนหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสัย


......ทำไมวิญญาณตนนั้น  ถึงได้ดูเหมือนว่าจะรู้จักพวกเขาที่เธอคอยมานานล่ะ?.......


                “ไม่!!!!!

                อยู่เฉยๆ!!!’เสียงตะโกนของคนกับวิญญาณในห้องดังลั่นออกมาให้คนด้านนอกรู้สึกลุ้นไปด้วยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในนั้น  โดยเฉพาะราซิเอลที่ทั้งลุ้นทั้งห่วง  กลัวว่าน้องชายฝาแฝดเพียงคนเดียวของตัวเองจะเป็นอะไรไป


.......เขายังแอ้มไปไม่พอเลยนะ!..........


                “เอามันออกไป!!!

                เบล!  อยู่เฉยๆ!’

 

                “โอ๊ย!!!!!

                ตายแล้วทำไมผมอย่างนี้!’

 

                “ไม่!!!  ไม่เอาไอ้นั่นนะ!!

                ไอ้ลูกคนนี้นิ!  ไม่เจอกันร้อยกว่าปีดื้อขึ้นหรือเปล่า!’เสียงแหกปากทะเลาะกันของคนในห้องดังอย่างต่อเนื่อง  จนชายหนุ่มกับเด็กสาวนอกห้องถอนหายใจออกมาอย่างหมดอารมณ์  แล้วทิ้งตัวเองลงไปนั่งอยู่กับพื้น  เพราะมั่นใจแล้วว่าเบลที่อยู่ในห้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ


                โธ่  ผมงามๆที่ข้าอุตส่าห์ดูแล  แต่เอาเถอะ  แบบนี้เจ้าก็น่ารัก


                แอ๊ด!


                คำพูดสุดท้ายของวิญญาณสาวดังขึ้นมา  ก่อนประตูไม้ที่ปิดมานานจะถูกเปิดออก  ราซิเอลกับอลิสจึงกระเด้งตัวขึ้นจากพื้นทันที


                เป็นไงๆ  เบลน่ารักมั้ย  ราซิเอล?แคทเธอรีนลอยออกมาจากห้อง  พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่จูงมือเบลในสภาพวิญญาณหลุดจากร่างให้เดินออกมาด้วย


                ดวงตาสีแดงของเด็กสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ  ก่อนเธอจะรีบหันไปดูอาการของราซิเอลที่ยืนอยู่ข้างๆ  ซึ่งฝ่ายนั้นเองก็ไม่ต่างจากเธอสักเท่าไหร่  แล้วทั้งคู่ก็หันกลับมามองเบลอีกครั้งหนึ่ง


                เบลเฟกอร์ผู้น่าสงสาร  หลังจากหายเข้าไปในห้องพร้อมกับวิญญาณของแคทเธอรีนแล้วนั้น กลับออกมาในชุดเกาะอกสีม่วงสลับดำ  ซึ่งมีเสื้อคลุมสีขาวบางๆอีกชั้นหนึ่ง  ท่อนล่างของชุดเป็นประโปร่งฟูฟ่องที่มีการจับจีบอย่างงดงามและประณีต  ซึ่งยาวกร่อมพื้น  ผมที่เจ้าตัวอุตส่าห์ทำให้ยุ่งเอาไว้ตลอด  โดนหวีให้ตรง(ได้ไงวะ)ลงมา  แล้วสวมวิกผมลอนสีเดียวกับผมของเขาพร้อมประดับมงกุฎอันเล็กๆเอาไว้แทน........


.......โอ้แม่เจ้า  สวยซะจนไม่อาจจะละสายตาได้........


                อะแฮ่ม!  ว่าไง  ราซิเอล  น้องสาวเจ้าเป็นไง.......

                “....สวยมากครับ”ชายหนุ่มผมทองที่ไม่โดนจับแต่งตัวเอ่ยขึ้นมา  ก่อนจะเนียนๆเดินเข้าไปหาเบลที่วิญญาณยังไม่กลับเข้าร่าง  ส่วนอลิสก็เรียกสติของตัวเองกลับมา  แล้วตรงไปหาวิญญาณของแคทเธอรีนแทน


                “คือ  หนูขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ?”

                ตายแล้ว  เด็กน้อย  เธอคล้ายๆเบลของข้าเลยนะ  ว่าแต่จะถามอะไรล่ะแคทเธอรีนโพล่งออกมาอย่างตกอกตกใจ  เมื่อเห็นใบหน้างามๆของอลิส  เด็กหญิงยิ้มให้กับคำพูดนั้นเล็กน้อย แล้วถามออกไป


                “คือคุณเป็นอะไรกับ เบลโลลิต้า วาเลนติน่า  และ  ราซิเอล เวลส์  หรอคะ?”

                อ้อ! อะไรกัน! เจ้าลูกสองคนนี้ไม่ได้บอกเธอหรอ?


                “ลูก?.......คือหนูคิดว่าสองคนนี้ไม่ใช่ เบล และราซิเอลที่คุณรู้จักหรอกค่ะ”อลิสแก้ความคิดผิดๆของอีกฝ่ายกลับไปด้วยรอยยิ้ม  ทำให้แคทเธอรีนเกิดความสงสัย  แต่พอมองใบหน้าของเด็กสาวเธอก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องที่คนที่เธอคิดว่าเป็นลูกของเธอทั้งสองได้ควรได้ยิน  จึงพาเด็กสาวเดินเข้าไปในห้อง  แล้วล็อกประตูทันที


                “เบลเบลเฟกอร์!

                “แว้ก!!”ทางด้านของเบลเอง  เมื่อโดนพี่ชายฝาแฝดตะโกนใส่ข้างหู  วิญญาณที่หลุดลอยไปนานก็กลับเข้าร่าง  ดวงตาใต้เรือนผมสีทองที่โดนจัดทรงมองใบหน้าของราซิเอลที่อยู่ห่างไปไม่กี่คืบเล็กน้อย  ก่อนความรู้สึกร้อนฉ่าจะแล่นไปทั่วหน้า


                “หลับตาเลยนะ!

                “ห่ะ?”

                “บอกให้หลับได้ไงเล่า!”แฝดผู้น้องเอ่ยออกมาเสียงดัง  พร้อมกับเอามือของตัวเองไปดันหน้าของอีกฝ่ายบริเวณดวงตาด้วยความอาย


......พระเจ้า  เขาไม่อยากให้ราซิเอลเห็นเขาในสภาพแบบนี้มากที่สุด......


                “อะไรของนายเนี่ย  เบล”

                “ก็บอกว่าให้หลับตาไงเล่า!”ราซิเอลที่ตอนแรกเอ๋อแดกไปกับคำพูดของน้องชายฝาแฝดตัวเอง  มองใบหน้าขาวๆที่ขึ้นริ้วสีแดงของเบลแล้วก็เข้าใจทันที  เขาระบายรอยยิ้มกว้างขึ้นมาบนหน้า  ก่อนจะเอามือไปรั้งเอวของเบลเฟกอร์ให้เข้ามาใกล้มากขึ้น


                “อะไรกัน เบล  แบบนี้ก็น่ารักดีออก”

                “น่ารักกับผีดิ! ฉันเป็นผู้ชายนะโว้ย! ไอ้พี่งั่ง!”เบลเฟกอร์ตะโกนลั่นไปทั่วปราสาท  ก่อนจะพยายามแงะเอามือของอีกฝ่ายออกจากเอวของตัวเอง  


......ไว้แบบนั้น  แล้วมันจั๊กจี้.......


                ทางแฝดผู้พี่  พอเห็นน้องตัวเองพยายามอย่างเอาเป็นเอาตายที่จะเอามือของตัวเองออกจากเอวให้ได้  ก่อนยิ่งรั้งเอวอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้มากขึ้น  จนแทบจะสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่าย


                “เบล......จูบได้มั้ย?”เสียงทุ้มของราซิเอลและลมหายใจของอีกฝ่ายที่ข้างๆหูของตัวเอง  ทำให้สติของเบลแตกกระเจิงแทบจะในทันที  สมองไม่ทันจะได้รันอะไรมากมาย  ก็เผลอพยักหน้าตอบตกลงให้กับเสือร้ายที่เป็นพี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปแล้ว.....


                ราซิเอลขยับรอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นอีกนิด  เมื่อได้คำตอบที่ตัวเองต้องการ  ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าไปใกล้ใบหน้าที่แดงเถือกของเบลเฟกอร์มากขึ้นเรื่อยๆ  แต่ขณะที่ริมฝีปากใกล้จะได้สัมผัสกันแล้วนั้น  ก็มีเสียงมารมาขัดจังหวะวะก่อน


                “คือผมไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดหรอกนะครับ  แต่ผมเจอห้องนอนแล้ว....แหะๆ”สึนะที่โผล่มาได้ผิดที่ผิดเวลาแบบสุดๆหัวเราะออกมาแห้งๆ  ในขณะที่มองราซิเอลถูกเบลผลักให้ออกห่างจากตัวเองมากที่สุด 


......ที่จริงเขามาตั้งแต่วิญญาณของแคทเธอรีนพาเบลออกมาจากห้องแล้วล่ะ  แต่เข้าไปแทรกไม่ได้สักที......


                ราซิเอลจ้องมองบอสของน้องชายตัวเองด้วยความเคียดแค้นจากก้นบึ้งของหัวใจ  ปากของเขาแช่งอีกฝ่ายออกมาเบาๆ  เพื่อไม่ให้ใครได้ยิน


.......ไอ้ทูน่าอัดกระป๋อง!.......

 




                ว้าว!  สรุปแล้วเด็กสองคนนั้นไม่ใช่ลูกของข้าสินะ  ส่วนเจ้าเองก็เป็นทายาทของเราสินะวิญญาณของแคทเธอรีนเอ่ยคำสรุปเรื่องราวทั้งหมดออกมา  ซึ่งอลิสก็พยักหน้าให้กับคำพูดของอีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยความสุข


........นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ลองพูดคุยกับวิญญาณ.......


                แล้วก็ เจ้าจะกลับไปบ้านเกิด  เพื่อที่จะทำให้สองคนนั้นจำเจ้าได้สินะ

                “ใช่แล้วค่ะ  แต่ว่าถ้าเป็นที่นี่ในตอนนี้ก็ได้ค่ะ  เพราะพวกเขาอาจจะจำที่นี่ได้ในส่วนลึกของจิตใจ”เด็กสาวเอ่ยออกมา  พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความสุขที่ทำให้อกรู้สึกตื้นตันสุดๆ 


                งั้นสินะ  เอาล่ะ  เดี๋ยวข้าว่าเราออกไป  แล้วไปพักก่อนเถอะ  ตะวันลับฟ้ามานานแล้ว

                “ค่ะ”อลิสและแคทเธอรีนยืนขึ้นพร้อมกับ  ก่อนจะเปิดประตูห้อง  แล้วเดินไปหาคนสามคนที่ยืนรออยู่ในสภาพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


                เบลเฟกอร์น่าแดงเถือก  แล้วลงไปนั่งอยู่กับพื้น  ราซิเอลทำหน้าหงุดหงิดเหมือนอยากจะฆ่าใครสักคน  สึนะเอาแต่ทำหน้าเหมือนคนอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้องไห้ออกมา


                เบล.....คือข้าต้องขออภัยที่เข้าใจผิดว่าเป็นธิดาของข้านะ  เผอิญพวกเจ้าเหมือนกันมากไปหน่อย

                “ถ้าอย่างนั้น  ผมก็ถอดชุดนี้ได้แล้วใช่มั้ย”


                ไม่  ใส่ไปอย่างนั้นแหละ  ถือว่าเห็นใจวิญญาณตาดำๆที่อยากจะเห็นลูกสาวตัวน้อยอีกครั้งเถอะนะแคทเธอรีนพูดออกมา  พร้อมกับทำตาอ้อนอีกฝ่าย  จนเบลที่เป็นคนแพ้ลูกอ้อนยอมพยักหน้าตกลงอย่างช่วยไม่ได้  แล้วทั้งหมดก็พากันยกขบวนไปยังห้องที่สึนะอุตส์ไปตามหาให้  โดยมีความช่วยเหลือจากแคทเธอรีนเล็กน้อย  ในการทำให้กระเป๋าเดินทางลอยตามมาโดยไม่ต้องอาศัยคนถือได้......


......ก็วิญญาณนี้เนอะ  จะทำอะไรก็ได้.......

 




                “ห้องนี้แหละครับ  กว้างที่สุดแล้ว  ทั้งสามคนน่าจะนอนได้  ส่วนผมจะนอนห้องข้างๆ”สึนะเอ่ยขึ้นมา  ในขณะที่เปิดไฟในห้องขึ้นให้สามหน่อหัวทอง....ไม่สิ  สี่หน่อหัวทองได้เห็น 


                อลิสทำตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น  เพราะมันไม่ใช่แค่ห้องที่กว้างมาก  แต่เป็นห้องที่กว้างสุดๆ  เหมือนเอาห้องของเบลกับจิลในปราสาทมารวมเป็นห้องเดียวกันเลย!


                “งั้นราตรีสวัสดิ์นะคะ  คุณสึนะ”เด็กสาวหันไปเอ่ยกับชายหนุ่มหัวฟู  แล้วปิดประตูใส่หน้าอีกฝ่าย  โดยไม่คิดจะฟังที่อีกฝ่ายจะพูดเลยแม้แต่น้อย  ซึ่งมันก็ทำให้ราซิเอลแอบกดไลค์เบาๆกับการกระทำนั้น


......ดีมาก  ลูกสาวผู้น่ารักของฉัน(?).......


                “นอนกันเถอะ!”เบลเฟกอร์เอ่ยขึ้นมา  พร้อมกับทิ้งตัวเองลงบนเตียงสีขาวขนาดมโหฬารออย่างเหน็ดเหนื่อย  เพราะเขาอยากจะถอนชุดบ้าๆนี่ออกจากตัวเต็มที่แล้ว


                “นอนข้างมะม๊า/เบล!”จู่ๆราซิเอลกับอลิสก็เอ่ยอะไรบางอย่างขึ้นมาพร้อมกัน  แล้วหันไปจ้องหน้ากันและกันด้วยแววตาที่พร้อมจะเชือดกันทุกเมื่อ  มือของทั้งคู่ล้วงเข้าไปในสวนนอกของตัวเอง  เตรียมจะชักมีดมาปะทะกัน  เพื่อแย่งชิงที่นอน


.......ตอนให้เป็นปะป๊าของเธอ(?)  แต่เธอก็ไม่ยอมให้ใครแย่งที่นอนข้างๆมะม๊า(?)หรอกนะ!.......


                เคร้ง!


                มีดงามๆของคนหัวทองทั้งสองเข้าปะทะกัน  พร้อมกับทำให้เกิดเสียงดังไปทั่ว  ทำเอาแคทเธอรีนที่มองดูการทะเลาะกันของคนที่เกิดเป็นลูกชายของเธอ กับคนที่เป็นหลานสาวของเธอเองอย่างเหนื่อยใจ  แล้วตรงเข้าไปห้ามอีกฝ่ายด้วยการเอามือกระชากคอปกของคนทั้งคู่เอาไว้


                “เฮ้ย!”เสียงร้องของจิลและอลิสดังประสานกันขึ้นมา  ก่อนร่างของทั้งสองคนจะลงไปกองอยู่กับพื้น  โดยมีเสียงหัวเราะของเบลดังเยาะเย้ยเบาๆด้วยความสนุกสนาน


                ทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้!  แค่ให้เบลนอนตรงกลาง  แล้วพวกเจ้านอนข้างๆเขาก็จบมั้ย?!’


                เฮือก!


                สองหน่อหัวทองบนพื้นสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกัน  ก่อนจะพยักหน้าให้กับคำพูดของวิญญาณเพียงตนเดียวในห้องอย่างเห็นเดียว  แล้วเก็บมีดของตัวเองเข้าที่ดังเดิม


                “อุชิชิชิชิชิ~  ทะเลาะกันเป็นเด็ก~”เบลที่นั่งอยู่บนเตียงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างถูกอกถูกใจกับท่าทีของจิลและอลิสที่เหมือนเด็กโดนดุ  ก่อนเขาจะตระหนักความจริงบางอย่างได้ว่า


.........ตายแล้ว  ไอ้สองคนนี้ครั้งก่อนมันกอดเขาแน่นจนนอนไม่หลับเลยนิหวา..........


                “นอนกันเถอะค่ะ มะม๊า”ในขณะที่เบลช็อกค้างอยู่นั้น  เตียงทั้งข้างของเขาก็ยุบลงเพราะอลิสกับจิลทิ้งตัวลงนอน  ดวงตาสีแดงสดใต้เรือนผมของเด็กสาวมองใบหน้าของเบลที่ยังนั่งอยู่เล็กน้อย  ก่อนเธอจะเอามือไปจี้จุดของอีกฝ่ายเบาๆ


                “แว้ก!”ร่างของเบลสะดุ้งโหยงไปหนึ่งที  ก่อนสติจะกลับมาหาชายหนุ่มคนน้องดังเดิม  เขารีบทิ้งหัวตัวเองลงบนหมอนทันที  ก่อนที่จะโดนจี้จุดอีกรอบ


                แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความสงบเหมือนเดิม.....แคทเธอรีนปิดไฟแล้วลอยเข้าไปในกระจก  อลิสก็หลับคนแรกตามเดิม  เหลือสองศรีราชนิกูลตกบัลลังก์ที่ยังตื่นอยู่


                “จูบราตรีสวัสดิ์สักทีมั้ยจ๊ะ  น้องรัก”ราซิเอลเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของห้อง  ก่อนจะลุกขึ้นนั่งตัวตรง  เมื่อความคิดบางอย่างแล่นเข้าหัวมา  เขาแสยะยิ้มออกมาจนเบลที่นอนอยู่ข้างๆเขารู้สึกหนาวไปทั้งตัว


                หมับ!


                ในขณะที่เบลเตรียมจะลุกขึ้นนั่ง  เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเองนั้น  ราซิเอลก็เอามือรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้  แล้วกดลงที่เหนือหัวของเบล  ก่อนจะกระโดดขึ้นคร่อมน้องชายตัวเองทันที


                “เรามา*******กันดีกว่า  พี่ชายไม่ได้ทำมาคืนเดียวก็แย่จะตายอยู่แล้ว”ราซิเอลพูดเสียงระรื่น  ในขณะมือข้างที่ว่างก็ลวงชายกระโปรงที่เลิกขึ้นมาของเบลเข้าไปสัมผัสขาอ่อนของน้องชายตัวเอง  ซึ่งกำลังดื้นพร่านๆเพื่อหลุดจากการจับกุมของเขาอยู่


                “ไอ้พี่งั่ง!  ยัยเด็กแสบนอนอยู่นี่นะเว้ย  จะทำให้ตื่นหรือไง?”

                “นายก็อย่าส่งเสียงดังสิ~”แฝดผู้พี่พูดแบบไม่เดือดร้อนอะไรมาก  ก่อนจะเอามืออกมาปลดเสื้อผ้าที่น้องตัวเองใส่อยู่อย่างอารมณ์ดี....


......หวังว่าครั้งนี้คงไม่มีใครมาขัดอีกนะ.......


                “อือ~”เบลเริ่มครางออกมาในลำคอของตัวเอง  เมื่อราซิเอลเอาหน้าเข้ามาซุกไซร้คอของตัวเอง  แล้วขบลงไปเบาๆ.....แต่ก็นะ  จะได้กันนอกสถานที่ง่ายเกินไปก็ไม่ดี(?)  จึงมีคนมาขัดขวางกิจกรรมอันเร่าร้อนที่กำลังปะทุขึ้น


                พวกเจ้า!  หยุดทำเรื่องบัดสีกันเลยนะ!  เจ้าเด็กไม่รักดี!’เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นมาจากด้านหลังของราซิเอล  ทำเอาเขาต้องจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ  ก่อนจะยอมปล่อยเบลไปตามคำพูดของฝ่ายนั้น  แล้วหันไปเผชิญหน้าของคนที่มาเป็นก้างขวางความสุข


                “อะไรของแกเนี่ย  วิญญาณอีกตัวหรือไง!?”เสียงของชายหนุ่มผู้พี่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด  เมื่อคนที่ขัดเขากำลังเดินออกมาจากรูปเหมือนบนผนังเหมือนที่แคทเธอรีนฟัง


                ดวงตาสีฟ้าหม่นแสงใต้เรือนผมพยายามมองใต้รูปภาพว่าคราวนี้เป็นใคร  แล้วก็ได้คำตอบกลับมาจากเสียงของคนที่เดินออกมาจากกระจก


                กิลเดอเรส เวลส์!  เมื่อกี้เจ้าเรียกเด็กพวกนั้นว่าอะไรนะ!’แคทเธอรีนที่โผล่ร่างออกมาจากกระจก  ตรงเข้ามาหาวิญญาณชายหนุ่มที่ทำหน้าจ่อยลงทันที่เจอเธอ  ใบหน้าที่งามสง่าในยามนี้เหมือนมีมารเข้าสิง  ทำให้ดูน่ากลัวยิ่งกว่าผีร้ายตนใด


                “คือ......ไม่อยากจะขัดนะ  แต่ไอ้เนี่ย....ใคร?”เบลที่จัดการเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตัวเองเรียบร้อยแล้ว  เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปที่วิญญาณของชายหนุ่ม  คนถูกชี้ทำท่าฟึดฟัดเตรียมพูดอีกรอบ  แต่โดนดวงตามาดร้ายของแคทเธอรีนมองเลยต้องเงียบ  แล้ววิญญาณสาวก็หันมายิ้มแล้วพูดกับเบลด้วยเสียงหวาน


วิญญาณตนนี้ชื่อ กิลเดอเรส เวลส์จ่ะ สามีของข้าเอง......


_______________________________________________

เรื่องนี้มีผีด้วยล่ะค่ะ! 5555

ปลาทูน่า...เอ๊ย!  บอสหัวฟูของเรายังคงเป็นตัวประกอบต่อไป...

สองศรีพี่น้องก็รักกันปานกลืนกิน

อลิสก็แลดูจะมีความลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไรท์เตอร์ก็เริ่มทำตัวเป็นสลอต(?) 55555

เจอกันตอนหน้านะคะ วันนี้ไม่สปอยนะคะ


     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #6 0617736916 (@0617736916) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 21:30
    กำลังเข้าได้เข้าเข็มนะไอพวกบ้า!!!!!!!
    มาขัดกันอยู่นั้นละ????
    #6
    0