[Fic Reborn Yaoi] Out of Hitory's Pages

ตอนที่ 12 : บทพิเศษ จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (1/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 มิ.ย. 59

บทพิเศษ  จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (1/3)


                ใจกลางหุบเขาใหญ่  โอบล้อมด้วยหิมะขาวบริสุทธิ์ของเหมันตฤดู  เป็นที่ตั้งของอาณาจักรเล็กๆที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก 


                อาณาจักรวิเวียนต้า เป็นอาณาจักรที่เกิดจากการรวมของสองราชวงศ์เข้าด้วยกัน  ผ่านทางการแต่งงานของราชาและราชินีองค์ปัจจุบัน


                และที่ปราสาทที่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรนั้น  ในวันที่พายุหิมะโหมกระหน่ำเข้ามา  ราชันแห่งอาณาจักรไม่ได้รู้สึกเยือกเย็นเหมือนอย่างเคย  หากแต่ร้อนรนไปกับเสียงครวญครางอย่างทรมานขององค์ราชินีจากในห้องหนึ่งของปราสาท


                กิลเดอเรส เวลส์ราชาแห่งอาณาจักรนี้ กำลังยืนพิงกำแพงที่เย็นยะเยือกของปราสาทอยู่ด้วยท่าทีที่สงบ ทั้งๆที่ในใจกำลังร้อนรนราวถูกไฟเผาอยู่เรื่อยๆ


                ประตูไม้แกะสลักเบื้องหน้า คือสิ่งที่ขวางกั้นเขาให้ออกห่างจากเสียงครวญครางที่แสนทรมานของ แคทเธอรีน วาเลนติน่า เวลส์ ภรรยาและราชินีผู้แสนสง่างามของเขา ที่กำลังจะให้กำเนิดบุตรของแรกแก่เขา...


........รัชทายาทเพียงคนเดียวที่เขาต้องการ........


                “กรี๊ดดดดด!!!”เสียงครวญครางแปรเปลี่ยนเป็นการกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน ก่อนมันจะค่อยๆแผ่วเบาลงจนเงียบหายไป  แล้วประตูไม้ที่ขวางกั้นราชามานานก็ถูกเปิดออก


                “เชิญพระองค์เพคะ”หมอหญิงเอ่ยขึ้น  ในสภาพที่เปียกเลือดเป็นย่อมๆจากการทำคลอด  เธอขยับตัวเองหลบจากทางของราชาที่ใจร้อนรนแต่ท่าทีสงบนิ่ง  ก่อนเขาจะรีบผ่านร่างของเธอไปที่เตียง ที่ราชินีแคทเธอรีนกำลังโอบกอดลูกน้อยเอาไว้อยู่


                กิลเดอเรสจ้องมองรัชทายาทของเขาด้วยแววตาเรียบเฉยระคนยินดี  สำหรับเขาแล้วแคทเธอรีนก็คือ ผู้ให้กำเนิดทายาท  เพียงเท่านั้น  ไม่ใช่คนรักของเขา  เพราะพวกเขาแต่งงานกันด้วยเหตุทางการเมือง 


                “ชื่อ.....”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามคำถามออกมาง่ายๆสั้นๆ ให้องค์ราชินีคนงามได้คิดเล่น  แคทเธอรีนเหลือบตามองสามีของตนเล็กน้อย  แล้วยื่นลูกน้อยในอ้อมแขนให้กับอีกฝ่าย


                “ราซิเอล  เจ้าชายลำดับที่หนึ่ง  กษัตริย์ลำดับที่สอง  รัชทายาทของเวลส์  ผู้ชาย คนพี่”เธอเอ่ยทุกอย่างเท่าที่คิดออกมาด้วยเสียงโทนเดียวกันหมด  ไม่มีความยินดียินร้ายทั้งสิ้น  จนเหล่าคนใช้อดแปลกใจไม่ได้ว่า  องค์ราชินีของคนนั้นกำลังคิดสิ่งใดกันอยู่ในหัว


                “คนพี่?”กิลเดอเรสเอ่ยซ้ำขึ้นมาอย่างแปลกอกแปลกใจ  ก่อนแคทเธอรีนจะหันไปอุ้มเด็กน้อยอีกคนหนึ่งออกมาจากตะกร้าข้างเตียง 


                ดวงตาสีฟ้าหม่นแสงของกษัตริย์หนุ่มจ้องมองเด็กตัวน้อยในห่อผ้าสีขาวอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ได้สติด้วยแววตาเฉยชา  ผิดกับเมื่อครู่ ก่อนราชินีของเขาจะเอื้อนเอ่ยออกมา


                “ลูกคนที่สอง ผู้หญิง”

                “หึ  ข้าไม่ต้องการของที่มันเป็นเศษเกินออกมาหรอกนะ  โดยเฉพาะเศษเกินที่เป็นสตรีไร้ค่าแบบเด็กนี่ด้วย”กิลเดอเรสเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา  ไม่มีแม้แต่ความรักความอาทรให้แก่เด็กหญิงตัวน้อยในห่อผ้า  เพราะสิ่งที่เขาคิดก็มีเพียงแค่ว่า


                “ยังไง  ราซิเอลก็คือรัชทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้น  ของเกินอย่างเด็กนั่น  ฆ่าทิ้งซะ”

                “ได้โปรด......อย่าฆ่านางเถอะ  อย่างน้อยนี่ก็ลูกของข้า  ถึงท่านไม่ต้องการ  แต่ข้าก็ยังต้องการนาง”แคทเธอรีนเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ดูสั่นเครือเล็กน้อย  เพราะความรู้สึกหวาดกลัวไปคำพูดไร้เยื่อใยต่อบุตรีของอีกฝ่าย


                เธอโอบกอดลูกน้อยในอ้อมแขนเอาไว้แน่น เหมือนเป็นการปกป้องไม่ให้อีกฝ่ายมาช่วงชิงเอาไปจากอกของเธอ  ดวงตาสีฟ้าเงินกระจ่างใสจ้องมองสามีของตนอย่างอ้อนวอน


......แม้เขาจะไม่รักเธอก็ไม่เป็นไร  แต่อย่าพรากเอาเด็กคนนี้จากเธอก็เป็นพอ......


                “ได้  แต่นางจะต้องอยู่แค่ฝั่งตะวันตกเท่านั้น  ห้ามโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นเด็ดขาด”ราชินีคนงามรีบพยักหนารับคำของอีกฝ่ายทันที  ก่อนกษัตริย์หนุ่มจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรัชทายาท เพียงคนเดียวของเขา  ทิ้งให้ราชินีผู้น่าสงสารร่ำไห้ด้วยความโศกา


                “เหตุใดท่านจึงไม่รักข้าเลย  ทั้งๆที่ข้ารักท่าน  เหตุใดท่านจึงไม่เห็นเด็กคนนี้เป็นลูกของท่านอีก  ฮึก....ฮึก”หยาดน้ำตาสีใสหยดกระทบใบหน้าของเด็กน้อยในอ้อมแขนราชินีอย่างแผ่วเบา  เปลือกตาที่ปิดสนิทมาตั้งแต่คลอดออกมา  เปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ  ก่อนจะจ้องไปยังแคทเธอรีนด้วยแววตาใสซื่อ


                แคทเธอรีนเอง  เมื่อเห็นลูกน้อยลืมตาครั้งแรกก็รีบปาดน้ำตาของตัวเองทิ้งอย่างลวกๆ  แล้วยิ้มให้กับลูกสาวตัวเองอย่างอ่อนโยน  ดวงตาสีฟ้ากระจ่างของเธอและลูกสอดประสานกันเล็กน้อย  ก่อนเธอจะยกร่างเล็กๆนั้นขึ้นมาจุมพิตอย่างแผ่วเบาด้วยความรัก


                “เจ้าคือเบลโลลิต้า วาเลนติน่า  ทายาทน้อยของข้า  รัชทายาทของข้า  สายเลือดของข้า  นางฟ้าของข้า.....เจ้าหญิงของข้า....เบลของข้า......”หญิงสาวสีทองอ่อนโอบกอดลูบน้อยอีกครา  พร้อมกับร้องไห้ออกมาเงียบๆ  น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าตกลงบนพื้นผ้าสีขาวสะอาดบนเตียง  จนมันชุ่มช่ำราวกับถูกราดน้ำใส่ เหล่าคนใช้ผู้ซื่อสัตย์เองก็อดที่จะร้องไห้ตาราชินีของตนมิได้....


                “ข้าจะเลี้ยงเจ้าเอง  ข้าจะสอนเจ้าทุกอย่างที่ข้ารู้  ข้าจะมอบทุกอย่างที่ข้ามี  เพื่อให้เจ้าเติบโตมาเป็นรัชทายาทของวาเลนติน่าอย่างสง่างาม  เท่าเทียมกับราซิเอล.....”แคทเธอรีนเอ่ยออกมาราวกับให้คำสัตย์สาบาน  แล้วเอามือข้างที่วางเกลี่ยแก้มขาวนวลของลูกสาวตัวน้อยอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู  เด็กหญิงตัวน้อยเองก็ดูจะชอบอกชอบใจ  ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆให้คนเป็นแม่ได้ชื่นใจ





 

 

                “เบลโลลิต้า!

                “แว้ก!”เสียงอุทานไม่สมหญิงดังขึ้นมาจากร่างเล็กๆที่นั่งอยู่ที่ริมขอบหน้าต่างของปราสาทฝั่งตะวันตก  เบลโลลิต้า  หรือ  เบล  ในวัยแปดปีที่เกือบสะดุ้งตกหน้าต่าง  หันไปมองต้นเสียงที่กำลังยืนอยู่เล็กน้อย  แล้วพุ่งเข้าไปกอด


                “ท่านแม่~”เสียงหวานใสราวระฆังของเด็กหญิงทำให้คนเป็นแม่อย่างแคทเธอรีนรู้สึกชื่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน  เธอย่อตัวลงให้พอๆกับส่วนสูงของลูกสาวตัวน้อยแล้วเอามือลูบหัวเบาๆ


                “นี่เลยวันเกิดเจ้ามาสองวันแล้ว  เจ้าเองก็เข้าสู่วัยกำลังโต   พ่อของเจ้ามีคำสั่งให้เจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดและงานเลี้ยง คริสมาสต์ในคืนนี้.....”


                “ถ้าข้าไม่ไปจะโดนท่านพ่อดุมั้ย?”เบลถามออกมาอย่างใสซื่อ  เพราะชีวิตของเธอจำกัดอยู่เพียงปราสาทฝั่งตะวันตกที่ดูมืดมนไร้คนย่างเข้ามาใกล้ 


.....แม่จึงเป็นครอบครัวคนเดียว  และโลกทั้งใบของเธอ.....


                “โดนดุสิจ๊ะที่รัก  เอ๋?  ที่เจ้าพูดอย่างนี้แสดงว่าไม่อยากให้ท่านพ่อรักเจ้าแล้วหรือ  เบลโลลิต้า”เด็กหญิงส่ายหน้ารัวๆให้กับคำพูดของมารดา  เธอยังอยากให้พ่อรักเธอ  จึงทำตัวเป็นเด็กดีมาโดยตลอด  เพราะแม่บอกเธอไว้ว่าถ้าเธอเป็นเด็กดีแล้วท่านพ่อจะรักเธอ.....


                “งั้นไปกันเถอะ  เราไปแต่งตัวกัน”

                “งั้นข้าตัดผมหน้าข้าได้แล้วใช่มั้ย?”เบลถามออกมาในขณะที่เดินตามแคทเธอรีนไปที่ห้องแต่งตัว  ราชินีคนงามยิ้มให้กับคำพูดของลูกเล็กน้อย  แล้วจึงค่อยตอบกลับไป


                “ไม่ได้หรอกลูกรัก  เจ้าไว้ผมหน้าม้าปิดตาก็น่ารักอยู่แล้ว”

                “จริงหรอ?!”เบลพูดออกมาอย่างดีใจ  พร้อมรอยยิ้มกว้าง  ทำให้คนเป็นแม่รักและเป็นห่วงเธอมากขึ้นไปอีก 


                “เอาล่ะ  อยู่เฉยๆนะลูกรัก”แคทเธอรีนเอ่ยขึ้นมา  ในขณะที่ปล่อยให้เบลยืนอยู่กลางห้องแต่งตัว  แล้วเธอไปเลือกชุดให้กับลูกสาวที่น่ารักของตัวเอง


                แต่นิสัยเด็กวัยกำลังซนก็อ่ะนะ  อยู่เฉยๆไม่ค่อยเป็นหรอก  พอมั่นใจว่าแม่ของเธอกำลังง่วนอยู่กับการเลือกเสื้อผ้า  เด็กหญิงก็เดินออกมานอกห้องอย่างสบายใจเฉิบ  เพื่อที่จะสำรวจปราสาทฝั่งตะวันตกเล่น  เหมือนที่เธอทำทุกวัน

 





 

                โครม!


                “โอ๊ย!”เสียงกรีดร้องประสานกันดังขึ้นมา  เมื่อร่างของเบลชนกับใครก็ไม่รู้ที่เลี้ยวมาจากหัวมุมของทางเดิน  ร่างเล็กๆของเด็กหญิงลงไปกองอยู่กับพื้น  ก่อนเธอจะรีบมองไปยังคนที่มาชนเธอพอดี


                “โทษที”เสียงของคนที่เธอกำลังมองดังขึ้นมา  พร้อมมือเล็กๆของอีกฝ่ายที่ยื่นมาให้เธอจับ  เบลถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้  ก่อนจะจับมือของอีกฝ่าย  แล้วดึงให้ตัวเองขึ้นไปยืน


                “เอาเถอะๆ  ครั้งหน้ามองทางด้วยแล้วกัน”เบลโลลิต้าเอ่ย  ในขณะที่ปัดฝุ่นตามกระโปรงของตัวเองอยู่


                “แล้วเจ้าเป็นใครกันล่ะ  ไหงมาอยู่ฝั่งตะวันตกได้”เด็กชายที่ชนกับเธอถามออกมาด้วยเสียงที่เจือความสงสัยเอาไว้อยู่  เบลโลลิต้าเองก็กำลังจะเงยหน้าขึ้นไปตอบอีกฝ่าย  เพื่อจะได้รู้ว่าใครกันที่ชนเธอ 


                “ข้าชื่อ เบ......”

                “เบลโลลิต้า!!!”เด็กหญิงสะดุ้งเฮือก  เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของแม่ตัวเอง  เธอรีบหันหลังกลับและใส่เกียร์หมาวิ่งไปทันที  โดยไม่สนใจคนที่รอฟังคำถามอยู่เลยแม้แต่น้อย.....


                “เบลโลลิต้า......?” ราซิเอลพึมพำออกมาเบาๆกับตัวเอง พร้อมฉีกรอยยิ้มออกมาอย่างถูกอกถูกใจราวกับเด็กที่ได้ของเล่นใหม่


                ใครจะไปคิดกันล่ะว่า  การออกมาเดินเล่นฝั่งตะวันตกที่ท่านพ่อห้ามนักห้ามหนา  จะทำให้เจอของดีที่ถูกซ่อนเอาไว้อยู่อย่างเด็กหญิงผมทองปิดหน้าปิดตาที่เหมือนเขาสุดๆแบบเบลโลลิต้า


........หวังว่าจะได้เจอกันอีก.........

 





                “ตื่นเต้นหรอ?  ลูกรัก”แคทเธอรีนถามลูกสาวผมทองที่กำลังยืนสั่นอยู่ข้างตัวเธอเล็กน้อย  เบลพยักหน้าให้กับผู้เป็นมารดาไปตามความจริง


......มีแม่เป็นโลกทั้งใบมาตลอดแปดปี  แล้วจู่ๆก็ต้องมาเข้างานเต้นรำ......

.......ใครไม่ตื่นเต้นก็บ้าแล้ว!.......


                “เอาน่า  เชื่อแม่  วันนี้ลูกแม่น่ารักแล้ว  ไม่ต้องกลัว”ผู้เป็นแม่เอ่ยปลอบประโลม  พร้อมกับลูบหัวของลูกสาวตัวเองเบาๆ  เบลจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น


                ตอนนี้เธออยู่ในชุดเกาะอกสีม่วงสลับกับโมโนโครม(ดำ-ขาว) ที่มีลูกไม้เล็กๆเต็มชายกระโปรงที่ยาวเลยเข่าเธอมานิดนึงเต็มไปหมด  บนหัวเธอเองก็มีมงกุฎประดับด้วยโอปอลเม็ดงามให้หนักหัวเล่น  คอเธอก็มีสร้อยที่ประดับด้วยนิลกาลของมารดา.......


.....มันดูเต็มยศซะจนน่าอาย.....


                “เอาล่ะ  รออยู่ตรงนี้นะจ๊ะ  เดี๋ยวแม่กลับมา”

                “อืม”เบลตอบรับในลำคอ  ก่อนจะมองแม่ของเธอออกไปต้อนรับผู้คนมากมายผ่านทางม่านเบื้องหลังบัลลังก์ใจกลางโถงใหญ่ 


                ดวงหน้าหวานสวยของเด็กหญิงบูดบึ้งเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ  ชุดที่เธอใส่มันทำให้เธอรู้สึกเย็นๆที่หัวไหล่ไปหมด  ก่อนเธอจะสะดุ้งเฮือกเมื่อมีใครสักคนมาจับไหล่ไร้ผ้าคลุมของเธอ


                “แว้ก!
                “อุทานได้สมหญิงมาก”เสียงคุ้นๆหูดังประชดประชันเด็กหญิงขึ้นมา ทำเอาเบลโลลิต้าต้องหันไปมอง  ก่อนดวงตาสีฟ้าใต้เรือนผมจะเบิกกว้างด้วยความตกอกตกใจ  ซึ่งคนสะกิดเธอเองก็มีความตกอกตกใจฉายออกมาบนใบหน้าเช่นกัน


                “เจ้า!”ราซิเอลเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ  เมื่อเด็กหญิงที่พึ่งวิ่งชนตอนบ่าย  มาอยู่เบื้องหน้าของตัวเองอีกคราหนึ่ง  ในอกเขาก็เริ่มรู้สึกสั่นแบบแปลกๆ อีกครั้ง


                “ทำไมเจ้าถึงเหมือนข้าล่ะ!”คราวนี้เป็นเบลโลลิต้าที่เอ่ยออกมาอย่างตกใจ ด้วยเพราะคนตรงหน้าเหมือนภาพสะท้อนของเธอในเวอร์ชั่นเด็กผู้ชายมากๆ  ซึ่งไอ้คำพูดแบบนั้นก็ทำให้ราซิเอล ฉุนเล็กน้อย


                “อะไรกัน  นั้นคือคำทักทายคนที่เจ้าพึ่งเจอครั้งแรกหรอ?  ไร้มารยาทสิ้นดี”

                “ทีเจ้าล่ะ ทักข้าคำแรกด้วยคำด่ามีมารยาทตายแหละ!”เด็กหญิงผมทองเถียงกลับไปด้วยความไม่พอใจที่ถูกจุดขึ้นมา  ก่อนเธอจะค่อยๆผ่อนลมหายใจ  เมื่อนึกได้ว่าต้องรักษาชื่อเสียงของแม่ตัวเอง


                “ขอโทษที่เสียมารยาทไปเมื่อครู่  ข้าชื่อเบลโลลิต้า วาเลนติน่า”
                “ข้าชื่อ ราซิเอล  เวลส์  ต้องขอโทษที่เสียมารยาทเช่นกัน”ทางราซิเอล เองเมื่อเด็กหญิงย่อมเอ่ยคำขอโทษออกมาก่อน  เขาก็รีบขอโทษตามทันที  เพื่อเป็นการรักษาเกียรติของรัชทายาท 


                “ท่านราซิเอล!”เสียงของเหล่าสาวใช้ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบชั่วขณะ  ระหว่างเบลกับราซิเอล  คนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อย  ก่อนจะหันหลังและเดินจากไป โดยไม่ลืมกล่าวคำลาตามมารยาท


                “ข้าต้องไปแล้ว หวังว่าจะได้มีโอกาสคุยกันมากกว่านี้นะ  เบลโลลิต้า”

                “อืม”เบลรับคำง่าย  ในขณะที่มองร่างของเด็กชายที่เหมือนตัวเองหายไปในความมืด  แล้วเธอเองก็กลับมาสนใจกับคนมากมายเบื้องหน้าเหมือนเดิม



 

                “ท่านพ่อ  ข้ามาแล้วครับ”

                “ไง  ราซิเอล”กิลเดอเรสเอ่ยออกมา  เมื่อรัชทายาทของตน  เดินเข้ามาหาตัวเอง  หลังจากที่ส่งสาวใช้ไปตาม  เขาเอามือลูบหัวเด็กชายน้อยๆ อย่างอารมณ์ดี


                “ได้รู้จักใครบ้างยัง?”
                “เยอะเลยครับ  รัฐมนตรีเอ็ดวิงแนะนำให้ข้ารู้จักเยอะเลย”ราซิเอล ตอบกลับไปด้วยเสียงเรียบๆ  ในขณะที่เหลือบไปมองอิสตรีคนงามที่กำลังยืนยิ้มให้เขาอยู่ข้างพ่อของตัวเอง


                “เจ้าโตขึ้นเยอะเลยนะ  ทั้งๆที่ข้าไม่เจอเจ้าแค่สัปดาห์เดียวเอง  ราซิเอล”

                “ท่านแม่เองก็งามขึ้นนะครับ”แคทเธอรีนหัวเราะออกมาเบาๆให้กับคำพูดของลูกชายตัวเอง  ทั้งๆที่ในใจกำลังนึกกังวลว่าเธอทิ้งให้เบลเหงาอยู่หรือเปล่า


                “ตอนนี้แขกก็มากันหมดแล้ว  งั้นเดี๋ยวข้าไปก่อนล่ะ”จู่ๆราชินีคนงามก็เอ่ยขึ้นมา  แล้วหันหลังเดินจากราชาและบุตรชายของตนไป  เพื่อไปหาบุตรีที่ตนทอดทิ้งเอาไว้อยู่เพียงลำพัง


                “ท่านพ่อขอรับ  ข้ามีเรื่องสงสัย”

                “ว่ามาสิ”กษัตริย์หนุ่มเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยน  ในขณะที่ลูบผมสีทองของราซิเอลไม่เลิก  เด็กชายวัยแปดปีเรียงคำพูดในหัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมา


                “ข้าเจอเด็กคนหนึ่ง  แล้วจู่ๆอกข้าก็รู้สึกสั่นแปลกๆ  ข้ารู้สึกถูกใจเด็กคนนั้นมาก  อยากครอบครอง  อยากปกป้อง  พอต้องจากกันข้าก็อยากจะพบนางอีกไวๆ  ความรู้สึกนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ”


                “ฮะฮะฮะฮะ  ใครกันคือสาวน้อยผู้โชคดีคนนั้น  ดูเหมือนเจ้าจะตกหลุมรักนางซะแล้วล่ะ”กิลเดอเรสพูดออกมาพร้อมหัวเราะอย่างดีอกดีใจ เพราะอย่างน้อยเขาไม่จำเป็นต้องจัดหาคู่หมั้นให้ลูกชายเหมือนที่เขาโดนแล้ว.....


                ส่วนทางราซิเอล เองก็หน้าขึ้นสีแดงเป็นแทบเพราะคำพูดของบิดาตนเอง  ถึงจะไม่เข้าใจดีว่าความรู้สึกที่เขามีเป็นความรักได้ยังไง  แต่ก็ต้องยอมรับมัน  เพราะเป็นคำพูดของพ่อของเขา  แต่ที่น่าอายคือ เขาตกหลุมรักคนที่พึ่งเจอกันได้แค่วันเดียว  แถมทักทายไม่กี่ประโยคเนี่ยนะ!?!


                “บอกข้าหน่อยสิ  เด็กสาวคนนั้นคือใคร”

                “ชื่อของนางคือเบ.....”


                “กิล”เสียงของแคทเธอรีนดังขัดราซิเอล ขึ้นมา  พร้อมร่างของราชินีผู้สง่างามที่เดินมากับเบลโลลิต้าที่ดูจะเขินอายอยู่ไม่น้อย  รอยยิ้มกว้างที่เคยอยู่บนใบหน้าของกิลเดอเรสหุบลงทันที  เมื่อเห็นเบลโลลิต้าหลบอยู่หลังราชินีของตน  ผิดกับราซิเอลที่ฉีกยิ้มออกมาอย่างดีใจ


                “เบลโลลิต้า  ทักทาย พ่อกับ พี่ชายฝาแฝด ของเจ้าสิ”

                “ค่ะ”เบลตอบกลับมาอย่างอายๆ  ก่อนจะเดินออกมาจากหลังแม่ของตน  ดึงดูดให้ทุกสายตาของคนที่มางานจ้องมาที่เธอได้เป็นอย่างดี  ด้วยท่าทีงามสง่าและความงามที่ดูสมวัย


                “ข-ข้า....เบลโลลิต้า  เพคะ  ท่านพ่อ  ท่านพี่”เด็กหญิงก้มหน้าลงพร้อมกับย่อตัวแบบสั่นๆเล็กน้อยตัวความอาย  แต่โดยรวมก็ยังคงดึงดูดสายตาคนให้มาสนใจได้เป็นอย่างดี  


                ราซิเอล เองก็คงจะเป็นหนึ่งในคนที่ถูกดึงดูด  หากแต่คำพูดของแคทเธอรีนผู้เป็นแม่ของเขากับคำพูดที่มาจากปากของเบลโลลิต้าที่เขาแอบรักทำให้เขาสะดุดไปเลยทีเดียว


......พี่ชายฝาแฝด...?......

.......พระเจ้า   เขาหลงรักน้องสาวฝาแฝดของตัวเอง.......


                “ยังไงข้าก็ไม่ยอมรับเด็กคนนี้ในฐานะของลูกสาวหรอกนะ”


                เพี๊ยะ!


                ราซิเอลที่กำลังช็อคค้างเมื่อครู่นั้น  สะดุ้งเพราะเสียงเนื้อกระทบกัน  ก่อนจะเงยหน้ามองภาพเบื้องหน้า ใบหน้าของเบลโลลิต้าที่เขารัก  ถูกพ่อตบเข้าให้อย่างแรง  จนเป็นรอยปื้นสีแดงเถือก  หยาดน้ำตาคลออยู่ที่ดวงตาสีฟ้ากระจ่างของอีกฝ่าย  ที่เผยให้เห็นเพราะเจ้าตัวทัดผมขึ้นมาข้างหนึ่ง......


                “ข-ข้า.....”ไม่รู้ว่าเพราะอะไรดลใจ  เสียงที่สั่นเครือของเบลทำเอาองค์ชายรัชทายาท  ออกตัวไปดึงอีกฝ่ายมากอดเอาไว้เบาๆ  ในขณะที่แคทเธอรีนเองก็ส่งสายตาพิฆาตใส่สามีของตัวเองอยู่


                “อย่าร้องนะ  น้องรัก”เด็กชายกระซิบเบาๆที่หูของคนตัวเล็กกว่า  ก่อนจะรั้งอ้อมกอดของตัวเองในแน่นขึ้น  เสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นมา  เพื่อดึงความสนใจของเหล่าแขกที่มาร่วมงานไปที่การเต้นรำ


                กิลเดอเรสและแคทเธอรีนเข้าคู่กันอย่างรวดเร็ว  ก่อนจะเดินลงไปเปิดฟลอร์เต้นรำ  แน่นอนว่าราชินีคนงามก็จงใจกระทืบเท้าใส่ราชาของตัวเองไปหลายทีเป็นการลงโทษที่ทำให้ลูกสาวสุดที่รักของเธอร้องไห้และมีรอยแดงปื้นใหญ่บนหน้างามๆ


                “สักเพลงมั้ย?”      

                “ฮึก...ฮึก...ฮือออ”เสียงร้องไห้แทนคำตอบให้กับราซิเอล  เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย  ก่อนจะพาร่างเล็กๆของเบลไปที่ระเบียงของปราสาท  เพื่อจะได้ปลอบได้ง่ายๆขึ้น


                “ไม่คิดจะเงยหน้ามองพี่ชายตัวเองหน่อยหรอ?”

                “ท่านพ่อไม่ยอมรับข้าเป็นลูก  แต่ท่านพี่จะรับข้าเป็นน้องหรอ  ฮือออออ”แทนที่จะหยุดร้องไห้ได้ง่ายๆ  เด็กหญิงกับรองหนักกว่าเดิม  น้ำตาไหลอาบใบหน้าไปหมด  ชุดเองก็เริ่มเปียกชื้นเพราะน้ำตาตกลงมากระทบซ้ำหลายครา


                “ร้องไห้ไม่สมเป็นผู้หญิงเลยนะ”

                “หุบปากของเจ้าไปเถอะน่า  ราซิเอล!!”ในที่สุดเบลก็เลิกทำตัวเป็นเด็กดีมีมารยาท  ด้วยการตะคอกใส่พี่ชายฝาแฝดตัวเอง ด้วยคำพูดที่ไม่มีความเป็นทางการเลยแม้แต่นิดเดียว  ทำเอาราซิเอลถูกสะกดให้ยืนอยู่กับที่อีกครา


                “จ-เจ้ารู้  ว่าข้าเป็นพี่ของเจ้า?”

                “ใครมันจะไปโง่ ถึงขนาดเดาไม่ได้ล่ะ  เหมือนกันอย่างกับส่องกระจก”เบลโลลิต้าเอ่ยพร้อมกับปาดน้ำตาลวกๆ  เพราะเธอหมดอารมณ์ที่จะเศร้า และทำใจได้แล้ว  ดวงตาสีฟ้ากระจ่างจ้องมองหน้าของเด็กชายเบื้องหน้าที่จะดูอึ้งๆอยู่


                “สรุปจะเต้นสักเพลงมั้ย?”เด็กหญิงเอ่ยออกมา  พร้อมกับทำท่าเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในโถง  แต่ราซิเอลกลับจับข้อมือของเธอเอาไว้ ทำให้เธอเลือกที่จะไม่ก้าวกลับเข้าไป


                “เต้นด้วยกันตรงนี้แหละ  ด้านในคนมันเยอะ”รัชทายาทผมทองเอ่ยเบาๆ  ก่อนจะดึงให้อีกฝ่ายมาเข้าคู่กับตัวเอง  คนที่ร้องไห้เมื่อครู่ถอนหายใจให้กับความคิดของอีกฝ่ายเล็กน้อย  แล้วยอมเข้าคู่ด้วยโดยง่าย....


                “ข้าว่าเรามาทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่านะ”

                “ก็ดี  เจ้าเริ่มก่อนเลย  ราซิเอล”ทั้งสองโต้ตอบกันในขณะที่ขยับตัวไปตามจังหวะเสียงเพลง  โดยไม่มีผู้ใดสังเกตมามอง ราซิเอลจ้องมองดวงตาสีฟ้ากระจ่างผ่านม่านผมของตัวเองเล็กน้อย


.......ช่างเป็นสีฟ้างดงามราวกับท้องฟ้าในฤดูร้อน  ผิดกับของเขาที่ดูหม่นหมองเสียกระไร......


                “งั้น  เจ้าชอบทำอะไรยามว่าง”

                “ฝึกปามีด  ทำอาหาร  ปลูกผัก  เย็บผ้า  ร้องเพลง  เล่นดนตรี  ล่าสัตว์  ฝึกดาบ  !@#$%^&*(  แล้วก็เชือดคนที่มาลอบฆ่า”ราซิเอลช็อคค้างกับคำตอบที่ดังออกมาจากใบหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะระบายยิ้มกว้างให้อย่างถูกอกถูกใจ


                “เรานี่ชอบทำแบบเดียวกันเลยเนอะ  แล้วต่อไป สีที่ชอบ”

                “สีแดงสด”รอยยิ้มกว้างถูกวาดขึ้นมาบนใบหน้าของเบลบ้าง  เมื่อนึกไปถึงสีที่ตัวเองชอบ  แน่นอนว่าราซิเอลเองก็หลงไปกับรอยยิ้มงามๆของน้องสาวตัวเองสุดๆ


.......ไม่สนแล้วล่ะ  สายเลือดช่างหัวมัน  เขาจะรักเด็กคนนี้ต่อไป........






               
                “เจ้าจะมาหาข้าที่ฝั่งตะวันตกทุกวันจริงๆนะ”

                “สัญญาก็คือสัญญาสิ”ราซิเอลย้ำคำพูดของตัวเองอีกครั้ง  ในขณะที่เดินทอดน่องอยู่ในสวนสวยกับน้องสาวฝาแฝดของเขาอย่างเบลโลลิต้า  เด็กหญิงตัวน้อยที่เอาผมมาปิดตาดังเดิมระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจ  ที่จะได้มีเพื่อนเล่นกับเด็กคนอื่นเขาบ้าง


                “ดีจังเลย  โลกของข้าจะไม่มีแค่ท่านแม่แล้ว”

                “อะไรกัน  ท่านพ่อไม่เคยไปหาเจ้าบ้างหรือไง แบบสัปดาห์ละครั้ง  แบบเดียวกับที่ท่านแม่มาหาข้า”คำพูดของราซิเอล  ถูกตอบกลับด้วยการส่ายหัวทองๆของเบล  เขาถอนหายใจออกมา  เมื่อรู้ว่าตัวเองพูดเรื่องให้เสียบรรยากาศออกไปแล้ว  ทั้งๆที่การกระทำของผู้เป็นพ่อเมื่อครู่ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ารังเกียจน้องสาวของเขามากแค่ไหน


                “อา....ดูสิ  กุหลาบออกดอกแล้วล่ะ”

                “ไหนๆ”ด้วยสกิลเนียนที่พอมีติดตัวบ้างของราซิเอล  ทำให้เขาสามารถเบนความสนใจของน้องสาวสุดที่รักไปที่ดอกกุหลาบสีแดงสดที่ผลิบานอยู่ได้ง่ายๆ  ดวงตาของเบลให้ความสนใจดอกกุหลาบที่ถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีแบบสุดๆ


                “สวยจังเลย  ข้าเคยเห็นแค่กุหลาบป่าที่อยู่ในป่าฝั่งตะวันตกเท่านั้นเอง”

                “จะเอาสักดอกมั้ยล่ะ  เดี๋ยวข้าตัดให้”เบลรีบพยักหน้าให้กับคำพูดของพี่ชายฝาแฝดตัวเองทันที  ราซิเอลจึงหยิบมีดที่พกติดตัวตลอดเวลาออกมาตัดกุหลาบให้กับน้องสาวสุดที่รัก  โดนระวังไม่ให้หนามกุหลาบตำนิ้วตัวเองไปด้วย


                “อ่ะ”

                “ขอบคุณมากนะ  ราซิเอล”เด็กหญิงเอื้อนเอ่ย  พร้อมกับรับดอกกุหลาบมาถือไว้ในมือ  หนามที่น่าจะมีอยู่บนก้านก็ถูกพี่ชายฝาแฝดแสนดีฝานทิ้งให้เป็นที่เรียบร้อย  เพื่อไม่ให้นิ้วสวยๆได้รับบาดแผลจากมัน


                “ถ้าเจ้าชอบ  เดี๋ยวพอมันช่วงมันออกดอกแบบนี้  ข้าจะตัดเอาให้เจ้าทุกวันนะ”

                “จริงหรอ!?!  ข้ารักเจ้าที่สุดเลย  ราซิเอล  อ่ะ  แต่รองจากท่านแม่นะ”เบลโลลิต้าเอ่ยพร้อมกับดึงเด็กชายผู้เป็นฝาแฝดมากอดเบาๆ  จนฝ่ายนั้นรู้สึกดีใจปนเขินอาย  ที่คนที่ตัวเองแอบชอบพ่วงกับตำแหน่งน้องสาวมากอดกลางแจ้งแบบนี้


......จะน่ารักเกินไปแล้ว  เบลโลลิต้า.......


___________________________________________________

มาแล้วค่ะ  บทพิเศษ  

ที่เห็นว่าเป็นพาร์ทๆไม่ใช่อะไรนะคะ

แต่เพราะบทพิเศษมันยาวมากๆ  เลยต้องตัดแบ่งเป็นพาร์ทๆไป

หวังว่าจะชอบกันนะคะ

เจอกันตอนหน้าค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

49 ความคิดเห็น