My Doll ตุ๊กตาน่ารักจับหัวใจให้น่าเลิฟ (Yaoi)

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    27 ธ.ค. 55

Part0.1_บทนำ

--------------------------

 

 

            กาแฟใช่มั้ยครับ

ใช่

น้ำตาลสองช้อน

นายจำได้ด้วยเหรอ

จำได้สิครับ  ก็พี่สั่งทุกครั้งที่มาที่นี่

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำไม่ต่างจากเครื่องดื่มที่เขาสั่งไปเมื่อครู่  ถ้าก้าวเข้าร้านนี้ทีไรเป็นต้องสั่งเครื่องดื่มชนิดนี้ทุกครั้ง  หากถามว่าเบื่อหรือเปล่าก็คงตอบว่าเบื่อ  เคยคิดอยากเปลี่ยนอยู่หลายครั้งเหมือนกันแต่ก็ลงเอยด้วยกาแฟอยู่ร่ำไป  ไม่รู้ว่าจะเลือกเครื่องดื่มไหนจนมีคนแอบค่อนแคะว่าผิวเขาจะเปลี่ยนตามสีของกาแฟอยู่แล้ว  ผิวเขาไม่จัดว่าขาวค่อนข้างไปทางสีแทนมากกว่า  ถ้าผิวเขาดำจริงอย่างที่ใครบางคนว่าป่านนี้คงได้ผิวดำกันหมดทั้งร้านแล้ว

เพราะที่นี่คือ ร้านกาแฟ

ได้แล้วครับ พนักงานยกกาแฟมาเสิร์ฟพร้อมกับวางกระดาษพับแผ่นหนึ่ง

อะไร

โบชัวร์ร้านครับ ข้างในมีเมนูแนะนำ เผื่อพี่อยากเปลี่ยนใจภายหลัง

ขอบใจ

ครับ

ชายหนุ่มเก็บกระดาษเข้ากระเป๋าก่อนยกแก้วขึ้นดื่มพลางมองบรรยากาศบนท้องถนน  เด็กนักเรียนวัยประถมหลายคนวิ่งข้ามถนนกันเป็นกลุ่มโดยมีคุณครูเดินนำข้างหน้ามุ่งตรงไปยังพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเปิดใหม่  เขาไม่เคยไปที่นั่นอาจจะด้วยเหตุผลที่ว่ายังไม่มีโอกาสเพราะติดงานและเขาไม่มีอารมณ์สุนทรีย์อยากดูสักเท่าไหร่  ถ้ามีใครสักคนเดินดูด้วยกันมันคงจะดีไม่น้อย

 

 

 

เห็นพิพิธภัณฑ์แล้วนึกถึงน้องสาวตัวเองเหมือนกัน  ตอนที่เธอยังเป็นเด็กเคยอ้อนให้ผมพาไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำให้ได้  หลังจากมีเพื่อนมาคุยโวว่าในช่วงซัมเมอร์เขาได้ไปที่นั่น  แล้วยังบอกว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน  แถมเธอยังเจอโฆษณาทางโทรทัศน์ชักชวนเด็กๆ มากขึ้นไปอีก  ถึงผมจะไม่พาไป  สุดท้ายก็ถูกคำรบเร้าทั้งน้องและพ่อแม่ให้พาไปจนได้

พอมาถึง  สาวน้อยน่าแฉล้มมัดผมแกละสองข้างวิ่งไปเกาะตู้กระจกอย่างแรกราวกับเพิ่งเคยเห็นปลาตัวเป็นๆ ครั้งแรกในชีวิต  เห็นแล้วผมกลัวว่าความสนใจอย่างมากของน้องสาวจะพุ่งแรงจนกระจกจะร้าวเสียก่อน  แต่ก็ได้แค่คิด  เพราะทางพิพิธภัณฑ์คงใช้กระจกอย่างดีป้องกันทุกแรงสั่นสะเทือนความสนใจของเด็กๆ

ส่วนผมก็เดินตามน้องสาวที่วิ่งถลาด้วยความตื่นเต้น  ดูตู้อันนี้ทีอันโน้นทีจนเกือบจะชนกับผู้ปกครองที่พาลูกหลานมาดูปลาที่นี่เหมือนกัน

พี่นอร์ท สาวน้อยผมแกละเรียกผมก่อนจะคว้ามือลากให้เดินตามเธอ

หนูอยากดูนี่ค่ะ เธอชี้นิ้วไปที่โปสเตอร์โฆษณาโชว์การแสดงของปลาโลมาพลางทำตาประกายซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด  แล้วผมคงจะขัดความต้องการของน้องสาวลงได้อย่างไร

ยังไม่ถึงเวลาเลย มองกระดาษที่ติดด้วยเทปใส  เขียนเวลาพักไว้  อีกหนึ่งชั่วโมงกว่าโชว์รอบต่อไปจะเริ่ม  น้องสาวผมทำท่าเบะปากจะร้องไห้เสียตรงนั้น  พ่อกับแม่ที่เดินตามเรารีบพูดปลอบให้เธอหยุดร้อง  โดยเบี่ยงความสนใจว่าจะพาไปดูอย่างอื่นแล้วค่อยกลับมา  เธอจึงพยักหน้าตกลง  แล้วเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มก่อนจะดึงมือพ่อแม่เดินไปอีกทาง  ราวกับว่าเหตุการณ์สาวน้อยร้องไห้เสียงดังลั่นในเวลานั้นไม่เคยเกิดขึ้น

ดีที่เธอยังเป็นเด็กจึงถูกโน้วน้าวใจได้บ้าง  อันที่จริงน้องสาวผมก็ไม่ใช่คนดื้อดึงอะไรนักหรอก  ถ้ามีอะไรทำให้สนมากกว่าเธอก็จะไม่รั้งที่จะอยู่ที่เดิม  ผมจึงไม่ต้องหนักใจหาคำมาปลอบโยนเพื่อให้น้องเลิกสนใจ  แต่ก่อนที่ผมจะเดินตามพวกเขาพลันเหลือบไปเห็นเด็กคนหนึ่งอยู่ใกล้กับทางเข้าโชว์ปลาโลมา  รูปร่างผอมเล็กประมาณเด็กประถม  หากสังเกตดีๆ สีผมของเขาไม่ใช่สีดำ  แต่ออกสีน้ำตาลเข้มเหมือนเสื้อตัวนอกแขนยาว  พอเจ้าตัวรู้สึกเหมือนถูกมองก็หันมาทำหน้าอึ้งคล้ายตกใจ  ผมถึงได้เห็นว่าดวงตาเขาก็มีสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกัน  แถมตายังโตพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ ข้างแก้ม  ทั้งสองอย่างดูเข้ากันจนผมไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองรู้สึกว่าเขา...

จะน่ารักขนาดนี้

ทั้งที่เป็นเด็กผู้ชาย

ผมที่กำลังเผลอไปกับรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กผู้ชายตรงหน้า  เนื้อข้างแก้มบุ๋มลงปรากฏเป็นรอยยิ้มตอบกลับไป

มีอะไรรึเปล่าครับ

ฮึม

ผมทำหน้ามีเครื่องหมายคำถามเต็มหัว  โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองแสดงกิริยาอะไรออกไปก่อนหน้านี้

จ้องจนเขาหันกลับมาถาม

เห็นพี่มองผมตั้งนาน มีอะไรรึเปล่า

อะ อ๋อ... ไม่มีอะไร  ก็แค่... ก็แค่อะไร  นอร์ท!  เกิดสะดุดตาเด็กผู้ชายขึ้นมาอย่างนั้นหรือไง  ใครจะตอบออกไปเล่า  เดี๋ยวเด็กเกิดตกใจกลัวขึ้นมาไม่วิ่งร้องไห้หาพ่อแม่ให้ซวยโดนจับข้อหากระทำการลวนลามเด็กทางสายตา

อนาคตผมยังไปได้อีกไกล  ไม่ยอมติดคุกติดตารางด้วยเหตุผลนี้หรอก

เออ ก็... เห็นนายมองป้ายนี้ ผมชี้ป้ายเดิมที่ยังคงติดกระดาษพักหนึ่งชั่วโมง

อยากดูเหรอ

ครับ แต่คงต้องรอเวลา เหมือนเขาจะทำหน้าซึมลงเล็กน้อย  ผมจึงเกิดความคิดบางอย่างที่อาจฉุดขาตัวเองเข้าไปเหยียบคุกก้าวหนึ่งแล้ว  แต่เวลานี้เขาไม่ฉุกคิดอะไรทั้งนั้น

แล้วพ่อแม่ล่ะ

เออ... ไม่มาครับ เขาอ้อมแอ้มตอบเสียงเบา  ผมก็นึกสงสารเขาจริงๆ

นายมาคนเดียวเหรอ ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่มาเที่ยวเอง ผมพูดไม่รอให้เขาปฏิเสธ  แล้วจับมือพาเขาเดินไปดูอย่างอื่นตามโบชัวร์ที่เขาถือมาพัดแก้ร้อน  ทำให้กระดาษใบเดียวมีคุณคามากขึ้น  โดยการพาเด็กผู้ชายที่เจอกันไม่กี่นาทีไปชมปลาชนิดอื่นในห้องถัดไป  ส่วนเด็กที่ถูกจูงมือก็เดินตามโดยไม่ร้องตะโกนว่าไม่ไปกับคนแปลกหน้า  แถมยังยิ้มดีใจราวกับมีเพื่อนไปเดินเล่นด้วย

ไม่รู้ว่านอร์ทถูกน้องสาวลากให้แนบชิดกระจกอย่างแรงเพื่อดูปลาตั้งแต่เข้ามาหรืออย่างไร  สมองถึงไม่ทำงาน  เขาควรจะคิดสิว่าทำไม

แทนที่จะพาน้องสาวตัวเองเดินดูต่อ  แต่กลับมาจูงเด็กผู้ชายซะอย่างนั้น

 

 

 

ย้อนคิดถึงเวลานั้น  เขายังไม่แน่ใจตัวเองนักว่าทำไมถึงตัดสินใจพาเด็กผู้ชายคนนั้นไปดูปลาในพิพิธภัณฑ์ต่อ  แถมยังออกเงินเสียค่าตั๋วชมโชว์การแสดงปลาโลมาให้ด้วย  ผมเตรียมหาข้อแก้ตัวที่หายไปยอมไปกับน้องสาว  ก็ถูกเธอค่อนแคะว่ามาเสียเที่ยวเปล่าๆ  แทนที่จะได้เห็นของเด็ดที่นี่  ผมมาไม่คุ้มเสียเลย  แต่ผมก็ปิดปากไม่บอกเธอหรอกว่าผมพลาดซะที่ไหน  ไม่ต้องทำท่าราวกับตัวเองได้รางวัลใหญ่มาครอบครองคนเดียวก็ได้

ฮืม ร้อนแฮะ

สงสัยต้องเปลี่ยนสถานที่ ผมย้ายตัวเองออกมาจากร้านกาแฟมาอีกที่หนึ่ง  แต่นั่งนึกย้อนเรื่องในอดีตที่ผ่านมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องลุกขึ้นยืนมองหาที่อื่น  เพราะแดดเริ่มร้อนก่อนจะหลบไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่

หลายปีมาแล้วที่มันยังเป็นต้นเล็ก  กิ่งก้านสาขายังไม่ออกมากเท่าตอนนี้  ใบไม้แต่ก่อนมีเพียงใบเล็กๆ  ส่วนใบที่พอจะใหญ่หน่อยมีไม่กี่ใบ  ทว่าในตอนนี้มันได้เติบโตขยายกิ่งก้านสาขาผลิดอกออกผลมากมาย  ต้นมันใหญ่พอที่หลายคนจะยืมใช้เป็นที่บังแดด

ยืนรับลมพัดผ่านชั่วครู่ก่อนที่ชายหนุ่มเหลือบไปเห็นเด็กวัยรุ่นอายุน่าจะราวๆ สิบห้าสิบหกนั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อน  ผมสีแดงเจิดจ้าของเด็กคนนี้ทำให้ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่า ช่างกล้าทำนะ ไม่กลัวครูฝ่ายปกครองเล่นงานรึไงกัน  ปากของเด็กหนุ่มขมุบขมิบฟังไม่ชัด  ผมเลยกระเถิบตัวเข้าไปใกล้อีกหน่อย ไม่ได้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนะ แต่ขอนิดนึง

ฮึ พูดกับตุ๊กตาอย่างนั้นเหรอ

ไม่แปลกอะไรถ้าได้เห็นแบบนี้  เด็กคุยอยู่กับตุ๊กตาคนเดียวก็มีถมเถไป  แต่เด็กคนนี้ทำให้ชายหนุ่มเอะใจเพราะคำพูดที่กำลังพูดต่อมา

รู้มั้ย ฉันเจอเขาแล้ว

ฮะ อยู่ไหนนะเหรอ

ก็อยู่ใกล้ๆ ฉันนี่ไง

คนตัวสูงๆ ผมสีดำ ผิวก็...ออกสีแทนน่ะ

ฟังครั้งแรกชายหนุ่มยังไม่เอะใจเท่าไหร่  แต่พอรายละเอียดต่อมานี่สิ ความสูง สีผม และสีผิว มันตรงกับเขาเกินไปหรือเปล่า  อาจจะไม่ใช่เขาก็ได้มั้ง  คนที่มีลักษณะนี้ก็มีเห็นทั่วไป คง...ไม่ใช่เขาหรอก

หันซ้ายหันขวาไม่เห็นมีใครที่มีลักษณะตรงกับสิ่งที่เด็กพูด

 อยู่ใกล้ๆฉันนี่ไง ผมว่าตัวเองอยู่ใกล้สุดแล้วนะ แถวนี้ไม่มีใครเลย  หรือว่า... เด็กนั่นหมายถึงผมจริงๆ

หายไปไหนซะแล้วล่ะ ชายหนุ่มกำลังคิดอยู่กับตัวเอง  จนไม่ทันได้สังเกตว่าเด็กหนุ่มคนนั้นหายไปแล้ว

เออ... ไม่มั้ง ไม่ใช่ กลางวันแสกๆ สิ่งนั้นคงไม่ปรากฏ  ก็แค่... เด็กคนนั้นคงจะเดินหายไปกับฝูงชนตอนที่เขากำลังคิดอยู่ก็ได้ ชายหนุ่มปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดว่ามันเป็น ผี

ต้องหาอะไรดื่มแก้เครียด ใช่แล้ว! ‘กาแฟ ยังไงล่ะ ชายหนุ่มหาอะไรสักอย่างกินระงับความกลัว  สิ่งนี้กลายเป็นสิ่งเยียวยาเขาอีกครั้ง

ขณะหาร้านดีๆ สักร้านสายตาหันไปเห็นตุ๊กตาตัวหนึ่งตั้งโชว์อยู่หน้าร้านที่เขากำลังเดินผ่าน  ตากลมโตสีเขียวอมฟ้ากับปากเล็กสีชมพูอ่อนส่งให้ใบหน้าดูน่ารัก  แขนขาเรียวเล็กเห็นแล้วอยากถนุถนอมให้มากที่สุด  รวมทั้งตัวตุ๊กตาตัวนี้มีขนาดเล็กพอที่จะพาไปไหนมาไหนด้วยได้ เห็นแล้วอยากซื้อกลับไปจัง

ฮะ! เมื่อกี้ผมบอกว่าอยากซื้อตุ๊กตาอย่างนั้นเหรอ บ้าน่ะ! ผู้ชายที่ไหนเขาจะเล่นตุ๊กตา ชายหนุ่มดึงทึ้งผมไล่ความฟุ่งซ่านของตัวเองออกไป

แต่มันก็น่ารักดีนะ นี่เขาคิดอีกแล้ว  ชายหนุ่มดึงทึ้งผมจนกระเจิงก่อนจะรีบทำให้กลับมาเป็นทรงเดิมเมื่อถูกคนมองเขาอย่างระแวง

เอะ! ทำไมไม่มีใครสนใจตุ๊กตาตัวนี้เลย มันออกจะน่ารักนะ ราวกับว่าตุ๊กตาตัวนี้มีเพียงชายหนุ่มคนเดียวที่เห็นมันและอยากให้เขาเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้ดียว

ใจหนึ่งก็อยากซื้อ แต่อีกใจหนึ่งก็... อืม... ไม่รู้สิ ชายหนุ่มไคร่ครวญสักพักก่อนตัดสินใจปล่อยมันไว้ที่เดิมแล้วจัดการซื้อเครื่องดื่มอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก

 

 

 

สั่งกาแฟเย็นมาแก้วหนึ่งดับความร้อนจากสภาพอากาศพลางระงับใจให้เย็นลง  น้ำสีดำถูกดูดหมดในเวลาอันรวดเร็ว แก้วหนึ่งมีปริมาณน้ำถึงครึ่งแก้วหรือเปล่ายังไม่รู้เลย คงมีเพียงน้ำแข็งที่ใส่จนถึงขอบแก้วลวงให้คนดื่มคิดว่ามีน้ำอยู่เต็ม ชายหนุ่มคิดอย่างเหนื่อยหน่ายกับกลวิธีทางธุรกิจที่ทุกคนต้องยอมรับมันอย่างช่วยไม่ได้

อะไรรึคะ เด็กสาวตัวน้อยขมวดคิ้วสงสัยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอ  กล่องอะไรสักอย่างที่ห่อด้วยกระดาษลายหมีสีฟ้า  เด็กสาวลองเขย่าดูแต่ก็เดาไม่ถูกว่ามันคืออะไร

แกะดูสิจ๊ะ

เด็กสาวไม่รอช้าดึงกระดาษขาดกระจุยกระจายจนผมนึกเสียดายแทน แล้วจะห่อทำไม ถ้าผลมันเป็นอย่างนี้

หลังจากกระดาษถูกดึงอย่างน่าสงสารก็พบว่าสิ่งที่อยู่ข้างในคือกล่องตุ๊กตา

ตุ๊กตา!”

ว้าว! หนูรักคุณแม่ที่สุดเลย

เด็กสาวผละจากตุ๊กตาไปกอดแม่ของตนที่ให้ของขวัญถูกใจเธอ

ตุ๊กตาของเด็กสาวมีลักษณะคล้ายกับตัวที่ผมจ้องอยู่หน้าร้าน  ตุ๊กตาแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่  ชื่อของมันคือ ‘Ball Joint Doll (บอลล์ จอยท์ ดอลล์)  เรียกสั้นๆ ว่า ‘BJD’ ลักษณะก็อย่างที่ชายหนุ่มเคยกล่าวไว้  ดวงตากลมโตจนเขากลัวว่ามันจะหลุดเข้าสักวัน  จมูกเหลาให้เรียวโค้งสวย  ปากเล็กๆ ที่เล็กที่สุดของใบหน้าแต่ความสำคัญกลับไม่เล็กเลย  ซึ่งดวงตาและปากเป็นสิ่งที่บอกอารมณ์ของตุ๊กตาได้เป็นอย่างดี

ตุ๊กตาพวกนี้มีอะไรให้เราเล่นหลายอย่าง  ทั้งการเปลี่ยนสีลูกตา  เปลี่ยนทรงผม  เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้า  ทั้งยังมีเครื่องประดับตกแต่งเพิ่มความน่ารักให้กับตุ๊กตาอีกด้วย  เรียกได้ว่า ถ้าใครชอบตุ๊กตาไม่ควรพลาด

แต่ผมก็พลาดไปแล้ว

แถมพลาดตัวน่ารักเสียด้วย

 

 

 

/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/

 

 

เห็นนอร์ทเป็นพี่ชายที่ดีเนอะ  พาน้องสาวไปเที่ยว

ไงทำไมมาสะดุดกับเด็กผู้ชายที่ไม่รู้ว่าเป็นใครซะได้

 

ชมเขาว่าน่ารัก

แอบคิดอะไรอยู่ หึ

 

แต่เอ๋ มีเด็กมาเพิ่มอีกคน พร้อมตุ๊กตา

หรือว่า... ^^

 

 

 

 

  

 

 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

110 ความคิดเห็น

  1. #105 VaCaBi_LoveLy (@vacabi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2556 / 23:39
    ชอบแนวนี้มาก ๆเลยค่ะ ดีจังที่มีคนสนใจแต่ให้อ่าน ขอบคุณนะคะ
    #105
    0
  2. #86 เดซี่สีเงิน (@Cute_Girl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 21:27
    @keekie
    คงต้องลองหาร้านตุ๊กตาอย่างนอร์ทบ้าง
    อาจจะเจอได้สักวัน
    #86
    0
  3. #78 keekie (@keekie3232) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 16:45
    น่าสนใจอิอิ อยากได้ตุ๊กตาบ้างงงงง
    #78
    0
  4. #73 เดซี่สีเงิน (@Cute_Girl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 19:04
    @kwan
    ขอบคุณฮับ^^
    #73
    0
  5. #72 kwan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 16:14
    สนุกมากๆค่ะ
    #72
    0
  6. #45 PA-NicHa (@criffing) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 15:50
    สนุกดี
    #45
    0
  7. วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 18:51
    พล็อตน่าสนใจอ่ะ น่ารักดีอยากเล่นตุ๊กตาบ้าง *O* ภาษาก็สวยด้วย ^^
    #43
    0
  8. #33 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:30
    ตามต่อ
    #33
    0
  9. #28 1122 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2554 / 15:06
    สนุกดี



    แต่ส่อแววดราท่าชอบกล
    #28
    0
  10. #25 เดซี่สีเงิน (@Cute_Girl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 / 12:14
    @ lovegakupo> <
    อยากซื้อเหมือนกัน
    แต่ อ็อก มันแพงจริงๆ
    #25
    0
  11. #24 lovegakupo> < (@yoko11120) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 / 15:01
    ตุ๊กตาบอลล์ จอยท์ ดอลล์งั้นหรอ...อยากซื้ออ้ะ!! เเต่คงเเพงน่าดูT^T
    #24
    0
  12. #12 เดซี่สีเงิน (@Cute_Girl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 16:19
    @Ch-bangbai

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ
    แล้วจะนำไปปรับปรุงค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 สิงหาคม 2554 / 15:22
    #12
    0
  13. #10 Ch-bangbai (@ch-bangbai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 15:08

    555 คำว่ากาแฟเยอะจริง ๆ ด้วย 555 ขำที่ผู้แต่งแซวตัวเอง ^^
    เอาล่ะค่ะ ขออนุญาตติชมแนะนำตามประสาผู้อ่านนะคะ
    บทนำอ่านสนุกดี แต่แน่นอนว่าช่วงท้าย ๆ มีคำว่า กาแฟ ซ้ำอยู่
    หลายที่ ลองใช้คำว่า เครื่องดื่ม หรือ... ถ้วย แทนที่ในบางประโยค
    เพื่อลดคำซ้ำดีรึเปล่าค่ะ เช่น
     
    ชายหนุ่มเก็บกระดาษเข้ากระเป๋าก่อนยกถ้วยที่มีไอกรุ่น
    ขึ้นจิบพลางมองบรรยากาศบนท้องถนน

    อืม...อีกเรื่องคือ คำในแบบภาษาเขียนที่อาจมีผู้ติติง
    ในภายหลังได้เช่นคำว่า หรอ มั้ย ดังนั้นควรแก้ไข
    สักนิด แน่นอนข้าพเจ้าเข้าในว่า ถ้าเป็นภาษาเขียน
    แล้วจะออกเสียงแปลก ๆ แต่เชื่อเถอะว่ามันดีต่อ
    นิยายของผู้แต่ง ^^

    เรื่องสุดท้าย คือคำที่ขาดหายไปในประโยค คืออ่านไปแล้ว
    รู้สึกไม่ครบ เช่น

    ทิวทัศน์ไม่เป็นที่พิศมัย

    อาจจะแก้ได้ว่า

    ทิวทัศน์ไม่เป็นที่น่าพิศมัย

    สำหรับคอมเม้นนี้ข้าพเจ้าหวังว่าจะทำประโยชน์
    ให้ผู้แต่ง ไม่ลดทอนกำลังใจ ข้าพเจ้าอยากให้ผู้แต่งสู้ๆ ต่อไป
    และเขียนงาน yaoi ที่สนุกๆให้พวกเราได้อ่านอย่างต่อเนื่องนะคะ ^^

    #10
    0
  14. #8 Vivana (@vivana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 21:12

    หุหุ น่าสนใจ

    #8
    0
  15. #4 No-future (@no-future) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 19:18
    อือ น่าติดตามนะ
    #4
    0