[Fic Reborn Yaoi] Out of Hitory's Pages

ตอนที่ 29 : บทพิเศษ ความในใจของเด็กเลี้ยงแกะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ก.ค. 59

บทพิเศษ : ความในใจของเด็กเลี้ยงแกะ


                ตั้งแต่วันนั้น  วันที่ข้าเข้ามาเป็นสมาชิกคนใหม่ของวาเรีย  ในฐานะคนใต้การดูแลของท่านแม่  ตลอดเวลาที่ได้อยู่กับท่านพ่อท่านแม่  แม้จะไม่มีเงาของข้าอยู่ในความทรงจำของพวกเขา  ข้าก็มีความสุขเหลือเกิน....มีสิ่งหนึ่งที่ข้าไม่ได้บอกท่านแม่ไป


.......เด็กน้อยในวันวาน.......

.......ข้าหาเจ้าเจอตามสัญญาแล้วนะ.......


                โลกนี้ช่างกลมเหลือเกิน  เด็กน้อยผู้เป็นแสงสว่างที่ข้าตามหา  กลายเป็นท่านแม่ของข้าที่เกิดใหม่หลังจากที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง  ข้ามีความสุขจริงๆ  ที่ได้อยู่ใกล้กับแสงสว่างนี้อีกครั้ง  ข้าจึงโอบรั้งพวกท่านทั้งสองเอาไว้  จับมือของพวกท่านอย่างแน่นแฟ้น  เพื่อกันไม่ให้พวกท่านหนีหายไปจากข้าอีก


                “.......เราจะเป็นแบบเดิมใช่มั้ย?.....”....ค่ะ....ต่อให้ปะป๊ามะม๊าจำหนูได้แล้ว....แต่พวกเราก็ใช่ว่าต้องเปลี่ยนตัวตน.....

                “งั้นแสดงว่าฉันกับไอ้เบลไม่ต้องกอดแกทุกวันสินะ”....ฮะฮะฮะ  ไม่ต้องก็ได้ค่ะ  เดี๋ยวหนูไปกอดเอง......


                “เฮ้อ~ เธอนี่สร้างเรื่องวุ่นวายจริงๆเลยนะ  ทำไมถึงไม่บอกตรงๆแต่แรกล่ะ”.......ถ้าบอกเลยมันไม่สนุกน่ะค่ะ........

                “ร้ายจริงๆเลย แกเนี่ย”......ก็ได้มาจากปะป๊านั้นแหละค่ะ.......


                บทสนทนาของเราในวันนั้น  วันที่พวกท่านจำข้าได้อีกครั้ง  ทุกวันนี้ข้ายังจำได้ดีเหมือนเดิม  แม้จะเกิดใหม่อีกกี่ครั้ง  แม้จะทำตัวไม่ดีกับข้ามาก่อน  แต่น้ำเสียงที่พวกท่านใช้กับข้าก็ยังคงเดิมเสมอมา........แม้จนถึงยามสุดท้ายก่อนเราจะแตกหักกัน






 

                “เจ็บมากมั้ย?”.......ไม่เป็นไรค่ะ  แค่นี้ไม่เป็นไร

                “พูดว่าไม่เป็นไรทั้งๆที่แผลเต็มตัวเนี่ยนะ  เจ้าชายไม่เข้าใจเธอจริงๆ”.....ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ค่ะ......


                “ชิชิชิชิชิ  เธอนี่ก็อึดกว่าที่คาดไว้นะ....”......ก็คนไม่มีวันตายนี่คะ........

                “เฮ้อ~ ถ้าได้มีดมาเมื่อไหร่นะ  จะรีบออกจากนรกแบบนี้เลย”.......เห็นด้วยค่ะ มะม๊า......


                “เอ้าๆ  นอนกันได้แล้ว”.....ค่า~.......

                อ้อมกอดหลวมที่พวกท่านมอบให้ข้า  แทนผ้าห่มกันความเย็นจากพื้นหินที่เราทอดตัวนอนด้วยกัน  ทำให้ข้าตื้นตัน  โดยที่พวกท่านไม่รู้สึกตัวข้าได้ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกผิดที่วันรุ่งขึ้นข้าจะเปลี่ยนสายตาที่พวกท่านมองข้า.......


.....ข้าขอโทษ.....

......ขอโทษที่ข้าต้องทำเช่นนี้......

.......ขอโทษที่ข้าไม่อาจจะอยู่กับพวกท่านได้นานกว่านี้.......

.......ขอโทษ....ท่านพ่อ  ท่านแม่......


                ข้าเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา  พร้อมจุมพิตเบาๆที่ข้างแก้มของท่านทั้งสองที่หลับไปแล้ว  ก่อนจะปาดน้ำตาของตัวเอง  แล้วมองออกไปที่นอกลูกกรงที่กักขังเราเอาไว้จากอิสรภาพ......เกรงกลัวยามอรุณรุ่งที่กำลังจะมาถึง......แต่ก็ไม่ยอมจะต่อต้านชะตากรรม  ปล่อยให้มันเป็นไปตามคำของอัลโกบาเล่โน่นภา






 

                “นอนไม่หลับหรอครับ”.......อืม....

                “อา....กังวลเรื่องของสองคนนั้นหรอครับ?”......ประมาณนั้น......


                “ตอนนี้ถอนตัวยังทันนะ”.......อา...ถอนตัวไม่ทันแล้วล่ะ.....

                “ทำไมกันล่ะ?”....เพราะจมลงมาลึกเกินไปแล้ว......


                เมฆาของรีพอสซ่าเข้ามาคุยกับข้าที่ถือแหวนจากฟรานเอาไวในมือ  ดวงหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจ  แต่ครั้งนี้ข้ากลับไปรังเกียจมันเหมือนที่เคย  แถมยังใช้ไหล่ของเขาเป็นที่พักพิงให้น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดหย่อน.....


                “.....ร้องไห้ออกมาเรื่อยๆเถอะครับ”......อือ......

                “พรุ่งนี้.....คุณจะต้องเข้มแข็งขึ้น”......อือ.......


                “ถ้าหากคุณอยากจะล้มลงล่ะก็......”.................

                “ผมยังยืนอยู่รงนี้พร้อมรับคุณเสมอนะ”.....ขอบคุณ....


                แม้ว่าหัวใจของข้ามอบให้ผู้อื่นไปแล้ว  เมฆา.....เจ้าก็ยังโอบกอดข้าเอาไว้อย่างอ่อนโยน  พร้อมปลอบประโลมข้าอย่างใจเย็น  เรื่องนี้จะต้องจบลง  และคนที่ชั่วร้ายที่สุดคงจะเป็นข้าเอง


.......ขอโทษที่ไม่อาจตอบแทนรักของเจ้าได้.....

.....ขอโทษที่ใช้เจ้าและพี่น้องเป็นเครื่องมือ......

......ขอโทษที่จะชักนำความตายมาสู่พวกเจ้า......


                ข้าพร่ำขอโทษเหล่ารีพอสซ่าข้างในจิตใจ  เฝ้าคิดตลอดทั้งคืนว่าจะทำสิ่งใดเพื่อลบล้างความผิด...ไม่สิ.....เพื่อใช้แทนคำขอโทษให้พวกเขาได้บ้าง......กว่าข้าจะคิดออก.....ก็ปาไปครึ่งคืน  ข้าจึงค่อยๆเดินไปยังสถานที่ลับของพวกเขา  สถานที่ที่ผู้เป็นศูนย์รวมใจของเหล่ารีพอสซ่ากำลังหลับใหลอย่างสงบอยู่


........แทนคำขอโทษที่จะพรากชีวิตของน้องของท่าน.......

......แทนคำขอโทษที่จะใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือ......

......แทนคำขอโทษที่ข้าคงไม่มีโอกาสจะเอื้อนเอ่ยออกไป.....

.....เพราะงั้น....ช่วยลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเถอะ.....นภาแห่งรีพอสซ่า.....


                ข้าเอ่ยออกมาบาๆ  พร้อมกับเอามือไปลูบที่น้ำแข็งที่ฝังร่างของนภาคนงามเอาไว้อยู่  แหวนทั้งหกที่ข้าเอามาจากเหล่ารีพอสซ่านั้นเปล่งประกายเรียงรอง  เช่นเดียวกับแหวนที่นภาสวมใส่อยู่  ก่อนน้ำแข็งจะค่อยๆหลอมละลายลง....ข้าจึงเดินจากไปยังห้องของตัวเอง  เพื่อเขียนจดหมายอำลา......รอให้ดวงตะวันลอยขึ้นมาจากเส้นขอบฟ้า







 

                ......ฉันมีเรื่องต้องคุยกับนาย  ฟราน......

                ข้าเอ่ยออกไปแบบนั้นพร้อมเสียงราบเรียบ  ในขณะที่เอามีดจ่อคอคนรักของตัวเองเอาไว้อยู่  ดวงตาสีเขียวของเขามองมาทางข้าพร้อมกับสั่นระริกเล็กน้อย  ก่อนข้าจะค่อยๆลงมีดของตัวเองลง  และปามันทิ้งลงกับพื้น


                “อลิสจัง....จะทำอะไรกันแน่ครับ?”

                เขาถามข้ามาแบบนั้น  พร้อมกับหันมาเผชิญหน้ากับข้าโดยตรง  ข้าไม่กล้าที่จะสบตาสีเขียวแนวแน่คู่นั้น  กลัวว่ามันจะทำให้ข้าร้องไห้ออกมาไม่สมกับตัวเอง  ข้าค่อยๆลมหายใจของตัวเองออกมาเล็กน้อย  แล้วรอฟังคำถามต่อไปของเขา


                “บอกผมมาสิ  ว่ากำลังจะทำอะไรกัน”........ก็แค่.....อยากเล่นอะไรนิดหน่อยน่ะ....

                “แค่นั้นองหรอ?  แน่ใจนะ?”......อืม!  แค่อยากแกล้งพวกมะม๊าเอง!


                “แล้ว......เรื่องที่บอกว่าเป็นบอสของรีพอสซ่าล่ะ?”....อา.....มันเป็นเรื่องยุ่งยากน่ะ....

                “อลิสจัง...จะเอายังไงกับเรื่องนั้น....”........ก็...เดี๋ยวฉันบอกทุกคนเองก็ได้......


                ข้าโกหกเจ้าไปพร้อมกับรอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้า  ซึ่งมันก็พอทำให้ดวงตาสีเขียวของเขาดูสงบลงบ้าง  ก่อนข้าจะเอ่ยขึ้นมาต่อ


                ......นี่.....ช่วยเล่นกับฉันได้มั้ย?.......

                ความเงียบของเขาคือคำตอบของข้า  ข้าจึงถือว่าเขายอมเล่นด้วย  จึงนั่งอธิบายแผนการให้เขาฟังง่ายๆ  แผนที่ใช้เพื่อหลอกเขา  โดยทำให้เหมือนว่าเราสองหลอกทุกคน....


.....ขอโทษนะ.....


                ข้าได้แต่คิดแบบนั้นในใจ  ในขณะที่คุยกับคนรักเป็นครั้งสุดท้าย  แม้ดวงตาสีเขียวของเขาจะส่องสว่างหรือเป็นประกายมากเพียงใด  แต่ว่าครั้งนี้ข้าคงไม่อาจจะเอื้อมไปถึงมันอีกแล้วล่ะ.....

 






......ทรมาน......ทรมาน........


                ข้าได้แต่คิดแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา  ในขณะที่มองภาพเบื้องหน้าที่ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีแดงสด   ความตายที่ข้าได้ทิ้งไว้ด้านหลังมาเป็นเวลานาน.....ทำไมมันถึงช่างทรมานขนาดนี้กัน....แล้วทำไมภาพเบื้องหน้าถึงได้พร่ามัวขนาดนี้...?


                คือการทรยศค่ะ!  และอลิสจังจะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวค่ะ!’เสียงคำพูดของยูนิที่ตะโกนบอกข้าในวันนั้นดังก้องขึ้นมาในหัว  ทำให้ข้าพอเข้าใจแล้วว่า  ความทรมานนี้คือความตายของข้าที่ถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว


                เสียงอื้ออึงของคนเบื้องนอกเปลวเพลิงที่โอบอุ้มตัวข้าดังขึ้นมา  ราวกับมีการทะเลาะอะไรบางอย่างกันอยู่  ข้าได้แต่มองออกไปยังที่ที่คิดว่าเป็นต้นเสียง  ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาด้วยความเศร้าโศก


                ......ขอโทษนะ....ฟรานคุง.....

                ข้าเอ่ยออกไปด้วยเสียงแสนเหนื่อยล้า  เปลือกตารู้สึกหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ  ในอกรู้สึกทรมานราวกับถูกใครบีบรัดหัวใจเอาไว้แน่น  ยิ่งได้เห็นน้ำตาไหลจากดวงตาสีเขียวของคนรักแล้ว  ยิ่งเจ็บปวดเหลือเกิน


                ข้าหันกลับไปมองยังท่านพ่อท่านแม่.......ทั้งสองมองข้าอย่างจงเกลียดจงชัง  แต่ว่าข้ากลับสัมผัสได้ว่าภายใต้ดวงตาทั้งสองคู่ของพวกเขาที่โผล่ออกมายามถูกลมพัดนั้น  กลบฝั่งความรู้สึกเสียใจเอาไว้อยู่


.....เพราะข้าเองก็เคยมีแววตาแบบนั้นมาก่อน.....


                ในขณะที่ภาพรอบด้านเริ่มจะมืดลงเรื่อยๆ  ข้าเห็นแสงสว่างสีทองอ่อนลุกโชกช่วงอยู่เบื้องหน้า แล้วก็มีเสียงแสนอ่อนโยนดังขึ้นมา


                ........วายุ.....ปรารถนาที่จะให้ใครโอบอุ้มกัน?

                ข้าปิดเปลือกตาของตัวเองลงอย่างเหน็ดเหนื่อย  ก่อนจะขยับปากออกมาครั้งสุดท้าย  แล้วจมสู่ห้วงนิทราแสนหวานนิรันดร....


“เด็กเลี้ยงแกะอย่างหนูน่ะ......ไม่เหมาะที่จะให้ใครโอบอุ้มทั้งนั้น”

______________________________
ความคิดของหนูอลิสช่างลึกซึ้งยิ่งนัก
น่าสงสารเหมือนกันนะคะเนี่ย(แกเป็นคนแต่งเองไม่ใช่หรือไงห่ะ?)
555555 ตอนหน้าเป็นตอนพิเศษตอนสุดท้ายแล้วนะคะ
เจอกันค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

49 ความคิดเห็น

  1. #32 pennyphuket (@pennyphuket) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 20:56
    รอตอนต่อไปอยู่นะะะ
    #32
    0