[นิยายแปล]เกิดใหม่เป็นนางร้ายในโอโตเมะเกมกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามและเหล่าหนุ่มสุดยันเดเระ!!!

ตอนที่ 3 : Ch 3 | ผู้ติดตามของฉันกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวไปซะแล้วล่ะค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

Chapters 3 | ผู้ติดตามของฉันกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวไปซะแล้วล่ะค่ะ

 

เป้าหมายในการจีบของโอโตเมะเกม ล้วนเป็นพวกเจ้าเล่ห์เกือบตลอดเวลา ฉันหมายถึง ถ้าหากพวกเขาไม่ได้ดูน่าสนใจ ก็คงไม่มีแรงจูงใจให้เหล่าผู้เล่นต้องการที่จะเล่นจนชนะ.... แต่ยังไงก็เถอะ ตรงหน้าฉันคือสิ่งมีชีวิตที่(โคตร)เพอร์เฟค เพอร์เฟคจนน่ากลัวสุดๆ เลยล่ะ : แอชลีย์เป็นคนฉลาด แถมมีทักษะการใช้เวทมนตร์ จนฉันแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพราะแต่ ไหนแต่ไร เขาไม่พูดคุยกับใครเลยนอกจากพ่อแม่ของเขา เลยไม่มีคนให้เปรียบเทียบ ดังนั้นเขาอาจไม่รู้ว่าความสามารถของเขาน่ะ มันน่าทึ่งมากขนาดๆ ไหน

หลังจากที่ใช่เวลาไปกับบทเรียนอื่นๆ ไม่นานแอชลีย์ก็เข้าใจแบบถ่องแท้ ฉันที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ แต่ก็รู้สึกท้อแท้นิดหน่อย ฉันเลยนั่งหันหน้าไปทางกำแพงเพื่อเป็นการประท้วงเงียบๆ เล็กๆ

 

“ท่านเซชิลครับ....” ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงจากทางด้านหลัง

 

“อ๊ะ!? ...เอ่อ คะ? แอชลีย์มีอะไรเหรอ?” ฉันถามอย่างตกอกตกใจ ฉันไม่ได้ยินเสียงเขาอย่างใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน พอมองไปข้างหลังฉันก็เห็นเขายืนถือตำราของเราไว้ที่อกด้วยท่าทางเขินอาย

 

“อย่างอนข้าเลยนะครับ”

 

ใช่สิ! บางทีเขาควรจะรู้ตัวสักหน่อยนะว่าเขาเก่งขนาดไหน ฉันไม่สบอารมณ์สุดๆ ไปเลยล่ะ เหอะ....! เมื่อกี้นี้ เขากลายเป็นคนหน้าด้านไปซะแล้วล่ะ....!

นี่ก็หนึ่งปีแล้วที่แอชลีย์มาอยู่กับพวกเรา เมื่อก่อนเขาเป็นเด็กที่น่ารักและว่านอนสอนง่าย! แต่ตอนนี้เขาพูดและปฏิบัติตัวกับฉันเหมือนว่าฉันเป็นเด็กไม่ปาน ฉันคิดว่ามันคงเป็นเรื่องธรรมดา ตั้งแต่ที่โตเป็นผู้ใหญ่ที่ซึนเดเระ* ซึ่งมันก็อยู่ในคำอธิบายคาร์แรคเตอร์ตัวละครของเขา.... แต่! ฉันอายุมากกว่าเขานะ แถมยังฉันเป็นคุณหนูสุดแสนจะ(เลอค่า)สำคัญของเขาด้วย!

 

(ผู้แปล : ซึนเดเระ คือ พวกปากไม่ตรงกับใจนั่นเองค่า~)

 

“ข้าไม่ได้งอนสักหน่อย!”

“ได้โปรด อย่าเสียความมั่นใจในตัวเองเพราะข้าใช้เวทย์เก่งกว่า และเรียนรู้เร็วกว่าท่านเลยนะครับ”

 

พอได้ยินเขาพูดอย่างสมเหตุสมผล คงไม่จำเป็นต้องไปอะไรกับเด็กอายุเจ็ดปีที่มีความสามารถ ฉันจึงยกเลิกความคิดที่จะโต้ตอบ แต่ทำไมเหมือนจะได้ยินวาจายกยอตัวเองจากเขานะ...!?

 

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่เก่ง... แค่แอชลีย์เก่งเกินไป!”

“ขอบคุณครับ”

“.....เจ้าไม่น่ารักเลยนะ ไม่ยิ้มออกมาเลย”

“ข้าไม่อยากยิ้มกับอะไรที่เหมือนกับคนบ้--.....”

“เจ้าก็รู้ข้าไม่ได้จะพูดแบบนั้นออกมานะ!!” (T-T)

 

ราวกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้ ฉันถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

ในเกมแอชลีย์จะพูดสิ่งที่หมายถึงนางเอกเสมอ เกือบทุกเส้นทางเลยล่ะ เช่น “คุณอยู่เงียบๆ ไม่ได้เหรอครับ รุ่นพี่” “ไร้ประโยชน์จังนะครับ เหมือนกับคุณเลย รุ่นพี่” “โง่รึเปล่าครับ รุ่นพี่?” และอื่นๆ คำที่ออกมาจากปากของเขานั้นดูห่างเหิน และจริงจังมาก และในตอนที่ฉันดูมันเล่นออกมาจากอีกด้านหนึ่งของจอฉันก็ติดใจ....” คิย๊าาาาา! พูดออกมามากกว่านี่สิคะ!!” ฉันร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งทุกครั้ง... เขาช่างเลอค่า แต่ในความเป็นจริง? การที่มีคนมาพูดแบบนี้ใส่มันเป็นเรื่องที่น่าโมโห แถมยังทำให้หมดกำลังใจอีก

 

“ข้าอยากจะบอกว่า เจ้าจะน่ารักกว่านี้ ถ้าหากเจ้ายิ้มมากขึ้น”

“ไม่หรอกครับ ข้าก็อยากจะน่ารักเป็นพิเศษอยู่หรอกนะ แต่ถ้าข้ารู้สึกดีกับท่านอีกนิด ท่านเซชิลครับ แววตาของท่านน่ะจะกลายเป็นเหมือนสัตว์ร้าย เพราะงั้น....”

“เจ้าหมายถึง....”

 

ไม่ใช่สัตว์ร้ายสักหน่อย... ฉันแค่ดูเหมือน...เด็กสาวคนอื่นๆ ที่กำลังมองสิ่งที่น่ารักอยู่เท่านั้นเอง และมันเป็นความผิดของแอชลีย์ด้วย ที่ทำให้ฉันแสดงออกมาแบบนี้...!

 

“ข้าไม่ได้พยายามทำให้ท่านน้อยใจนะครับ ถ้าข้ากุมมือท่านสักเล็กน้อย คงเพียงพอที่จะเอาอกเอาใจท่านไหมครับ?”

แอชลีย์ถามอย่างเขินอาย พลางเอามือจับชายเสื้อของเขา เมื่อฉันเห็นดังนั้น ฉันก็ขมวดคิ้ว และทุกอย่างที่คิดได้คือ ‘อะไรเนี่ย? ทำไมเขาต้องพยายามทำตัวให้น่ารักแถมออกนอกคาร์แรคเตอร์ด้วยอ่ะ?’ จริงจังนะ เกิดอะไรขึ้นกับเขาอ่า? นางฟ้าตัวน้อยที่น่ารัก ที่ฉันพบในวันแรกหายไปไหนเสียแล้วล่ะ?

 

“ถ้าข้าทำแบบนั้นเจ้าจะร่าเริงอยู่หรือเปล่า?”

“ครับ?”

 

......

 

“ใช่ ใช่ ข้าจะรู้สึกดีขึ้นทันทีถ้าเจ้ากอดข้าล่ะนะ”

 

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และมองดูอย่างเป็นกังวล แต่หลังจากนั้นเขาก็กางแขนออกกว้าง แล้วเอ่ยว่า “มานี่สิครับ”

 

(ผู้แปล : กรี้ดดดดด!!! กอดฉันด้วยเถอะค่ะ! ฉันอยากได้อ้อมกอดนั้น! แอก----//โดนเซชิลกระทืบ)

 

“อ๊า! ข...ข้า จ..จริงเหรอ ได้เหรอ!?”

“เชิญเลยครับ”

 

(ผู้แปล : กรี้ดดดดด!!! //ตายสงบ)

 

ถ้าอย่างงั้น ฉันจะขอยอมรับขอเสนอนี้ของเธอแล้วกันน้า~ ไม่สนแล้ว ฉันจะทำ!

 

“คิย๊าาาา~ น่ารักที่สุดเลย!!”

“......”

“คิก คิก น่าร้ากกกกก”

“......”

“ฮะๆๆๆๆ น่ารักเกินไปแล้ว น่ารัก”

“..... นี่น่าจะพอแล้วล่ะครับ!”

“ง่า!”

 

เขาใช่เวลาเพียงแค่ 10 วินาทีในการใช้แรกทั้งหมดของเขาผลักฉันออกไป ‘เชิญเลยครับ’ ที่เขาพูด ฮา! ตลกอะไรขนาดนี้

 

“โหดร้ายอ่า แอชลีย์”

“.....ขออภัยครับ”

 

แอชลีย์กล่าว แม้ในขณะที่เขากำลังหันหลังให้กับฉันอยู่ ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นวิธีที่เหมาะสมในการขอโทษใครสักคนนะ.....

เมื่อฉันมองเขาจากทางด้านหลัง ฉันก็สังเกตเห็นที่หูของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย และแก้มน้อยๆ ของเขาก็มีสีชมพูแต่งแต้มเหมือนกัน

 

“.....? แอชลีย์เรา ทำให้ที่นี่เย็นขึ้นไหม?”

“เอ่อ.....”

“หน้าของเจ้าแดง เจ้าร้อนเหรอ?”

 

ฉันก็รู้สึกแบบนั้น แต่ถ้าเขาร้อนเราสามารถเปิดหน้าต่างได้ทุกเมื่อ เนื่องจากนี่เป็นฤดูใบไม้ผลิ เป็นอากาศที่เหมาะแก่การอยู่ข้างนอก

 

“ไม่- ......อะแฮ่ม ไม่เป็นไรครับ อยากกังวลไปเลย”

 

ได้เวลาที่เขาต้องหันกลับมาและเผชิญหน้ากับฉันแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันยอมรับนะว่าตัวเองบอกว่าเขาน่ารักหลายครั้งเกินไป แต่เขาต้องฉุนกับเรื่องนี้เหรอ?

 

“ท่านเซชิลครับ....”

“คะ?”

“ท่านฉีดน้ำหอมเหรอครับ?”

“ไม่นะ? ท่านแม่ กับท่านพ่อน่ะเคยบอกว่าข้าเด็กไปที่จะฉีดมัน”

 

ฉันมีกลิ่นแย่ๆ เหรอ? ฉันว่ามันก็ไม่เหม็นนะ เพราะเมดที่ซักเสื้อผ้าใช้ผงซักฟอกที่มีกลิ่นหอม และย้อนไปเมื่อก่อนตอนที่ฉันเรียนมัธยมฉันก็ไม่เคยใช้น้ำหอมเลย ปกติแล้วฉันจะใช้สเปรย์ระงับกลิ่นเหงื่อ เพราะงั้นฉันเลยไม่กังวลอะไร

 

“ข้าเหม็นเหรอ?”

“ไม่ครับ ตรงกันข้าม.....”

“?”

“....ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณรู้สึกดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ขอกลับไปทบทวนบทเรียนของวันนี้ก่อนนะครับ”

 

ส่วนใหญ่แล้ว ทุกๆบ้านจะจ้างครูสอนพิเศษมาที่บ้านเพื่อสอนลูกๆ ของพวกเขา แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่จ้างครูสอนพิเศษที่บ้านได้ แต่ผู้ปกครองก็จะใช้เวลาทุกๆ วันในการสอนลูกๆ ของพวกเขาเอง สำหรับแอชลีย์คืออันหลัง เขาเริ่มเรียนรู้ที่นี่ด้วยความรู้พื้นฐาน เบสิคแบบสุดๆ และเนื่องจากเขาเรียนรู้ได้ไวอย่างไม่น่าเชื่อ เข้าก็กลายเป็นนักเรียนคนโปรดของคุณครูไปเสียแล้ว

 

“เฮ้ นี่เจ้าจะพูดอะไรเหรอ?” ฉันเอ่ย เขาพยายามจะเปลี่ยนเรื่องนี่

“หญิงสาวที่ยื่นจมูก*จะสูญเสียเสน่ห์ไปครึ่งหนึ่งนะครับ”

 

(ผู้แปล : Nosy ในที่นี้น่าจะตรงกับสุภาษิตไทยที่ว่า ยื่นจมูก ที่หมายถึง การเข้าไปสอดแทรกอยากรู้อยากเห็นเรื่องของผู้อื่น ค่ะ ตอนแรกจะใช้สอดรู้สอดเห็น แต่น่าจะแรงไป 555)

 

“อย่ามองข้าแบบนั้นสิ.....งั้น....มาเริ่มเรียนกัน....”

 

แม้ว่าครูสอนพิเศษจะพึ่งออกไปไม่กี่นาทีก่อน แอชลีย์ก็กระตุ้นให้ฉันเริ่มเรียนอีกครั้ง นี่ก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเราไปเสียแล้ว เขาบอกกับฉันว่า 'นี่จะทำให้ฉันเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อม' ทั้งหมดนี้แอชลีย์เป็นคนรับใช้ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ฉันเป็นผู้ที่เพียบพร้อมที่สุด เท่าที่จะเป็นได้

ฉันจะไม่บอกว่าฉันเนรคุณต่อความพยายามของเขานะ....ฉันไม่ได้...มันแค่ ฉันอยากจะผ่อนคลายชีวิต ดังนั้นฉันหวังว่าเขาจะสดชื่นสักนิดนะ ฉันจะดีใจกว่านี้ ถ้าฉันเรียนรู้เวทย์ป้องกันตัวสักหน่อย และทำความรู้จักกับโลกนี้อีกสักนิด แต่ถ้าฉันบอกเรื่องนี้กับแอชลีย์ละก็ พนันได้เลยว่าเขาจะใช่วาจาเหน็บแนมฉันอย่างเลือดเย็น เช่น 'เมื่อไหร่ท่านจะหยุดทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตเสียทีครับ' ดังนั้นฉันไม่พูดมันกับเขาดีกว่า

 

“เอ่อ..... อืม.....” ฉันพึมพำขณะที่จ้องมองโจทย์ปัญหาในสมุดบันทึกของตัวเอง

“เราเพิ่งเรียนเรื่องนี้ไปเมื่อสองสามวันก่อนนะครับ”

 

ในขณะที่ฉันยังคงจ้องมองโจทย์ปัญหานี่อยู่ ฉันก็หมุนปากกาเป็นวงพลางใช้ความคิด เมื่อสังเกตเห็นพฤติกรรมของฉัน แอชลีย์ก็ตำหนิฉัน “เสียมารยาทนะครับ” แล้วก็ดึงปากกาในมือของฉันออกทันที

 

“ถ้าหากทุกคนทำสิ่งต่างๆ ได้จากการเรียนรู้เพียงแค่ครั้งเดียว ความลำบากที่มีอยู่ในโลกนี้จะหมดไปไหมนะ?” ฉันเอ่ยออกมาอย่างยอมแพ้

“อย่าเอามาเป็นข้อแก้ตัวสิครับ สำหรับโจทย์นี้ใช่แค่สูตรนี้ครับ”

 

จากนั้นแอชลีย์ก็จับปากกาของฉันโยงไปทั่วสมุดอย่างคล่องแคล่ว ทำให้การแก้โจทย์ปัญหาดูง่ายมากขึ้น โดยที่เขาไม่ต้องคิดเลยกับสิ่งที่เขาเขียนออกมาเลยแม้แต่น้อย

แน่นอนในชาติที่แล้ว ฉันเคยเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ในโลกนี้มันคือเวทมนตร์ ซึ่งมันเป็นความจริงที่ไม่มีข้อมูลใดหักล้างมันได้ ยิ่งไปกว่านั้นภาษาในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เหมือนกับภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นเลย เพราะงั้นความทรงจำของฉันในชาติก่อนดูเหมือนว่ามันไร้ประโยชน์(สุดๆ) ไปเลยล่ะ

หากไม่มีข้อแตกต่างอย่างใหญ่หลวงแบบนี้ แค่คิดว่า OP* และความฉลาดที่ฉันได้รับคง.... แต่อนิจจาฉันยังคงติดอยู่ในการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานถัดจากผู้ติดตามของฉันที่เป็นอัจฉริยะที่หาที่เปรียบไม่ได้ เขาฉลาดมาก จนกระทั่งครูของเราไม่สามารถหาข้อโต้แย้งอะไรได้เลย ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าแอชลีย์จะเป็นแค่เด็ก แต่ครูของเราไม่ได้รู้สึกถึงความอับอายที่ยอมรับข้อพร่องของตน เพราะเขาเป็นคนที่ดี

 

(ผู้แปล OP หรือ Over Power เป็นศัพท์ที่ใช้เกมค่ะ เหมือนสกิลโกงเกินไปประมาณนี้)

 

“แอชลีย์ เจ้าชอบเรียนหนังสือเหรอ?”

“ข้า.....คาดว่า มันสนุกที่ได้เห็นความรู้ของข้าเพิ่มขึ้นทีละนิดครับ และส่วนมากก็....”

“ส่วนมาก?”

 

“ถ้าหากข้าเรียนหนักล่ะก็ ข้าก็จะได้ไม่เป็นภาระให้ท่าน ข้าอยากเป็นคนที่ท่านไม่อายที่จะบอกว่าข้าคือผู้ติดตามของท่านครับ”

“เจ้าคือผู้ติดตามที่เพอร์เฟคที่สุดจ้ะ”

 

‘เหมือนว่าเธอจะโตขึ้นแล้วนะ เธอจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีอย่างแน่นอนจ้ะ’ ฉันคิด

 

แต่รู้ไหม...ฉันมีความสุขมากๆ เลย แบบที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากในการเรียน พอฉันเข้าโรงเรียนแล้วทำตัวโดดเด่น แถมยังรวบรวมผู้ติดตามโดยที่ไม่ได้ตั้งใจล่ะก็ นั่นมันก็หมายถึงความตายของตัวเอง และถ้าฉันแสดงความฉลาดของตัวเองออกมามากเกินไปฉันก็อาจจะลงเอยด้วยการไปอยู่ในสภานักเรียน เธอกล้ากล่าวทักทาย(ว่าสวัสดี นี่ฉันเอง) ภายในห้องที่เต็มไปด้วยเหล่าหนุ่มยันไหมล่ะ? ฉันอาจจะคิดมากกับเรื่องนี้นะ แต่ถ้าฉันไม่ขัดขวางเหตุการณ์ดั่งกล่าวทั้งหมดล่ะก็ ฉันจะใช้ชีวิตอย่างสงบตามที่หวังไว้ได้ยังไงกันล่ะ?

ในฐานะของ(นางร้าย)คู่แข่งของนางเอกแล้ว เซชิลในเกมมีเกรดที่ดีเยี่ยม ดังนั้นถ้าฉันเดินตามรอยแบบเหมือนเปี๊ยบ ฉันอาจจะมีชะตากรรมเดียวกันกับเธอก็ได้ ใครจะไปรู้?

เมื่อฉันคิดดังนั้นก็กุมขมับของตัวเอง ฉันจึงตัดสินใจ : ฉันจะทำทุกวิถีทางที่(โดด)ลดเวลาเรียน แม้ว่าฉันจะต้องหาข้อแก้ตัว ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

 

“แอชลีย์ ถ้าเราแก้โจทย์ปัญหาถัดไปนี้เสร็จแล้ว ออกไปข้างนอกกันไหม? ดีนะเป็นการเปลี่ยนที่ด้วยไม่คิดแบบนั้นเหรอ?”

“ท่านอยากพักอีกแล้วเหรอครับ?”

“ใช่ อีกสักครั้งนะ.....ได้ไหมอ่า?”

 

แอชลีย์มองออกไปนอกหน้าต่าง

 

“วัชพืชเหมือนจะขึ้นมาบนแปลงดอกไม้อีกแล้วล่ะครับ เราไปถอนวัชพืชในขณะที่พักดีไหมครับ?”

“เป็นความคิดที่ดีนะ”

 

ไม่นานมานี้ สวนที่ท่านพ่อและฉันเริ่มดูแลนั้น ได้เริ่มกลายเป็นฉันกับแอชลีย์ที่ดูแลมันไปเสียแล้วล่ะ และมันก็สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ที่เขาตัดสินใจช่วยฉัน แอชลีย์พยายามจดจำเทคนิค ความรู้ทั้งหมดที่เกี่ยวกับการทำสวน ตอนนี้เขาก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้ว ความสามรถของเด็กที่ขี้โกงขนาดนี้จะไปได้ไกลสักแค่ไหนกันนะ?

ตอนนี้ท่านพ่อของฉันก็มั่นใจในความสามารถของแอชลีย์สุดๆ ดังนั่นท่านเลยไว้วางใจให้เขาดูแลฉันอย่างเต็มที่

 

“ในที่สุดก็ฤดูใบไม้ผลิแล้ว เราจะลองปลูกดอกไม้ใหม่ๆ บ้างดีไหมครับ? คุณผู้หญิงน่าจะเพลิดเพลินกับการเปลี่ยนบรรยากาศ”

“แอชลีย์ เจ้ารู้ใจผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน หืม? พอเจ้าเป็นเสือผู้หญิง* เจ้าคงมอบรอยยิ้มน้อยๆ นั่นให้ข้าไม่ได้อีกแล้วสินะ ใช่ไหม?”

 

(ผู้แปล : lady-killer แปลประมาณพวกเสือผู้หญิงได้มั้ยอ่า)

 

“อย่างที่ข้าพูด ข้าดีใจที่ได้พบท่าน คุณหนู ท่านตื่นเต้นจนเกินไป ไม่เป็นแบบนั้นหรอกครับ”

 

ฉันรู้ ให้เดานะเขาน่ะซึนเดเระ.... แต่ไหนอ่ะความรัก?? ทั้งหมดที่แสดงออกมามันซึนหมดเลย! ในความซึนเดเระนี้เนี่ย ใน9 ส่วนคือ เป็นศัตรู และมีเพียงแค 1 ส่วนที่เป็นความรักงี้เหรอ?

ยามที่แอชลีย์พูดคุยกับท่านพ่อและท่านแม่ หรือแม้แต่คนรับใช้คนอื่นๆ เขาไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาเลย ถ้าเขายังเป็นแบบนั้นตลอดเวลา ฉันคิดว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้าเขามันคงแข็งทื่อเหมือนกระดาน อย่างเช่นในตอนนี้! แต่พอฉันพูดถึงเรื่องนี้กับคนอื่น พวกเขาทั้งหมดบอกฉันว่า ตอนที่แอชลีย์อยู่กับฉันเขายิ้มเยอะมาก แถมแสดงอารมณ์ที่หลากหลายออกมาด้วย

ถึงจะบอกว่ารอบตัวของฉันมีแต่รอยยิ้มของแอชลีย์.... มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำตัวเป็นคนโง่ และทำให้เขาหัวเราะเยาะฉันนี่? ไม่ได้นึกถึงว่าทำไมเขาถึงยิ้มเลยสักนิด แม้ว่า....

 

“ข้าชอบใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเจ้านะแอชลีย์”

“ข้าก็ชอบท่าทางที่ท่านแสดงออกมาทั้งหมดครับ คุณหนู”

 

พูดถ้อยคำต่างๆ ออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังแบบนี้.... ขี้โกง มันขี้โกง นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับพวกคุณ! คำพูดขอเขามันทะลุเขามาในหัวใจของฉัน ฉันหมายถึง ไม่ใช่ตามหลักฟิสิกส์แน่ๆ ไม่มีเลือดหรืออะไรเลย แต่ฉันรู้สึกว่ามันดำดิ่งลงไปในจิตวิญญาณของตัวเอง

 

“แต่... อีกความคิดหนึ่ง? ข้าก็ชอบใบหน้าเปื้อนยิ้มของท่าน มากกว่าตอนที่ร้องไห้อีกครับ”

“ได้โปรดกอดข้---”

“ขอปฏิเสธครับ”

“เร็วมาก! อย่างน้อยให้ข้าพูดจนจบก่อนไม่ได้หรือไง?”

 

เมื่อเราอายุมากขึ้น การแสดงความรักอย่างการแตะเนื้อต้องตัวกันมันไม่เหมาะสม ดังนั้นฉันถึงได้แสดงความรักให้มากที่สุดในตอนที่เรายังเด็กแบบนี้ วัยแรกรุ่นอยู่ใกล้แค่เอื้อม; ไม่มีเวลาเหลือทิ้งแล้ว! และหลังจากนั้น แอชลีย์ก็จะได้พบกับคนสำคัญคนอื่นๆ ของเขาแน่นอน อาจจะเป็นนาง(แมวขโมย)เอกของเกมนี้ และหลังจากนั้นเขาก็จะทิ้งฉัน

 

“เวลาที่เราจะอยู่ด้วยกันน่ะ พอเจ้าคิดในแง่ของชีวิตแล้วจะรู้สึกราวกับว่าเป็นช่วงเวลาที่จะหายวับไปเลยนะ อะไรคือภัยที่จะเกิดขึ้นในตอนที่เรายังมีโอกาสแบบนั้นกันนะ?”

“หายวับไป?”

“ใช่ เราทั้งคู่น่ะจะมีอายุยืนยาวและเติมเต็มชีวิต ในอนาคตเราจะไม่ใช้เวลากับคนสำคัญคนอื่นๆ หรอกเหรอ? ใครจะไปรู้ ว่าตอนไหนเราจะต้องเอ่ยคำบอกลา”

 

ดวงตาของแอชลีย์เบิกกว้างแฝงไปด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย

 

“ข้าได้สาบานว่าจะจงรักภักดีต่อท่านในฐานะเจ้านายของข้า ดังนั้นข้าจะใช้ชีวิตนี้รับใช้ท่านครับ”

“เจ้าไม่เห็นต้องกังวลแบบนี้เลยนี่”

 

ฉันเอื้อมมือไปแตะที่ใบหน้าของแอชลีย์เบาๆ ขณะที่เขานั่งอยู่ข้างๆ ฉัน

.....โอ้ขนาดนี้แล้วยังโอเคอยู่ใช่มั้ยนั่น? ใบหน้าของเด็กผู้ชายเรียบเนียนขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย!? เพราะเขาเป็นเพียงหนึ่งในเจ็ดคนเท่านั้นเหรอ? ฉันหมายถึงผิวของเขาค่อนข้างดีเลยล่ะ แต่เขาก็ยังเป็นมือใหม่ และที่แย่ไปกว่านั้น ฉันรู้ ถึงเขาจะอายุ 15 ปี ไม่มีอะไรไปมากกว่าแนะนำเขาให้บำรุงผม และผิวบนใบหน้าให้สมบูรณ์แบบ มันทำให้ฉัน~ อิจฉานิดหน่อย...

ฉันดึงตัวเองออกจากความคิดที่แสนจะเรื่อยเปื่อยของตัวเอง และวกกลับเข้าประเด็นหลัก

 

“ข้าอยากให้เจ้ามีอิสระในการเลือกเส้นทางของตัวเอง”

 

อย่างที่ผู้คนในชาติก่อนของฉันพูด เขาก็คือเขา เราก็คือเรา: ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าเจ้านายคนอื่นจะขีดกรอบ และควบคุมคนรับใช้ของพวกเขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันต้องทำแบบนั้นเฉกเช่นเดียวกัน

 

“เมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าพบคนพิเศษ ข้าก็จะขอให้เจ้ามีความสุขด้วยกัน ข้าจะไม่บังคับให้เจ้าอยู่กับข้า ก็แค่.... เมื่อไหร่ที่เจ้าจากไป หากยังจำช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันได้ และรู้สึกยินดีกับมัน ข้าจะมีความสุขมากๆ เลยล่ะจ้ะ”

 

แอชลีย์ใช้มือของเขาวางทับบนมือของฉันที่แนบใบหน้าของเขาอยู่

 

“ท่านเซชิล วางแผนที่จะทิ้งข้าอยู่เหรอครับ?”

“คะ?”

“เมื่อท่านพบใครสักคนที่อยากจะอยู่ด้วยมากกว่าข้า... เมื่อท่านไม่ต้องการข้าอีกต่อไปแล้ว...ท่านวางแผนที่จะทิ้งข้าอยู่ใช่ไหมครับ?”

 

นั่นไม่ใช้สิ่งที่ฉันต้องการสักหน่อย ฉันแค่อยากให้แอชลีย์มีอิสระในการค้นหาความสุขของเขาเท่านั้นเอง

ฉันยังไม่คิดถึงเรื่องความรัก หรือการแต่งงานหรอกนะ ด้วยสัตย์จริงฉันยังนึกภาพไม่ออกเลย แต่สำหรับแอชลีย์มันแตกต่าง ฉันรู้แล้วล่ะ เกี่ยวกับหญิงแห่งโชคชะตาที่อยู่ข้างๆเขา ฉันเห็นเธอถึงจะผ่านหน้าจอของเกม... แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าการปรากฏตัวของเธอรู้สึกเหมือนจริงสำหรับฉันเสียแล้ว

 

“ไม่ใช่นะ แอชลีย์ ตราบใดที่เจ้าเต็มใจที่จะเป็นผู้ติดตามของข้า ข้ายังคงเป็นนายของเจ้าเสมอ เพียงแค่วันที่เจ้าได้พบคนที่พเศษ วันที่เจ้าต้องการไปจากข้าจะมาถึงอย่างแน่นอน”

“ท่านกล่าวออกมาแบบนั้นได้ยังไง? ไม่มีสิ่งที่แน่นอนสำหรับอนาคตหรอกครับ”

 

เมื่อได้ยินดังนั้น ฉันก็รู้สึกเสียวสันหลัง เขาจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ลึกซึ้งแบบนั้น พวกมันมักจะถูกมองข้าม ด้วยอารมณ์บางอย่างฉันไม่สามารถระบุได้ แต่ในชั่วพริบตามันก็หายไปกลายเป็นปริศนาอีกครั้ง

 

“นั่นคือทั้งหมดของข้าครับ ท่านเซชิล” เขาพูดต่อ “ตราบใดที่ท่านมีคนรับใช้ พวกเขาควรทำอย่างไรครับ?”

 

“นั่นไม่ใช้ทั้งหมด แอชลีย์ ข้าขอโทษนะ ที่ข้าไม่สามารถหาคำพูดที่เหมาะสมสำหรับวันนี้ เจ้าคือผู้ติดตามเพียงคนเดียวของข้า การมีเจ้าอยู่กับข้าแบบนี้ เจ้าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในโลกของข้า ข้าไม่สามารถหาใครมาแทนที่เจ้าได้! ข้าแค่อยากจะบอกกับเจ้าว่า ข้าจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยให้เจ้ามีความสุข”

“ถ้าข้าจะบอกว่าข้ามีความสุขที่ได้อยู่ข้างๆ ท่าน หมายความว่าท่านจะให้ข้าอยู่กับท่านตลอดไปใช่ไหมครับ?”

 

ฮะ?

 

“ข้าหมายถึง แน่นอน ถ้าเจ้าบอกว่าจะรับใช้ข้าตลอดไป แน่นอนข้ามีความสุขมากๆ เลยจ้ะ......”

“งั้น ข้าจะรับใช้ท่านตลอดไปครับ”

 

เมื่อมองเข้าไปในแววตาที่แสนซื่อสัตย์ของแอชลีย์ ฉันทำได้แค่เพียงพยักหน้าเท่านั้น

 

---------------------------------

 

ผู้แปล : ฉันว่าพวกเธอควรแต่งงานกันตอนนี้เลย (=_=") 

แต่ละประโยคจะจีบกันก็ไม่ปาน คนแปลอิจฉานะรู้มั้ย!!!

ขอโทษที่ช้าค่าทุกท่าน พอดีอยากอู้ (-3-)

แต่ก็ต้องขอบคุณที่ติดตาม และชอบความน่ารักของน้องนะคะ

จะพยายามแปลออกมาให้ดีที่สุด และก็ต้องขออภัยในความดำน้ำด้วยค่ะ

ถ้าผิดพลาดอะไรก็ชี้แนะด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ

26/04/20 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #70 knunkim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 10:52
    นี่คือ คำขอแต่งงานสินะ
    #70
    0
  2. #46 Giharu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 11:19

    เสน่ห์อันร้ายกาจของหนุ่มยันเดเระคือถ้ารักแล้วโคตรๆมั่นคงในชีวิตคู่ แต่หากคุณเป็นผญ.ที่โลเลหลายใจละก็หนทางชีวิตคือความตายจะรุมล้อมทุกเส้นทางของคุณและต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง หากโง่ไปคือลั้นลา

    #46
    0
  3. #19 Winterrin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 22:31
    รับรู้ไดัถึงความยันนิดๆ
    #19
    0
  4. #18 yatadan2004 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 21:38
    ขอบคุณสำหรับการแปลค่ะ มาเร็วๆน้า
    #18
    0
  5. #17 Lactasoy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 11:17
    แปลไปก็อิจฉาตัวละครจีบกันไปใช่มั้ยคะ? ผู้แปล55555
    #17
    0
  6. #16 Yume_Sorachi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 22:53

    เหม็นความรักจังเลยค่ะ
    #16
    0
  7. #15 91250 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 14:40

    นั่นสินะคะควรแต่งเลยค่ะ
    #15
    0