Crystal Skies

ตอนที่ 4 : [OS] A Bowl Of Sugar

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

(Minhyun x Seongwu)          


          ในโลกใบนี้ มีหลายอย่างที่องซองอูไม่เคยเข้าใจ 

          หนึ่งในนั้นคือการเปรียบเปรยจูบว่ามีรสหวาน

          เขาไม่อยากจะพูดขัดอารมณ์ใครหรอกนะ แต่มันจะหวานได้ไง เขาไม่เข้าใจ

          ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เขาจูบ มันเกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจในห้องเรียนตอนโพล้เพล้ ท้องฟ้าข้างนอกเปลี่ยนเป็นสีส้มเข้ม เด็กผู้หญิงในห้องที่ป๊อบปูล่ามากพอตัวเดินอาดมาหาเขาที่เพิ่งเสร็จจากเวรทำความสะอาด เรียกชื่อเสียงดังฟังชัด ก่อนจะตะปบคอเสื้อเขาแล้วดึงไปจูบ 

        ริมฝีปากเบียดแนบ ฟันของเขากระทบกับของอีกฝ่ายดังกึก ครูดเสียดกันอย่างรุนแรงจนกลัวว่าของใครคนใดคนหนึ่งจะกระเทาะหลุดออกมา ลิปบาล์มหรือลิปกลอส สักอย่างที่เธอใช้เคลือบริมฝีปากนั่นมันเฝื่อนยิ่งกว่าอะไรบนโลกที่เขาเคยชิม และ —ขอโทษนะ — ถึงผู้หญิงคนนั้นจะสวยและป๊อบมาก แต่ให้ตายเถอะ  ปากเธอเหม็นน้ำลายชะมัด 

          ซองอูคิดว่าคนแรกที่คิดค้นการเรียกสัมผัสเฝื่อนๆและเหม็นน้ำลายแบบนั้นว่าหวานได้จะต้องมีต่อมรับรสผิดปกติมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงเป็นพวกเพ้อเจ้อถึงขีดสุด ซึ่งถ้าคิดง่ายๆ มนุษยชาติไม่น่าจะต่อมรับรสเสียกันครึ่งเผ่าพันธุ์ได้ แต่เพ้อเจ้อกันครึ่งเผ่าพันธุ์เนี่ย ก็ฟังดูไม่น่าเหลือเชื่อเท่าไหร่

        แถมความเพ้อเจ้อนั่นก็เลยเถิดไปจนถึงขนาดที่ว่าใช้มันแทนการแสดงความรักด้วย

        แค่คิดก็แทบอ้วกแล้ว

          แต่เรื่องของเรื่อง ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ความคิดที่แล่นในหัวนี่สิ

          เพราะ ตอนนี้ เขากับฮวังมินฮยอนกำลังจะจูบกัน



//



         ฟังดูเวอร์ไปหน่อย เพราะถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่า ตอนนี้เขากับฮวังมินฮยอนมีโอกาสจูบกันเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ต่างหาก

           รถโคโรลลาสีเหลืองซีดคันเก่าจอดอยู่ตรงเนินเตี้ยๆริมทะเลสาบ พระอาทิตย์คล้อยลงจนใกล้จะแตะผิวน้ำเข้าไปทุกที แดดลายปรุจากใบไม้เหนือศีรษะที่ปูแผ่คลุมผืนหญ้ารอบตัวจึงเริ่มเปลี่ยนลายไปจนไม่เหลือเค้าเดิม มินฮยอนยืนอยู่ตรงนี้ พิงส่วนหน้ารถอยู่ข้างซองอูที่นั่งอยู่บนกระโปรงหน้าใกล้กัน ยืนมองพระอาทิตย์ค่อยๆจมลงในอ่างน้ำใบใหญ่ มือข้างหนึ่งอยู่บนหน้าขาของเขา กำลังใช้นิ้วโป้งบดคลึงไปมาตรงหัวเข่าเหมือนใช้ความคิดอยู่ตอนที่เราคุยกันเรื่องแผนการในคืนนี้

           ฟ้าโปร่ง ลมเอื่อย เงียบสงบ บทสนทนาที่จบไปเมื่อครู่สรุปว่าทั้งคู่ตกลงจะไปใช้คืนในเดทครั้งที่สี่ด้วยกันต่อที่บาร์สักแห่งในตัวเมือง และเสียงเดียวที่เหลืออยู่ให้ซองอูได้ยินคือกลองที่รัวดังในอกตัวเองอย่างบ้าคลั่ง 

           บรรยากาศแบบนี้ หัวข้อการพูดคุยแบบนี้ รวมทั้งท่าทางแบบนี้ของอีกฝ่ายกำลังชวนให้ซองอูคิดไปไหนถึงไหนเกี่ยวกับสิ่งที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจ ฮวังมินฮยอนผ่อนแรงที่นิ้ว เปลี่ยนการเบียดนิ้วกับหัวเข่าของเขาไปเป็นสัมผัสที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ เอนเข้ามาหาเขาที่นั่งอยู่บนตำแหน่งสูงกว่า ซ้อนตัวพิงหัวเข้ากับบ่าซองอูโดยที่ยังคงหันหน้าไปทางเดียวกัน ปล่อยให้กลิ่นน้ำหอมที่เข้ากันกับแชมพูสระผมของเจ้าตัวทำหน้าที่ของมันอย่างดี  เหมือนกับรู้ว่าจุดกระตุ้นอารมณ์เคลิบเคลิ้มของซองอูอยู่ตรงไหนอย่างนั้นแหละ

           ซองอูรักบรรยากาศตอนนี้ หัวข้อสนทนาเรื่องนี้ และท่าทางแบบนี้ของมินฮยอน

           แต่ด้วยความสัจจริง เขาอยากให้มันหยุดไปไกลเกินกว่านี้แล้ว

           หยุดเหมือนนิ้วโป้งของมินฮยอนที่หยุดขยับ และเปลี่ยนมาเป็นการลูบมือบนหัวเข่าใต้กางเกงสแล็กขาสั้นของเขาแทน

           ซองอูกลัว ว่าถ้าทุกอย่างมันไปไกลมากกว่านี้อีกนิด มินฮยอนจะจูบเขา

           ท้องฟ้าสีส้มตอนโพล้เพล้ กับผู้ชายที่ป๊อบปูล่าอยู่พอตัว กำลังเรียกชื่อเขาด้วยเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ ราวกับกำลังเตือนให้เตรียมพร้อมรับสัมผัสเฝื่อนๆและเหม็นน้ำลายอันนั้น

           เหมือนตอนนั้นเปี๊ยบ



//


         ใจซองอูเต้นระส่ำในตอนที่คนอยู่ข้างๆหันหลังมาเผชิญหน้าเขา หลับตา ประคองหน้าซองอูไว้ด้วยมืออีกข้างที่ไม่ได้ยุ่มย่ามอยู่กับหัวเข่าของเขาอยู่ให้หันหนีไปไหนไม่ได้แล้วขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆอย่างอ้อยอิ่ง

           สามหรือสี่ความคิดกำลังตีกันอยู่ในหัวของเขาอย่างรุนแรงอย่างต้องการหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวให้ทันก่อนที่ริมฝีปากของมินฮยอนจะประกบลงมา อาจจะเพราะสติของซองอูไม่อยู่กับร่องกับรอยอยู่แล้วก็ได้ เขาเลยรู้สึกเหมือนได้ยินเสียง จูบไปเถอะ หมอนี่ตัวหอมจะตาย ปากคงไม่เหม็นเหมือนยัยหลอนคนนั้นหรอก ตีปนอยู่กับเสียง จะปากใคร น้ำลายก็เหม็นเหมือนกันหมดนั่นแหละ สลับไปมามั่วซั่วอย่างไม่มีใครยอมใคร 

          ซองอูมองหน้ามินฮยอนที่มองริมฝีปากเขาอยู่ไม่วางตา มือข้างที่อยู่ตรงตักซึ่งเลื่อนมาวางไว้ที่เอวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นการกอดกระชับให้ทั้งคู่ใกล้กันมากขึ้น เขาเปลี่ยนองศาขาทั้งสองข้างนิดหน่อยให้มินฮยอนเข้ามาใกล้กว่าเดิม แต่ไม่มากพอจะให้อีกฝ่ายจับสังเกตได้ ก่อนจะวางมือตัวเองพาดผ่านลำคอของคนตัวสูงที่ยืนอยู่ระหว่างขาของตัวเองบ้าง

           กลิ่นน้ำหอม กลิ่นแชมพู อะไรสักอย่างที่เขาเองก็ไม่ได้แล้วส่งกลิ่นหอมมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ปลายนิ้วที่สากเล็กน้อยแทรกผ่านใบหูร้อนจัดของเขาไปที่กลุ่มผม มินฮยอนลากนิ้วโป้งมาหยุดอยู่ตรงโหนกแก้มของเขา กระชับอ้อมกอดขึ้นอีกโดยการโอบแขนผ่านช่วงตัวเขาไป ช้อนหน้าขึ้น เอียงคออีกหน่อย เหมือนกำลังคำนวณอยู่ในใจว่าแบบไหนที่จะจูบเขาได้ดีที่สุดพลางเกลี่ยนิ้วเล่นตรงหลังใบหู บอกเขาผ่านปลายนิ้วเป็นนัยๆว่าให้ใจเย็นหน่อย ร้อนจนจะลวกมือเขาได้อยู่แล้ว

           ซองอูอยากจะตอบกลับไปว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากให้หูแดงเถือกและร้อนจัดแบบนี้สักหน่อย แต่คิดว่าตอนนี้เขาควรจะโฟกัสไปที่ปากที่อยู่ห่างออกไปแค่ถึงครึ่งไม้บรรทัดฟุตนี้มากกว่า

           มินฮยอนตัวหอม และจากวิธีการตะล่อมให้เขาคล้อยตามก็ดูชำนาญอยู่ไม่น้อย ครึ่งหนึ่งในตัวซองอูเลยบอกตัวเองย้ำๆว่าปล่อยให้ผู้ชายคนตรงหน้าพาสถานการณ์นี้ให้เป็นไปตามที่เจ้าตัวต้องการเถอะ ทุกอย่างมันจะออกมาดีเอง และเขาจะชอบมันแน่ๆ ซองอูเลยยังฝืนนั่งนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้คนตรงหน้าทำอะไรตามแต่ที่จะนึกออก

           แต่ อย่างที่บอก เขาเกลียดมัน

           อาจจะไม่ใช่ตัวเขา แต่จิตใต้สำนึกเขาเกลียดมันเข้าเส้น และอาจจะเพราะท้องฟ้าที่ส้มจัดสีเดียวกันกับเย็นวันนั้นที่ห้องเรียน เพราะฉะนั้นโดยอัตโนมัติซองอูเบี่ยงหน้าออกจากมือของมินฮยอนอย่างแรงในจังหวะที่ริมฝีปากอีกฝ่ายแตะลงบนริมฝีปากของเขา

           แล้วเดดแอร์ก็ก่อตัวขึ้น



//



           พระอาทิตย์สีส้มเข้มจมลงไปในอ่างน้ำมหึมาจนมิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันอยู่พักหนึ่ง ทั้งคู่ชวนกันเข้ามานั่งในรถแทนอย่างเก้ๆกังๆในตอนที่ท้องฟ้าซึ่งไต่ระดับความเข้มสีมาสักพักใหญ่เปลี่ยนมาเป็นสีดำสนิท ลายปรุที่ทาบทับใบหน้าของมินฮยอนมาหลายสิบนาทีถูกกลืนไปกับเงามืดรอบตัว ซองอูหวังว่าเงานั้นจะบดบังสีหน้าเปื้อนความผิดหวังของอีกคนได้ แต่น่าเสียดายที่มันก็ยังเห็นได้ชัดเจนมากอยู่ดี

           มินฮยอนดูจะช็อคไม่น้อย ซึ่งซองอูก็ไม่โทษเขาหรอก หลังจากการสะบัดหน้าหนีที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นเกิดขึ้น การแสดงออกทุกอย่างก็หยุดลงกะทันหัน ฝ่ามือที่โอบเขาไว้เลื่อนหลุดจากตำแหน่ง มินฮยอนเก็บมือข้างนั้นเข้ากระเป๋ากางเกง ก้าวถอยหลังออกจากตัวรถไปครึ่งก้าว เริ่มต้นพูดบทสนทนาประดักประเดิดที่ไม่มีความเชื่อมโยงใดๆกับหัวข้อก่อนหน้านี้พร้อมๆกับใบหูของคนที่พยายามรุกล้ำเข้ามาเปลี่ยนไปเป็นสีแดงก่ำ 

           ซองอูนั่งเงียบ ทำทีเหมือนกำลังหาบาร์เด็ดๆสักร้านเป็นจุดหมายปลายทางของคืนนี้ในตอนที่ในหัวฉายวนสีหน้าผิดหวังของเจ้าของรถซ้ำไปมา เขาอยากจะเอาหัวกระแทกคอนโซลตรงหน้าให้สลบไปเพื่อหนีความอับอาย ไม่ยอมจูบกับฮวังมินฮยอนเนี่ยนะ บ้าไปแล้วหรือไง

          เขาไม่เคยรู้สึกไม่พอใจยัยบ้านั่นขนาดนี้มาก่อน จนกระทั่งตอนนี้

          สัมผัสเฝื่อนๆและเหม็นน้ำลายนั่นส่งผลกระทบต่อเขามากเกินไป

          ทุกครั้งที่เขาเห็นลิปสติกบนปากของใครสักคน รสชาติของอะไรสักอย่างที่หล่อนใช้เคลือบปากจะมาปรากฏอยู่ตรงปลายลิ้นราวกับจูบบ้าๆนั่นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกครั้งที่เขาเห็นท้องฟ้าสีส้ม เสียงเรียกชื่อดังลั่นห้องก็จะดังขึ้นอีกครั้งในโสทประสาทจนเขาสะดุ้งโหยง และทุกครั้งที่เขาชอบใครสักคน การที่ใครคนนั้นพยายามจะจูบเขาจึงกลายเป็นความผิดใหญ่หลวงเทียบเท่าการหลอกลวง

           โชคดีหน่อยที่ข้อหลังไม่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจจะเพราะเขาชอบมินฮยอนมากกว่าทุกคนที่เคยผ่านมาหรือเปล่า เขาก็ไม่แน่ใจ แต่เรื่องนั้นดูไม่สำคัญอะไรเท่าไหร่ ในเมื่อตอนนี้มินฮยอนอาจจะเกลียดเขาไปแล้วก็ได้ที่ไปหักหน้ากันขนาดนั้น

           ซองอูลองเหลือบมองไปทางที่นั่งคนขับ เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน แต่เพราะพระอาทิตย์จากไปแล้ว ในความมืดแบบนี้มันบอกได้ยากเกินไป เขาเลยต้องยอมแพ้อย่างรวดเร็วแล้วหาทางอื่นแทน

           ซองอูคิดว่าฟังจากเสียงดูจะเข้าท่า เลยนั่งเงียบต่อไปแล้วรอให้อีกฝ่ายพูดหรือทำอะไรสักอย่าง แต่ผ่านไปหลายนาที เขาได้ยินแค่เสียงมินฮยอนถอนหายใจหนึ่งครั้ง ขยับให้นั่งสบายกว่าเดิมอีกหนึ่งครั้ง นอกนั้นก็มีแต่เสียงก่นด่าตัวเองจากในหัวที่ดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ซองอูเลยต้องเปลี่ยนวิธีอีกรอบ

          เขากำลังกลั้นใจจะหันไปมองมินฮยอนตรงๆตอนที่อีกฝ่ายเลื่อนมือมากุมมือเขาไว้ก่อน จากการหันไปมองเพื่อสำรวจสีหน้าอีกฝ่ายเลยกลายเป็นการมองด้วยสายตาตื่นๆแทน แต่นั่นก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเขาก็มีเหตุผลให้หันไปมองมินฮยอนแล้ว

          เขาคิดว่ามินฮยอนคงจะโกรธ ซองอูเลยรู้สึกผิดคาดนิดหน่อยตอนเห็นอีกฝ่ายส่งสีหน้ารู้สึกผิดมาให้ เอ่ยขอโทษเขาที่ทำแบบนั้น ขอโทษที่ไม่รู้ว่าจูบในเดทที่สี่สำหรับซองอูมันเร็วเกินไป และให้สัญญาว่าจะไม่ทำอีกก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไป

          หมายความได้อีกอย่างว่าจากนี้ต่อไป มินฮยอนจะไปพยายามจูบเขาอีก

          แบบนี้มันถูกต้องหรือเปล่านะ



//



           มินฮยอนจ่ายเงิน วางทิปทิ้งไว้ให้บาร์เทนเดอร์จำนวนหนึ่ง ก่อนจะเดินนำหน้าไปที่รถโบราณคันที่พาพวกเขามาที่นี่ รอจนซองอูขึ้นรถและคาดเข็มขัดเสร็จเรียบร้อยแล้วแล้วติดเครื่องยนต์ เหยียบคันเร่งออกสู่ถนนใหญ่ ทำตามแผนการสุดท้ายของวันนี้และของทุกเดทที่ผ่านมา คือพาซองอูไปส่งที่บ้าน

           ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ข้างกันบนเก้าอี้บาร์ มินฮยอนไม่ได้แสดงความผิดหวังใดๆออกมาให้ซองอูเห็นแม้แต่น้อย สั่งเหล้า ลองกินค็อกเทลที่ซองอูเคยบอกไปว่าชอบเมื่อเดทครั้งก่อน คุยกันเรื่องหนังน่าดูที่จะเข้าฉายเร็วๆนี้ หนังสือภาคต่อของซีรีส์ที่ชอบ และอื่นๆทั่วไปที่เขาคุยกันทุกครั้งที่เจอกัน มินฮยอนดูเหมือนจะคิดว่าตัวเองปิดความรู้สึกได้เนียนแล้ว และซองอูเองก็ปล่อยให้อีกคนคิดแบบนั้น แม้ว่าทุกอย่างมันแสดงออกมาอย่างชัดเจนผ่านทางสายตาที่ไม่ยอมมองเขาแม้แต่วินาทีเดียวของเจ้าตัวก็ตาม

          ซองอูกำลังรู้สึกผิดและคิดไม่ตก แต่ก็ไม่รู้วิธีถามคำถามในหัวออกไปดีๆเหมือนกัน คำถามที่ว่าถึงเขาจะไม่ชอบสัมผัสแบบนั้น แต่การเดทกับคนที่ทำได้มากสุดแค่จับมือกันมันโอเคสำหรับมินฮยอนหรือเปล่า แม้คำตอบที่เขาคาดไว้จากสายตาของอีกคนจะเขียนคำว่าไม่โอเคตัวโตๆไว้แล้วก็ตาม

          ผ่านไปครึ่งทาง แสงจากตึกอาคารสูงเปลี่ยนไปเป็นแสงจากเสาไฟข้างทางที่ซองอูคิดว่ามันตั้งห่างกันเกินไป บทสนทนาที่ฝืดมาสักพักใหญ่ในที่สุดก็เงียบลง มินฮยอนหมุนนิ้วโป้งกับพวงมาลัยรถเหมือนกับทุกครั้งที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ จะหยุดลงก็ตอนที่เจ้าตัวคิดอะไรออก และซองอูก็ได้แต่ภาวนาให้นิ้วโป้งนั้นยังคงหมุนวนอยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ เพราะสารภาพตามตรง เขากลัวว่าถ้านิ้วโป้งหยุดหมุนเมื่อไหร่ คำตอบที่ได้จะเป็นอะไรที่เขาไม่อยากฟัง และแค่คิดแบบนั้นก็ทำให้ซองอูมวนท้องแล้ว

          ซองอูไม่รู้จะบอกคนข้างๆยังไงว่าที่เขาไม่อยากจูบหรือถูกจูบ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบมินฮยอน แต่เพราะเขากลัวตัวเองจะชอบอีกฝ่ายน้อยลงต่างหาก ซึ่งนั่นน่ะ คืออะไรที่ซองอูไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เขาชอบตัวเองตอนชอบฮวังมินฮยอนจะตายไป

          เจ้าของรถเอื้อมมือไปเปิดเพลงทำลายความเงียบ เสียงเพลงดูจะช่วยคลายความอึดอัดระหว่างกันไปได้นิดหน่อย ซองอูยังคงวางสายตาไว้ที่นิ้วโป้งข้างนั้น ภาวนาให้มันยังไม่หยุดขยับไปมาจนกว่าเขาจะคิดอะไรสักอย่างออก

          แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเขาเท่าไหร่ เพราะหลังจากผ่านไปสามเพลง นิ้วโป้งข้างนั้นก็หยุดลง 

          ซองอูคิดว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่าง อย่างน้อยก็เพื่อให้แน่ใจว่ามินฮยอนจะไม่พูดอะไรก็ตามที่เหมือนกับสิ่งที่ตัวเขาคิดไว้ และในขณะที่ซองอูพูดภาวนากับคอนโซลหน้ารถไม่ให้ตัวเองคิดถูก เขาก็โพล่งออกไปให้มินฮยอนจอดรถ



//



           ซองอูได้แต่หวังว่าวิธีนี้จะได้ผล เพราะเขาเททุกอย่างหมดหน้าตักเพื่อจะทำมัน เขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

           มินฮยอนยอมตบไฟเลี้ยวก่อนจะจอดรถที่ข้างทางตามที่เขาขอแต่โดยดี ข้างทางมีแต่ต้นไม้กับเสาไฟฟ้าและรถที่นานๆจะผ่านมาสักคัน ซองอูเลยรู้สึกโล่งใจนิดหน่อยที่อย่างน้อยแผนการนี้เขาก็ได้ทำในพื้นที่กึ่งจะส่วนตัวแบบนี้

           เจ้าของรถหันมามองเขา ละมือจากเกียร์รถมาจับมือเขาไว้ ถามซองอูว่าเป็นอะไรถึงหน้าซีด อยากไปพาไปโรงพยาบาลไหม ซึ่งนั่นเกือบทำให้เขาหลุดออกจากสมาธิที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเอง — แน่นอนว่าเขาไม่ได้ป่วย หน้าซองอูซีดลงจากเรื่องอื่นต่างหาก แต่เขาไม่จำเป็นต้องอธิบาย

          ซองอูปลดเข็มขัดนิรภัยที่คาดทับตัวออก เปลี่ยนท่านั่งไปเป็นท่าที่ดูจะขยับตัวได้ง่ายที่สุด บีบมือตอบกลับไป ก่อนจะเรียกชื่อมินฮยอนเบาๆเหมือนเป็นสัญญาณให้เตรียมตัว — ถึงจะเหมือนว่าเป็นการบอกตัวเองมากกว่าก็เถอะ

          ซองอูคิดว่าไม่พูดอะไรออกไปเลยน่าจะดีกว่า และคำอธิบายอะไรก็ตามน่าจะทำให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันตลกน่าดู เพราะฉะนั้น เขาคิดว่าอธิบายในหัวให้ตัวเองเข้าใจก็น่าจะเพียงพอ

          อย่างที่บอก ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบมินฮยอน แต่เขาชอบมินฮยอนมากไปต่างหาก 

          แต่ตอนนี้เขายอมให้ตัวเองชอบอีกฝ่ายน้อยลงกว่าเดิมอีกนิด แลกกับการที่ไม่ให้มินฮยอนเกลียดเขา ซึ่งตัวเลือกอย่างหลังแค่คิดก็น่ากลัวแล้ว

          ซองอูคิดว่าสัมผัสเฝื่อนๆและเหม็นน้ำลายที่มาจากมินฮยอนก็คงไม่น่ารังเกียจอะไร อย่างน้อยก็คงชอบมินฮยอนน้อยลงนิดหน่อย — แค่นิดเดียว ซึ่งนั่นน่ะ คงเหมือนกับแค่หยิบผลึกน้ำตาลผลึกหนึ่งออกจากโหลล่ะนะ



//



           ซองอูคิดว่าหน้าซีดๆของเขาคงจะขึ้นสีเรียบร้อยแล้วจากความอับอาย

           มินฮยอนคงพยายามอดทนไม่ให้ตัวเองขำน่าดูตอนที่นั่งมองเขายื่นหน้ามาจูบแบบเด็กน้อย ไม่มีจังหวะ มุมองศาหรืออะไรทั้งสิ้น เทียบกันกับสถานการณ์ใต้หลังคาลายปรุเมื่อครู่ใหญ่ๆก่อนหน้านี้แล้ว มินฮยอนถือว่าทำหน้าที่ฝ่ายรุกได้ดีกว่าเขาลิบลับ 

           ซองอูบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นจนน่าตลกตอนเอื้อมไปจับข้อมือมินฮยอนมาวางไว้ที่ที่แก้มตัวเอง มองอีกฝ่ายระบายยิ้มจางๆให้เป็นภาพสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจหลับตา

           มินฮยอนลูบนิ้วโป้งไปตามแก้ม ปัดไปมาเหมือนตอนคิดอะไรบางอย่างในใจอยู่ตอนที่ริมฝีปากคู่นั้นแตะมาที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง ซองอูขืนตัวเองไม่ให้หนีไปไหน หลับตาปี๋ รอให้อีกคนทำอะไรก็ตามที่อยากทำ แล้วอีกอึดใจต่อมา บางอย่างที่เขาจินตนาการไว้เป็นร้อยๆครั้งในหัวก็เกิดขึ้น

            มินฮยอนประกบมันลงมาจนสนิท ถอยออก เว้นจังหวะเล็กน้อยเหมือนรอดูว่าเขาจะหนีอีกไหม พอเห็นว่าซองอูไม่ได้ขยับไปไหนถึงเริ่มทาบลงมาอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

           มันก็ อืม ค่อนข้างจะเฝื่อนจากลิปมัน ได้กลิ่นน้ำลายปนอยู่หน่อยๆด้วย ฟันเขาครูดกับฟันของมินฮยอนอยู่สองสามทีตอนอีกฝ่ายถอนริมฝีปากออกไปเพื่อเปลี่ยนองศาหน้า ซองอูไม่เคยจูบ อย่างน้อยก็แบบนี้ เลยไม่รู้ว่าจังหวะจะโคนของมินฮยอนเรียกว่าดีได้ไหม และการใส่ลิ้นเข้ามาแบบนี้มันปกติหรือเปล่า

           แต่รู้สึกดีเป็นบ้า

           ท้องฟ้าสีดำสนิท ในรถจอดนิ่งใต้เสาไฟข้างทาง กับเพลย์ลิสต์เพลงยุค 60 ของฮวังมินฮยอน — ซองอูหยิบน้ำตาลออกผลึกหนึ่ง ก่อนจะเทเติมน้ำตาลลงในโหลอีกครั้ง โดยการยึดมินฮยอนไว้ไม่ให้ผละออกไป แล้วเริ่มต้นเป็นฝ่ายมอบสัมผัสเฝื่อนๆและเหม็นน้ำลายนั้นให้อีกฝ่ายเองบ้าง



//



           ซองอูเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ พาดผ้าขนหนูไว้กับราวข้างหน้า เดินตรงไปที่เตียงแล้วกระโดดขึ้นไปอย่างแรง

           เขาบอกลามินฮยอนได้เกือบสองชั่วโมงแล้ว และปิดโทรศัพท์ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน จนถึงตอนนี้มินฮยอนเองก็น่าจะถึงบ้านแล้วเหมือนกัน แต่เขายังไม่กล้าเปิดดูข้อความใดๆจากอีกฝ่ายทั้งนั้น

           นึกย้อนไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน มินฮยอนผละออกจากเขาตั้งแต่ตอนจบท่อนเวิร์สท่อนแรกของเพลง แต่เขาเองที่ดึงอีกฝ่ายมาจูบต่อจนเพลงจบ และอาจจะนานไปกว่านั้นอีกถ้ารถที่ขับผ่านมาไม่บีบแตรใส่รถของทั้งคู่เสียก่อน

           มินฮยอนยิ้ม ฮัมเพลงมาตลอดทางด้วย ดูจะอารมณ์ดีและพอใจเป็นอย่างมากที่ได้จูบกัน ผิดกับซองอูที่นั่งนิ่งเป็นหลักศิลาจนถึงบ้าน กระโดดลงมาแทบจะทันทีที่รถจอดในที่หมายสุดท้าย วิ่งเข้ามาหลบแบบไม่หันกลับไปบอกลาอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว

           ซองอูนึกย้อนกลับไปในตอนที่เขายังนึกสงสัยว่าจูบมันจะมีรสหวานได้ยังไง เขาทั้งตลก ขยาด และดูแคลนว่าคนพวกนั้นก็แค่เพ้อเจ้อ ทึกทักไปเองให้ดูโรแมนติก แล้วได้แต่นึกสมเพชตัวเองตอนนี้ที่เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าคำว่าหวานนั้นหมายถึงอะไร

           มีแค่ปากเราที่สัมผัสกัน แต่ความหวานที่เกิดขึ้นมันไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้น 

           ไม่ใช่รสชาตลิปกลอส ไม่ใช่ความรู้สึกแฉะชื้นติดกลิ่นขม ไม่ใช่เนื้อสัมผัสปนเปตอนเราดื่มด่ำกันและกัน ไม่ใช่แม้กระทั่งไอร้อนที่รินรดอยู่ตรงแก้ม 

           ทุกอย่างมันเกิดขึ้นหลังจากนั้น 

           ตอนเราผละริมฝีปากออกจากกันต่างหาก

           ตั้งแต่เสียงแตรของรถคันหลังดัง ตั้งแต่นั่งนิ่งอยู่บนรถระหว่างทางกลับบ้านที่เหลือ ตั้งแต่ซองอูวิ่งเข้าบ้าน อาบน้ำ จนถึงตอนนี้

           ความหวานที่ว่าคือภาพมินฮยอนที่หลับตาพริ้มตอนเลื่อนหน้ามาจูบเขา นิ้วโป้งของมินฮยอนที่วางตรงท้ายทอยก่อนจะเลื่อนมาหมุนวนเล่นที่แก้มของเขา เสียงฮัมเพลงในลำคอตอนที่ยังคงใช้ปากละเมียดชิมเขา — คือฮวังมินฮยอน

           ซองอูหยิบโทรศัพท์ ยิ้มให้หน้าจอดำสนิทตอนกดเปิดเครื่อง มองเงาของรอยยิ้มตัวเองบนกรอบสี่เหลี่ยมอันนั้น แล้วความหวานก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งอกอีกครั้งเหมือนใครสักคนเอาค้อนมาทุบโหลน้ำตาลของเขาแตก — โหลที่ถูกหยิบน้ำตาลออกไปผลึกหนึ่ง แล้วถูกเทเติมกลับเข้ามาอีกสามถ้วยใหญ่

          จูบ — สำหรับซองอู มันยังคงเป็นสัมผัสเฝื่อนๆและเหม็นน้ำลายอยู่เหมือนเดิม แต่มินฮยอนทำให้เขาเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับมันนิดหน่อย อย่างน้อยถ้าตอนนี้ใครมาบอกเขาว่าจูบมันมีรสหวาน เขาก็คงไม่ค้านหัวชนฝาแบบที่ผ่านมาแล้ว

          หากความหวานที่คนถามหมายถึงคือรสชาติน้ำลาย เขาคงเผลอหัวเราะออกมาดังๆแล้วค่อยสาธยายต่อไปว่ารสชาติของมันน่ากลัวแค่ไหน

          แต่ถ้าหมายถึงความรู้สึกต่อจากนั้นว่าเป็นยังไง ซองอูเองก็ไม่มีคำตอบอื่นนอกเหนือจากนี้ให้เหมือนกัน

          ถ้านึกถึงจูบ เขาคงนึกถึงฮวังมินฮยอน และถ้านึกถึงฮวังมินฮยอน โหลน้ำตาลขนาดมหึมาในอกเขาก็จะตกและแตกกระจายไปทั่วอีกครั้ง ซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบแบบนั้น


          อืม


          หวาน


.

.

.

.

.

-END-

#CrystalSkiesFic


สุขสันต์วันเกิดนะคะ มินฮยอน ซองอู ❤️

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #23 blue_ramune (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:10

    เพิ่งได้มีโอกาสมาอ่านนน >< อ่านแล้วเขินมากเลย เพิ่งเข้าใจที่ว่าความหวานของจูบคืออะไรก็คราวนี้ ใจเต้นตามเลย 5555 ตลกตอนต้นเรื่อง บรรยายซะขยาดไปด้วยเลย ฮาาาา และก็กลายเป็นปมในใจจนเป็นเรื่องเลย ชอบความเทียบกับโหลน้ำตาล ยอมหยิบออกนิดนึงก็ได้ แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นน้ำตาลถูกเทพรวดเข้ามาในโหลเลย แงงงง เป็นฟิคที่น่ารักมากและเขินมากเลยค่าาา ^^

    #23
    0
  2. #22 mmqbx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 00:03
    ฮืออออเขินมากเลย ฉากมินยอนจะจูบตอนแรกคือเขินแบบมากๆแต่พิองไม่ยอมให้เขาจูบแง เอ็นดูซองอูตอนเริ่มจูบเขา55555555
    #22
    0
  3. #21 NumNim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 07:07
    แต่งดีมากเลยค่ะ เพิ่งสังเกตว่าไม่มีบทพูดเลยด้วยซ้ำ และเป็นความคิดของซองอูด้วย แต่ก็รู้ความคิดของมินผ่านอ
    #21
    0
  4. #20 ppnntr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 01:03

    รู้สึกเขินแทนเหมือนไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วย5555 ทำไมซองอูมันดูน่ารักขนาดนี้ล่ะคะ ชอบตรงที่ยอมชอบมินฮยอนน้อยลงได้ แต่ถ้ามินฮยอนเกลียดคือน้องไม่เอาาา ㅠㅠㅠㅠ พอได้จูบทีน้องก็ติดลมเลย5555 //ขอบคุณที่แต่งOSนี้นะคะ รู้สึกชุ่มชื้นหัวใจชิปเปอร์มากๆค่ะ ????????

    #20
    0
  5. #19 rikear_lope (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 11:55
    ฉันน่ะเอ็นดูซองอูสุดๆไปเลย ซองอูที่มีปมกับจูบเฝื่อนๆ ทำให้ปฏิเสธมินฮยอน และให้ตายเถอะซองอูก็ต้องมาง้อมินฮยอนด้วยจูบไม่ประสาของตัวเอง และนั่นแหละความหวานจากจูบน่ะไม่ได้มาจากอะไรแต่มาจากคนที่จูบ อุแงงงงงงง น่าร้ากกกกก //HBD ด้วยนะหนุ่มๆทั้งสอง
    #19
    0
  6. #18 stsh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 09:34

    ชอบที่ซองอูไม่ประสากับการจูบเพราะประสบการณ์เก่าๆ ที่ไม่ค่อยดี แต่พอมาเดทกับมินฮยอนที่ชอบมากๆ แล้วกลัวเขาเกลียดเลยพยายามรุกเอง มินฮยอนก็คือละมุนมาก พ่อหนุ่มกู๊ดคิสเซอร์ รสหวานที่ไม่ได้หมายถึงรสชาติแต่หมายถึงความรู้สึกหลังจากนั้น เขิน ไม่ไหววววว นอกจากนี้ชอบการบรรยายแบบไม่มีบทสนทนาแต่สื่ออารมณ์ดีมาก //Happy Birthday ให้กับหนุ่มเดือนสิงหาทั้งสองคนเลย และขอบคุณคุณนักเขียนสำหรับ OS ที่กรุบกริบในหัวใจตอนนี้ด้วยนะคะ

    #18
    0
  7. #17 Unikitty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 08:51
    คนชิปมินองแบบเราคือนิพพานไปแล้ว ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ มันดีมากจีๆ
    #17
    0
  8. #16 Nttttt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 16:11

    พี่ซองอูน่ารักมากเลย ;-; เอ็นดูตอนดึงหน้าออก คุณมินคงช็อคไปเลย5555 แต่สุดท้ายก็ยอมเค้าเน้อ สุขสันต์วันเกิดทั้งคู่ด้วยนะคะ แล้วก็ขอบคุณคุณไรท์เตอร์ที่แต่งเรื่องดี ๆ ให้อ่านกันค่ะ :)

    #16
    0