[Fic Reborn Yaoi] Out of Hitory's Pages

ตอนที่ 27 : บทพิเศษ ความทรงจำตลอดร้อยปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.ค. 59

บทพิเศษ : ความทรงจำตลอดร้อยปี


                ตั้งแต่วันนั้น  วันที่ข้าโดนสาปให้มีชีวิตอยู่.....ข้าได้แต่ท่องไปทั่ว  เพื่อตามหาพ่อกับแม่ที่จากข้าไป......และในที่สุดข้าก็ได้เจอกับพวกเขา.....ได้เจอกับร่างของพวกเขา  ที่ถูกกองเอาไว้ด้วยกัน......ข้างๆน้ำตกที่เต็มไปด้วยสีแดงของเลือด....


                “ท่านพ่อ......ท่านแม่......”ข้าที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรง  หลังจากที่พยายามตามหาพวกเขามานาน ได้แต่ทิ้งตัวเองลงไปร้องไห้อยู่กับพื้น  กรีดร้องอย่างคนเสียสติ......จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องดังขึ้นมา


                “แกว๊ก!เสียงร้องของนกที่ข้าไม่คุ้นหู  ทำให้ข้าต้องเงยหน้าขึ้นมาจากร่างที่เย็นยะเยือกของพ่อกับแม่ของข้า.....แล้วมองหาต้นเสียง  แล้วข้าก็ได้เจอ  ได้เจอกับนกฟินิกซ์ในตำนาน  ที่ร่อนลงมาจากท้องนภา....


                “แกว๊ก!มันโผล่มาหาข้ามาแน่วแน่  ก่อนจะเกาะไหล่ข้าเอาไว้.....ความอบอุ่นจากเปลวเพลิงของมัน  ทำให้ข้านึกไปถึงความอบอุ่นจากพ่อกับแม่ที่ตายจาก  ทำให้ข้าเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครา.....ด้วยความคะนึงหาความอบอุ่นจากร่างที่เย็นยะเยือก


                “มีคนเหลือรอดอยู่!

                “จับไปเป็นทาสเร็ว!


                “ยังเด็กอยู่เลย!  ดีข้าอยากมีเมียเด็ก.....”เสียงอื้ออึงมากมายของทหารเหล่าศัตรู  เรี่ยวแรงของผู้ชายมากมายที่พากันฉุดกระชากข้ามาจากนกฟินิกซ์ และร่างที่เย็นยะเยือกของพ่อกับแม่.....ความทรมานอันแสนยาวนานยามที่ข้าถูกเหยียบย้ำศักดิ์ศรีและล่วงล้ำเขตแดนอันบริสุทธิ์........เพียงพริบตาที่ความแค้นโหมกระหน่ำในหัวใจของข้า....เสียงกรีดร้องมากมายก็ดังขึ้นมา


                “อ้ากกกกก!!!

                “ปีศาจ!  นังเด็กนั่นเป็นปีศาจ!!


                “ยิงมัน!    ฆ่ามันเร็วๆสิ!

                “ขอโทษๆๆๆๆ  ได้โปรด!!


                “ช่วยด้วย!!!  อ้ากกกกก!!!!

                ร่างมากมายล้มลงไปกงแทบเท้าของข้า  เลือดมากมายทะลักออกมาจากบาดแผลตามตัวของข้า  ความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชากอาบย้อมไปทั่วร่าง  แต่ไม่ว่ายังไม่......ข้าก็ไม่ตาย.....


                “อุ๊บ!  คิกคิกคิกคิก....คิกคิกคิกคิก.....ฮะฮะฮะฮะฮะฮ่า!!!!!!!!ข้าในวันนั้นได้แต่หัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุดหย่อน.....ก่อนเจ้านกฟินิกซ์แสนงามจะลงมาเกาะไหล่ข้า.......ทั้งๆที่ตัวข้าโชกชุ่มไปด้วยเลือดของพวกผู้ชายชาติชั่วมากมาย.......


                “แกว๊ก!เสียงร้องของมันราวกับระฆังที่ดังสะท้อนอยู่ในใจของข้า  ในขณะที่เปลวเพลิงของมันโอบอุ้มซากศพมากมายที่ข้าสร้างขึ้นมา  เพิ่มความอบอุ่นให้กับตัวข้า......


                “ฮึกฮือออออออออ!!!แล้วข้าก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง  ต่อหน้ากองเพลิงที่แผดเผาทุกสิ่งอย่างให้สิ้นซาก  แผดเผาร่างของเหยื่อชุดแรกของข้าให้กลายเป็นธุลี  แผดเผา......ตัวตนเดิมของข้าทิ้งไป.........


ewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwe


                หลังจากวันนั้น...ข้าก็จมสู่โลกมืดเต็มตัว  ไม่ว่าจะเป็นอะไรข้าก็ทำหมด  ฆ่าคน  ขายตัว  ค้าของเถื่อน.....มีชีวิตอยู่ในเงามืดของสังคม  ซ่อนเร้นตัวตนใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม


                “น่ารังเกียจ”

                “นี่คือเป้าหมาย”


                “ฉันจะพาเธอขึ้นสวรรค์ไปเลยคืนนี้”

                “โอ้ว!  ลีลาเธอสุดยอด”


                “กรี๊ดดดดด!

                “ได้โปรด!!  อย่าฆ่าฉัน!!!


                ไม่ว่าจะเป็นอะไร  หรือเป็นยังไงในสายตาของคนอื่น  ข้าเริ่มที่จะไม่สนมันอีกต่อไปแล้ว....นกฟินิกซ์ตนนั้น....เอคโค่เองก็......ถูกข้าปล่อยทิ้งไว้ตลอดทาง  แม้มันจะบินกลับมาหาข้าใหม่ก็ตาม.....แต่ว่าข้าก็ยังจะดื้อดึงทิ้งมันไว้เรื่อยๆ  เพราะข้าไม่อยากจะเข้าใกล้ความอบอุ่นแบบนั้น  ไม่อยากจะเข้าใกล้แสงสว่างแบบนั้น........


                แน่นอนว่าชีวิตในสังคมมืดของข้าไม่ได้สวยงามเหมือนกับคนอื่นๆ  ข้าต้องหลบซ่อน  ประทังชีวิตจากเศษขนมปัง  หรือขโมยคนอื่นกิน  เพราะข้าไม่เคยได้รับเงินเลยสักครั้ง  และในวันนั้นเอง  วันที่ข้ากำลังทรมานด้วยความหิว  แสงสว่างที่ข้าเลิกเชื่อถือก็สาดทอลงมาที่ข้าอีกครั้งหนึ่ง


                “ตรงนี้มีเด็กสาวอยู่ล่ะ!

                “ดูท่จะหิวด้วยสิ  จี!  พานางกลับฐานทัพเร็ว!


                “พรีโม่!  เดี๋ยวข้าอุ้มเองก็ได้ขอรับ!

                “ฮ้าว! งั้นเดี๋ยวข้าถือของให้เจ้าก็ได้  อุเก็ทสึ”


                “พรีโม่นี่อาจจะเป็นศัตรูก็ได้นะ!

                “นุฟุฟุฟุฟุ  ใช่แล้วครับ”


                “แต่นางน่าสงสาร.....แล้วข้าก็ไม่อยากจะพูดว่าสงสารโดยไม่ช่วยด้วย”


                พวกเขา....วองโกเล่พรีโม่ทั้งเจ็ด  คือแสงสว่างที่สาดทอลงมาในวันนั้น  วันที่ข้าล้มลงด้วยความหิว  พวกเขาพาข้ากลับไปดูแล  ให้ที่พัก  ให้อาหาร  ให้อาวุธแก่ข้า  สอนให้ข้ารู้จักการโกหก  สอนให้ข้ารู้จักโลกมากขึ้น


                “ทำไม  เจ้าถึงเป็นมาเฟียล่ะ  พรีโม่”

                “เพราะว่าข้ามีคนที่ต้องปกป้องไงล่ะ”


                นั่นเป็นคำตอบของเขาที่มักจะตอบกับข้าพร้อมรอยยิ้มเสมอ  และนั่นก็เป็นสาเหตุให้ข้าเลือกที่จะเป็นนักฆ่าใต้การโอบอุ้มของเขา.....เป็นนักฆ่าเพื่อปกป้อง  ปกป้องแสงสว่างของข้าในครั้งนี้เอาไว้  แม้ว่าจะต้องมือเปื้อนเลือดมากแค่ไหนก็ตาม...ข้าคิดแบบนั้นเสมอ  แต่ว่า.....แต่ว่า.....ทุกสิ่งที่ข้าไขว่คว้าได้  กลับสลายหายไปเพียงพริบตา


                “บอกให้หนีไปไงเล่า!!  .....ไม่!  ข้าไม่อยากหนี!  ไม่อยากหนีอีกแล้ว!

                “หนีไปเร็วๆสิ  ยัยบ้า!!  ไปให้ไกลเกินกว่าที่เดม่อนจะตามเจอ!  ......แล้วพวกเจ้าล่ะ!  พวกเจ้าก็ต้องไปกับข้าด้วย!!


                “หนีไปสิครับ!  หนีไป!!....ไม่!!  พวกเจ้าต้องหนีไปกับข้า!  อย่าให้ข้าหนีคนเดียว!

                “หนีไปสิ!!!!.......ไม่!!!!


                “ขอร้องล่ะ....หนีไปเถอะนะ.....เด็กน้อย”.....ทำไมล่ะ.......ทำไมถึงต้องให้ข้าหนีคนเดียวล่ะ.......

                วันนั้น.....ภาพทุกอย่างของข้าอาบย้อมด้วยสีแดงฉานของเปลวเพลิง  เสียงกรีดร้องของผู้คนที่ข้าตั้งมั่นว่าจะปกป้องทำให้ข้าเจ็บปวด........แต่สิ่งที่ข้าทำได้แต่วิ่งหนีเข้าไปในป่า  หนีไปให้ไกลจากเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำ  หนีไปโดยที่ไม่มีพวกเขาทั้งหลายอยู่เคียงข้าง.......แต่ข้าก็หนีไม่พ้น


                “นุฟุฟุฟุฟุ  เป็นของผมเถอะครับ....แทนเธอคนนั้น”

                “อา!  เธอเป็นของผม!  เป็นของผมเท่านั้น!


                ทรมาน....ทรมาน....หยุด!  หยุดเสียที!  หยุดความทรมานนี้ได้แล้ว!!  ข้าได้แต่กรีดร้องออกมา  แล้วพยายามตะเกียกตะกายหนีไปให้พ้นจากการจับกุมของคนที่ทรยศพวกพ้อง  แต่ท้ายที่สุด  ข้าก็ต้องพบเจอกับชะตากรรมแบบเดิม  ศักดิ์ศรีที่แตกละเอียดถูกเขาขยี้จนกลายเป็นผุยผง  ความบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจทำให้ข้าอยากจะตาย  อยากจะตายหายไป.....


                “อ้ากกกก!!  อะไรกัน!! ทำไมเธอถึงดูภาพมายาของผมออก!!

                “ไม่นะ!  หยุดนะ!!!


                “อ้ากกกกก!!!

                “กรี๊ดดด!!


                “อ๊อก!!

                ลึกลงไปอีก  ลึกลงไปอีก  จมสู่ความมืดลงไปอีก  ทั้งๆที่ข้าแค่อยากจะฆ่าเขาเท่านั้น!!  ทำไม!  ทำไมผู้คนมากมายถึงยอมสละชีวิตเพื่อมัน!  เพื่อคนทรยศอย่างมันกัน!!!  ทำไม!!  ทำไมมือของข้าต้องเปื้อนเลือดผู้คนขนาดนี้ด้วย!!!  แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงยังมีชีวิตรอด!!!  ทำไมเดม่อน สเปด  ถึงไม่ตายด้วยน้ำมือของข้ากัน!!!!!


                ewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwewwe


                ผ่านจากช่วงเวลานั้นมา  ชีวิตของข้าก็กลับมาสู่แบบเดิม  จมปลักอยู่ในมุมมืดของสังคม  ดิ้นรนหาเศษขนมปังประทังชีวิต  จนในที่สุด  ข้าก็ตัดสินใจที่จะเดินในเส้นทางนักฆ่าเต็มตัว.......เพื่อที่จะมีชีวิตรอดจนกว่าจะเติมเต็มคำสาปร้ายนี้  ข้าจะต้องยืนหยัดอยู่......ต้องเลือดเย็น  ต้องโกหก  ต้องสวมหน้ากากให้เป็น!


                งานที่ข้ารับมาบางครั้ง  ข้าก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนทำเพื่อมีชีวิตรอด......ได้แต่มองเด็กน้อยกรีดร้องพร้อมน้ำตา  ในขณะที่ข้าสังหารบุพการีของพวกเขา  ได้แต่มองภาพสะท้อนของตัวข้าในวัยเด็กทั้งน้ำตา


                “อ่อก!

                “แม่คะ!!!!


                “อ้ากกกกก!!!

                “ท่านพ่อ!!!


                “กรี๊ดดดดดดด!!!!

                “ทำไม!!!  ทำไมแกต้องฆ่าพ่อของฉันด้วย!!!


                “ฉันจะฆ่าแก!!!   ฉันจะฆ่าแกที่ฆ่าคุณตา!!!!!!!!!!!

                ขอโทษ....ขอโทษ...ขอโทษ.......ข้าได้แต่กรีดร้องคำขอโทษออกมาวันแล้ววันเล่าข้างในจิตใจของตัวเอง  ในขณะที่มองดวงตาเคียดแค้นของเด็กๆผู้เป็นญาติของเป้าหมาย  ข้าได้แต่สวมใบหน้าเปื้อนยิ้ม  แล้วฆ่าเด็กพวกนั้นทิ้งไป.........มือของข้าเปื้อนเลือด....เปื้อนเลือดมากมาย.....ข้าช่วงชิงลมหายใจของผู้คนมาต่อให้กับตัวเอง..........


                “ทำไมกัน...ทำไมฉันถึงต้องมีชีวิตอยู่ด้วยล่ะ”

                “อยากตาย....อยากตายเหลือเกิน”


                “ท่านพ่อ...ท่านแม่....คิดถึงเหลือเกิน”

                “ฮึก....ฮือออออออออ!


                “ฮึก....กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!

                ตลอดร้อยปี.....ข้าได้แต่กรีดร้องอยู่บนที่นอนของตัวเอง  ให้หมอนใบเก่าชุ่มไปด้วยน้ำตา  และคราบเลือดจากการพยายามฆ่าตัวตายของข้า.....ข้าได้แต่จมปลักอยู่ในความมืดไร้แสงใดๆส่องถึง......แม้ฟ๊อกซ์จะเป็นเพื่อนเพียงตัวเดียว  แต่แสงสว่างของมันก็ไม่อาจจะเอื้อมถึงตัวข้าในความมืดมิดนี้ได้อีกแล้ว......จนกระทั่งวันนั้น.....วันที่แสงสว่างที่ข้ารอคอยสาดส่องลงมาอีกครั้ง.......


“นี่.....พี่สาว  ร้องไห้ทำไมหรอ?”


_______________________________

มาลงตอนพิเศษแล้วล่ะค่ะ

ทั้งสี่ตอนจะต่อเนื่องกันหมดเลยนะคะ

เราจะได้รู้ซึ้งไปถึงความคิดของหนูอลิสเลยล่ะค่ะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

49 ความคิดเห็น

  1. #29 pennyphuket (@pennyphuket) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 09:23
    ต่อเร็วๆน้าาา รออยู่เลยยบ
    #29
    0
  2. #28 k.Qreen (@kunrutai) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:44
    ต่อเร็วๆ กำลังรออยู่เลยว่าจะมีต่อรึเปล่า สนุกมากอยากให้เขียนต่อไปแบบว่าชอบมาก
    #28
    0