Crystal Skies

ตอนที่ 2 : [SF] Best Friend (2/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61




너 아니면 나 중 한 명은 바보

떠나지도 다가가지도 못하고

그를 바라보는 널 바라보며

내 자신을 달래 눈물이 고여


ไม่เธอก็ฉัน ใครสักคนนี่แหละที่เป็นคนโง่

ใกล้กันมากกว่านี้ก็ไม่ได้ จะถอยออกมาก็ไม่ได้

ทำได้แต่เฝ้ามองเธอที่มองเขาอยู่

พยายามจะปลอบใจตั้งเองทั้งที่น้ำตาเอ่ออยู่แบบนี้






องซองอูจำวันแรกที่เขาเจอฮวังมินฮยอนได้ดี


'นาย มีปากกาอีกแท่งไหม' 


เด็กผู้ชายตัวโตที่นั่งรอเข้าห้องสอบวิชาเลือกเดียวกับเขาเอานิ้วจิ้มสะกิดเบาๆ ส่งสายตาขอร้องมาให้ กระดิกขาอย่างร้อนใจพร้อมกับจ้องไปที่นาฬิกาสลับกับหันมามองซองอูเป็นระยะ ฝ่ามือข้างขวาและแขนเสื้อเปรอะไปด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้ม 


'ปากกาหัวแตกอะ ไม่มีเวลาวิ่งไปซื้อใหม่แล้ว ขอยืมหน่อย' 


ซองอูส่งปากกาแท่งใหม่ของตัวเองไปให้ คนข้างๆเขาบอกขอบคุณพร้อมๆกับที่ประตูห้องสอบเปิดออกพอดี แล้วเพื่อนใหม่คนนั้นก็ลุกเดินเข้าห้องสอบไปแบบไม่หันมามองเขาแม้แต่แวบเดียว  
 


'นาย เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าว' เสียงดังขึ้นจากทางข้างหลัง เพื่อนใหม่คนนั้นยื่นปากกาแท่งที่เขาให้ไปเมื่อเช้ามาข้างหน้า รอให้เขารับมันไปจากมือ 


'ไม่เป็นไร' เขาตอบ รับปากกาแท่งนั้นมาใส่กระเป๋า 


'ไม่เอา ไม่อยากติดหนี้ใคร' 


'แค่ปากกาแท่งเดียวน่า ใช้ไปนิดเดียวเองด้วย'      


'เถอะน่า ถึงจะปากกาแท่งเดียวแต่นั่นช่วยชีวิตฉันไว้เลยนะนั่น' 


'งั้นเอางี้' คนตรงหน้าซองอูรีบเปลี่ยนข้อต่อรอง 'ถือว่าทำความรู้จักกันไว้ก็ได้ เผื่อคราวหน้านายเดือดร้อนอะไรแล้วฉันช่วยนายได้' 


'นายชื่ออะไรนะ' 


'องซองอู' 


ตาชั้นเดียวหางตาชี้ๆหดลงนิดหน่อยตอนคนตรงหน้าเขายิ้ม ยื่นมือข้างที่ยังเปรอะไปด้วยคราบหมึกสีน้ำเงินมาหา ค้างไว้กลางอากาศตรงระดับเอว รอเขายื่นมือออกไปจับทักทาย 


'หวัดดีองซองอู ฉันฮวังมินฮยอน' 

 

 

 



// 

 

 

 



"ฮยองจะไปอีกทำไม" 


ซองอูเมินคำพูดของไลควานลินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานข้างๆ ลุกไปหยิบเสื้อโค้ทตัวยาวข้างประตูมาสวมทับตัวก่อนจะก้มลงใส่รองเท้า 


"อยากโดนแฟนมินฮยอนฮยองเขาตอกหน้ากลับมาอีกหรือไง" 


"เงียบน่า" ซองอูว่า "เด็กนั่นมันก็อารมณ์เสียใส่ทุกคนนั่นแหละ"


"องซองอูฮยอง พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับมินฮยอนฮยองนะ ชอบเขาหรือไงถึงต้องออกไปหาทุกรอบ" 


"นี่ ให้มันน้อยๆหน่อย" ซองอูยืดตัวขึ้นยืน "เป็นแม่ฉันเหรอถึงมาว่านู่นว่านี่"  


"ผมแค่ไม่อยากเห็นฮยองมีปัญหาอีก" 


"มันจะมามีปัญหาอะไร แค่ไปรับเพื่อนที่เมาเป็นหมากลับห้อง" 


"คนอื่นก็ไปรับได้มั้ง" 


"ออกจากออฟฟิศก็ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เรียบร้อยนะ" ซองอูตัดบท "พรุ่งนี้วันหยุดไม่มีคนเข้ามา เช็คให้ดี" 


ไลควานลินทำเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็เปลี่ยนใจไม่พูดออกมา ซองอูโบกมือลาพร้อมกำชับอีกทีว่าอย่าลืมตรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ครบ ก่อนจะเปิดประตูออกสู่ภายนอก 

 

 

 

 


// 



 

 

 

 
'เรียนวิทยาการคอมฯ แล้วมาลงเสรีกฎหมายธุรกิจทำไม' 


'เผื่อไว้ไง อีกหน่อยเปิดธุรกิจส่วนตัวจะได้รู้' 


'จะเปลี่ยนสายเหรอ' 


'ก็ ไม่รู้ ลงเผื่อไว้เฉยๆ' 


'อืม' 


'แล้วซองอู นายเรียนอะไร' 


'ออกแบบผลิตภัณฑ์' 


'พวกขวด ไรงี้เหรอ' 


'ก็ทั้งหมดแหละ' 


'แล้วลงกฎหมายธุรกิจทำไมอะ' 


'เหตุผลเดียวกัน' 


'งั้นไว้นั่งเรียนด้วยกันดิ นั่งอยู่คนเดียวเหงาอะ' 


'อืม ได้' 


'นี่นาย' 


'ว่าไง' 


'ขอบคุณอีกที เรื่องปากกา' 


'ไม่เป็นไรเลย ของแค่นี้' ซองอูเงยหน้าขึ้นตอบอย่างชักจะรำคาญ 'จะขอบคุณอะไรบ่อยขนาดนั้น ปากกาแค่แท่งเดียว' 


'ก็ต้องขอบคุณอยู่ดี' มินฮยอนว่า กลืนคำสุดท้ายลงไปแล้วพูดต่อ 'นี่ รู้มั้ย พูดขอบคุณกับขอโทษบ่อยๆ ความสัมพันธ์จะได้เหมือนเดิมไปนานๆ' 


ซองอูถอนหายใจ'เราเพิ่งรู้จักกัน 5 ชั่วโมงเอง ฮวังมินฮยอน' 


'นั่นแหละ ยิ่งต้องพูดบ่อยๆเลย' มินฮยอนว่า หยิบโคล่าไปดูดอึกใหญ่ 'อีกหน่อยเราสนิทกันมากกว่านี้จะได้ไม่อายเวลาต้องพูดกับอีกคน' 


'คิดไกลเนอะ' 


'อืม' มินฮยอนยิ้ม ดวงตาที่หางชี้ขึ้นกลายเป็นแค่เส้นโค้งเรียวเล็ก  


'นายดูโอเค น่าคบเป็นเพื่อนไปนานๆ' 

 

 

 

 

 

// 

 

 

 

 

 

"ไม่ได้เมานี่ แล้วเรียกมาทำไมเนี่ย"  


ซองอูบ่น พาดเสื้อตัวนอกลงบนพนักเก้าอี้ วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ก่อนมินฮยอนจะหยิบมันไปไว้ที่เก้าอี้อีกฝั่ง 


"แล้วไม่เมาจะมาเจอกันไม่ได้หรือไง" มินฮยอนส่งแก้วเปล่าให้ หยิบขวดเหล้าสองขวดที่สีต่างกันขึ้นมาถือไว้มือละขวด "โซแม็คนะ" 


"ไม่ดื่ม" 


"อะไรอะ สักหน่อยดิ พรุ่งนี้วันหยุดนะ" 


"นายดื่มเหอะ เดี๋ยวเมาทั้งคู่แล้วจะลำบาก" 


"แก้วเดียวก็ได้" มินฮยอนรบเร้า วางขวดสำเขียวในมือข้างหนึ่งแล้วเอื้อมเอาแก้วใบใหญ่ไปใส่เบียร์ "อีกอย่างนะ วันนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่เมา" 


ซองอูมองตามการกระทำของเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะเงียบๆ ท่าทางของมินฮยอนนั้นปกติดี สีผิวที่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่เริ่มดื่มยังคงเป็นสีขาวจัดเหมือนที่มันควรจะเป็น มือที่รินเบียร์ลงในแก้วอย่างมั่นคงนั้นบอกได้ว่าสติของมินฮยอนนั้นยังอยู่ครบถ้วน 


แต่มันก็ยังให้ความรู้สึกผิดปกติมากอยู่ดี 


"ฮวัง" เขาเรียก 


"หืม" เจ้าของชื่อขานรับ หันมามองคนเรียกพลางวางขวดเบียร์ในมือลง เอื้อมมือข้างเดิมไปที่ขวดโซจูข้างๆซองอูแทน "ว่าไง" 


ซองอูไม่ได้ตอบกลับไปทันที เขาหยุดนิ่ง มองเข้าไปในตาของมินฮยอนที่ตอนนี้มองตรงมาข้างหน้าเช่นกัน เฝ้ารอคำถามจากเขา 


 

ณ วินาทีนั้น ซองอูถึงนึกขึ้นมาได้ 


เขานึกขึ้นได้ ว่าตัวเองไม่ได้เจอฮวังมินฮยอนในสภาพปกติมานานเท่าไหร่แล้ว 


ปีกว่าๆที่ฮวังมินฮยอนเริ่มคบกับควอนฮยอนบิน ช่วงเวลาสุดสัปดาห์และวันหยุดที่มันเคยเป็นของเขาก็เริ่มหายไป จากเจอกันอาทิตย์ละครั้ง กลายเป็นเดือนละครั้ง สองเดือนครั้ง จนสุดท้ายโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวองซองอูและฮวังมินฮยอนได้เจอกันแค่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านเกิดไปหาครอบครัวเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาเข้าใจได้ว่าทำไม  


องซองอูไม่เคยเก็บเอาเรื่องพวกนี้มาน้อยใจหรือคิดมาก แน่นอนว่าให้เวลากับแฟนตัวเองมันก็คือเรื่องธรรมดาที่ใครๆก็ทำกัน 


"เอ้า จะถามอะไรอะ อยู่ๆก็เงียบ" 


เขาไม่เคยรู้สึกไม่ชอบ เวลาควอนฮยอนบินแย่งเวลาที่ฮวังมินฮยอนเคยใช้กับเขาไป 


"องซองอู" 


เว้นเสียแต่ว่า 


"มินฮยอน มีอะไรจะพูดก็พูดออกมาเลยเหอะ อย่ามัวแต่อ้อมค้อม" 


เว้นเสียแต่ว่า มินฮยอนจะเป็นแบบนี้ 


ดวงตาหางชี้ๆที่ปกติฉายแววขี้เล่นอยู่ตลอด เวลานี้มันควรจะแดงก่ำจากการร้องไห้ เหม่อลอยเพราะคิดถึงเรื่องในหัว หม่นหมองจากการทะเลาะกัน หัวเสียเพราะโมโหอีกฝ่าย หรืออะไรสักอย่างที่คนที่ทะเลาะกับแฟนอยู่เขาเป็นกัน มันควรจะเป็นแบบนั้น


แต่ความจริงคือ ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า 


ไม่ได้ถึงขนาดกับดูไร้ชีวิต แต่ก็ว่างเปล่าเกินไป 


เกินกว่าที่ใครสักคนที่กำลังอยู่ในช่วงพยายามผลักดันความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นควรจะมี 


สองหรือสามเดือนหลังมานี้ตั้งแต่ที่มินฮยอนดูจะมีปัญหากับฮยอนบินอยู่ตลอดเวลา ทั้งคู่ก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น แต่มินฮยอนไม่เคยมาเจอซองอูในสภาพปกติ กรึ่มบ้าง เมาเละเทะบ้าง แล้วแต่ระดับความรุนแรงของการทะเลาะกัน พอครั้งนี้พอได้มาเจอกันในแบบที่สัมปชัญญะอยู่ครบดี ซองอูถึงเห็นชัดๆเป็นครั้งแรกว่าตอนนี้ ฮวังมินฮยอนนิ่งจนน่ากลัวขนาดไหน 


เขากำลังหาคำพูดดีๆซักประโยคใช้ถามมินฮยอน แต่อีกคนก็สูดลมหายใจเข้าช้าๆ ปล่อยมันออกมาจนหมดแล้วเป็นฝ่ายเล่าขึ้นมาเองก่อน "วันนี้ฉันไม่ได้เข้าไปทำงานที่ร้าน" 


"เคยเช็คไหมว่าลูกน้องยังจำหน้าเจ้าของร้านได้อยู่รึเปล่า" 


"อย่าเพิ่งขัด" 


"โทษที มันชิน" ซองอูรับเครื่องดื่มจากมืออีกคนมาดื่มไปอึกใหญ่ "ว่าต่อเลย" 


"ไม่ถามหน่อยเหรอว่าไปไหนมา" 


"มันมีอยู่แค่สองอย่างนั่นแหละช่วงนี้" ซองอูว่า "ถ้าไม่ไปเมาหัวราน้ำตั้งแต่หัววันก็ไปหาฮยอนบิน แต่ตอนนี้นายปกติดีอยู่ แสดงว่าอย่างหลัง" 


"อือ ไปหาฮยอนบิน" มินฮยอนตอบรับ ยกแก้วเบียร์ในมือขึ้นดื่ม "ไปบอกเลิกมา" 


"อะไรนะ" ซองอูถาม ละสายตาจากแก้วในมือตัวเองขึ้นมอง เขาหงุดหงิดที่แม้กระทั้งตอนนี้ฮวังมินฮยอนยังคงนิ่ง "นายหมายถึง ฮยอนบินบอกเลิกนาย ? 


"ไม่ใช่ ฉัน ฉันนี่แหละไปบอกเลิกน้อง" มินฮยอนย้ำเสียงหนักแน่น  


"วันนี้ฉันตื่นตอนเจ็ดโมง รีบแต่งตัว อันที่จริงก็แวะเข้าไปที่ร้านนิดหน่อย กินกาแฟแก้วนึง โทรไปหาฮยอนบิน นัดน้องเขาไปที่ร้านอาหารที่เราไปกันบ่อยๆแถวที่ทำงานน้อง—" 


"ไม่ ฮวัง หยุด" ซองอูยกมือขึ้นห้าม "ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกนั้น ฉันหมายถึง นายเนี่ยนะบอกเลิกควอนฮยอนบิน" 


"มินฮยอนยกยิ้มมุมปาก มันดูเป็นยิ้มที่ฝืนมากๆ แต่ซองอูไม่ได้สนใจจะสังเกตมันแล้วตอนนี้ "คิดถึงสรรพนามนี้แฮะ ไม่ได้ใช้เรียกกันมานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย" 


"ใช่เวลาไหม" เขาสวน ถึงในใจจะเห็นด้วย "บอกเลิกไปทำไม" 


"จำคืนนั้นได้มั้ย ที่เรานั่งกินเบียร์กันหน้าทีวี หรืออาจจะฉันคนเดียวที่กิน นั่นแหละ เอาเป็นว่าฉันหมายถึงคืนนั้น" มินฮยอนเริ่มพูดต่อ สายตาดูจะจดจ่ออยู่กับแก้วเบียร์ที่พร่องไปกว่าครึ่งของตนเอง "ที่ฉันถามนายก่อนจะหลับไป ว่าจะดีกว่าไหมถ้าเราเลิกกัน"


"เอาจริงๆนะ องซองอู เล่าให้เด็กฟังยังรู้เลยว่าฉันกับฮยอนบินต้องเลิกกันเข้าสักวัน แบบ แหงล่ะ เราต้องเลิกกันแน่นอนอยู่แล้ว" มินฮยอนพูด ซองอูคิดว่าประโยคสุดท้ายนั่นมินฮยอนน่าจะพูดกับตัวเองมากกว่ากำลังบอกเล่าให้เขาฟัง "ไม่วันนี้ก็อาจจะเป็นวันพรุ่งนี้  หรืออาจจะเป็นอาทิตย์หน้า ไม่รู้เหมือนกัน"


"แต่ฉันอยากให้มันเป็นวันนี้"


"ทำไม"


มินฮยอนไม่ตอบ กระดกของเหลวในแก้วที่เหลืออีกครึ่งนึงเข้าไปทีเดียวก่อนจะหันไปสั่งขวดใหม่ แวบหนึ่ง แค่ช่วงสั้นๆ ซองอูเห็นบางอย่างเปลี่ยนไปในสายตาที่สงบนิ่งเหมือนน้ำในทะเลสาบนั่น คล้ายกับใครสักคนโยนก้อนกรวดเล็กๆลงไปจนผิวน้ำกระเพื่อมเป็นวงคลื่นแผ่กระจายออกมา แต่ก็แค่นั้น อึดใจเดียวผิวทะเลสาบก็กลับมาราบเรียบเหมือนเดิม แล้วเจ้าของทะเลสาบผืนนั้นก็เริ่มเปิดปากพูดต่อ


"อง เดือนหน้าควอนฮยอนบินบอกว่าจะไปสัมภาษณ์งานอีกที่"


"เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่กำลังจะเล่า"


"ฉันไม่อยากให้เรื่องนี้ทำน้องเขาวอกแวกตอนนั้น"


"แต่เรื่องมันอีกเป็นเดือนนะ"


"อืม ใช่ แต่นายก็รู้ เลิกกับแฟนมันแย่" มินฮยอนว่า ก้มหัวขอบคุณป้าเจ้าของร้านที่ยกเบียร์ขวดใหม่มาให้สองขวด "แต่ก่อนจะเลิกกันมันแย่ยิ่งกว่า แบบตอนนี้ ยิ่งลากยาวยิ่งแย่"


"อืม โอเค" ซองอูตัดบท ตัดสินใจว่าเขาไม่อยากฟังอีกต่อไป "มินฮยอน นายบอกว่าจะไม่เมา"


"ไม่เมาหรอก ฉันกินขวดเดียว ของนายอีกขวดนึงไง"


"และฉันบอกไปแล้วว่าจะไม่ดื่ม"


"เพื่อนเลิกกับแฟนทั้งที่ นายจะเป็นงี้จริงดิ" 


"มินฮยอน เรามากันแค่สองคน" ซองอูลดความแข็งในน้ำเสียงลง ก่นด่าตัวเองในใจที่เผลอใส่ความหงุดหงิดลงไปตอนพูดขนาดนั้น "ถ้านายเมา ฉันเมา ไม่มีใครมารับเราสองคนแล้วนะ"


"อืม ก็จริง" มินฮยอนผงกหัวรับ แต่ก็ดื่มเข้าไปเพิ่มอยู่ดี "เล่าต่อนะ คือ นายก็รู้ ช่วงก่อนจะเลิกกันมันคือช่วงที่แย่มากๆ แย่อยู่ตลอดเวลาถึงจะไม่ได้ทะเลาะกัน แบบที่นายเห็นฉันเป็นมาสักพักใหญ่ๆนี่แหละ แล้วเดี๋ยวมันจะแย่กว่านี้อีก"


"เดือนหน้าฮยอนบินมีสัมภาษณ์งานใหม่ งานที่บ่นมาตั้งแต่คบกันใหม่ๆว่าอยากได้มากๆ และช่วงเวลาก่อนหน้าที่น้องจะไปสัมภาษณ์จริงเดือนหน้า ช่วงนี้แหละ ฉันไม่อยากให้มันกลายเป็นนรกสำหรับเขา"


มินฮยอนกระดกของเหลวในแก้วจนหมดเกลี้ยง "เลิกกันตอนนี้ฉันคิดว่ามันโอเคแล้ว อันที่จริง ถ้าฉันไม่เห็นแก่ตัวขนาดนี้ก็ควรจะเลิกกันตั้งแต่สองเดือนก่อน แต่ก็ นั่นแหละ ฉันไม่อยากเลิก ทำยังไงก็ไม่อยากเลิก ฉันคิดอยู่ตลอดว่าไม่มีฮยอนบิน ฉันอยู่ไม่ได้"


"พอแล้ว"


"หนึ่งเดือนต่อจากนี้ ถ้าน้องเขายังรักฉันอยู่บ้างนะ ฝั่งฮยอนบินก็คงหนักอยู่เหมือนกัน แต่เสียใจเพราะเลิกกับแฟนมันดีกว่าอยู่ในช่วงที่ความสัมพันธ์จะพังแหล่ไม่พังแหล่แน่นอน แล้วเดือนหน้า น้องอาจจะดีขึ้นแล้ว อาจจะลืมฉันไปแล้ว"


"มินฮยอน"


"แต่นายรู้ไหมว่าฉันกำลังคิดอะไร อง ฉันคิดว่า ฉันคงจะมีความสุขมากๆถ้าน้องเขาเองก็รู้สึกแย่จนจะขาดใจเพราะเราเลิกกัน ฉันอยากเห็นน้องเป็นแบบนั้น จนถึงตอนนี้ฉันยังเห็นแก่ตัวอยู่เลย"


"บอกให้พอได้แล้ว"



เขาไม่อยากฟังแล้ว


ไม่อยากเข้าใจไปมากกว่านี้แล้วว่าฮวังมินฮยอนรักควอนฮยอนบินแค่ไหน


ซองอูรู้ตัวว่าตัวเองกำลังขมวดคิ้วอยู่ กล้ามเนื้อบนใบหน้าเครียดขึง เขารู้สึกปวดแนวกรามเหมือนมีเครื่องบดขนาดใหญ่กำลังบีบรัดคางเขาอยู่ ก่อนจะพบว่าตัวเขาเองนั่นแหละที่กำลังขบฟันบนกับกรามไว้แน่น


มินฮยอนเงยหน้าขึ้นมา มีก้อนกรวดที่ใหญ่กว่าเมื่อครู่ตกลงไปในทะเลสาบอีกครั้ง "ซองอู" 


"..."


"แต่ฮยอนบินไม่ยอมเลิก"


"..."


"ฮยอนบินบอกว่าให้ตายก็ไม่ยอมเลิก"





//






'ฮวังมินฮยอน !'


เสียงตะโกนแผดดังไปทั่วอย่างเหลืออด องซองอูกำผ้าผืนหนึ่งไว้ในมือ เดินออกมาจากระเบียง กระแทกประตูกระจกข้างหลังปิดตามเสียงดังลั่น สอดส่องสายตาหาไอ้บ้านั่นที่ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ะวัน และวันนี้เขาไม่ทนแล้ว


'อะไร' เจ้าของชื่อโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำ มือข้างหนึ่งแนบเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าถูกับคาง 'อะไรอีก'


'นั่นสิ อะไรอีก' เขาพูด ปาผ้าใส่หน้ามินฮยอน 'กางเกงในฉันเนี่ย เขียนอ.อ่างไว้ที่ขอบแล้วยังจะสับสนอะไรอีก'


มินฮยอนปิดเครื่องโกนหนวด 'อะไร ฉันใส่ของนายอีกแล้วเหรอ'


'เออสิวะ อยู่กันมาจะครึ่งปีแล้วทำไมยังจำกางเกงในสลับกันอีก'


'แล้วใครใช้ให้ซื้อมาเหมือนกันอะ'


'ก็เขียน อ.อ่าง กับ ฮ.นกฮูก แยกไว้แล้วไง ของทุกอย่างเลยด้วย' ซองอูสวน 'แล้วก็นะ ฮวังมินฮยอน ไม่มีผู้ชายอายุ 21 ปีที่ไหนเขาเขียนชื่อย่อตัวเองไว้ที่กางเกงใน'


'นายกับฉันนี่ไง ตั้งสองคน' คนโดนตะโกนด่าแต่เช้ายิ้มแฉ่งไม่สะทกสะท้าน 'เออ ขอโทษ ก็ อ.อ่าง กับ ฮ.นกฮูก มันคล้ายกันนี่ ซักแล้วเลือนจนเหมือนกันทุกตัว'


'ตลกเหรอ'


'ไม่ตลกเลยครับ เรื่องซีเรียส' มินฮยอนเปลี่ยนสีหน้า ให้เด็กตัวเล็กๆดูก็รู้ว่าแกล้งทำ 'งั้นเปลี่ยนจากตัวอักษรย่อเป็นนามสกุลเต็มไปเลยละกัน ฮวัง อง จะได้ไม่สับสน'





//






언제라도 너의 곁에

빈자리가 나면 날 봐주겠니


ถ้าที่ข้างๆเธอเกิดว่างขึ้นมา

เธอจะมองมาที่ฉันบ้างไหมนะ






[พี่มินฮยอน พี่อยู่ไหน]


"โทรมามีอะไรครับ"


[พี่ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง]


"พี่พูดไปหมดแล้ว"


[ผมไม่เลิก]


"ฮยอนบิน"


[ผมไม่เลิก ! ]




ซองอูนั่งจิบโซแม็คแก้วที่สามอยู่เงียบๆตอนที่มินฮยอนกำลังโต้เถียงอย่างใจเย็นกับคนในโทรศัพท์ซึ่งดูไม่พร้อมจะเย็นด้วยเท่าไหร่ เสียงฮยอนบินตะโกนแหวกอากาศออกมาแม้เสียงรอบนอกจะจอแจอยู่พอตัว แต่คนที่เอาหูแนบกับโทรศัพท์ยังคงทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนปลายสายมากนัก นอกจากชื่อควอนฮยอนบิน อายุ 26 เปลี่ยนงานมาสองครั้งในหนึ่งปีกับอีกสี่เดือนนิดๆ และเด็กนั่นเกลียดเขา ซองอูเลยไม่รู้ว่าการที่ใช้น้ำเสียงรุนแรงและดังลั่นแบบนั้นเป็นเรื่องปกติเวลาทะเลาะกันกับเพื่อนเขาหรือเพราะตอนนี้คือกรณีพิเศษกันแน่ แต่ที่รู้ๆคือมันไม่ใช่สิ่งน่าฟังสักเท่าไหร่


"ฉันไปสูบบุหรี่ข้างนอกนะ" ซองอูกระซิบบอกคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม มินฮยอนคว้ามือเขาไว้


"อยู่ด้วยกันก่อน"


[พี่คุยอยู่กับใคร]


"..."


"..."


[พี่ซองอุน ?]


"ฉันไปนะ"


"อง อย่าเพิ่ง"


[พี่ซองอูเหรอครับ]


"..."


"อืม ซองอู ทำไม"


ถึงตอนนี้เสียงปลายสายเงียบไป มินฮยอนจ้องเขาด้วยสายตาอ่านยาก ก่อนจะปล่อยข้อมือเขาเป็นอิสระ





ซองอูกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ตอนที่มีรถยนต์คันหนึ่งขับมาจอดอยู่หน้าร้าน


ขายาวๆก้าวลงจากฝั่งคนขับแบบดูก็รู้ว่ากำลังไม่สบอารมณ์อย่างแรง สายตาไม่เป็นมิตรที่ซองอูได้รับมาตลอดปีกว่าๆมองตรงไปในร้าน ก่อนจะหันมาทางเขาที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ตรงหางตาแล้วเปลี่ยนทิศทางการเดินมาหาเขาแทน


"พี่ซองอู"


"ถ้าไม่อยากให้มินฮยอนมันออกมานั่งฟังแกด่าฉันด้วยก็ลดเสียงหน่อย"


"พี่ พูดไม่รู้เรื่องเหรอวะ" ฮยอนบินไม่ยอมลดละ แต่ก็เบาเสียงลงอย่างชัดเจน "ผมบอกแล้วไงว่ามันเรื่องของผมกับพี่มินฮยอนสองคน ถ้าพี่เขาเมาก็ให้เรียกผม ไม่ใช่มาเทียวรับเทียวส่งแฟนคนอื่นเขาแบบนี้"


"ฮยอนบิน ฉันแค่มากินเหล้ากับเพื่อน" ซองอูเว้นช่วงพ่นควันออกจากปอดแล้วพูดต่อ "ตอนทะเลาะกันเมื่อกี๊ฟังไม่ออกรึไงว่ามันไม่ได้เมา"


"พี่ ผมขอ อยู่ในที่ที่พี่ควรอยู่เถอะครับ" ฮยอนบินถอนหายใจ "ถามจริง คิดว่าผมดูไม่ออกเหรอ" 


ซองอูที่กำลังอัดควันชุดใหม่เช้าปอดนิ่งไป


"พี่ซองอู ผมดูออกตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรก" อีกฝ่ายว่าต่อ "ผมรู้ว่าพี่ไม่ได้คิดแค่เพื่อนแบบที่ปากพี่บอก แต่พี่มินฮยอนเขาไม่คิดแบบนั้น"


อะไรนะ


"แกบอกมินฮยอนเหรอ" ซองอูถาม หันไปมองหน้าฮยอนบินก่อนจะเห็นว่าตอนนี้ไอ้เด็กบ้านั่นส่งสายตาเป็นต่อมาให้อยู่ก่อนแล้ว


"อืม ผมบอกพี่เขา"


"มินฮยอนมันว่าไง"


"นี่เพิ่งยอมรับกับแฟนพี่เขาเลยเหรอว่าพี่ชอบพี่มินฮยอนจริง"


"ฮยอนบิน ไอ้เด็กเวร อย่ามาเล่นลิ้น"


"แกบอกมินฮยอนไปว่าไง"


"ฮยอนบิน"


เสียงที่สามดังขึ้น ทั้งคู่หันไปมองก่อนจะพบว่ามินฮยอนตอนนี้เดินออกจากร้านมาแล้วพร้อมกระเป๋าสองใบ—ของเขาด้วยหนึ่งใบ—กำลังเดินตรงมาทางทั้งคู่


"พี่บอกว่าไม่ต้องมาไง"


"พี่ เราต้องคุยกัน"


"ฮยอนบิน" มินฮยอนถอนหายใจ "พี่เหนื่อยแล้ว จริงๆนะ"


"พี่ ทำไมไม่ฟังผมบ้างว่าผมเหนื่อยกับพี่มั้ย" ฮยอนบินเริ่มเสียงดังขึ้น "ผมเคยพูดเหรอว่าผมเหนื่อย"


"ฮยอนบิน พี่ก็ไม่เคยพูดนะว่าเหนื่อยกับเรา" มินฮยอนตอบ ก้อนกรวดตกลงไปในทะเลสาปอีกครั้ง 


"ไปคุยกันในรถ ฮยอนบิน" มินฮยอนว่าต่อ หันกลับมาหาซองอูที่นั่งอยู่ข้างหลัง "อง ขอโทษนะ"


"พี่ยังไม่เลิกเรียกกันด้วยสรรพนามนี้อีกเหรอ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบ"


"ที่รถ ฮยอนบิน" มินฮยอนย้ำอีกที ฮยอนบินดูเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ยอมเปิดรถให้มินฮยอนไปนั่งรอฝั่งข้างคนขับแต่โดยดี


ซองอูยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นี้เท่าไหร่ คำพูดของฮยอนบินยังคงติดอยู่ในหัวไม่ไปไหน


มินฮยอนรู้เหรอ


รู้มาตลอดเลยเหรอ


"พี่" ฮยอนบินเรียกเขา ซองอูหันไปมองตามเสียง "ไม่ต้องทำหน้าเหมือนผีเข้าขนาดนั้น พี่มินฮยอนเขาไม่เชื่อผม"


"นายบอกไปตั้งแต่เมื่อไหร่"


"ไม่รู้ ผมจำไม่ได้" 


"แล้วมันตอบมาว่าไง"


มินฮยอนลดกระจกลง เรียกคู่สนทนาเขาจากข้างหลัง ฮยอนบินกำลังจะเดินไปที่รถก่อนจะเปลี่ยนใจหันกลับมาหาเขาเป็นครั้งสุดท้าย


"พี่ ถือว่าผมขอร้องดีๆ"


"..."


"อย่ามาเป็นอีกคนที่ทำให้เรื่องของผมสองคนแย่ลงเลย"

.


.


.


.


.


-tbc-


#CrystalSkiesFic


มึนเมาทั้งเรื่องค่ะพ่อคุณ


ไว้เจอกันตอนต่อไปนะคะ :)







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #14 takari555 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 23:02

    โอโห ความ friend zone กักขังสองคนนี้ไว้จริงจัง เมื่อเริ่มด้วยความเป็นเพื่อนแล้วก็ต้องดำเนินต่อไป ทั้งๆที่มินฮยอนรู้เรื่องอยู่แล้วแต่ก็ยังเลิกกับฮยอนบิน เป็นใครก็คิดอ่ะ ไม่แปลกเลยที่ฮยอนบินจะไม่ชอบซองอู บางทีมินฮยอนคงพยายามไปต่อสุดความสามารถแล้ว มารู้ตัวผิดเวลา เลยยุ่งเหยิงกันไปหมด ซับซ้อนจังเลย เฮ่อออออ รอตามอ่านตอนจบค่าาาา

    #14
    0
  2. #13 Shipper (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 13:42

    คือเเบบฮวังมินฮยอนนางรู้เเล้วอ่ะว่าซองอูชอบ เเล้วยังงี้คือจะยังไงต่อในเมื่อฮยอนบินไม่คิดที่จะเลิกอยู่เเล้วเเถมยังบอกซองอูอีกว่าอย่ามายุ่งคือ ประเด็นค้างอ่ะเอาจริงไม่รู้ว่ามินฮยอนตอบกลับกับฮยอนบินไปว่ายังไงหลังจากรู้ว่าเพื่อนสนิทในสมัยที่รู้จักกันมานานแอบชอบตัวเองอยู่ หรือว่าซองอูจะยอมถอยออกมาจริงๆจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเเบบนี้ เเต่นี้คิดว่าไม่น่าจะทำได้อ่ะ เอาจริงคิดว่าถ้าอีกฝ่ายเรียกออกาหายังไงซองอูจะต้องออกมาเเน่ๆอ่ะ รออ่านต่อนะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆนะคะ

    #13
    0
  3. #12 แพท (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 13:29

    คือมินยอนก็ชอบองป่ะนะ แต่กลัวเสียเพื่อนไรงี้

    #12
    0
  4. #11 rikear_lope (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 10:04
    คุณ เราเริ่มงงกับมินฮยอนแล้วนะ งงๆอ๊องๆอ่ะ แล้วสรรพนามที่เรียกกันอีก ทำไมน่ารักจังอะ ฮือออออออ
    #11
    0
  5. #9 ffoxilla (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 08:59

    เรียกกันสรรพนามน่าร้ากก ติดตามนะคะ

    #9
    0
  6. #8 gingertabby (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 22:55
    อ่านตอนนี้แล้วโมโห โมโหมินฮยอน อ๋อ หรืออิน555555 เออคงอิน โมโหตั้งแต่มินฮยอนทฮยอนบิน หงุดหงิดอะ ทำไมไม่ตอบว่ามินฮยอนตอบว่าไง555 จริงๆ คือเราแบบ เออ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นพูดเรื่องตัวเองไปอะไม่ใช่เรื่องฟิค เอาเป็นว่าถ้าตั้งใจเขียนให้คนอ่านอ่านจบแล้วหงุดหงิดก็คือทำสำเร็จ200%เลยค่ะ 5555
    #8
    0
  7. #7 gingertabby (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 22:53
    เราแบบ อยากคอมเมนท์แต่ขอตั้งสติแป๊บ
    #7
    0
  8. #6 NumNim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 16:35
    คุณองงงง ก็คุณป็อดเองแล้วจะมาอยากรู้คำตอบว่ามินฮยอนรู้สึกยังไงงง ทำไมกันนนนน
    #6
    0