[Fic Reborn Yaoi] Out of Hitory's Pages

ตอนที่ 10 : บทที่ 8 สายสัมพันธ์สีแดงสด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 มิ.ย. 59

บทที่ 8  สายสัมพันธ์สีแดงสด


                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


                “อืม....”เสียงครางเบาๆดังมาจากร่างของอลิสที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างเพียงคนเดียว  เด็กสาวค่อยๆลืมตาออกมาเล็กน้อย  ก่อนจะมองไปยังประตูที่มีใครสักเคาะอยู่อย่างมึนๆ


                ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


                “กำลังไปค่ะ”อลิสเอ่ยออกมาด้วยเสียงงัวเงีย  แล้วเดินเซๆไปเปิดประตูห้องให้กับคนเคาะในที่สุด  ดวงตาสีแดงสดใต้เรือนผมมองคนที่มาเคาะประตูเล็กน้อย  ก่อนจะเบิกกว้างอย่างตกใจ


                “ฟ-ฟรานคุง  มาได้ไงอ่ะ!

                “ผมก็ติดมากับเครื่องบินที่มารับบอสสึนะไงครับ”ฟรานตอบ  พร้อมกับผลักเด็กสาวเบื้องหน้าตัวเองเบาๆ  แล้วยกกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้องโดยไม่คิดแม้แต่จะขออนุญาตเจ้าของห้องที่ตอนนี้ตื่นเต็มตาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว....


                “แล้วมาทำไม”

                “ปราสาทวาเรียพัง  เลยไม่มีที่อยู่  เผอิญเจอคุณคนขับพอดี  Me เลยขอเกาะติดมาเลย”เด็กหัวกบเอ่ย  พร้อมกับทิ้งตัวเองลงบนเตียงแบบเหนื่อย  ทำเอาเด็กสาวที่พึ่งประตูห้องเสร็จรู้สึกเคืองเล็กน้อย  ที่บังอาจนอนบนเตียงก่อนจะได้รับอนุญาตจากเธอ


.......แต่....เธอไม่คิดว่าไอ้คำโกหกของเธอมันจะเป็นเรื่องจริงนะเนี่ย.......


                “วิญญาณที่นี่ใจดีจังนะครับ  แค่บอกว่ามาหาอลิสจังก็ชี้ทางให้  แล้วยังยิ้มให้อีก”

                “ลุกเลยนะ ฟรานคุงนั่นที่นอนของฉันนะ!”อลิสเอ่ย  พร้อมกับกระชากผ้าห่มที่อีกฝ่ายเอามาคลุมตัวอย่างแรง  จนคนที่เกาะมันเอาไว้แน่นกลิ้งตกลงมาจากเตียงด้วยอีกคน


                ตุบ!


                “เจ็บ  เจ็บจังเลยครับ  อย่าเล่นแบบนี้สิคร้าบบบ อลิสจัง”

                “คิกคิกคิกคิก”เด็กสาวหัวเราะออกมา  ในขณะที่ชูมีดขึ้นมาขู่ฟรานซึ่งกำลังแกล้งร้องโอดครวญออกมาด้วยใบหน้าตายด้านอยู่  เด็กหนุ่มผมเขียวมองมีดที่พุ่งมาทางเขาเล็กน้อย  ก่อนจะปล่อยให้มันปักหมวกกบของตัวเอง


                ฉึก! ฉึก! ฉึก!


                มีดสีเงินวาววับปักลงบนหมวกกบเต็มๆ  แต่คนที่ใส่มันอยู่กลับไม่มีท่าทีเจ็บปวดใดๆทั้งสิ้น  แถมยังดึงมันออกมาดื้อๆแล้ว  หักทิ้งอย่างไม่ใยดีอีกต่างหาก


                เปาะ! เปาะ! เปาะ!


                “ของเล่นงี่เง่า ของเล่นงี่เง่า ของเล่นงี่เง่า” เส้นประสาทของอลิสปูดกว่าเดิม  เมื่อมีดที่เธออุตส่าห์ไปขโมยมาจากเบลถูกหักทิ้งดื้อๆ  เจ้าตัวเลยจังอีกชุดหนึ่งให้กับฟรานไป


                ฉึก! ฉึก! ฉึก!


                “โอ๊ะ!  แบบนี้มันน่าอายนะครับอลิสจัง  มีมีดปักบนหัวเนี่ย”

                “คิกคิกคิกคิก”เสียงหัวเราะโรคจิตที่แทบจะถอดแบบมาจากเบลไม่ทำให้ฟรานกลัวแม้แต่น้อย  มันกลับยิ่งทำให้เขาอยากกวนประสาทอีกฝ่ายมากกว่าเดิม  เหมือนกับที่เขาชอบกวนประสาทรุ่นพี่ผมทองของตัวเอง.....


                “งั้นเดี๋ยวผมโยนแบบไม่หักให้ก็ได้ครับ”ว่าแล้ว  เด็กหนุ่มหัวกบ  ก็เดินไปที่หน้าต่างก่อนจะเปิดมันขึ้นแล้วโยนมีดที่ปักอยู่บนหัวตัวเองเมื่อครู่ลงไป  ทำเอาเด็กสาวที่ยืนมองอยู่เหวอออกทันที.....


                “ฟราน....คุง”เสียงของอลิสเหี้ยมขึ้นกว่าเดิม  แต่ฟรานก็เหมือนเดิม  แถมยังทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกรอบแบบไม่กลัวจะโดนกระชากด้วยซ้ำ.....


                “นอนเถอะครับ อลิสจัง  ผมเหนื่อยแล้ว”เด็กหนุ่มบ่นเสียงอู้อี้ออกมา  ก่อนจะตบที่ข้างๆด้วยใบหน้าตายด้าน  จนอลิสอยากจะตบแรงๆสักทีสองที......


                ฟุ่บ!


                “คืนนี้ฉันเห็นว่านายเหนื่อยหรอกนะ  เลยยอมนอนด้วย!”อลิสเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับทิ้งตัวเองลงนอนข้างๆฟราน  แล้วดึงผ้าห่มบนพื้นมาห่มร่างของตัวเองและคนข้างๆเอาไว้ด้วยใบหน้าที่มีสีแดงจางๆอยู่


                “อลิสจังเนี่ย.... ซึนเดเระจังเลย”

                “เหนื่อยไม่ใช่หรือไง  หุบปากแล้วก็นอนไปได้แล้ว!”เด็กสาวเอ่ยอีกที พร้อมกับเอามือดันปากอีกฝ่ายให้ไปไกลๆจากหน้าผากของตัวเอง  แล้วจมลงสู่ห้วงนิทรา


                ฟรานมองเด็กสาวเบื้องหน้าตัวเองอย่างอ่อนโยน  เมื่อเห็นลมหายใจของอีกฝ่ายสม่ำเสมอแล้ว  ก็เอามือตัวเองไปลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ  ด้วยความเอ็นดูเจือความรักอันบางเบาลงไป


                “รักนะครับ  เจ้าหญิง”เสียงกระวิบอันแสนอ่อนหวานแทบจะเป็นการบ่งบอกความในใจทั้งหมดของฟราน  เขาอยากจะบอกอีกฝ่ายเหลือเกินว่ารักมากแค่ไหน  เรียกว่ารักและรู้สึกผูกพันตั้งแต่แรกพบ.....


.......หลังจากนั้นเขาก็แอบตามดูอีกฝ่ายแทบจะทุกวัน........





 

                “มะม๊า.....ไหวมั้ยคะเนี่ย”เสียงของอลิสดังขึ้นมาในห้องของเบลและราซิเอล  บนเตียงกว้างมีร่างของแฝดผู้น้องกำลังนอนซมอยู่ด้วยใบหน้าแดงจัดเพราะพิษไข้


.......ก็เล่นแช่อยู่ในอ่างน้ำทั้งคืนกับราซิเอลนี่เนอะ.........


                “รุ่นพี่เบลเนี่ย  สภาพดูไม่ได้เลยนะครับ”ฟรานที่นั่งอยู่ข้างๆเด็กสาวเอ่ยออกมา  ก่อนจะเอียงหัวหลบมีดที่ปามาโดยเบล  พริ๊นเดอะริปเปอร์มองรุ่นน้องจอมกวนประสาทของตัวเองด้วยแววตาเคืองๆ  แต่พอจะปามีดใส่หัวกบๆของฟราน  ก็มีคนทำแทนซะก่อน


                ฉึก! ฉึก! ฉึก!


                “เจ็บนะครับ อลิสจัง”

                “คิกคิกคิกคิก  ใครใช้ให้นายไปกวนมะม๊าก่อนล่ะ ฟรานคุง!”อลิสเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง  พร้อมกับปามีดอีกชุดหนึ่งใส่หัวของฟราน  ซึ่งฝ่ายนั้นก็ไม่แม้แต่จะหลบเพราะขี้เกียจที่จะขยับตัวหนี....


                “มีดคุ้นๆนะ  ยัยเด็กแสบ”เบลที่นั่งพิจารณามีดที่อลิสปาอยู่นั้นเองขึ้นมาเบาๆ   แต่ทำเอาเด็กสาวคนลุกซู่ไปทั้งตัว  เพราะพึ่งโดนจับว่าแอบขโมยมีดอีกฝ่ายมาใช้.....


                “อา.....ปะป๊าไปเอาข้าวต้มนานจังเลย  เดี๋ยวหนูกับฟรานคุงไปตามให้นะคะ”อลิสรีบใช้สกิลแถส่วนตัวลากคอฟรานที่กำลังนั่งหักมีดอยู่ออกมาจากห้องด้วยความเร็วแสง  สวนกับราซิเอลที่ตัวเองใช้เป็นข้ออ้างตรงประตูพอดี


                “ยัยเด็กนั่นเป็นอะไรไปล่ะ เบล”

                “ก็....ไม่รู้สินะ  ชิชิชิช—แค่กๆ”คนที่แค่นเสียงหัวเราะอยู่เมื่อครู่ไอออกมาแต่ก็ยังไม่หยุดยิ้มเหมือนพึ่งได้เจอเรื่องสนุกไป  ทำเอาราซิเอลรู้สึกปลงหน่อยๆกับคนป่วยของตัวเอง


                “เอ้า!  กินข้าวต้มได้แล้ว  ร้อนๆเลย”

                “แน่ใจนะ ว่าไม่ได้ใส่หนอน  หรือไส้เดือน  หรือดินลงไปเหมือนที่แกเคยทำตอนเด็กๆ?”เบลเอ่ยออกมาอย่างเสียวสันหลัง  ขณะที่อ้าปากให้อีกฝ่ายป้อนข้าวต้มให้ตัวเอง


                “กินไปแล้วเป็นไงล่ะ  ใส่มั้ย?”ราซิเอลถามออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง  ก็นะ  ถามปุปกินปัปแบบไม่คิดจะรอคำตอบเนี่ย  ทีหลังไม่ต้องถามก็ได้นะ  เปลื้องเสียงไปเปล่าๆ


                “แล้วเป็นไงบ้าง  เจ็บที่สะโพกน้อยลงหรือยัง”

                “นี่พึ่งจะเป็นห่วงหรือไงห่ะ!  ที่ต้องทำเนี่ยไม่คิดจะห่วงเอวกันเลยนะ!”เบลอดแขวะพี่ชายตัวเองไม่ได้  แต่ฝ่ายนั้นก็ยิ้มออกมาราวกับไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดจิกกัดของน้องชายตัวเองทั้งสิ้น


                “แล้วใครที่ไหนกันที่ร้องออกมาซะดังเชียว”

                “ก-แกนี่มัน!”ใบหน้าของแฝดผู้น้องขึ้นสีระเรื่อด้วยความอาย  ในขณะที่งับข้าวต้มอีกคำหนึ่งเข้าไปในปากของตัวเอง  ราซิเอลมองท่าทีของเบลอย่างเอ็นดู


........น่ารักน่าหลงจริงๆ  เบลเฟกอร์.........





 

                “ฟรานคุง~  เล่นเกมกัน”อลิสที่ชิ่งออกมายังห้องสมุดพร้อมฟรานเอ่ยขึ้น  ในขณะที่โบกเกมPSP สองเครื่องในมือไปมาอย่างร่าเริง  ฟรานที่กำลังสนุกอยู่กับการหักมีดที่ปักอยู่เต็มหลังเขาหันมามองเด็กสาวเล็กน้อย  แล้วรับเอาPSP มาไว้เครื่องหนึ่ง


                “แล้วไปเอาเกมนี่มาจากไหนอ่ะครับ”

                “เจอในกระเป๋าเดินทางของนายไงล่ะ”อลิสพูดออกมาอย่างภาคภูมิ  แต่คนที่ได้ฟังกลับสติแตก  เด็กหนุ่มออกอาการลนลานอย่างเด่นชัด  แล้วเตรียมจะหันไปบอกอะไรบางอย่างกับเด็กสาว


                “อย่าเผลอไปกดเริ่มใหม่นะครับ!!!

                “อ๊ะ!......กดไปแล้วอ่ะ”ฟรานแทบจะกรีดร้องออกมาเมื่อได้รับคำตอบจากอลิส  เขาเอามือทุบพื้นพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความคับแค้นใจ(?)


                “ไม่นะ!  ผมอุตส่าห์ใช้เวลาเกือบสามวันในการเอาชนะบอสเลยนะครับ!!

                “ไอ้พวกไม่ทำงานเอ๊ย!”เจ้าตัวต้นเหตุเหมือนจะไม่ค่อยจะสำนึกเท่าไหร่  เพราะจิกกัดฟรานออกมาได้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มโรคจิต  มือที่กำลังกดเกมอย่างเมามันส์ของอลิสหยุดลง  เมื่อฟรานเอามือของตัวเองมาจับPSPเอาไว้  แล้วดึง


                “เอาคืนมา!

                “ฉันเล่นอยู่นะ!

 

                “เอาคืนมา!!

                “ไม่!!!!”เกมที่อยู่ในมือของเด็กสาวโดนแย่งไป  ก่อนจะโดนแย่งกลับมา  แล้วก็กลายเป็นสงครามแย่งเกมPSPกันระหว่างฟรานกับอลิส  ทั้งๆที่PSPอีกเครื่องก็วางอยู่ที่พื้น.....


                ฟิ้ว! เพล้ง!


                ในที่สุดPSPที่ถูกยื้อแย่งมานานก็ปลิวออกจากมือของวัยรุ่นทั้งสอง  แล้วตกลงไปแตกเป็นชิ้นส่วนอยู่ที่พื้น  ทำเอาเจ้าของอย่างฟรานน้ำตาแทบจะไหลออกมา


                “อลิสจังใจร้ายมากเลยนะครับ!

                “นายเองก็ยังมีดฉันเล่นๆเลยนะ!”อลิสตอบกลับไป  พร้อมกับหุบรอยยิ้มที่มีอยู่บนใบหน้า  เพราะเธอไม่ชอบให้ใครมาว่าเธอทั้งๆที่ตัวเองไม่ใช่คนผิดฝ่ายเดียว.....


                ทะเลาะอะไรกันจ๊ะ เด็กๆแคทเธอรีนลอยออกมาจากรูปเหมือนเหนือเตาผิงด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน  ก่อนดวงตาของเธอจะเบิกกว้าง  เมื่อต้นตอของเสียงโวยวายในสมุดกำลังห่ำหั่นกันอย่างเมามันส์


                ฉึก! ฉึก! ฉึก! ปึก! โครม! เพล้ง!


                อลิสที่ปามีดไปใส่หัวฟรานโดนภาพมายาที่ฝ่ายนั้นสร้างกระแทกเข้าเต็มๆท้อง  ร่างของเธอลอยกระเด็นไปชนกับตู้ใส่เครื่องแก้วราคาแพง  จนมันล้มลงมากองอยู่กับพื้น  เป็นต้นเหตุของเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่.....


                กรี๊ด!!  ชุดเครื่องแก้ว!’แคทเธอรีนแทบจะล้มลงไปกองกับพื้น  เมื่อชุดเครื่องแก้วราคาแพงไม่เหลือเค้าคามงามเดิม  เธอรีบตรงไปกระชากคอเสื้อของวัยรุ่นใจร้อนสองคนที่กำลังห่ำหั่นอยู่ทันที  แล้วปาทั้งคู่ลงไปกองกับพื้น


                “โอ๊ย!”อลิสและฟรานส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกัน  แต่พอจะโวยวายก็ต้องรีบตระครุบปากทันที  เพราะดวงตาสีฟ้ากระจ่างที่จ้องมามันโหดเหี้ยมจนไม่อาจจะแกล้งทำกล้าหาญได้


                ทะเลาะกันไปเด็กไปได้!  ไปเก็บกุหลาบทั้งสวนมาเลยนะ!’การทำโทษที่ดูน่าจะเบาๆของแคทเธอรีนทำให้เด็กหนุ่มสาวทั้งสองแอบลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก  แต่ด้วยสายตาที่ดีเกินเหตุขององค์ราชินี  เธอจึงเห็นมัน


                แต่ก่อนหน้า  เอาแหวน กล่อง และมีดของพวกเจ้ามาซะ  เพราะสิ่งที่เจ้าจะใช้ได้มีแค่มือกับกรรไกรนี้เท่านั้น!’วิญญาณสาวเอ่ยออกมา  พร้อมกับยัดกรรไกรใส่มือของอลิสและฟราน เด็กหนุ่มสาวทั้งสองจ้องหน้าแคทเธอรีนที่ดูเอาจริงเล็กน้อย  ก่อนจะเอาทุกอย่างที่วิญญาณเธอสั่งออกมา  และส่งให้เธอแบบจำใจ


                ดีมากจ่ะ  ขอให้สนุกกับกุหลาบหนึ่งไร่นะจ๊ะแคทเธอรีนเอ่ย  แล้วหายเข้าไปในรูปเหมือนของตัวเองทันที  ฟรานและอลิสถอนหายใจออกมาอีกทีหนึ่ง  ก่อนจะพากันเดินไปยังสวนสวยที่กินพื้นที่เกือบจะหนึ่งไร่อย่างหมดกำลังใจ





 

                “เฮ้!  ทำไมพวกเธอมานั่งตัดกุหลาบแบบนั้นล่ะ”เบลที่เดินมาพร้อมกับราซิเอลเอ่ยขึ้นมา  เมื่อเห็นอลิสกับฟรานช่วยกันตัดดอกกุหลาบอย่างมันส์มือ  ทั้งสองคนที่โดยลงโทษอยู่หันมามองเบลและราซิเอลเล็กน้อย  ก่อนจะตอบพร้อมกับ


                “โดนทำโทษที่ทำเครื่องแก้วแตกอยู่ครับ/ค่ะ”ราชนิกูลร้องอ๋อทั้งทีที่พวกเขาพูดจบ  ก่อนเตรียมจะเดินชมสวนต่อ  แต่อลิสทักขัดเอาไว้ก่อน


                “แล้วมะม๊าล่ะคะ?  ลงมาทำอะไร  ยังไม่หายดีไม่ใช่หรอ?”

                “เรื่องนั้นต้องถามไอ้พี่งั่งนี่  จู่ๆก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่าไปชมสวนกัน.....น่ะ”เบลพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ราซิเอล  ก่อนเขาจะไอออกมาเบาๆ  ราซิเอลยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับน้องชายตัวเอง  ก่อนจะตอบอลิส


                “ก็วิญญาณตาแก่บอกว่า  ถ้าได้มาชมสวนอาการอาจจะดีขึ้นก็ได้น่ะ”เด็กสาวฉีกยิ้มให้กับคำพูดของราซิเอลทันที  ไอ้คำว่าอาการดีขึ้นน่ะ  คงไม่ใช่ไข้แน่ๆ  แต่เป็นการกระตุ้น


.......ที่นี่ผูกโยงกับพวกเขาเยอะจริงๆนะเนี่ย........


                “งั้นก็ขอให้สนุกนะคะ  แต่ระวังหนามกุหลาบด้วย”อลิสเอื้อนเอ่ยอีกคราหนึ่ง  ก่อนจะแหวกทางให้กับเบลและราซิเอล  เมื่อทั้งสองเดินออกไปไกลจากฟรานและอลิสพอควร  ก็ออกอาการมองไปรอบๆอย่างตกใจ  แล้วเอามือกุมหน้าอกเอาไว้แน่น.....ก่อนเบลจะร้องไห้ออกมา


                “ไม่คิดจะไปดูพวกรุ่นพี่หน่อยหรือครับ?”ฟรานถามออกมา  ในขณะที่มองอลิสที่กำลังยิ้มร่าอยู่  ทั้งๆที่ภาพของเบลร้องไห้โดยมีราซิเอลปลอบ อยู่ในคลองสายตาของเธอ  เด็กสาวฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมอย่างมีเลศนัยแล้วตอบฟรานกลับไป


                “เรื่องนี้ไม่จำเป็นหรอก  เพราะพวกเขาเป็นแบบนี้รอบที่สามแล้ว”
                “เป็นถึงสามรอบเนี่ย  ไม่ใช่อาการป่วยแน่ๆหรอครับ”


                “แล้วคิดว่าไงล่ะ  ฟรานคุง”อลิสถามออกมาแบบน่าสงสัย  ก่อนจะหันไปตัดดอกกุหลาบเบื้องหน้าของตัวเองต่อ  ทำเอาฟรานที่อยากจะถามอีกถามไม่ออก  เพราะความงามที่เขาบังเอิญหันไปเห็นทันที


.......กุหลาบสีแดง  กับอลิสจังที่ผิวสีขาวเผือกเนี่ย......เข้ากันกว่าที่คิดนะครับ.......


                แต่จู่ๆดวงตาของกบน้อยก็เบิกกว้าง  เมื่อเขาเห็นอะไรบางอย่างผูกโยงเขาและอลิสเข้าไว้ด้วยกัน


                มันเป็นเส้นด้ายสีแดงบางๆ  ที่เชื่อมระหว่างนิ้วก้อยของคนทั้งสองเอาไว้  แต่เส้นด้ายนี้กลับแลดูบอบบางราวกับพร้อมที่จะขาดทุกเมื่อ  แถมยิ่งใกล้อลิสมากเท่าไหร่  มันยิ่งดูบอบบางมากขึ้นเท่านั้น.......


                เท่านั้นไม่พอ  พอกบน้อยจะหันหน้าหนีไปทางอื่น  เพราะเข้าใจความหมายของด้ายแดงเชื่อมนิ้วก้อยเป็นอย่างดี  ก็ไปประสบพบกับเส้นด้ายอีกคู่หนึ่งที่เชื่อมราซิเอลกับเบลเอาไว้ด้วยกัน


                เส้นด้ายของแฝดทั้งสองกลับดูแข็งแรงกว่าของพวกเขายิ่งนัก  ราวกับถูกสร้างขึ้นมาจากด้านเส้นเล็กๆนับร้อยสานรวมกันให้เป็นหนึ่ง.....แต่พอฟรานกระพริบตาเท่านั้น  ด้ายทั้งสองเส้นก็หายออกไป


                “ฟรานคุง   คิดจะอู้ไปถึงไหนกัน?”อลิสที่นั่งตัดกุหลาบมานานเอ่ย  แต่พอเธอหันไปมองฟรานที่ไม่ยอมช่วยเธอตัดกุหลาบดี  กลับต้องตกอกตกใจ เมื่อใบหน้าที่มักจะตายด้านของกบน้อยขึ้นสีแดงระเรื่อ......


.......เสียดายที่เธอไม่พกกล้องมา  อดถ่ายรูปหายากแบบนี้!........




 

 

                “สรุปว่าที่อายหน้าแดงตอนบ่ายมันคืออะไรกัน  ฟรานคุง”

                “ช่วยหยุดพูดถึงเรื่องนั้นเถอะครับ  อลิสจัง”ฟรานตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท  แต่ก็พยายามที่จะซ่อนใบหน้าที่เจือสีแดงอ่อนๆของตัวเองเอาไว้  อลิสถอนหายใจกับความปากแข็งของอีกฝ่ายเล็กน้อย  ก่อนจะเอ่ยออกไปลอยๆ


                “เฮ้อ!  ด้ายแดงระหว่างมะม๊ากับปะป๊าเนี่ย  ดูแข็งแรงจังเลย”

                “อลิสจัง  เห็นเหมือนผมหรอครับ!”ฟรานออกอาการทันทีที่เด็กสาวพูดจบ  ทำเอาเธองงนิดๆ  ก่อนจะระบายยิ้มออกมา  เมื่อรู้ว่าที่ฟรานพูดหมายถึงอะไร


                “ที่แท้  พอเห็นด้ายแดงเลยอายนี่เอง~”อลิสพูดออกมาด้วยเสียงยียวน  แต่ฟรานกลับพยักหน้าให้กับเธอพร้อมแววตาจริงจัง  ทำเอาในอกของเด็กสาวสั่นไหวเล็กน้อย


.......อย่ามามองเธอแบบนี้สิ  มันน่าอายนะ!........


                อลิส  ข้าเอาของมาคืนแทนภรรยาข้าน่ะจู่ๆกิลเดอเรสก็โผล่ออกมาจากกระจก  ทำเอาคนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่บนเตียงสะดุ้งเล็กน้อย  ดวงตาสีแดงใต้เรือนผมของเด็กสาวมองวิญญาณอย่างเคืองๆ  ที่จู่ๆก็โผล่มา  ก่อนจะรับเอาของที่แคทเธอรีนริบจากพวกเธอไปคืนมา


                โอ๊ะ!  พวกเจ้าเชื่อมด้วยกันอยู่นิ  ดีจริงๆจู่ๆวิญญาณนับร้อยปีก็เอ่ยออกมา  เพราะด้วยการเป็นวิญญาณทำให้เขาเห็นสายสัมพันธ์สีแดงที่ผูกระหว่างทายาทของเขากับเด็กหนุ่มหัวเขาเอาไว้อยู่


                ทั้งอลิสและฟรานหน้าแดงเถือกขึ้นมากะทันหัน  อาจเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งเชื่อมด้วยสายสัมพันธ์สีแดงสดกับตน  แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเองก็รู้เหมือนกัน


                “อย่าพูดเรื่องน่าอายแบบนั้นออกมาสิ!”จู่ๆเด็กหนุ่มสาวก็ร้องออกมาพร้อมกัน  ทำเอาวิญญาณราชาตกใจเล็กน้อย  ก่อนจะหัวเราะออกมากับความเข้ากันดีของว่าที่คู่ครองในอนาคต.....


                “อย่ามาพูดเรื่องรักๆใคร่ๆกับหนูเลยนะ  คุณเองก็รู้ดีว่าหนูไม่อาจจะมีมันได้!”อลิสรีบพูดทันทีเมื่อเห็นกิลเดอเรสหัวเราะ  รอยยิ้มเย้ยหยันถูกวาดขึ้นมาบนใบหน้าที่งดงามดั่งมารดาของตน  ดวงตาสีแดงอ่อนแสงลงอย่างน่าสงสาร


                อลิสที่รัก  เจ้ายังกลัวอยู่อีกหรือไง

                “พูดเรื่องอะไรกันครับ?”ฟรานที่งงกับคำพูดของหนึ่งคนหนึ่งวิญญาณเอ่ยขึ้นมา  แต่ทั้งคู่ไม่ตอบเขา  กิลเดอเรสลอยกลับเข้าในกระจก  ส่วนอลิสก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำทันที.....ทิ้งให้สายหมอกแห่งวาเรียสงสัยคำพูดดูมีเงื่อนงำของคนทั้งคู่




 

               

                “ไข้ลดลงไปเยอะแล้วนี่”ราซิเอลเอ่ยออกมาในขณะที่เอาปรอทวัดไข้ออออกจากปากของเบล  ดวงตาสีฟ้าหม่นใต้เรือนผมสีทองมองน้องชายตัวเองอย่างห่วงใย  ในขณะที่ฝ่ายนั้นกำลังแย้มยิ้มออกมา


                “ดีจังเลย~”เบลที่กำลังมีความสุข  เพราะความรู้สึกหนักเนื้อหนักตัวออกไปจากร่างกายของตัวเองหมดแล้ว  ก่อนเขาจะหุบยิ้มลง  เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่พวกเขาพบเจอมาถึงสามครั้ง.....


                “เน่.....จิล  นายคิดว่ามีอะไรแปลกๆมั้ย?”

                “เรื่อง?”ราซิเอลตอบกลับเบลแทบจะในทันที  เขาวางกล่องปฐมพยาบาลที่พกมาด้วยไว้บนโต๊ะข้างเตียง  ก่อนจะทิ้งตัวเองลงนอนข้างๆเบล......


                “ก็นะ  จู่ๆก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้มาเรียกว่าพ่อกับแม่ แล้วพาบินข้ามประเทศมาที่นี่  ก่อนพวกเราจะได้เห็นภาพพวกนั้น....”

                “อืม  มันก็จริง”เบลปิดตาของตัวเองลงในขณะที่ปล่อยให้ราซิเอลคว้าตัวเองเข้าไปกอด  ก่อนเขาจะพลิกตัวไปกอดอีกฝ่ายกลับบ้าง......


                “ทุกครั้งที่เห็นภาพพวกนั้น  ทำไมเราถึงต้องรู้สึกเหมือนลืมอะไรไปด้วยล่ะ”

                “นั้นสิ  ทั้งโหยหา  และคิดถึง......”ราซิเอลเอ่ยพร้อมกับกระชับกอดของตัวเองในแน่นขึ้น  เพื่อให้ความอบอุ่นแก่คนป่วยขี้สงสัยอย่างเบล  มือของเจ้าชายผู้พี่ปัดผมอันเปียกปอนจากการอาบน้ำของเบลออกจากใบน้าของอีกฝ่าย  ทำให้ดวงตาสีฟ้ากระจ่างที่จ้องมาที่เขาเผยให้เห็น


                “เน่  จิล  ถ้าเรามีบางอย่างที่ลืมไปจริงๆล่ะ?  คิดว่าเราจะเอากลับมาได้มั้ย?”

                “ใครจะไปรู้”แฝดผู้พี่เอ่ย  ในขณะที่ปล่อยให้เบลมาปัดผมของเขาเอาคืนบ้าง  ดวงตาสีฟ้าหม่นสอดประสานกับดวงตาของเบลเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี....


                “ตาของนายสวยดีนะเบล.....”

                “หรอ?  ฉันว่าของนายสวยกว่าอีกนะ”ทั้งสองเปลี่ยนเรื่องคุยกันทันที  ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสดวงตาของอีกฝ่ายเบาๆ  ทั้งๆที่ปกติเบลจะต้องรู้สึกอาย  แต่ครั้งนี้เขากลับมีความกล้ามาจากไหนก็ไม่รู้


                “เบลโลลิต้ากับราซิเอลคือใครกันแน่.......?”จู่ๆทั้งสองคนก็เอ่ยเรื่องเก่าออกมาพร้อมกัน  แล้วยิ้มให้กับฝ่ายตรงข้ามเล็กน้อย.....


                “งามสง่า  โดดเด่น  งดงามกว่าใคร หรือว่านายคือองค์หญิงเบลโลลิต้ากันนะ?”

                “งามสง่า  โดดเด่น  อ่อนโยนกว่าใคร  หรือว่านายคือองค์ชายราซิเอลกันนะ?”ทั้งสองเอ่ยประโยคคล้ายๆกันออกมาอีกที  ก่อนจะถอนหายใจออกมา  แล้วปิดตาของตัวเองลง......


                “คิดไปก็เท่านั้นแหละ  นอนกันเถอะ”

                “อืม”เบลรับคำของพี่ชายตัวเองง่ายๆ  แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายกระชับกอดของตัวเองแน่นขึ้น  ซึ่งพวกเขาทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า  ดวงวิญญาณของกิลเดอเรสกับแคทเธอรีนกำลังมองมายังพวกเขาอย่างอ่อนโยน


                พวกเขา.....ฉลาดเหมือนกันนะ

                อืม  แถมรักกันมากๆด้วยสิทั้งสองวิญญาณเก่าแก่เอ่ยออกมา  ในขณะที่ค่อยๆเดินออกมาจากกระจกอย่างเชื่องช้า  โดยที่มั่นใจว่าแฝดผมทองทั้งสองหลับไปแล้ว.....


                มืออันแสนเลือนรางของแคทเธอรีนสัมผัสแก้มของเบลในอ้อมแขนของราซิเอลอย่างแผ่วเบา  ก่อนเธอจะก้มลงกระซิบบางอย่างที่ข้างๆใบหูของแฝดผู้น้อง


                เบลโลลิต้า......กลับมาหาแม่ไวๆนะเบลครางในลำคอเล็กน้อย  ราวกับเป็นการตอบรับคำพูดของแคทเธอรีน  ทำเอาเธออดที่จะหัวเราะให้กับความน่ารักของอีกฝ่ายไม่ได้  ก่อนจะมองไปยังสามีของเธอที่กำลังลูบหัวราซิเอลอย่างเอ็นดู.....


                เจ้าลูกตัวแสบ.....กลับมาให้ข้าขอโทษไวๆล่ะเสียงทุ้มแสนอ่อนโยนของกิลเดอเรสทำเอาแคทเธอรีนรู้สึกอบอุ่นในอกอย่างบอกไม่ถูก  สามีที่ครั้งหนึ่งเคยเย็นชาจนน่าเกรงขาม  กลับกำลังพูดกับลูกชายที่ตัวเองเคยผิดด้วยอย่างอ่อนโยน


.......ร้อยกว่าปีที่อยู่อย่างวิญญาณ  อาจจะทำให้คนเราเปลี่ยนนิสัยได้จริงๆ......





               

                “นี่ก็หนึ่งสัปดาห์แล้วนะ  เมื่อไรเราจะไปบ้านเกิดของเธอสักที?”จู่ๆเบลก็ถามออกมาในขณะที่กินข้าวอยู่ในห้องอาหาร  อลิสเงยหน้ามองคนพูดเล็กน้อย  ก่อนเธอจะแย้มยิ้มออกมา


                “หนูรอให้หิมะแรกตกก่อนน่ะค่ะ   เพราะบ้านเกิดหนูเป็นเมืองที่งดงามยามอาบย้อมด้วยสีขาวโพลน”เสียงของเด็กสาวเต็มไปด้วยความคิดถึง  ทำเอาฟรานที่นั่งอยู่ข้างๆอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่า


........ทำไมความคิดถึงในน้ำเสียงราวกับคนที่จากบ้านเกิดมานับร้อยปี?........


                “หวา!  งั้นก็แย่น่ะสิ!  พวกเราไม่ได้เตรียมชุดสำหรับหน้าหนาวมาเลยนะ!

                ถ้าเรื่องนั้น  เอาชุดของลูกข้าไปใส่ก็ได้นะกิลเดอเรสเอ่ยออกมา  ก่อนจะตบมือเบาๆสองที  แล้ววิญญาณคนใช้มากมายก็มายืนเรียงรายอยู่ด้านหลังพวกเขา  พร้อมกับเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวนับหลายสิบตัว


                “โว้ว!  จะดีหรอครับ  ให้พวก ME ทั้งหมด?”

                เอาไปเถอะ ยังไงพวกเขาคงไม่อาจจะกลับมาใส่มันอีกแล้วล่ะแคทเธอรีนตอบกลับฟรานพร้อมรอยยิ้ม  ก่อนจะยกชาขึ้นมาจีบ  แล้วจู่ๆอลิสก็ร้องออกมา


                “ดูที่หน้าต่างสิคะ!  หิมะแรกตกแล้ว!”เด็กสาวทำท่าทางดีใจเกินเหตุ  เธอรีบวิ่งไปเกาะหน้าต่าง  แล้วเปิดมัน  เพื่อรับเอาเกล็ดเหมันต์แรกที่ร่วงหล่นมาจากท้องฟ้าสีเทาอ่อน.....


                อา....คงถึงเวลาที่ต้องลาจริงๆแล้วสินะ

                ‘งั้นก็ลาก่อนนะจ๊ะวิญญาณของราชาและราชินีเอ่ยออกมาพร้อมกัน  ก่อนจะลอยหายกลับเข้าในรูปเหมือน  ทำให้เหล่าวิญญาณคนใช้ก็หายไปเช่นกัน  เหลือเพียงเสื้อผ้าที่กองเอาไว้ที่พื้น........


                “พวกเราเองก็ควรไปแล้วสินะ”ราซิเอลเอ่ยออกมาพร้อมกับตรงไปยังกองเสื้อผ้าแล้วเลือกเสื้อผ้ามาใส่  ในขณะที่เบลและฟรานเดินตามเขาไป  แต่เด็กสาวกลับยืนนิ่งแล้วจ้องไปยังรูปเหมือนของกิลเดอเรสและแคทเธอรีนที่เคียงข้างกัน


.......อา......คงจะหลับไปอีกนานเลยสินะคะ.....เพราะงั้น.......


“ราตรีสวัสดิ์นะคะ........”

_________________________________________

และแล้วกบน้อยก็ปรากฎตัว

พร้อมกับความในใจที่แม้แต่ไรท์ก็คิดไม่ถึง(?) 55555

ไรท์บอกตามตรงเลยนะ  

ตอนแรกไรท์กะให้หนูฟรานเป็นมือที่สามของเบลและจิล

แต่นึกไปนึกมาก็อดสงสารไม่ได้  เลยจับมาคู่กับหนูอลิสแทน(ซึ่งคิดว่าออกจะน่าสงสารกว่า)

เจอกันตอนหน้าค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #10 Miraella (@nuttha12186) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 21:04
    อร๊ายยยย >///<
    #10
    0