[นิยายแปล]เกิดใหม่เป็นนางร้ายในโอโตเมะเกมกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามและเหล่าหนุ่มสุดยันเดเระ!!!

ตอนที่ 8 : Ch 8 | แม้ว่าสุดท้ายฉันจะอยู่บ้าน แต่ผู้ติดตามของฉันกลับอารมณ์ไม่ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

Chapters 8 | แม้ว่าสุดท้ายฉันจะอยู่บ้าน แต่ผู้ติดตามของฉันกลับอารมณ์ไม่ดี

 

เราได้รับวันปิดเทอมสองครั้งในแต่ละปี ครั้งแรกฉันเลือกที่จะอยู่ในหอพักที่โรงเรียนเพื่อเรียนรู้เวทมนตร์เพิ่มอีกเล็กน้อย ด้วยคะแนนสอบของฉันมันน้อยมากจนน่าสงสาร ในขณะที่ฉันได้คะแนนด้านจริยธรรมดีเยี่ยม ในส่วนคะแนนของประวัติศาสตร์และทฤษฎีเวทมนตร์ดูเหมือนจะหนีจากฉันตลอดเวลานั่นคือสิ่งที่ฉันเน้น

นอกจากนี้ฉันยังฝึกฝนการใช้เวทย์เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการประเมินด้วย เพราะฉันมักจะได้คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสมอ แม้ว่าฉันจะไม่อยากเก่งในวิชาพวกนี้ แต่นั่นมันก็ใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องของเกมและอาจทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายแบบขั้นสุด ฉันเลยละทิ้งวิชาพวกนี้ไม่ได้โดยเด็ดขาด เพียงเพราะฉันแค่อยากจะหลีกหนีจากชะตากรรมของตัวละครแล้วไม่ได้หมายความว่าจะจบแค่นั้นนะ ฉันอยากมีชีวิตรอดในโลกแห่งนี้ หวังว่าในอนาคตฉันจะหางานได้หรืออย่างน้อยก็กลายเป็นแม่บ้าน..... แต่ถ้าไม่มีความรู้หรือทักษะในระดับหนึ่ง แม้กระทั่งเรื่องพวกนี้สำหรับฉันแล้วมันคงเป็นไปไม่ได้

และฉันจะไม่ยอมเป็นลูกสาวของไวท์เคาท์ที่นำความอับอายมาสู่ชื่อเสียงของครอบครัว ฉันอาจไม่อยู่ในระดับที่เลวร้าย แต่ฉันก็ยังมีความภูมิใจเล็กน้อยเหลืออยู่ในตัวฉัน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงเลือกพักอยู่ที่หอพักต่อและใช้เวลาพักอันมีค่าของฉันในการเรียน

แต่การใช้เวลาพักทั้งสองครั้งนี้โดยที่ไม่กลับบ้านกลับช่องเลยมันก็จะเกินไปหน่อยนะสำหรับฉัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ฉันถึงมีความสุขที่ได้นั่งรถม้ากลับไปที่คฤหาสน์ และเมื่อปิดเทอมครั้งนี้สิ้นสุดลง ฉันก็กลายเป็นรุ่นพี่ปีสอง (น่าจะม.5ถ้าเทียบกับบ้านเรา) อย่างเป็นทางการและในที่สุดแอชลีย์ก็จะได้เข้าเรียน หมายความว่าในครั้งต่อไปฉันจะมีทริปนี้ไปที่โรงเรียนพร้อมกับเขา ❤ ฉันมั่นใจว่าการเดินทางแสนยาวนานนี้กับเขามันจะสั้นลงสุดๆ!

ในจดหมายจากแอชลีย์ ท่านพ่อเหมือนกลับวิญญาณกำลังหลุดออกจากร่างในช่วงพักครั้งสุดท้ายเพราะฉันตัดสินใจที่จะไม่กลับมาที่บ้าน ด้วยที่ท่านพ่อเป็นที่ที่ชอบเอาใจใส่และอ่อนโยน เป็นจุดที่ท่านไม่สามารถแม้แต่จะบอกความรู้สึกเหล่านี้กับฉัน เพราะกังวลว่าฉันอาจรู้สึกไม่ดี ฉันรู้มาน่าแล้วว่าไม่มีทางที่ท่านจะบังคับท่านแม่ให้หนีไปกับท่านได้ ฉันเคยกังวลจนคิดว่าท่านลักพาตัวท่านแม่มาอยู่ด้วยนานแล้ว แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่าฉันมองพวกท่านในด้านบวกและรู้สึกโรแมนติกไปด้วย

นอกจากนี้ฉันรู้ว่าฉันลำเอียงเพราะท่านเป็นพ่อของฉัน แต่ถึงจะมองเขาแบบเป็นกลางยังไงแต่ฉันก็รู้สึกว่าท่านหล่อสุดๆ ฉันแน่ใจว่าท่านแม่ต้องโดนจีบและมีความสุขมากที่ไปด้วยกันกับท่าน ท่านมีดวงตาที่ฉลาด ออกเฉี่ยวๆ และแม้กระทั่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาใบหน้าของท่านก็ยังคงเด็กและดูดีอยู่ นอกจากนี้พฤติกรรมของท่านจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงยามที่ท่านทำงาน มันช่างน่าประหลาดใจมากที่ได้เห็นท่านทำตัวนิ่งสงบในขณะหนึ่งและต่อมาท่านก็ยิ้มแย้มแจ่มใส สัตย์จริงเลยนะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าท่านกับท่านแม่ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน มันแย่มากจริงๆ ที่ฉันได้รับมันมาจากท่านพ่อ ในขณะที่ดวงตาเฉี่ยวนั้นดูดีสำหรับท่าน แต่สำหรับใบหน้าของผู้หญิงมันดูดุดันเกินไปจนกลายเป็นจุดด้อยของฉัน

เนื่องจากท่านพ่อมักจะรักฉันอยู่เสมอ ฉันตกใจนิดหน่อยที่เห็นสิ่งที่เขาเตรียมไว้ในการฉลองการกลับบ้านของฉันหลังจากนั้นไม่นาน.... แต่ฉันก็เลิกกังวลเมื่อคนขับรถม้าบอกว่าเรามาถึงแล้วและเปิดประตูให้ฉัน ฉันเห็นแอชลีย์ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับโค้งศีรษะคำนับ

 

“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ” เขากล่าวอย่างสุภาพ

“ข้ากลับมาแล้วแอชลีย์ เจ้าช่วยข้าหน่อยได้ไหม?”

 

ฉันเอ่ยพลางยื่นมือออกไปนอกรถ เมื่อเห็นดังนั้นแอชลีย์ก็ยิ้มและยื่นมือของเขาจับที่นิ้วมือของฉันเบาๆ

 

“นายท่านอยากอยู่ที่นี่เพื่อต้อนรับคุณหนูครับ แต่ดูเหมือนว่าจะมีงานเร่งด่วน เขาไม่มีความสุขอย่างยิ่งแต่ก็ละทิ้งมันไม่ได้ครับ”

“ช่างน่าเสียดาย เขาพลาดโอกาสที่จะได้เห็นรอยยิ้มของข้าอีกครั้ง”

 

ฉันเอ่ยในขณะที่เขาช่วยฉันลงจากรถ เมื่อฉันลงมาถึงพื้นดินแล้วมือของแอชลีย์ที่จับมือของฉันและดึงมาแนบที่ใบหน้าของเขา “ข้ากำลังยิ้มสินะครับ?” เขาถาม ราวกับว่าเขาไม่เชื่อตัวเอง ก่อนที่เขาจะแปลเปลี่ยนใบหน้าของเขาให้กลับไปเป็นใบหน้าที่ไร้อารมณ์เหมือนเดิม ฉันว่าฉันจะไม่พูดอะไรแล้วนะ!

 

“โอ้แอชลีย์ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน ข้าว่าเจ้าสูงขึ้นนะ!”

“แน่นอนครับ ในฐานะผู้ดูแลของท่านมันคงไม่เหมาะถ้าข้า(เตี้ย)ตัวเล็กเกินไป”

 

เขาเมินเรื่องที่ฉันคิดถึงเขา ฉันบอกว่าฉันคิดถึงเขา ฉันรู้.... ฉันปล่อยให้เรื่องพรรคนั้นมากระทบกระเทือนฉันได้ ถ้าฉันปล่อยให้มันรบกวนฉันทุกครั้งฉันก็จะผิดหวังสุดๆ เขาไม่เคยน่ารักตลอดเวลา เพราะงั้นฉันเลยคุ้นเคยกับความเฉยเมยของเขามานานแล้ว

 

“ท่านทานข้าวเที่ยงรึยังครับ?” เขาถามเพื่อทำลายความคิดของฉัน

 

“ยังเลย ตอนนี้ข้าหิวแล้ว เราออกเดินทางมาตั้งแต่เช้าตรู่ จนนี้ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่ข้าทานอาหารเช้า แล้วเจ้าล่ะ แอชลีย์? เจ้าทานรึยัง?”

 

“ยังครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเราทานด้วยกันเหมือนสมัยก่อนดีไหม? น่านะ?”

“ถ้านั่นคือสิ่งที่ท่านต้องการ งั้นก็ช่วยไม่ได้ครับ” เขาเอ่ยอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

 

ฉันเรียกเมดที่อยู่ใกล้รถม้าและขอให้เธอบอกพ่อครัวเตรียมอาหารกลางวันให้เราและเรียกเราเมื่อพร้อม แต่เธอกลับส่ายหัว

 

“ทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมแล้วค่ะคุณหนู คาร์ไลน์เตรียมให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมในครัวนานก่อนที่เขาจะออกมาต้อนรับท่านเสียอีกค่ะ”

“โอ้แหม.....แอชลีย์เป็นคนรับใช้ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ เขายังสามารถอ่านใจนายของเขาได้โดยไม่ต้องคิดแม้แต่ครั้งที่สอง”

 

ดูเหมือนว่าเวลาที่เราห่างกันไม่ได้ทำให้ความสามารถเขาลดลงเลย แถมยังน่าทึ่งกว่าที่เคยเป็นมา ถ้าฉันไม่กำจัดข้อบกพร่องมากมายบางอย่างของฉัน แอชลีย์จะผิดหวังกับฉันอย่างแน่นอน

ขณะที่เราเดินเข้าไปในคฤหาสน์ฉันสังเกตเห็นว่าเหมือนว่าจะมีการปรับปรุงใหม่เล็กน้อยระหว่างที่ฉันไม่อยู่ แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น ห้องโถงที่เรากำลังเดินผ่านอยู่มีดอกไม้และภาพเขียนจำนวนมากประดับประดาไว้ด้านข้างและบนผนัง

เมื่อเราไปถึงห้องทานอาหารฉันดีใจนะที่เห็นว่าไม่มีส่วนไหนเปลี่ยนไป : อาหารยังอยู่ดี! ฉันรอคอยที่จะได้ลิ้มรสชาติของบ้านเป็นเวลานาน และก็ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน!

 

“เจ้าไม่เพียงแค่จะคาดการณ์ว่าข้าจะหิวหลังจากที่เดินทางกลับบ้าน แต่ข้าขอให้เจ้าทานกับข้าได้ไหม?”

 

ฉันถามผู้ติดตามที่แสนเพอร์เฟคอย่างขบขันขณะที่เขาตักซุบหนึ่งในสองชามที่เตรียมไว้ “ข้ารู้จักท่านมานานแล้วนิครับ” นั่นคือทั้งหมดที่เขาเอ่ย ก่อนที่จะเริ่มทานต่อ

 

อ่า นานมากแล้วนะตั้งแต่ที่ฉันได้ทานอาหารกับคนอื่น เห็นอย่างนี้ฉันไม่มีเพื่อนเลยยังไงล่ะ ออสเวล เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคู่หู แต่ฉันก็พยายามที่จะลีกเลี่ยงไม่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด แม้ว่าเขาจะยืนกรานจนหน้าหงุดหงิดก็เถอะ เกรย์ก็เหมือนกัน ฉันบอกเขาอย่างตรงไปตรงมาว่าฉันไม่ต้องการที่จะใกล้ชิดเขามากนักถ้าเป็นไปได้ และเขาก็ยอมรับในคำขอนี้ แม้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราทะเลาะกันหรือไม่ก็ฉันทำให้เขาไม่พอใจมักจะจบลงด้วยการที่เขาขู่ฉันว่าจะคุยกันในที่ที่มีคนพลุกพล่าน

พอคิดๆ ดูแล้วเราก็ได้ทำข้อตกลงร่วมมือกัน แต่ก็ยังไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครลับเลย มันรูืสึกเหมือนว่าเขาน่ะแหละที่เป็นตัวอันตรายต่อฉันเสียมากกว่า เยี่ยมไปเลย! ออสเวลก็เหมือนกัน!!! รู้สึกราวกับว่าทุกคนที่อยู่รอบตัวฉันกำลังพยายามทำให้ฉันตายอายุขัยลดลงไม่ว่าจะธงแห่งความตายก็ตาม

 

“มันเป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้ทานอาหารร่วมกันกับเจ้าแบบนี้” สัตย์จริงเลยนะ ฉันรู้สึกว่าความเครียดที่สะสมมาเริ่มละลายหายไป

 

“การกระทำนั้นเสียงดังกว่าคำพูดนะครับ หากท่านคิดว่าสิ่งนี้ดีล่ะก็ ท่านไม่คิดว่ามันจะดีกว่าเหรอครับถ้าหากท่านกลับมาในช่วงปิดเทอมแรกด้วย?”

 

หือ? เมื่อกี้ ฉันสาบานว่าฉันไม่ได้ตาฝาดแอชลีย์ทำหน้ามุ่ย

 

“ท่านสามารถเรียนที่บ้านได้เหมือนกับที่เรียนในหอพักนะครับ ข้าสามารถช่วยท่านได้แค่เพียงท่านกลับมา”

 

แม้ว่าปกติแล้วแอชลีย์จะมีมารยาทที่ดีมาก แต่ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ไม่ดีสุดๆ เห็นได้จากเสียงของช้อนส้อมที่กระทบกันเครื่องเงินของเขาขณะที่เขากำลังตกอาหาร

 

“นี่ แอชลีย? เจ้ากำลังโกรธที่ข้าไม่ได้กลับมาที่บ้านครั้งที่แล้วใช่ไหม?”

“ข้าเป็นแค่ข้ารับใช้ของท่านเท่านั้น ข้าไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปโกรธท่านหรอกครับคุณหนู”

 

ถึงนายจะพูดแบบนั้นก็เถอะ....แต่ส้อมกับมีดที่ถืออยู่นะเสียงมันดังขึ้นนะนายรู้ตัวไหม?

 

“เจ้าไม่โกรธ?”

“ไม่เลยครับ”

“มองตาข้าได้ไหม?”

“.....แทนที่ท่านจะพูดอะไรอย่างเช่น ‘ข้าคิดถึงเจ้า’ ท่านควรกลับมาหาข้า”

 

ว้าว ‘เดเระ’ มันนานมากเลยนะที่เขาจะพูดอะไรแนวๆ นี้! พอฉันขึ้นรถม้าเพื่อไปโรงเรียนสิ่งที่เขาพูดคือ ‘ดูแลตัวเองด้วยนะครับ’ จดหมายทุกฉบับของเขาก็ด้วย? เขาไม่ควรเก็บความรู้สึกเอาไว้นะ เขาควรพูดออกมาบ้าง!

แต่อย่างน้อย ดูเหมือนว่านายจะอยากได้ยินคำว่าคิดถึงจากฉันใช่ไหมล่ะแอชลีย์?

 

“ข้าขอโทษ ข้าแค่อยากจะเป็นเจ้านายที่เหมาะสมกับเจ้า เจ้าจะต้องทึ่ง ข้าต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อให้มันทันการ! และข้าคิดว่าถ้าข้าอยู่ในหอพักอาจารย์ของข้าก็อยู่ที่นั่น ถ้าข้าต้องการความช่วยเหลือ.....”

“คุณหนู ท่านประเมินตัวข้าสูงเกินไปแล้วครับ”

“ไม่มีทาง! เจ้าคือผู้ติดตามที่มีความสามารถมากจริงๆ นะแอชลีย์”

“ท่านชมเกินไปแล้วครับ”

“.....”

 

แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเจอข้อบกพร่องของแอชลีย์....และแน่นอนมันจบลงด้วยการที่ฉันชมเขาไม่หยุด ฉันไม่สามารถสรรหาคำบรรยายได้อีกแล้ว! ฉันคิดว่าการที่เขาไม่แสดงสีหน้านี้แหละที่อาจจะเป็นข้อบกพร่อง.... แต่ก็มีบางเวลาที่หน้ากากนั่นพังทลายลงและเขาแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ดังนั้นฉันไม่สามารถใช่สิ่งนี้เป็นข้อครหาเขาได้

 

“ข้าไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ท่านคิดหรอกครับคุณหนู”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ข้าก็มั่นใจว่าพอเจ้าเข้าโรงเรียน เจ้าจะเก่งในทุกเรื่องที่เจ้าได้ทำ”

 

ตั้งแต่การเรียนยันเวทมนตร์นั่นเป็นความเชี่ยวชาญของนายเสมอมา

 

“ข้าประหลาดใจกับเรื่องนั้นครับ”

“จะดีมาก ถ้าเจ้าเป็นผู้ติดตามของข้าคนนี้!”

“นั่นคือสาเหตุที่ข้าบอกว่า ท่านคาดหวังสูงเกินไป”

“โอ้พระเจ้า”

 

และนั่นคือคำพูดของชายที่ฉันตั้งระดับของเขาไว้ซะสูงที่เห็นมันเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ ถึงจุดที่ฉันอยู่โรงเรียนแล้วพบว่าฉันเปรียบเทียบตัวเองและคนอื่นๆ กับเขาแล้วไม่มีใครเทียบกับแอชลีย์ได้แล้ว!

ฉันแน่ใจว่าพอแอชลีย์เข้าเรียนจริงๆ และมีโอกาสที่ได้เห็นการเปรียบเทียบ ในที่สุดเขาก็จะตระหนักได้เองว่าสกิลของเขาน่ะไม่มีใครเทียบได้แล้ว แต่ตอนนี้ฉันจะทิ้งเรื่องนี้ไว้ ฉันรู้สึกว่าถ้าพูดเรื่องนี้ต่อไปในขณะที่แอชลีย์กำลังอารมณ์ไม่ดี ฉันว่ามันคงจะแย่กว่านี้ และด้วยเหตุนี้เราจึงทานอาหารที่ยังเหลืออยู่กันอย่างเงียบๆ

 

***

 

นี่ก็สามวันแล้วที่ฉันกลับมาที่บ้านและได้รับจดหมาย....

3วัน! สำหรับจดหมายระหว่างปิดเทอมที่จะมาถึงในไม่ช้า คนส่งไม่ควรพูดเรื่องที่เขาต้องการในตอนที่เราอยู่โรงเรียนนะ!? คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันแรกที่เขียนถึงฉันหรอกนะ!

แอชลีย์กับฉันกำลังเรียนด้วยกันในห้องสมุด เมื่อมันถูกส่งมาเราทั้งคู่ต่างประหลาดใจมาก เมดมอบมันมาให้ฉันด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือความจริงที่ว่าไม่ใช่แค่เมดคนเดียวที่มาส่งมัน ไม่ได้มาแค่สองคนต่างหาก.... มีเมดตั้งหกคนที่เข้ามา ทุกคนเขินอายและจ้องมองฉันด้วยแววตาเป็นประกายราวกับกำลังดูฉากโรแมนติกจากภาพยนตร์

เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏตรงหน้านี้ทั้งฉันและแอชลีย์ต่างตกตะลึง จนกระทั่งเราได้เห็นจดหมาย

ที่ด้านบนของจดหมายเขียนว่า :

 

“ถึง เซชิลที่รักของข้า”

 

และที่ด้านล่างมีชื่อ :

 

“เกรย์ แรนดอล์ฟ”

 

รุ่นพี่เขียนแบบนี้มันสร้างความเข้าใจผิดได้นะ!

 

สุดท้ายแล้วก็ทนต่อความสงสัยไม่ได้ เมดคนหนึ่งยกมือขึ้นไปจับที่แก้มของเธอและพูดด้วยเสียงดังเล็กน้อย

 

“เกรย์ แรนดอล์ฟ! นั่นไม่ใช่ลูกชายของ ท่านดยุคแรนดอล์ฟเหรอคะ!? คุณหนู ท่านมีความสัมพันธ์กับท่านผู้นั้นแบบไหนเหรอคะ??”

 

โดยที่ไม่รอคำตอบ สาวๆ คนอื่นๆ ต่างก็รีบกรูเขามาไถ่ถามฉันด้วยตัวของพวกเธอเอง

 

“การที่ท่านผู้นั้นส่งจดหมายถึงคุณหนูเป็นการส่วนตัวแบบนี้ ความรู้สึกของท่านทั้งสองไปถึงขั้นไหนแล้วเหรอคะ?”

“ท่านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านผู้นั้นหรือเปล่าคะ?”

“นายท่านรู้จักกับท่านผู้นั้นหรือยังคะ?”

“ท่านวางแผนที่จะหมั้นหมายกันไหมคะ?”

“ท่านชอบอะไรในตัวท่านผู้นั้นบ้างคะ?”

 

เข้าใจผิดกันไปหมดแล้วถึงขั้นหมั้นหมายมีเรื่องหมั้นหมายในหัวแบบนี้ หนึ่งเขายังห่างไกลจากการหลงรัก เขาไม่กระตือรือร้นอะไรเลยแม้แต่น้อย! และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราโต้ตอบกันเขามักจะชอบเลอะเทอะแถมหยาบคาย แน่นอนเราไม่ได้ปกปิด และแน่นอนไม่จำเป็นต้องพูดถึงเขาให้ท่านพ่อทราบด้วย และเหนือสิ่งอื่นใดฉันไม่สนใจเขาเลยสักนิด!

แต่ไม่มีเมดคนไหนที่สามารถเดาได้เลยว่าในจดหมายนั้นเขียนไว้ว่ายังไง ลองมาคิดๆ ดูแล้วว่าเกรย์เป็นที่รู้จักกันดีในนามของสุภาพบุรุษอันหล่อเหลาแถมยังเป็นบุตรชายคนแรกของท่านดยุคแรนดอล์ฟ พวกเขาคงคิดว่าต้องมีเรื่องราวความรักโรแมนติกบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน แต่พวกเขาคงต้องผิดหวังเสียแล้วล่ะ

 

“เขาเป็นแค่รุ่นพี่ที่คอยดูแลข้าในตอนที่อยู่โรงเรียนเท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

 

พอฉันกล่าวออกไปแบบนั้นเมดทุกคนถอนหายใจและเริ่มพึมพำกับความอับอายที่เกิดขึ้นหรือไม่พวกเขาก็ไม่เชื่อมัน จากนั้นก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน 'อาจจะไม่ใช่ว่าท่านแรนดอล์ฟ''เขาส่งจดหมายถึงคุณหนูหลังจากที่ห่างกันแค่สามวันเองนะ'พวกเธอกล่าวอย่างไม่เชื่อในความสัมพันธ์ของเรา เอาจริงดิ ทำไมเขาต้องเขียนจดหมายถึงฉันในช่วงปิดเทอมได้เร็วขนาดนี้??

ถัดไปจากฉัน เสียงปิดหนังสือดังปึกทำให้ทั้งฉันและเหล่าเมดต่างพากันสะดุ้งโหยง

 

“แอชลีย์.....?”

 

แอชลีย์ตบมือลงบนโต๊ะเป็นสัญลักษณ์ของความไม่สบอารมณ์อยู่และบรรยากาศในห้องก็เย็นยะเยือกทันที พอเป็นแบบนี้แอชลีย์ค่อนข้างน่ากลัว แต่ก็งดงามมากจนฉันไม่กล้ามอง ฉันไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงดี แต่ด้านที่มีเสน่ห์ของเขาก็ออกมา แต่ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรเขากลับเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน เขาพูดคุยกับเมดพลางชำเลืองไปยังพวกเธอ

 

“คุณหนู เธอก็ปฏิเสธว่าไม่มีความสัมพันธ์แบบนี้กับท่านผู้นั้นแล้วไม่ใช่เหรอครับ? อย่าหยาบคายเพราะสงสัยอะไรที่ไม่มีที่สิ้นสุดและจินตนาการที่เกินความจริงสิครับ”

 

นี่ก็สิบปีแล้วที่แอชลีย์อยู่ที่บ้านหลังนี้เพราะงั้นสาวใช้ก็เห็นแอชลีย์ในทุกๆ วัน รุ่นพี่จึงเป็นชายคนแรกที่เข้ามา ที่จะสามารถมาเป็นคู่ปรับของแอชลีย์และแน่นอนว่าพวกเธอคลั่งไคล้เขา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะโกรธแอชลีย์แทนเขานะ พวกเธอหลีกเลี่ยงทันทีที่ได้ยินคำกล่าวโทษจากเขา พวกเธอขอโทษขอโพยทันทีสำหรับกิริยาที่หยาบคายและรีบพากันออกจากห้องไป

 

“ท่านสนิทกับลูกชายของท่านดยุคแรนดอล์ฟด้วยเหรอครับ?” แอชลีย์ถามพลางหันมามองฉันด้วยสายตาอำมหิต เขาเหลือบมองลงมาราวกับจะถามว่ากล้าสนิทกับคนอื่นมากกว่าข้า แม้จะเป็นแค่เรื่องตลก พวกเขาไม่ใช้สายตาแบบนั้นมองเจ้านายกันหรอกนะ

 

“อืมม รู้ไหมมีหลายสิ่งเกิดขึ้นนะ”

“หลายสิ่ง? เช่นอะไรเหรอครบ?”

“อืมม การประชุมลับล่ะมั้ง?”

“การนัดพบของคู่รักเหรอครับ?”

 

ว้าว ฉันอาจจะได้ยินประโยคที่ดีกว่านี้นะ

 

“การพูดคุยครั้งนั้นเป็นแค่การแลกเปลี่ยนงานอดิเรก แค่นั้นเองจ้ะ”

“แค่สองคน?”

 

นายไม่ได้กำลังจะบอกว่า นายกำลัง(หึง)สงสัยหรอกใช่มะ?

 

“เราไม่ได้สนิทกันหรอกจ้ะ เราอยู่ในระดับที่พูดคุยกันบ้างเป็นครั้งคราว”

“แล้วทำไมเขาถึงเรียกท่านว่าที่รักของท่านผู้นั้นล่ะครับ?”

“มันเป็นแค่คำสุภาพน่ะ? สิ่งเล็กน้อยที่ออกมาจากปากก็แค่นั้นล่ะจ้ะ”

 

ถึงฉันจะอธิบายแต่มันก็อาจเข้าใจผิดได้ง่าย มีผู้หญิงกี่คนที่เข้าใจผิดกับคำคำนั้นที่รุ่นพี่พูดกันนะ ฉันล่ะสงสัย....

 

“ถ้าอย่างนั้นท่านจะอ่านมันตอนนี้เลยไหมครับ?”

“.....เจ้าจะอ่านด้วยเหรอแอชลีย์?”

“มีปัญหากับเรื่องนั้นเหรอครับ?”

 

นี่เป็นการกระทำที่เสียมารยาทแบบสุดๆ แม้ว่าแอชลีย์จะไม่ได้มีแนวโน้มที่จะให้เกียรติที่ที่ถือว่ามีมารยาทและเหมาะสมในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย ฉันแน่ใจว่าในจดหมายกำลังจะพูดถึงตัวละครลับหรือพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับโลกนี้ที่รุ่นพี่ได้รวบรวม ด้วยที่มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปถึงขั้นที่ส่งจดหมายเพียงเพื่อถามไถ่ว่า 'อากาศดีไหม?'ไม่ก็ 'ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?'และยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าจะเป็นไปได้ก็ตาม ฉันไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ารุ่นพี่จะมีรสนิยมการเขียนจดหมายแบบนั้น

 

“เราอ่านมันทีหลังไม่ได้เหรอ?”

“ทำไมครับ? รู้สึกผิดเหรอครับ? มีสิ่งที่ข้าไม่ควรเห็นในนั้นเหรอครับ?”

“.....”

 

ฉันเดาว่ามีเนื้อหาที่แอชลีย์ไม่ควรเห็น ฉันแค่ต้องปกปิดมันจากเขา ตราบใดที่เขาไม่ได้อ่านสิ่งนั้นทุกอย่างจะปลอดภัย ฉันไม่มีความกล้าที่จะบอกกับเขาว่าไม่ต้องการให้เขาอยู่ด้วยในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธแล้วด้วย

ฉันไม่ลังเลอีกต่อไปฉันดึงตราประทับออกพร้อมเปิดจดหมาย.... เหมือนว่าฉันไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะ!

 

“ภาษาของประเทศอะไรเหรอครับ? ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย...” แอชลีย์กล่าวพลางเอียงศีรษะด้วยความสงสัย

 

ฉลาดมากค่ะรุ่นพี่! ช่วงเวลาที่ยากเย็นแบบนี้ รุ่นพี่ทำได้น่าสรรเสริญยิ่ง ฉันเดาว่าในฐานะที่คุณเป็นนักเรียนเกียรตินิยม คุณยังแสดงออกมาได้มากกว่านี้นะ

 

“คุณหนูท่านอ่านออกเหรอครับ?”

“จ้ะ ข้าได้เรียนภาษานี้นิดหน่อยน่ะ”

 

อันที่จริงฉันไม่จำเป็นต้องศึกษามัน...แต่ใช้ฉันอ่านออกแน่นอน

 

***

 

ถึง เซชิล ออลดินตัน

 

เพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นอ่านจดหมายนี่ ฉันคิดว่ามันดูที่สุดถ้าหากเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น ฉันคิดว่าเธอจะอ่านได้อย่างปลอดภัย

มีสามเรื่องที่ฉันต้องบอกให้เธอรู้ เรื่องแรกเกี่ยวกับแอชลีย์คาร์ไลน์ฉันรู้ว่าเธอต้องพูดว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแต่อย่าประมาทในตอนที่อยู่กับเขาเพียงแค่เธอรู้สึกสะดวกสบายรอบๆ ตัวเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กลายเป็นคนโรคจิตและจบลงด้วยการฆ่าเธอหรอกนะ แค่ฉันนึกภาพเธอ ฉันก็รู้สึกกระวนกระวายเกินกว่าที่จะอยู่บ้านและลองเสี่ยง เพราะงั้นฉันเลยอยากจะเตือนเธอในเรื่องนี้

เรื่องที่สอง ฉันได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออสเวล อาร์คไรท์ ถึงฉันจะได้มันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ปิดเทอมเสียก่อนที่ฉันจะไปบอกเธอ จากที่สืบดุแล้วฉันได้รู้ว่าเขาโตมาในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ค่อนข้างจะซับซ้อน ตั้งแต่ที่เธอบอกว่าเรื่องราวเบื้องหลังของตัวละครมีความสำคัญสุดๆ ฉันเลยคิดว่าเรื่องนี้จะพาเขากลับไปในรายชื่อผู้ต้องสงสัยสำหรับตัวละครลับของเรา

ข่าวสำคัญชิ้นสุดท้ายที่ฉันมีคือ ดยุคแรนดอล์ฟพ่อของฉันรับลูกบุญธรรมขณะที่ฉันไปเรียน ฉัน ตัวฉันไม่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเขาจนฉันกลับบ้านในที่สุด แต่เหมือนว่าเขาจะอายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปีและจะเริ่มเข้าโรงเรียนกับเราทันทีเมื่อเปิดเทอมเขาหล่อมากเป็นพิเศษ ฉันอาจจะคิดมากเรื่องนี้ แต่ฉันรู้สึกแย่มากกว่าที่ผู้ชายคนนั้นเป็นคู่แข่งที่ดีที่สุดของเราสำหรับ(ว่าที่)ตัวละครลับ เพราะเขาเป็นน้องชายบุญธรรมของเป้าหมายการจีบล่ะนะ สิ่งนี้ทำให้ความรู้สึกว่าเป็นการพัฒนาที่แสนสำคัญสำหรับฉัน แต่ฉันไม่ใช้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้แน่นอน เหตุผลที่ฉันรีบเขียนจดหมายฉบับนี้ให้เธอเพราะฉันไม่แน่ใจว่าจะคิดยังไงกับน้องชายคนใหม่ของฉัน

ฉันจะรอฟังความคิดเห็นของเธอ

 

เกรย์ แรนดอล์ฟ

 

***

 

“คุณหนู? ในนั้นบอกว่าอะไรเหรอครับ? ...ท่านหน้าซีด”

“พระเจ้า...ลูกบุญธรรม...”

 

ฉันไม่เคยได้ยินว่ามีตัวละครตัวไหนที่มีพื้นเพแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขาอายุเท่ากันกับแอชลีย์

 

“แอชลีย์...”

“ครับ?”

“ได้โปรดไม่ว่ายังไงก็ตามที่เจ้าทำอย่าทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังนะตกลงไหม?”

 

มันยังไม่ได้ยืนยัน แต่มีโอกาสที่จะมีคนอันตรายที่น่ากลัวและอายุเท่ากันกับแอชลีย์....และถ้าเด็กคนนั้นเรียนในระดับชั้นเดียวกันกับเขา...ฉันจะอยู่ข้างตัวฉันด้วยความกลัวแทนเขา

 

--------------------------------------------------

 

ผู้แปล : ฉันรู้ รีดรู้ ทุกคนรู้ว่าฉันกำลังแปลนิยายตลอด

เพราะฉันคือเร็นซัง/ชิบะ ที่แปลว่าอิสระ ฉันจะไม่ตกเป็นทาส

ความขยันหรอกค่ะ! อะ...เอ๋ ไม่ใช่เหรอ แหะๆ

มาแล้วค่า อู้ซะนาน 555+ มีว่าที่ตัวละครลับแล้วล่ะค่ะ

แล้วอยากจะบอกว่าเจอเพจแปลมังงะน้องแอชแล้ว

นี่~ ที่เพจของคุณVivio Translatorเป็นเพจที่ทำให้เรา

ได้รู้จักกับเรื่องนี้ มีหลายเรื่องให้ติดตามล่ะค่ะ

และเรามีแพลนว่าถ้าจบเรื่องนี้ไม่ก็ทันอิ้งแล้ว

จะแปลเหล่า 4หนุ่มที่เป็นอมนุษย์?ล่ะ ถ้าหาเจอ 555+

ยังไงก็ฝากน้องไว้ในอ้อมอกทุกคนด้วยนะคะ

ถ้าแปลผิดยังไงก็ติกันได้ค่ะ

ปล.out of spirits, complex of mine

มีใครรู้บ้างมั้ยคะว่าประโยคนี่แปลว่าอะไร

06/06/20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #75 knunkim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 12:01
    เกรย์ชอบแกงเซอ่ะ555
    #75
    0
  2. #65 ohjesus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 02:06
    เกรย์คือปั่นเก่ง5555
    #65
    0
  3. #57 last_room (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 19:01
    ชอบความเซชิลกับเกรย์มาก ตลกคู่นี้55555 ด้วยความจากบ้านเดียวกัน(กลับชาติมาเกิด)ดูเข้าใจกัน มีภาษาลับ(ญี่ปุ่น)คุยกัน โอ้ยตลก
    #57
    0
  4. #36 reddy2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 13:42
    หึงก็บอกว่าหึงไปยัยน้องงงงงงงงง
    #36
    0
  5. #35 AiiLin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 22:30

    Out of spirit = หมดไฟ (ในการทำสิ่งต่างๆ อย่างเช่นเกิดอาการตันขึ้นมาเวลาเขียนนิยาย)

    Complex of mine = ความซับซ้อนของสมอง/ความคิด


    ถ้าจำไม่ผิด ก็หมายความว่าอย่างนี้นะค่ะ

    ป.ล ปูเสื่อรอไรท์ค้าาาา

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png


    #35
    0
  6. #34 91250 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 21:04
    หึงจริงๆด้วยสินะคะคูลฯ+ซึนฯ(รึเปล่า)นี่ดีจริงๆเลยค่ะ
    #34
    0
  7. #33 _victory_88 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 20:45
    แอชลีย์มีความงอนแรงอ่ะ. ฮืออออออ. น่าร๊ากกกกกกกก😍
    #33
    0